รู้ไว้ใช่ว่าไม่จำเป็น เก็บความจำได้มากมาย

flash drive

การเก็บข้อมูลต่างๆ ในยุคนี้ต้องบอกว่าสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากกว่าก่อน และสื่อ flash drive  และ microSD card ก็เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพราะมีขนาดเล็กเหมาะสมกับอุปกรณ์ต่างๆ และยังสามารถเก็บข้อมูลได้เยอะอีกด้วย

                ซึ่งแบรนด์ต่างๆ ทั้ง Sandisk, Samsung, Apacer ก็ได้พัฒนา flash drive และ microSD card ของตนเองให้รองรับความต้องการของผู้ใช้งานอยู่เสมอ และถ้าใครกำลังเล็ง microSD card เพื่อนำมาใช้งานอยู่แล้วล่ะก็ครั้งนี้เรามีข้อมูลมาให้พิจารณากัน

                ก่อนอื่นเรามาดูข้อมูลพื้นฐานของ microSD card กัน ประเภทของการ์ด SD/MicroSD แบบปกติโดยจะรองรับความจุไม่เกิน 2GB , SDHC จะรองรับความจุตั้งแต่ 2GB – 32GB ซึ่งสมาร์ทโฟนหรือกล้องราคาประหยัดมักจะรองรับประเภทนี้  , SDXC จะรองรับความจุตั้งแต่ 32GB – 2TB แต่ตอนนี้ที่หาได้ทั่วไปจะอยู่สูงสุดที่ 256GB ถ้าเป็นพวกสมาร์ทโฟนราคากลาง ๆ ไปจนถึงรุ่นเรือธงหรือกล้องแพง ๆ ที่สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ได้ จะรองรับการ์ดประเภทนี้

                ความเร็วของการ์ด ในข้อนี้ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละคนและแต่ละอุปกรณ์ซึ่งวิธีการดูความเร็วของการ์ดจะดูได้จากสามจุดหลัก ๆ คือ การ์ดเป็น Class ไหน โดยสามารถดูได้จากตัวเลขที่อยู่ในวงกลมที่เป็นรูปตัว C เป็นตัวเลขที่บอกความเร็วในการเขียนข้อมูลลงในการ์ด มีหน่วยเป็น MB/s เช่นถ้าเป็น Class 4 หมายความว่ามีความเร็วในการเขียนจะอยู่ที่ 4MB/s เป็นต้น ซึ่งจะไม่เกิน Class 10

                ตัวเลขที่อยู่ในตัวอักษร U นั้นคือ Ultra High Speed (UHS) ซึ่งเป็นการบ่งบอกมาตราฐานความเร็วของ microSD Card ที่มากกว่า Class 10 ปกติตัวอย่างเช่นตัวเลข 1 ที่อยู่ในตัวอักษร U นั้นก็๋จะหมายความว่า microSD Card รุ่นนั้น ๆ มีความเร็วในการเขียนข้อมูลสูงสุดอยู่ที่ 10 MB/s หรือตัวเลข 3 ที่อยู่ในตัวอักษร U นั้นจะหมายความว่า microSD Card รุ่นนั้นๆ มีความเร็วในการเขียนข้อมูลสูงสุดอยู่ที่ 30 MB/s เป็นต้น

            สำหรับสัญลักษณ์ตัว V ที่จะระบุเอาไว้บน microSD Card นั้นจะเป็นสัญลักษณ์ที่บอกเกี่ยวกับ “Video Speed” ยกตัวอย่างเช่นหากบน microSD Card นั้นมีสัญลักษณ์ V90 อยู่ล่ะก็นั่นหมายความว่า microSD Card นั้น ๆ จะมาพร้อมกับความเร็วในการเขียนข้อมูลที่ 90 MB/s โดยเหมาะกับการใช้งานบันทึกไฟล์วีดีโอความละเอียด 8K ที่ 60 fps หรือ 120 fps เป็นต้น

            ก่อนซื้อ microSD Card ควรพิจารณาถึงข้อต่างๆ ดังต่อไปนี้

                อย่าลืมดูความเร็วในการเขียนและอ่านข้อมูล นอกจาก Speed Class แล้วอีกอย่างหนึ่งที่คุณต้องตรวจสอบก็คือความเร็วในการเขียนและอ่านข้อมูลที่กำหนดโดยผู้ผลิตเอง ซึ่งมักจะเขียนว่า ○○MB/S ถ้าอยากได้ microSD Card ที่อ่าน เขียนข้อมูลได้รวดเร็วก็ต้องเลือกที่มีตัวเลขเยอะไว้ก่อน

ความทนทาน microSD Card หากต้องใช้เก็บข้อมูลที่สำคัญ ๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเลือกก็คือความทนทาน เช่น กันน้ำ กันกระแทก เป็นต้น

ตรวจสอบที่อุปกรณ์ที่จะนำมาใช้งาน microSD Card มี 3 ประเภทคือ SD, SDHC, SDXC แต่ถ้าอุปกรณ์ชิ้นนั้นรองรับได้แค่ SD ธรรมดา การ์ดเหล่านั้นก็จะใช้งานไม่ได้ ดังนั้นจำเป็นต้องตรวจสอบอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้งานให้ดีก่อน มาถึงตรงนี้เราจะมาแนะนำ microSD Card แบรนด์ยอดนิยมอย่าง Sandisk กัน

                Sandisk Extreme Pro  UHS-I U3,V30 มาในประสิทธิภาพสูง 3 ขนาดได้แก่ 32GB 64GB และ 128GB  มีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลมาตรฐาน UHS-I  ระดับ U3 หรือ Video speed class ที่ V30 ความเร็วอ่านที่ 100MB/S และเขียนที่ความเร็ว 90MB/S ตอบสนองการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับทั้งสมาร์ทโฟนและกล้องดิจิตอล                 มีการป้องกันถึง 7 ระดับคือ 1. กันน้ำและน้ำทะเลที่ 1 เมตรได้ 72 ชั่วโมง 2. กันแรงสั่นสะเทือนที่แรง 500Gs 3. ทนอุณหภูมิ -25 ํC ถึง 85 ํC จำนวน 28 ชั่วโมง 4. ทนต่อรังสีเอ็กซ์ของเครื่องเอ็กเรย์ในสนามบิน 5. ทนการเหนี่ยวนำแม่เหล็กที่ 5000 Gauss,  6.ทนแรงกระแทกจากความสูง 5 เมตร 7. สามารถใช้ซอฟต์แวร์กู้คืนไฟล์ถ้าทำสูญหายได้อีกด้วย ราคาเริ่มต้นที่ ราคา 1,040 บาท และนี่คือเรื่องราวน่ารู้ของ microSD card หวังว่าจะเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจและกำลังจะเลือกซื้อ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *