หูฟังเสียงดี อาจยังดีไม่เพียงพอ?!!

เดี๋ยวนี้เวลาเราเดินทางไปทางไหนก็จะเห็นใครต่อใครก้มหน้าก้มตาสไลด์มือถือไปมาตลอดเวลา แถมยังใส่ หูฟัง ปิดโหมดการรับรู้รอบตัวกันทั้งนั้น แต่ใครจะรู้ว่า กว่าที่หูฟังจะเป็นสินค้ายอดฮิตที่ต้องมีกันทุกบ้านอย่างทุกวันนี้ ช่วงเวลาที่ปิ๊งไอเดียหูฟังชิ้นแรกของโลกมันเกิดก่อน ‘โทรศัพท์มือถือ’ ด้วยซ้ำไป

แล้วหูฟังแบบไหนกันแน่ที่เป็นชิ้นแรกของโลก?

ย้อนไปเกือบ 140 ปี หูฟังที่ก่อเกิดขึ้นเป็นชิ้นแรกของโลกก็คือ ‘หูฟังหูเดียว’ ซึ่งน้ำหนักของมันไม่ธรรมดาเพราะหนักถึง 10 ปอนด์ ขณะที่ช่วงเวลานั้นโลกของเรายังไม่มีโทรศัพท์มือถือ ทำให้การใช้งานของมันยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก เพราะนอกจากจะมีน้ำหนักมากแล้ว หูฟังหูเดียวส่วนใหญ่จะถูกใช้งานกับโทรศัพท์บ้าน หรือเครื่องมือสื่อสารประเภทอื่นที่บ้าน/ที่ทำงานเท่านั้น จากนั้น หูฟังได้ถูกพัฒนามาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี 1895 ที่รูปแบบของหูฟังได้พัฒนาแบบมี 2 ข้าง ลักษณะคล้ายๆ กับเครื่องมือสเต็ตโทสโคป (Stethoscope) ที่ช่วยฟังเสียงคุณหมอ

หูฟัง

ความนิยมของหูฟังไม่ได้มาจากรุ่นที่ 2 ที่พัฒนามาเป็นหู 2 ข้าง แต่เกิดขึ้นในปี 1910 หลังจากที่ ‘นาทาเนียล บอลด์วิน’ (Nathaniel Baldwin) นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเขาเป็นนักประดิษฐ์ ‘หูฟังวิทยุ’ คนแรกของโลก โดยความนิยมมันดังเปรี้ยง! ช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 พอดี เหตุจากความจำเป็นของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาต้องการ หูฟัง จำนวน 100 ชุด เพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน ทำให้ทั่วโลกรู้จักกับคำว่า หูฟังวิทยุที่มีน้ำหนักเบาขึ้นกว่าเดิมมาก

จนถึงปี 1937 ชุดหูฟังที่เป็นมากกว่าอุปรณ์สำหรับวิทยุก็ถูกปลอยออกมาเป็นครั้งแรก เราเรียกมันว่า ‘หูฟังแบบ dynmic’ เกิดขึ้นจากฝีมือชาวเยอรมัน ในชื่อว่า ‘Beyerdynamic’ ความน่าสนใจของมันก็คือ น้ำหนักยิ่งเบามากกว่าเดิมอีก ขณะที่การใช้งานก็หลากหลายมากขึ้น ทั้งฟังเพลง ดูภาพยนตร์

ปัจจุบันนั้น การเป็นหูฟังอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ

1.ไร้สายต้องมาก่อน แม้จะมีคนเถียงว่าหูฟังแบบมีสายให้ประสบการณ์เสียงที่ดีกว่าหูฟังบลูทูธ แต่จริงๆ แล้วปัจจุบันมันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรขนาดนั้น ยิ่ง Smartphone บางรุ่นเริ่มไม่มีช่องเสียบหูฟังแล้ว ทำให้เวลาจะเลือกซื้อหูฟังสักตัวหนึ่ง การเชื่อมต่อแบบบลูทูธก็เริ่มเป็นตัวแปรแรกๆ ในการตัดสินใจของหลายๆ คน และถึงบางคนจะใช้ Smartphone ที่ยังมีรูเสียบหูฟังอยู่ แต่พวกเขาก็เริ่มรู้แล้วว่าการไม่มีสายมาเกะกะนั้นดีขนาดไหน

2.สวมใส่ตามแต่ละโอกาส ต่อเนื่องจากหูฟังบลูทูธ การเลือกซื้อหูฟังสักตัวของใครหลายๆ คนก็เริ่มมองเรื่องเอาไปใส่เพื่ออะไรมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย ตัวแปรที่เพิ่มเข้ามาก็คือสามารถกันน้ำ-กันฝุ่นได้หรือไม่ ถ้าได้ก็จะซื้อแทบในทันที เพราะถ้ากันน้ำ-กันฝุ่นได้ เท่ากับเวลาออกกำลังกายก็ไม่ต้องกังวลอะไรมาก ยิ่งถ้าแบตเตอรี่ใช้งานได้นานด้วยแล้ว ก็ยิ่งตัดสินใจง่ายเลย จนบางทีหูฟังเสียงดีก็ไม่ได้เกี่ยวขนาดนั้น

3.ดีไซน์ต้องมีมิติกว่าเดิม ทุกวันนี้ หูฟัง ที่เรียบๆ ไม่มีการตกแต่งอะไรที่มันว้าว! โอกาสที่จะถูกสนใจก็น่าจะต่ำลง เพราะปัจจุบันหูฟังเข้ามามีบทบาทในการแต่งตัวของหลายๆ คน ทำให้หูฟังที่ออกแบบมาหลัง มานี้ มาพร้อมกับสีสันที่ตรงกับเทรนด์ในช่วงนั้นๆ หรือบ้างก็ออกแบบให้เหมือนเครื่องประดับอีกชิ้นของร่างกาย เพื่อดูดดูดใจเหล่าแฟชั่นนิสต้า หรือคนที่ชอบอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ

4.เล็กใหญ่ไม่สำคัญ ขอแค่ใส่สบาย เมื่อหูฟังนั้นใช้งานเพื่อสวมใส่บริเวณหู ทำให้ถ้าใส่แล้วไม่สบาย โอกาสที่จะถูกเลือกซื้อก็แทบจะไม่มี แต่ถ้าใส่แล้วสบาย ไม่ว่าจะเป็นหูฟังแบบ In-Ear, On-Ear หรือ Over-Ear ก็สามารถซื้อได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นหูฟังเสียงดีที่สุดหรือไม่ก็ตาม เพียงแต่ปัจจัยนี้จะลิงก์กับข้อก่อนหน้าด้วย เนื่องจากถ้าสวมใส่แบบ In-Ear อาจตอบโจทย์กับการแต่งกายรูปแบบหนึ่ง แต่ถ้าเป็น Over-Ear อาจต้องแต่งกายอีกแบบ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *