Touch Screen เทคโนโลยียกระดับไลฟ์สไตล์

"huawei nova 2i"

เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในแต่ละวันก็มีจุดมุ่งหมายที่คล้าย ๆ กันนั่นคือการสร้างความสะดวกสบายและตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้งานในการทำงานต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด โดยเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่ถือว่าเป็นการพลิกวงการ Gadget ไปตลอดกาลนั่นก็คือ Touch Screen หรือหน้าจอสัมผัสนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นการใช้งานพื้นฐานคู่กับ Smartphone อย่าง “huawei nova 2i” หรือทุกรุ่นเลยก็ว่าได้ ซึ่งช่วยให้การควบคุมต่าง ๆ เป็นอิสระและหลากหลายมากขึ้นกว่าลักษณะปุ่มกดที่เคยใช้มามากเลยทีเดียว

แต่ว่าทุกเทคโนโลยีนั้นต้องมีที่มาที่ไปและเส้นทางการพัฒนา โดย Touch Screen หรือหน้าจอสัมผัสนั้นก็เช่นกันที่กว่าจะมาอยู่ในโปรดัคส์ ต่าง ๆ ให้เราได้ใช้ในชีวิตประจำวันนั้นต้องผ่านการแก้ไขและปรับปรุงมาอย่างมากมาย ซึ่งเราจะพาทุกท่านที่คาดว่าคงต้องมีอุปกรณ์อะไรอยู่ในครอบครองที่มีการทำงานหลักแบบ Touch Screen อย่างน้อยหนึ่งชิ้นแน่ ๆ ไปดูถึงเรื่องราวของเทคโนโลยีที่เรียกว่าเป็นนวัตกรรมนี้กัน

 Touch Screen หรือ หน้าจอสัมผัสถูกคิดค้นโดย EA Johnson ในปี 1965 โดยมีระบบการทำงานพื้นฐานคือสามารถตรวจจับตำแหน่งการเคลื่อนไหวของการสัมผัสของวัตถุกับตัวจอได้ซึ่งนำมาประยุกต์กับอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อควบคุมการทำงาน ซึ่งหลังจากที่ปรับปรุงพัฒนากันมาอยู่หลายปี ในปี 1980 ก็ได้มีอุปกรณ์ที่ใช้งานกันในวงกว้างอย่างตู้คีออสก์ในร้านค้ารูปแบบปลีก หรือจอแสดงผลสำหรับนักท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เรื่อยมาจนถึงตู้ ATM และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอย่าง HP-150 ซึ่งถือว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีระบบ Touch Screen ที่ขายสำหรับบุคคลทั่วไปเครื่องแรก แต่ว่าระบบ Touch Screen ในยุคนั้นรองรับการสัมผัสได้แค่จุดเดียวเท่านั้น

ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีดังกล่าวแพร่หลายมากยิ่งขึ้นก็ทำให้ระบบดังกล่าวได้เข้ามาในชีวิตของพวกเราอย่างใกล้ชิดกว่าเก่า เช่นการนำมาดัดแปลงเป็นแค็ตตาล็อกดิจิตอลสำหรับสินค้า การเล่นเกมในรูปแบบอาเขตหรือที่เรียกกันว่าเกมตู้ การควบคุมในโรงงานอุตสาหกรรมหนักต่าง ๆ เช่นห้องควบคุม Room Automation เป็นต้น และก็ถูกนำมาใช้ในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ อย่าง PDA ที่เริ่มแรกเป็นจอขาวดำและต้องใช้ปากกาจิ้มซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของอุปกรณ์ GADGET ในรูปแบบจอสัมผัสในทุกวันนี้เลยทีเดียว

 Touch Screen เริ่มมาบูมมากเมื่อมีการรองรับการสัมผัสได้หลายจุดมากขึ้นการใช้งานต่าง ๆ จึงยืดหยุ่นออกไปในทางมัลติมีเดีย เป็นเหตุให้ผู้ผลิต Smartphone ทั้งหลายต่างเล็งเห็นว่านี่จะเป็นนวัตกรรมที่จะนำพาการใช้งาน Smartphone ให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด โดยรายแรก ๆ นั่นก็คือ Apple ที่เปิดตัว iPhone ในปี 2007 เรื่อยมาถึง Samsung Galaxy ในปี 2009 และหลาย ๆ แบรนด์ก็ทยอยทำ Smartphone ที่มีรูปแบบการการควบคุมหลักบนหน้าจอ Touch Screen อย่าง Huawei ที่ในตอนนี้มีรุ่น “huawei nova 2i” ที่ได้รับความนิยมมาก ๆ เป็นต้น และยังถูกนำไปใช้ใน Gadget อื่น ๆ อย่าง Tablet และ เครื่องเล่น MP4

โดยในปัจจุบันนั้นจอ Touch Screen ของสมาร์ทโฟนและ Gadget นั้นถูกแบ่งออกเป็นใหญ่ ๆ ได้ 2 แบบดังนี้

1. หน้าจอแบบนิ่ม (Resistive)

เป็นจอที่สามารถนำอะไรมาจิ้มก็ได้ไม่ว่าจะเป็นนิ้ว ปากกา หรือ วัสดุ อื่น ๆ มีความแม่นยำในการจับการสัมผัสสูง โดยส่วนประกอบหลัก ๆ คือเลเยอร์ด้านบนที่มีความยืดหยุ่นต่อแรงกด และเลเยอร์ด้านล่างจะอยู่บนพื้นที่แข็ง ซึ่งระหว่างกลางจะมีเม็ดฉนวนกันไว้ไม่ให้เลเยอร์ทั้ง 2 มาชนกันนั่นเอง แต่จะทำการส่งค่าไฟฟ้าให้ทั้ง 2 แผ่นทำงานร่วมกัน

2. หน้าจอแบบแข็ง (Capacitive)

จะเป็นหน้าจอที่สามารถใช้เฉพาะนิ้วจิ้มได้อย่างเดียว ถ้าใช้วัสดุอื่นมาจิ้มก็จะไม่เกิดผลใด ๆ โดย Smartphone รุ่นมาตรฐานส่วนใหญ่นิยมใช้จอแบบนี้ โดยการออกแบบหลัก ๆ ก็จะมีการใช้แผ่นแก้วที่เคลือบผิวด้วยออกไซด์ซึ่งมีลักษณะเป็นโลหะแบบโปร่งแสง เมื่อจับดูก็จะรู้เลยว่ามีความแข็งแรงทนทานเป็นอย่างดีเลย เวลาเราใช้นิ้วสัมผัสไปแล้วก็จะเหมือนกับเป็นการป้อนแรงดันไฟฟ้าเพื่อสร้างสนามแม่เหล็กให้มุมทั้งสี่ของหน้าจอรับรู้ ทำให้สามารถคำนวนตำแหน่งที่กดได้นั่นเอง

เทคโนโลยีดังกล่าวไม่ได้หยุดอยู่ที่ Smartphone แต่ว่ายังต่อยอดมาในอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมายเช่นกระดานอัจฉริยะที่ใช้ในการประชุมต่าง ๆ หรือว่าสื่อการเรียนการสอนอื่น ๆ นั่นเอง ซึ่งอยู่ที่ผู้ผลิตจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อะไรออกมาอีกและผู้ใช้จะใช้งานอย่างเป็นประโยชน์มากแค่ไหนนั่นเองครับ         

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *