หลีกเลี่ยงมือถือ ไว้ใกล้ตัวจนเกินไป

มือถือ

แน่นอนว่าหลายๆ คนมักมีนิสัยที่ชอบเล่นโทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนเสร็จ แล้วก็วางมันไว้ข้างหมอนหรือเผลอหลับตอนกำลังนอนเล่นโทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟน เพราะเรามองว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำกัน จนอาจจะลืมนึกไปว่ามันส่งผลเสียต่อการเป็นโรคร้ายแรงอย่างมากถึงมากที่สุด เพราะโทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนไม่ควรนำมาวางไว้แถวๆ หัวนอนเด็ดขาด ทุกคนคงอยากรู้กันแล้วใช่มั้ยว่ามันจะนำพามาซึ่งโรคอะไร เอาอย่างเบาะ ที่รู้แล้วจะแอบหนาว คลื่น มือถือ หรือสมาร์ทโฟนเป็นตัวการของมะเร็งสมอง!

จากข้อมูลของสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) มือถือ มีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดมะเร็ง โดยเฉพาะลองสังเกตได้ง่ายๆ เลยว่า วันไหนที่คุย โทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานๆ จะรู้สึกปวดหูและลามไปยันหัว โดยเฉพาะสมองในเด็กที่มีแรงดึงดูดสัญญาณคลื่นได้มากกว่าผู้ใหญ่ถึง 2 เท่า จึงทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งสมองชนิด Glioma หรือเนื้องอกในสมองได้มากกว่าผู้ใหญ่นั่นเอง

ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่าในไทยนั้นพบเพศชายเป็นเนื้องอกในสมองมากกว่าผู้หญิง อีกทั้งช่วงอายุที่พบว่าเป็นเยอะที่สุดคือ 5-9 ปี และ 50-55 ปี โดยในกลุ่มของเด็ก ถือว่ามะเร็งในสมองเป็นโรคที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด เราในฐานะผู้ใหญ่ จึงควรให้ความสำคัญต่อการใช้โทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนในกลุ่มเด็กเล็กให้มากๆ เพราะหลักๆ แล้ว พวกเค้ายังมีภูมิคุ้มกันได้ไม่ดีเท่าพวกเรา

ทีนี้เราลองมาดูดีกว่า พฤติกรรมหลักที่เสี่ยงต่อผลกระทบนี้มีอะไรบ้าง โดยสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม หรือ สบท. ได้ทำการสำรวจร่วมกับมหาวิทยาลัยเอแบค เดือนกุมภาพันธ์ 2562 พบว่า พฤติกรรมของคนไทยกับโทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะใหญ่ๆ ดังนี้

นิยมวางโทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนไว้ข้างหัวเตียง คนไทยมักชอบนำโทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนไว้ที่หัวเตียงพร้อมกับเปิดเครื่องไว้ด้วยมากถึง 64.5% เพราะมองว่าสะดวกต่อการรับโทรศัพท์ได้ทุกเมื่อ แถมไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก ดังนั้นเราควรแก้ไขด้วยการนำโทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนไปวางไว้ให้ไกลตัว แต่ไม่ต้องปิดเครื่องก็ได้ จะเป็นทางออกที่ดีกว่า

ใส่ในกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋ากระโปรง เกือบครึ่งหนึ่งของคนที่มีโทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟน เทียบได้ 41.6% พบว่า คนไทยชอบเอาโทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนเหน็บไว้กับตัว ใส่กระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋ากระโปรง เพราะหยิบเข้าออกมานำใช้งานได้ง่ายและสะดวกต่อการพกพานั่นเอง ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าในยามที่ต้องออกจากบ้าน ก็ใส่ไว้ในกระเป๋าแทนจะดีกว่า เพราะอย่างน้อยสัญญาณคลื่นก็ไม่ได้สัมผัสกับร่างกายของเราโดยตรง

ใส่ไว้ในกระเป๋าพกพา และกลุ่มสุดท้ายของคนไทยคือ 23.7% นำโทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนใส่ไว้ในกระเป๋าพกพา เพราะส่วนใหญ่จะชอบเดินกดโทรศัพท์หรือบ้างก็เดินคุยโทรศัพท์เม้าท์มอยกับเพื่อน ซึ่งตามหลักแล้ว วิธีนี้เวิร์คที่สุด เพราะถือเป็นการลดความเสี่ยงในการรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเกินความจำเป็นได้มากที่สุดนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม บางคน นอกจากตอนนอนเอาโทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนมาวางไว้ข้างตัว เล่นจนนอนแล้ว ยังจะชาร์จแบต แถมเข้าไปอีก ยิ่งทวีคูณความรุนแรงของระบบสมองเรายิ่งไปอีก ซึ่งทางที่ดี เราควรจะปิดเครื่องแล้ววางไว้ให้ไกลตัวที่สุด แต่ถ้าหากจำเป็นจริงๆ ล่ะก็ แค่วางไว้ให้ไกลตัวแต่ไม่ต้องปิดเครื่องก็ได้ ใครโทรมายังไงเราก็ย่อมได้ยินอยู่แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามากระทบกับสมองของเราในยามหลับนอน และยิ่งไปกว่านั้น

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *