เลือก Power Supply ยังไงให้โดนใจคนใช้คอม

"Power"

         ในการใช้คอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพนั้นอุปกรณ์ต่าง ๆ มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้เมาส์หรือคีย์บอร์ดที่คุณภาพดี หรือใครที่ทำงานในสายงานที่แตกต่างกันก็คงต้องมีอุปกรณ์ที่มีลักษณะเฉพาะทางตรงตามวัตถุประสงค์ และ “Power” Supply หรือ เครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์นั้นก็จำเป็นอย่างยิ่งในการทำงานคอมพิวเตอร์เพราะว่าเป็นส่วนสำคัญในการทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้เลยทีเดียว

          ดังนั้นสำหรับคนที่จะเลือกซื้อคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะแบบประกอบเองซึ่งกำลังมองหาจะมีวิธีเลือกยังไงให้ตรงใจและเหมาะสมมากที่สุด วันนี้เราจะมาแนะนำกันในหลาย ๆ แง่มุมกัน

          Power Supply หรือ เครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์ มีหน้าที่ในการแปลงกระแสไฟฟ้าจากกระแสสลับมาเป็นแบบกรแสตรงเข้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านเมนบอร์ด ทำให้ส่วนต่าง ๆ และอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็น จอ, CPU, Harddisk ทำงานได้ ดังนั้นสิ่งนี้เปรียบได้กับเส้นเลือดใหญ่ของวงจรเลยทีเดียว

               ประเภทของเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์มีดังนี้

          แบบ AT นิยมใช้กันมาตั้งแต่อดีต โดยการทำงานจะต่อตรงจากแหล่งจ่ายไฟผ่านการทำงานโดยการ เปิด-ปิด ซึ่งบางครั้งเกิดปัญหากับอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเช่น Harddisk หรือ CPU ซึ่งจำเป็นต้องมีไฟหล่อเลี้ยงเอาไว้ก่อนที่จะปิดการทำงาน ซึ่งถ้าพลาดไปกดปิดก็จะเกิดผลไม่ดี

          แบบ ATX เป็นแบบที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน โดยการนำแบบ AT มา พัฒนาต่อ โดยนำส่วน เปิด-ปิด มาอยู่กับส่วนของเมนบอร์ด ทำให้มีกระแสไฟหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ต่าง ๆ เอาไว้ก่อนที่จะปิดเครื่อง ทำให้ลดความเสียหายของอุปกรณ์ต่าง ๆ ในเครื่อง

          วิธีการเลือกซื้อมีดังนี้

          1. ต้องมีกำลังไฟเพียงพอต่อการใช้งาน

          เป็นข้อหลักที่ควรจะนึกถึงและสำคัญมาก ๆ ในการเลือกซื้อเพราะว่าเป็นการบอกว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้สามารถจ่ายไฟให้คอมพิวเตอร์ได้มากเท่าไหร่ โดยหน่วยที่เลือกนั้นมีจำนวนเป็น watt ซึ่งแล้วแต่ว่าส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์นั้นใช้กำลังไฟมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเช็คดูได้จาก TDP (Thermal design power) เช็คได้จากเมนู Setting ของคอมพิวเตอร์ ซึ่งปกติจะอยู่ที่ประมาณ 65 watt ซึ่งควรซื้อเผื่อไว้ 30% เป็นอย่างต่ำ

               2. ดูพื้นที่ในคอมพิวเตอร์

          ตัวเคสของคอมพิวเตอร์มีไว้สำหรับใส่อุปกรณ์ต่าง ๆ และใส่เครื่องจ่ายไฟสำหรับคอมพิวเตอร์ด้วย ถ้าจะให้ดีจำเป็นต้องหาเคสที่มีพื้นที่กว้างเพื่อที่จะมีที่ระบายอากาศหรือว่ามีที่ไม่พอก็สมควรที่จะเจาะรูและติดกับตัวเคสเลย ซึ่งแบบนี้อาจจะต้องให้ช่างผู้ชำนาญมาทำการติดตั้ง แต่ถ้าตัวเคสมีขนาดใหญ่มากพอที่จะใส่เครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์ที่เลือกซื้อมาก็ใส่ไปได้เลย

          3. ความสามารถในการระบายความร้อน

          เนื่องจากเป็นส่วนที่ต้องเจอกับความร้อนอย่างต่อเนื่องอุปกรณ์ชิ้นนี้จึงจำเป็นต้องมีพัดลมระบายอากาศติดตั้งไว้ซึ่งจะทำการระบายลมร้อนจากการทำงานออกไปและนำความเย็นใส่เข้ามาในตัวเครื่อง ในสมัยก่อนจำนวนของพัดลมจะมีมากถึง 3 ตัวในรุ่นที่แพง ๆ แต่ว่าในปัจจุบันนั้นได้พัฒนาให้มีเพียงแค่ใบเดียวแต่ว่ามีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งช่วยในเรื่องเสียงของการทำงานได้เป็นอย่างดี

          4. ความปลอดภัย

          จริง ๆ แล้วเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์ก็คือหม้อแปลงชนิดหนึ่งนั่นเอง ซึ่งต้องมีมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งการรับรองมาตรฐานที่ชื่อว่า 80 PLUS สำคัญสำหรับอุปกรณ์ชิ้นนี้ เพราะผ่านการทดสอบแล้วว่าไฟที่ถูกนำเข้ามาจะเปลี่ยนเป็นความร้อนในระดับแค่ 20% ซึ่งจะช่วยเซฟเรื่องความร้อนไปได้มากและช่วยประหยัดไฟอีกด้วย

          5. เลือกเผื่ออนาคต

          แน่นอนว่าคอมพิวเตอร์นั้นต้องได้รับการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาในเรื่องสเปคดังนั้นการเลือกซื้อเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์ก็ต้องดูว่าสามารถรองรับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ถึงรุ่นไหน และจ่ายไฟได้สูงสุดอยู่ที่กี่ watt เพราะว่าถ้าเกิดอัพสเปคคอมครั้งต่อไปแล้วเกิดเปิดไม่ติดหรือจ่ายไฟไม่พอทำให้อุปกรณ์อื่น ๆ เสียหายคงไม่สนุกเลย

          การดูแลเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์

          หลัก ๆเลยก็คือเรื่องฝุ่นที่ต้องทำความสะอาดอยู่บ่อย ๆ เพื่อไม่ให้เกาะจนทำให้พัดลมระบายอากาศทำได้ไม่เต็มที่ ควรใช้แปลงปัดออกบ่อย ๆ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

          และนี่คือเรื่องราวของเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์ จะเห็นได้ว่าการเลือกซื้อนั้นไม่ยากและไม่ง่ายแต่ต้องศึกษาให้ดีก่อนซื้อนะครับ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *