iphone 11 pro max ราคา คุ้มค่าไหมกับการเป็นเจ้าของ

iphone 11 pro max ราคา

อย่างที่ได้ทราบกันว่า iphone 11 pro max ราคา ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ซึ่งหลายคนมองว่าแพงเกินไปหรือไม่ แต่หลายคนก็มองว่าสมเหตุสมผล เพราะด้วยความเป็น Apple เองด้วย และอีกหลากหลายเหตุผลที่ทำให้คนยังเลือกซื้ออยู่ เช่น เรื่องชิปเซ็ต การประมวลผลกราฟิก ระบบปฏิบัติการ เป็นต้น ซึ่งอาจจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณมากพอสมควร ด้วยราคาเริ่มต้นที่สูงถึง 39,900 บาท สำหรับรุ่นความจุ 64GB และต้องการสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ ที่สามารถทำงานได้อย่างครบครัน รวมถึงกล้องถ่ายภาพระดับโปรที่มาพร้อมฟังก์ชันที่ครบครันมากขึ้น พร้อมกับดีไซน์ที่สวยงามระดับพรีเมียม

ด้วยตัวเครื่องที่มาทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีทอง (Gold), สีเทา (Space Gray),  สีเงิน (Silver) และสีเขียว (Midnight Green) ซึ่งอย่างที่บอกไปในตอนแรกคือ รุ่นความจุ 64GB ราคา 39,900 บาท, รุ่นความจุ 256GB ราคา 45,900 บาท และรุ่นความจุ 512GB ราคา 52,900 บาท ซึ่งถือว่าราคาค่อนข้างสูงมากเลยทีเดียว แต่อะไรละที่ทำให้คนตัดสินใจเลือกเป็นเจ้าของ iphone 11 pro max กัน เราลองไปดูจุดเด่นของรุ่นนี้กัน

จุดเด่นของ iphone 11 pro max

  • ตัวเครื่องผลิตแบบ Metal-Glass คือ กรอบตัวเครื่องสเตนเลสสตีล เกรดเดียวกับที่ใช้ผลิตเครื่องมือศัลยกรรม ผสานกับกระจกที่ด้านหน้า และด้านหลังของตัวเครื่อง
  • หน้าจอแสดงผล OLED Super Retina XDA ไร้ขอบแบบ All-Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 2688×1242 พิกเซล (458 ppi)
  • รองรับเทคโนโลยี HDR มีค่าความสว่างสูงสุด 1200 nits และ ค่าความเปรียบต่าง (Contrast Ratio) 2,000,000:1 พร้อมฟีเจอร์ Haptic Touch, ฟังก์ชัน TrueTone และ Dark Mode ในการเปลี่ยนพื้นหลังให้กลายเป็นสีดำ
  • มีคุณสมบัติในการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP6 โดยรองรับการจมอยู่ใต้น้ำที่ระดับความลึก 4 เมตร ต่อเนื่องเป็นเวลาสูงสุด 30 นาที
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Hexa-Core 64-bit Apple A13 Bionic บนสถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 7 นาโนเมตร พร้อม Octa-Core Neural Engine 3rd Gen, เทคโนโลยี Core ML 3 และชิป U1
  • ระบบปฏิบัติการ iOS 13 หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Quad-Core Apple GPU
  • หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นความจุ ได้แก่ 64GB, 256GB และ 512GB

และนั่นคือจุดเด่นคร่าวๆ ของ iphone 11 pro max แต่ยังมีอีกจุดเด่นอีกข้อหนึ่งของรุ่นนี้ และเป็นครั้งแรกของทาง Apple เลยก็ว่าได้ที่ผลิต iPhone ที่มีกล้องหลังถึง 3 ตัวด้วยกัน และกล้องหน้า 1 ตัว โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • กล้อง Ultra-Wide Angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.4 เก็บภาพมุมกว้างสุด 120 องศา
  • กล้อง Wide Angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/1.8 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.55 นิ้ว ขนาดพิกเซล 1.4µm พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Optical (OIS) และ Focus Pixels 100%
  • กล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.0 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3.4 นิ้ว ขนาดพิกเซล 1.0µm พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Optical (OIS) รองรับการซูมแบบ 2x Optical Zoom และ 6x Digital Zoom
  • กล้องหน้า Digital TrueDepth ความละเอียดระดับ 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.2 พร้อมโหมดถ่ายภาพแบบ Portrait และการจัดแสงแบบ 3 มิติ (Portrait Lighting) ทั้งหมด 6 รูปแบบ อีกทั้งฟังก์ชัน Animoji และ Memoji สำหรับทำภาพอีโมจิให้แสดงอารมณ์ และลักษณะการเคลื่อนไหวบนใบหน้าแบบเดียวกับผู้ใช้อีกด้วย

และนั้นคือจุดเด่นหลักๆ ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ที่ถึงแม้ว่า iphone 11 pro max ราคา จะโหด แต่ก็ยังมีหลายคนให้ความสนใจ หากใครมีงบประมาณ และเป็นสาวก Apple อยู่แล้ว ก็ต้องบอกว่าคุ้มค่าแน่นอน

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *