เต็มที่ไปกับชีวิตด้วยเทคโนโลยีจาก JBL

JBL Charge 3

ในช่วงที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเป็นยุคของความไร้สายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นหูฟังไร้สาย หรือลำโพงไร้สายก็ต่างนำเทคโนโลยีมาประชันกันอย่างไม่หยุด ถือได้ว่ามีบทบาทอย่างมาในท้องตลาดสินค้าไอที คนส่วนใหญ่มองหาลำโพงไร้สายเนื่องจากใช้ง่าย สะดวกและเหมาะแก่การพกพา เป็นได้ทั้งลำโพงคอม ลำโพงพกพา ลำโพงส่วนตัวเอาไว้ปาร์ตี้ที่บ้าน เป็นต้น ด้วยความเป็นที่ต้องการในท้องตลาด หลายแบรนด์จึงพยายามหาจุดเด่นและนำเสอนคุณภาพเพื่อให้ตรงใจผู้บริโภคมากที่สุด จนออกจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดแล้วตอนนี้มากมายหลายยี่ห้อ หลายรุ่นด้วย ซึ่งในแต่ละยี่ห้อหรือรุ่นนั้น จะมีความแตกต่างกันในด้านของฟังก์ชัน อาทิ ระบบเชื่อมต่อ ควาทนทานของวัสดุ ความทนทานของแบตเตอรี่ ระบบเสียง ดีไซน์ และอีกมากมาย ซึ่งนั้นก็แล้วแต่ความชอบส่วนตัวของแต่ละบุคคลเลย ความากล้นของลำโพงไร้สายในตลาดตอนนี้นั้น อาจจะทำใหผู้บริโภคได้เปรียบที่ว่ามีตัวเลือกเยอะมากขึ้น ซึ่งบางตัวอาจจะมีความเหมือนๆ กันในด้านฟังก์ชัน แต่มีราคาที่ดีกว่า หรือถูกกว่า ฉะนั้นเพื่อไม่ให้เกิดคำถามต่อมาว่า งั้นซื้อรุ่นไหนดี ? วันนี้ทางเราเลยจะมาแนะนำ 1 รุ่นที่แทบจะครอบคลุมทุกความต้องการ

            จากดังกล่าวด้านบน ลำโพงไร้สายที่น่าสนใจเลยคือ jbl charge 3 ซึ่งเจ้าลำโพงรุ่นนี้เรียกได้ว่า ฟังก์ชันครบครัน เสียงพุ่งอัดแน่น คุ้มค่าคุ้มราคา การันตีด้วยแบรนด์ชั้นนำจากอเมริกาที่ได้ยอมรับกันทั่วโลกอย่าง JBL ที่พัฒนาลำโพงกันน้ำ ที่ ตั้งแต่ Charge 2 มาเป็น Charge 2+ และเป็น Charge 3 ในที่สุด โดย jbl charge 3 เป็นลำโพงไร้สายทรงกระบอก ด้านหน้าโดดเด่นด้วยชื่อแบรนด์ หุ้มวัสดุทนทานด้วย Durable Fabric ถนัดในการจับ ด้านข้างทั้งสองด้านของตัวลำโพงจะเป็นแผ่นสีเงินที่สลักโลโก้ของแบรนด์ไว้อย่างสวยงาม ซึ่งแผ่นเหล่านี้คือไดรเวอร์ของ Passive Radiator ทำหน้าที่ช่วย “ปั้ม” เสียงเบสให้มีมวลและ แรงกระแทกมากขึ้น

ในส่วนของด้านของตัวลำโพงจะมีปุ่มฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ของลำโพง ดังนี้ ปุ่ม Bluetooth มีหน้าที่เปิด/ปิดระบบบลูทูธของตัวลำโพงเพื่อใช้เชื่อมต่อกับ สมาร์ทโฟน, โน๊ตบุ้ค, และแท็บเล็ตต่างๆ ปุ่มลด/เพิ่มเสียง เพื่อสำหรับลด/เพิ่มความดังของเสียงเพลง ปุ่มเปิด ปิดลำโพง มีไว้เพื่อเปิด/ปิดลำโพง ปุ่ม JBL Connect สำหรับเปิดการใช้งาน JBL Connect เพื่อมเชื่อมต่อลำโพงตัวอื่นๆที่รองรับระบบเดียวกัน ปุ่มเล่นกับหยุด เอาไว้กดเพื่อเล่น/หยุดเพลงตามต้องการ และด้วยการพัฒนาจากรุ่นเดิมอย่าง Charge 2+ ทำให้ปุ่มต่างๆ เหล่านี้ถูกยกนูนขึ้นมาเล็กน้อย ให้ง่ายต่อการกดและสังเกต ในส่วนของด้านหลังจะมีแผ่นปิดเพื่อป้องกันน้ำ ฝุ่นหรือสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อตัวลำโพง เมื่อเปิดแผ่นปิดออกจะเจอช่อง Aux (AUX คือเสียบสายขนาด 3.5 mm เข้ากับเครื่องเล่นเพลง มือถือ หรือ แท็ปเล็ต, Micro USCB (Micro USB คือ สำหรับเสียบสายชาร์จไฟเข้ากับตัวเครื่อง , และ USB (USB คือ สำหรับทำหน้าที่เป็น Powerbank ชาร์จโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตของคุณ

นอกจากนี้ jbl charge 3 ยังมีระบบสำหรับเชื่อมลำโพงได้ 2 แบบ ได้แก่ Party Mode จะทำให้ลำโพงทั้ง 2 ตัวออกเสียงเหมือนกัน เหมาะสำหรับเอาลำโพงไปวางในตำแหน่งต่างๆของปาร์ตี้ เพื่อกระจายเสียงได้ทั่วถึง และ Stereo Mode ที่จะทำให้ลำโพงทั้ง 2 ตัวออกเสียงที่แตกต่างกัน โดยตัวนึงจะออกเสียงข้างซ้าย และอีกตัวจะออกเสียงข้างขวา ทำให้เสียงที่ได้มีมิติมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นการเชื่อมต่อผ่าน JBL Connect นี้ยังสามารถเชื่อมต่อข้ามรุ่นอีกด้วย และที่เหนือไปกว่านั้นหลายคนคงกลัวว่าลำโพงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วจะไม่สามารถโดนน้ำได้ แต่กับรุ่นนี้สามารถเอาลงไปจุ่มน้ำด้วยยังได้เลย เพราะลำโพงรุ่นนี้มีการป้องกันมาตราฐาน IPX7 ที่สามารถอยู่ใต้น้ำลึก 1 เมตร นานครึ่งชั่วโมง รวมไปถึงแบตเตอรี่ที่ทนทาน อึก ถึก มีมาด้วยกันถึง 6,000 mAh โดยทั่วไปใช้งานได้ยาวนานถึง 16-18 ชั่วโมง ซึ่งเกินพอความต้องการ ด้านของเสียง แนวเพลงที่เหมาะสม จะเป็นสไตล์สนุกสนาน ปาร์ตี้มันส์ อาทิ EDM Pop R&B หรือจะเป็นพวกฟังสบายอย่าง Easy-listening, Bossa ก็ให้เสียงเพลงที่น่าฟังจนเคลิมเลยทีเดียว เรียกได้ว่าลำโพง jbl charge 3 ตัวนี้คุ้มสุดๆแล้ว ในช่วงราคาระดับกลาง ที่ใครๆ ก็พอจะเอื้อมถึงได้ ฟังก์ชันครบครัน เสียงเพลงโดนใจ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *