โดดเด่นไปกับลูกเล่นของ Samsung Galaxy Note 9

Note 9

               สิ้นสุดการรอคอยกับการเปิดตัวสมาร์ทโฟนอย่าง “Samsung” Galaxy “Note 9” ที่ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ไปแล้วนะคะ บอกเลยว่าการเปิดตัวในครั้งนี้นั้นได้กระแสตอบรับดีเกินคาดเลยค่ะ ผู้คนให้ความสนใจกับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อย่างถล่มทลาย เปิดตัวในครั้งนี้มีลูกเล่นอะไรใหม่ๆให้ทุกคนได้มาเล่นกันเยอะเลยค่ะ และลูกเล่นใหม่ที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดคือ Galaxy Note 9  ที่มาพร้อม Bluetooth S Pen ที่เห็นครั้งแรกแล้วรู้สึกว่าอยากเป็นเจ้าของ Samsung Galaxy Note 9 แบบทันทีทันใด เพราะสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีปากกาในตัวเองอีกด้วย

 ซึ่งปากกาในที่นี้เรียกว่า S Pen ที่มาพร้อม Samsung Galaxy Note 9 นั้นสามารถเป็นรีโมทเวลาที่สามารถจะกดถ่ายภาพได้อย่างง่ายๆ นอกจากจะถ่ายรูปแล้ว ปากกา S pen ยังสามารถกดเล่นหรือหยุดวีดีโอบนเว็บไซต์อย่าง YouTube ได้ง่ายๆเพียงแค่คุณกดปุ่มที่ปากกา S Pen นั่นเอง เรียกได้ง่ายๆว่าคงเป็นครั้งแรกที่ปากกา S Pen ได้นำเทคโนโลยี Bluetooth มาใช้ด้วยค่ะ และเราสามารถตั้งค่าการควบคุมแบบกำหนดเอง และยิ่งไปกว่านั้น หลายคนคง งง ว่าปากกา S Pen นั้นจะมีการชาร์จแบตเตอรี่ยังไง บอกเลยว่าแค่เพียงคุณเสียบปากกา S Pen เข้าไปในใน Samsung Galaxy Note 9 แค่ 40 วินาที แค่นี้ก็สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 30 นาทีเลยค่ะ บอกเลยว่านี่เป็นสิ่งที่น่าสนใจของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จริงๆ

ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเจ๋งๆอย่าง Samsung Galaxy Note 9 อยู่นั้น แต่ยังลังเลกับคุณสมับติของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้กันอยู่ วันนี้เราจะมาช่วยนำเสนอบอกให้ทุกคนรู้ว่าเจ้าสมาร์ทโฟนซัมซุงกาแล็คซี่อย่างโน๊ต 9นั้นมีจุดเด่นอะไรบ้างที่คุณจะต้องรู้

   ความโดดเด่นของ Samsung Galaxy Note 9

• ความจุข้อมูลที่มีปริมาณมหาศาล

   ซัมซุงกาแล็คซี่อย่างโน๊ต 9 นั้นบอกเลยว่าจุดที่เด่นก็คงหนีไม่พ้นกับความจุ หรือ Rom ของซัมซุงกาแล็คซี่โน๊ต 9เนี่ยแหละค่ะ บอกเลยว่าความจำของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีพื้นที่จัดเก็บในตัว 512GB และยังเพิ่มได้อีกสูงสุดถึง 512GBเลยนะคะ ซึ่งให้ทุกคนมีพื้นที่ได้ถึง 1 Terabyte กันไปเลย บอกเลยว่าความจุนี้นั้นมีปริมาณมหาศาลมาก การันตีได้เลยว่าจะต้องถูกใจกับผู้ใช้ที่ชอบความจุเยอะๆอย่างแน่นอน

• มีระบบระบายความร้อน Water Carbon Cooling System

   คุณอ่านไม่ผิดแล้วล่ะค่ะว่าซัมซุงกาแล็คซี่อย่างโน๊ต 9 นั้นมีระบบความร้อนภายในเครื่องด้วย ซึ่งระบบตัวนี้มันคือระบบความเย็นน้ำคาร์บอน ซึ่งเป็นนวัตกรรมสุดล้ำและใหม่มากในด้านการลดความร้อนของ Samsung ซึ่งเทคโนโลยีในส่วนของ Water Carbon Cooling System นั้นมีความสามารถที่จะลดความร้อนถึง 21 เปอร์เซ็นต์ แถมยังเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องการประมวลผลระดับสูงอีกด้วยค่ะ

• เอาใจคนเล่นเกมส์

   ขอบอกเลยว่าใครมีซัมซุงกาแล็คซี่อย่างโน๊ต 9 นั้นจะต้องไม่ผิดหวังถ้าคุณคือคนที่ชอบเล่นเกมส์บนโทรศัพทืมือถือ และยิ่งถ้าใครชอบที่จะเล่นเกมส์แบบที่มีภาพสวยสมจริงแบบกราฟิกหนักๆล่ะก็ไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะเจ้าซัมซุงกาแล็คซี่โน๊ต 9นั้นสามารถประมวลผลหนักๆได้ดีไม่มีสะดุด อีกทั้งยังสามารถจัดการเวลาเราเล่นเกมส์นานๆแล้วเครื่องเกิดร้อนขึ้นมา บอกเลยว่าหายห่วง เพราะมีระบบ Water Carbon Cooling System ที่ช่วยระบายความร้อนให้คุณสามารถเล่นเกมส์ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลแน่นอน

• ระบบความปลอดภัยที่คุณจะต้องหายห่วง

   ด้วยระบบความปลอดภัยที่อยู่ในซัมซุงกาแล็คซี่โน๊ต 9 ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาและครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการสแกนลายนิ้วมือ, สแกนม่านตา รวมถึงการจดจำใบหน้าอีกด้วย ซึ่งระบบความปลอดภัยนี้ทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำโดนที่คุณมั่นใจได้เลยว่าระบบมีการรักษาปลอดภัยที่ดีแน่นอน

• มีระบบการแจ้งเตือนเลนส์

   สำหรับใครที่ชอบถ่ายรูปคงจะเคยเจอปัญหาในเรื่องของกล้องที่เกิดอาการมัวหรือเลนส์กล้องมัวนั่นเอง แต่ในส่วนของซัมซุงกาแล็คซี่โน๊ต 9นั้นมีฟีเจอร์ในการแจ้งเตือนเวลาเลนส์กล้องของคุณเลอะ อย่างเช่นการเลอะรอยนิ้วมือนี่แหละค่ะ เพราะเวลาเราถ่ายรูปโดยที่เลนส์กล้องยังมีรอยเลอะอยู่นั้นส่งผลต่อภาพถ่ายพอสมควรเลยนะคะ ภาพอาจจะเบลอหรือไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้นการมีระบบแจ้งเตือนเลนส์ไว้ก็เป็นเรื่องที่ดีมากเลยค่ะ และรูปที่ถ่ายออกมาจะได้สวยถูกใจคุณด้วย

ทำไมคุณถึงต้องมี MacBook Pro

MacBook Pro

               หลายคนคงเกิดคำถามของการซื้อ “MacBook Pro” สักเครื่องอย่างแน่นอนว่าถ้าเราอยากมีคอมพิวเตอร์ที่สามารถพกพาได้ง่ายแถมมีประสิทธิภาพในเรื่องของการทำงาน ควรจะซื้อแบบไหน และ MacBook Pro ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกเสมอในการจะซื้อทุกครั้งไป แต่หลายคนก็คงสงสัยว่าถ้าจะซื้อ MacBook Pro ทั้งทีแล้วข้อดีของเจ้าแมคบุ๊คโปรตัวนี้นั้นมีข้อดีมากน้อยขนาดไหนนั้น วันนี้เราจะมาบอกว่าทำไมคุณถึงต้องซื้อ MacBook Pro สักเครื่อง

   เหตุผลที่คุณควรจะรู้ว่า MacBook Pro มีข้อดีอะไรบ้าง

• มีประสิทธิภาพ

   คุณทราบหรือไม่ว่า MacBook Pro นั้นได้ยกระดับในเรื่องของความสะดวกสบายในการพกพา เพราะไม่ว่าคุณจะทำงานแบบไหนก็ตาม ไอเดียหรืองานที่คุณกำลังจะทำนั้นจะสามารถออกมาได้อย่างที่คิดไว้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเจ้า MacBook Pro นี้มีประสืทธิภาพการทำงานสูง รวมถึงโปรเซสเซอร์และกราฟฟิกที่มีความทันสมัยและโดดเด่นไม่เป็นรองใคร แถมหน่วยความจำยังเยอะพอที่จะเก็บข้อมูลเท่าที่ใจคุณต้องการ

• ประมวลผลด้วยโปรเซสเซอร์

   ขอบอกเลยนะคะว่า MacBook Pro นั้นมีการประมวลผลด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดในตอนนี้!! ซึ่งในตอนนี้รุ่นล่าสุดจะเป็นรุ่น 15 นิ้วนั่นเองค่ะ ซึ่งมาพร้อมโปรเซสเซอร์ Intel Core i9 รุ่นที่ 9 แบบ 8-core ซึ่งเพิ่มความเร็ว Turbo Boost ไดสูงสุดถึง 5.0GHzกันเลยทีเดียวค่ะ เพราะแบบนี้นี่เองจึงส่งผลให้เหล่าแอพกราฟิก 3D อย่างเช่น Autodesk Maya ที่มีการเรนเดอร์ได้ไวขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ถ้าจะให้เทียบแบบก่อนที่เป็นโปรเซสเซอร์ก่อนหน้านี้ที่เป็นแบบ 6-core นั้นก็ยังสามารถเรนเดอร์ได้เร็วกว่าโปรเซสเซอร์แบบ Quad-Core ถึงสองเท่ากันเลยทีเดียว บอกเลยว่า MacBook Pro สามารถรับมือกับงานหนักๆได้ ยิ่งใครจะซื้อ MacBook Pro ตัวนี้เพื่อทำงานด้านกราฟิก หรือทำพวกเกี่ยวกับเอฟเฟกต์พิเศษในแบบต่างๆ รวมถึงการตัดต่อภาพยนตร์รวมทั้งการวางแทร็คเสียง บอกเลยว่า MacBook Pro เครื่องนี้เหมาะกับการใช้งานเป็นอย่างมาก

• หน่วยความจำที่คุณจะต้องพอใจ

   ในเรื่องของประสิทธิภาพของการทำงานไม่ว่าไฟล์งานของคุณนั้นจะเล็กหรือจะใหญ่แค่ไหนก็ตาม รวมถึงการใช้งานในแอพที่มีความเป็นมืออาชีพ คุณสามารถใช้งานหลายแอพพร้อมกันได้อย่างไม่มีปัญหา เนื่องจากคุณสามารถที่จะเลือกปรับแต่งหน่วยความจำ DDR4 ที่มีวามเร็ว 2400MHz ได้สูงสุดถึง 32GB กันเลยนะคะ

• สุดยอดของงานกราฟิก

   หลายคนที่ทำงานกราฟิกคงพอจะทราบกันอยู่แล้วว่าการทำงานกราฟิกผ่าน MacBook Pro นั้นมันเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ เพราะ MacBook Pro นั้นมาพร้อม Radeon Pro ที่เป็น GPU แบบแยกสำหรับเครื่องรุ่น 15 นิ้วนะคะ บอกเลยว่ามันเป็นการผสมผสานที่ลงตัวมากๆ คุณจะไม่ผิดหวังในเรื่องของการมีประสิทธิภาพในการทำงาน ยิ่งโดยเฉพาะงานกราฟิกที่จะช่วยให้คุณทำงานได้ไวขึ้นกว่าเดิม บอกเลยว่าคุณจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อีกเยอะแยะมากมาย รวมถึงการเรนเดอร์ในเรื่องของวีดีโอหรืองาน 3D ก็ตาม บอกเลยว่าการประมวลผลนั้นไหลลื่นไม่มีสะดุดอย่างแน่นอนค่ะ

Touch Bar

   ณ ตอนนี้ MacBook Pro ทุกรุ่นนั้นล้วนมี Touch Bar กันแล้วนะคะ ซึ่ง Touch Bar นั้นจะเปลี่ยนปุ่มฟังก์ชั่นที่เคยอยู่ตรงแถวบนสุดของคีย์บอร์ดนั้นให้เปลี่ยนเป็นอะไรที่ใช้ประโยชน์และมีความสามารถที่มากขึ้น โดย Touch Bar นั้นจะเปลี่ยนไปตามสิ่งที่เราทำอยู่โดยอัตโนมัติด้วยการแสดงเครื่องมือต่างๆที่สอดคล้องและใช้งานง่ายกับงานของเรา เพียงแค่แตะสัมผัสและปรับตามที่เราต้องการ

• ชิพ Apple T2 Security

   ในส่วนของ MacBook Pro นั้นจะมาพร้อมชิพ Apple T2 Security ซึ่งชิพ Apple T2 Security นั้นเป็นชิพรุ่นที่ 2 ที่ทาง Apple นั้นได้ออกแบบมาเพื่อ Mac กันโดยเฉพาะเลยนะคะ ที่ออกแบบชิพ Apple T2 Security นั้นก็เพื่อต้องการให้ทุกอย่างที่เราทำนั้นมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมถึงยังควบคุมเสียง ควบคุมการจัดระบบ และยังควบคุมระบบ SSD เข้าไว้ด้วยกัน และที่สำคัญชิพ Apple T2 Securityก็คงให้คำสั่งด้วยเสียงที่คุณเคยอย่าง Siri นั่นเองค่ะ

               เป็นยังไงบ้างล่ะคะกับคุณสมบัติของ MacBook Pro ที่เรานั้นได้ยกตัวอย่างมา นี่ถือว่ายังน้อยนะคะที่เรายกตัวอย่างถึงคุณสมบัติอันสุดยอดและมีพลังอย่าง MacBook Pro เครื่องนี้ รับประกันได้เลยค่ะว่าถ้าคุณได้เป็นเจ้าของ MacBook Pro นั้นไม่มีคำว่าผิดหวังอย่างแน่นอน

เบาหวิวไปกับ MacBook Air

macbook air

            สิ้นสุดการรอคอยกันสักทีนะคะ กับการกลับมาของ “macbook air” ที่มีการดีไซน์ที่ความบางหวิวกว่าที่ผ่านมา ซึ่ง macbook air รุ่นใหม่นี้ได้ถูกอัพเดตหลังจากที่ไม่ได้อัพเดทมานานหลายปีเลย ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ได้มีการพัฒนาในเรื่องของสเปกและตัวเครื่องที่มีความบางลงและเล็กลง แถมเบาลงกว่าเดิมอีกด้วยค่ะ ซึ่งสิ่งที่พิเศษกว่านั้นก็คือตัวเครื่องของ macbook air นั้นทำจากอะลูมิเนียมที่มีการรีไซเคิล 100 เปอร์เซ็น พูดได้เลยว่าเจ้า macbook air เครื่องนี้นั้นถือว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดเท่าที่ Mac เคยมีมาเลยนะคะ

               บอกเลยว่าการกลับมาของ MacBook Air ในครั้งนี้ต้องโดนใจคนหลายๆคนแน่นอน เพราะต่างก็รู้อยู่แล้วว่า MacBook Air ตัวใหม่ที่ออกมานั้นมีความเบาหวิวโดนใจใครหลายๆคนอย่างแน่นอน ซึ่งไม่เพียงแต่ความเบาและความบางที่เป็นจุดเด่นนะคะ แต่สีใหม่ของ MacBook Air ที่ต้องถูกใจอย่างแน่นอน เพราะ MacBook Air มาพร้อมกับสีทองและสีสเปซเกรย์ แถมจอของ MacBook Air ยังเป็นจอภาพแบบ Retina ที่มีเทคโนโลยีของการ Touch ID, True  Tone,แทร็คแพด Force Touch รวมถึงตัวคีย์บอร์ดรุ่นล่าสุดอีกด้วย

               สิ่งที่จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้คงจะเป็นจอภาพ Retina อันโดดเด่นที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก ซึ่งความละเอียดของจอ MacBook Air เครื่องนี้นั้นมีความละเอียด 2560 x 1600 ของกว่า 4 ล้านพิกเซลเลยนะคะทุกคน มันสุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งบอกเลยว่าจอภาพ Retina เครื่องนี้จะแสดงผลในเรื่องของสีสันอันสวยงามที่จะต้องประทับใจอย่างแน่นอน ด้วยที่ภาพที่แสดงออกมานั้นมีความละเอียดและมีความสมจริงขึ้นมากว่าเดิมมาดถ้าเทียบกับรุ่นที่ผ่านๆมา และตัวหนังสือที่มีความเข้มและคมชัดขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย ซึ่งมี True Tone ที่เป็นเทคโนโลยีที่สามารถปรับจุดอ้างอิงสีขาวของจอภาพให้ตรงกับอุณภูมิสีรอบๆตัวเราได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งเทคโนโลยีนี้นี่เองที่จะช่วยให้เวลาเราทำเว็บเพจนั้นจะดูมีความเป็นธรรมชาติ และไม่หลอกตา เหมือนไม่ต่างอะไรกับการที่เราทำบนหน้ากระดาษจริงๆค่ะ

               นอกจากไอโฟนจะมี Touch ID แล้วนั้น MacBook Air เครื่องนี้ก็สามารถใช้ Touch ID ได้เช่นกัน เพียงแค่คุณวางนิ้วบนเซ็นเซอร์ตรง Touch ID ก็สามาถปลดล็อค Mac ได้อย่าง่ายดาย แถมคุณยังสามารถใช้การแสกนนิ้วมือเพื่อการเข้าถึงเอกส่ารอย่างพวกโน๊ตได้ บอกเลยว่ามีความปลอดภัยและความสะดวกกับผู้ใช้อย่างแน่นอน รวมถึงความสุดยอดของคีย์บอร์ดของ MacBook Air รุ่นนี้นั้นได้ใช้กลไกแบบปีกผีเสื้อ ซึ่งการใช้กลไกแบบปีกผีเสื้อนั้นจะช่วยให้ปุ่มมีความมั่นคงมากกว่าแบบที่เป็นกลไกแบบกรรไกรที่ใช้ในคีย์บอร์ดทั่วไปถึง 4 เท่า แถมการใช้กลไกแบบผีเสื้อนั้นจะช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องการพิมพ์ได้สบายขึ้นแถมตอบสนองได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

               ประสิทธิภาพของ MacBook Air รุ่นนี้มีความเบาหวิวเพียง 1.25 กิโลกรัม ถึงจะเบาหวิวก็จริง แต่คุณสมบัติไม่เบาเหมือนน้ำหนักเครื่องแน่นอนค่ะ เพราะใครได้ใช้ MacBook Air รุ่นนี้บอกเลยว่าไหลลื่นแน่นอน ไม่ว่าคุณจะเปิดแอพที่หลากหลายแอพ หรือเปิดแอพเยอะขนาดไหนก็ไม่มีค้างแน่นอนค่ะ มีตัวจัดเก็บข้อมูลแบบ SSD ที่มีความจุสูงถึง 1TB บอกเลยว่านอกจากพื้นที่ที่ให้มานั้นมันมากพอสำหรับรูปภาพ เอกสาร รวมถึงวีดีโอต่างๆ และไม่ว่าคุณจะถ่ายโอนข้อมูลหรือส่งสัญญาณภาพรวมถึงชาร์จไฟก็ตาม เราสามารถทำได้จากช่องต่อ Thunderbolt 3 เพียงช่องเดียวซึ่งสามารถถ่ายโอนข้อมูลสูงสุดถึง 40 Gb/s และถ้าเราอยากจะใช้กับอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วก็เชื่อมต่อได้ง่ายๆด้วยสารหรืออะแดปเตอร์ ซึ่งบอกเลยว่า Thunderbolt 3 นั้นเป็นที่สุดของการใช้งานแบบอเนกประสงค์ของมาตรฐานอุตสาหกรรมพอร์ต USB-C เพื่อที่จะตอบโจทย์ทุกความต้องการ               

การกลับมาในครั้งนี้ของ macbook air นั้นไม่ทำให้เราผิดหวังเลยจริงๆนะคะ ใครที่กำลังมองหาคอมพิวเตอร์ดีๆสักเครื่องที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ไม่หนักแถมแบตเตอรี่อึดทนนานก็คงจะเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้นอกจาก macbook air ตัวจิ๋วแต่แจ๋วตัวนี้นั่นเองค่ะ บอกเลยว่าจะต้องลงตัวและสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการ

Apple กับสิ่งใหม่ ๆ ที่นำมาเซอร์ไพรส์สาวกเสมอ

iphone 8 plus ราคา

          ถ้าพูดถึงบริษัทที่มีอิทธิพลกับวงการเทคโนโลยีโลกมากที่สุดบริษัทหนึ่งในปัจจุบันนั้นคงหนีไม่พ้น Apple นั่นเอง เพราะตลอดระยะเวลาที่เรารู้จักกับบริษัทนี้เราก็ได้ทำความรู้จักกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มาจากบริษัทนี้ ตั้งแต่คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะส่วนบุคคลอย่าง Apple II ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการคอมพิวเตอร์จนมาถึงยุคสมัยของ iPhone ที่ต่อยอดมาถึงรุ่นใหม่ ๆ อย่าง “iphone 8 plus ราคา”ก็แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นแต่ก็ยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

          ด้วยความที่หัวเรือใหญ่ที่ก่อตั้งบริษัทอย่าง สตีฟ จ็อบส์ เป็นผู้ที่มองไปยังความสำเร็จอยู่ข้างหน้าเสมอ หลังจากที่ส่ง Apple II ให้เป็นที่รู้จักในวงการของคนใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลยุคแรก ๆ แล้วในช่วงปี 1976 Apple ก็พยายามออกแบบผลิตภัณฑ์ให้การใช้งานคอมพิวเตอร์สำหรับคนทั่ว ๆ ไปนั้นง่ายและเข้าถึงคนได้ทุกเพศทุกวัย โดยเป็นการนำอินเตอร์เฟซที่มีลักษณะที่เป็นแบบกราฟิก (GUI) เข้ามาเป็นองค์ประกอบหลัก ทำให้หน้าตาของหน้าจอเมนูนั้นสวยงามใช้งานได้อย่างง่ายดายมากขึ้นโดยได้เป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มีชื่อว่า Macintosh นั้นเอง ซึ่งเป็นที่ยอมรับในตลาดวงกว้าง

          ต่อมา Apple ก็ยังดำเนินการพัฒนาสินค้าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในชื่อ Macintosh รุ่นต่อ ๆ มา โดยในปี 1989 ก็ได้ทำการเปิดตัว Macintosh Portable ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพาเครื่องแรก ซึ่งมีคีย์บอร์ดและหน้าพร้อม CPU รวมกันมาให้ในเครื่องเดียวด้วยการดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้รับการตอบรับในวงกว้างแต่ว่าแต่ในบรรดาผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีก็รู้สึกทึ่งในนวัตกรรมของ Apple ที่ตั้งใจมอบให้ผู้ใช้

          จนมาในปี 1991 หลังจากกลับไปคิดค้นพัฒนาคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแบบพกพาให้ดีขึ้น จนได้เป็นสินค้าที่ชื่อ Power Macintosh ซึ่งมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และเป็นตัวสร้างมาตรฐานให้คอมพิวเตอร์แบบ Notebook หรือ Laptop ที่มีอยู่ในท้องตลาดเลยทีเดียว

          ในช่วงปี 1993 Apple ได้ย่อขนาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลให้มีขนาดเล็กลงไปอีกจนสามารถถือได้ด้วยฝ่ามือเดียวซึ่งมีขนาดเท่า ๆ กับ “iphone 8 plus ราคา”เริ่มต้นประมาณ 20000 บาทในปัจจุบัน หรือที่เรียกกันว่า Personal Digital Assistants หรือ PDA นั่นเอง ในชื่อ Apple Newton ซึ่ง Apple ถือว่าเป็นเจ้าแรกอีกเช่นกันที่ผลิต PDA ออกมาสู่ท้องตลาด โดยตัวเครื่องแสดงผลออกมาเป็นแบบภาพขาวดำพร้อมกับมีปากกามาให้ป้อนคำสั่งต่าง ๆ ซึ่งก็ถูกอกถูกใจกลุ่มคนที่ชื่นชอบเทคโนโลยีอีกเช่นเคย จนมีบริษัทอื่น ๆ นำแนวทางมาต่อยอด

          เมื่อ สตีฟ จ็อบส์ กลับเข้ามาทำงานที่บริษัท Apple ในปี 1996 หลังจากที่ต้องออกไปทำบริษัทของตัวเองก็เริ่มสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้กับวงการอีกระลอกด้วยการเปิดตัว Apple Store ร้านค้าออนไลน์ที่สามารถซื้อสินค้าได้ทางอินเตอร์เน็ต และในปี 1998 ก็ได้เปิดตัว iMac ที่เปิดอีกโลกให้กับผู้ใช้คอมพิวเตอร์เพราะว่ามาในแบบ all-in-one รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบเต็มที่ และมาพร้อมไดรฟ์ CD จากนั้นก็เริ่มผลิตซอฟต์แวร์ที่เป็นเอกลักษณ์อย่างเช่นตัดต่อเสียงและตัดต่อวีดีโอเป็นต้น

          ต่อมาสิ่งที่ประกาศความยิ่งใหญ่ให้บริษัท Apple ก็มาถึงเมื่อปี 2001 ได้มีการเปิดตัวเครื่องเล่น MP3 พกพาอย่าง iPod ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้ไลฟ์สไตล์การฟังเพลงของหลาย ๆ คน เพราะว่าเป็นอุปกรณ์ที่รวบรวมไฟล์เพลงจำนวนมากมายไว้ในที่เดียว ทั้งยังมีเสียงที่ดีถูกใจนักฟังเพลง มีการดีไซน์ที่สวยงาม iPod ไม่ใช่แค่เพียง มีอิทธิพลกับวงการเพลงและเทคโนโลยีเท่านั้นแต่ว่ายังส่งผลยิ่งใหญ่ให้กับวงการแฟชั่นและ กลายมาเป็น Pop Culture ของต้นยุค 2000 เลยทีเดียว

          และสิ่งที่ทำให้ Apple โดดเด่นและน่าจับตามองมาถึงตอนนี้ก็เริ่มต้นมาตอนปี 2007 ด้วยการเปิดตัว iPhone ที่เป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอสัมผัสครบเครื่องทั้งเป็นโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ไปจนถึงเครื่องฟังเพลง ซึ่งล้ำสมัยมาก ๆ และต่อยอดคุณสมบัติมาเรื่อย ๆ ทุกปี จนมาถึงรุ่นใหม่ ๆ อย่าง iphone 8 plus ราคาแบ่งย่อยไปหลากหลาย หรือ iphone xs ที่ราคาก็แบ่งย่อยไปหลากหลายเช่นกัน เป็นต้น

          และยังไม่หยุดเพียงแค่นั้นเพราะในปี 2010 Apple ก็ได้เปิดตัว iPad ที่เป็น Tablet ซึ่งครบเครื่องมาก ๆ และได้ต่อยอดพัฒนามาได้อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเช่นเดียวกัน

          และนี่คือสิ่งที่ Apple ได้เซอร์ไพรส์เราด้วยนวัตกรรมเสมอมา และยังคงเดินหน้าสร้างความแปลกใหม่ต่อไปให้ผู้ใช้

ช่วยด้วย iPhone 6 ตกน้ำ!!

iPhone 6

               ใครบังเอิญเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรืออาจจะบังเอิญเกิดอุบัติเหตุแบบที่เราไม่ได้ตั้งใจ อย่างเช่นเหตุการณ์ที่เราอาจจะทำโทรศัพท์มือถืออันเป็นที่รักอย่าง  “iPhone 6 ที่อาจจะเผลอทำตกน้ำ และเชื่อว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ทีนั้นคงต้องมีการเสียน้ำตาเพราะความซุ่มซ่ามของตัวเราเองแน่นอน เพราะนอกจากคุณจะทำ iPhone 6 เปียกหรือตกน้ำแบบไม่ได้ตั้งใจแล้วนั้น และที่คุณอาจจะตกใจและช็อคยิ่งกว่าถ้าคุณรู้ราคาค่าซ่อม iPhone 6 เพราะราคาค่อนข้างโหดเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะคะ บางทีถ้าตกน้ำแล้วซ่อมไม่ได้ จะซื้อเครื่องใหม่แทนเครื่องเก่าก็คงต้องคิดกันหนักหน่วงกันแน่ๆ เพราะอย่างที่บอกไป ราคาซ่อมนั้นก็ค่อนข้างสูงเหมือนกัน แต่ถ้าเสียแล้วซ่อมไม่ได้เนี่ย อันนี้ใครๆหลายคนก็คงอยากร้องไห้กันจริงๆแน่นอนค่ะ เพราะคุณอาจจะต้องซื้อเครื่องใหม่แทนไปเลย

               มันก็คงแล้วแต่เหตุการณ์แล้วแต่ปัญหาของไอโฟนที่มีการเปียกน้ำของแต่ล่ะเครื่องมากกว่า บางกรณีตกน้ำเหมือนกัน แต่ไอโฟนบางคนอาจจะยังซ่อมได้ บางเครื่องอาจจะไม่เป็นอะไรเลยก็ได้ แถมยังใช้งานได้ปกติเหมือนไม่เคยตกน้ำมาก่อน แต่บางเครื่องอาจจะเสียและไม่สามารถใช้งานได้เลยก็มีถมเถไปค่ะ วันนี้เราจะมาบอกการแก้ปัญหาเบื้องต้นเมื่อคุณทำไอโฟน 6 ตกน้ำกันดีกว่า เผื่อว่าใครทำไอโฟนตกน้ำขึ้นมา จะได้นำวิธีพื้นฐานนี้ไปลองใช้เพื่อช่วยชีวิตไอโฟน 6 ในเบื้องต้นได้

               วิธีรับมือ เมื่อคุณทำ iPhone 6 ตกน้ำ!!

รีบหยิบไอโฟนออกจากที่เกิดเหตุให้ไวที่สุด

   สิ่งแรกที่คุณจะต้องทำเมื่อคุณทำไอโฟนสุดที่รักของคุณตกน้ำนั้นก็คือคุณต้องรีบหยิบไอโฟนออกจากน้ำให้ไวที่สุดเท่าที่ทำได้ อย่ามัวแต่ช็อคและมองไอโฟนที่กำลังจมน้ำอยู่โดยไม่ทำอะไรเด็ดขาดนะคะ ควรมีสติให้มากที่สุด อย่ารนราน บางคนเห็นว่าตกน้ำแล้ว ก็เลยคิดว่าไหนๆก็ตกก็ปล่อยเลยตามเลย ซึ่งไม่ถูกต้องนะคะ เพราะฉะนั้นคุณควรมีสติและควรจะรีบหยิบมันขึ้นมาจากที่เกิดเหตุ เพื่อที่จะลดความเสี่ยงที่น้ำจะทะลักเข้าเครื่อง

• รีบปิดเครื่องทันทีเมื่อไอโฟนตกน้ำ

   ถ้าระหว่างที่ไอโฟนของคุณน้ำอยู่ในสภาพชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ แต่ยังคงสามารถใช้งานได้อย่างปกติ คุณควรจะรีบปิดเครื่องทันที ไม่ใช่ว่าเห็นว่ามันยังใช้งานได้อยู่ คุณเลยจะใช้งานต่อแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งไม่ถูกต้องนะคะ เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเครื่องจะเกิดการช็อตหรือเกิดความเสี่ยงในการลัดวงจรรึเปล่า เพราะฉะนั้นควรรีบปิดเครื่องให้ไวนั้นจะช่วยเซฟที่สุดค่ะ

อย่าเสียบสายชาร์จ

   บางกรณีไอโฟนที่ตกน้ำนั้นจะดับไป หลายคนพยายามเปิดเครื่อง แต่เปิดไม่ได้ จึงเลือกที่จะไปลองเอาสายชาร์จแบตเตอรี่มาลองเสียบเพื่อเช็คว่าไอโฟนของตัวเองนั้นยังสามารถชาร์จได้ไหม ซึ่งวิธีนี้ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะว่าการที่คุณเสียบสายชาร์จเข้าไปในตัวเครื่องจะทำให้ไฟฟ้าเข้าไปในเครื่องนั่นเอง ซึ่งน้ำนั้นเป็นกระแสไฟฟ้าชั้นดีที่ทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างเช่น แผนวงจรไฟฟ้าอาจจะช็อตและไหม้ได้นั่นเอง

อย่าเอาไปแช่ข้าวสารเด็ดขาด

   หลายคนต้องเคยได้ยินมาว่าเวลาทำโทรศัพท์มือถือตกน้ำ จะต้องเอาไปซุกในถังข้าวสาร เพื่อที่จะให้ข้าวสารนั้นดูดความชื้นออกมา จริงๆก็เป็นความเชื่อที่บางทีก็ได้ผล บางทีก็ไม่ได้ผลนะคะ แต่ถ้าในกรณีของไอโฟนที่เปียกน้ำนั้น ขอเตือนว่าอย่าได้เอาไปแช่ในข้าวสารนะคะ เพราะถ้าเราเอาไอโฟนไปแช่ไว้ นำที่อยู่ในตัวเครื่องนั้นจะไม่สามารถระเหยออกมาได้นั่นเองค่ะ

หลายๆคนคงทราบแล้วใช่ไหมคะว่าทาง Apple นั้นเขาไม่รับประกันตัวเครื่องของไอโฟนถ้าหากมีความเสียหายจากของเหลว อย่างเช่นกรณีโทรศัพท์ตกน้ำเนี่ยแหละค่ะ เพราะความเสียหายที่จะทำให้ไอโฟนของคุณนั้นเสียหายอย่างรุนแรงที่สุดก็คือการที่น้ำได้ไหลเข้าไปในตัวเครื่อง และทำให้แผงวงจรนั้นเกิดการช็อตและได้รับความเสียหายจนถึงใช้งานไม่ได้เลยทีเดียวนะคะ เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือพยายามรักษาไอโฟนของเราให้ดีที่สุด ดูแลของตัวเองดีๆ และที่สำคัญควรมีสติและอย่าประมาทเด็ดขาดค่ะ

เป็น Youtuber ไม่ใช่เรื่องยาก

iphone xr

            ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการสื่อสารมวลชนโลกที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นก็ทำให้อำนาจในการตัดสินใจเลือกชมต่าง ๆ เป็นของผู้รับชมมากขึ้น และเจ้าของสื่อก็ไม่ได้เป็นบริษัทใหญ่ ๆ อีกต่อไป เพราะ Youtube ทำให้คุณสามารถใช้ “iphone xr” ทำรายการหรือคอนเทนท์เป็นของตัวเองได้ โดยส่งตรงถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง

          เราเรียกผู้ที่ถ่ายทำคอนเทนท์ที่นำเสนอผ่านช่องทาง Youtube แบบนี้ว่า Youtuber ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากของผู้ชมในปัจจุบัน และสร้างชื่อเสียงสร้างรายได้ให้ผู้ที่มียอดวิวสูงอย่างเป็นกอบเป็นกำ ทั้ง Youtuber นั้นสามารถจะเป็นกันได้ทุกเพศ ทุกวัย ขอเพียงแค่มีความคิดสร้างสรรค์และสื่อสารกับผู้ชมได้ดี

          คงจะมีหลายคนที่ชื่นชอบวิถีของการเป็น Youtuber และอยากจะลองทำหน้าที่นี้แน่ ๆ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรเราก็มีพื้นฐานที่จะนำไปสู่เส้นทางการเป็น Youtuber ง่าย ๆ ให้ได้ทราบกัน

          1. หากลุ่มเป้าหมาย

          ในปัจจุบันนั้นกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพมาก ๆ นั่นก็คือ Niche Market หรือกลุ่มเป้าหมายเฉพาะนั่นเอง เพราะว่า Youtuber มีลักษณะเป็น Video on Demand ที่ผู้ชมสามารถเลือกชมวีดีโอได้ด้วยตัวเองทุกที่ทุกเวลา ดังนั้นจึงสามารถส่งตรงคอนเทนท์ของเราไปสู่กลุ่มผู้ชมที่ต้องการได้ทันที

          ดังนั้นการหากลุ่มเป้าหมายของเราก็ง่าย ๆ เลยก็คือคนที่มีลักษณะไลฟ์สไตล์เช่นเดียวกับเรานั่นเอง เพราะว่าสามารถสื่อสารให้เข้าใจกันได้ง่าย ๆ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีเพศและอายุที่เหมือนกันแต่ให้ยึดหลักความชอบเอาไว้ก่อน เช่น คนที่ชอบสะสมของเก่า คนที่ชอบเล่นเกม คนที่ชอบเล่นหรือฟังดนตรี เป็นต้น

          2. คอนเทนท์

          ต่อจากข้อที่แล้วนั้นนั่นก็คือการหาคอนเทนท์หรือรูปแบบรายการที่จะนำเสนอนั่นเองซึ่งก็ต้องดูว่าจะทำในลักษณะใด ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบจริงจัง รูปแบบสบาย ๆ หรือรูปแบบตลกสนุกสนาน ซึ่งแนะนำว่าให้ทำที่ตัวเองสบายใจเพราะบนโลกของ Youtuber นั้นไม่มีข้อจำกัดในการสื่อสารแต่เน้นไปที่ความคิดสร้างสรรค์ของผู้ผลิตผลงาน

           สามารถดูงานของ Youtuber คนอื่นเป็นตัวอย่างเพื่อเป็นแรงบันดาลใจได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะไปซ้ำกับคนอื่นเพราะว่าถ้าเกิดคนทำแล้วสบายใจและมีความสุขแต่ยังไม่มีประสบการณ์ก็ค่อย ๆ เรียนรู้กันไป สไตล์ของเรานั้นจะค่อย ๆ ปรากฏออกมาเองภ้าเกิดว่าทำอย่างต่อเนื่องและตั้งใจมากพอ

          3. หาอุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายทำ

          ปัจจุบันอุปกรณ์ที่ใช้ถ่าย Video เพื่อนำมา Up Load บน Youtube นั้นมีหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น Smartphone เช่น iphone xr หรือ Tablet ไม่ว่าจะเป็น iOS หรือ Android ไปจนถึงเฉพาะทางขึ้นมาหน่อยอย่างกล้องถ่ายวีดีโอ หรือ DSLR นั่นเอง ส่วนอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ก็แล้วแต่คอนเทนท์ที่ทำไม่ว่าจะเป็นไฟ ขาตั้งกล้อง หรือถ้าไปถ่ายนอกสถานที่โดย Smartphone ก็ควรจะมีไม้ Gimbal ที่ทำให้การถ่ายทำดูสมูท

         ซึ่งข้อดีของการมีอุปกรณ์ที่ดีก็คือโปรดัคชั่นที่จะได้มีความสมบูรณ์น่าดูช่วยเรียกความสนใจให้ผู้ชมได้มากขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญจริง ๆ นั่นก็คือความคิดสร้างสรรค์และทักษะการสื่อสารของตัว Youtuber ต่างหากว่าสามารถเข้าถึงผู้ชมได้มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นถ้าคุณมีมือถือราคาหลักพันหรือ “iphone xr” ก็ไม่ถือว่าเป็นข้อแตกต่างกันมากในโลกของ Youtuber

            4. ควบคุมจริยธรรมและความเหมาะสมในการนำเสนอ

         จริงอยู่ที่ว่าคอนเทนท์ในโลกออนไลน์นั้นขอบเขตทางด้านการเซ็นเซอร์จะเปิดกว้างมากกว่าที่นำเสนอบนสื่อแบบเก่าเช่นบน TV หรือวิทยุ ดังนั้นเราอาจจะเคยเห็นการพูดคำหยาบเลยแสดงเนื้อหาอะไรที่ไม่เหมาะสมของ Youtuber คนอื่น ๆ

         ตรงนี้ต้องใช้วิจารณญาณของผู้ที่จะเป็น Youtuber มาก ๆ เพราะถึงแม้จะสามารถทำอะไรได้อย่างมีอิสระมากขึ้นต่อหน้าผู้คนมากมายแต่จิตสำนึกอันดีนั้นควรที่จะต้องคงอยู่ตลอดเวลา เพราะต้องตระหนักว่าคุณคือสื่อสารมวลชนคนหนึ่งแล้ว แม้จะเป็นมือสมัครเล่นแต่การเป็นตัวอย่างที่ดีคือหน้าที่ของพลเมืองที่ดีด้วย อย่าคิดว่ามีแค่คุณกับมือถือในมือที่ใช้ถ่ายทำเท่านั้น แต่ยังมีคนอีกมากมายชมคุณอยู่

         5. รับฟังคำวิจารณ์และนำมาพัฒนาตัวเองเสมอ

         อาจจะมีคอมเมนต์ที่เข้ามาทั้งติและชมคุณหลังจากได้ทดลอง Up Load งานขึ้น Youtube ไปแล้ว ควรนำคำติชมที่มีประโยชน์มาพัฒนาตัวเองเสมอ เพื่อให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย แต่ถ้าเจอคอมเมนต์ไม่ดีที่มาด่าแค่ให้สนุกสนานก็อย่าไปหัวร้อน แค่ไม่ต้องไปสนใจ

         นี่คือเรื่องราวของการเป็น Youtuber มือใหม่หวังว่าจะตรงใจหลาย ๆ ท่านนะครับ

โทรศัพท์เปียกน้ำ ทำยังไงดี

โทรศัพท์

               เมื่อประเทศไทยของเราเข้าสู่หน้าฝนเมื่อไหร่ เชื่อว่าหลายๆคนคงเบื่อกับการที่จะต้องเดินทางฝ่าสายฝนออกจากบ้านเพื่อไปทำงานกันทั้งนั้น รวมถึงการจราจรที่เมื่อตอนสภาพอากาศปกตินั้น รถบนท้องถนนก็ติดจนรถแทบไม่ขยับอยู่แล้ว แต่เมื่อเจอฤดูฝนที่เข้ามาอยู่ในขณะนี้ เราก็ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆนะคะว่ารถจะติดมากแค่ไหน บางคนก็อาจจะไม่ได้พกร่มก็ต้องเดินลุยฝนกันไปอีก แต่กว่าจะถึงที่ทำงานก็คงตัวเปียกฝนเป็นไข้หวัดกันหมดแล้ว และตัวเปียกฝนไม่พอ บางคนกระเป๋าเปียก “โทรศัพท์”เปียก เชื่อว่าหลายคนคงบอกว่าตัวเองเปียกได้ เสื้อผ้าเปียกได้ แต่โทรศัพท์มือถือนั้นห้ามเปียกใช่ไหมล่ะคะ แต่ใครจะไปรู้ล่ะคะว่าโทรศัพท์มือถือเราอาจจะเผลอโดนเม็ดฝนในระหว่างที่เรากำลังเดินทางไปทำงานอยู่ก็ได้

คงเป็นเรื่องทั่วๆไปที่หลายคนต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้อย่างแน่นอน และเหตุการณ์ที่ว่านี้ก็คือการที่โทรศัพท์มือถือของคุณเปียกน้ำฝนนั่นเอง ไม่ว่าจะเปียกน้ำจากการที่มือถือนั้นโดนฝน หรือว่าคุณอาจจะเผลอทำตกลงบนพื้นขณะที่ฝนกำลังตกอยู่ก็ได้ เอาเป็นว่าไม่ว่าเราจะทำมือถือตกในรูปแบบไหนก็ตาม แต่ถ้าโทรศัพท์มือถือของคุณนั้นเปียกน้ำเมื่อไหร่นั้นก็ถือว่านั่นเป็นสิ่งที่เป็นปัญหาอย่างแน่นอน เพราะในมือถือนั้นเราไม่ได้ใช้งานแค่โทรเข้า-โทรออก แต่มันมีทั้งเบอร์โทรศัพท์ต่างๆที่เราบันทึกไว้ ไหนจะเรื่องงานที่เราจะเซฟใส่ไว้อีก มีแต่สิ่งที่สำคัญๆทั้งนั้นเลย ถ้ามือถือเปียกน้ำเมื่อไหร่ก็คงอาจจะพังและไม่สามารถใช้งานได้เลยถ้าคุณยังปล่อยให้มันเปียกอยู่แบบนั้น แต่ต่อให้ “มือถือ” นั้นซ่อมได้ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม จริงไหมล่ะคะ

แต่อย่าพึ่งเครียดกันไปนะคะ เมื่อคุณเผลอทำมือถือเปียกน้ำนั้นก็ถือว่าเรื่องใหญ่เหมือนกัน ก็คงจะเป็นเรื่องปกติไม่ว่าใครที่เจอเหตุการณ์แบบนี้แล้วคงจะต้องเครียดกันทั้งนั้น คุณเคยได้ยินคำนี้ไหมล่ะคะ “ปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอ” และเราก็เอาทางออกของปัญหาในเรื่องนี้มาบอกกันค่ะ นั่นก็วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นสำหรับคนที่ทำโทรศัพท์มือถือเปียกน้ำนั่นเอง

   วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น เมื่อ โทรศัพท์มือถือ ของคุณเปียกน้ำ

ห้ามเปิดเครื่องเป็นอันขาด

   เมื่อโทรศัพท์มือถือของคุณนั้นเปียกน้ำเมื่อไหร่ สิ่งแรกที่คุณห้ามทำเด็ดขาดก็คือการพยายามที่จะเปิดเครื่อง หลายคน ณ ที่นี้คงอยากเปิดเครื่องเพื่อที่จะได้เช็คว่าเครื่องนั้นจะเป็นปกติและใช้งานได้หรือไม่ แต่คุณรู้ไหมว่าการที่คุณพยายามเปิดเครื่องตอนที่ยังเปียกอยู่นั้นมันจะทำให้เกิดไฟฟ้าช็อตได้นะคะ และถ้าเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าช็อตเมื่อไหร่ บอกได้เลยว่าคุณจะต้องทำใจเพราะมันจะทำให้เครื่องของคุณเสียหายมากกว่าเดิมแน่นอน

ถังข้าวสารช่วยคุณได้

   อย่าพึ่งฉงนใจหรือสงสัยและเกิดคำถามว่าทำไมต้องข้าวสาร? ข้าวสารหรอจะช่วยได้? นี่คือวิถีพื้นบ้านที่คุณอย่ามองข้ามเด็ดขาดนะคะอยากจะบอกว่าข้าวสารนั้นมีความพิเศษที่คุณอาจจะยังไม่รู้ เพียงแค่คุณหาถุงซิปล็อก พอหาถุงได้แล้วให้นำเอามือถือของคุณที่เปียกนั้นใส่เข้าไปในถุง และอย่าลืมที่จะปิดปากให้สนิทแล้วค่อยให้ไปซุกในถังข้าวสาร คุณอาจจะต้องซุกลึกสักหน่อย เพราะว่าข้าวสารจะช่วยดูดความชื้นได้นั่นเอง

พยายามทำเครื่องให้แห้ง

   คุณควรจะค่อยๆถอดชิ้นส่วนของมือถือของคุณทีล่ะส่วน และนำชิ้นส่วนนั้นแยกๆ ออกมา พร้อมหาผ้าแห้งหรืออาจจะเป็นทิชชู่ก็ได้ นำมาค่อยๆเช็ดๆทุกชิ้นส่วนของมือถือ รวมถึงตัวเครื่องก็เช่นกัน แต่ถ้าบ้านใครมีไดร์เป่าผมแล้วล่ะก็ อาจจะพอช่วยได้เลย เพียงแค่คุณนำไดร์เป่าผมโดยการเลือกเป่าลมร้อนสลับกับเป่าลมเย็น จากนั้นค่อยๆเป่าชิ้นส่วนที่เปียกน้ำ แต่อย่าใช้ความร้อนมากเกินไปเพราะไดร์เป่าผมอาจจะสร้างความเสียหายต่อเครื่องมือถือได้

               เห็นไหมล่ะคะว่าปัญหาทุกปัญหานั้นมีทางแก้และทางออกอยู่เสมอ และวิธีที่เราได้นำเสนอไปนั้นก็คือการแก้ปัญหาเบื้องต้นสำหรับคนที่ทำโทรศัพท์มือถือเปียกแล้วไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร แต่ถ้าหากใช้วิธีที่บอกไปแล้วได้ผล และมือถือของคุณก็กลับมาใช้งานได้อย่างปกติ แต่เพื่อความมั่นใจคุณอาจจะไปลองให้ช่างผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของมือถือนั้นช่วยตรวจสอบดูอีกครั้งเพื่อความสบายใจก็คงเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกันนะคะ

ความโดดเด่นของไอโฟน 8 ที่คุณจะต้องรู้

iPhone 8

               สิ้นสุดการรอคอยกับการเปิดตัว “iPhone 8” ที่มาพร้อมกับการดีไซน์ที่ดูไม่ค่อยจะแตกต่างจาก iPhone 7 กันสักเท่าไหร่นัก แต่ความเก๋าความใหม่ของเจ้าไอโฟนรุ่นก็ต้อมีดีและมีลูกเล่นเด็ดๆที่มากกว่าไอโฟนรุ่นก่อนหน้านี้อย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งจุดเด่นของ iPhone 8 ที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คงเป็นเรื่องของวัสดุ ซึ่งวัสดุด้านหลังนั้นถูกเปลี่ยนจากวัสดุอะลูมิเนียมเป็นกระจกอันหรูหราแทนนั่นเองค่ะ ที่ต้องเปลี่ยนวัสดุต่างไปจากเดิมก็เพื่อที่ให้รองรับระบบชาร์จแบบไร้สาย

               iPhone 8 นั้นยังคงมีขนาดจอเท่าเดิม แต่ภายใต้จอที่มีขนาดเดิมนั้นกลับมาพร้อมนวัตกรรมภายในจอที่ได้เป็นจอแบบ Retina HD ที่มีเทคโนโลยี True Tone พร้อมกับการปรับหน้าจอไอโฟนให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมรอบๆ และสีของจอนั้นมีตัวรองรับ Wide Color Gamut ที่ทำให้สีของหน้าจอนั้นแสดงออกมาเป็นสีที่สมจริง และทำให้สีที่ปราฏออกมานั้นมีความสดมากยิ่งขึ้น และในเรื่องของลำโพงนั้นได้ถูกพัฒนาให้เป็นเสียงแบบสเตอริโอที่มีความดังขึ้นถึง 25 เปอร์เซ็นต์กันเลยทีเดียวค่ะ แถมมีเบสที่ลึกขึ้นอีกด้วย

               ชิพของไอโฟน 8 นั้นจะเป็นชิพ Apple A11 Bionic โดยจะเป็นซีพียูแบบหกคอร์เลยนะคะ โดยที่ Performance Core สองตัวที่ต้องบอกเลยว่ามีความเร็วขึ้นแน่นอน ถ้าเทียบความแรงเป็นเปอร์เซ็นต์นั้นก็คงบอกได้เลยว่าเร็วกว่าเดิม 25 เปอร์เซ็นต์ และ Efficiency Core สี่ตัว และแน่นอนค่ะว่าเพิ่มความเร็วให้กับเจ้าไอโฟนเครื่องนี้ที่มากกว่าเดิมถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเยอะมากๆเลยนะคะกับการพัฒนาในเรื่องของชิพ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชิพ Apple A11 Bionic นี้ถึงมีประสิทธิภาพรวมถึงมีการประหยัดพลังงานที่ดีอีกด้วยนะคะ และในเรื่องของจีพียูที่เป็นแบบสามคอร์ที่ช่วยให้ประสิทธิภาพของกราฟฟิกให้มีความเร็วขึ้นอีก 30 เปอร์เซ็นต์ บอกเลยว่าชิพเหล่านี้จะช่วยให้เครื่องประมวลให้ระบบ Machine Learning และ AR หรือ  ( Augmented reality) รวมถึงเกมที่เป็นแบบสามมิติที่จะมีความสามารถในการทำงานได้ดีกว่าเดิม

               เรื่องที่เราจะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบในการถ่ายรูปคงจะตั้งใจเฝ้ารอเจ้าไอโฟน 8 กันอย่างตื่นเต้น เพราะรอลุ้นว่ากล้องนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงแปลงมากน้อยแค่ไหน และแน่นอนค่ะว่าไอโฟน 8 มาพร้อมกล้อง 12 ล้านพิกเซล และที่สำคัญ!!!ไอโฟน 8 นั้นมาพร้อมกับระบบเซนเซอร์ที่มีความเร็วกว่าและใหญ่กว่า ซึ่งมีการพัฒนา Image Signal Processor ที่พัฒนาโดย Apple นั่นเองค่ะ ซึ่งความสามารถที่โดดเด่นอีกขั้นก็คือมีการประมวลพิกเซลขั้นสูง และมีออโต้โฟกัสที่มีความเร็วแม้ในตอนที่มีแสงน้อยก็ตาม ในส่วนในเรื่องของภาพถ่าย HDR นั้นดียิ่งขึ้น มี True Tone Flash ที่ใช้แอลอีดีสี่ตัวกันเลยทีเดียว มาพร้อมระบบ Slow Sync เพื่อที่จะให้แสงทั้งหลังฉากและหน้าฉากนั้นดีมากขึ้น ภาพที่จะออกมานั้นจะมีความเป็นชีวิตชีวา เรียกได้ว่าสีที่ออกมานั้นมีความสมจริง รวมถึงมีรายละเอียดที่มากขึ้นอีกด้วย

               และฟีเจอร์ที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ คงจะเป็นฟีเจอร์ Portrait Lighting ที่ใช้กล้องคู่ในการที่จะระบุฉากเพื่อที่จะสร้าง Depth Map และเพื่อที่จะแยก Subject ให้ออกจากพื้นหลัง และใช้ Machine Learning เพื่อที่จะสร้าง Facial Landmark และจัดแสงแค่เฉพาะหน้าคนเท่านั้นนะคะ ซึ้งทั้งหมดที่อธิบายมาจะเกิดขึ้นในแบบเรียลไทม์ และกล้องของไอโฟนเครื่องนี้มีการรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K อีกด้วย ซึ่งกล้องใหม่ของไอโฟนรุ่นนี้ยังสามารถที่จะใช้งานกับ AR หรือ  ( Augmented reality) ได้ดีกว่าเดิมมากขึ้น

               ที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ในเรื่องของการถูกเปลี่ยนจากวัสดุอะลูมิเนียมเป็นกระจกนั้นก็เพื่อที่จะรองรับระบบชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายนั่นเอง ซึ่งจะใช้มาตรฐานของ Qi นั่นหมายความว่าไอโฟนนั้นสามารถใช้งานกับที่ชาร์จที่มีการรับรองของ Qi ที่มีขายตามทั่วไปได้ทันที

               มาถึงตอนนี้หลายคนคงสนใจและเห็นจุดเด่นของไอโฟน 8 กันแล้ว ขอบอกเลยว่าใครที่ชอบความลื่นไหลนั้นจะต้องชอบไอโฟน 8 และอยากได้ไอโฟนเครื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะไฮไลท์ที่ออกมานั้นมีลูกเล่นเยอะกว่าไอโฟนรุ่นก่อนหน้านี้ แม้ว่ารูปร่างลักษณะของเครื่องไอโฟนอาจจะไม่มีความแตกต่างกันมากนะ แต่ประสิทธิภาพของการทำงานรวมถึงการประมวลผลนั้นดีขึ้นกว่าแน่นอนค่ะ

กล้องติดรถยนต์ที่ควรค่าแก่การมีใช้

กล้องติดรถยนต์

“ กล้องติดรถยนต์ ” คือกล้องขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกับรถยนต์ และจะทำงานด้วยการบันทึกภาพวิดีโออัตโนมัติทันทีที่เครื่องยนต์ถูกสตาร์ท โดยในตัวเครื่องจะมาพร้อมกับหน่วยความจำแบบบิวท์อินและทำการอัดวิดีโอแบบวนทับไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น สามารถมั่นใจได้ทันทีว่าภาพวิดีโอในช่วงเวลานั้นจะถูกบันทึกไว้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการติดกล้องรถยนต์จะไม่ช่วยให้เบี้ยประกันภัยรถยนต์ ถูกลง แต่ภาพวิดีโอที่บันทึกได้จากกล้อง ติดรถยนต์นั้นจะเป็นประโยชน์มากในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เกิดอุบัติเหตุและต้องมีการเรียกร้องค่าเสียหายนั่นเอง ในประเทศสิงคโปร์นั้น บริษัทผู้ให้บริการรถแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุด ทุ่มงบติดกล้อง ติดรถยนต์แก่แท็กซี่ของบริษัททุกคันเป็นจำนวน 16,600 คัน เพื่อต้องการมีหลักฐานหากเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้น ส่วนในบางประเทศ บริษัทประกันภัยรถยนต์เริ่มมีการลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์แก่ผู้ใช้รถยนต์ลง หากมีการติดตั้งกล้อง ติดรถยนต์ ตัวอย่าง เช่น AXA ในสหราชอาณาจักร ลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ลงร้อยละ 10 หากผู้ใช้ติดตั้งกล้อง ติดรถยนต์ในรถของพวกเขา และทำการซื้อประกันภัยรถยนต์กับ AXA โดยตรง ทั้งนี้ กล้อง ติดรถยนต์รุ่นทั่วๆ ไปนั้นสนนราคาอยู่ที่ราว 200-230 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,800 – 7,820 บาท โดยผู้ขับขี่สามารถกดบันทึกได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ วิดีโอในช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุนั้น กล้องจะทำการเก็บบันทึกภาพในช่วงเวลานั้นโดยอัตโนมัติอีกด้วย

ประโยชน์จากกล้องติดรถยนต์สามารถแบ่งออกเป็นข้อๆ ได้ ดังนี้

1.พยานปากสำคัญเมื่อเกิดอุบัติเหตุ: เมื่อทันทีที่รถเก๋งคันข้าง ๆ เบียดมาชนประตูฝั่งซ้ายของรถเข้าอย่างจัง ไม่จำเป็นที่จะต้องรีบลงไปโต้เถียง หรือระเบิดอารมณ์รุนแรงใส่คนขับรถคู่กรณี เพื่อบอกว่าไม่ได้เป็นคนทำ สิ่งเดียวที่ต้องทำคือ ตั้งสติ ทำใจให้นิ่งและเย็นลง โทร.หาประกันรถ แล้วปล่อยให้เจ้าหน้าที่ประกันภัยดูแลรถและคู่กรณี ให้แยกจากกันด้วยดี เพราะมีกล้อง ติดรถยนต์เป็นพยานในที่เกิดเหตุแล้ว แถมยังไม่ต้องหมดแรงไปกับการโต้เถียง หรือเสี่ยงต่อการทะเลาะวิวาทที่อาจบานปลายไปสู่การต่อสู้และใช้อาวุธ

2.รถมีริ้วรอยเป็นของที่ระทึกจากลานจอดรถ : หลังผ่อนคลายจากการช้อปปิ้ง หรือเพลิดเพลินกับมื้ออาหารในร้านหรู อาจจะต้องอารมณ์เสีย เมื่อพบว่ารถมีรอยริ้วหรือรอยบุบจากรถที่จอดคันข้างๆ โดยที่ก็ไม่รู้ว่าเป็นรถคันไหนและรถใคร แม้จะจอดรถในลานจอดของห้างสรรพสินค้าก็ใช่ว่าห้างฯ จะติดกล้องวงจรปิดตรงนั้นพอดี สิ่งที่เหลือเป็นหลักฐานให้ปวดใจ คือรอยสีที่แตกต่างจากสีรถ  แต่ปัญหานี้มีทางออกที่ช่วยให้หายคาใจ เพราะ กล้องติดรถยนต์ บางรุ่นสามารถบันทึกข้อมูลหลังดับเครื่องได้นานหลายชั่วโมง ช่วยให้ค้นหาคู่กรณีได้ไม่ยาก หรือเป็นหลักฐานในการชี้แจงกับประกันรถยนต์ได้อีกด้วย

3.ปกป้องจากแก๊งค์มิจฉาชีพบนท้องถนน: ภาพจากกล้องติดรถยนต์ คันหนึ่ง บันทึกเหตุการณ์ขณะที่ชายวัยรุ่นวิ่งตัดหน้ารถและกระโดดขึ้นมาบนกระโปรงรถกลางวันแสกๆ หากไม่มีกล้อง ติดรถยนต์เป็นพยานอาจทำให้คนขับต้องรับโทษหรือเสียค่าปรับฐานขับรถโดยประมาท ไหนจะข่าวแก๊งค์มิจฉาชีพขี่มอเตอร์ไซค์มาเบียดรถแล้วแกล้งล้มเสียดื้อๆ ก่อนลงมือชิงทรัพย์และอาจทำร้ายร่างกายได้

4.วิเคราะห์ แสดงทักษะ หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับรถ: ข้อดีที่หลายคนคาดไม่ถึงของกล้องติดรถยนต์ คือสามารถสำรวจทักษะการขับรถของตัวเองหรือคนในครอบครัวที่ขับรถคันเดียวกันได้ด้วย จึงช่วยปรับเปลี่ยนและแก้ไขข้อบกพร่อง วิเคราะห์พฤติกรรมการขับรถ การตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ และบางเหตุการณ์ยังแสดงทักษะการขับรถ หรือการตัดสินใจที่เฉียบคมของคนขับ พร้อมช่วยให้รับมือกับสถานการณ์ต่างๆ บนท้องถนนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

จากดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่า ประโยชน์ของกล้องติดบนรถยนต์มีมากมาย แต่โดยสรุปรวมๆ แล้ว คือ ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากการขับรถอย่างปลอดภัย นอกจากที่อาศัยกล้องติดบนรถยนต์บันทึกภาพแล้ว สิ่งที่จะเป็นประโยชน์จริงๆ ได้ก็ต่อเมื่อเวลาขับรถแล้วต้องมีความระมัดระวังในการขับรถ ระมัดระวังโดยการรักษากฎจราจรทั้งหมด นอกจากจะทำให้ปลอดภัยแล้ว ยังเป็นข้อมูลสำคัญอีกเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะจะรู้อยู่แล้วว่ากำลังถูกตรวจสอบอยู่ตลอดเวลาโดยกล้อง

ทำไม huawei ถึงครองใจคนใช้ Smartphone

huawei

               ในบรรดาแบรนด์ของ Smartphone ที่มีออกมามายมายในปัจจุบัน ได้สร้างทางเลือกที่มากมายให้กับเราเป็นอย่างยิ่ง เพราะด้วยความต้องการการใช้ Smartphone ของเราที่เพิ่มมากขึ้นเหล่าบันดาผู้ผลิตเหล่านั้นยิ่งต้องสร้างนวัตกรรมและสิ่งแปลกใหม่ออกมาและ “huawei” คือชื่อแรก ๆ ที่โดดเด้งขึ้นมาสำหรับผู้ที่คิดจะซื้อ Smartphone ในตอนนี้ เพราะอะไรที่ทำแบรนด์ผู้ผลิตสินค้า IT จากประเทศจียรายนี้กลายมาเป็นผู้นำวงการ Smartphone เราจะมาดูกัน

          1. ความคุ้มค่าของสเปค

          ในปัจจุบันต้องยอมรับว่าราคาของอุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ นั้นค่อนข้างสูง ดังนั้นเวลาจะเลือกสินค้าประเภทนี้ ผู้ซื้อมักจะเลือกที่มีสเปคสูงในราคาที่เอื้อมถึงที่สุด โดยได้มีแผนการตลาดที่ออกสินค้ามาหลายไลน์ตั้งแต่สำหรับผู้เริ่มต้นไปจนถึงระดับเรือธง ซึ่งราคานั้นก็พยายามให้คุ้มค่ากับสเปคมากที่สุด ซึ่งในตัวระดับเรือธงถึงแม้ว่าจะมีราคาแพง แต่ก็มีหลายโมเดลซอยออกไปเพื่อให้เป็นตัวเลือกของผู้ซื้อ และมีสเปคที่ค่อนข้างจัดเต็มจนติดอันดับ Smartphone ที่เร็วแรงในโพลอยู่เรื่อย ๆ เลยทีเดียว

          โดยจากแผนการตลาดนี้ทำให้แบรนด์นี้ชนะใจผู้ซื้อโดยเป็นไปในแนวปากต่อปากว่าดีและคุ้มค่า จนเกิดเป็นกระแส Viral ขึ้นมาในวงของผู้ใช้ และได้รับการยอมรับในที่สุด

          2. กล้อง

          จุดเปลี่ยนใหญ่ที่ทำให้ผู้คนส่วนมากรู้จัก Smart Phone จาก “huawei” นั่นก็คือคุณภาพของกล้องนั่นเอง โดยได้พัฒนากล้องร่วมกับแบรนด์ Leica ซึ่งแบรนด์ Leica นั้นเป็นที่รู้จักกันในหมู่คนเล่นกล้องระดับ Hi-End ซึ่งเมื่อเกืดการร่วมมือในการทำ Smart Phone กับ แบรนด์นี้ในซีรีย์ P ก็เกิดความสนใจของคนในกลุ่มนั้นทันที และเมื่อนำมาถูกใช้งานซึ่งได้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจและนำมารีวิวผ่านสื่อต่าง ๆ ผู้ใช้ทั่วไป ๆ ไปจึงทดลองใช้บ้างจนแพร่กระจายความนิยมไปทั่ว

          ความนิยมของนวัตกรรมกล้องของแบรนด์นี้ไม่ใช่แค่กระแสเพราะว่าเมื่อผู้ใช้งานทั่วไปได้นำมาใช้ก็พบว่ามีความแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ในตลาด ให้เอกลักษณ์ของภาพอย่างชัดเจน สามารถถ่ายในที่ ๆ มีแสงน้อยแต่ได้ภาพที่มีความสวยงามคมชัด มีโหมดต่าง ๆ เพื่อการถ่ายรูปที่หลากหลาย เหมือนเป็นการนำความสามารถของกล้อง Hi-End มาไว้ในรูปแบบที่ใช้งานได้ง่าย โดย รุ่น P20 Series นั้นด้วยยอดขายกว่า 16 ล้านเครื่องในปี 2018 เลยทีเดียว

               3. ดีไซน์ที่สวยงาม

          การออกแบบของแบรนด์นี้ทำออกมาได้โดดเด่นมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองพอสมควร แม้จะได้รับเทรนด์มาจากแบรนด์รุ่นพี่ที่เปิดตัวไปก่อนหน้าในช่วงเวลลาใกล้ ๆ กัน แต่ว่าก็ใส่ความเรียบหรูที่ดูไม่เป็นของโหลเข้าไปด้วย ทำให้เป็นเหมือน Gadget สวย ๆ ที่คอยบอกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี

               4. ภาพลักษณ์ที่ดูดี

          เมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน ภาพลักษณ์ของแบรนด์จีนของคนทั่วไปหรือแม้แต่คนไทยนั้นคือของที่พังง่าย ไม่มีคุณภาพ ยิ่งไปกว่านั้นยังติดกับการที่ทำของเลียนแบบอีกด้วย แต่ว่าแบรนด์นี้คือจุดเปลี่ยนของใครหลาย ๆ คนที่มีต่อสินค้าของจีนโดยเฉพาะสินค้า IT ให้ทัดเทียมกับสินค้าของญี่ปุ่นหรือฝั่งอเมริกามากขึ้น ด้วยองค์ประกอบโดยรวมที่ได้กล่าวมา เอาเป็นว่าเดี๋ยวนี้ถ้าใครเดินถือ Smartphone ตัวเรือธงของแบรนด์นี้ที่ซื้อใหม่ไปให้เพื่อน ๆ ดู น้อยคนนักที่จะไม่ยอมรับ แต่กลับกันจะรับไปชื่นชม ดีไซน์ ตรวจฟังก์ชั่นต่าง ๆ ดูความไหลลื่นในการใช้งาน และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการทดสอบกล้อง

          ผู้เขียนเคยอ่านสัมภาษณ์ของนักข่าวสาย IT คนหนึ่งที่ไปทำข่าวการเปิดตัว Smartphone รุ่นใหม่ของแบรนด์ดังกล่าวที่ประเทศเยอรมนี และมีเจ้าหน้าที่สนามบินประจำเยอรมนีสอบถามนักข่าวคนนั้นว่ามาทำอะไร เมื่อนักข่าวบอกว่ามางานเปิดตัว huawei เจ้าหน้าที่คนนั้นก็ยิ้มพร้อมกับนำมือถือแบรนด์เดียวกันนั้นของตัวเองขึ้นมาและชื่นชมว่าเป็นสินค้าที่ดี นั่นก็คงเป็นหนึ่งในเครื่องยืนยันว่าแบรนด์มือถือจากจีนดังกล่าวนั้นเป็นที่รู้จักและยอมรับของคนที่ฝั่งยุโรบเลยทีเดียว

               และนี่คือเรื่องราวของ Smartphone จาก huawei ที่ครองใจคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี กลยุทธ์และการชักจูงใจลูกค้าบางทีก็ไม่ต้องใช้ความซับซ้อนแค่ใช้คุณภาพและความพยายามเข้าสู้ก็เกิดผลได้เหมือนกัน