ดีไซน์สวยและเรียบง่ายไปกับ galaxy watch active

galaxy watch active

               ในปี 2019 นี้ถ้านึกถึงนาฬิกาที่มีความชาญฉลาดที่เต็มไปด้วยความอัจฉริยะนั้น แบรนด์แรกๆที่เรานึกถึงและเป็นแบรนด์ที่ครองใจคนทั้งโลกอย่างในยุคปัจจุบันนี้คงจะหนีไม่พ้นแบรนด์ Samsung นั่นเองค่ะ และเมื่อไม่นานมานี้ทางบริษัท Samsung ได้เอาใจคนรักการออกกำลังกายแบบโดยเฉพาะด้วยการเปิดตัวนาฬิกาสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่อย่าง galaxy watch active นั่นเองค่ะทุกคน ซึ่งฟีเจอร์ใหม่ๆที่ออกมานั้นจะต้องถูกใจคนที่รักสุขภาพอย่างแน่นอน

               ความโดดเด่นของนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ galaxy watch active ที่มีออร่าอย่างชัดเจนนั่นก็คืออย่างแรกที่เราเห็นคือกาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟที่มาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่ๆที่ไม่ทำให้แฟนๆของ Samsung ต้องผิดหวังเลยจริงๆ นั่นก็คือความสามารถของกาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟที่มีความฉลาดในเรื่องของการบันทึกข้อมูลในส่วนของการออกกำลังกายในหลากหลายรูปแบบนั่นเองค่ะ และอีกทั้งยังสามารถใช้ข้อมูลการออกกำลังกายที่นาฬิกาสมาร์ทวอทช์รุ่นกาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟนั้นได้บันทึกไว้ได้อีกด้วย และเรายังสามารถดูข้อมูลได้ตลอดและคอยเช็คในเรื่องของสุขภาพของตัวเราเองว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง

               โดยปกติรูปลักษณ์ของนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ที่เราเห็นกันทั่วๆไปนั้นจะเป็นรูปแบบธรรมดาๆ ไม่ได้มีความพิเศษอะไรมาก แต่นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของ Samsung รุ่น กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟ นั้นมีการออกแบบและดีไซน์ที่สวยงามแบบที่ไม่เคยมีแบรนด์ไหนได้ทำมาก่อน คุณสามารถสวมนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของ Samsung รุ่น กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟได้อย่างมั่นใจ ด้วยทรงนาฬิกานาฬิกาสมาร์ทวอทช์ที่ออกแบบมาด้วยความพิธีพิถันอย่างสุดๆ และถ้าใครกังวลว่าเจ้านาฬิกาอัจฉริยะนั้นจะมีน้ำหนักเยอะรึเปล่า เพราะเวลาออกกำลังกายต้องใช้แรงอยู่แล้ว และถ้านาฬิกาสมาร์ทวอทช์ยังมีน้ำหนักที่มากอีกก็คงจะหนักข้อมือน่าดูใช่ไหมล่ะคะ เราเลยอยากจะบอกว่าน้ำหนักของนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของ Samsung รุ่น กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟสวมใส่สบายอย่างแน่นอนเพราะมีน้ำหนักเบา

               นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของ Samsung รุ่น กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟยังออกมาพร้อมสายนาฬิกาที่มีรูปแบบหลากหลายดีไซน์ ไม่ว่าคุณจะใส่ชุดทำงาน ชุดไปเที่ยว ชุดอยู่บ้าน ชุดออกงาน ขอให้มั่นใจกับนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของ Samsung รุ่น กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟได้เลยว่าสามารถให้คุณเลือกใส่ได้ในทุกโอกาสจริงๆค่ะ เนื่องจากการดีไซน์ของนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของ Samsung รุ่น กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟมีความเรียบง่ายและคล่องตัวทุกๆกิจกรรมนั่นเอง

               รู้ไหมคะว่าเจ้านาฬิกาอันชาญฉลาดอย่างนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของ Samsung รุ่น กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟนั้นสามารถตรวจสุขภาพของผู้สวมใส่ได้อยู่เสมอเมื่อใช้งานร่วมกับ Applications ที่ชื่อว่า Samsung Health ค่ะ เมื่อ นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟนั้นมาใช้งานร่วมกับแอปนี้ก็จะกลายเป็นกูรูในเรื่องของด้านสุขภาพขึ้นมาทันที ซึ่งความสามารถที่นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟนั้นคือสามารถสรุปข้อมูลสุขภาพได้ทันทีในหน้าจอแบบทีเดียว 

นอกจากจะช่วยในเรื่องการจัดการออกกำลังกายของเราได้แล้ว นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟยังสามารถเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะสามารถตอบข้อความได้อย่างว่องไวด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนจากเสียงพูดเป็นเสียงข้อความแบบ Speech to tex , อีโมติคอน Emoticon รวมไปถึงคีย์บอร์ดอัจฉริยะอีกด้วย และแม้ว่าคุณจะนอนหลับในตอนกลางคืนแล้วแต่การทำงานของนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟก็ยังดำเนินต่อไป เพราะนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟจะตามติดคุณแม้กระทั่งคุณพักผ่อนอยู่บนเตียงตลอดทั้งวันทั้งคืน และยังจะบันทึกทั้งสี่ช่วงของการนอนหลับ โดยนาฬิกาสมาร์ทจะช่วยให้เรานั้นมีการปรับเปลี่ยนการนอนของตัวเราให้มีประสิทธิภาพได้อย่างมากขึ้นเพื่อที่เราจะได้นอนพักผ่อนได้อย่างเพียงพอ และทันทีที่เราตื่นมานั้นจะได้มียามเช้าที่สดใสนั่นเองค่ะ

ใครที่ชื่นชอบและรักการออกกำลังกายนั้นคงไม่พลาดที่จะต้องมีนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟไว้ใส่ตรงข้อมือนะคะ ต้องบอกเลยว่านาฬิกาสมาร์ทวอทช์ กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟนั้นครบครันและตอบสนองครบทุกความต้องการอย่างแน่นอน

พลังแห่งระบบไร้สายของ acer aspire 3

acer aspire 3

Acer ได้เปิดตัวโน๊ตบุ๊คราคาเบาๆแต่คุณสมบัติที่ออกมานั้นไม่เบาเหมือนราคาเลยล่ะคะ ต้องบอกเลยว่าราคาโน้ตบุ๊กที่ออกมาใหม่นี้ต้องถูกใจวัยรุ่นอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าฟีเจอร์ที่ออกมาใหม่นั้นช่างเหมาะกับนักเรียนหรือนิสิตนักศึกษามากๆเลยค่ะ และโน๊ตบุ๊คที่ทางเอเซอร์ที่พึ่งออกมาล่าสุดนั้นก็คือโน๊ตบุ๊ครุ่น acer aspire 3 ที่ถูกผลิตออกมาได้อย่างสมบูรณ์และตอบสนองผู้ใช้งานไม่ว่าจะรุ่นไหนก็ตาม ส่วนสเปคโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้มีค่อนข้างสูงแถมราคานั้นไม่แพงอย่างที่ใครคิดเลยล่ะ

               หลายคนคงอยากจะรู้จัก โน๊ตบุ๊ค aspire 3 แบบจริงๆจังๆกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ ต้องขอแนะนำก่อนเลยว่าจุดเด่นที่ทางเอเซอร์ได้พัฒนาอย่างเห็นได้ชัดคงเป็นเรื่องของการประมวลผล เพราะโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นมีการประมวลผลอันทรงพลังมาก ไม่ว่าจะเป็นการรับชมภาพยนตร์, เปิดคลิปวีดีโอ ในเว็บไซต์ YouTube, หรือจะไปนั่งท่องเว็บไซต์ต่างๆตามเว็บชื่อดังอย่าง Pantip นั้นก็สามารถทำได้อย่างง่ายๆแบบสบายๆเลยล่ะค่ะ เพราะว่าโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3นั้นสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วเพราะว่ามีระบบประมวลผล 8th Gen Intel® Core™ i71 และกราฟิก NVIDIA® GeForce® MX2301 ที่ทำให้ความสามารถของแอปนั้นโหลดไวขึ้นนั่นเอง และในส่วนของกราฟิกนั้นก็สามารถประมวลผลได้ไวเช่นกันแถมมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะค่ะ บอกเลยว่าใครที่เป็นคนชอบทำอะไรหลายๆอย่างบนโน๊ตบุ๊คจะต้องถูกใจกันอย่างแน่นอนหรือเรียกง่ายๆว่ามัลติทาสก์นั่นเอง

               โน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นมาพร้อมกับความประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม และหน่วยความจำของโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นมีขนาดสูงสุดถึง 16 GB กันเลยทีเดียว และถ้าจะให้พูดถึงความอลังการของสีสันบนโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นก็ต้องบอกเลยว่าเอเซอร์นั้นได้มีการพัฒนาในเรื่องของเม็ดสีบนหน้าจอที่มีสีที่คมชัดและมีความสมจริงแค่เพียงแรกเห็น ที่มีความละเอียดแบบที่เห็นได้ขัดขนาดนี้เป็นเพราะหน้าจอของโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นเป็น FHD นั่นเองค่ะ บอกเลยว่าเราจะได้สัมผัสกับพื้นที่บนหน้าจอภาพที่มีมากกว่าเพื่อภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจ เพราะจอภาพมีขนาด 17.3 นิ้ว, 15.6 นิ้ว หรือ 14  นิ้วนั่นเอง

               เอเซอร์ให้ความสำคัญในเรื่องของการออกแบบและดีไซน์โน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 เป็นอย่างมาก อย่างแรกที่สังเกตได้อย่างชัดเจนคงเป็นความบางที่โน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นถูกดีไซน์ขอบจอได้อย่างบางเฉียบ และสิ่งที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือแสงของหน้าจอโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 ที่ถูกออกแบบและดีไซน์ให้มีการถนอมสายตาด้วยการถนอมสายตาด้วยการกรองแสงสีฟ้า นั่นหมายความว่าต่อให้เราใช้สายตาในงานทำบนหน้าจอของโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 ขนาดไหนก็ไม่ต้องกังวลเพราะเราสามารถที่จะทำงานได้อย่างสะดวกสบายและทำงานได้นานขึ้นเพราะเทคโนโลยี  Acer BlueLightShield นั่นเองค่ะ

               สำหรับในเรื่องสีสันของโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 ที่ออกมานั้นจะต้องถูกใจเหล่านักเรียน นิสิตหรือนักศึกษาอย่างแน่นอนเพราะการออกแบบในเรื่องของสีบนโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นมีความสะดุดตาอย่างเห็นได้ชัด สังเกตสีที่ออกมาจากตัวเครื่องนั้นมีสไตล์ที่มีสีสันสดใสและให้รูปลักษณ์ที่สวยงาม ไม่ว่าใครเห็นก็อยากที่จะสัมผัสโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 กันทั้งนั้น โน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นมาพร้อมกับน้ำหนักที่เริ่มต้นที่มีความเบากว่าสองกิโลกรัมนั่นเอง ด้วยเครื่องที่เบาขนาดนี้นั้นทำให้เราสามารถพกพาโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 ติดตัวไปได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเอาเข้าไปเรียน เอาไปทำรายงานที่ห้องสมุด หรือเอาไปประชุมงานกับเพื่อนๆรวมถึงเอาไป Present งานตามสถานที่ต่างๆกันอย่างสบายๆเลยล่ะค่ะ

               ใครอยากได้โน๊ตบุ๊คที่มีแบตเตอรี่อึดและทนทานนั้นต้องยกให้โน๊ตบุ๊ค acer aspire 3 ไปเลย เพราะโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้นานสูงสุดถึงเก้าชั่วโมงด้วยกัน ใครที่ชอบนั่งทำงานผ่านโน๊ตบุ๊คเป็นเวลาๆนานคงจะถูกใจโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นอย่างแน่นอนเพราะโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้มีพลังงานมากพอที่จะทำงานได้ทั้งวันจริงๆค่ะ ควรแก่การเป็นเจ้าของอย่างมาก ถ้าใครยังไม่มีโน๊ตบุ๊คราคาดีๆราคาไม่แรงนั้นต้องยอมรับเลยว่าโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นตอบโจทย์จริงๆ

งานจะเดินเมื่อเครื่องใช้ในออฟฟิศดี

Epson

               มนุษย์ออฟฟิศทั้งหลายคงรู้กันดีว่าการทำงานที่ราบลื่นนั้นต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศในการทำงานที่ดี เพื่อนร่วมงานที่คอยซัพพอร์ตแต่อย่างหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ก็คืออุปกรณ์ในการทำงานนั่นเอง เพราะว่าถ้าอุปกรณ์ไม่มีประสิทธิภาพการทำงานก็จะไม่ได้อย่างที่ต้องการหรือมาตรฐานไม่ได้อย่างที่หวัง ซึ่งอุปกรณ์เครื่องใช้ในออฟฟิศอย่างเช่น Epson จึงต้องพัฒนาในด้านต่าง ๆ เพื่อการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ

          เรามาดูกันดีกว่าว่าเครื่องใช้หรืออุปกรณ์ในออฟฟิศต่าง ๆ นั้น มีอะไรบ้างและควรต้องเลือกดูอย่างไรเพื่อให้การทำงานได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

               1. โต๊ะและเก้าอี้ทำงาน

          ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ในการทำงานในออฟฟิศเลยทีเดียว เพราะว่าเกือบทั้งวันที่เราทำงานก็ต้องนั่งอยู่บนโต๊ะแบบนั้น ซึ่งโต๊ะและเก้าอี้ที่ผิดสรีระศาสตร์จะทำให้ร่างกายผู้ใช้ปวดเมื่อยได้ ดังนั้นควรเลือกเก้าอี้ที่สามารถปรับระดับและอิริยาบทได้เพื่อจะได้ผ่อนคลายและเปลี่ยนท่านั่งเมื่อนั่งนานเกินไป โต๊ะก็ไม่ควรที่จะสูงเกินไปเพราะไม่อย่างนั้นก็ต้องยกแขนขึ้นไปสูงขึ้นทำให้ปวดเมื่อยได้ง่าย

          ในส่วนของเบาะเอนหลังของเก้าอี้ก็ควรจะเป็นวัสดุที่นุ่มสบายไม่แข็งแต่ก็ไม่สมควรนุ่มจนเกินไปเพราะจะทำให้หลังได้รับบาดเจ็บได้

          2. คอมพิวเตอร์

          เป็นอุปกรณ์หลักที่ทุกออฟฟิศต้องมี เพราะว่าเป็นเครื่องทุ่นแรงและเป็นแหล่งเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ โดยมีทั้งแบบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือ Desktop  และแบบโน๊ตบุ้ก โดยคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานที่ออฟฟิศนั้นต้องทำงานได้อย่างค่อนข้างรวดเร็วตามตำแหน่งและหน้าที่ของเจ้าของเครื่อง และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ควรทำได้อย่างไม่มีปัญหา อย่างเช่นการต่อเข้ากับเครื่องปริ้นทุกแบรนด์อย่างเช่น Canon หรือ Epson เป็นต้น

          โดยคอมพิวเตอร์ที่ดีนั้นไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป แต่ควรมีฝ่ายที่ดูแลเกี่ยวกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่คอยจัดหาเครื่องให้เหมาะกับตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ฝ่ายบัญชีควรได้รับคอมพิวเตอร์ที่มีคีย์บอร์ดที่ตัวเลขครบถ้วนกดง่าย หรือฝ่ายกราฟิกที่ต้องมีสเปคในการแรนเดอร์ที่รวดเร็ว

          นอกจากนั้นการจ้องจอมากเกินไปจะทำให้สายตาเกิดปัญหาความเมื่อยล้าได้ คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานในออฟฟิศได้เป็นอย่างดีควรสามารถปรับแสงเพื่อถนอมสายตาได้นั่นเอง

          3. เครื่องปริ้น

          แน่นอนว่าเรื่องของเอกสารนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานทุกที่ และเครื่องปริ้นนั้นก็เป็นอุปกรณ์ที่จะผลิตเอกสารออกมาเพื่อใช้งานในเรื่องต่าง ๆ ได้ง่ายที่สุด โดยประเภทของเครื่องปริ้นนั้นมี 2 ชนิดใหญ่ ๆ ด้วยกัน นั่นก็คือเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทที่มีลักษณะเล็กใช้งานทั่ว ๆ ไปได้อย่างหลากหลายทั้งปริ้นเอกสารหรือปริ้นรูปภาพต่าง ๆ โดยวัตถุดิบที่ให้สีนั้นจะเป็นน้ำหมึก โดยเครื่องปริ้นแบบนี้นั้นมีหลายแบรนด์หลายยี่ห้อทำกันออกมา โดยมีราคาไม่สูงมากและมีให้เลือกหลากหลายรุ่น

          อีกประเภทก็คือเครื่องพิมพ์แบบปริ้นเลเซอร์ ซึ่งเหมาะกับการปริ้นในปริมาณมาก ๆ เหมาะสำหรับออฟฟิศที่มีขนาดใหญ่แต่ว่าในปัจจุบันตามบ้านหรือออฟฟิศเล็ก ๆ ก็นิยมใช้เหมือนกัน ซึ่งถือว่าคุ้มค่าถ้าหากจะใช้ในระยะยาว ด้วยความรวดเร็วในการปริ้นงาน โดยตลับหมึกของเครื่องปริ้นเลเซอร์นั้นจะแพงกว่าแบบอิงค์เจ็ท

          4. เครื่องปรับอากาศ

          ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับออฟฟิศเพราะด้วยการอยู่รวมกันมาก ๆ ของพนักงานจำเป็นจะต้องได้รับอากาศที่สดชื่นคลายร้อน โดยเครื่องปรับอากาศที่ดีสำหรับออฟฟิศนั้นใช้ได้ทั้งปรับอากาศแบบผนังที่เป็นที่นิยมและหาได้ง่าย มีราคาถูกและดูแลรักษาง่าย โดยมี BTU สูงสุดที่ 24000 BTU หรือถ้าเป็นออฟฟิศที่ใหญ่ขึ้นมาก็สามารถติดปรับอากาศแบบแขวนได้ เพราะว่าสามารถส่งลมออกไปได้ยาวและไกล ซึ่งขั้นต่ำนั้นต้องมีขนาด 24,000 BTU

               หรือว่าออฟฟิศไหนต้องการจะซ่อนปรับอากาศแบบเนียน ๆ ก็ใช้เป็นแบบแอร์ 4 ทิศทาง ซึ่งจะทำให้ได้รับอากาศเย็นแบบ 360 องศาเลยทีเดียว แต่ว่าต้องอาศัยช่างผู้ชำนาญมาติดตั้ง โดยแอร์ทั้งหมดที่แจกแจงมานั้นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างดี เพื่อไม่ให้เกิดอาการอุดตันของฝุ่นจนเกิดปัญหาสุขภาพของคนนออฟฟิศ ทางที่ดีควรเลือกรุ่นที่สามารถฝอกอากาศได้ยิ่งดี

          ชีวิตในออฟฟิศนั้นต้องควบคู่ไปกับอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ รอบตัวที่มีคุณภาพ เพื่อารทำงานที่ลุล่วงเป็นอย่างดีนะครับ ทางที่ดีก็เลือกเครื่องใช้แบรนดืที่ไว้ใจได้

แบตเตอรี่สุดอึดต้องยกให้ zenfone 3 max

zenfone 3 max

               ใครที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถือ Smartphone ที่มีพละกำลังในเรื่องของความอึดและบึกบึนกับในเรื่องแบตเตอรี่นั้นก็คงต้องยกให้กับมือถือของแบรนด์ ASUS อย่างรุ่น zenfone 3 max นั่นเองค่ะ เพราะแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือ zenfone 3 max นั้นจะตอบโจทย์สำหรับคนที่มี Lifestyle ที่มีการใช้โทรศัพท์มือถือทำงานทั้งวัน หรือเป็นคนใช้โทรศัพท์แทบจะตลอดเวลานั่นเองค่ะ

               หลายๆคนคงอยากจะรู้ในเรื่องของคุณสมบัติของโทรศัพท์มือถือ Smartphone แบรนด์ Asus รุ่น เซนโฟน 3 max กันแล้วใช่มั้ยล่ะคะว่านอกจากความโดดเด่นในเรื่องของแบตเตอรี่แล้วนั้น Asus รุ่น เซนโฟน 3 max มีคุณสมบัติอะไรที่เจาะลึกเกี่ยวกับแบตเตอรี่ที่มีความน่าสนใจอีกบ้าง ไปดูพร้อมๆกันดีกว่าค่ะ

    จุดเด่นของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 max ที่คุณจะต้องรู้

• ความอึดของแบตเตอรี่ที่มีความเหนือชั้น

   ปกติแล้วโทรศัพท์มือถือ Smartphone รุ่นทั่วๆไปนั้นก็จะมีแบตเตอรี่ที่ความจุไม่จุใจ เวลาเล่น Internet หรือเล่นเกมอะไรไปนิดหน่อยก็ต้องหาที่ชาร์จแบตเตอรี่กันแล้ว เพราะแบตเตอรี่หมดไวเกินไปจริงๆ แต่สำหรับ Asus รุ่น เซนโฟน 3 max นั้นวางใจได้เลยค่ะ เพราะ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีขนาดตื่นตาตื่นใจถึง 4100mAh กันเลยทีเดียว ไม่ว่าคุณจะเล่น Facebook เล่นเกม ท่องโลก Social กันทั้งวันทั้งคืนแค่ไหนก็ต้องบอกเลยว่าแบตเตอรี่ของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxนั้นก็จะอยู่เป็นเพื่อนคุณทั้งวันได้แบบสบายๆเลยล่ะค่ะ

• มีความสามารถในการทำงานได้ทั้งวัน

   Asus รุ่น เซนโฟน 3 max นั้นเป็นโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนขนาด 5.2 นิ้วที่ทำให้เราไม่มีความกังวลในเรื่องของแบตเตอรี่เลยสักนิดเดียวนะคะ เพราะพลังงานที่ล้นหลามของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxมีพร้อมสแตนบายตลอดทั้งวัน และสิ่งที่พิเศษที่คุณจะต้องร้องว้าวแน่นอน เพราะว่า Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxสามารถอยู่ได้นานถึงสามสิบวันในโหมดสแตนด์บายนั่นเองค่ะ ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่า Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxสามารถอยู่ได้เป็นเดือนๆโดยไม่ต้องง้อสายชาร์จแบตเตอรี่เลย และใครที่ชอบคุยชอบติดต่อโดยไม่ต้องการให้แบตเตอรี่หมดกลางทาง การันตีเลยว่า Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxนั่นคือคำตอบของคุณ

• สามารถทำหน้าที่เป็นแบตเตอรี่สำรองได้

   ด้วยขนาดแบตเตอรี่ของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxที่มีขนาด 4100 mAh นั้นเรียกได้ว่ามีขนาดใหญ่และมีพลังมากพอที่จะสามารถเนรมิตให้ Smartphone รุ่นนี้สามารถประยุกต์เป็นแบตเตอรี่สำรองได้นั่นเองค่ะ ซึ่งการเป็นแบตเตอรี่สำรองของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxนั้นสามารถเป็นแบตเตอรี่สำรองของอุปกรณ์อื่นได้อีกด้วยนะคะ ดังนั้นบอกเลยว่าไม่ต้องกังวลว่าอุปกรณ์เทคโนโลยีอื่นๆนั้นจะเกิดแบตเตอรี่หมดหรือดับไปเพราะเรามี Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxและสามารถเชื่อมต่อชาร์จได้โดยตรงเลยค่ะ

• มีความสามารถในการจัดการพลังงานที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

   คงเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ทุกคนจะประสบปัญหาในการที่วันๆนึงจะต้องหาที่ชาร์จแบตเตอรี่เพื่อเติมแบตระหว่างวันกันเพราะโดยปกติแล้วแบตเตอรี่ของ Smartphone นั้นไม่ได้เพียงพอต่อการเล่นของคนเราเลยค่ะ ถ้าจะเล่นโทรศัพท์มือถือทั้งวัน ยังไงก็ต้องชาร์จแบตเตอรี่อย่างแน่นอน และนี่คือนวัตกรรมในเรื่องของเทคโนโลยีที่ Asus รุ่น เซนโฟน 3 max ที่มีความสามารถที่จะขยายอายุของแบตเตอรี่ให้มีพลังงานที่ยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าพลังงานทุกหยดของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 max ที่มีขนาด 4100 mAh นั้นได้ถูกออกมาใช้อย่างหมดจดและคุ้มค่า ยิ่งโหมด Super Saving ใน Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxนั้นได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ประโยชน์ทุกๆมิลลิแอมป์กันเลยทีเดียวค่ะ และเมื่อไหร่ที่แบตเตอรี่ของคุณนั้นเหลือประมาณแค่สิบเปอร์เซ็นต์ก็ตาม เพราะแค่สิบเปอร์เซ็นต์นี้ก็สามารถอยู่ได้ถึงสามสิบชั่วโมงแล้วล่ะค่ะ ไม่คิดว่าจะมีแบตเตอรี่ที่ทรงพลังงานขนาดนี้

• มีความสวยงามระดับพรีเมี่ยม

   ด้วยความใส่ใจในเรื่องของการลงรายละเอียดในการดีไซน์Asus รุ่น เซนโฟน 3 max นั้นมีการผสมผสานศิลปะแห่งการออกแบบให้เข้ากับความสวยงามแห่งวิศวกรรมชั้นยอดนั่นเอง Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxมาพร้อมหน้าจอแบบ 2.5D ที่เมื่อคุณเอานิ้วสัมผัสนั้นจะรู้สึกถึงความลื่นไหลแล้วความเนียนนุ่มของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxอย่างเห็นได้ชัด รูปทรงมีมีความพอดีถือถนัดมืออย่างมั่นใจ

ความสามารถรอบด้านที่มีอยู่ใน surface pro

surface pro

            เมื่อไม่นานมานี้ทาง Microsoft ได้เปิดตัว“surface pro” รุ่นใหม่ล่าสุดที่พร้อมให้เหล่าสาวก Microsoft ได้ชมกัน ซึ่งเซอร์เฟสโปรรุ่นนี้มีความโดดเด่นโดยเฉพาะในเรื่องของการออกฟีเจอร์ใหม่ๆมาให้คุณได้สัมผัสอย่างแน่นอน จุดเด่นที่เห็นได้ชัดจากเซอร์เฟสโปรรุ่นนี้ที่มีขนาดน้ำหนักเบาหวิวเป็นพิเศษนั่นเอง ถึงขนาดน้ำหนักจะเบา แต่ความสามารถของเซอร์เฟสโปรนั้นมีไม่เบาเลยนะคะ

            Surface Pro นั้นมีลูกเล่นที่เราสามารถเปลี่ยนสลับโหมดได้ถึงสามโหมดด้วยกัน ซึ่งโหมดแรกนั้นก็คือโหมดแล็ปท็อปนั่นเองค่ะ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนเซอร์เฟสโปรเป็นโหมดแล็ปท็อปได้โดยกางขาตั้งเซอร์เฟสโปรในตัว และถ้าเราจะเปลี่ยนโหมดจากแล็ปท็อปให้เป็นโหมด Studio นั้นก็ต้องลดระดับขาตั้งค่ะ ซึ่งเซอร์เฟสโปรบางรุ่นที่เป็นรุ่นใหม่นั้นจะมีบานพับที่ลึกยิ่งขึ้นเพื่อที่จะสามารถอำนวยความสะดวกในเรื่องของการวาดเขียนให้มีความถนัดขึ้น และโหมดที่สุดท้ายที่สามารถเปลี่ยนได้ก็คือโหมดแท็บเล็ตนั่นเองค่ะ ซึ่งถ้าเราจะอยากเปลี่ยนเซอร์เฟสโปรให้เป็นโหมดแท็บเล็ตนั้นเราสามารถทำได้โดยการปิดขาตั้งและถอดหรือว่าพับไปด้านหลังเพื่อที่จะใช้งานแบบแท็บเล็ตแบบเดี่ยวๆสแตนด์อะโลนนั่นเองค่ะทุกคน ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าเซอร์เฟสโปรแค่เพียงเครื่องเดียวนั้นจะมีความสามารถในการใช้งานได้ถึงสามโหมดเลย

               เซอร์เฟสโปรตัวนี้มีน้ำหนักเบาหวิวเป็นพิเศษ แต่ไม่ว่าความเบาจะมีแค่ไหน แต่ความสามารถและความมีประสิทธิภาพนั้นก็ไม่เบาอย่างแน่นอนค่ะ มีการพัฒนาให้ดีกว่าเดิมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาในเรื่องของแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน อึดกว่าเดิม รวมถึงมีการพัฒนาในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ที่ให้ความรู้สึกที่เบานุ่มและสะดวกในการถือไปไหนมาไหนได้อย่างคล่องแคล่วนั่นเองค่ะ

               เชื่อว่าหลายๆคนนั้นต้องมีอยากได้แล็ปท็อปดีๆสักหนึ่งเครื่อง และก็อยากได้แท็บเล็ตดีๆอีกสักเครื่อง ทาง Microsoft นั้นก็เลยได้แก้ปัญหารวมถึงมีการพัฒนาให้เซอร์เฟสโปรสามารถตอบโจทย์ผู้ใข้งานสำหรับคนที่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ หรือมีความอยากได้ทั้งสองอย่างนั่นเองค่ะ เรียกได้ว่าเซอร์เฟสโปรนั้นเป็นที่สุดของที่สุดในเรื่องของความคล่องตัวจริงๆ ยิ่งถ้าใครมีความชอบที่จะสร้างสรรค์ หรือมีความ Creative มากๆ รวมถึงสร้างสรรค์ในเรื่องเรียนและในเรื่องของการทำงานนั้นคงจะสนุกกับเซอร์เฟสโปรตัวนี้ได้อย่างสุดๆเลยทีเดียว

               เรียกได้ว่าเซอร์เฟสโปรนั้นเป็นแล็ปท็อปที่ทรงประสิทธิภาพที่การันตีในเรื่องของการทำงานอย่างราบรื่นและรวดเร็ว ซึ่งเซอร์เฟสโปรนั้นมอบความเร็วและสมรรถนะสูงยิ่งขึ้นด้วยโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ ที่บอกได้เลยว่ามีประสิทธิภาพอย่างไร้ที่ติแน่นอน และจุดเด่นที่จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ นั่นคือหน้าจอของเซอร์เฟสโปรนั่นเองค่ะ ซึ่งหน้าจอของเซอร์เฟสโปรนั้นจะทำให้เราทุกคนมีความรู้สึกที่อยากจะสร้างสรรค์และจุดประกายไอเดียของตัวเราเองออกมา ต้องบอกเลยว่าเซอร์เฟสโปรมีสีสันที่สดใสและมีความคมชัดเป็นพิเสษ และจอแสดงผลของเซอร์เฟสโปรเป็นแบบ PixelSense™ มีหน้าจออันน่าทึ่งและตอบสนองต่อ Surface Pen และการสัมผัสอีกขั้น

               ใครที่ไม่ชอบเสียงรบกวนนั้นต้องยกให้เซอร์เฟสโปรเลยค่ะ ไร้เสียงรบกวนแน่นอน ยิ่งเป็นเซอร์เฟสโปรรุ่น M3 แลเซอร์เฟสโปร รุ่น i5 นั้นจะมีระบบระบายความร้อนที่เป็นแบบใหม่ไม่เหมือนที่ผ่านมา เพราะระบบระบายความร้อนรุ่นใหม่ของเซอร์เฟสโปรจะเป็นแบบไร้พัดลมนั่นเองค่ะ รวมทั้งจะเป็นระบบระบายความร้อนแบบไฮบริดในรุ่น i7 เพื่อให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีสมาธิแน่วแน่รวมถึงเวลาจะสตรีมรายการที่ตัวเองโปรดปรานได้อย่างสบายๆไร้เสียงรบกวน เหมาะกับคนที่ต้องการสมาธิในการทำกิจกรรมที่ตัวเองสนใจอย่างเป็นที่สุดคะ

               บอกเลยว่าใครที่ได้เซอร์เฟสโปรไปครอบครองนั้นจะต้องคุ้มกับลูกเล่นใหม่ๆที่สามารถเลือกใช้งานตามใจที่ต้องการได้อย่างง่ายๆเลย เชื่อว่าไม่ว่าใครก็ต่างที่จะอยากสัมผัสกับประสิทธิภาพและความชาญฉลาดของเซอร์เฟสโปรอย่างแน่นอน อย่ารอช้านะคะ รีบไปเป็นเจ้าของเซอร์เฟสโปรกันเลยค่ะ

ทำงานราบรื่นไปกับ lenovo ideapad

lenovo ideapad

               ใครที่เป็นหนุ่มสาวออฟฟิศที่มี Minimal Style ที่มีความชอบความเรียบง่ายแต่แอบมีความหรูหราและสวยงามอยู่ในตัวนั้นก็คงมีความต้องการที่อยากมีไอเทมคู่ใจอย่าง Notebook ที่มีรูปทรงที่มีความมินิมอลเช่นกันกับโน๊ตบุ๊กรุ่นนี้ที่มีความตอบโจทย์อย่าง lenovo ideapad ต้องบอกเลยว่าไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์หรือฟีเจอร์เด่นๆที่อยู่ใน lenovo ideapad นั้นจะต้องเป็นที่ต้องการกับหนุ่มสาวที่ชอบความเรียบง่ายแต่หรูหราอย่างแน่นอนค่ะ

               พูดถึงโน๊ตบุ๊กที่มีความโดดเด่นในเรื่องความเรียบง่ายและแฝงไปด้วยพลังนั้นต้องยกให้ Notebook ของเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นบอกเลยว่าถ้าใครได้สัมผัสกับโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดจะต้องสัมผัสถึงการทำงานที่ราบรื่นตลอดทั้งวัน เคยได้ยินไหมล่ะคะที่ใครต่อใครต่างชอบพูดกันว่า ในบางครั้งนั้นสิ่งที่ดีที่สุดอาจจะหลบซ่อนอยู่ในสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด ซึ่งโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นก็เหมาะกับสโลแกนนี้อย่างที่สุดเลยล่ะค่ะ

               สำหรับความโดดเด่นของโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นก็คงเป็นเรื่องของการประมวลผลและGraphicชั้นยอดนั่นเอง แถมการใช้งานง่ายและไม่ซับซ้อนอีกด้วยค่ะ อย่างแรกที่เลอโนโวให้ความสำคัญกับโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นก็คือเรื่องการดีไซน์ เพราะเลอโนโวไม่ได้มองแค่ว่าโน้ตบุ๊กเป็นแค่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เพียงแต่ให้อำนวยความสะดวกเท่านั้น แต่เลอโนโวให้ความสำคัญและให้ความใส่ใจในเรื่องของการออกแบบอย่างโดยเฉพาะ ที่สังเกตอย่างเห็นได้ชัดจากเครื่องโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นได้ถูกทำจากวัสดุที่ทนทานต่อการฉีกขาด ส่วนในเรื่องของแป้นคีย์บอร์ดนั้นทำมาจากแป้นยางรองเครื่องที่ช่วยยกเครื่องให้สูงขึ้น สาเหตุที่ต้องยกขึ้นก็เพื่อที่จะให้สามารถระบายอากาศได้ดี และที่สำคัญยังช่วยให้โน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดมีอายุการใช้งานที่นานขึ้นอีกด้วยค่ะ

               เวลาที่คนเราจะเลือกซื้อโน๊ตบุ๊กสักเครื่อง เราก็อยากเลือกซื้อเครื่องดีๆและเครื่องนั้นสามารถใช้งานได้นาน และเราต้องบอกเลยว่าโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นมีการรองรับการใช้งานทั้งในปัจจุบัน ณ ตอนนี้ รวมถึงอนาคตด้วยนะคะ ทางเลอโนโวจึงเลือกฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นเลือกใช้ชิป Intel® Core™ processing และตัวเลือกชิปกราฟิกแยกทั้งจาก AMD และ NVIDIA® ค่ะ และใครที่มีความชอบที่จะทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมกัน เช่น ฟังเพลงไปด้วยเล่น Internet ไปด้วย รวมถึงนั่งทำงานไปด้วยอีก เชื่อว่าโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นต้องเหมาะกับคนที่ใช้งานในรูปแบบมัลติทาสก์แน่นอน และถ้าใครกลัวว่าเครื่องจะค้างเวลาทำอะไรหลายๆอย่าง บอกเลยว่าโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดจะไม่ทำให้คุณณผิดหวัง คุณสามารถทำงานหลายๆอย่างพร้อมกันได้อย่างไหลลื่นและไม่มีสะดุดค่ะ

               มาในส่วนของในเรื่องแบตเตอรี่กันบ้างนะคะ โน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นมีฟีเจอร์ที่มีแบตเตอรี่ที่มีความอึด และเมื่อระหว่างเรานั่งทำงานผ่านโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดแล้วเกิดว่าแบตเตอรี่นั้นมีท่าทีจะใกล้หมด และ ณ เวลานั้นไม่มีเวลาให้ชาร์จไม่มากนัก แต่สำหรับโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นจะมาพร้อมคุณสมบัติที่พิเศษ เพราะว่าสามารถใช้งานต่อได้นานสุดถึงหกชั่วโมงเลยค่ะ และการชาร์ตจแบตเตอรี่นั้นมีฟีเจอร์ในการชาร์จแบบ Rapid Charge ที่เวลาชาร์จแบตเตอรี่เพียงแค่สิบห้านาทีเท่านั้น ซึ่งเพียงแค่ชาร์จไปเพียงสิบห้านาทีนั้นก็จะสามารถทำงานผ่านโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดได้อีกสองชั่วโมง

               ใครที่ชอบดูภาพยนตร์ผ่านโน๊ตบุ๊กอยู่แล้วจะต้องถูกใจเลอโนโว ไอเดียแพดอย่างแน่นอน เพราะว่าโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดมาพร้อมกับ Options ของพื้นที่เก็บข้อมูลที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น HDD ที่มีความสูงสุดถึง 2 TB ใครที่ชอบโหลดภาพยนตร์เก็บไว้ดูเยอะๆรับรองว่าคุณสามารถเก็บวีดีโอได้เป็นพันๆวีดีโอเลยค่ะ รวมถึงเก็บรูปถ่ายและไฟล์งานต่างๆได้อย่างสบายๆเลย

ใครที่กำลังอยากหาโน๊ตบุ๊ก ที่มี Minimal Style นั้นก็คงไม่พลาดที่จะเลือกซื้อโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดอย่างแน่นอน มีความใช้งานง่าย น้ำหนักเบา ไม่ว่าคุณจะพกโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดไปทำงานที่ Office หรือไปประชุมกับลูกค้าที่เป็นนอกสถานที่นั้นก็สะดวกสบายไม่เทอะทะ แถมดูดีเรียบง่ายเหมาะกับหนุ่มสาวสมัยนี้อย่างแน่นอนค่ะ

ครบครันไปกับโน้ตบุ๊ก lenovo legion y520

lenovo legion y520

               สำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่กำลังมาแรงอยู่ตอนนี้ต้องยกให้ lenovo legion y520 เลยละค่ะ เพราะเลอโนโว legion y520 ที่ได้เปิดตัวไปพร้อมคุณสมบัติเจ๋งที่ๆเชื่อว่าใครที่เป็นสาวก Lenovo อยู่แล้วจะต้องสนใจกับความอัดแน่นของความพรีเมียมที่ยากเกินกว่าจะปฏิเสธว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กของเลอโนโว legion รุ่น y520 นั้นถูกทำขึ้นมาเพื่อเอาใจคนที่ชื่นชอบในการเล่นเกมผ่านโน้ตบุ๊กแบบโดยเฉพาะนั่นเองค่ะ

               สิ่งแรกที่ทำให้หลายคนต้องถูกอกถูกใจกันอย่างแน่นอนคงเป็นความบางเบาของเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก y520 นั่นเอง เพราะที่ผ่านมาเคยสังเกตไหมล่ะคะว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ้กของหลายๆแบรนด์นั้นมีความหนักหน่วงและเวลาที่จะพกโน๊ตบุ้กไปไหนมาไหนลำบาก แต่รุ่นนี้ที่ Lenovo ได้ทำการเอาใจสำหรับคนที่ไม่ชอบอะไรหนักๆ และไม่ชอบความยากต่อการพกพานั่นเอง

หลายๆคนคงอยากจะทราบว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ y520 นั้นมีความครบครันอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะมาบอกจุดเด่นของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่กำลังมาแรงแบบสุดๆในตอนนี้ให้ทุกคนได้ทราบโดยพร้อมกันค่ะ

• ที่สุดของประสิทธิภาพสำหรับคนที่รักในการเล่นเกม

   ด้วยนวัตกรรมในเรื่องของชิปประมวลผลที่เป็นรุ่นล่าสุดอย่าง 7th Gen Intel Core i7 ในรุ่น Y520 นี้ ต้องบอกเลยว่ามีการพัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยีในด้านประสิทธิภาพของการประมวลผลของเว็บไซต์ที่สูงขึ้นถึงสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ รวมถึงมีประสิทธิภาพในเรื่องของการสร้างสรรค์ที่สูงขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ถึงสิบสองเปอร์เซ็นต์ เพราะว่า Lenovo ได้มีการพัฒนาแบบขีดสุดจึงทำให้เราสามารถเล่นเกมได้อย่างสนุกสนาน ยิ่งโดยเฉพาะกับเกมที่มีไฟล์ใหญ่ๆหนักๆนั้นก็ไม่ใช่ปัญหา และในส่วนของการเล่นเกมออนไลน์นั้นก็ยิ่งสะดวกสบายไปกันใหญ่ เล่นได้ดีแบบไม่มีสะดุดต้องไว้ใจเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ Lenovo รุ่น y520 เท่านั้น

• พลัง Graphic ที่มีระดับ

   ต้องขอบอกเลยว่าในส่วนของกราฟิกเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ รุ่น y520 นั้นมาพร้อมตัวเลือกชิปกราฟิกแยกทั้ง NVIDIA® GeForce® GTX 1050/1050Ti หรือ AMD Radeon™ RX 560 ที่จะมาทำให้เกมมิ่งโน้ตบุ๊กของเราทำงานได้ดีแบบไม่มีสะดุด การันตีถึงการทำงานที่มีความไหลลื่น และโดยเฉพาะที่ใครมีความชอบที่จะเล่นเกมในส่วนของประเภท FPS นั้นจะต้องได้สัมผัสกับความเหนือชั้นจากโน๊ตบุ้กนี้ได้อย่างสบายๆเลยละค่ะ

• ไว้ใจกับการเก็บข้อมูลผ่านเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก Y520

   ใครที่ชอบโน้ตบุ๊กที่มีการทำงานแบบรวดเร็วนั้นต้องยกให้รุ่นนี้เลยค่ะ เพราะเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ รุ่น y520 นั้นมีตัวเลือกของสื่อที่เป็นการบันทึกข้อมูลแบบ SSD PCle ที่บอกเลยว่ามีความจุสูงสุดถึง 512GB ซึ่งมีความเร็วสูงมาก ทั้งสำหรับในการบูตเครื่องหรือจะเป็นการ Download เกมต่างๆ รวมถึง HDD ความจุสูงสุดถึง 2 TB ที่ไม่ว่าเราจะชอบเกมไหน เราก็สามารถเก็บทุกๆเกมไว้ในเครื่องเดียวได้เลย และส่วนโน๊ตบุ๊กในรุ่นอื่นๆของ Lenovo นั้นมีการเลือกใช้ระบบไฮบริดที่เป็นการรวมข้อดีในเรื่องของด้านความเร็วและความจุไว้ด้วยกันอีกด้วย ถือว่าสุดยอดไปเลยค่ะทุกคน

• พลังเสียงอันทรงพลัง

   เสียงในตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ y520 นั้นไม่ว่าเสียงจะผ่านหูฟังหรือลำโพงนั้นก็พร้อมที่จะมองความบันเทิงให้กับผู้ใช้ทุกคนอย่างแน่นอน เพราะมีระบบเสียง Dolby Audio Premium ที่มีการปรับจูนให้มีความสามารถในการส่งมอบพลังเสียงไม่ว่าคุณจะดูหนังฟังเพลงรวมถึงเล่นเกมก็ตาม

• โดดเด่นด้วยสีแดงสด

   ครั้งแรกที่เห็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ Lenovo รุ่น y520 นั้นก็ต้องสะดุดถึงความโดดเด่นในเรื่องของสีสันนั่นเอง เพราะเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ Lenovo รุ่น y520 นั้นเป็นรุ่นที่มาพร้อมไฟ Backlit สีแดงที่คีย์บอร์ด ที่มีสีแดงสดก็เพื่อที่จะทำให้สะดวกเวลาเราอยู่ในโหมดเล่นเกมในยามค่ำคืนได้แบบชิวๆ ซึ่งประกอบกับระยะการกดปุ่มเพียง 1.7 มิลลิเมตร การันตีในเรื่องความแม่นยำในการใช้งานอย่างแน่นอน แถมตัวเครื่องของเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ legion y520 นั้นมีขนาดบางเบาหวิว มีน้ำหนักเพียง 2.5 กิโลกรัมเท่านั้นค่ะ วัสดุมีความแข็งแรงและทนทาน พกพาได้สะดวก ไม่ว่าคุณจะพก Notebook ไปเล่นเกมที่ไหนก็คล่องตัวอย่างแน่นอน

MSI ที่สุดของเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก

msi notebook

               ณ เวลานี้ไม่มีใครไม่รู้จัก msi notebook ที่กำลังมาแรงและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างเป็นที่สุด และยิ่งสำหรับใครที่มีความชอบในการเล่นเกมเป็นอย่างมากอยู่แล้ว เราต้องขอคอนเฟิร์มเลยว่า msi notebook จะไม่ทำให้คนที่มีใจรักในการเล่นเกมต้องผิดหวังแน่นอนค่ะ

               แต่ถ้าหากใครยังไม่รู้จักเกมมิ่งโน้ตบุ๊กของแบรนด์ MSI นั้น เราก็จะพาแบรนด์ระดับโลกอย่าง MSI ที่หนึ่งของความสุดยอดในเรื่อเกมมิ่งโน้ตบุ๊กมาให้ทุกคนรู้จักกันดีกว่าค่ะ อย่างแรกเลยนะคะ หลายคนคงสงสัยว่า MSI นี้มันคืออะไร MSI นั้นย่อมาจาก Micro – Star International หรือเรียกสั้นๆว่า MSI นั่นเองค่ะ และที่สำคัญนั้น Micro – Star International คือแบรนด์ที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับการเล่นเกมที่เป็นอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งตอนนี้ทางแบรนด์ Micro – Star International นั้นได้กลายเป็นผู้ผลิต Gaming โน้ตบุ๊กมากที่สุดเป็นอันดับที่หนึ่งของโลกเช่นกันค่ะ และเราก็คิดว่าต่อจากนี้แบรนด์ Micro – Star International นั้นจะคงเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่าเดิมอีกแน่นอน

               ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแบรนด์ Micro – Star International ถึงได้รับการตอบรับจากคนทั่วโลกได้ดีขนาดนี้ อาจจะคงเป็นเพราะว่า Micro – Star International นั้นมีความเชี่ยวชาญและมีการใส่ใจรายละเอียดในการออกแบบรวมไปถึงลุงทุนลงแรงไปกับการพัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลานั่นเองค่ะ แต่หลายๆคนคงไม่ทราบว่าก่อนที่ Micro – Star International จะออกมาผลิตโน้ตบุ๊กเกมมิ่งอย่างเต็มตัวนั้น แต่ก่อน Micro – Star International มีการเริ่มต้นจากการพัฒนาและออกแบบในส่วนของ Product ที่มีไว้สำหรับการเล่นเกมเท่านั้น แถมทำมาเป็นระยะเวลานาน นานชนิดที่เรียกได้ว่าทำให้การพัฒนาที่ออกมานั้นได้มีความล้ำหน้าทันสมัยและสามารถแซงคู่แข่งในแบรนด์อื่นๆได้อย่างขาดลอยนั่นเอง

               Micro – Star International ได้ทำการยกระดับของเกมมิ่งโน้ตบุ้กแบบทั่วไปนั้นให้มีระดับมากขึ้นนและมีพลังในชนิดที่ว่าไม่เคยมีแบรนด์ไหนได้ทำมาก่อน ซึ่ง Micro – Star International ทำการพลิกโฉมให้เหล่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ที่ใช้งาน CPU INTEL 8TH GEN ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในเรื่องของการทำงานด้วยระบบที่มีความสามารถระบายความร้อนเอกสิทธิ์ที่เรียกว่าพิเศษที่มีแต่แบรนด์ Micro – Star International นี้เท่านั้นนะคะที่ทำให้เราได้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะต้องบอกเลยว่าในเรื่องของเทคโนโลยี Cooler Boost นั้นมีความสำคัญมาก เรียกว่าการมีระบบที่มีการระบายความร้อนได้นั้นเป็นที่ต้องการของผู้ใช้งานเกมมิ่งโน๊ตบุ๊กนั่นเองค่ะ นี่คือสิ่งที่ Micro – Star International ได้ทำออกมา ซึ่งนวัตกรรมนี้จะช่วยให้ระบายความร้อนถึงยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์กันเลยทีเดียว

               สิ่งที่มีในเกมมิ่งโน๊ตบุ้ก Micro – Star International นั่นก็คือตัวเสริมประสิทธิภาพในเรื่องของความสะดวก ซึ่งภายใต้การวิจัย Micro – Star International ได้มีการพัฒนาร่วมกับ BlueStacks ที่ได้ก่อให้เกิด MSI App Player นั่นคือ โปรแกรมจำลองการใช้งานสำหรับเกมแพลตฟอร์มบน Smartphone นั่นเองค่ะ ซึ่ง MSI App Player นั้นจะทำหน้าที่เป็นสิ่งที่เชื่อมให้เราสามารถที่จะนำ Applications ของ Smartphone มารันบนพีซีที่ใช้ Windows ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ต้องบอกเลยว่า MSI App Player นั้นช่วยให้การเล่นเกมบนเกมมิ่งโน้ตบุ๊กได้อย่างสนุกสนานและไร้ขีดจำกัดอย่างแน่นอนค่ะ และที่สำคัญ MSI App Player มาพร้อมฟังก์ชั่นที่สามารถปรับการตั้งค่าและสีสันของไฟคีย์บอร์ดบนเกมมิ่งโน้ตบุ๊กให้เหมาะสมกับเกมที่เราเล่นอีกด้วยค่ะ

               และที่เจ๋งกว่านั้นคือเกมมิ่งโน้ตบุ๊กนั้นรองรับการใช้งานแบบ Multi – Task ได้สูงสุดถึงสามหน้าจอกันเลยทีเดียว เพราะ Micro – Star International นั้นได้เพิ่มการมองเห็นด้วยการเชื่อมต่อด้วย Matrix Display นั่นเองค่ะที่สามารถรองรับการแสดงผลภายนอกได้ถึงสองหน้าจอ และแค่นั้นยังไม่พอ ยังมาพร้อมด้วย HDMI และ Mini Displayport ที่สามารถเชื่อมต่อกับ HDTV กับแล็ปท๊อปได้อีกด้วย

               และสำหรับใครที่กำลังเล็งหาโน้ตบุ๊คที่มีคุณสมบัติที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมอย่างโดยเฉพาะนั้นก็คงที่จะไม่พลาดที่จะเลือกเกมมิ่งโน้ตบุ้กของ Micro – Star International  อย่างแน่นอน การันตีถ้าใครมีใจที่รักและชื่นชอบในการเล่นเกมอย่างเป็นชีวิตจิตใจคงไม่พลาดที่จะเลือกชมและเลือกซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ้กที่เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของโลกอย่าง Micro – Star International แน่นอนค่ะ

เน้นการสื่อสารในรูปแบบของ samsung note 8

samsung note 8

            ในปัจจุบันปฎิเสธไม่ได้เลยนะคะว่าการสื่อสารนั้นเป็นเรื่องสำคัญ และที่ยิ่งพิเศษไปกว่านั้นก็คือการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือที่เป็นสามาร์ทโฟนตระกูล Galaxy Note Series นั้นเอง นั่นคือ samsung note 8  ที่มีการพูดถึงกันตั้งแต่ก่อนเปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการซะอีกนะคะ เรียกได้ว่ากระแส samsung note 8 ที่ออกมานั้นมาแรงแซงโค้งแบรนด์คู่แข่งชนิดที่เรียกได้ว่าทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่นกันเลยทีเดียวค่ะ

               ความน่าสนใจของซัมซุง Galaxy โน้ต 8 ที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดคงเป็นปากกา S Pen ที่เป็นปากกาสุดอัจฉริยะ เรียกได้ว่านี่คืออีกรูปแบบใหม่แห่งการสื่อสารเลยก็ว่าได้ค่ะ ซึ่งปากกา S Pen ที่มาพร้อมซัมซุง Galaxy โน้ต 8นั้นมีเพื่อสร้างความแตกต่างในแบบ Lifestyle ที่มีความเป็นตัวของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นการนำปากกา S Pen มาโน้ตงาน วาดรูปหรือวาด Emoji ใน Style แบบส่วนตั๊วส่วนตัวเพื่อที่จะแสดงความรู้นั้นๆ อีกทั้งยังสามารถสร้าง GIF หรืออีกเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าภาพเคลื่อนไหว เราก็สามารถทำได้เช่นกันนคะ หรือในความ Basic ของ ปากกาS Pen นั่นก็คือการสื่อสารผ่านการเขียนข้อความสุดพิเศษลงบนภาพต่างๆ ซึ่งการเขียนข้อความด้วยลายมือตัวเองนั้นสามารถทำได้ในแบบง่ายๆ ไม่ว่าจะเขียนบรรยายความรู้สึก สารภาพรัก คำอวยพร หรือจะเขียนแซวเพื่อนก็ยังทำได้

สิ่งที่ทำให้ความน่าสนใจของซัมซุง Galaxy โน้ต 8ที่ทำให้มีความเก๋ไก๋ไฉไลและโดดเด่ดอย่างมากก็คงเป็นการแสดงความรู้สึกที่ทางซัมซุง Galaxy โน้ต 8นั้นได้ตั้งใจเน้นฟีเจอร์นี้เพื่อให้ทุกคนได้สามารถแสดงความรู้สึกลงไปยังปากกา S pen นอกจากจะสร้างปากกามาเพื่อแทนความรู้สึกแล้วซัมซุง Galaxy โน้ต 8 ยังสามารถสร้างสรรค์ผลงานอย่างการทำ Artwork แบบจริงจังผ่านปากกา S Pen ที่การันตีฟีเจอร์นี้เลยว่านอกจาก S Pen ที่สามารถเป็นปากกาที่มีสีสันต่างๆให้คุณได้เลือกใช้กันแล้ว S pen ยังสามารถที่จะเป็นเครื่องมือในแบบที่เราต้องการได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบพู่กัน ซึ่งในรูปแบบพูกันนี้มีให้เลือกแบบจุใจกันอย่างแน่นอน บอกเลยว่าฟีเจอร์นี้จะช่วยทำให้คุณได้มีจินตนาการและมีความอยากที่จะสร้างสรรค์งานได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

หลายๆคนถามว่าปากกา S pen นั้นสามารถระบายสีได้หรือไม่ ต้องขอบอกเลยว่า S Pen สามารถทำได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ หรือการสร้างสรรค์ผลงานใดๆก็ตามก็ย่อมทำได้ค่ะ ยิ่ง Application ที่เป็นแอพ PENUP นั้นจะเป็นช่องทางที่เรียกได้ว่าง่ายแสนง่ายสำหรับคนที่มีหัวใจรักงานศิลปะและอยากจะแสดงออกในแบบอย่างที่สร้างสรรค์ ซึ่งเราสามารถโชว์ผลงานชิ้นโบว์แดงของเราให้แก่ผู้ใช้ Application ที่ชื่อ PENUP ได้นั่นเองค่ะ ขอบอกเลยนะคะว่าคนที่ใช้ Application นี้มีผู้ใช้ถึง 3 ล้านคนกันเลยทีเดียว และสามารถเรียกดูแกลลอรี่ศิลปะผ่าน S Pen เพื่อที่จะหาหรือรับแรงบันดาลใจได้อย่างง่ายๆ หรือจะเลือกฟีเจอร์ระบายสีในส่วนของคอลเลกชันเทมเพลตสมุดระบายสีที่ถูกออกแบบมาแบบพิเศษได้ย่างสุดๆสำหรับคนที่มีปากกา S Pen

สิ่งที่พิเศษของปากกา S pen นั้นมีมากมาย แต่ความสามารถที่ใครๆต่างก็รู้ใช่ไหมล่ะคะว่า S Pen สามารถจดโน้ตได้ แต่สิ่งที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือฟีเจอร์ในเรื่องของการจดบันทึกโดยที่ไม่ต้องปลดล็อคหน้าจอนั่นเอง สังเกตไหมคะว่าถ้าเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นทั่วๆไป เวลาเราจะโน้ตงานแต่ล่ะที เราก็ต้องปลดล็อคหน้าจอให้เรียบร้อยก่อนถึงจะสามารถจดบันทึกได้ แต่สำหรับซัมซุง Galaxy โน้ต 8นั้นถูกออกแบบมาเพื่อบันทึกทุกๆไอเดีย ณ ขณะที่คุณคิดอะไรได้ก็สามารถจดได้เดี๋ยวนั้นเลยโดยไม่ต้องเสียเวลาปลดล็อคหน้าจอ และหลังจากที่คุณนั้นได้โน้ตบันทึกข้อความเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในส่วนข้อความเหล่านั้นจะถูกแสดงไว้ในบน Always on Display เพื่อที่เราจะสามารถเห็นโน้ตนี้ได้ตลอดเลา และอีกทั้งยังสามารถบันทึกลงใน Samsung Notes ได้อีกด้วยค่ะ

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมซัมซุง Galaxy โน้ต 8ที่มาพร้อมปากกา S Pen นั้นถึงได้รับการตอบรับอย่างมากมาย ส่วนใครที่อยากจับจองเป็นเจ้าของนั้นอย่ารอช้านะคะ ซัมซุง Galaxy โน้ต 8รอที่จะอยากให้คุณเป็นเจ้าของอยู่ค่ะ

มหัศจรรย์ไปพร้อมกับ samsung a9

samsung a9

               ขึ้นชื่อในเรื่องของโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายรูปสวยนั้นก็คงจะไม่คิดถึง samsung a9 ก็คงจะไม่ได้นะคะ หลังจากที่ทางซัมซุงได้ปล่อยโฆษณาของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มา หลายๆคนก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่เป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าโทรศัพท์มือถือที่เห็นอยู่ในโฆษณาจะเป็นมือถือที่มีกล้องหลังถึง 4 ตัวด้วยกัน และที่โทรศัพท์มือถือรุ่นนั้นก็คือ samsung a9 นั่นเองค่ะ

               เรียกเสียงฮือฮาอย่างสุดๆกับการเปิดตัวซัมซุง Galaxy เอ9ไปเมื่อปี 2018 พร้อมกับจุดเด่นที่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธกับความสามารถของซัมซุง Galaxy เอ9 นี้ได้เลย ไม่ว่าจะโดดเด่นในเรื่องของกล้องที่มาพร้อมเลนส์อัจฉริยะถึงสี่ตัวด้วยกัน ใครที่มีความชื่นชอบในการถ่ายรูปเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว น่าจะต้องชอบซัมซุง Galaxy เอ9อย่างแน่นอนค่ะ และอีกสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาก็คงเป็นรูปลักษณ์ที่มีหลากหลายสีสันที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องหลงงรักอย่างแน่นอน นอกจากจากนี้ยังมีสิ่งที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับซัมซุง Galaxy เอ9 อีกมากมาย วันนี้เราจะคัดคุณสมบัติเด่นๆของโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ให้ทุกคนได้รู้กันค่ะ

               จุดเด่นที่แสนมหัศจรรย์ของงซัมซุง Galaxy เอ9

• รูปแบบพรีเมี่ยมสวยงามเมื่อแรกเห็น

ซัมซุง Galaxy เอ9นั้นได้ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี มีการดีไซน์ให้มีความพรีเมี่ยมที่ออกแบบตามสรีระ ต้องบอกเลยว่านี่คือสไตล์อันงดงามที่ทำให้คนที่ถือซัมซุง Galaxy เอ9นั้นประทับใจไม่รู้ลืม แล้วเมื่อคุณได้สัมผัสกับซัมซุง Galaxy เอ9นั้นก็จะรู้สึกถึงความกระชับมือ ไม่ใหญ่เทอะทะอย่างแน่นอน ซัมซุง Galaxy เอ9มาพร้อมกับพื้นผิวที่มีความเงางาม แถมมีสีหลากหลายเฉดสีให้ได้เลือกกันด้วยค่ะ รับรองว่าสีแต่ล่ะสีมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร

• หน้าจอใหญ่มองแล้วสบายตา

ใครที่ชอบโทรศัพท์มือถือที่มีจอขนาดใหญ่และสบายตา การันตีเลยว่าแน่นอน ซัมซุง Galaxy เอ9ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ ด้วยสุดยอดหน้าจอ Infinity Display sAMOLED Full HD+ ที่มีขนาดถึง 6.3 นิ้วที่บอกเลยว่าพื้นที่ของซัมซุง Galaxy เอ9นั้นเหลือเฟือ ไม่ว่าคุณจะดูเอกสาร ส่งไฟล์งาน check E-mail ต่างๆ หรือจะเล่น Social Media ได้แบบง่ายดายโดยไม่ต้องเลื่อนหน้าจอให้เสียเวลาเลยล่ะค่ะ

• ครั้งแรกของโลกที่มีกล้อง 4 ตัว

               เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีแบรนด์ไหนทำมาก่อนอย่างแน่นอน ด้วยซัมซุง Galaxy เอ9ที่มาพร้อมกล้อง 4 ตัวด้วยกัน ซึ่งคุณสมบัติของกล้อง 4 ตัวที่มีนั้นก็มีการทำงานที่แตกต่างกันไปค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเลนส์กล้องออปติคัลซูมสองเท่า และมุมกล้อง Ultra Wide ที่มีความกว้างถึง 120องศา รวมไปถึงระดับของประสิทธิภาพขั้นสูงของซัมซุง Galaxy เอ9ที่ช่วยให้เราสามารถโฟกัสได้ทุกๆรายละเอียดได้ทั้งในออฟฟิศและนอกออฟฟิสค่ะ และอีกเลนส์จะเป็นเลนส์กล้องหลักที่มีความละเอียดสูงถึง 24MP ที่มีความสามารถเก็บภาพที่มีรายละเอียดได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปถ่ายรูปในที่ๆมีแสงน้อยแค่ไหนซัมซุง Galaxy เอ9ก็เอาอยู่ค่ะ

• คอยดูข้อมูลต่างๆเหมือนได้เลขาส่วนตัว

               ด้วยนวัตกรรมของเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยนั้นซัมซุง Galaxy เอ9จะมีหน้าที่คอยอัพเดทในส่วนของข้อมูลที่สำคัญต่างๆและยังแสดงผลให้เราได้เห็นผ่านทาง Always on Display นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนในวันสำคัญต่างๆ หรือจะเป็นการแจ้งเตือนในส่วนที่เราจะต้องไปประชุมกับลูกค้า รวมไปถึงสภาพอากาศก็สามารถแจ้งเตือนได้เลยว่าวันนี้อากาศเป็นอย่างไร บอกเลยว่าถ้ามีซัมซุง Galaxy เอ9ก็เหมือนมีเลขาอยู่ข้างกายเลยล่ะ

• ทำงานได้ด้วยเร็วแบบทรงพลัง

               ทางซัมซุงได้นำเสนอในเรื่องของการตอบสนองของซัมซุง Galaxy เอ9ที่มีความทรงพลังอย่างไร้ที่ติ ด้วยประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผล Octa Core ที่ได้ทำงานร่วมกับ RAM ซึ่งมีขนาด 6GB และ 8GB ที่ไม่ว่าคุณจะทำงานในรูปแบบไหน จะทำโปรเจกต์ไหนก็ตาม หรือจะทำหลายๆอย่างพร้อมกันก็สามารถทำได้อย่างลื่นไหล ไม่มีค้างอย่างแน่นอน ด้วยพื้นที่จัดเก็บภายในขนาด 128GB และพื้นที่จัดเก็บภายนอกที่สามารถเพิ่มได้ถึง 512GB กันเลยทีเดียวค่ะ