ไมโครโฟนที่ดี จะพาเสียงเราไปในทางที่ดี!

                อย่างที่เรารู้กันว่าสียงที่ดี ย่อมมาจากต้นแบบที่ดี แม้ว่าเครื่องดนตรีหรืออุปกรณ์ที่ได้วางเสียงไว้หรือระบบต่างๆ เอาไว้จะดีแค่ไหน จะแพงเพียงไร แต่หากต้นแบบไม่ดี ก็ไม่อาจจะทำให้เสียงที่ออกไปดีขึ้นมาได้ ในส่วนของระบบสัญญาณเสียงก็เช่นกัน เพียงแต่เครื่องเสียงประกอบด้วยส่วนต่างๆ หลายส่วนเข้ามาประกอบกัน  แต่มี 1 จุดที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษคือต้นแบบ ต้องบอกก่อนเลยว่านักดนตรีมือใหม่หรือนักดนตรีฝึกหัดกับเครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องเสียงดีๆ มาเพื่อทำเพลงดี อัดแน่นด้วยคุณภาพ นักร้องมีน้ำเสียงที่ชัดเจน ไพเราะ น่าสนใจ เต็มไปด้วยเสน่ห์หา แต่พอมาร้องด้วยไมโครโฟนถูกๆ แล้วคาดหวังให้เสียงร้องนั้นดี มีคุณภาพ ไพเราะ ชัดเจน อาจจะเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจนเกินไป เนื่องจากว่าคุณภาพของเสียงจากไมโครโฟนนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับตัวรับเสียง ซึ่งในเครื่องเสียงเรียกว่า  “ต้นแบบของเสียง”(Source) กล่าวคืออุปกรณ์ที่มีหน้าที่เปลี่ยนพลังงานการเปล่งเสียงธรรมชาติของเราหรือเสียงพลังแบบอะคูสติค เป็นพลังงานไฟฟ้า ในส่วนของรายละเอียดที่ต้องให้ความสำคัญของอุปกรณ์นี้ต้องศึกษาให้ดี เพราะอุปกรณ์ตัวนี้หรือแบบนี้ไม่ได้สร้างมาเพียงแค่แบบเดียว ได้มีการออกแบบมาเพื่องานแบบเฉพาะเจาะจงอีกด้วย อาทิ ทิศทางการรับเสียง ต่างรุ่นกันก็มีทิศทางการรับเสียงก็ต่างกัน , ความถี่ตอบสนองที่แตกต่างกันออกไป ลักษณะของการเน้นรัดับเสียงก็ต่างกัน และอื่นๆ อีกมากมาย ฉะนั้น ในวันนี้เราจึงมีวิธีการเลือกใช้เพื่อให้ตรงกับความต้องการมาที่สุด

ลำดับแรกในข้อแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้เริ่มต้น ต้องคิดก่อนว่าจุดประสงค์จะใช้อัดเสียงอะไร, ชนิดของ Microphone, รูปแบบการรับเสียง, การตอบสนองความถี่, งบประมาณที่เอื้อมถึง ฯลฯ

อันดับแรกเราควรมาทำความรู้จักประเภทของ Microphone กันก่อนดีกว่า โดยครั้งนี้เราจะแบ่งตามลักษณะของโครงสร้างวัสดุ แบ่งออกได้เป็น 6 ชนิด ด้วยกันคือ คาร์บอน ทำจากผงถ่าน คุณภาพไม่ค่อยดี , คริสตัล ใช้แร่คริสตัลเป็นตัวสั่นสะเทือน อุปกรณ์ชนิดนี้ไม่ทนต่อสภาพแวดล้อมและอากาศ , เซรามิค คล้ายแบบคริสตัล แต่มีความทนทานสูงกว่า , คอนเดนเซอร์ ใช้คอนเดนเซอร์ เป็นตัวสร้างความถี่ เพื่อทำให้เกิดสัญญาณขึ้น แต่ต้องอาศัยแบตเตอรี่ เป็นตัวช่วยในการทำงาน คุณภาพเสียงดี เบาเล็กกะทัดรัด คุณภาพของเสียงดี มีความคงทน เหมาะที่จะใช้งานสาธารณะ , ริบบอน ใช้แผ่นอลูมิเนียมเบา จึงต้องอยู่ระหว่างแม่เหล็กถาวรกำลังสูง เมื่อคลื่นเสียงมากระทบกับแผ่นอลูมิเนียม จะสั่นสะเทือนและเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น มีราคาแพงแต่คุณภาพดีมาก มีความไวสูง แม้แต่เสียงหายใจ ลมพัด จะรับเสียงได้ เหมาะที่จะนำไปใช้ในห้องส่งวิทยุโทรทัศน์-บันทึกเสียง

ในด้านของเทคนิคการใช้ Microphone ลำดับแรกจะเป็นเรื่องของระยะห่างการพูด เนื่องจากว่าเวลาเราพูดใส่ไมโครโฟนจะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติความไวต่อการรับเสียงของ Microphone แต่ละตัวเป็นหลัก โดยทั่วไปแล้วผู้พูดควรพูดห่างจาก Microphone เฉลี่ยประมาณ 6-12 นิ้ว ถ้าผู้พูดใกล้หรือไกลกว่านี้ อาจจะทำให้เสียงที่ออกมามีคุณภาพไม่ดี เช่น อาจทำให้เกิดเสียง “ฮัม” เสียงลมหายใจและเสียงลมฝีปากรบกวน ที่สำคัญต้องไม่ลืมที่จะป้องกันเสียงลมจากบรรยากาศรอบข้าง เสียงลมหายใจจากผู้พูดรบกวน โดยการใช้ฟองน้ำสวมครอบที่หัวของ Microphone

นอกจากนี้ ต้องทดสองเสียงของ Microphone ด้วย ทดสอบด้วยการพูดห่างจากเสียง Microphone ระยะที่เหมาะสมโดยพูดคำว่า ” ทดสอบ” แล้วนับ 1 ถึง 9 ลงท้ายด้วย 0 ทำติดต่อกันไปอย่างช้าๆ ช่วงละประมาณ 10 วินาที แล้วขึ้นต้นใหม่ ทำติดต่อกัน 3 ครั้ง เพื่อให้ผู้ควบคุมเสียงปรับระดับความดังและน้ำเสียงให้เหมาะสมกับสภาพห้องและความต้องการที่เหมาะสมกับงาน

นอกจากเทคนิคในการใช้แล้ว ยังมีข้อควรระวังในการใช้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ยาวนานมากขึ้น แรกๆ เลยพยายามอย่าเคาะ อย่าเป่า Microphone เพื่อทดสอบการทำงานของ Microphone เป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ Microphone ได้ง่าย หลีงเลี่ยงให้อุปกรณ์ได้รับความกระทบกระเทือนหรือแตกหล่นเป็นอันขาด เช่น กระแทกลงบนพื้นห้อง เพราะจะทำให้เกิดการเสียหายซึ่งจะทำการซ่อมแซมได้ยาก จึงควรระมัดระวังในการติดตั้ง การวาง และการให้สัมผัส และงดการหันส่วนหน้าของอุปกรณ์เข้าหาลำโพง หรืออยู่ใกล้ลำโพงเกินไปหรืออยู่ใกล้ผนังที่มีการสะท้อนเสียงมากๆ เพราะจะเป็นสาเหตุให้เกิดเสียงหวีดแหลมคล้ายเสียงหอนดังออกจากลำโพงได้

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *