คู่มือการซื้อโทรศัพท์มือถือฉบับปี 2019

Smartphone

          วิวัฒนาการของโทรศัพท์มือถือหรือที่เรามักเรียกกันสั้น ๆ ว่านั้นเรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนหมุนเวียนอย่างรวดเร็วดั่งใบไม้ที่ผลัดใบเลยก็ว่าได้ โดยตอนนี้ก็อยู่ในช่วงกลางปี 2019 แล้ว ถ้าใครคิดที่จะเปลี่ยนมือถือแต่ยังไม่รู้ว่ามาตรฐานการเลือกซื้อในยุคนี้ต้องเป็นแบบไหนครั้งนี้เราจะมาแนะนำการเลือกซื้อมือถือในปี 2019 กันว่ามีอะไรที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษบ้าง

          1. งบประมาณที่มี

          สำคัญเป็นอันดับแรกเลยก็ว่าได้ในการเลือกซื้อมือถือในปัจจุบัน เพราะว่าจะเป็นตัวกำหนดสเปคของโทรศัพท์มือถือที่เราจะได้ด้วย โดยปัจจุบันมือถือจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ตามงบประมาณนั่นก็คือ

          – ระดับเริ่มต้น

          มือถือระดับผู้เริ่มต้นนั้นราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1000 บาท ถึง 5000 บาท โดยส่วนมากจะเป็นระบบปฏิบัติการ Android โดยสเปคของตัวเครื่องโดยรวมก็เน้นใช้งานทั่ว ๆ ไป เช่น โทรเข้าโทรออก ใช้แอพพลิเคชั่นพื้นฐาน อย่างเช่น LINE, FACEBOOK เป็นต้น ส่วนการเล่นอินเตอร์เน็ตนั้นอาจจะไม่รวดเร็วทันใจนักแต่ก็ถือว่าสามารถทำงานได้ ในส่วนของการเล่นเกม อาจจะต้องเลือกเกมที่เรียกการประมวลผลไม่สูงนักหรือถ้าเป็นเกมใหม่ ๆ ก็ควรปรับการแสดงผลเป็นแบบต่ำก็พอที่จะเล่นได้ มือถือลดราคาในเรจน์ราคานี้ก็มีมากมายเลย

          – ระดับกลาง

          มือถือระดับนี้จะมีเรนจ์ราคาที่กว้างมากโดยจะอยู่ที่ประมาณ 5000 บาท ถึง 17000 บาท เลยทีเดียว จะมีให้เลือกทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ซึ่งข้อดีของผู้ที่ต้องการจะซื้อมือถือในระดับนี้ก็คือมีตัวเลือกมากมายในท้องตลาดและสเปคก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป เช่นบางรุ่นจะเด่นเรื่องกล้อง บางรุ่นจะเด่นเรื่องหน้าจอแสดงผล หรือบางรุ่นจะเด่นเรื่องหน้าจอแสดงผล แต่ว่าสเปคโดยรวมจะสามารถประมวลผลได้ดีถ้าใช้งานแบบปกติ ทั้งการเล่นอินเตอร์เน็ตหรือว่าใช้แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ รวมถึงการเล่นเกมที่สามารถเล่นเกมทั่ว ๆ ไปโดยที่ปรับภาพเป็นระดับกลางได้ ซึ่งมือถือลดราคาในเรจน์ราคานี้ก็มีให้เห็นเป็นปกติทั่วไปหลายโปรโมชั่น

          – ระดับบน

               มือถือระดับบนหรือที่เรียกกันในวงการว่ามือถือเรือธงนั้นมีช่วงราคาอยู่ที่ประมาณ 18000 บาท ถึง 30000 บาทขึ้นไป ซึ่งข้อดีของมือถือในเรนจ์ราคานี้ก็คือความเร็วแรงเพราะว่ามีสเปคที่จัดเต็มในยุคนี้มาให้ สามารถรันแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้อย่างไหลลื่น โดยมีทั้ง iOS และ Android ให้เลือกซื้อ มีการแข่งขันกันในเรื่องของสเปคกล้องให้ผู้ใช้ได้พิจารณากัน ในเรื่องการเล่นเกมนั้นก็หายห่วงได้ เล่นแบบปรับภาพสุดได้ทุกเกมเลยก็ว่าได้

          2. แบรนด์

          เป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรนึกถึงเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าชื่อเสียงของแบรนด์จะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ซื้ออุ่นใจ ควรเลือกซื้อแบรนด์ที่เคยใช้มาก่อนและพบว่าไม่มีปัญหาหรือมีปัญหาน้อยที่สุด รวมถึงเช็คในเรื่องการดูแลในส่วนของประกันและบริการหลังการขาย อย่าเห็นว่าเป็นมือถือลดราคาและก็ตัดสินใจซื้อโดยทันทีควรดูให้ถี่ถ้วน

          3. ระบบปฏิบัติการ

          อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ และเป็นการตัดตัวเลือกได้เป็นอย่างดี เพราะว่าถ้าเลือกระบบปฏิบัติการ iOS เราก็จะเหลือตัวเลือกแค่ iPhone เท่านั้น แต่ถ้าเลือกระบบปฏิบัติการ Android ก็จะมีหลายตัวเลือกให้ได้มองกันมากขึ้น ซึ่งข้อดีของระบบปฏิบัติการ iOS ก็คือความเสถียรที่มีมาตรฐานที่ดีส่วนข้อดีของระบบปฏิบัติการ Android ก็คือการปรับแต่งที่ผู้ใช้สามารถทำได้อย่างหลากหลาย มือถือลดราคาที่มีระบบปฏิบัติการก็หาไม่ยาก

          4. การประมวลผล

          แยกย่อยออกเป็น CPU และ RAM โดย CPU ที่ได้รับการยอมรับสำหรับระบบปฏิบัติการ Android นั่นก็คือ Snapdragon แต่ก็มีบางแบรนด์ใช้ของตัวเองซึ่งก็ถูกอกถูกใจผู้ใช้อย่าง Samsung รุ่นที่ขายในหลาย ๆ ประเทศก็จะใช้ Exynos ส่วน Huawei ก็จะใช้ CPU ชื่อว่า Kirin เป็นต้น ซึ่งความเร็วก็จะแตกต่างไปตามราคาของสมาร์ทโฟน ในส่วนของ RAM นั้นในตอนนี้ควรเลือกให้ไม่น้อยกว่า 2 GB เพื่อความรวดเร็วในการใช้งาน ซึ่งในมือถือลดราคาและมือถือระดับเริ่มต้นก็สามารถหาได้ในบางรุ่น

          5. ฟีเจอร์พิเศษ

          อันนี้แล้วแต่คนชอบเลยเพราะบางรุ่นก็จะมีลูกเล่นต่าง ๆ มาให้ไม่เหมือนกันเช่น Samsung Galaxy Note จะแถมปากกามาให้ หรือ iPhone รุ่นใหม่ ๆ ที่มี 3D Touch มาให้เป็นต้น ซึ่งต้องดูการใช้งานของเราว่าต้องการสิ่งไหนเป็นพิเศษ ซึ่ง

          และนี่คือเรื่องราวการซื้อโทรศัพท์มือถือในปี 2019 ว่าควรเลือกดูอะไรเป็นพิเศษซึ่งมือถือลดราคาในท้องตลาดก็มีเยอะให้ได้เลือกตามความเหมาะสมนะครับ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *