สินค้าจากแบรนด์ LG ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานในประเทศไทยมาหลาย 10 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เครื่องซักผ้า LG” ที่หลาย ๆ คนมักจะนึกถึงเป็นอันดับแรก เนื่องมาจากคุณภาพระดับพรีเมี่ยมนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันก็มีทั้งแบบฝาบน และฝาหน้าให้คุณได้เลือกใช้งานอย่างมากมาย จึงเป็นให้หลายคนกังวลใจว่าจะซื้อ “เครื่องซักผ้า LG” รุ่นไหนดี ในครั้งนี้ ผมจึงได้นำ 5 เครื่องซักผ้าของแบรนด์นี้มาแนะนำเพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น

เครื่องซักผ้า LG

LG รุ่น WP-1400ROT

ขอเปิดตัวด้วยเครื่องซักผ้าฝาบนคุณภาพเยี่ยมกันก่อนเลยนะครับ โดยในรุ่นนี้มาพร้อมกับจานซักแบบ Roller Jet Punch +3 ที่ทาง LG เขาบอกเอาไว้ว่าสามารถขจัดคราบสกปรก และถนอมผ้าได้เป็นอย่างดี มีเทคโนโลยีพลังน้ำวนแบบเกลียวหรือ Wind Jet Dry ที่ช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นและป้องกันไม่ให้ผ้าพันกัน นอกจากนี้ยังมี Anti-Bacteria filter ที่ช่วยป้องกันเชื้อราแบคทีเรียได้ ตัวถังเป็นเรซินคุณภาพสูง ทนทาน ไม่เป็นสนิม เท่านั้นยังไม่พอยังให้การรับประกันมานานถึง 3 ปีกันเลยทีเดียว ทั้งหมดนี้เสนออยู่ในราคา (ปัจจุบัน )ประมาณ 6,990 บาท ถ้าซื้อตอนลดราคาเยอะ ๆ บอกเลยว่าคุ้มมาก ๆ 

LG รุ่น T2512VSAM

มาต่อกันด้วยเครื่องซักผ้านบนที่ต้องบอกว่าความคุ้มค่าพอ ๆ กับ รุ่น WP-1400ROT โดยในรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบการซักแบบ Inverter ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซัก เพิ่มความทนทาน และช่วยประหยัดพลังงาน มีระบบการซักแบบใหม่ 3 Motion ให้คุณเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับความสกปรกของเสื้อผ้าได้เหมาะสมที่สุด มี TurboDrum™ และจานซักแบบ Power Punch +3 ที่ช่วยให้ผ้าสะอาดมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมี Auto Pre-Wash ที่จะช่วยขจัดคราบฝังลึกได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย เสนอราคา (ปัจจุบัน) อยู่ที่ประมาณ 8,890 บาท

LG รุ่น T2514VS2W

ยังคงอยู่ที่เครื่องซักผ้าฝาบนโดยในรุ่นนี้ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่มีความคุ้มค่ามาก ๆ โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยี Smart Inverterช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซัก ความทนทาน และช่วยประหยัดพลังงานได้ดียิ่งขึ้น และถังซักหมุนสามารถหมุนได้ 3 รูปแบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซักและถนอมผ้า มี

เครื่องซักผ้ารุ่นนี้มี TurboDrum™ จานซักแบบ Power Punch +3 และ Auto Pre-Wash เช่นเดียวกับรุ่น T2512VSAM โดยมีคุณสมบัติไม่แตกต่างกัน แต่ในรุ่นนี้จะมี Side Water หรือระบบน้ำตกที่ช่วยให้ผงซักฟอกกระจายเข้าสู่เนื้อผ้าได้ง่ายยิ่งขึ้น น

อกจากนี้ยังมี BMC System ที่ทำให้มอเตอร์มีความทนทานและทำให้เสียงเครื่องเบาและสั่นสะเทือนน้อยลงอีกด้วย ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะมีเสียงดังรบกวน และสุดท้ายคือแอพพลิเคชั่น Smart Diagnosis™ ที่ทำให้คุณสามารถเช็กอาการของเครื่องซักได้เบื้องต้นเลยว่าเป็นอะไร โดยไม่ต้องตามช่างมาดูทุกครั้ง คุณทั้งหมดนี้สามารถเป็นเจ้าของได้ด้วยราคา 14,900 บาทเท่านั้น เป็นอีกรุ่นที่น่าจับตามองมาก ๆ

LG รุ่น F1408DM2W1

ถ้าใครกำลังมองหาเครื่องซักผ้าฝาหน้าที่ทำงานได้อย่างเงียบกริบ ไม่ส่งเสียงดังมากนัก ต้องรุ่นนี้เลย สำหรับตัวมอเตอร์เองก็นับว่าทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก ๆ ด้วยระบบการเคลื่อนที่ของถังซักแบบหมุนรอบทิศทางถึง 6 ทิศทาง (6 Motion Direct Drive) ของตัวมอเตอร์ทำให้มีพลังในการซักเพิ่มมากยิ่งขึ้นส่งผลให้การซักสะอาดมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ทำให้ผ้าไม่พันกัน และถนอมใยผ้าได้เป็นอย่างดี เป็นการถนอมเสื้อผ้าที่เราใส่ไปในตัว คงถูกใจพ่อบ้านแม่บ้านสายแบรนด์เนมอย่างแน่นอน

นอกจากนี้คราบหนัก ๆ เช่น คราบเลือดหรือคราบหมึกก็สามารถซักออกได้สบาย ๆ ได้อีกด้วย แต่ที่พิเศษจริง ๆ คือ แอพ Smart Diagnosis™ ที่ใช้ในการตรวจสอบสภาพความผิดปกติของเครื่องซักผ้าได้อีกด้วย และไม่ต้องกังวลว่าจะกินไฟ เพราะเขาได้โฆษณาไว้ว่าสามารถประหยัดพลังงานไปได้ถึง 35 เปอร์เซ็นต์กันเลยทีเดียว สำหรับการรับประกันของตัวมอเตอร์นั้นให้มาถึง 10 ปีเต็มเลย ซึ่งถือว่านานมาก ๆ โดยทั้งหมดทั้งมวลนี้เสนออยู่ในราคาราว 27,900 บาท อาจจะราคาสูงไปสักหน่อย แต่สิ่งที่ให้มานับว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว

LG รุ่น FG1612H2W

สำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้ารุ่นนี้ถือว่าเป็นพระเอกในการีวิวครั้งนี้เลยก็ว่าได้เพราะมีคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ครอบคลุมสุด ๆ โดยจะขอเริ่มจากตัวมอเตอร์ โดยจะคล้ายคลึงกับรุ่น F1408DM2W1 คือเป็นระบบการเคลื่อนที่ของถังซักแบบหมุนรอบทิศทางถึง 6 ทิศทาง (6 Motion Direct Drive) ทำให้การผ้าสะอาดมากยิ่งขึ้นและเป็นการถนอมผ้าไปในตัว

ในรุ่นนี้มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า TrueSteam™ ทำให้กำจัดสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพถึง 99.99 % กันเลยทีเดียว และยังมี Allergy Care, Steam Refresh และ Steam Softener™ ช่วยป้องเชื้อโรคให้กับคุณอีกด้วย แน่นอนว่ามอเตอร์ทำงานเบามาก ไม่ต้องกังวลว่าจะมีเสียงดังรบกวน 

เครื่องซักผ้ารุ่นนี้ยังสามารถซักผ้าและอบผ้าภายในเครื่องเดียว สะดวกสบายมาก ๆ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Eco Hybrid ที่มีโหมดให้คุณเลือกว่าจะใช้การอบผ้าแบบนไหน 2 ตัวเลือก ถ้ากด Eco Dry จะทำการอบโดยไม่ใช้น้ำทำให้คุณประหยัดน้ำได้ถึง 4,774 ลิตรต่อปี ส่วนการอบผ้าแบบปกติจะสามารถอบได้ไวกว่าเครื่องซักผ้าปกติ โดยประหยัดได้มากถึง 22,000 นาทีต่อปีกันเลยทีเดียว 

ตอนที่คุณซักผ้าในบางครั้งคุณอาจลืมและเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีผ้าที่ยังไม่ได้ซักอีก คุณสามารถหยุดกลางคันโดยการกดปุ่ม Add Item ได้เลย และจากนั้นสามารถซักต่อได้เลย และสุดท้ายที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของ LG เลย คือ เครื่องซักผ้าสามารถเชื่อมกับแอพ LG SmartThinQ™

ทำให้คุณสามารถสั่งใช้งานและตรวจสอบเครื่องซักผ้าของคุณได้ทุกที่ และดาวน์โหลดโปรแกรมซักใหม่ ๆ ได้อีกด้วยทั้งหมดนี้เสนออยุ่ในราคา 49,990 บาท

หวังว่าหลาย ๆ คนคงจะพอตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องซักผ้าที่โดนใจและตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้งานของตัวเองได้แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรดูความจุเอาไว้ด้วยว่า เพียงพอต่อการใช้งานหรือเปล่า เพราะถ้าใส่เสื้อผ้าที่มีน้ำหนักมากเกินไป อาจทำให้เครื่องชำรุดได้…

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *