พร้อมหรือยังกับ 5G ในไทย?

“Oppo”

ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเราจะได้ยินคำว่า 5G กันมาสักพักแล้ว ซึ่งรายแรกของโลกที่ได้เปิดตัว และเริ่มใช้กันไปแล้วก็คือ ประเทศเกาหลีใต้นั่นเอง ซึ่งเกาหลีใต้ขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศอยู่แล้ว และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว 5G จะเข้ามีบทบาทในส่วนของสมาร์ทโฟนอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นด้าน iOS อย่าง Apple หรือจะเป็นด้าน Android อย่างเช่น Samsung, “Oppo”, Huawei และอีกหลากหลายแบรนด์เลยทีเดียวที่กำลังจ่อลงวางตลาดสำหรับ 5G แต่ไม่เพียงแต่สมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเทคโนโลยีต่างๆ เช่น รถอัจฉริยะที่สามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเอง หุ่นยนต์อุตสาหกรรม อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เป็นต้น อีกทั้งอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตได้ (Internet of Things หรือ IoT)

ย้อนกลับไปยังยุคแรกๆ สมัย 1G ซึ่งในขณะนั้น เราจะติดต่อสื่อสารกันเพียงเสียงผ่านมือถือระบบอนาล็อก ต่อมาเริ่มส่งข้อความ และ MMS กันได้ในยุคของ 2G และได้มีจุดเปลี่ยนที่เห็นได้อย่างชัดเจนน่าจะเป็นยุคของ 3G ที่เป็นยุคที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านมือถือได้ด้วยความเร็วที่ 220 Kbps ถึง 42.2 Mbps จนกระทั่งเข้าสู่ยุค 4G ซึ่งเป็นยุคที่เราสามารถรับชมภาพ เสียง หรือเนื้อหาอย่างหนังออนไลน์ได้ โดยมีความเร็วที่คุณสามารถเลือกได้หลากหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็น 4G LTE (100 Mbps), LTE Advanced (1 Gbps)

และในปัจจุบันเรากำลังจะก้าวเข้าสู่ยุค 5G กันแล้ว ซึ่งหลายท่านต่างสงสัยกันว่าแล้วมันต่างกับ 4G อย่างไร โดยประการแรกเลยคือ 5G จะมีศักยภาพ และการทำงานที่รวดเร็วทั้งภาพและเสียงมากกว่า 4G ถึง 1,000 เท่า อีกทั้งยังสามารถตอบสนองไวมากกว่าเดิม สั่งการและควบคุมได้อย่างรวดเร็วทันใจ เนื่องจากมีความหน่วงที่ต่ำ ตอบสนองได้ไวถึง 1 ส่วนพันวินาที ไม่ว่าจะเป็นหนัง เกม หรือการดาวน์โหลด อัพโหลด ข้อมูลขนาดใหญ่ ก็สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality) ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้อินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงอย่าง 5G เพื่อเป็นการประมวลผลที่รวดเร็ว นับได้ว่าเป็นการตอบโจทย์ให้กับนักพัฒนาเทคโนโลยี AR และ VR ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังรองรับการรับส่งข้อมูลได้มากกว่า 4G ถึง 7 เท่า หรือ 50 Exabytes ต่อเดือน ในขณะที่ 4G สามารถรับส่งข้อมูลได้เพียงแค่ราว 7.2 Exabytes ต่อเดือนเท่านั้น อีกทั้งยังมีความเร็วมากกว่า 4G ถึง 20 เท่า ซึ่งเร็วมากพอที่จะสามารถรับชมวิดีโอระดับ 8K ออนไลน์แบบ 3 มิติ หรือดาวน์โหลดภาพยนตร์ 3 มิติ ได้ภายใน 6 วินาทีเลยทีเดียว รวมไปถึงยังมีความถี่ให้เลือกใช้ได้มากก่า โดย 5G สามารถใช้งานคลื่นความถี่ได้จนถึง 30GHz ซึ่งเป็นความถี่ย่านใหม่ที่ไม่เคยมีการใช้งานมาก่อน และยังรองรับจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 10 เท่า จากที่สามารถรับคนได้ราว 1 แสนคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม. กลายเป็น 1 ล้านคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม. ซึ่งถือว่ารองรับได้มากเลยทีเดียว

โดยในปี 2020 อย่างที่ได้ทราบกันอยู่แล้วในประเทศไทยเองมี 3 เครือข่ายเจ้ายักษ์ใหญ่ อย่าง AIS, TrueMove H, และ dtac ที่ได้ครอบครอง ซึ่งเราอาจจะได้ใช้ 5G กันแน่ๆ แต่คนไทยเราพร้อมที่จะใช้งาน 5G กันแล้วหรือยัง แต่ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ สิ่งแรกที่ต้องมีคือสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G ซึ่งตอนนี้มีหลายรุ่น หลายแบรนด์เลยทีเดียว  ไม่ว่าจะเป็น Samsung, “Oppo”, Huawei และอื่นๆ อีกมากมายให้คุณได้เลือกใช้กัน

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *