How to การเลือกปลั๊กไฟให้ถูกวิธี

                              เท่าที่จำความได้ ตั้งแต่เกิดมานั้นเราก็เห็นสิ่งที่เรียกว่า “ปลั๊กไฟ” กันแล้วนะคะ แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆแล้วนอกจากปลั๊กไฟของเรานั้น ยังมีทั้งปลั๊กพ่วง ปลั๊กราง และปลั๊กสามตรา ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆที่ทุกบ้านจะต้องมีไว้ใช้กัน แต่คนทั่วไปก็ไม่ค่อยได้สังเกตกันว่าจริงๆแล้วการเลือกซื้อปลั๊กไฟที่ถูกต้องถูกวิธีนั้นต้องเริ่มจากอะไร ดูตรงไหน สังเกตยังไงเป็นอันดับแรก แต่จริงๆแล้วไม่ว่าอะไรก็ตามแต่ เวลาเราจะเลือกซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า เราก็จะต้องศึกษาหาข้อมูลในการซื้อก่อนทุกครั้ง เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะมองข้ามปลั๊กไฟกัน อาจจะเป็นเพราะว่าปลั๊กไฟเป็นสิ่งที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป แต่ใครจะรู้ว่าปลั๊กไฟนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ทุกบ้านจะต้องมี และต้องเลือกใช้งานให้เหมาะสม แต่ก็ไม่ค่อยมีคนสนใจสักเท่าไหร่ว่ามาตรฐานของปลั๊กไฟนั้นต้องเลือกซื้อกันอย่างไร สิ่งที่สำคัญเน้นๆเลยก็คือเรื่องคุณภาพ และที่มากกว่านั้นคือการคำนึงถึงความปลอดภัย แต่หลายคนส่วนมากมองข้ามไป ขอแค่ว่าเสียบปลั๊กแล้วไฟติดคงเป็นที่เพียงพอแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่เราประมาทกันเกินไป เพราะฉะนั้นเรามาดูวิธีในการเลือกซื้อปลั๊กไฟกันดีกว่าค่ะ

               ข้อสังเกตในการเลือกซื้อปลั๊กไฟที่มีคุณภาพ

ต้องมีม่านนิรภัย

   สิ่งที่เราต้องดูเป็นอย่างแรกในการเลือกซื้อปลั๊กไฟนั้นจะต้องมีม่านนิรภัย เพราะเรื่องความปลอดภัยต้องมาก่อน เผื่อหลายๆบ้านจะมีเด็กวัยที่กำลังวิ่งเล่นซน อยากรู้อยากลอง อาจจะเผลอเอานิ้วไปแหย่ อาจจะทำให้เกิดไฟดูดได้ เพราะฉะนั้นการที่เราจะเลือกซื้อปลั๊กไฟที่มีม่านนิรภัยก็จะช่วยให้ปลอดภัยต่อเด็กๆมากขึ้นค่ะ

ทำจากทองเหลืองแท้

   อยากให้ทุกคนได้ทราบกันตรงนี้เลยนะคะว่าปลั๊กไฟที่ไม่มีคุณภาพนั้นส่วนมากจะเอาเหล็กชุบสีมาใช้แทนทองเหลืองกันค่ะ นั่นจะเป็นอันตรายมากๆ เพราะถ้าเรานำวัตถุที่นำไฟฟ้าแบบไม่มีประสิทภาพมาใช้งาน มันจะทำให้เกิดความร้อนที่สะสม และอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ง่ายๆเลยค่ะ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อปลั๊กไฟ เราต้องสังเกตดีๆว่าทำจากทองเหลืองแท้หรือไม่ เพระทองเหลือจะมีคุณสมบัตินำไฟฟ้าได้ดีเลยทีเดียว ไม่ขึ้นสนิมง่ายๆ แถมยังมีความทนทาน และลดความเสี่ยงที่จะเกิดไฟฟ้าลัดวงจร

ตัดไฟอัตโนมัติ

   จะต้องมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ นี่คือสิ่งที่เราเน้นเลยนะคะว่าต้องมี เพราะในปลั๊กไฟนั้นบางทีเราอาจจะมีการพ่วงไฟเยอะค่ะ แล้วปลั๊กไฟก็เป็นแหล่งที่จ่ายไฟฟ้าชั้นดี ที่สำคัญจะต้องรองรับกำลังไฟได้สูงด้วย ด้วยเหตุนี้เราไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยซ้ำว่าเมื่อเราเสียบปลั๊กไฟเต็มทุกรูนั้น จะทำให้มีการจ่ายไฟฟ้าเกินกำลังกว่าที่จะส่งให้ได้หรือไม่ หรืออาจจะมีการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจากแหล่งไฟฟ้าอีกที เพราะสาเหตุต่างๆที่กล่าวมานั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในตอนไหน เราจึงจำเป็นที่จะมีระบบตัดไฟอัตโนมัติเพื่อป้องกันเหตุอันตรายค่ะ

สามารถกันกระแทกได้

   ในตำแหน่งการจัดวางปลั๊กไฟในแต่ละจุดของบ้านนั้น นอกจากที่เราจะวางไว้ตรงที่พื้นราบแล้ว บางครั้งเราก็ต้องจำเป็นที่จะต้องแขวนปลั๊กไฟไว้ชั้นวางของที่สูงกว่าพื้นราบ หรืออาจจะแขวนไว้ตามผนัง ซึ่งมันเป็นไปได้แน่นอนว่าปลั๊กไฟอาจจะร่วงตกกระแทกพื้นได้ และเราไม่สามารถที่จะรู้เลยว่าเมื่อปลั๊กร่วงลงมากระแทกแล้วมันยังสามารถใช้งานแบบเดิมได้อยู่หรือไม่ เราไม่สามารถรู้ได้ว่าชิ้นส่วนภายในนั้นมีอะไรหลุดออกมาโดยที่เราไม่รู้รึปล่า เพราะฉะนั้นเราจึงควรที่จะเลือกปลั๊กไฟที่มีการผ่านทดสอบแรงปะทะมาจากการตกกระแทก เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง

พลาสติกไม่ลามไฟ

   ปลั๊กไฟที่ดีต้องเป็นปลั๊กที่ไม่ลุกลามติดไฟง่าย หากว่าเกิดเหตุกาณ์ที่มีไฟฟ้าลัดวงจร หรือเกิดเหตุสุดวิสัยที่ไม่มีใครคาดการณ์ไว้ ไม่ว่าจะเป็นไฟช็อตหรือมีไฟลุกลามขึ้นมา อย่างแรกคือตัวเนื้อพลาสติกของตัวปลั๊กไฟนั้นไม่ควรที่จะลุกลามไฟ เพราถ้าเกิดลุกลามขึ้นมานั้น มันจะทำให้เกิดอัคคีภัยขึ้นภายในบ้านได้ เพราะฉะนั้นควรเลือกดูให้ดีๆนะคะ

               ขึ้นชื่อว่า “อุบัติเหตุ” นั้น ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้เลยค่ะว่ามันจะเกิดขึ้นตอนไหน และเมื่อไหร่ เรามีหน้าที่เพียงป้องกันไม่ให้เหตุการณ์พวกนี้มันสามารถเกิดขึ้นได้ง่าย อย่างเช่นการเลือกซื้อปลั๊กไฟที่เหมาะสมนี่แหละค่ะ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *