ราคาไอโฟน11 คุ้มค่ากับความบันเทิงเหล่านี้แน่นอน

ราคาไอโฟน11

            ถ้าหากว่าพูดถึงอุปกรณ์ที่อยู่คู่มือของใครหลาย ๆ คนในปัจจุบันนั่นก็คือ Smartphone นั่นเอง ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดีในหลาย ๆ ด้านนั่นเอง ซึ่งก็มีหลายรุ่นหลายราคาให้ได้เลือกซื้อเลือกใช้กันตามความสะดวก และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ไอโฟน11 (iPhone 11) ซึ่ง ราคาไอโฟน11 ที่ได้รับความนิยมนั้นถือว่าไม่ใช่ถูก ๆ แต่ว่าก็มีประสิทธิภาพที่ครอบคลุมการใช้งานต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความบันเทิงที่มีมากมายในปัจจุบันนั้นก็ไม่ขาดตกบกพร่องอย่างใด ซึ่งเราจะมาดูกันว่า ไอโฟน11 นั้นสามารถถ่ายทอดความบันเทิงอะไรได้บ้าง

                1. เล่นเกม

                แน่นอนว่าการเล่นเกมกับ Smartphone นั้นถือว่าเป็นความบันเทิงที่หลาย ๆ คนชื่นชอบทุกเพศทุกวัย เพราะว่าในปัจจุบันนั้นอุปกรณ์อย่าง Smartphone สามารถมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ตื่นตาตื่นใจให้มากยิ่งขึ้นกว่าแต่เดิมอย่างมากเลยทีเดียว โดยยิ่ง Smartphone มีความโดดเด่นในเรื่องของสเปคมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสามารถประมวลผลกราฟิกและความไหลลื่นของเกมเพลย์ได้ดีขึ้นเท่านั้น โดย ไอโฟน11 นั้นต้องบอกว่าเป็น Smartphone ที่ได้รับการออกแบบมาให้สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างทันยุคทันสมัยกับเกมที่ถูกออกแบบมาในปัจจุบัน โดยเกมอย่าง ROV ที่เป็นที่นิยมในวงกว้างซึ่งมีเรื่องของกราฟิกต่าง ๆ ที่ค่อนข้างอลังการ อาศัยการควบคุมที่ค่อนข้างต้องใช้ความลื่นไหลพอสมควร ก็เรียกว่า ไอโฟน11 สามารถทำได้แบบสบาย ๆ เนื่องจากประสิทธิภาพของตัวเครื่องนั้นยืนอยู่บนพื้นฐาน CPU Apple A13 กับหน้าจอ Liquid Retina HD (IPS LCD) ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 1792 x 828 ที่สวยงาม ซึ่งสามารถใช้ได้ดีกับหลาย ๆ เกมอย่าง PUBG หรือ อีกหลาย ๆ เกมที่ได้พัฒนาไปให้ใกล้เคียงกับ Console นั่นเอง

                2. ดูหนัง

                การดูหนังหรือภาพยนตร์ในปัจจุบันรวมถึงซีรีย์นั้นเรียกได้ว่าสะดวกสบายกว่าเมื่อก่อนมาก เพราะว่ามี Smartphone ที่ช่วยให้ถ่ายทอดได้ทุกที่ทุกเวลาไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม ซึ่งสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ก็คือประสิทธิภาพและสเปคของ Smartphone นั่นเอง และ ไอโฟน11 ก็เป็นเหมือนกับตัวเลือกที่นิยมมาก ๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ในการชมซีรีย์เลยทีเดียว เพราะว่าหน้าจอที่ใหญ่ขนาด 6.1 นิ้ว บน Liquid Retina HD (IPS LCD) ซึ่งนับว่าถ่ายทอดความสวยงามของแสง สี เสียง ออกมาได้อย่างครบถ้วน ถือว่าเป็น Gadget ที่คนนิยมในการดูหนังของยุคนี้นั้นควรมีติดตัวเอาไว้

                3. ฟังเพลง

                เสียงเพลงนั้นเป็นเหมือนเพื่อนที่คอยขับกล่อมเรามานาน ซึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ในการนำมาฟังเพลงในปัจจุบันนั่นก็คือ Smartphone นั่นเอง และยิ่งในการฟังเพลงปัจจุบันนั้นได้เกี่ยวเนื่องกับระบบ Streaming ด้วยแล้ว Smartphone ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีประสิทธิภาพที่ค่อนข้างดีเพื่อการประมวลผลและทำงานได้อย่างไหลลื่นนั่นเอง ซึ่ง ไอโฟน11 ก็ถือว่าตอบโจทย์ด้วยประการทั้งปวงเพราะว่ามี CPU Apple A13 ทั้งนี้พื้นที่เก็บข้อมูลมีทั้ง 64, 128 และ 256 GB สามารถโหลดเพลงได้อย่างสบาย ๆ เลย

                และนี่ก็คือความบันเทิงที่คุ้มค่ากับ ราคาไอโฟน11 แน่ ๆ ซึ่งหวังว่าจะถูกใจทุกท่านกันนะครับ โดยช่วงนี้ก็เหมาะมาก ๆ ที่จะเป็นเจ้าของ ไอโฟน 11 กันนั่นเอง

11.11 Power Buy ขาช้อปรุ่นใหม่ควรมีอะไรต้องเตรียมใส่ตะกร้า

11.11 Power Buy

            เทศกาลช้อปปิ้งในช่วงปลายปีนั้นต้องบอกว่ามีมาให้ได้ขาช้อปได้เลือกซื้อเลือกใช้กันมากมายเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าสินค้าที่ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่นั้นก็คือเรื่องราวของเทคโนโลยีซึ่งมีมากมายให้ได้เลือกซื้อไปใช้งานอย่างมากมาย ทั้งด้านโปรโมชั่นและราคาที่ไม่แพง ดังนั้นเมื่อถึงเทศกาล 11.11 Power Buy แล้วนั้น สินค้าเทคโนโลยีมากมายจึงรอให้คุณได้พบตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เราจะพาทุกท่านไปดูกันว่าสินค้าที่ถูกใจคนรุ่นใหม่ในหมวดเทคโนโลยีมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง ไปดูพร้อม ๆ กันเลยครับ

                1. iPhone 11

                ในช่วงเวลานับ 10 ปีมานี้ iPhone จากผู้ผลิต Apple เป็นเหมือนอุปกรณ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้ Smartphone เป็นอย่างมาก ซึ่งในทุก ๆ ปีก็จะมีแต่ละรุ่นที่ออกมาสร้างกระแสด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับผู้ใช้อยู่ตลอดเวลา อย่างที่เพิ่งเปิดตัวกันไปในปี 2020 ก็จะเป็น iPhone 12 ที่ประสิทธิภาพมากมายช่วยให้ชีวิตของเราง่ายมากยิ่งขึ้น แต่ว่าในช่วงที่ iPhone 12 กำลังจะวางตลาดนั้นเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งให้ผู้ที่กำลังเล็ง iPhone 11 ที่เป็นรุ่นที่กำลังวางตลาดทั่วไปในปัจจุบันนั้นก็จะมีราคาที่ถูกกว่าเดิมและมีโปรโมชั่นมากมาย ยิ่งใกล้ช่วงเวลาแห่งการช้อปปิ้งในโลกออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่ด้วยแล้ว ยิ่งไม่ควรพลาดที่จะทำการจับจองเป็นอย่างยิ่ง โดยสเปคโดยรวมของ Smartphone นี้คือ ใช้ชิปประมวลผล CPU A13 Bionic ใช้ Neural Engine รุ่นที่ 3 ในส่วนของหน้าจอ Liquid Retina HD ใหญ่จุใจขนาด 6.1 นิ้ว สามารถกันน้ำลึก 2 เมตร ได้ที่เวลา 30 นาที มาตรฐาน IEC 60529 กล้องหลัง 2 ตัว กล้องหน้า 1 ตัว ซึ่งทั้งหมดนี้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในปัจจุบันนี้เป็นอย่างมาก ดังนั้นเตรียมตัวเป็นเจ้าของกันไว้ให้ดีนะครับ

                2. Nintendo Switch

                เกมเปรียบเสมือนสิ่งที่หลาย ๆ คนนิยมมาเป็นเวลานาน เครื่องเล่นเกมต่าง ๆ ก็ได้ถูดพัฒนาขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามเทคโนโลยีที่มีมากขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่า Nintendo Switch ก็เป็นเครื่องเล่นเกมที่ได้รับความนิยมในอันดับต้น ๆ ตอนนี้เลยทีเดียว เนื่องจากมีคุณสมบัติที่หลากหลายทั้งการเป็นเครื่องเล่นเกมแบบมือถือและสามารถเล่นในระบบคอนโซลได้เต็มรูปแบบ ซึ่งลูกเล่นต่าง ๆ ก็มีมากมายในระบบเกมเพลย์ที่สามารถใช้อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้ โดยในตอนนี้ Nintendo Switch นั้นก็ได้มีออกมาให้ได้เลือกกันทั้งหมด 2 รุ่นทั้ง Nintendo Switch แบบตัวปกติที่สามารถแยกจอยออกมาเล่นเป็น 2 คนทั้งยังต่อออก TV ได้และอีกแบบก็คือ Nintendo Switch Lite ที่มาในขนาดที่เล็กและเบาแต่ว่าไม่สามารถเชื่อมต่อออก TV ได้นั่นเอง ซึ่งจุดเด่นของเครื่องนี้ก็มีทั้งความสวยงามของกราฟิกในแบบการเล่นกับโหมดมือถือที่ใกล้เคียงกับคอนโซลที่สุด กับการที่ผู้ผลิตเป็นค่าย Nintendo ซึ่งมีซีรีย์เกมที่ได้รับความนิยมมากมายไม่ว่าจะเป็น Mario, Pokémon หรือว่า Zelda ซึ่งทั้งหมดนั้นก็เป็นซีรีย์ที่สนุกสนานเป็นอย่างมาก

                นี่คือส่วนหนึ่งของสินค้าเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่คุณจะขาดไปไม่ได้เลยสำหรับในช่วง 11.11 Power Buy ซึ่งถ้าเกิดว่าใครยังไม่มีนั้นก็เตรียมตัว Login หยิบใส่ตะกร้าไว้ได้เลย เมื่อถึงช่วงเวลานั้นแล้วจะได้เป็นเจ้าของกันอย่างง่าย ๆ

วิธีเลือกซื้อเพื่อที่จะได้เสาะหาอุปกรณ์ที่เหมาะกับตัวคุณ

วิธีเลือกซื้อเพื่อที่จะได้เสาะหาอุปกรณ์ที่เหมาะกับตัวคุณ และเพลิดเพลินกับ กล่องทีวีดิจิตอล ได้อย่างสบายๆ Set-top box อ่านว่า เซ็ต-ท็อป-บ็อกซ์ มีลักษณะทางกายภาพภายนอกเป็นกล่องลูกบาศก์สี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่หน้าตาคุ้นหน้าคุ้นตากันดีสำหรับคนที่ใช้ระบบทีวีดาวเทียมอยู่แล้ว หน้าที่หลักๆของมันคือรับสัญญาณดิจิตอลทีวี (หรือที่เรียกกันว่า DVB-T2) แล้วทำการแปลงออกเป็นภาพและเสียงไปโชว์บนจอทีวี ซึ่งเป็นช่องทางเดียวที่ทีวีรุ่นเก่าๆ จะสามารถรับชมดิจิตอลทีวีได้แบบเต็มที่

กล่องทีวีดิจิตอล

ซึ่งถ้ามองไปในตลาดบ้านเรา ณ​ ตอนนี้ที่ผู้ผลิตหลายเจ้าพากันเข็นสินค้าออกมาขายอย่างหนักหน่วง ทำให้มี Set-top box มากมายหลายประเภทเกิดขึ้นมาสร้างความมึนงงให้กับผู้ใช้ดิจิตอลทีวีมือใหม่กันพอสมควร ทีมงานจึงจะขอแบ่งประเภทของเซ็ตท็อปบ็อกซ์ตามความสามารถออกเป็น 3 ประเภท ดังต่อไปนี้

Audyssey Setup Microphone 1. Set-top box แบบเบสิก มีหน้าที่อย่างเดียวคือรับและแปลงสัญญาณแล้วส่งเป็นภาพกับเสียงออกไปโชว์บน จอทีวี เป็นแบบที่หาซื้อใช้งานได้ง่ายที่สุดรวมถึงได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีราคาถูกและตอบสนองการใช้งานขั้นพื้นฐานได้ครบ

Complete Menu 2. Set-top box แบบผสมมีเดียเพลเยอร์ สำหรับกล่องรับสัญญาณประเภทนี้จะถูกเพิ่มความสามารถในการเล่นไฟล์มัลติมีเดียเข้ามา อาทิ เช่น ไฟล์เสียง, ไฟล์ภาพ รวมไปถึงไฟล์วิดีโอต่างๆ ผ่านทางช่อง USB หลักการทำงานจะคล้ายๆกับ HD Player แต่สามารถรับสัญญาณดิจิตอลทีวีได้ โดยจะมีราคาสูงกว่าแบบแรกขึ้นมาหน่อย เหมาะกับคนที่ชอบความคุ้มค่า ซื้อ 1 ได้ถึง 2 อะไรประมาณนี้

Audyssey Setup Microphone 3. Set-top box แบบไฮบริด แน่นอนว่าก่อนที่จะมีระบบดิจิตอลทีวีเข้ามา หลายบ้านอาจจะได้ใช้บริการทีวีดาวเทียมอยู่แล้ว ครั้นจะทิ้งไปเลยก็เสียดายรายการโปรดที่อุตส่าห์ติดตามมานมนาน จึงเป็นที่มาของกล่องรับสัญญาณที่สามารถทำงานได้สองระบบ คือรับได้ทั้งสัญญาณดิจิตอลทีวี (DVB-T2) และสัญญาณดาวเทียม(DVB-S2) และเนื่องจากเป็นรุ่นท็อปสุดจึงเป็นที่แน่นอนว่ามันต้องพกพาเอาความสามารถในการเล่นไฟล์แน่นอน ความสามารถเยอะขนาดนี้ กล่องทีวีดิจิตอล ราคา สูงเป็นธรรมดา แต่ก็คุ้มค่าที่จะลงทุนเช่นเดียวกัน

หลักในการเลือกซื้อ Set-top box

หลังจากที่ได้รู้จักหน้าที่และประเภทของกล่องรับสัญญาณกันไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะหยิบกระเป๋าตัง(และคูปอง กสทช.)ออกไปหาซื้อมาใช้งานกันซักกล่อง สถานที่เป้าหมายก็คงหนีไม่พ้นห้างสรรพสินค้าและร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำที่มีอยู่ทั่วไทย ฉะนั้นก่อนที่จะไปโดนพนักงานขายกล่อม เรามาดูหลักการเลือกซื้อกันดีกว่า เพื่อที่จะได้ไม่พลาดจุดสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนจ่ายเงินไป

จุดที่หนึ่ง “สติ๊กเกอร์และสัญลักษณ์”

ในที่นี้หมายถึงสติ๊กเกอร์สองแบบที่ออกโดย กสทช. ซึ่งได้แก่สติ๊กเกอร์ตราครุฑอันเป็นสติ๊กเกอร์หลักและสติ๊กเกอร์ตัวมาสค็อต “น้องดูดี” ที่เป็นการการันตีว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นๆ ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก กสทช. เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะใช้งานร่วมกับระบบดิจิตอลทีวีของประเทศไทยได้อย่างเต็มระบบไม่มีตกหล่น

นอกจากนี้ ยังหมายถึงตราสัญลักษณ์สำคัญๆต่างๆ อย่างเช่น DVB-T2 ที่เป็นชื่อเรียกที่แท้จริงของระบบสัญญาณดิจิตอลทีวีของไทย ฉะนั้นก่อนจะซื้อเราก็ควรที่จะต้องดูก่อนว่า Set-top Box ตัวนี้สามารถใช้งานร่วมกับระบบ DVB-T2 ได้หรือไม่ เน้นว่าต้องเป็น DVB-T2 เท่านั้นนะ DVB-T เฉยๆก็ไม่ได้

จุดที่สอง “ช่องต่อ”

ปัญหาปวดหัวที่หลายคนต้องเจอคือควรจะเลือกกล่องที่มีช่องต่ออะไรบ้าง โดยส่วนใหญ่แล้วกล่อง Set-top box มักจะมาพร้อมกับช่อง HDMI ซึ่งตอนนี้กลายเป็นพอร์ตหลักๆในการใช้งานกับทีวีที่เป็นจอแบนทั้งหลายแหล่(LCD, LED, OLED, Plasma) แต่! หากบ้านใครยังใช้ทีวีตู้ใหญ่ดีไซน์คลาสสิคอยู่ก็อยากจะให้มองหาช่องต่ออะนาล็อคแบบรูปด้านล่างไว้ ถึงจะใช้งานกับทีวีของท่านได้

นอกจากนี้ ก็จะมีช่องอื่นๆอีก อาทิ เช่น USB ซึ่งเป็นการบอกอย่างเป็นนัยน์ๆว่ากล่องตัวนี้มีความสามารถในการเล่นไฟล์มัลติมีเดียได้ ซึ่งเข้าข่ายกล่องประเภทที่สอง ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นผม รวมไปถึงช่องต่อ Antenna หรือสายอากาศว่าสามารถใช้งานกับของที่บ้านได้หรือไม่ เกิดซื้อผิดมาล่ะก็วิ่งหาตัวแปลงกันแย่เลย

จุดที่สาม “หน้าปัด”

 หน้าปัดเป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรมองข้ามเพราะเมื่อดิจิตอลทีวีเดินหน้าเต็มระบบเมื่อใด ช่องฟรีทีวีจะมีเข้ามาให้คุณรับชมมากกว่า 48 ช่อง ซึ่งเยอะกว่าเดิมราว 10 เท่า ฉะนั้น ถ้าไม่มีหน้าปัดแสดงผลบอกสักนิดว่าตอนนี้เราอยู่ที่ช่องอะไร คงจะต้องเปลี่ยนช่องกันตาเหลือกกว่าจะถึงช่องที่เราต้องการชมแน่นอน แต่ว่าถ้าใครที่สามารถใช้งานอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ได้คล่องอยู่แล้วคงจะไม่ค่อยจำเป็น เพราะสามารถดูรายละเอียดได้ผ่านทาง EPG(Electronic Program Guide) ของตัวเครื่องบนจอทีวีได้นั่นเอง

จุดที่สี่ “ระยะเวลารับประกัน”

การรับประกันเป็นเรื่องสำคัญมากๆเวลาที่เราจะพิจารณาซื้ออะไรบางอย่าง เพราะเราไม่รู้ว่าสินค้าตัวที่ได้มานั้นอาจจะเป็นหนึ่งในหลายล้านตัวที่มีปัญหาจากการผลิตก็เป็นได้ ฉะนั้นยิ่งประกันยาวนานเท่าไร ก็ยิ่งทำให้เราอุ่นใจได้มากขึ้นเท่านั้น อย่าลืมย้ำถามกับพนักงานขายด้วยนะ เพราะบางยี่ห้อก็อาจมีเทคนิคการขายที่ทำให้ระยะเวลาไม่เป็นดั่งโฆษณาก็เป็นได้

กล่องทีวีดิจิตอลระบบการส่งผ่านสัญญาณ

กล่องทีวีดิจิตอล หรือ ดิจิตอลทีวี คือ ระบบการส่งผ่านสัญญาณ ภาพ วิดิโอและเสียงในระบบดิจิตอลตั้งแต่ต้นทางเสาอากาศภาคพื้นดิน จนถึงทีวีบ้านเรา การส่งสัญญาณโทรทัศน์มีด้วยกัน สองแบบคือ Analog กับ Digital แต่เดิมนั้น ระบบอนาลอคค่อนข้างมีข้อจำกัดอยู่มาก เช่น หากทีวีอยู่ใกล้เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือแม่เหล็ก ภาพก็จะสั่นไหว เมื่อสัญญาณอื่นเข้าแทรกภาพก็จะเป็นจุด เป็นเส้น ไม่ชัดเจน เทคนิคการปรับให้ชัดเจนขึ้นอยู่กับบุคคลว่าจะจูนหาสัญญาณได้มากน้อยแค่ไหน หรือโทรทัศน์ที่รับสัญญาณอยู่ไกลจากตัวส่งสัญญาณมาก มีสิ่งปลูกสร้างหรือภูเขาบังก็จะรับสัญญาณไม่ได้

กล่องทีวีดิจิตอล

ระบบ กล่องทีวีดิจิตอล นั้นจึงถือว่าดีกว่าระบบอนาลอคทุกประการทั้งภาพที่คมชัดกว่า ไม่มีสัญญาณรบกวน หากรับสัญญาณได้ก็จะชัดเจน แต่ถ้าไม่ได้ภาพก็จะไม่ขึ้นเลย อีกทั้งอัตราส่วนต่อภาพที่ไม่ผิดเพี้ยน16:9 ซึ่งแต่ก่อนเป็น 4:3  ช่องให้รับชมก็มากกว่า จาก 24 ช่องฟรี เป็น 48 ช่องฟรี โดย ครึ่งหนึ่งเป็นของเอกชนและอีกครึ่งของรัฐบาล

การส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิตอลมีสองระบบ คือ DVB-T  (Digital Video Broadcasting – Terrestrial ) และ DVB-T2 (Digital Video Broadcasting – Terrestrial 2nd generation) ประเทศไทยนั้นใช้ระบบ DVB-T2 เป็นระบบที่ได้พัฒนามาจากตัวแรก โดยมีข้อดีกว่าคือ ช่องสัญญาณมากกว่าและมีความละเอียดสูง สามารถส่งแบบ HD หรือFull HD ได้ ระยะที่ส่ง ส่งได้ไกลกว่าเดิม แล้วเราจะทำอย่างไรถึงจะดูทีวีดิจิตอลได้

ใช้กล่องรับสัญญาณ Digital TV หรือ ( Set Top Box ) เป็นกล่องรับสัญญาณที่แปลงสัญญาณ ดิจิตอลที่ส่งมาเป็นอนาลอค นั่นหมายถึง คุณไม่ต้องซื้อทีวีใหม่ เพียงแค่คุณมีกล่องนี้ ไม่ว่าจะทีวีรุ่นไหนก็สามารถดูได้หมด โดยทีวีรุ่นใหม่หน่อย CRT / LCD TV / LED TV / PLASMA TV ถ้ามีช่อง HDMI เราสามารถเชื่อมต่อกับทางนี้เพื่อรับชมได้เลยหรือถ้าเป็นทีวีเก่าจอแก้ว ยังใช้สาย AV แดง ขาว เหลือง ก็เชื่อมต่อรับชมได้เช่นกัน

ใช้ทีวีที่มี Digital tuner แบบ DVB-T2 สำหรับท่านที่อยากเปลี่ยนทีวีใหม่ จอใหญ่ และบาง ก็สามารถเลือกซื้อทีวีที่รองรับระบบนี้ และรับชมได้โดยตรงไม่ต้องต่อสายอะไรให้ยุ่งยากอีกต่อไป

สำหรับผู้ที่ใช้ระบบดาวเทียม จานแดงหรือเหลือง ก็สามารถรับชมได้ปกติ ไม่ต้องปรับอะไรเพราะตัวจานได้ปรับสัญญาณไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

สำหรับประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา เรายังใช้ทั้งสองระบบทั้ง Analog และ Digital ควบคู่กันไป ซึ่งบางบ้านที่ไม่มี Digital TV ที่สามารถรับ DVB-T2 และยังไม่มี Set Top Box ก็ยังคงรับชมโทรทัศน์ได้ปกติ ผ่านการส่งสัญญาณแบบ Analog  ปัจจุบันรัฐบาลมีข้อตกลงว่าจะแพร่ภาพระบบ Analog และ Digital ควบคู่กันไป จนถึงปี 2563 หรืออีก ประมาณ 2 ปี

อุปกรณ์ไฟฟ้าอีกหนึ่งชิ้นที่เราทุกคนพบเจอกันในชีวิตประจำวัน คือสาย HDMI ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นหลายแบบด้วยกันและในแต่ละแบบต่างก็มีเสียงใช้งานที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นก่อนที่คุณจะซื้อสาย HDMI มาใช้วันนี้เราก็อยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับสาย HDMI รูปแบบต่างๆ กัน โดยสายในแต่ละประเภทนั้น จะได้รับการทดสอบประสิทธิภาพอย่างเข้มงวดก่อน เมื่อผ่านการทดสอบแล้วก็จะได้รับใบอนุญาตให้ใช้โลโก้บนตัวสินค้าได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของสายนั้น ก็อาจมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ก็ได้ เช่นสายแบบ Standard อาจส่งสัญญาณได้มากถึง 1080 P ซึ่งจำนวนนี้ก็คือมากกว่ามาตรฐานนั่นเอง แต่ถึงอย่างไรก็ไม่อาจส่งใช้กับสัญญาณภาพ 3D ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือสาย HDMI บางรุ่นบางเจ้าสายทำมาเพื่อให้รองรับกับปริมาณข้อมูลเกินมาตรฐาน ที่ได้กำหนดเอาไว้ทำให้มีความมั่นใจมาก ในการรับประกันต่อลูกค้าว่าไม่ว่าอุปกรณ์ของคุณจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือได้รับการอัพเกรดเป็นอย่างไร สายของ HDMI ก็ยังจะยังคงใช้งานได้อยู่ซึ่งถ้าคุณต้องการที่จะเลือกซื้อไปใช้งาน ก็ขอให้ลองพิจารณากันดูดีๆ เพื่อความคุ้มค่ากับเงินและระยะเวลาในการใช้

11.11 Power Buy แล้วมาดูดีกว่าว่าจะซื้อ TV ต้องดูที่อะไร

11.11 Power Buy

            ยิ่งใกล้ช่วง 11.11 Power Buy มาทีไร กระเป๋าเงินของใคร ๆ ก็เริ่มสั่นขึ้นมา เพราะว่าราคาและโปรโมชั่นของสินค้าต่าง ๆ นั้นช่างดึงดูดเหลือเกิน และแน่นอนว่าสินค้าที่หลายคนกำลังเล็งกันอยู่นั้นก็คือ TV นั่นเอง เพราะว่าเป็นสินค้าทางด้านเทคโนโลยีที่ยังคงเป็นที่นิยมอยู่ตลาดเวลาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ว่า TV ก็มีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยมาตามยุคตามสมัย มีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาเพิ่มให้กับอุปกรณ์ชิ้นนี้มากมาย ซึ่งเราจะพาทุกท่านไปดูกันว่าในช่วงนั้นมีวิธีการเลือกดู TV อย่างไรบ้าง

                1. อย่าลืมดูขนาดของหน้าจอ

                ต้องบอกเลยว่าสิ่งที่เป็นเรื่องที่คนที่จะซื้อ TV หลาย ๆ คนต้องดูเป็นอันดับแรก ๆ นั้นก็คือขนาดของหน้าจอนั่นเอง ซึ่ง TV ที่ใช้กันตามบ้านในยุคใหม่ ๆ ทั่วไปนั้นจะมีขนาดที่ใหญ่ประมาณ 20 นิ้วขึ้นไปจนถึงประมาณ 80 นิ้วนั่นเอง ซึ่งการเลือกขนาดของหน้าจอที่สำคัญนั้นไม่ใช่แค่ว่าเลือกหน้าจอใหญ่จะดี แต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานที่สุดต่างหาก โดยถ้าคุณจะนำไปไว้ในห้องเล็ก ๆ อย่างห้องนอนหรือว่าห้องกินข้าว ที่มีพื้นที่ไม่ใหญ่มากก็ให้เลือกที่มีขนาด 24 ถึง 32 นิ้วก็ถือว่ากำลังดี แต่ถ้าหากว่าต้องนำไปใช้ในห้องที่มีขนาดใหญ่ก็ควรเลือกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไปกว่าเก่านั่นเอง เพราะว่าถ้าหากว่าเลือก TV ที่มีขนาดเล็กไปอยู่ในห้องใหญ่ก็จะดร็อปประสิทธิภาพทั้งในด้านภาพและเสียงไปนั่นเอง

                2. ความคมชัดแบบ Full HD หรือ Ultra HD ดี

                ในยุคปัจจุบันเรื่องของเทคโนโลยีความคมชัดนั้นถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยโดยมาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุดนั้นก็คงจะเป็น Full HD 1080p หรือ 1920×1080 ซึ่งสามารถถ่ายทอด Content ออกมาได้ค่อนข้างชัดและสบายตาโดย Content 1080p นั้นเรียกได้ว่ามีหลากหลายหาดูได้ง่ายเลยทีเดียว แต่ว่าเทคโนโลยีด้านภาพที่ถือว่ามาแรงและราคาก็ค่อนข้างถูกมามาก ๆ แล้วก็เป็นความคมชัดแบบ Ultra HD หรือ 4K นั่นเอง โดยมีความคมชัดกว่า Full HD 1080P ถึง 4 เท่า หรือว่า 3840×2160 นั่นเอง ซึ่งหลายคนคาดว่าอาจจะมาเป็นมาตรฐานใหม่ของความคมชัดด้านภาพเลยก็ได้ แต่ว่า Content ที่เป็นแบบ 4K ในปัจจุบันนั้นอาจจะยังมีไม่มากเท่าแบบ Full HD ดังนั้นการเลือกนั้นคงต้องดูที่ความต้องการเป็นหลักว่าต้องการดู Content ที่มีความคมชัดมากแค่ไหน และสถานที่ในการติดตั้งมีเยอะไหม เพราะ TV แบบ 4K นั้นจะสามารถแสดงประสิทธิภาพดีที่สุดตั้งแต่ 65 นิ้วขึ้นไป นั่นเอง

                3. Smart TV ดีไหม

                เทคโนโลยี Smart TV นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานในยุคนี้ต้องการเป็นอย่างมาก เพราะว่าสามารถเชื่อมต่อ Internet และ ใช้งาน Application ต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น เข้าถึงบริการสตรีมมิ่งวิดีโอจาก YouTube และ Netflix ได้ ดังนั้นถ้าหากว่างบถึงนั้นก็เลือกที่เป็น Smart TV จะดีที่สุด เพื่อการใช้งานในอนาคตนั่นเอง

                และนี่คือคำแนะนำของการเลือกซื้อ TV ในช่วง 11.11 Power Buy ที่จะมาถึง หวังว่าทุกท่านจะนำไปใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจกันนะครับ

ซัม-ซุง A71 กับ Application สำหรับทุกคนในครอบครัว

ซัม-ซุง A71

                Smartphone เปรียบเสมือนอุปกรณ์หลักในชีวิตประจำวันที่ทุกเพศทุกวัยใช้งานกัน ด้วยคุณสมบัติของ Smartphone รุ่นต่าง ๆ ก็มีมากมายในราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้อุปกรณ์ชิ้นนี้แพร่กระจายและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและแน่นอนว่าบริษัทผู้ผลิต Smartphone ชื่อดังอย่าง Samsung นั้นก็ได้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดีในราคาที่ใช้ได้กันทุกเพศทุกวัยขึ้นมานั่นก็คือ Samsung A71 หรือ ซัม-ซุง A71 นั่นเอง โดยครอบคลุมความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานอย่างหลากหลาย ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่จำเป็นในการใช้งานนั่นก็คือ Application ต่าง ๆ ที่มีให้เลือกตามความต้องการ ซึ่งครั้งนี้เราจะมาแนะนำว่าผู้ใช้งาน Samsung A71 ที่อยู่ในครอบครัว ทั้งพ่อ แม่ ลูก ปู่ ย่า นั้นควรมี Application ไหนติดเครื่องกันบ้าง

                1. Investing.com

                สำหรับผู้นำครอบครัวอย่างคุณพ่อนั้นอาจจะมีการวางแผนในเรื่องของการเงินซึ่งกิจกรรมที่นิยมกันมาก ๆ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนนั่นก็คือการเล่นหุ้นนั่นเอง และการเล่นหุ้น Online นั้น และ Samsung A71 ก็สามารถทำให้การเล่นหุ้น Online นั้นเป็นไปได้อย่างง่ายดาย ด้วยขนาดหน้าจอที่ค่อนข้างใหญ่แสดงข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน และประมวลกราฟิกต่าง ๆ ได้ค่อนข้างรวดเร็วแม่นยำ มีการเชื่อมต่อ Internet ได้หลายช่องทางไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวในวงการหุ้นที่สำคัญ ซึ่ง Application ที่เกี่ยวกับการเล่นหุ้น Online นั้นก็มีให้เลือกมากมาย แต่มี่อยากจะแนะนำและสามารถทำงานร่วมกันกับ Samsung A71 ได้เป็นอย่างดีนั่นก็คือ Investing.com นั่นเอง เพราะว่าสามารถติดตามสถานการณ์หุ้นจากทั่วโลกได้อย่างง่าย ๆ และอัปเดตอย่างรวดเร็ว ด้วยการออกแบบกราฟิกที่ดูได้ง่ายไม่ซับซ้อน แถมยังปรับแต่งสร้างสิ่งที่คุณต้องการดูได้ด้วยตัวเองอีกด้วย

                2. ChingCanCook

                การทำอาหารนั้นเป็นกิจกรรมที่อยู่คู่กับคุณแม่หรือแม่บ้านอย่างแยกกันไม่ค่อยได้ แม่บ้านยุคใหม่หลาย ๆ คนก็ใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้การทำอาหารและเป็นประตูเพื่อเพิ่มเมนูใหม่ ๆ ผ่านช่องทาง Application ที่เชื่อมต่อ Internet อย่าง ChingCanCook ที่เมื่อเปิดบน Samsung A71 แล้วก็จะได้พบกับเมนูที่หลากหลายจากนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ไทย จีน ญี่ปุ่น หรือจากตะวันตก โดยสามารถเปิดได้ในขณะทำอาหารไปด้วย เพราะว่า Samsung A71 ถึงจะมีจอขนาดใหญ่แต่ก็อยู่ในดีไซน์ของ Smartphone ที่สามารถจับถือและวางได้ค่อนข้างง่ายนั่นเอง ดังนั้นการทำอาหารของคุณแม่จะไม่จำเจอีกต่อไป

                3. นิทานก่อนนอน นิทานอีสป

                เด็ก ๆ หรือลูก ๆ ในบ้านนั้นย่อมที่จะได้รับการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องพัฒนาการและการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ และ Smartphone อย่าง Samsung A71 ก็ได้กลายเป็นสื่อสมัยใหม่ที่ช่วยให้เด็ก ๆ ได้มีจินตนาการที่กว้างไกลมากขึ้นด้วย Application นิทานอีสป ที่สนุกสนานและมีคติสอนใจ ซึ่งมีทั้งเวอร์ชั่นของตัวหนังสือให้อ่านหรือว่าจะนอนฟังจากเสียงที่อ่านผ่านลำโพงก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่ามาพร้อมกับรายชื่อนิทานหลากหลาย มีการออกแบบงาน Art ที่ใช้สีสันสวยงาม เรียกได้ว่าเป็นที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ หรือลูก ๆ ในบ้านแน่นอน

                4. สวดมนต์

                สำหรับ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่นับถือศาสนาพุทธนั้น การสวดมนต์ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างได้รับความนิยมมาก เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้มีสมาธิและจิตใจสบายคลายกังวล และมีผลดีในด้านความเชื่อตามศาสนอีกด้วย ซึ่ง Smartphone ก็มี Application ดี ๆ ที่ช่วยเรื่องการสวดมนต์อย่างเช่นที่ใช้ชื่อตรงตัวว่า สวดมนต์ โดย Application นี้ได้รวบรวมบทสวดมนต์เอาไว้อย่างมากมายพร้อมเสียงและคำแปล เรียกได้ว่าเป็นธรรมะสมัยใหม่ใกล้ตัวคุณจริง ๆ

                และนี่คือ Application สำหรับทุกคนในครอบครัวที่สามารถใช้ได้บน Smartphone Samsung A71 หรือ ซัม-ซุง A71 น่าจะถูกใจกันนะครับ

10.10 Power Buy การตลาดแบบกองโจร!

10.10 Power Buy การตลาดแบบกองโจร! ในปัจจุบัน กลวิธี และเทคนิคทางการตลาดได้ถูกคิดค้นและนำเสนอออกมาอย่างต่อเนื่อง ตามกระแสไหลเวียนและเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมผู้บริโภค แต่การที่ผู้ประกอบการจะใช้กลยุทธ์ทุ่มงบการตลาดและโฆษณาจำนวนมหาศาล เพื่อขายสินค้าและสร้างแบรนด์ให้กับธุรกิจ คงทำไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เพราะด้วยสภาวการณ์แข่งขันที่สูงมากในปัจจุบัน กลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้ทุนน้อย แต่สร้างการจดจำในแบรนด์ได้เป็นอย่างดี จึงถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจ SMEs หรือแคมเปญใหญ่ๆ ในเดือดๆ นึง อาทิ 10.10 Power Buy ซึ่งหลายๆ ครั้ง อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องทุน ต้องทำการตลาดบนพื้นฐานภายใต้งบประมาณอันน้อยนิด แต่ต้องสร้างการจดจำและดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้มาก ในเวลาอันรวดเร็ว

10.10 Power Buy

ดังนั้น “การตลาดแบบกองโจร” หรือ Guerrilla Marketing จึงน่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสม เพราะธุรกิจไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนเยอะ แต่อาศัยความคิดสร้างสรรค์และความรวดเร็วในการสร้างความได้เปรียบ และต้องรู้จักจังหวะ รู้จักการโหนกระแส เหมือนรอให้จังหวะเหมาะเจาะแล้วค่อยโจมตี สิ่งสำคัญการทำตลาดแบบกองโจรต้องอาศัยการสื่อสารแบบตรงไปตรงมา ต้องสร้างสรรค์ สร้างความตื่นเต้น สร้างการมีส่วนร่วม และใช้ทุนน้อย

การตลาดแบบกองโจร เมื่อสู้กันตรงๆไม่ได้ ก็ต้องลอบโจมตีแบบกองโจร คำว่า Guerilla จึงเกิดขึ้น คำนี้มีต้นกำเนิดมาจากภาษาเสปน จากคำว่า Guerra แปลว่า สงคราม เนื่องจากเมื่อก่อนเวลาทำสงครามกัน ถ้าเจอศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า มีทหารมากกว่า การสู้แบบตรงๆซึ่งหน้าจะเสียเปรียบ จึงได้มีการคิดกลยุทธ์การต่อสู้แบบกองโจรขึ้นมา ซึ่งนำจุดเด่นด้านความได้เปรียบเทียบทางภูมิศาสตร์ และความรวดเร็วคล่องตัวมาใช้ เช่นเดียวกับการแข่งขันทางการตลาด (Marketing Warfare) และก็ได้มีการสร้างกลยุทธ์ที่ชื่อว่า Guerilla Marketing การตลาดแบบกองโจร ขึ้นมา

ซึ่ง Concept ของการตลาดแบบกองโจร (Guerilla Marketing) คือ การสร้างการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ด้วยความน่าสนใจ ตื่นเต้น ประหลาดใจ และประสบการณ์ใหม่ๆให้กับผู้บริโภค  หรืออาจเป็นการนำส่วนประสมทางการตลาด ในด้าน Promotion (การส่งเสริมการตลาด) ของคู่แข่ง มาดัดแปลง ปรับใช้ บวกกับการใส่ความคิดสร้างสรรค์ แล้วจึงนำมาสร้างเป็น Promotion ใหม่ของตัวเอง

โดยวิธีที่นิยมทำกันมากที่สุด คือทาง Ads โฆษณา บิลบอร์ด ป้ายต่างๆ อีเวนซ์พิเศษ มีเทคนิค คือ ความรวดเร็วในปล่อยกลยุทธ์ ตามสถานะการณ์ที่เห็นโอกาส เป็นการสุ่มทำอย่างเงียบๆ หรือบางที่อาจจะไม่มีการเปิดเผยว่าแบรนด์เป็นคนทำเอง โดยการยืมมือสื่ออื่นๆ หรือ Influencer มากระจายข้อมูล ข่าวสารแทน

ซึ่งข้อดีของกลยุทธ์ การทำการตลาดแบบกองโจร คือ ทำได้ง่าย ใช้ต้นทุนทางการตลาดไม่สูง ได้ผลลัพธ์ที่เกินความคาดหมาย และสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคได้อย่างดี ธุรกิจขนาดเล็กก็สามารถทำได้ โดย Guerilla Marketing มักจะทำร่วมกับ Viral Marketing , Content Marketing หรือ Word of Mouth (การบอกต่อ ปากต่อปาก) เพื่อกระจายข้อมูลข่าวสาร ให้เกิดกระแสการพูดถึงในวงกว้าง

ไม่ยึดติด : กลยุทธ์นี้ไม่นิยมทำกับแบรนด์ที่เป็นผู้นำตลาดอยู่แล้ว หรือแบรนด์ที่จับกลุ่มลูกค้าระดับสูง เพราะกลยุทธ์นี้เหมือนเป็นการลอกเลียนแบบกลยุทธ์ของผู้อื่น และบางทีอาจเกิดความเข้าใจผิด หรือเป็นการดิสเครดิตผู้อื่นด้วย ซึ่งอาจทำให้แบรนด์เสียชื่อเสียงได้ ส่วนนี้เป็นตัวอย่างของต่างประเทศ  เครื่องดื่ม Sprite ได้แอบไปตั้งตู้กดน้ำขนาดใหญ่ เพื่อให้คนที่เล่นน้ำทะเล มาล้างตัวแล้วสดชื่น ซึ่งทำให้เป็นจุดสนใจ และสร้างความแปลกใหม่กับผู้คนได้

Power Buy 10.10 เตรียมจัดเต็มกับ Accessories ของ Smartphone

Power Buy 10.10

                Smartphone ในยุคปัจจุบันนั้นเรียกได้ว่าเป็นเหมือนอุปกรณ์สำคัญที่คนรุ่นใหม่แทบทุกคนต้องมีติดตัวกันเป็นปกติเพื่อที่จะช่วยให้ชีวิตและไลฟ์สไตล์สะดวกสบายมากขึ้นเพราะว่าคุณสมบัติความอเนคประสงค์ของ Smartphone มากมายหลายรุ่น และสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้อีกเหมือนกันก็คือ Accessories ของ Smartphone ที่ช่วยทำให้ขอบเขตความสามารถของ Smartphone นั้นเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยในช่วง Power Buy 10.10 ที่เต็มไปด้วยของลดราคาให้ได้เลือกซื้อกันในโลกออนไลน์มากมาย Accessories ของ Smartphone มากมายก็กำลังรอคุณอยู่ เราจึงจะมาบอกว่ามีสิ่งไหนที่ห้ามพลาดกันบ้าง และมีวิธีการเลือกดูอย่างไรลองมาดูกันเลยครับ

                1. Case

                สิ่งที่คนใช้ Smartphone เกือบทุกคนต้องมีไว้ใช้งานควบคู่กันก็คงหนีไม่พ้น Case นั่นเอง เพราะว่าเป็นสิ่งที่ทั้งเพิ่มความสวยงามให้กับตัว Smartphone เอง รวมถึงปกป้องตัวเครื่องจากการกระทบกระแทกหรือรอยขีดข่วนต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกมาก ๆ โดย Case ของ Smartphone นั้นมีอยู่ด้วยกันหลัก ๆ 2 ประภทด้วยกัน

                – Soft Case

                เป็นแบบที่ได้รับความนิยมกันมากสำหรับบุคคลทั่ว ๆ ไป โดยมักจะทำมาจาก TPU และ ซิลิโคน Case แบบนี้มีจุดเด่นก็คือมีความยืดหยุ่นสูงมีลวดลายสวยงามมากมาย และยังสามารถป้องกันการกระแทกได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ยังสามารถหาซื้อได้ง่ายมีในท้องตลาดมีราคาไม่แพงอีกด้วย แต่ว่าอายุการใช้งานก็อาจจะสั้นไม่ได้ยาวนานเท่าไหร่

                – Hard Case

                Case ประเภทนี้ก็ทำมาจากวัสดุที่หลากหลายเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะทำมาจากพลาสติกแบบแข็งไปจนถึงไม้เลยทีเดียว จุดเด่นก็คือความสวยงามแบบคลาสิกและมีความแข็งแรงทนทานในระดับสูงเลยทีเดียว แต่น้ำหนักก็อาจจะเยอะและเวลาสวมใส่กับ Smartphone ก็จะทำให้เป็นรอยได้ค่อนข้างง่าย เป็นต้น

                ดังนั้นในการเลือก Case Smartphone ให้เหมาะสมกับตัวเองนั้นต้องดูก่อนว่าเราเป็นผู้ใช้งานแบบไหน อย่างเช่นถ้าหากต้องเดินทางอยู่นอกสถานที่บ่อย ๆ ต้องการความสะดวกสบายก็ควรใช้แบบ Soft Case แต่ถ้าใครมีกิจกรรมที่ต้องเสี่ยงต่อการตกหล่นก็แนะนำให้ใช้ Hard Case เป็นต้น

                2. Power Bank

                การใช้งาน Smartphone ในยุคนี้นั้นต้องบอกว่ายาวนานในเรื่องของระยะเวลาที่ต่อเนื่องเป็นอย่างมาก เพราะว่ามีกิจกรรมมากมายที่ให้ทำ ซึ่งแบตเตอรี่ที่ติดเครื่องมานั้นบางทีอาจจะไม่เพียงพอแล้ว Power Bank จึงเข้ามาเป็นส่วนสำคัญหนึ่งอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ ซึ่งการที่จะเลือกซื้อ Power Bank นั้นก็มีหลากหลายสิ่งที่ควรรู้ เราลองมาดูกันเลย

                – ดูความจุในแบตเตอรี่ของ Smartphone

                ก่อนที่จะเลือก Power Bank นั้นควรดูที่ความจุของแบตเตอรี่ Smartphone ของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก โดยปกติจะมีหน่วยเป็นมิลลิแอมป์ หรือ mAh โดยมาตรฐานนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 3,500 mAh โดยถ้าจะเลือกซื้อ Power Bank นั้นก็ควรเลือกที่มีความจุที่มากกว่าหรืออย่างน้อยก็ให้เท่ากันเพื่อที่จะเติมกำลังไฟให้ได้อย่างเต็ม ๆ

                – Input เพื่อการชาร์จไว

                ในการชาร์จไฟด้วยความรวดเร็วนั้นสิ่งที่สำคัญจะอยู่ที่ Input นั่นเอง ความแตกต่างก็จะมีอย่างเช่น 1A จะชาร์จได้อย่างมาตรฐาน และ 2A ซึ่งจะชาร์จได้ค่อนข้างไว ยิ่งถ้ารองรับเทคโนโลยี Quick Charge ด้วยแล้วก็ยิ่งจะทำให้ความรวดเร็วเพิ่มมากขึ้นหลายเท่านั่นเอง

                Accessories ยอดนิยมของ Smartphone นั้นยังมีอยู่อีกมากมายรอให้คุณได้เป็นเจ้าของในช่วง Power Buy 10.10 เตรียมความพร้อมกันไว้ให้ดีนะครับ

ซัมซุง (Samsung) กับเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดอยู่กับที่

ซัมซุง

                ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่มีชีวิตอยู่กับเทคโนโลยีแล้วล่ะก็ Samsung หรือ ซัมซุง ก็น่าจะเป็นแบรนด์ที่คุ้นเคยกันอยู่แล้วเพราะว่าได้ส่งมอบเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นให้ใครหลาย ๆ คนมาอย่างต่อเนื่องในรูปแบบสินค้าที่รองรับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน โดยแต่ละอย่างนั้นก็มีฟังก์ชั่นที่ถูกคิดค้นมาเพื่อผู้ใช้โดยเฉพาะ เป็นเหตุให้ Samsung ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในไลน์สินค้าที่หลากหลาย โดยครั้งนี้เราจะมาแนะนำถึงสินค้าต่าง ๆ ว่ามีอะไรที่น่าสนใจและไม่ควรพลาดที่จะจับจองเป็นเจ้าของบ้าง ไปดูกันเลย!

                1. Samsung Galaxy Note 20 Ultra 5G

                Smartphone ในปัจจุบันนั้นต้องบอกว่าเต็มไปด้วยประสิทธิภาพพร้อมกันยังมีการดีไซน์และออกแบบเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายของผู้ใช้งานอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ Samsung ได้คิดมาแล้วและนำมารวมไว้ที่ Samsung Galaxy Note 20 Ultra 5G ที่มีหน้าจอขนาด 6.9 นิ้ว จอเป็น Dynamic AMOLED 2X บนความละเอียด 3088 x 1440 พิกเซล ใช้หน่วยประมวลผล Exynos 990 GPU ใช้เป็นตัวแรง Adreno 650 Ram จัดมาหนัก ๆ ที่ 8GB พื้นที่เก็บข้อมูลหรือ Rom อยู่ที่ 256GB และ 512GB แล้วแต่โมเดล และสามารถใส่ MicroSD Card ได้สูงสุดที่ 1TB การเชื่อมต่อมาครบหมด 5G, 4G LTE, Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac/ax 2.4GHz+5GHz+6GHz, Bluetooth 5.0, GPS, GLONASS, USB OTG, FM Radio, NFC กล้องถ่ายรูปก็มาแบบระดับมืออาชีพเพราะกล้องถ่ายรูปด้านหลังมาด้วยกัน 3 เลนส์ เลนส์ Wide Angle 79 องศา 108 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultra Wide 120 องศา 12 ล้านพิกเซล เลนส์ Telephoto 20 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้า 80 องศา ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล นั่นเอง และที่สำคัญมาก ๆ ก็คือสามารถทำงานร่วมกับ S-Pen ด้วย

                2. Samsung Galaxy Buds Live

                การฟังเพลงนั้นต้องบอกว่าไปกันได้ดีกับเทคโนโลยีเป็นอย่างมากและสิ่งที่หลายคนนิยมและนึกถึงก็ต้องเป็นหูฟังนั่นเอง โดย Samsung นั้นก็ได้พัฒนาหูฟังของตนเองขึ้นมาเพื่อให้ถูกใจเหล่านักฟังเพลงในชื่อ Samsung Galaxy Buds True Wireless คุณภาพดีที่ได้รับการยอมรับในเรื่องฟังก์ชั่นของการใช้งานที่หลากหลายรวมไปถึงคุณภาพเสียงที่ดี จนมาในปี 2020 ก็ได้พัฒนาอีกรุ่นขึ้นมาในชื่อ Samsung Galaxy Buds Live ซึ่งโดดเด่นตั้งแต่ดีไซน์ที่น่าสนใจในแบบ Ergonomic ซึ่งทำให้ผู้สวมใส่นั้นรู้สึกสบาย แบตเตอรี่ที่ใช้งานก็ยาวนาน และสามารถใช้งานได้ทั้ง iOS และ Android นั่นเอง

                3. Samsung Galaxy Watch Active

                Smart Watch นั้นเป็น Item ยอดนิยมมาก ๆ เลยทีเดียวเพราะว่ามีการใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ทั้งการเล่นกีฬา เรื่องงาน ไปจนถึงเป็นเครื่องประดับตามแฟชั่นที่สวยงาม โดย Samsung Galaxy Watch Active ถูกออกแบบมาให้ใช้งานทั้งหมดได้ในเครื่องเดียว โดยมีการออกแบบมาให้เป็นหน้าปัดวงกลมใช้การสัมผัสใช้นิ้วรูดขอบจอขึ้น-ลง เพื่อเพื่อเข้าถึงเมนู ตัวกระจกป้องกันรอยขีดข่วน Gorilla Glass DX+ ทั้งนี้ยังรองรับฟังก์ชั่นการออกกำลังกายกันแบบครบ ๆ เลย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะใช้ CPU Exynos 9110 กับ Ram 768MB กันน้ำกันฝุ่นในระบบ IP68

                นี่คือนวัตกรรมของ ซัมซุง (Samsung) ที่เรานำมาแนะนำคุณในรูปแบบสินค้าที่ทันสมัยนั่นเอง หวังว่าจะชื่นชอบและเลือกมาใช้งานตามความเหมาะสมของไลฟ์สไตล์กันนะครับ

Power Buy 10.10 เตรียมซื้อกล้อง Mirrorless ที่คุณห้ามพลาด

Power Buy 10.10

            เป็นที่รู้กันว่าการถ่ายรูปนั้นคือกิจกรรมในการเก็บภาพความประทับใจที่นิยมกันมาก ๆ ซึ่งกล้อง Mirrorless ก็คืออุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมในวงกว้างอย่างรวดเร็วเพราะว่ามีความสะดวกสบายในการใช้งาน ให้คุณภาพของภาพที่ดีเทียบเคียงกล้องรุ่นใหญ่ ๆ บางตัวได้ทีเดียว รวมถึงมีการดีไซน์ที่สวยงามเป็นแฟชั่นและเครื่องประดับให้ผู้ใช้งานได้อีกด้วย ดังนั้นเมื่อใกล้ถึงช่วงเวลาแห่งการช้อปอย่าง Power Buy 10.10 แล้ว หลายคนก็คงต้องเล็งที่จับจองกล้อง Mirrorless รุ่นต่าง ๆ อยู่แน่ ๆ เพราะว่าอาจจะมีโปรโมชั่นและการลดราคาสุดพิเศษรออยู่ ดังนั้นครั้งนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกซื้อกล้อง Mirrorless ที่เหมาะสมกับทุกท่านกันว่าควรจะเป็นแบบไหน พร้อมแล้วไปดูกันเลยครับ

                1. ค้นหาความต้องการของตัวเอง

                ในการที่จะเป็นเจ้าของกล้องนั้นต้องรู้ว่าตัวเองเป็นคนสไตล์แบบไหน และจะนำกล้องนั้นมาใช้ถ่ายหรือทำงานด้านไหนเป็นพิเศษ โดยบางคนต้องการนำมาถ่ายภาพนิ่งตอนไปท่องเที่ยวกับเพื่อน ๆ เน้นสบาย ๆ ไม่ซีเรียส บางคนต้องการที่จะนำมาฝึกถ่ายเพื่อพัฒนาต่อยอด หรือบางคนเป็นระดับมืออาชีพแล้ว ซึ่งกล้องในท้องตลาดนั้นก็มีแบบที่ออกมารองรับการใช้งานที่แตกต่างกันเยอะแยะเต็มไปหมด โดยเราสามารถดูได้จากสเปคและราคาว่ากล้องในแต่ละแบบนั้นเหมาะกับผู้ใช้งานที่มีความต้องการแบบไหน ดังนั้นตัวเองจะเป็นผู้ตอบคำถามและเลือกให้เหมาะสมได้อย่างดีที่สุด

                2. เลือกกล้องที่สวยถูกใจไม่ใช่เรื่องผิด

                ด้วยความที่กล้อง Mirrorless นั้นมีการออกแบบและดีไซน์ที่สวยงามหลายต่อหลายรุ่นจนหลายคนอยากเป็นเจ้าของ แต่ว่าในการจะเลือกซื้อนั้นอาจจะลังเลว่าสเปคของเครื่องนู้นดีกว่า ให้ภาพที่สวยมากกว่า ซึ่งทำให้ต้องหันเหไปซื้อรุ่นนั้นทั้งที่ชอบในดีไซน์อีกรุ่นมากกว่า ซึ่งอยากจะบอกว่าถ้าคุณเป็นคนที่ถ่ายรูปในระดับสมัครเล่นหรือเป็นงานอดิเรกก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซีเรียสถึงความคมชัดของภาพและสเปคที่อาจไม่ได้ใช้งานมากจนเกินไป ยิ่งเมื่อนำภาพที่ได้ของกล้อง 2 รุ่นที่มีดีไซน์สวยและสเปคดีมาเทียบมาแล้วหาความแตกต่างแทบไม่ได้ด้วยตาเปล่า คุณก็เลือกรุ่นที่คุณพอใจในดีไซน์จะดีกว่าถ้าจะทำให้ใช้งานอย่างมีความสุข

                3. ฟังก์ชั่นในการใช้งาน

                กล้อง Mirrorless ในปัจจุบันนั้นได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดโดยมีฟังก์ชั่นเพิ่มขึ้นมาให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานมากมาย อย่างเช่นการถ่าย Video ในระดับ 4K ซึ่งสามารถนำไปถ่ายงานระดับมืออาชีพได้หรือว่าการกันน้ำกันฝุ่นสำหรับคนที่ค่อนข้างใช้งานอย่างสมบุกสมบัน และที่ขาดไม่ได้เลยในยุคนี้นั่นก็คือการเชื่อมต่อเข้ากับ Smartphone เพื่อใช้งาน Application ของตัวกล้อง ทั้งการใช้ Smartphone เป็นรีโมทในการถ่ายภาพ หรือการส่งไฟล์รูปภาพจากตัวกล้องเข้าไปใน Smartphone เพื่อทำการแต่งรูปรวมถึงการโพส Social Media ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่กล้อง Mirrorless ในปัจจุบันนี้จำเป็นต้องมีเลยทีเดียว

                นี่คือข้อแนะนำในการเลือกซื้อกล้อง Mirrorless ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณ และในช่วง Power Buy 10.10 นั้นจะมีสินค้ามากมายที่มีโปรโมชั่นและลดราคา โปรดเล็งกันไว้ให้ดี ๆ เพราะว่าอาจจะมีกล้อง Mirrorless ที่คุณหมายตามาในราคาสุดเซอร์ไพรส์ก็ได้