โลจิสติกส์ หรือ ลอจิสติกส์ (logistics) คือ?

power buy ส่งของ

ปัจจุบัน โลจิสติกส์ หรือ ลอจิสติกส์ (logistics) กำลังเป็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากธุรกิจแทบจะทุกประเภท ทุกอุตสาหกรรม รวมถึงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ได้มีการใช้ระบบโลจิสติกส์ (Logistics) หรือระบบการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการให้ไปถึงมือผู้บริโภค อย่างที่ power buy ส่งของ ให้ลูกค้าก็ถือว่าเป็นโลจิสติกส์ได้ และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าธุรกิจโลจิสติกส์ในไทยได้มีการแข่งขันกันมากขึ้น เพราะธุรกิจอีคอมเมิร์ช หรือการซื้อขายออนไลน์ได้มีการเติบโตขึ้นมาก แต่หลายคนก็อาจจะยังงงอยู่ว่า แล้วจริงๆ แล้วความหมายของโลจิสติกส์ หรือ ลอจิสติกส์ (logistics) คืออะไร วันนี้เราจะมาทำความรู้จักไปด้วยกัน

ซึ่ง โดยความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโลจิสติกส์ เกิดขึ้นจากจุดเริ่มต้นการขนส่งสินค้าทางทหารเพื่อสนับสนุนการรบหรือกิจกรรมทางทหารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกำลังทหาร เสบียง อาวุธ เอกสาร เป็นต้น แต่ไม่แน่ชัด ว่าเริ่มต้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาไหน  อาจจะประมาณช่วงสงครามโลกครั้งที่สองก็เป็นไปได้

กล่าวคือ โลจิสติกส์ (Logistics) คือ ระบบการจัดการการส่งสินค้า ข้อมูล และทรัพยากรอย่างอื่นจากจุดต้นทางไปยังจุดบริโภคตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจ และการจัดการสารสนเทศ เป็นระบบการจัดการการขนส่งทั้งหมด โดยไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนของการขนส่งเท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในกระบวนการโลจิสติกส์อีกมากมาย เนื่องจากโลจิสติกส์เป็นการใช้ความคิดในการจัดการการไหลของทรัพยากรขององค์กร โดยต้องคำนึงถึงต้นทุน และเวลา โดยกระบวนการของโลจิสติกส์มีดังนี้

  1. ขั้นตอนการหาวัตถุดิบ สินค้า และบริการ
  2. ขั้นตอนการหา จัดเตรียม เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ แพ็กเกจ สินค้า
  3. ขั้นตอนการจัดส่งสินค้าจากต้นทางไปสู่คลังสินค้าปลายทาง
  4. ขั้นตอนการบริหารสินค้าในคลังสินค้า สถานที่ตั้ง ระบบการจัดเก็บ การจัดการคลังสินค้าก่อนกระจายสินค้า ระบบจัดการเลือกสินค้าเพื่อจำหน่ายออก เช่น เข้าก่อน ออกก่อน รวมถึงปริมาณสินค้าที่ควรจัดเก็บไว้ในคลังเพื่อให้พร้อมบริการ
  5. ขั้นตอนการติดตามกระบวนการโดยผ่านระบบคอมพิวเตอร์ การสื่อสารออนไลน์

หากการขนส่งใช้ต้นทุนลดลง ใช้เวลาลดลง ทุกฝ่ายพึงพอใจ ก็ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ อย่าง power buy ส่งของ เช่นเดียวกัน ดังนั้น เป้าหมายของโลจิสติกส์ก็คือการลดค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลาที่ใช้ในการขนส่ง และลดปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้โดยใช้ต้นทุนน้อยที่สุดนั่นเอง โดยมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในกระบวนการโลจิสติกส์อีกมากมายที่สำคัญดังนี้คือ

  1. Order management/Customer service คือ การจัดการการรับหรือส่งสินค้า และ การบริการลูกค้า
  2. Packaging คือ การคัดเลือกบรรจุภัณฑ์เพื่อมาใช้บรรจุสินค้า
  3. Material handling คือ การขนถ่ายวัสดุภายในโรงงาน หรือ ในคลังสินค้า
  4. Transportations/Mode of transportations (Domestic & International) คือ การขนส่งสินค้าระหว่างสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ
  5. Warehouse management (Layout, locations, control technology/equipment, facility) คือ การจัดการคลังสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการวางผังสินค้า หรือ สถานที่ ที่จะตั้งคลังสินค้า
  6. Inventory control systems (Qty)/ material management คือ ระบบในการบริหารสินค้าคงคลัง เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนหรือกระจายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  7. Supplier management/material management คือ การบริหารจัดการผู้ผลิตวัตถุดิบให้เรา(Supplier) เพื่อให้ได้ วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และ เพียงพอต่อความต้องการในเวลาที่เหมาะสม
  8. Distribution center/distribution hub คือ การกำหนดแหล่งที่ตั้งในการกระจายสินค้า เพื่อให้เกิดการกระจายสินค้าได้อย่างทั่วถึง
  9. Manufacturing/production control คือ ระบบควบคุมการผลิต

แจ่มจุใจกับ oppo a37

oppo a37

กลับมาแล้ว!! สำหรับ OPPO แบรนด์ดังจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่กับการเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่น่าจับตามองอย่าง oppo a37  หลังจากที่หายไปนานหลายปี OPPO ตั้งใจพา a37 กลับมาทวงตำแหน่งสมาร์ทโฟนเรือธงสุดทันสมัยและแปลกตาอย่างจริงจัง อาจเรียกได้ว่าเป็นการเปิดตัวสู่ยุคใหม่ พร้อม ๆ กับเปิดตลาดใหม่ในยุโรปด้วย ซึ่งจากในอดีตไปที่ผ่านมา จะสังเกตได้ว่าจุดเด่นของ OPPO อยู่ที่ความสวยงาม ความบาง และแบตเตอรี่ที่อึด   

กล่าวคือ แบรนด์สมาร์ทโฟนในปัจจุบันต่างมีจุดเด่นที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป และ OPPO ก็เป็นผู้นำในเรื่องของการถ่ายภาพโดยเฉพาะความคมชัดของกล้องหน้าซึ่งตอกย้ำชื่อเสียงนี้มาอย่างยาวนานด้วยคอนเซ็ปต์ Selfie Expert ที่หลายคนคุ้นหู และ a37 คือการกลับมาอีกครั้งพร้อมกับสเปคของตัวเครื่องและของกล้องที่เพิ่มขึ้นมา แต่ในราคาที่เอื้อมถึงได้อย่างง่ายดาย ส่วนจะน่าสนใจอย่างไรนั้นไปดูพร้อม ๆ กันเลย

รุ่นนี้มาพร้อมกับจอแสดงผลชนิด IPS ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD 720P (1280 × 720 พิกเซล) ตัวกระจกเป็นแบบโค้ง 2.5D ตามสมัยนิยม และเสริมความแข็งแกร่งด้วยกระจกกันรอยจาก Corning Gorilla Glass 4 ตัวจอแสดงผล มีคุณภาพที่ดี ทั้งสีสัน และการตอบสนองในการสัมผัส ส่วนเรื่องความสวางของหน้าจอยังไม่โดดเด่นมากนัก

ด้านหน้าส่วนบนของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วย กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ที่ชูจุดขายด้านเซลฟี่ด้วย pixel size ขนาดใหญ่ถึง 1.4 µm และถัดจากตัวกล้องจะเป็นที่อยู่ของลำโพงสนทนาและชุดเซ็นเซอร์ Accelerometer และ Proximity Sensor

ด้านหน้าส่วนล่าง 3 ปุ่มควบคุมมาตรฐานของระบบแอนดรอยด์ จะเป็นแบบ Capacitive Button มีทีดีไซน์ดู โมเดิร์นขึ้น แต่ทว่าก็ยังไม่มีไฟแบล็คไลท์มาให้ใช้งานนะ โดยตัวปุ่มนั้นจะใช้การสกรีนสัญลักษณ์ด้วยสีเงิน เมื่อเราใช้งานกลางวันหรือในสภาพแสงที่ไม่น้อยจนเกินไปก็ยังพอมองเห็นได้อย่างชัดเจน

ด้านบนของตัวเครื่อง จะมีเพียงช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. เท่านั้น ส่วนด้านล่างจะประกอบไปด้วย พอร์ต Micro USB  ส่วนลำโพงหลักของตัวเครื่องจะอยู่ทางด้านขวามือนะ ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นไมค์สนทนา เมื่อมองแวบแรกนึกว่าจะเป็นลำโพงสเตอริโอ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วเป็นลำโพงแบบโมโน ตรงนี้เป็นเรื่องของการดีไซน์เพื่อความกลมกลืน

สำหรับด้านซ้ายมือของตัวเครื่องจะมี ปุ่มเพิ่ม-ลด ระดับเสียง ตัวปุ่มจะใช้วัสดุและสีเดียวกันกับตัวเครื่อง การจัดวางตำแหน่งจะอยู่ค่อนมาตรงกลาง ตรงนี้ดีมาก แม้คนมือเล็ก ๆ ก็ยังใช้งานสะดวก เพราะไม่ต้องเอื้อมนิ้วให้เมื่อย

oppo a37 เปิดตัวมาพร้อมกับ Android 5.1.1 (Lollipop)  และครอบทับด้วย user interface ColorOS v.3.0.0i โดย ColorOS เวอร์ชั่นล่าสุด จะมีการปรับปรุงทั้งในส่วนของ UI และฟีเจอร์บางส่วน ในภาพรวม ๆ UI จะดูซอฟท์และสมูธขึ้นกว่าเดิม

สรุปแบบรวมๆ OPPO ปล่อยสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด A37 Brighten Your Selfie ใช้งานง่าย ถ่ายแสงไหนก็สวย สมาร์ทโฟนที่มีดีมากกว่าดีไซน์ด้วยหน้าจอสุดแกร่งขนาด 5 นิ้ว ให้คุณเซลฟี่กันแบบจุใจ ไม่ว่าจะกล้องหน้าหรือกล้องหลังแสงไหนก็ชัดเป๊ะกับสเปคโดนใจในราคาเบาๆ

A37 พิเศษกว่า ด้วยขนาดพิกเซลที่ใหญ่ถึง 1.4 ไมครอน รับแสงได้เยอะสีสันสวยชัดกว่าที่เคย พร้อมกล้องหน้าคมชัด 5 ล้านพิกเซล เซลฟี่แบบไหนก็สวยเริ่ดด้วยโหมด Beautify 4.0 ที่ปรับโทนสีผิวและความเนียนใสได้ถึง 7 ระดับ แสงน้อยแค่ไหนหน้าก็ยังสว่างใสด้วยโหมด Screen Flash แถมฟิลเตอร์แต่งภาพกว่า 10 แบบ ถ่ายง่าย แชะ แชร์ได้ทันใจ ไม่ต้องใช้แอพเพิ่มเติม

กล้องหลังคมชัด 8 ล้านพิกเซล พาโนราม่าเวลาไหนก็สวยเป๊ะด้วยโหมด Ultra HD สุดยอดความละเอียดคมชัดระดับเทพ ถ่ายชัด สีสวยแม้ที่แสงน้อย A37 มาพร้อมหน้าจอขนาด 5 นิ้ว พร้อมขอบโค้ง 2.5 มิติ หน้าจอสุดแกร่งกันทุกรอยขีดข่วนด้วยกระจก Gorilla Glass 4 รุ่นล่าสุด พร้อมดีไซน์หรูหราโค้งมนจับถนัดมือ

A37 ยังรองรับการใช้งาน 4G ได้ทั้ง 2 ซิม สะดวกกว่าด้วยช่องใส่ซิมและเมมโมรี่การ์ดไว้ในถาดเดียว พร้อมแรม 2 GB รอม 16 GB แต่เพิ่มความจุได้มากถึง 128 GB สนุกไปกับลูกเล่นของ ColorOS 3.0 บนระบบปฏิบัติการณ์ Android 5.1 (Lollipop)

เลือกเครื่องปริ้น ให้ปริ้นโดนใจ

เครื่องปริ้น canon

การตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องปริ้นนั้นขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้งานเครื่องปริ้นของแต่ละคน ยังไงต้องลองเลือกเครื่องปริ้นที่เหมาะกับการใช้งานของตัวเองดู ในปัจจุบันเครื่องปริ้นมีหลายยี่ห้อมากๆ อาทิ เครื่องปริ้น canon Hp Fuji Samsung และอีกมากมาย

เลือกจากชนิดเครื่องปริ้น เครื่องปริ้นสำหรับใช้ในบ้านสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ เรามาดูกันก่อนว่าประเภทของเครื่องปริ้นแบบไหนจะเหมาะกับการปริ้นแบบใดกันบ้าง

เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ท ซึ่งมีด้วยกันหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปริ้น canon Hp Fuji และอีกมากมาย ซึ่งส่วนมากเป็นเครื่องปริ้นที่มีขนาดเล็ก แต่สามารถใช้งานได้หลากหลาย จึงเป็นที่นิยมสำหรับการใช้งานในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์รูปหรือภาพถ่ายที่มีสีเยอะ ก็ไม่ทำให้สีผิดเพี้ยน ซึ่งนี่ถือเป็นจุดเด่นของเครื่องปริ้นประเภทนี้เลยล่ะ นอกจากนี้ยังมีรุ่นและยี่ห้อให้เลือกมากมาย ราคาถูกแถมหาซื้อได้ง่าย ๆ อีกด้วย

ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ตัวเครื่องปริ้นจะมีราคาถูก ตัวหมึกกลับไม่ได้ถูกตามไปด้วย ไม่ว่าตัวเครื่องปริ้นจะมีราคาถูกแค่ไหน หากพิมพ์ภาพที่มีสีเยอะ ๆ ก็จะทำให้การพิมพ์นั้นมีราคาสูงอยู่ดี ดังนั้นเวลาที่เราเลือกซื้อเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ท จึงควรดูทั้งราคาของเครื่องปริ้นและตัวหมึกไปพร้อม ๆ กัน

เครื่องปริ้นเลเซอร์เป็นเครื่องปริ้นที่มักพบเห็นได้ตามออฟฟิศหรือร้านถ่ายเอกสาร แต่ปัจจุบันนี้คนก็นิยมซื้อมาใช้กันตามบ้านหรือออฟฟิศเล็ก ๆ เหมือนกัน นอกจากจะใช้หมึกแบบกันน้ำแล้ว ค่าใช้จ่ายในการใช้งานยังถือว่าไม่แพงมากอีกด้วย ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะมีราคาสูงแถมยังมีขนาดใหญ่กินพื้นที่ แต่หากต้องใช้พิมพ์เอกสารที่มีจำนวนมากเป็นร้อย ๆ แผ่นหรือต้องการใช้งานในระยะยาว รับรองว่าคุ้มแน่นอน

เครื่องปริ้นเลเซอร์มี 2 ประเภทให้เลือกได้แก่แบบปริ้นสีและแบบปริ้นขาวดำ แต่หากพูดในแง่ของความคมชัดในการพิมพ์สีเครื่องปริ้นชนิดนี้ยังด้อยกว่าเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทอยู่พอสมควร ดังนั้นสำหรับคนที่เน้นการพิมพ์สีอาจจะลองใช้เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทและเครื่องปริ้นเลเซอร์แบบขาวดำควบคู่กันไปก็ได้

เลือกจากลักษณะการนำไปใช้งาน

เครื่องปริ้นที่เราใช้กันยังสามารถแบ่งตามการใช้งานออกได้เป็นหลากหลายชนิด ดังนั้นต่อจากนี้เราจะมาแนะนำเครื่องปริ้น 3 ชนิดหลัก ๆ โดยแบ่งตามลักษณะการนำไปใช้งานให้เพื่อน ๆ ได้ดูกัน ลองเลือกใช้งานตามความเหมาะสมดู

“เครื่องปริ้นสำหรับพิมพ์อย่างเดียว”

เครื่องปริ้นสำหรับพิมพ์อย่างเดียว แค่ชื่อก็บอกไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าสามารถใช้เพื่อพิมพ์งานได้เท่านั้น เครื่องปริ้นชนิดนี้มีฟังก์ชันการใช้งานที่ง่ายไม่ซับซ้อน ขนาดกะทัดรัดแถมยังราคาถูกกว่าเครื่องปริ้นชนิดอื่น ซึ่งสำหรับคนที่ต้องการใช้เครื่องปริ้นเพียงเพื่อพิมพ์ภาพถ่ายและเอกสารแล้วถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานเลย ดังนั้นแทนที่จะซื้อเครื่องปริ้นราคาแพงที่มีฟังก์ชันมากจนเกินความจำเป็นของเรา ลองเลือกเครื่องปริ้นสำหรับพิมพ์เพียงอย่างเดียวมาใช้ดู

เครื่องปริ้นภาพถ่ายเป็นเครื่องปริ้นที่ถูกออกแบบมาเพื่อพิมพ์ภาพถ่ายโดยเฉพาะ จุดเด่นคือเครื่องปริ้นไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แต่สามารถเชื่อมต่อกับกล้องดิจิทัลหรือสมาร์ทโฟนแล้วสั่งปริ้นได้โดยตรง นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีขนาดกะทัดรัดที่สุดในบรรดาเครื่องปริ้นทั้งหมด ถึงแม้จะอยู่ในระหว่างเดินทางก็ยังสามารถพิมพ์รูปภาพออกมาได้

อย่างไรก็ตาม เครื่องปริ้นประเภทนี้ก็มีข้อจำกัดในการพิมพ์เหมือนกัน เช่น ไม่สามารถพิมพ์ภาพหรือเอกสารขนาดใหญ่เช่นขนาด A4 หรือ B5 ได้ ดังนั้นสำหรับใครที่ต้องการพิมพ์เอกสารขนาดดังกล่าวล่ะก็ คงจะต้องมีเครื่องปริ้นแบบธรรมดาไว้ใช้คู่กันอีกเครื่อง

เครื่องปริ้นมัลติฟังก์ชันเป็นเครื่องปริ้นที่สามารถใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น แฟกซ์ ถ่ายเอกสาร สแกนได้ในเครื่องเดียว เนื่องจากสามารถใช้งานได้หลากหลาย จึงเป็นที่นิยมสำหรับใช้ในออฟฟิศและสำนักงาน นอกจากนี้บางรุ่นยังสามารถสั่งพิมพ์ข้อมูลหรือภาพถ่ายผ่านสมาร์ทโฟนได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์อีกด้วย แม้จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าเครื่องปริ้นประเภทอื่นๆ แต่ก็ช่วยประหยัดพื้นที่ได้มากเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับการติดตั้งเครื่องถ่ายเอกสารหรือเครื่องสแกนแยกต่างหาก นอกจากนี้ด้วยความที่มีเพียงเครื่องเดียว จึงช่วยประหยัดพลังงานและลดปัญหาเรื่องสายไฟพันกันยุ่งเหยิง แค่ใช้งานสแกน ถ่ายเอกสารหรือแฟกซ์เพียงอย่างเดียวเป็นประจำก็คุ้มค่าแล้ว แถมบางรุ่นยังสามารถแปลงหนังสือหรือเอกสารต่างๆ เป็นไฟล์ PDF ได้อย่างง่ายดายด้วยการสแกน ดังนั้นจึงสะดวกสำหรับคนที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลเป็นอย่างยิ่ง

นวัตกรรมไร้ใบพัด…ไม่ไร้ประสิทธิภาพ

dyson

ปกติเราจะเห็นพัดลมที่มีใบพัด ซึ่งเราสามารถเข้าใจได้ว่าความเย็นมันมาจากทางไหน แต่ปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วเมื่อมีพัดลมไร้ใบพัด ซึ่งถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แปลกใหม่ โดยจริงๆ แล้วนวัตกรรมนี้มีมานานสักพักหนึ่งแล้ว และก็มีหลากหลายแบรนด์ได้เริ่มทำกันออกมาบ้างแล้ว แต่เราจะมาพูดถึงรายแรกที่ได้ทำพัดลมไร้ใบพัดขึ้นมา นั่นก็คือ dyson นั่นเอง

ซึ่งต้องบอกเลยว่าช่วงแรกนั้น เป็นที่สงสัยกันอย่างมากว่า “แล้วลมมันออกมาจากทางไหน เพราะว่าไม่มีใบพัดเลย” ต้องบอกเลยว่านวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้านี้ถูกประดิษฐ์คิดค้นขึ้นโดย เจมส์ ไดสัน ซึ่งเขามีแนวคิดที่จะสร้างพัดลมแบบใหม่ให้ต่างไปจากเดิม นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการคิดค้นพัดลมไร้ใบพัดเครื่องแรกของโลกขึ้นมา โดยมีทีมงานนักพัฒนาและวิศวกรของไดสันได้พัฒนาพัดลมไร้ใบพัดมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเป็นที่รู้จักกันอย่างมากในปัจจุบันนี้

ซึ่งแน่นอนว่าในเมื่อพัดลมไม่มีใบพัด ก็ย่อมไม่เป็นอันตรายต่อผู้คน หรือเด็กน้อยตัวเล็กๆ เพราะเรามักจะกังวลเรื่องของความปลอดภัยของใบพัดและตะแกรงหน้าพัดลมในเวลาที่ใช้งาน การที่มีพัดลมไร้ใบพัดออกมานั้น ก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องของอุบัติเหตุขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านไหนที่มีเด็กเล็กๆ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้อีกต่อไป

นอกจากนี้ยังมีความสม่ำเสมอในการกระจายลมเนื่องจากใช้เทคโนโลยี Air Multiplier โดยมีหลักการในการทำงานคือ อากาศจะถูกดูดเข้าไปในเครื่องด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง จากนั้นอากาศจะถูกดูดเร่งผ่านช่องวงแหวนที่อยู่ภายในหัวจ่ายลม กลายเป็นกระแสลมพ่นออกจากหัวจ่ายลมที่สามารถกำหนดทิศทางลมได้ อากาศที่อยู่รอบๆ ก็จะถูกดึงให้เข้ามาในกระแสลมนี้ด้วย ซึ่งให้ลมเย็นที่นุ่มนวลต่อเนื่องกัน และปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนารุ่นใหม่ๆ ให้สามารถทำงานเงียบขึ้นกว่าเดิม แต่ยังคงให้ความแรงของลมเท่าเดิม โดยสามารถเลือกปรับระดับการใช้งานของความแรงลมได้มากอีกด้วย

และในปัจจุบันได้มีการพัฒนายิ่งขึ้นมากกว่าเดิมด้วย ไดสัน เพียวคูลลิ่ง เป็นการเพิ่มเทคโนโลยีการกรองอากาศเข้าไปทำงานควบคู่กับพัดลมไร้ใบ เพื่อเป็นการกรองอากาศที่ไม่พึงประสงค์ อีกทั้งยังสามารถตรวจจับฝุ่น และแสดงผลไปยังแอพ Dyson Link ได้โดยตรงอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะมีพัดลมกรองอากาศสักเครื่องไว้ที่บ้าน เนื่องจากมลพิษในปัจจุบันอย่างฝุ่น PM2.5 ก็มีอยู่มาก ส่งผลให้สภาพอากาศภายในบ้านก็เกิดมลพิษเช่นเดียวกัน

ซึ่งเทคโนโลยีการกรองอากาศของ ไดสัน เพียวคูลลิ่ง นั้นสามารถกรองอากาศโดยอัตโนมัติเพื่อกำจัดแก๊สและ 99.95% ของอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.1 ไมครอน ซึ่งผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน EN1822 เรียบร้อยแล้ว โดยภายในจะมี

แกรไฟต์เคลือบสามชั้น

สารประกอบอินทรีย์นี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดักจับแก๊สที่อาจเป็นอันตราย เช่น ฟอร์มัลดีไฮต์

ฟิลเตอร์แกรไฟต์

คริสตัลแกรไฟต์ชั้นหนาช่วยดักจับสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย กลิ่น และควันภายในบ้าน

แก้วบอโรซิลิเกต HEPA

ชั้นฟิลเตอร์นั้นทำจากแผ่นบอโรซิลิเกตไมโครไฟเบอร์ H-13 HEPA ความยาว 6.7 เมตร พับทบกันกว่า 200 ชั้น ช่วยกำจัด 99.95% ของอนุภาคทุกขนาด จนถึง 0.1 ไมครอน ดังนั้นตัดความกังวลเรื่อง PM2.5 ภายในบ้านคุณไปได้เลย

iphone 7 plus ราคา แพงเกินไป ไม่คุ้มค่าจริงหรือ

iphone 7 plus ราคา

แม้ว่าจะผ่านมาหลายปีแล้วแต่หลาย ๆ คนยังคงคิดว่า iphone 7 plus ราคา แพง (22,500 บาท) ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงโทรศัพท์จากค่าย Apple สิ่งที่หลาย ๆ คนจดจำเกี่ยวกับค่ายนี้ คือ ราคาแพงนั่นเอง จนเป็นเหตุให้หันไปใช้โทรศัพท์ของค่าย Samsung แทน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่ผิดเพราะทุกคนต่างก็มีสิทธิเลือกในสิ่งที่คิดว่าดีกับตัวเองที่สุด แต่ทราบกันหรือไม่ว่าการตัดสินว่า iphone แพงนั้นยังเร็วเกินไป เพราะอาจจะยังไม่ทราบว่า Feature ที่ให้มาและสิ่งที่ได้รับจาก iphone มีอะไรบ้าง ซึ่งอาจจะทำให้คุณเปลี่ยนใจเลยก็เป็นได้

IOS ของ iPhone อัปเดตได้ยาวนานไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องบ่อย

IOS หรือระบบปฏิบัติการของ Apple นั่นเอง (ค่ายอื่น ๆ มักจะเป็น Android) จะอัพเดตให้กับเครื่องเก่า ๆ ไปอีกนานแสนนาน โดยบางรุ่นสามารถอัพเดตข้ามรุ่นไปได้ถึง 2-3 รุ่นเลย ซึ่งโดยเฉลี่ยก็คือรุ่นละ 1 ปีข้ามไป 3 รุ่นก็ราว ๆ สามปี ถ้าลองนำราคาของ iPhone 7 plus คือ 22,500 หารด้วย 36 เดือน (3 ปี) เท่ากับว่าคุณจ่ายเงินให้กับ iPhone 7 plus เฉลี่ยแล้วเพียง 625 บาทเท่านั้น เริ่มเห็นความคุ้มค่าขึ้นหรือยีงครับ

ซื้อ iPhone ก็คือการลงทุนในระยะยาว

เนื่องจาก iPhone เป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ แม้ว่ารุ่นที่คุณใช้อยู่จะตกรุ่นไปแล้ว เช่น คุณใช้ iPhone 7 แต่มี iPhone 8 ออกมาใหม่ iPhone 7 ของคุณก็ยังคงไม่ตกรุ่น และสามารถนำไปขายต่อในราคาสูง ๆ ได้อย่างสบาย ๆ (ขึ้นอยู่กับสภาพโทรศัพท์) เรียกได้ว่า ซือรุ่นนี้แล้ว รุ่นใหม่จะออก ขายทิ้ง ซื้อใหม่ หมุนเวียนไปเรื่อย ๆ ก็ยังได้ ซึ่งผมไม่คิดว่าค่ายอื่น ๆ จะทำได้ เพราะเมื่อตกรุ่นแล้วราคาจะดรอปลงมาก ๆ

ระบบป้องกันระดับพระกาฬของ iPhone

หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินกิตติมศักดิ์ของมือถือของค่าย Apple แล้วว่าระบบป้องกันนั้นแน่นหนาขนาดไหน เรียกได้ว่า โจรต้องคาราวะจริง ๆ เช่น ระบบป้องกันขโมยที่เรียกได้ว่าโจรปวดหัวกันเป็นแถบ ๆ

เพราะถ้าหากเครื่องเราถูกขโมยจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่โจรจะนำ iPhone ของเราไปใช้งานได้ง่าย ด้วยระบบ Activation Lock + Find My iphone ที่ไม่ว่าโจรจะพยามรีเซ็ต ล้างเครื่องก็ไม่สามารถทำได้นอกจากจะมี Apple ID ของเรานั่นเอง

สิ่งเดียวที่โจรจะทำกับเครื่องเราได้คือแยกชิ้นส่วนอะไหล่แล้วนำไปขาย ถึงเครื่องเราจะหาย แต่โจรก็จะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรจากเครื่องของเราเลยแม้แต่น้อย

ประกัน Apple Care+ ซ่อมไม่ได้ เปลี่ยนไปเลยดีกว่า

ประกันของ iPhone นั้นเรียกว่า Apple Care+ (ต้องซื้อเพิ่ม) ที่เรียกว่าคุ้มค่ามาก ๆ เพราะถ้าทาง Apple เขาเห็นว่าเครื่องที่คุณครอบครองมันมีไรอะไรผิดพลาดจนไม่สามารถซ่อมได้ เขาจะเปลี่ยนเครื่องให้คุณใหม่ทันที 

สำหรับสิ่งที่คุณจะได้รับจาก iPhone ก็มีประมาณนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง ยังคิดว่า iphone 7 plus ราคา แพงอยู่หรือเปล่า โดยส่วนตัวผมคิดว่าไม่แพงเลยกับสิ่งที่คุณจะได้รับจากมือถือค่ายนี้ ลองนำมาใช้กันดูนะครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน ใช้งานกันยาว ๆ ไปเลยครับ

เรื่องของการคำนวน ไว้ใจ เครื่องคิดเลข casio!

เครื่องคิดเลข casio

เรื่องของการคำนวณ เป็นสิ่งที่เราต้องพบเจออยู่ในทุกๆวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานของนักบัญชีที่ต้องใช้ความรวดเร็วควบคู่ไปกับความละเอียด เรียกได้ว่าถ้าผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างปัญหาใหญ่ได้เลยทีเดียว แล้วนักบัญชีหรืออาชีพต่างๆ ที่ต้องใช้เจ้าอุปกรณ์นี้ทั้งหลายมีวิธีการเลือกเครื่องคิดเลขกันอย่างไร ? ในปัจจุบันเราสามารถพบเห็นเครื่องคิดเลขที่มีฟังก์ชั่นและประสิทธิภาพโดดเด่นแตกต่างกันไปตามรูปแบบของผู้ผลิตไม่ว่าจะเป็น เครื่องคิดเลข casio , Canon , Fujitel , Sharp , Olympia ฯลฯ

ดังนั้น ผู้เขียนจึงไม่พลาดที่จะนำเอาเทคนิคการเลือกเครื่องคิดเลขให้ตรงกับความต้องการของนักบัญชี ไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองความเร็วในการคำนวณ การรวมสูตรเอาไว้ในเครื่องเดียว

เลือกตามวัตถุประสงค์ เพื่อใช้งานในระดับใด ก่อนที่จะเลือกเครื่องคิดเลขนั้น อันดับแรกเลยคือวัตถุประสงค์ในการใช้งานของเราว่าต้องการนำไปใช้งานหรือต้องการทำบัญชียากง่ายในระดับใด เพราะเครื่องคิดเลขธรรมดาทั่วไปที่ใช้ในครัวเรือนจะมีรูปแบบการใช้งานง่ายไม่มีฟังก์ชั่นพิเศษ ในกรณีที่การทำบัญชีมีเพียงการคำนวณแบบบวกลบปกติไม่ซับซ้อน ก็สามารถใช้งานได้ แต่สำหรับการทำบัญชีในระดับสำนักงาน โดยส่วนใหญ่ต้องใช้เครื่องคิดเลขที่เพิ่มเติมฟังก์ชั่นเข้าไป เช่นการปรับปุ่มบวก (+) ซึ่งเป็นปุ่มที่ใช้งานบ่อยให้มีขนาดใหญ่กว่าปุ่มอื่นเพื่อให้สามารถกดได้ง่ายขึ้น หรือการมีปุ่ม 00 และ 000 เพิ่มเข้าไปด้วยเป็นต้น

เครื่องคิดเลขในปัจจุบันมีทั้งขนาดเล็กพอดีมือไปจนถึงขนาดใหญ่ ซึ่งบางครั้งขนาดที่ใหญ่เกินไปก็มีปัญหาเรื่องกินพื้นที่การวางเอกสาร เป็นอุปสรรคในการพลิกหน้ากระดาษหรือตรวจทานเอกสารขนาดเล็กได้ แต่ถ้าหากมีขนาดเล็กที่จนเกินไปก็จะทำให้กดปุ่มได้ยากและเกิดความผิดพลาดในการป้อนข้อมูลได้ ดังนั้นจึงควรเลือกขนาดที่พอเหมาะหรือเลือกตามลักษณะการกดปุ่มรวมไปถึงวิธีการใช้งานของเรา ก็จะช่วยให้สามารถทำบัญชีได้อย่างราบรื่น และลดความผิดพลาดได้ด้วยนั่นเอง

สำหรับเครื่องคิดเลขที่มีขนาดปุ่มกดเล็กกว่านิ้วของเราหรือมีระยะห่างระหว่างปุ่มกดน้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้เรากดสองปุ่มในเวลาเดียวกันได้ และทำให้ต้องมานั่งคำนวณกันใหม่ซึ่งก็จะยิ่งทำให้เราเสียเวลาเพิ่มขึ้น ดังนั้นการเลือกเครื่องคิดเลขที่มีขนาดที่พอดีหรือมีระยะห่างระหว่างปุ่มพอสมควรก็จะสามารถช่วยลดปัญหาในการกดปุ่มพลาดได้เช่นกัน

หน้าจอเอียงเป็นฟังก์ชั่นที่ช่วยเรื่องการมองเห็นตัวเลขได้อย่างชัดเจน เพราะช่วยหลีกเลี่ยงการสะท้อนของแสงแดดหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้มองเห็นตัวเลขได้ยาก ถือเป็นรูปแบบที่พบว่าถูกเลือกใช้เป็นส่วนใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นผู้ผลิตหลายรายก็ยังคงมีรูปแบบหน้าจอแบนออกมาให้ผู้ใช้ได้เลือกซื้อเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

ฟังก์ชั่นไร้เสียง ลดการรบกวน สำหรับการป้อนตัวเลขด้วยความรวดเร็วนั้น มักจะทำให้เกิดเสียงที่สร้างความรำคาญและทำให้เราเสียสมาธิได้ ดังนั้นความเงียบจึงเป็นสิ่งที่เครื่องคิดเลขหลายรุ่นเลือกใช้เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นในการผลิต เพราะนอกจากจะลดเสียงรบกวนได้แล้ว ยังช่วยลดความเครียดและทำให้มีสมาธิเพิ่มขึ้นอีกด้วย

เครื่องคิดเลข casio เหมาะสมมากเนื่องจากมีสินค้าให้เลือกหลากหลายรุ่น ผลิตภัณฑ์มีความคงทน มีหลายรุ่นแต่ละรุ่นจะมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่ากันไป สามารถเลือกให้เหมาะกับความต้องการ หาซื้อง่ายตามท้องตลาดทั่วไป ราคาไม่สูงมาก เหมาะแก่ นักเรียน นักศึกษา หรือ ประชาชนทั่วไป

ราคาที่แพง ไม่บ่งบอกชีวิตที่แพง!

ราคาโทรศัพท์ซัมซุง

ปัจจุบัน สมาร์ทโฟน กลายเป็นสิ่งจำเป็นไปแล้ว ทุกคนต้องมีไม่ว่าทำงานอะไร อาชีพไหนๆ แม้แต่เด็ก ๆยังพกกันเลย แล้วยิ่งสมัยนี้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ออกมากันเยอะมากปีหนึ่งมีหลายรุ่นที่เปิดตัวใหม่ ราคาโทรศัพท์ซัมซุง ไอโฟน หรือแอนดรอยรุ่นอื่นๆ ก็มีราคาที่แสนแพง หรือบางรุ่นก็ถูกเหลือเชื่อ ที่สำคัญ ไม่รู้ว่าเกิดความคิดแบบนี้มาจากไหน แต่ ราคาโทรศัพท์ซัมซุง ไอโฟน หรือแอนดรอยรุ่นอื่นๆ กลายเป็นตัววัดฐานะของแต่ละคนอีกต่างหากยิ่งสังคมเมืองกรุงที่มีแต่มายาการใช้สมาร์ทโฟนถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีและต้องแพงเพื่อให้ตัวเองดูหรูและทันสมัย

แต่ความจริงผ่อนกันน้ำตาตกเพราะรายได้น้อยรสนิยมสูงก็มี แล้วทำไมต้องซื้อสมาร์ทโฟนราคาแพงๆ นี่คือสิ่งที่หลายคนสงสัยเพราะหากสังเกตดีๆส่วนใหญ่ใช้สมาร์ทโฟนกันก็แค่ โทรเข้า โทรออก เล่นโซเชี่ยล กว่า 70% ใช้งานแค่นี้ ทั้งๆที่สมาร์ทโฟนแพงๆหลายรุ่นมีความสามารถที่ทำอะไรได้หลายอย่างแต่คนส่วนใหญ่ไม่ใช้ บอกเลยว่าถ้าใช้งานสมาร์ทโฟนเท่าที่บอกข้างต้น ซึ้อสมาร์ทโฟนถูกๆมาใช้ยังคุ้มค่ากว่าเลย และหากใครที่กำลังคิดจะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ มาดูกันดีกว่าจะเลือกสมาร์ทโฟนอย่างไรให้คุ้มเงินและคุ้มค่า

สำหรับการเลือก สมาร์ทโฟน สักเครื่องขอแนะนำเลยว่าให้เลือกจากการใช้งานจริงๆเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องเลือกตามกระแส หรือเลือกเพื่อให้คนอื่นดูว่าเราหรูเรารวย เพราะสมาร์ทโฟนราคาแพงๆหากซื้อมาแล้วใช้งานไม่คุ้มค่ามันก็เหมือคุณซื้อทีทับกระดาษราคาแพงๆนั่นแหละ ควรเลือกจากการใช้งานก่อนว่าคุณใช้งานสมาร์ทโฟนทำอะไรบ้าง เช่น โทรเข้าโทรออก เล่นโซเชี่ยล ถ่ายรูป เล่นเกมส์ ดูหนังฟังเพลง ไม่ได้ใช้ทำงานอะไรเลย ใช้แค่ความบันเทิง

ดังนั้น ราคาสมาร์ทโฟนที่ควรเลือกซื้อไม่ควรเกิน 10,000 บาทสำหรับการใช้งานแบบนี้เพราะมีหลายแบรนด์หลายรุ่นที่ราคาอยู่ในช่วง 5,000 – 8,000 บาทก็ตอบสนองการใช้งานแบบนี้ได้และเป็นรุ่นใหม่ๆ จอใหญ่แบรนด์ดังๆก็มีสำหรับเรทราคานี้

ส่วนคนที่ใช้งานสมาร์ทโฟนมากกว่าที่กล่าวมาข้างต้นเช่น มีการทำงานผ่านสมาร์ทโฟน เช่นการอ่านเอกสารอีเมล์ การแก้ไขเอกสารบนสมาร์ทโฟนด้วยแอพต่างๆที่รองรับการใช้งาน หรือบางคนใช้ฟังก์ชั่นต่างๆที่มีมากับสมาร์ทโฟนรุ่นั้นๆหรือติดตั้งApp เสริมเพื่อรองรับการใช้งาน ซึ่งกลุ่มนี้ต้องการใช้สมาร์ทโฟนที่มีหน่วยความจำสูง มีการประมวลผลเร็ว มีการรองรับฟีเจอร์ใหม่ๆตลอดเวลา และมีอุปกรณ์เสริมสำหรับการทำงานเช่น ปากกา หรือ สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นได้สะดวก

ซึ่งระดับราคาของสมาร์ทโฟนที่ตอบสนองคนกลุ่มนี้ก็จะอยู่ที่ 10,000 บาทขึ้นไปซึ่งแล้วแต่ว่าเลือกแบรนด์ไหน รุ่นไหน ออกมาใหม่หรือตกรุ่นแล้ว ซึ่งมีหลายรุ่นที่สามารถรองรับการทำงานแบบที่กล่าวมาได้โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำงานเกี่ยวกับด้านอินเตอร์เน็ตและโซเชี่ยลต่างๆมักเลือกใช้สมาร์ทโฟนในระดับราคานี้เพราะสามารถตอบสนองความต้องการได้มากกว่ารุ่นที่ราคาถูก รวมถึงการซื้ออุปกรณ์อื่นๆเช่น แทปเลต ที่สามารถรองรับการทำงานได้ จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าจริงๆแล้วการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนนั้นไม่จำเป็นต้องเลือกราคาแพงให้เป็นภาระหรือเป็นหนี้ที่ต้องผ่อนกันเกินความจำเป็นเลย หากเลือกจากการใช้งานจริงๆ

คุ้มหรือไม่กับการเล่นเกมบน macbook air

macbook air

หลายคนอาจจะคิดว่าผลิตภัณฑ์จาก Apple จะต้องสามารถทำงานได้อย่างหลากหลายไปเสียหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าตระกูล Mac ไม่ว่าจะเป็น macbook air, macbook pro, mac mini, imac หรือ mac pro เป็นต้น ซึ่งเป็นสินค้าไอทีที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐานในการผลิตสูง อีกทั้งยังมีดีไซน์ที่สวยงามอีกด้วย รวมถึงระบบปฏิบัติการ macOS ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความความสเถียรสูงและเชื่อถือได้ แต่ใช่ว่าจะสามารถนำมาเล่นเกมนานๆ เหมือนกับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คได้นะ ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่า เพราะอะไรถึงไม่ควรซื้อ Mac มาเพื่อเล่นเกม

ไม่มีการ์ดจอแยก

ทุกคนทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าเครื่อง Mac นั้น ล้วนแต่มีราคาที่สูงกว่าโน้ตบุ๊ค หรือคอมพิวเตอร์แบรนด์อื่นๆ ซึ่งการที่จะซื้อเครื่อง Mac อาจจะต้องดูถึงการใช้งาน ว่าส่วนใหญ่แล้วใช้ทำอะไร เพราะถ้าหากเทียบกับโน้ตบุ๊ค หรือคอมพิวเตอร์แบรนด์อื่น ในราคาจ่ายที่เท่ากัน คุณจะได้ชิปประมวลผลและกราฟิกการ์ดที่เป็นแบบแยก หรือแรงกว่านี้เพื่อตอบสนองการเล่นเกมของคุณอย่างแน่นอน

เกมน้อย ไม่เหมือน Windows

จะเห็นได้ว่าผู้ผลิตเกมไม่ค่อยจะออกเกมมารองรับกับระบบปฏิบัติการ macOS ของ Apple เท่าใดนัก เนื่องจากจำนวนผู้ใช้งาน Mac ไม่ได้มีจำนวนผู้ใช้งานมากเท่ากับ Windows นั่นเอง ถ้าจะออกแบบเกมมาให้เล่นบนระบบปฏิบัติการ macOS ได้ ที่ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะมี Steam ที่เป็น Game Store อยู่แล้ว แต่ในส่วนของเกมก็ยังมีอยู่น้อยมากอยู่ดี หรือหากติดตั้ง Windows ผ่านทาง Bootcamp บนเครื่อง Mac ก็สามารถเล่นเกมในระบบปฏิบัติการ Windows ได้เหมือนกัน แต่ต้องบอกเลยว่ากราฟิก ด้านความสวยของภาพไม่เหมือนกับฝั่ง Windows อย่างแน่นอน

กราฟิกไดรเวอร์รองรับไม่เต็มที่

อย่างที่บอกไปกับหัวข้อด้านบน คือเรื่องของกราฟิกไดรเวอร์นั่นเอง ที่ทางระบบปฏิบัติการ macOS ไม่ได้มีการอัพเดทซอฟต์แวร์อยู่อย่างสม่ำเสมอเหมือนกับทางฝั่ง Windows อีกทั้งยังไม่รองรับอุปกรณ์ Gaming Gear เช่น Mouse Gaming และ Keyboard Gaming ซึ่งไม่ว่าจะมีสเปคดีเพียงใด แต่หากไดร์เวอร์ไม่รองรับก็ไม่สามารถใช้งานได้ นั่นเป็นเพราะโดยปกติคนที่ใช้งาน Mac เอง ก็มักจะไม่ค่อยเล่นเกม อีกทั้งคนใช้ Mac น้อยกว่าฝั่ง Windows ผู้ผลิตจึงเห็นว่าไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาซอฟต์แวร์มารองรับอุปกรณ์ Gaming Gear เหล่านี้นั่นเอง

มีตัวเลือกที่ดีกว่า

ข้อนี้เป็นข้อที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด เพราะหากคุณต้องการใช้งานในการเล่นเกมเป็นหลัก มันแน่นอนอยู่แล้วว่าคุณต้องเลือกเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค หรือโน้ตบุ๊คที่มีสเปคที่สามารถเล่นเกมได้อย่างมีประสิทธภาพ ไม่มีสะดุด ภาพสวยงาม อีกทั้งยังมีตัวเลือกอีกมากมายเลยทีเดียว ที่ราคาเทียบเท่ากับเหล่าบรรดา macbook air , macbook pro, mac mini, imac หรือ mac pro แต่เรื่องของสเปค และประสิทธิภาพในการงเล่นเกมนั้นดีกว่าทาง Mac อย่างแน่นอน รวมถึงยคุณสมบัติต่างๆ ที่เหล่าเกมเมอร์ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการ Overclock หรือเชื่อมต่อกับ Gaming Gear ได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมไปถึงมีอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ให้เลือกได้ตามใจ ตามความต้องการของคุณ

และนั่นคือเหตุผลที่ทำไมคุณไม่ควรซื้อ Mac มาไว้เพื่อเล่นเกม ซึ่งบทความนี้ไม่ได้เป็นการส่งเสริมการขายแต่อย่างใด แต่เป็นบทความที่ต้องการให้ผู้บริโภค หรือผู้ใช้งาน ใช้งานสินค้าให้ถูกจุดประสงค์มากกว่า หากคุณเป็นสายเกมมิ่ง เราคงต้องเชียร์ให้ไปทาง Gaming PC, Gaming Notebook น่าจะดีกว่า

จะอยู่หรือจะไป เจ้า iPhone 8

ราคาไอโฟน8 เครื่องเปล่า

ถึงแม้ว่าปัจจุบัน Apple ได้ออกสมาร์ทโฟน iPhone 11 มาได้สักพักแล้ว แต่เชื่อว่ายังคงมีคนที่ยังสนใจเล่นรุ่นก่อนหน้านี้กันอย่างแน่นอน ตั้งแต่ iPhone XS Max, iPhone XS, iPhone XR, iPhone X หรือแม้แต่ iPhone 8 ก็ยังคงมีคนสนใจเล่นกันอยู่ โดย ราคาไอโฟน8 เครื่องเปล่า ในปัจจุบันนี้ก็ยิ่งมีราคาที่ถูกลงมากๆ กว่าตอนเปิดตัว ซึ่งต่างกันเป็นหมื่นกันเลยทีเดียว โดยตอนเปิดตัวครั้งแรกจาก Apple Online Store ราคาจะอยู่ที่ 28,500 บาท สำหรับ iPhone 8 (64 GB) และ 32,500 บาท สำหรับ iPhone 8 Plus (64 GB)

ล่าสุดก็มีข่าวลือแว่วๆ ออกมาว่าจะมี iPhone 9 หรือ iPhone SE 2 ออกมาอีกด้วย ซึ่งราคาก็อาจจะย่อมเยาเท่ากับ iPhone SE รุ่นแรกโดยคาดว่าจะออกมาภายในต้นปี 2020 ซึ่งได้มีการคาดการณ์เอาไว้ว่า iPhone 9 นั้น มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ถือว่ามีขนาดหน้าจอใหญ่กว่า iPhone SE แต่เล็กกว่า iPhone 11 และจะมีหน้าตาละม้ายกับ iPhone 8 คือยังคงมีปุ่ม Home และรองรับ Touch ID แต่ปรับภายในใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชิป A13 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตเดียวกับ iPhone รุ่นปัจจุบันอย่าง iPhone 11 และ iPhone 11 Pro จึงการันตีได้ว่า จะรองรับการอัปเดต iOS เวอร์ชันใหม่ๆ ได้ไปอีกหลายปีเลยทีเดียว และมี RAM 3GB ความจุ 64GB, 128GB และ สี Silver, Space Gray, RED เป็นต้น

และถ้าหาก iPhone 9 มา แล้ว iPhone 8 ละ จะยังมีการวางขายอยู่หรือไม่? เนื่องจากการตั้งราคาของ iPhone 9 นั้น ค่อนข้างจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกันกับ iPhone 8 โดยราคาของ iPhone 9 นั้นจะอยู่ที่ 399 ดอลลาร์ หรือราวๆ 16,000 บาท ในขณะที่ ราคาไอโฟน8 เครื่องเปล่า ที่ขายอยู่ใน Apple Online Store ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 15,900 บาท ในความจุ 64GB ซึ่งต่างกันไม่กี่บาทเท่านั้น อีกทั้งสเปคของ iPhone 9 ก็ดีกว่า iPhone 8 เพราะใช้ ชิป A13 เหมือนกับ iPhone 11 และ iPhone 11 Pro ก็เป็นไปได้ถ้า Apple เปิดขาย iPhone 9 วันหนึ่งก็อาจจะเลิกขาย iPhone 8 ก็เป็นได้

และยังมีข่าวลือกันอีกว่า iPhone 12 ก็จะเปิดตัวในปี 2020 นี้เช่นเดียวกัน โดยเขาว่ากันว่าจุดเด่นของรุ่นนี้ คือจะไม่มีรอยบากที่ด้านหน้าอีกต่อไป และมาพร้อมกับกล้องหลังที่มากถึง 4 เลนส์ด้วยกัน รวมไปถึงตัวขอบเครื่องกลมมนที่ใช้กันอยู่ก็จะถูกปรับเปลี่ยนเป็นขอบเหลี่ยม หน้าจอเต็มสวยงาม แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่คงต้องติดตามกันต่อไปว่า หน้าตาของเจ้า iPhone 12 นั้นจะเป็นอย่างไร ก็ต้องติดตามกันต่อไป

แต่ใช่ว่า iPhone 8 จะไม่น่าใช้อีกต่อไป ซึ่งสเปคเครื่องที่ยังทำได้ดีอยู่ถึงแม้จะเป็นปี 2563 แล้วก็ตาม โดยตัวเครื่องใช้ด้านหลังเป็นวัสดุกระจก รองรับชาร์จไร้สาย ใช้ชิป A11 Bionic ซึ่งเป็นตระกูล Bionic ตัวแรก และถึงแม้ว่าจะเปิดตัวมาเมื่อปี 2561 แต่ก็ยังสามารถอัปเดต iOS ได้อีกหลายปี ซึ่งเป็น iPhone ที่ราคาถูก และคุ้มราคา จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากมี iPhone เครื่องแรกแต่มีงบประมาณจำกัด และอยากได้ iPhone เครื่องไม่ใหญ่มาก iPhone 8 รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีไม่ใช่น้อย แต่ถ้าใครรอไหวอีกสักหน่อย คุณจัด iPhone 9 ไปเลยจ้า

ที่สุดแห่งความคุ้มค่า OPPO ล่าสุด “A9”

oppo ล่าสุด

oppo ล่าสุด A9 2020 เป็นสมาร์ทโฟนสุดคุ้มในราคาเอื้อมถึง ที่มาพร้อมกับฉายา “Super Spec” หรือสเปคแรงสุด ซึ่งแน่นอนว่าสเปคภายในตอบโจทย์รอบด้านให้แบบเน้นๆ ด้วย RAM กับ ROM ระดับ 8GB + 128GB ใช้งานได้ลื่นๆ พร้อมแบตเตอรี่ 5,000mAh ทำให้มั่นใจใช้งานในหนึ่งวันได้หายห่วง ยังไม่พอแค่นั้นเพราะด้านการถ่ายภาพ ก็มาพร้อมกล้องหลัง 4 เลนส์ มีเลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ผสมกับเลนส์ Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และเลนส์ Portrait 2 ล้านพิกเซล + Mono 2 ล้านพิกเซล เรียกว่าพร้อมกดชัตเตอร์ในทุกสถานการณ์

รูปลักษณ์ภายนอก รอบตัวเครื่อง oppo ล่าสุด A9 2020 มีขนาด 163.6 x 75.6 x 9.1 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 195 กรัม ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป ยังจับใช้งานได้ถนัดมือ

หน้าจอแสดงผล IPS-LCD กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 89% มีดีไซน์หน้าจอรอยแหว่งแบบ Water Drop หรือรอยแหว่งทรงหยดน้ำ และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 3+ ส่วนบนหน้าจอแสดงผล ตรงรอยแหว่งมีกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และเหนือกล้องขึ้นไปอีกเป็นลำโพงเสียง ส่วนล่างหน้าจอแสดงผล ไม่มีปุ่มการใช้งานใดๆ โดยปุ่มนำทางจะมาในรูปแบบซอฟแวร์ และความหนาของขอบด้านล่างมีความหนา 6.6 มิลลิเมตร

ข้างซ้ายตัวเครื่อง มีช่องใส่ถาดซิมการ์ดแบบ 3 ช่อง (Triple Slot) รองรับ Nano SIM 2 ช่อง และ MicroSD Card ความจุสูงสุด 256GB ถัดมาข้างล่างเป็นปุ่มเพิ่มเสียง และลดเสียง

ข้างขวาตัวเครื่อง มีปุ่มเพาเวอร์สำหรับเปิดปิดเครื่อง หรือพักหน้าจอ ทั้งนี้ปุ่มยังมีการเล่นลวดลายสีที่ตัดกับตัวเครื่อง และให้ผิวมีความขรุขระ

ด้านบนตัวเครื่องไม่มีปุ่ม หรือพอร์ตการใช้งานใดๆ ด้านใต้ตัวเครื่อง ทางซ้ายสุดเป็นพอร์ต 3.5 มิลลิเมตร ถัดมาทางขวาเป็นไมโครโฟน ตรงกลางเป็นพอร์ต USB Type-C และขวาสุดเป็นลำโพงเสียง

พลิกมาที่ฝาหลัง จะมีกล้องหลังเรียงกันเป็นแนวตั้งอยู่ตรงกลาง ประกอบไปด้วย กล้องเลนส์หลัก ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล, Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนข้างขวาจะเป็นเลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รวมไปถึงไฟแฟลช ถัดลงมาข้างล่างกล้องจะเป็นที่สแกนลายนิ้วมือ

ในส่วนดีไซน์ฝาหลัง จะมีการเล่นลวดลายแบบ 3 มิติ ไล่เฉดสีที่สวยงาม และจะมีให้เลือก 2 สีคือ Marine Green และ Space Purple

ที่สุดของความสนุก เมื่อเล่นเกม

เมื่อขึ้นแท่นเป็น Super Spec เราจึงหยิบจับมาท้าทายด้วยการเล่นเกมสเปคสูงเพื่อทดสอบดูว่า  OPPO A9 2020 จะทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแค่ไหน

หลังจากที่ทดลองเล่น ROV แบบยาวๆ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง พบว่าแบตเตอรี่ลดไม่เยอะ สามารถใช้งานอย่างอื่นต่อได้แบบสบายๆ โดยไม่ต้องหาที่ชาร์จหรือพกพาวเวอร์แบงค์ให้ยุ่งยาก นี่แหละคืออีกอย่างที่ได้ใจ #สายเกม ไปอย่างแท้ทรู ที่สำคัญการที่ OPPO A9 2020 อัดแน่นทั้ง CPU+RAM ROM ทำให้รองรับทุกฟังก์ชั่นในเกมสเปคสูง อย่าง ROV, PUBG หรือ Free Fire  ได้หมดทุกอย่างแบบครอบคลุม ไม่มีสะดุดให้หงุดหงิด

แถมด้วยขนาดหน้าจอที่กว้างถึง 6.5 นิ้วบวกกับดีไซน์หยดน้ำทำให้เล่นเกมได้แบบเต็มตาเต็มจอ ที่สำคัญยังมี Snapdragon มาช่วยทำให้การแสดงผลแบบสามมิติดูคมชัด และสมจริงมากขึ้น ยิ่งเมื่อมาจับคู่กับเทคโนโลยี Game Boost 2.0 ที่มาคู่กับ Frame Boost ทำให้ยิ่งถูกใจสายเกมเมอร์ เพราะช่วยเพิ่ม Response Rate ในเกมที่เน้นกราฟิก ลดปัญหาเฟรมเรทตก ทำให้ยิ่งเล่นเกมได้อย่างสนุก ไหลลื่น ไม่มีสะดุดให้ต้องกังวล

ส่วนของระบบเสียงก็สมจริง เพราะ OPPO A9 2020 เป็นลำโพงสเตอริโอแบบคู่ และมีระบบเสียง Dolby Atmos ที่จะทำให้เล่นเกมได้สนุกขึ้น หรือจะหยิบไปดูหนังฟังเพลงก็ให้ความบันเทิงที่ครบถ้วน