นวัตกรรมล้ำนำสมัย ทีวีไม่มีวันตาย

tv

ยุค “Mobile First” อะไรๆ ก็สมาร์ทโฟนไว้ก่อน วิถีชีวิตคนในสังคมอยู่กับ Smart Device และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ทั้งติดต่อสื่อสาร เปิดรับข้อมูลข่าวสาร ค้นหาข้อมูล อ่านหนังสือ หรือแม้แต่ดูคอนเทนต์ต่างๆ ยังทำผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ที่พกพาติดตัวไปไหนมาไหน ทั้งนอกบ้าน และในบ้าน จนทุกวันนี้หลายคน แทบจะจำไม่ได้ว่าตัวเองเปิด tv ครั้งล่าสุดเมื่อไร !!!

อีกทั้งภาพรวมของตลาดทีวีในประเทศไทย เดินทางมาถึงจุดเริ่ม “อิ่มตัว” เนื่องจากทุกวันนี้ Penetration หรืออัตราการเข้าถึงทีวีในประเทศไทยเกือบ 100% ของจำนวนครัวเรือนในไทยแล้ว และรอบการเปลี่ยนทีวีของคนไทย โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 7 – 10 ปี แตกต่างจากตลาดมือถือ ที่ใช้ 1 – 2 ปีเปลี่ยนเครื่องใหม่

ส่งผลให้ตลาดที วีในไทย มีการเติบโตทั้งในเชิงมูลค่า (Value) และในเชิงปริมาณ (Volume) ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำ โดยคาดการณ์ว่าปีนี้ ตลาดทีวีมีมูลค่ารวมกว่า 30,000 ล้านบาท ในเชิง Value มีอัตราการเติบโตเพียง 3% ขณะที่ยอดขายจำนวนเครื่อง อยู่ที่ 2,000,000 – 3,000,000 เครื่อง มีอัตราการเติบโตเพียงแค่ 1%

จากสถานการณ์ดังกล่าว กลายเป็น “ความท้าทายครั้งใหญ่” ของบรรดาแบรนด์ผู้ผลิตทีวีทั้งหลาย ต่างกำลังเผชิญ และหาทางผ่าทางตันในภาวะอิ่มตัว เพื่อผลักดันให้ตลาดทีวีเติบโตต่อไปได้

หัวใจสำคัญที่จะกระตุ้นให้คนเปลี่ยนทีวี อันดับแรก “นวัตกรรม” ซึ่งปัจจุบันพัฒนาการของทีวีทั่วโลก เข้าสู่ยุค “สมาร์ททีวี” เป็นทีวีที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ และสามารถต่อยอดไปสู่เทคโนโลยี IoT (Internet of Things) ได้เช่นกัน ทำให้พฤติกรรมการชมคอนเทนต์ผ่านหน้าจอของผู้บริโภค เกิดการแยกประเภทหน้าจอโดยอัตโนมัติ ระหว่างอยู่นอกบ้าน กับในบ้าน

เวลาอยู่นอกบ้าน ผู้บริโภคใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งเป็น Entertainment Mobility ดูคอนเทนต์ต่างๆ และเมื่อกลับเข้าบ้าน ก็สามารถดึงคอนเทนต์บนมือถือ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต รับชมผ่านทีวี หรือเปิดหน้าเว็บไซต์ต่างๆ จากจอทีวีได้เลย เพื่อรับชมรายการ ซึ่งแน่นอนว่าการดูรายการผ่านทีวีที่มีขนาดใหญ่ และด้วยเทคโนโลยีภาพและเสียงที่พัฒนาไปไกล ทำให้ได้อรรถรสความบันเทิงมากกว่ามือถือ

ดังนั้น เมื่อมีนวัตกรรมเช้ามา เราก็จะเริ่มงงแล้ว ตอนนี้ทีวีมันสมาร์ทไปถึงไหนกันแล้ว ประเภทจอทีวี มีทั้ง LCD, LED, OLED, QLED และยังมีเรื่องความละเอียดของจอภาพแบบ 4K, 8K มากมายให้เลือกสรรเยอะไปหมด เรามาดูประเภทที่กำลังเป็นที่นิยมกันดีกว่า นั้นก็คือ แอลอีดี ทีวี (Light Emitting Diode) เป็นทีวีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาด ต่อยอดมาจาก LCD โดยใช้หลอดไฟ LED ขนาดจิ๋ว 3 สี ได้แก่ สีแดง น้ำเงิน และเขียว เป็นตัวกำเนิดแสง ให้แสงสว่างได้ดีว่า LCD กินไฟน้อยกว่า และตัวเครื่องมีความบางยิ่งขึ้นอีกด้วย แต่ที่ซับซ้อนไปกว่านั้น แอลอีดี ทีวี ยังมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ โดยไล่เรียงกันไปตามประสิทธิภาพจากน้อยไปหามาก ไม่ว่าจะเป็น Edge LED, Full LED และ RGB LED ซึ่งราคาก็จะเพิ่มขึ้นไปตามประสิทธิภาพในการแสดงผล

อีกประเภทที่กำลังมาแรงก็คงไม่พ้น โอแอลอีดี ทีวี (Organic Light Emitting Diode)  นอกจากนี้ก็ยังมีคำอื่นๆ ที่เราจะได้ยินกันอยู่บ่อยครั้ง เช่น OLED tv (Organic Light Emitting Diode) ทีวีสมัยใหม่ที่เม็ดพิกเซลสามารถให้กำเนิดแสงได้เองคล้ายกับ Plasma ไม่ต้องพึ่งหลอดไฟเหมือน LCD หรือ LED

จุดเด่นของจอภาพชนิดนี้คือมีลักษณะคล้ายแผ่นฟิล์ม มีความบางและความยืดหยุ่น สามารถพัฒนาหน้าจอให้มีความโค้งได้แถมยัง กินไฟน้อย

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *