ประเภทของเครื่องพิมพ์ที่คุณต้องรู้

                              หลายๆคนต้องรู้จักเครื่องพิมพ์กันอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าน้อยคนคงไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเครื่องพิมพ์นั้นมีหลายแบบหลายประเภทด้วยกัน แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยมีใครนิยมเรียก “เครื่องพิมพ์” กันแล้วล่ะค่ะ เขานิยมเรียกกันว่า “ปรินเตอร์” กันมากกว่า ซื่งเครื่องพิมพ์หรือปริ๊นเตอร์เนี่ยคืออุปกรณ์ที่ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์และทำหน้าที่พิมพ์แฟ้มดิจิทัลที่จะออกมาเป็นเอกสารในรูปแบบที่เป็นกระดาษ ซึ่งแฟ้มดิจิทัลที่อยู่ในคอมพิวเตอร์นั้นอาจจะเป็นตัวอักษร เป็นภาพ หรือเป็นสีที่แตกต่างกันก็ได้ ซึ่งเครื่องพิมพ์ในปัจจุบันนี้มีให้เลือกมากมาย แต่ละแบบก็ใช้งานแตกต่างเฉพาะทางกันไป ซึ่งต่างจากในสมัยก่อนที่เครื่องพิมพ์มีไว้ใช้แค่เพื่องานพิมพ์เท่านั้น และงานพิมพ์ในปัจจุบันนั้นมีความหลากหลาย ซึ่งงานที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์นั้นก็มีหลายประเภทเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์รายงานหรือจดหมาย การทำอาร์ตเวิร์ก การพิมพ์รูปถ่าย รวมถึง   การพิมพ์ใบเสร็จ เป็นต้น

                              การที่เราจะใช้เครื่องพิมพ์นั้นมันเป็นสิ่งที่จำเป็นที่เราจะต้องรู้ อยากรู้แล้วใช่ไหมคะว่าเราต้องรู้อะไรกันบ้าง วันนี้เราจะยกตัวอย่างให้อ่านกันค่ะ

    สิ่งที่จำเป็นต้องรู้สำหรับเครื่องพิมพ์

• ความเร็วในการพิมพ์ (Speed)

   การที่เราจะสามารถรู้ได้ว่าเครื่องพิมพ์ที่เราอยากจะซื้อนั้นมีความสามารถในการพิมพ์นั้นมีความเร็วหรือช้าเราจะต้องดูจากอัตราความเร็วในการพิมพ์โดยดูจำนวนหน้าต่อนาที เรียกว่า PPM ( page per minute) หรือจำนวนในตัวอักษรในหนึ่งวินาทีนั้นจะเรียกว่า CPS ( characters per second)

ความละเอียดในการพิมพ์ ( Resolutions)

   ความละเอียดในเรื่องของการพิมพ์นั้นจะเป็นการบอกคุณภาพของเครื่องพิมพ์ได้ว่าเครื่องพิมพ์นั้นสามารถพิมพ์งานได้มีความละเอียดมากหรือน้อยเท่าไหร่ โดยที่จะวัดจากจำนวนจุดที่เราพิมพ์ในหนึ่งนิ้ว ซึ่งเรียกว่า DPI ( dots per inches) ที่เราเรียกแบบนี้นั้นเป็นเพราะว่าภาพที่พิมพ์หรือตัวหนังสือนั้นมันมาจากจุดเล็กๆนับหมื่นจุดที่มารวมประกอบกันขึ้นมาเป็นรูปแบบที่เราต้องการจะพิมพ์ เพราะฉะนั้น หากว่าจำนวน DPI นั้นมีมาก นั่นก็หมายความว่าเครื่องพิมพ์อันนั้นมีความสามารถในการพิมพ์งานที่ละเอียดมาก

    เครื่องพิมพ์หรือปริ๊นเตอร์ แบ่งออกเป็น 2 แบบที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน

• เครื่องปริ๊นเลเซอร์ ( Laser Printer)

   เครื่องปริ๊นเลเซอร์เป็นที่ใช้งานอย่างแพร่หลายเลยนะคะ เชื่อว่าคุณก็เป็นหนึ่งในนั้น จริงๆแล้วการทำงานของเครื่องปริ๊นเลเซอร์นั้นคือจะใช้ผงหมึกทำงานร่วมกับแม่เหล็กไฟฟ้า รวมถึงพลังไฟฟ้าสถิตค่ะ โดยที่จะขับเคลื่อนด้วยลูกกลิ้งที่มีพลังของแม่เหล็กอยู่ หน้าที่ของมันคือจะดูดผงหมึกเข้ามาให้ติดกับลูกกลิ้ง แล้วจากนั้นผงหมึกก็จะถูกรีดให้ติดกับลูกกลิ้งที่มีพลังไฟฟ้าสถิตอยู่ ซึ่งคลื่นไฟฟ้าสถิตที่ได้มานั้นมันจะรับมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเองค่ะ แล้วจึงให้ลูกกลิ้งรีดผงหมึกให้ติดกับกระดาษ หลังจากนั้นจึงออกมาเป็นภาพ สังเกตไหมล่ะคะว่าเรื่องปริ๊นเตอร์จะนิยมใช้กันมากในสำนักงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในบริษัททัั่วไป หรือที่ออฟฟิศ ธนาคาร ร้านค้าต่างๆ เป็นต้น เพราะว่าการใช้เครื่องปริ๊นเลเซอร์กันนั้นเป็นเพราะว่าใช้งานง่ายค่ะ แถมสะดวกอีกด้วย เวลาจะใช้ในการพิมพ์ก็ไม่นาน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นที่นิยมกัน

• เครื่องปริ๊นอิงค์เจ็ท ( Ink Printer)

   เครื่องปริ๊นอิงค์เจ็ทนั้นเมื่อก่อนจะสามารถใช้พิมพ์ได้แค่ 4 สี โดยหมึกที่ใช้จะเป็นหมึกเติม แต่ในปัจจุบันนั้นไม่ได้ใช้ 4 สีแบบเมื่อก่อนแล้วค่ะ จะเพิ่มมาจากใช้ 4 สี ก็กลายเป็น 6 สี หรือ 8 สีเลย การที่เพิ่มจำนวนสีเข้ามาเป็นเพราะว่าเพื่อที่จะลดปัญหาในการผสมสี แต่หลักๆจะเป็น 4 สีที่เป็นแม่พิมพ์หลักเหมือนเดิมนะคะ ซึ่งข้อดีของเครื่องปริ๊นอิงค์เจ็ทนั้นคือเวลาพิมพ์ ภาพที่ออกมานั้นจะมีความสวยงามกว่าเครื่องเลเซอร์ค่ะ เพราะเครื่องปริ๊นอิงค์เจ็ทจะให้ภาพที่เป็นธรรมาชาติกว่า มีความเข้ม มีความคมชัดที่สูงกว่า แต่ใช้เวลาพิมพ์มากกว่าเครื่องปริ๊นเลเซอร์ ดังนั้นเครื่องปริ๊นอิงค์เจ็ทจึงไม่ค่อยได้รับความนิยมสักเท่าไหร่นัก เพราะมันค่อนข้างใช้เวลาที่พิมพ์ที่ค่อนข้างนาน อาจจะช้าไม่ทันใจค่ะ

                              เป็นไงบ้างล่ะคะเครื่องพิมพ์หรือเครื่องปริ๊นที่เราบอกเคล็ดลับและยกตัวอย่างกันไปนั้น มีแต่สิ่งที่สำคัญที่เราจะต้องรู้และเก็บไว้เพื่อเป็นความรู้ในการเลือกซื้อเครื่องปริ๊นกันได้เลยค่ะ เครื่องปริ๊นแต่ละชนิดมีการใช้งานแตกต่างกันไป อยู่ที่คุณเลือกแล้วค่ะว่าอยากใช้เครื่องปริ๊นกับงานของคุณแบบไหน คุณเท่านั้นที่ตัดสินใจได้

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *