Music Streaming เจ้าไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด

"macbook pro"

                วิธีการฟังเพลงของคนในปัจจุบันนี้เปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อที่จะทำให้ผู้ใช้งานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อย่างแต่ก่อนการที่เราจะได้ฟังเพลงแต่ละครั้งก็ต้องซื้อ Tape Cassette หรือ CD เฉพาะศิลปินมาเปิดกับเครื่องเล่นที่บ้านหรือเครื่องเล่นติดตามตัวของเรา ซึ่งในปัจจุบันถือว่าเป็นเรื่องคลาสสิคเพราะว่าเราสามารถฟังเพลงต่าง ๆ จากศิลปินจากทั่วมุมโลกได้ทันทีผ่านบริการ Music Streaming ขอแค่เรามี Internet และ Smart Device อย่าง iPhone, iPad ไปจนถึง “macbook pro” โดยนับว่าเป็นวิธีที่ง่ายและถูกลิขสิทธิ์ไปพร้อม ๆ กันเลยทีเดียว

                แต่ในปัจจุบัน Music Streaming มีให้นักฟังเพลงอย่างเรา ๆ เลือกใช้กันมากมาย โดยที่บางคนอาจเลือกเป็นสมาชิกได้แค่เจ้าเดียวจนเกิดความลังเลว่าจะใช้ของเจ้าไหนดี วันนี้เราจึงรวบรวมจุดเด่นและข้อสังเกตุต่าง ๆ ของผู้ให้บริการ Music Streaming ที่ได้รับความสนใจในปัจจุบันว่ามีเจ้าไหนที่เหมาะสมกับตัวคุณบ้าง อย่ารอช้าเลยดีกว่าไปดูกัน

                1. Apple Music

                เป็นผู้ให้บริการที่ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ ทั้งยังไม่ใช่แค่ผู้ใช้บริการ iOS เท่านั้นที่จะใช้บริการได้ เพราะว่ารองรับผู้ใช้งานในระบบ Android ด้วยเช่นเดียวกัน และ “macbook pro” หรือ PC ก็ยังใช้ได้อีกด้วย

                จำนวนเพลงที่มีในคลังของ Apple Music นั้นมีมากกว่า 40 ล้านเพลงซึ่งถือว่าเยอะมาก ยิ่งถ้าใครเป็นคนที่ชอบฟังเพลงสากลด้วยแล้วล่ะก็ยิ่งตอบโจทย์อีกทั้งยังมีเพลงและคอนเทนท์แบบ Exclusive อีกด้วย โดยในประเทศไทยแม้ลิขสิทธิ์เพลงจะไม่ได้เต็มที่เหมือนกับหลาย ๆ ประเทศแต่ว่าก็ครอบคลุมหลากหลายแนว อย่างเช่นเพลง Asia จากทั้ง ญี่ปุ่นและเกาหลีหรือฝั่ง จีน ไต้หวัน ก็มีค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวสำหรับศิลปินและซิงเกิ้ลที่ดัง ๆ ส่วนเพลงไทยนั้นใครเป็นแฟนเพลง RS เสียใจด้วยเพราะไม่มีให้บริการ

                ในเรื่องคุณภาพเสียงนั้น Apple Music ใช้คุณภาพเสียง 256kbps ในฟอร์แมต AAC ซึ่งทาง Apple เคลมว่าให้คุณภาพเสียงที่ดีเกินบิตเรทเลยทีเดียว ซึ่งต้องยอมรับว่าหลังจากที่ลองได้ฟังก็ทำได้ตามที่บอกไว้จริง ๆ โดยสามารถดาวน์โหลดแบบ Offline มาฟังได้อีกด้วย

                 Apple Music มีโปรโมชั่นให้ผู้ใช้ใหม่ทดลองฟังได้ 3 เดือนเลยทีเดียว หลังจากนั้นราคาจะอยู่ที่ 69 บาทต่อเดือนสำหรับนักเรียนนักศึกษา 129 บาทต่อเดือนสำหรับบุคคลทั่วไปและ 199 บาทต่อเดือนสำหรับบัญชีแบบครอบครัว 6 คน

                2. JOOX

                เป็นผู้ให้บริการ Music Streaming จากยักษ์ใหญ่วงการ IT จีนอย่าง Tencent ซึ่งทำออกมาถูกใจคนไทยเลยก็ว่าได้ เพราะว่าเป็นศูนย์รวมของเพลงไทยจากทั่วราชอาณาจักรมีเพลงที่ศิลปินไทยทำออกมาเป็น Exclusive แถมมีฟังก์ชั่นเช่นการคอมเมนต์เพลงที่ชอบหรือการร้อง Karaoke เป็นต้น และแน่นอนว่าดาวน์โหลดเพลงแบบ Offline มาฟังได้

                คุณภาพเสียงจะถูกแบ่งออกเป็น 5 ระดับด้วยกันนั่นก็คือ Low, Std, Med, HQ, Hi-Fi ซึ่งช่วยแก้ปัญหาสำหรับคนที่สภาพการใช้อินเตอร์เน็ตเอื้ออำนวยในการ Streaming ต่างกันนั่นเอง

                สำหรับค่าบริการของ JOOX นั้น ในขั้นเริ่มต้นสามารถฟังในระดับ Low, Std, Med ได้แบบฟรี ๆ ไม่ต้องเสียเงิน แต่ว่าก็จะมีโฆษณาระหว่างเล่นเพลง แต่ว่าถ้าเป็นสมาชิกแบบ VIP ก็จะสามารถฟังเพลงในระดับ HQ กับ Hi-Fi ได้พร้อมเข้าถึงฟังก์ชั่นอื่น ๆ ได้อย่างครบถ้วนในราคา 69 บาทต่อสัปดาห์, 129 บาทต่อเดือน, ราคา 349 บาทต่อ 3 เดือน, 639 บาทต่อ6เดือน, 1099 บาทต่อ 1 ปี

                3. Spotify

                โดดเด่นด้วยการจัด Playlist ที่ตรงใจผู้ใช้งาน โดยการเรียนรู้การฟังเพลงของเราว่าเป็นอย่างไรและจัดออกมาเป็นหมวดหมู่ให้ได้ฟังกัน แถมจำนวนเพลงในคลังนั้นก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย เพลงอินดี้เจ๋ง ๆ จากหลาย ๆ ประเทศสามารถหาฟังได้จากที่นี่ เพลงไทยก็มีครบทุกค่ายหลัก ๆ เลย

                คุณภาพเสียงของ Spotify จะเริ่มจาก 160kbps โดยสามารถฟังได้ฟรี แต่ว่าถ้าเป็นแพ็คเกจเสียเงินนั้นจะมาในบิตเรท 320kbps ซึ่งถือว่ามาในระดับมาตรฐานของบริการ Music Streaming ในปัจจุบัน

                ค่าบริการของ Spotify นั้นอยู่ที่ 129 บาทต่อเดือนและแพ็คเกจแบบครอบครัว ราคาอยู่ที่ 199 บาทต่อเดือน สามารถดาวน์โหลดแบบ Offline มาฟังได้เช่นเดียวกัน

                และนี่คือการแนะนำผู้ให้บริการ Music Streaming ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลง ถูกใจเจ้าไหนก็ไปใช้งานกันได้นะครับ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *