เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแอร์ที่หลายคนอาจมองข้าม

"ราคาแอร์บ้าน"

          เครื่องปรับอากาศในบ้านหรือว่าแอร์ที่เราเรียกกันติดปากนั้นถือว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ติดบ้านคนไทยรุ่นใหม่เลยก็ว่าได้เพราะว่าด้วยสภาพอากาศที่ร้อนมากมายขึ้นทุกวันแม้กระทั่งพัดลมก็เอาไม่อยู่ ประกอบกับ“ราคาแอร์บ้าน”ในปัจจุบันนั้นไม่แพงเหมือนกับอดีตแล้ว ดังนั้นจึงเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขายดีอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย

          แต่รู้หรือเปล่าว่าแอร์ที่เราติดตั้งอยู่ที่บ้านนั้นยังมีอีกหลายอย่างที่เราไม่รู้มาก่อนทั้งเรื่องที่มาที่ไปหรือเรื่องการดูแลรักษาอย่างละเอียด เราจะมานำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจของแอร์ให้ทุกท่านได้ทราบกัน

               ประวัติของแอร์หรือเครื่องปรับอากาศที่มีขึ้นในโลกนั้นเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1902 ที่เมือง Buffalo ใน New York ประเทศสหรัฐอเมริกา และการเกิดขึ้นครั้งแรกก็อาจจะแตกต่างจากที่หลายคนคิดแน่ ๆ เพราะว่าเริ่มต้นมาจากโรงพิมพ์หนึ่งที่มีปัญหาในด้านความชื้นในอากาศจนมีปัญหาทำให้พิมพ์ภาพสีต่าง ๆ ออกมาไม่ได้ตามต้องการ

          วิลลิส ฮาวีย์แลนด์ แคร์เรียร์ ซึ่งเป็นวิศวกรก็ถูกปรึกษาให้มาแก้ปัญหาดังกล่าว ขณะที่เขากำลังคิดแก้ปัญหาอยู่และมีโอกาสได้ไปยืนอยู่ที่สถานีรถไฟในช่วงที่หมอกลงจัดทำให้คิดว่าหมอกคือกระบวนการที่ไอน้ำจับตัวกันเมื่ออากาศเย็นลง ถ้าจะลดความชื้นในอากาศก็ต้องทำให้ความชื้นจับตัวกันและกลายเป็นน้ำ ดังนั้นจึงนำวิธีการดังกล่าวไปใช้แก้ปัญหาความชื้นในโรงพิมพ์ด้วยการสร้างเครื่องปรับอากาศ หรือ แอร์ ขึ้นมาใช้ในโรงงาน ซึ่งสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี จนได้รับการจดสิทธิบัตรในปี คศ.1906

          ต่อมาสิ่งประดิษฐชนิดนี้ได้รับการพัฒนาให้สามารถสร้างความเย็นให้กับที่อยู่อาศัยได้ภายใต้บริษัทที่เขาสร้างขึ้นเองอย่าง Carrier Engineering Corporation ซึ่งปัจจุบันก็หันมาผลิตเครื่องปรับอากาศยี่ห้อ Carrier (แคร์เรียร์) ที่ใช้กันในปัจจุบันตามบ้านเรือนทั่วโลกนั่นเอง ซึ่ง Carrier ถือว่าเป็นแอร์บ้านแบรนด์แรกของโลกเลยทีเดียว“ราคาแอร์บ้าน”ของแบรนด์นี้ก็มีหลากหลาย

          ประเภทของแอร์บ้านในปัจจุบันนั้นมีดังนี้

          1. แบบติดผนัง

          เป็นแบบที่นิยมใช้กันตามบ้านและที่พักอาศัยมากที่สุดหาซื้อได้ง่ายตามตัวแทนจำหน่ายทั่วไป มีดีไซน์ที่ทันสมัย สามารถไปอยู่ในห้องต่าง ๆ ได้อย่างแนบเนียน มีให้เลือกหลากหลายรุ่นและหลายสเปค ทำงานได้เงียบและติดตั้งง่าย แต่ว่าก็ไม่ค่อยเหมาะกับการทำงานหนักเท่าไหร่เพราะมีขนาดตัวเครื่องที่เล็กราคาแอร์บ้านแบบนี้ก็ไม่แพง

          2. แบบตั้งแขวน

          เหมาะกับพื้นที่ทั้งในบ้านและในห้องประชุมต่าง ๆ เพราะว่าสามารถเลือกได้ว่าจะนำไปวางในรูปแบบใด ทั้งแบบตั้งพื้นและแบบแขวนเพดาน สามารถใช้งานได้หลากหลายมุมของบ้านและสถานที่ โครงสร้างการระบายลมทำได้ดี แต่ว่าก็มีรุ่นให้เลือกไม่มากนัก

          3. แบบตู้ตั้งพื้น

          หลายคนคงจะคุ้นตากันในร้านอาหารหรือในร้านค้าที่มีขนาดใหญ่ หรือสถานที่ที่มีคนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา มีลักษณะเป็นตู้สูงหนา มีกำลังแรงลมสูง ข้อดีคือติดตั้งง่ายโดยตั้งไว้กับพื้นได้เลยไม่ต้องเชื่อมกับอะไร ทั้งยังทำความเย็นได้มากและรวดเร็วเพราะเส้นผ่าศูนย์กลางพัดลมที่ค่อนข้างใหญ่ แต่ว่าก็เสียพื้นที่ใช้สอยมากเลยทีเดียวด้วยขนาดนั่นเอง

          4. แบบติดบนเพดาน

          สำหรับพื้นที่หรืออาคารที่ไม่ต้องการให้มีแอร์มาตั้งก็ต้องเป็นแบบฝังเพดานเลย โดยตัวเครื่องจะฝังอยู่ใต้เพดานด้านบน แต่ว่าก็ติดตั้งยากและดูแลรักษาได้ค่อนข้างยาก

          5. แบบเคลื่อนที่ได้

          แอร์ประเภทนี้ได้รับความนิยมในช่วงหลังมาก เพราะว่าไม่ต้องทำการติดตั้ง สามารถเคลื่อนย้ายด้วยการเข็นไปได้ทุกที่อยากทำความเย็นตรงไหนก็เสียบปลั๊กได้เลยทันที มีข้อดีคือขนาดที่กะทัดรัด แต่ว่าก็ใช้ได้ในสถานที่ค่อนข้างจำกัดเพราะว่ามีตัวเครื่องที่เล็ก และไม่สามารถที่จะใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานได้ ราคาแอร์บ้านแบบเคลื่อนที่ก็ไม่แพงแล้วเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน

          และเมื่อใช้กันไปนาน ๆ ก็ควรทำความสะอาดหรือทำการล้างแอร์เป็นประจำอย่างน้อยเดือนละครั้ง เริ่มจากที่ตัดไฟเบรกเกอร์ ถอดฟิลเตอร์ออกด้วยน้ำและนำไปผึ่งไว้ ดูดฝุ่นที่แผงคอยล์แล้วฉักสเปย์โฟมที่ใช้ล้างแอร์ ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงและประกอบแอร์เข้าที่เดิม

          เมื่อยกเบรกเกอร์ขึ้นแล้วก็เปิดโหมดการทำงานแบบพัดลมไว้ประมาณ 45 นาทีเพื่อทำความสะอาดแผงคอยล์ไว้เป็นขั้นตอนสุดท้าย

          แอร์บ้านถือเป็นอุปกรณ์ใกล้ตัวที่มีหลายสิ่งที่คุณอาจยังไม่รู้อย่างประวัติ ประเภท และวิธีการดูแลรักษา เราก็นำมาให้ทุกท่านได้รู้กันแล้ว หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *