เราต้องซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่บ่อยแค่ไหน?

Smartphone

               เทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้นในแต่ละวันนั้นทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นถูกผลิตออกมาอย่างมากมายอย่างเช่นในแต่ละปีนั้นก็จะมีสมาร์ทโฟนรุ่นต่าง ๆ จากแบรนด์ใหญ่ เล็ก ออกมาให้ได้เลือกซื้อเลือกใช้กันอย่างมากมาย โดยใส่ฟังก์ชั่นใหม่ ๆ เข้าไปเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่แตกต่างกันและมีมากขึ้นทุกวัน

          แน่นอนว่าสภาพความคล่องทางด้านการเงินของแต่ละคนนั้นอาจจะไม่เท่ากัน ซึ่งถ้าใครไม่มีปัญหาคงจะเปลี่ยนได้รุ่นต่อรุ่น แต่ถ้าใครมีข้อจำกัดหรือว่ายังลังเลว่าที่ซื้อใหม่จะดีกว่าของเก่ามากแค่ไหนอาจมีคำถามว่าจำเป็นไหมที่ต้องคอยเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่บ่อย ๆ ถึงแม้ราคาไอโฟน6 ล่าสุด เครื่องเปล่า อาจจะไม่แพงเหมือนที่ออกมาตอนแรก ๆ ก็ตาม ครั้งนี้เราจะนำปัจจัยต่าง ๆ ที่ท่านควรพิจารณาก่อนเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่มาให้ได้ทราบกัน

          1. เครื่องที่ใช้อยู่ช้ากว่าปกติหรือเปล่า

          ถ้าหากว่าคุณมีความรู้สึกว่าเวลาที่จะเปิดสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวันนั้นเป็นไปอย่างเชื่องช้าจนทำให้รู้สึกหงุดหงิด เช่น จะปลดล็อคโดยการใส่รหัสเครื่องก็ค้าง เปิดแอพพลิเคชั่นพื้นฐานอย่างเช่น LINE FACEBOOK ก็ค้างหรือบางครั้งก็แฮงค์ไปเลย การพิมพ์ข้อความต่าง ๆ บนคีย์บอร์ดก็ไม่ตอบสนองตามนิ้วที่กดไปเท่าไหร่ บางเครื่องเวลาปิดหรือรีสตาร์ทกว่าจะพร้อมทำงานก็รอนาน

          ด้วยอาการเหล่านี้เรียกได้ว่าเป็นข้อตัดสินใจหลักเลยทีเดียวที่ควรจะเปลี่ยน แต่ก็ต้องดูว่าระบบปฏิบัติการนั้นมีปัญหาหรือว่าต้องได้การอัพเดทหรือเปล่าถ้าเกิดว่าลองรีสโตร์เครื่องแล้วยังเกิดปัญหาแบบเดิมก็ควรมองเครื่องที่มีสเปคสูงกว่าหรือว่าใหม่กว่า อย่างเช่นถ้าใครใช้ไอโฟน 5 อยู่ ก็อาจจะเปลี่ยนมาใช้ไอโฟน6 เพราะ ราคาไอโฟน6 ล่าสุด เครื่องเปล่านั้นก็ถูกลงมามากแล้ว กลับกันถ้าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นไม่มีเลย ใช้งานได้เหมือนครั้งแรกที่ซื้อมาทุกอย่างและไม่มีอะไรที่จะต้องใช้นอกเหนือจากเดิมก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อใหม่แต่อย่างใด

          2. สภาพภายนอกและฮาร์ดแวร์ของเครื่องยังคงสภาพดีอยู่หรือเปล่า

          ถ้าเป็นเรื่องของสภาพภายนอกนั้นส่วนมากที่เห็นได้ชัดก็คือกระจกหน้าจอแตกซึ่งจริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่หมดทั้งเครื่องเลยก็ได้เพราะว่าสามารถเปลี่ยนแค่ในส่วนของกระจกหน้าจอเพียงอย่างเดียวก็ได้ แต่ว่าถ้าเกิดอยากจะเปลี่ยนเครื่องอยู่แล้วบางทีก็อาจจะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนในการตัดสินใจก็ได้

          ในส่วนของฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ก็ควรดูว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเพียงใด อย่างเช่น ไมโครโฟน ซึ่งควรที่จะมีสภาพที่ดีผู้ฟังรับฟังได้ชัดเจนไม่ติดขัด ลำโพงที่เราใช้รับฟังจากคู่สายนั้นชัดเจนดีหรือเปล่า กล้องที่มีติดเครื่องและเป็นส่วนสำคัญนั้นสามารถถ่ายได้เป็นปกติไหม ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ หรือช่องเสียบหูฟังและช่องชาร์ตแบตยังทำงานได้แบบไม่ติดขัดอยู่หรือเปล่า ซึ่งถ้าเกิดว่ามีส่วนหนึ่งส่วนใดที่เสียไปก็อาจจะนำไปซ่อมเป็นส่วน ๆ ได้ แต่ว่าถ้าค่าใช้จ่ายในการซ่อมนั้นเยอะเกินไปหรือเสียหลาย ๆ ส่วนพร้อมกันก็ตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องได้ครับ

          3. แบตเตอรี่ยังคงสภาพดีหรือเปล่า

          หัวใจสำคัญมาก ๆ ของสมาร์ทโฟนนั้นก็คือการที่มีแบตเตอรี่ที่เก็บไฟได้ยาวนานไม่ใช่ต้องมาคอยพกแบตสำรองไปทุกที่หรือวิ่งหาปลั๊กไฟทุกครั้งที่แบตเตอรี่หมด โดยแบตเตอรี่นั้นอายุการใช้งานควรอยู่ได้ 2 ปี เป็นอย่างน้อย ถ้าแบตเตอรี่เก็บไฟไม่อยู่สามารถไปเปลี่ยนได้เฉพาะส่วนเช่นเดียวกับฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ซึ่งราคาก็ไม่แพงมาก แต่ถ้าเกิดว่าแบตเตอรี่และฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ดันมาเสียพร้อมกันแล้วก็สมควรเปลี่ยนเครื่องใหม่ไปเลยดีกว่าอย่างเช่นราคาไอโฟน6 ล่าสุด เครื่องเปล่า

          4. งบประมาณและสภาพคล่องทางด้านการเงิน

          ถือว่าเป็นเรื่องที่อยู่กับแต่ละคนเพราะว่าประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟนนั้นมาจากราคาเป็นส่วนสำคัญ ดังนั้นควรพิจารณาว่าตอนนี้มีงบประมาณเพียงพอที่จะซื้อสมาร์ทโฟนที่ต้องการอย่างสบายใจไม่เดือดร้อนแล้วหรือยัง เพราะถ้าซื้อแล้วตัวเองต้องเป็นหนี้สินนั้นรับรองได้ว่าเป็นสิ่งที่ผิดและไม่แนะนำอย่างแน่นอน โดยถ้าใครยังไม่พร้อมต้องจ่ายแพง ๆ อาจจะมองไปที่มือถือรุ่นเก่าแต่ยังมีศักยภาพที่ดีอย่างเช่นราคาไอโฟน6 ล่าสุด เครื่องเปล่าที่ไม่แพง แถมดูดีอีกด้วย

          นี่คือข้อพิจารณาคร่าว ๆ ถึงคนที่คิดว่าจะต้องเปลี่ยนสมาร์ทโฟนบ่อยแค่ไหน สรุปสั้น ๆ คือ เปลี่ยนเมื่อจำเป็นและเราพร้อมที่สุดนั่นเองครับ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *