ทีวี 32 นิ้ว แค่นี้ก็พอดีแล้ว

ทีวี 32 นิ้ว

ไม่ใช่เรื่องยากนักหากจะมองหาทีวีสักเครื่อง หรือ Smart ทีวี 32 นิ้ว เครื่องใหม่มาแทนทีวีจอตู้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกันที่จะได้ Smart TV ที่ถูกใจและให้ประสิทธิภาพที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายออกไป เนื่องจากตลาดทีวีในปัจจุบันมีให้เลือกหลายแบรนด์ หลากรุ่น หลายขนาด อันดับแรกต้องมารู้จักก่อนว่า Smart TV คืออะไร

จากเดิมที่หลายบ้านคุ้นเคยกับการชมละคร ดูข่าว ดูรายการต่างๆ เพียงอย่างเดียว ผ่านทีวีจอตู้ขนาดหนาๆ แต่สำหรับ Smart TV ถูกพัฒนาในหลายๆ ด้าน อาทิ ตัวเครื่อืงที่บางลง ฟังก์ชันการใช้งานที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม, เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต, การเข้าเว็บบราวเซอร์, ดาวน์โหลดแอพพลิเคชันเพิ่มเติมได้เสมือนการใช้สมาร์ทโฟน

ความแตกต่างของหน้าจอแต่ละประเภท

LCD (Liquid Crystal Display) เป็นเทคโนโลยีแรกๆ สำหรับทีวีจอแบน ใช้หลอดไฟ CCFL (Cold Cathode Fluorescent Lamp) ขนาดเท่าหลอดกาแฟ วางเรียงตัวเป็นแนวนอนอยู่ภายใต้หน้าจอเป็นตัวก่อกำเนิดแสง (Backlit) ทำงานร่วมกับ Color Filter ทั้ง 3 สี ได้แก่ สีแดง น้ำเงิน และเขียว ก่อนแสดงผลออกมาสีสันต่างๆ ที่เราเห็นบนจอภาพนั่นเอง

LED (light-emitting diode) เป็นประเภทของทีวียอดนิยมมากที่สุดในตลาด ต่อยอดเทคโนโลยีมาจาก LCD ใช้หลอดไฟ LED ขนาดจิ๋ว 3 สี ได้แก่ สีแดง น้ำเงิน และเขียว เป็นตัวกำเนิดแสง แต่กลับให้แสงสว่างได้ดีว่า LCD กินไฟน้อยกว่า และตัวเครื่องมีความบางยิ่งขึ้นอีกด้วย มีตั้งแต่ทีวี 32 นิ้ว ขึ้นไปเลยในปัจจุบัน

Plasma TV อีกประเภทของจอทีวี มีเม็ดพิกเซลที่สามารถให้กำเนิดแสงได้เองด้วยแรงดันไฟฟ้า แสดงภาพเคลื่อนไหวได้ดี ให้สีดำที่ดำสนิท สีสันมีความเป็นธรรมชาติ มีมิติและมุมมองของการแสดงภาพที่กว้างกว่า LCD TV แต่กระจกของ Plasma TV จะสะท้อนแสงเมื่อตั้งอยู่ในห้องที่มีแสงจ้ามากๆ ทำให้ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอลดคุณภาพลงไปพอสมควร รวมถึงมีอัตราการกินไฟมากอีกด้วย

OLED TV (Organic Light Emitting Diodes) เป็นประเภทของทีวีสมัยใหม่ ที่เสมือนเป็นการนำจุดแข็งของทีวีแต่ละประเภทมารวมไว้ในที่เดียว เม็ดพิกเซลสามารถให้กำเนิดแสงได้เองคล้ายกับ Plasma TV ไม่ต้องพึ่งหลอดไฟเหมือน LCD หรือ LED

จุดเด่นของจอ OLED คือความบางและความยืดหยุ่น สามารถพัฒนาหน้าจอให้มีความโค้งได้ กินไฟน้อย แสดงสีสันของภาพได้สม่ำเสมอไม่ว่าจะมองจากองศาใดก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่าเทคโนโลยีที่ทันสมัยย่อมตามมาด้วยราคาที่แพงขึ้น

ระยะห่าง และขนาดทีวี เกี่ยวพันกันอย่างไร

หลายคนอาจไม่เคยวางแผนมาก่อนว่าจะเลือกตำแหน่งวางทีวีเครื่องใหม่ในระยะห่างเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมที่สุด ซึ่งบางคนอาจเข้าใจผิดอีกว่าระยะห่างไม่สำคัญ แค่จอใหญ่เท่าไหร่ยิ่งทำให้เห็นภาพที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่แท้จริงขนาดหากตั้งในระยะห่างที่เหมาะสมก็จะช่วยให้เราได้เห็นภาพที่คมชัด สีสันที่สร้างความประทับใจ และยังเปรียบได้กับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามที่ประดับอยู่ในบ้านของคุณอีกด้วย

– Smart TV 56 นิ้วขึ้นไป ระยะห่างควรอยู่ที่ 3 เมตรขึ้นไป

– Smart TV 46-55 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ที่ 2.5 ถึง 3 เมตร

– Smart TV 40-45 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ที่ 2 ถึง 2.5 เมตร

– Smart TV 32-39 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ที่ 1.5 ถึง 2 เมตร

Smart ทีวี 32 นิ้ว ลงมา ระยะห่างควรอยู่ที่ 1.5 เมตร หรือน้อยกว่านั้น

ความละเอียดของภาพ (Resolution)

เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเลือกซื้อ ซึ่งปัจจุบันจะเห็นได้ว่าในตลาดบ้านเราความละเอียดเริ่มต้นของทีวีจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ HD (1366 x 768 Pixel) เป็นมาตรฐานความละเอียดที่แพร่หลายในตลาดปัจจุบัน , Full HD (1920 x 1080 Pixel) อีกหนึ่งความละเอียดที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ช่วยในการดูหนังแบบ Blu-ray, คอนเทนต์หรือรายการทีวีแบบ Full HD ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  

และ UHD (Ultra High Definition หรือ 4K) มีความละเอียดอยู่ที่ 3840 x 2160 Pixel สูงกว่า Full HD ถึง 4 เท่า ซึ่งประโยชน์ของการแสดงภาพในความละเอียดระดับ UHD จะช่วยให้เราได้ชมภาพที่มีความคมชัด เสมือนจริง

อีกหนึ่งข้อสังเกต คือ ลักษณะของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เนื่องจาก Smart TV อาทิ
ทีวี 32 นิ้ว หลายรุ่นมีความแตกต่างกัน บางรุ่นอาจใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสาย LAN, บางรุ่นใช้ Wi-Fi Adapter USB  หรือเชื่อมต่อ Wi-Fi แบบ Built-in ซึ่งเป็นประเภทที่มีมากับ Smart TV บางรุ่นเท่านั้น และราคาก็มีความแตกต่างกันไปตามสเปค

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *