asus zenbook 13 บางเบา แต่ทรงพลังกว่าที่คิด

โน๊ตบุ๊คราคาถูก ที่อยู่ในช่วงราคาที่เอื้อมถืง และน่าลงทุน รุ่นนี้เรียกได้ว่า เป็นโน๊ตบุ๊คระดับโปรสำหรับคนทำงาน พร้อมเพลิดเพลินกับการเล่นเกมยามว่างจากงาน asus ZenBook 13 ให้ความโดดเด่น ทั้งทางด้านดีไซน์การออกแบบที่บางเบา  แต่สเปคแรงขั้นสุด หน้าจอมีสีสันแม่นยำระดับท็อป และอีกหนึ่งจุดเด่นคือด้วยจุดเด่นในด้านความกะทัดรัด จากการใช้จอ 13 นิ้วขอบบางแบบ NanoEdge ซึ่งทำให้ ZenBook รุ่นนี้กลายเป็นโน้ตบุ๊กขนาด 13 นิ้วที่เล็กที่สุดในโลก โดยมีขนาดเล็กกว่ากระดาษ A4 อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีน้ำหนักตัวเครื่องเบาสุดเพียงแค่ 1.19 กิโลกรัมเท่านั้น

asus zenbook 13

ทำให้น่าจะกลายเป็นโน้ตบุ๊กที่เหมาะกับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่มาก ๆ ด้วยหน้าจอที่มีขนาดกำลังพอดิบพอดี น้ำหนักที่พกใส่กระเป๋าได้สบาย รวมถึงยังมีแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ยาวนานสุด 14 ชั่วโมง

หากเป็นสมัยก่อนการจะหาคอมพิวเตอร์ดีๆ สำหรับการทำงานกราฟฟิกระดับสูง นี่ลืมโน้ตบุ๊คไปได้เลย ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์สเปคแรงแบบตั้งโต๊ะเท่านั้น มาสมัยนี้เทคโนโลยีดีขึ้น และมีขนาดเล็กลง ทำให้คอมพิวเตอร์พกพาอย่างโน้ตบุ๊คสามารถทำงานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ในเบื้องต้น เรามาดูกันดีกว่าว่า zenbook 13 มีสเปคสำคัญๆ อะไรบ้าง มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i7-8565U ที่เป็นชิป 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.8 GHz สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้เป็น 4.6 GHz ทำงานร่วมกับแรม DDR3L ขนาด 8 GB ส่วนพลังกราฟิกก็มีทั้งส่วนของออนบอร์ด Intel UHD Graphics 620 สำหรับใช้งานทั่วไป ส่วนงานที่ต้องอาศัยพลังกราฟิกเช่นการเล่นเกม ก็จะมีชิปกราฟิกอย่าง NVIDIA GeForce MX150 ที่มีแรม GDDR5 ในตัวมาให้ใช้งาน 2 GB ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD แบบ PCIe ความจุ 512 GB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นเว็บ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมออนไลน์ได้สบาย ส่วนเกมออฟไลน์ใหม่ ๆ ก็ยังไหวเลย

คีย์บอด อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย asus zenbook 13 เลือกใช้หน้าจอขนาด 13.3″ ความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080) อัตราส่วน 16:9 ขอบจอบางแบบ NanoEdge พาเนลจอแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ซึ่งจัดว่าเป็นสเปคจอที่เหมาะสำหรับการใช้งานแทบทุกรูปแบบ มาพร้อม Windows 10 Home Single Language และซอฟต์แวร์จากทาง ASUS อีกเล็กน้อย

พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-C, USB 3.1, USB 2.0 มีพอร์ตเชื่อมต่อจอ HDMI แบบเต็ม รวมถึงยังมีช่องอ่านการ์ด MicroSD มาให้อีก 1 ช่อง เนื่องด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กเกินกว่าจะใส่ช่องอ่านการ์ด SD เข้ามา นอกจากนี้ ยังมีกล้อง IR สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนใบหน้าได้อีกด้วย ส่วนสเปคเต็ม ๆ ของแต่ละรุ่นย่อยของ UX333F ก็ตามนี้เลย

ส่วนที่เป็นไฮไลท์ที่สุดก็ คือแผงปุ่มตัวเลขที่ซ่อนอยู่ในทัชแพดครับ โดยใช้ชื่อเรียกว่า NumberPad ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ด้วยการแตะไอคอนตรงมุมขวาบนของทัชแพดค้างไว้ 1 วินาที เส้นไฟสำหรับแบ่งพื้นที่ของแต่ละปุ่มก็จะปรากฏขึ้นมาให้ใช้งานเป็น numpad ได้ทันที ซึ่งแม้ว่าจะมีปุ่มขึ้นมาแล้ว ผู้ใช้ก็ยังสามารถใช้ทัชแพดในการเลื่อนเคอร์เซอร์ได้อยู่ แต่หากมีการจิ้มลงบนพื้นที่ของแต่ละปุ่มเพื่อคลิกซ้าย ก็จะเปรียบเสมือนการกดปุ่มตัวเลขด้วย

ลำโพงของ ZenBook 13 จะถูกวางไว้ที่ขอบเครื่องด้านล่าง ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาในลักษณะของลำโพงสเตอริโอ ซึ่งเมื่อกางบานพับจอแบบ ErgoLift ออกมา ฐานเครื่องก็จะยกขึ้นเพื่อให้เสียงจากลำโพงสะท้อนกับพื้นได้ดีขึ้นด้วย ทำให้ได้เสียงที่กังวานมากยิ่งขึ้น เมื่อประกอบกับระบบเสียงจาก Harman Kardon เข้าไปอีก ทำให้เสียงที่ได้จากลำโพงของตัวเครื่องมีพลังมากยิ่งขึ้น โดยจากเท่าที่ผมลองใช้ฟังเพลงดู โทนเสียงกลางจะเด่นขึ้นมาตามสไตล์ของลำโพงโน้ตบุ๊กเครื่องบางเบา รวม ๆ แล้วอยู่ในระดับกลางครับ ใช้ฟังเพลงเพลิน ๆ ได้

ภาพรวมโดยสรุป ASUS ZenBook 13 เป็นโน้ตบุ๊กอีกรุ่นที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านของความกะทัดรัดของตัวเครื่อง ที่มีขนาดเล็กกว่ากระดาษ A4 น้ำหนักเพียง 1 กิโลกรัมหน่อย ๆ ขอบจอบางเฉียบที่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม บานพับ ErgoLift ที่ช่วยยกตัวเครื่องขึ้นมาให้สามารถใช้งานคีย์บอร์ดได้ง่ายขึ้น ส่วนประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องก็ยังครบครันทั้งแง่ของชิปประมวลผล Core i7 ชิปกราฟิกแยก MX150 รวมถึงแรม 8 GB และ SSD ในเครื่องอีก 512 GB ที่ทำให้โน้ตบุ๊กเครื่องนี้ตอบโจทย์ทั้งการทำงานทั่วไป การใช้งานเพื่อความบันเทิง รวมถึงยังเล่นเกมในยามว่างได้อีกด้วย

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *