เทคนิคการเลือกเครื่องเสียงติดรถยนต์แบบโดน ๆ

"แท็บเล็ต samsung"

สำหรับบางคนเสียงเพลงคือสิ่งที่สามารถอยู่กับเราได้ในทุกที่และสามารถเป็นเพื่อนกับเราได้ในทุกอารมณ์ แม้กระทั่งในรถยนต์นั้นก็ไม่พลาดที่จะต้องมีเครื่องเสียงที่ดีเอาไวขับกล่อมเวลาที่โลดแล่นอยู่บนท้องถนน ซึ่งวิวัฒนาการของเครื่องเสียงภายในรถยนต์นั้นก็พัฒนามาอย่างยาวนานตั้งแต่เป็นเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ทจนมาถึงระบบไร้สายที่สามารถใช้สมาร์ทดีไวซ์อย่าง“แท็บเล็ต samsung” เชื่อมต่อและเปิดเพลงในระบบสตรีมมิ่งได้

โดยเทคโนโลยีสำหรับเครื่องเสียงรถยนต์ในปัจจุบันนั้นไม่ได้มีเพียงแค่สเปคเดียว แต่ว่ามีให้เลือกมากมายเพื่อความเหมาะสมของผู้ใช้แต่ละคน บางคนก็พอใจกับเครื่องเสียงที่แถมมากับรถแต่บางคนก็ต้องการเสียงและระบบที่เพิ่มมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ซึ่งใครที่คุ้นเคยกับอุปกร์เหล่านี้อยู่แล้วอาจจะไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่เป็นความสนุกสนานที่จะได้ปรับเปลี่ยนชุดเคลื่องเสียงออกมาให้ได้ในสไตล์ของเรา

แต่ถ้าใครเป็นมือใหม่สำหรับวงการนี้แล้วล่ะก็อาจจะงงและมึนเมื่อได้เห็นอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มากมายทั้งยังมีในเรื่องของสเปคที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นเราจะพาผู้ที่เพิ่งเข้าวงการในเรื่องของเครื่องเสียงรถยนต์ทุกท่านไปรู้จักกับเทคนิคการเลือกเครื่องเสียงติดรถยนต์ให้โดนใจใช่เลยกันครับ

1. ศึกษาข้อมูลก่อนซื้อ

เริ่มต้นก่อนเลยเราอยากให้คุณทำความคุ้นเคยกับเครื่องเสียงติดรถยนต์ให้ได้มากที่สุดก่อน เนื่องจากในท้องตลาดนั้นมีหลายแบรนด์หลายราคา และผู้ผลิตก็มาจากหลากหลายประเทศทั้ง อเมริกา ยุโรป จีน และไทย เป็นต้น

ซึ่งแต่ละแบรนด์นั้นก็จะมีความแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นแนวเสียงและรูปแบบการใช้งาน  โดยการศึกษาหาข้อมูลในปัจจุบันนั้นมีช่องทางที่หลากหลายมาก ๆ เช่นจะใช้วิธีแบบคลาสสิคอย่างเปิดแม็คกาซีนที่เกี่ยวกับเครื่องเสียงหรือการตกแต่งรถยนต์ ดูแคตตาล็อกที่มีวางตามร้านขาย หรือจะหาข้อมูลบนเว็บไซต์หรือเว็บบอร์ดเกี่ยวกับอุปกรณ์ดังกล่าวก็ได้ อย่างน้อยที่สุดเราจะได้รู้ถึงข้อมูลต่าง ๆ ในเบื้องต้นก่อนจะไปลองดูของจริง

2. เลือก เฮดยูนิต (Head Unit)

เป็นอุปกรณ์ที่ควรต้องใส่ใจและให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ เพราะว่าเป็นแหล่งต้นกำเนิดของคุณภาพเสียงเลย โดยในอดีตจะนิยมติดตั้งเป็นเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ท ซีดี และ ดีวี ตามลำดับ แต่ในปัจจุบันได้ถูกปรับเปลี่ยนให้สามารถรองรับการเล่นไฟล์เสียงในรูปแบบดิจิตอลได้มากขึ้น ทั้งแบบออดิโอหรือวีดีโอ โดยสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเช่น เครื่องเล่น MP3, USB หรือ SD CARD ได้ และในปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีไร้สายเข้ามาก็สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทดีไวซ์ต่าง ๆ ผ่านสัญญาณไร้สายอย่างเช่น BLUETOOTH ผ่านอุปกรณ์อย่างเช่น“แท็บเล็ต samsung” ได้ง่าย ๆ ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้เป็นอย่างมาก ซึ่งควรเลือกแล้วแต่ความต้องการและงบประมาณของผู้ใช้

 3. เลือก เพาเวอร์แอมป์ (Power Amp)

ควรเลือกจากจำนวนลำโพงในรถ ถ้าเกิดว่ามีลำโพงทั้งชุดหน้าและหลังควรเลือกใช้แบบ 4 แชนแนลจะดีที่สุด เพราะว่าจะสามารถขับพลังและกำลังเสียงออกมาแบบเต็มที่ โดยตามสเปคแล้วก็จะมีการแยกคลาสไปอีกเพื่อไว้ใช้กับลำโพงในประเภทที่ต่างกัน โดยอุปกรณ์ชิ้นนี้นิยมใส่ไว้ใต้เบาะหรือท้ายรถ

4. ลำโพง

การเลือกลำโพงนั้นไม่มีกฏตายตัวมากนัก ขอแค่เสียงที่ออกมาฟังแล้วชอบในราคาที่เอื้อมถึงก็โอเค และควรดูจำนวนของลำโพงด้วยถ้าเป็นคนที่ฟังเพลงแบบเบา ๆ สบาย ๆ ก็เลือกแบบลำโพงคู่หน้าก็พอแต่ถ้าเป็นชาวร็อคหรือชอบ EDM ก็ซื้อคู่หน้าหลังไปเลย ซึ่งไม่ควรซื้อที่มีราคาถูกเกินไปเพราะจะทำให้ความทนทานมีน้อย และควรเลือกซื้อที่มีประกัน

5. พิจารณากำลังวัตต์

 ดูได้จากเพาเวอร์แอมป์และตัวลำโพงนั่นเอง ซึ่งจำนวนวัตต์ทั้ง 2 ต้องเท่ากันเพื่อความคุ้มค่าและคุณภาพเสียงที่ดีและราบลื่นมากที่สุด โดยตัวเพาเวอร์แอมป์จำนวนวัตต์ไม่ควรเยอะกว่าจำนวนวัตต์ของลำโพง โดยส่วนอื่น ๆ ก็ควรดูในเรื่องของ แบรนด์ที่อาจจะเหมือนกัน เป็นต้น

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับหลักการเบื้องต้นของเทคนิคการเลือกเครื่องเสียงติดรถยนต์ที่เรานำมาแบ่งปันให้มือใหม่ได้ทราบกัน หวังว่าจะถูกใจและนำไปเป็นแนวทางในการเลือกซื้อนะครับ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *