ผ่อนของทั้งที .. ผ่อนกล้อง กันดีกว่า

ผ่อนกล้อง

ในยุคที่การเงินไม่ค่อยสะพัด ถ้าเราเลือกสิ่งของที่จะผ่อนกันทั้งที่ก็ควรจะเลือกและตัดสินใจมาอย่างดีที่สุด ในวันนี้จึงอยากแนะนำสำหรับคนรักการถ่ายภาพ ถ้าอยากจะ ผ่อนกล้อง .. หรือเรียกง่ายว่า ผ่อนของกันทั้งที ผ่อนกล้อง ดีกว่า กล้องเปรียบได้กับอุปกรณ์คู่ใจ สำหรับคนที่ชื่นชอบศิลปะแห่งการถ่ายภาพ กล่าวได้ว่า เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว ไม่ว่าเมื่อเราจะพบเจอเรื่องราวใดๆ เกิดขึ้นเราก็จะถ่ายหรือแชร์ให้กันอย่างรวดเร็วทันที นับว่าพัฒนามาไกลกว่ากล้องดั้งเดิมมาก

จากเพียงแค่แรกเริ่มเกิดจากมีผู้สังเกตุเห็นภาพเหมือนในลักษณะกลับหัวบนผนังภายในห้องที่ทึบและอับแสง ภาพดังกล่าวเกิดจากแสงของภาพวิวภายนอกลอดผ่านรูเล็กๆ ไปก่อให้เกิดภาพเหมือนบนผนังด้านฝั่งตรงข้าม ต่อมาได้มีการนำหลักการดังกล่าวมาประดิษฐ์เป็นกล้องออบสคิวรา

ในปี 1558 (Camera Obscura) คำว่า “camera” มีความหมายว่า “ห้อง” ส่วน “Obscura” มีความหมายว่า “ความมืด” ต่อมาจึงมีการออกแบบกล้องออบสคิวราแบบพกพาไว้หลายแบบ และยังมีการใช้กระจกติดไว้ด้านหลังของกล้องสะท้อนแสงขึ้นไปปรากฏภาพที่ด้านบนของกล้อง ทำให้ภาพที่ได้ไม่กลับหัวอีกต่อไป ทั้งยังมีการนำเลนส์มาใส่ที่ช่องรับแสงแทนรูเข็มทำให้ได้ภาพที่สว่างและคมชัดขึ้น ตรงจุดนี้นี่เองที่ถือเป็นรากฐานของกล้องพกพาต่างๆที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ก่อนจะซื้อกล้องควรนึกถึงการใช้งานและความต้องการรูปภาพในแต่ละสถานการณ์ที่หลากหลายเพราะกล้องถ่ายรูปที่มีอยู่ทุกวันนี้นั้นก็มีมากมายหลายประเภทเสียเหลือเกิน ซึ่งจุดนี้ผู้สนใจควรเรียนรู้และทำความเข้าใจก่อนใช้งานจริงเพื่อให้ตรงกับจุดประสงค์การใช้งานก่อนที่เราจะซื้อกล้อง บทความนี้จะอธิบายความเหมาะสมของการใช้งานกล้องแต่ละประเภทรวมถึงการศึกษาคุณสมบัติต่างๆและการใช้งานของกล้องกัน

กล้อง DSLR หรือเรียกง่ายๆ ว่ากล้องโปรฯ อย่างที่เราเรียกติดปากกัน พัฒนามาจากกล้องฟิล์มดั้งเดิม โดยยังใช้กระจกเพื่อสะท้อนแสงเลนส์ไปยังปริซึมแล้วสะท้อนต่อไปยังช่องมอง ทำให้ผู้ถ่ายเห็นมุมมองได้ผ่านการแนบสายตาตรงช่องมองภาพ และเมื่อกดชัตเตอร์ กระจกสะท้อนภาพจะพับขึ้นไปปิดช่องมองภาพเพื่อเปิดทางให้แสงวิ่งเข้าไปยังเซนเซอร์รับภาพ กลไกนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด ”เสียงชัตเตอร์” ที่จัดเป็นเอกลักษณ์พอๆ กับรูปทรงของกล้องระบบนี้นี่เอง

จุดเด่นของกล้อง DSLR อยู่ที่สามารถขยายศักยภาพได้ให้คุณภาพที่สูงเต็มเปี่ยม และยังขยายขีดจำกัดได้ด้วยความหลากหลายของเลนส์กล้องมิลเลอร์เลส เป็นการพัฒนาขึ้นมาจากกล้อง DSLR ให้ระบบการจัดการดีและชีวิตคุณง่ายขึ้นกว่าเดิม มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดขนาดตัวกล้องให้เล็กลงให้ความสะดวกพกพา จึงมีการตัดชิ้นส่วนที่เป็นกระจกสะท้อนภาพออก ให้แสงที่ผ่านเลนส์เข้ามาตกกระทบบนตัวเซนเซอร์ตลอดเวลาซึ่งผู้ใช้งานจะสามารถมองเห็นภาพผลลัพธ์ได้จากจอ LCD ในบางรุ่นที่มีช่องมองภาพก็จะเป็นช่องเสมือนที่ใช้จอภาพขนาดเล็กติดตั้งลงไปสำหรับคนที่ยังคุ้นชินกับการถ่ายผ่านช่องมองภาพ

นอกจากมุมมองที่จำลองมาแล้ว สภาพแสง อุณหภูมิแสง ก็ได้ถูกนำมาจำลองร่วมกัน ทำให้การถ่ายภาพนั้นง่ายขึ้นกว่าการมองผ่านช่องมองภาพของ DSLR ที่เห็นเพียงแค่มุมมองภาพ ความนิยมของ มิลเลอร์เลส ที่มีมากขึ้นทุกวันนี้ จัดได้ว่านิยมกันอย่างถล่มทลาย จนผู้คนจะขนานนามกันว่า “ผู้ฆ่า DSLR” เหมือนที่ครั้งนึง กล้อง DSLR ได้เคยทำให้กล้อง SLR หมดความนิยมไปฉันใดก็ฉันนั้นเลยทีเดียว

                กล้องคอมแพ็ค เป็นกล้องถ่ายรูปเน้นกะทัดรัด พกพาสะดวกสมชื่อ เป็นจุดเด่นของการ “เล็งแล้วถ่าย” ในอดีตทำขึ้นเพื่อเน้นการพกพาเพียงอย่างเดียว ภาพจึงมีคุณภาพไม่มากนัก แต่ปัจจุบันหลายได้เพิ่มทั้งความละเอียดและความคมชัด รวมทั้งคุณสมบัติเสริมเช่นกันกระแทก กันน้ำ มีไวไฟ หรือแม้กระทั่งมีสัญญาณ gps ติดตามก็ยังมี

                กล้องฟิล์ม จัดเป็นคุณปู่ของกล้องเลยก็ว่าได้ เป็นรูปแบบการถ่ายดั้งเดิม อาศัยการสะท้อนแสงให้ภาพติดลงบนแผ่นฟิล์มที่เคลือบสารไวแสงไว้ แต่กล้องนี้การใช้งานปัจจุบันหลงเหลิอน้อยเต็มทีและมักจะหาฟิล์มและอุปกรณ์เสริมได้ยากอย่างยิ่งยวด จะมีคงเหลือก็แต่กล้องฟิล์มโพลารอยด์ที่เน้นแฟชั่นและรูปแบบย้อนยุคที่ยังคงฮิตขายดิบขายดีนั่นเอง
                กล้องแอคชั่น เป็นกล้องที่นำมาเพิ่มคุณลักษณะทนทาน กันกระแทก กันน้ำ กันฝุ่น กันอากาศร้อน เย็นโดยเฉพาะ เน้นที่ระบบการกันสั่นสะเทือน ตอบโจทย์สำหรับคนที่ซื้อกล้องไปเพื่อการผจญภัย ถ่ายรูปหรือบันทึกวิดีโอขณะที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง ไต่เขา เล่นกีฬา โดยอาจจะไม่เน้นความละเอียมที่สูงมากนัก แต่ให้ภาพที่เห็นชัดเจน ไม่เบลอในขณะบันทึกภาพ ปัจจุบันยังมีรุ่นที่สามารถกันน้ำ และทนต่อสภาวะแวดล้อมที่ทรหดมากๆได้อีกด้วย

                มากไปกว่านั้นแล้ว ยังมีกล้องอื่นๆอีกตามการใช้งานที่ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด เช่น กล้องกันขโมย กล้องติดหน้ารถ โดรน ฯลฯ โดยอาจคำนึงถึงคุณสมบัติที่จำเป็นก่อนจะซื้อกล้อง เช่น กล้องกันขโมย ควรคำนึงถึงความสามารถในการถ่ายในที่มืด กล้องติดหน้ารถควรดูระยะเวลาในการบันทึกและความละเอียดเพื่อบันทึกภาพได้อย่างคมชัดในขณะที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น หรืออย่างโดรนก็ควรคำนึงถึงขีดจำกัดในการควบคุมสัญญาณ การถ่ายที่คมชัด และการรับน้ำหนักในขณะบิน เป็นต้น หากเรานำกล้องมาใช้งานได้ตรงความต้องการ ก็จะทำให้การซื้อกล้องของเรานั้นคุ้มค่าและไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน

เซลฟี่กับกล้องคู่หน้าไปกับ huawei nova 3i

huawei nova 3i

               หัวเว่ยได้ผลิต Smartphone เอาใจคนที่มีความสนใจในเรื่องของถ่ายรูปเป็นพิเศษ ยิ่งใครชอบถ่ายเซลฟี่เป็นชีวิตจริงจิตใจก็คงต้องถูกใจโทรศัพท์มือถือ Smartphone ของหัวเว่ยแน่นอนค่ะ และโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดของของหัวเว่ยที่พึ่งเปิดตัวไปนั้นคือรุ่น huawei nova 3i นั่นเองค่ะ ต้องบอกเลยว่าหัวเว่ยได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการโทรศัพท์มือถืออีกแล้วล่ะค่ะ เพราะ huawei nova 3i เปิดตัวมาพร้อม 4 กล้องในเครื่องเดียว

               เรียกได้ว่าหัวเว่ยโนวา 3i นั้นเป็น Smartphone ที่มีกล้อง AI ที่มีสี่เลนส์ตัวแรกของโลกที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนค่ะ เพราะหัวเว่ยโนวา 3i ที่มีกล้องคู่ AI ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งบอกตรงๆว่าโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้นั้นน่าสนใจมากจริงๆค่ะ วันนี้เราจึงจะมาบอกถึงคุณสมบัติของหัวเว่ยโนวา 3iให้ทุกคนรู้ความเจ๋งไปพร้อมๆกัน

               คุณสมบัติของหัวเว่ยโนวา 3iที่คุณห้ามพลาด

• เต็มไปด้วยสัมผัสของจินตนาการ

   โทรศัพท์มือถือหัวเว่ยโนวา 3i มาพร้อมกับสีสันที่มีให้เลือกถึงสามสีสามสไตล์ไม่ว่าจะเป็นสีเพิร์ลไวท์ สีดำและม่วงไอริส ซึ่งโทรศัพท์มือถือหัวเว่ยโนวา 3i ผลิตมาจากแก้ว ซึ่งแก้วนั้นผสมโลหะที่มาจากคุณภาพดีนั่นเอง ส่วนตัวเครื่องนั้นมีความสะท้อนแสงเพื่อให้เครื่องนั้นเกิดความเงางามขึ้น เมื่อมือเราได้สัมผัสกับโทรศัพท์มือถือหัวเว่ยโนวา 3i นั้นจะรู้สึกถึงความถนัดมือ และสัมผัสได้เลยว่าเครื่องมีความแข็งแรง ถือแล้วจะทำให้เรารู้สึกดูดีและมีความมั่นใจ โทรศัพท์มือถือหัวเว่ยโนวา 3iมาพร้อมหน้าจอ 6.3 นิ้วเลยนะคะ ซึ่งชนิดของจอนั้นเป็นจอที่คมชัด Full HD+ บอกได้เลยว่าไม่มีใครไม่อยากได้หัวเว่ยโนวาอย่างแน่นอน

• ตื่นเต้นไปกับสี่กล้องในตัวเครื่องเดียว

   หัวเว่ยนั้นมีความใส่ใจในเรื่องของรายละเอียดรวมถึงมีความพิถีพิถันสำหรับการคิดค้นกล้องที่มีจำนวนถึงสี่กล้องภายในตัวเครื่องเดียว ไว้ใจหัวเว่ยได้เลยว่าคุณจะได้กล้องที่มีคุณภาพที่ดีเยี่ยม ซึ่งความหรูหราพรีเมียมของกล้องคู่หน้าที่มีสองเลนส์นั้น 24 + 2 MP และในส่วนของกล้องคู่หลัง 16 + 2MP การันตีได้ถึงความมั่นใจว่าโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้จะให้ความคมชัดของกล้องในแบบที่คุณคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว และฟีเจอร์ที่โดดเด่นก็คือสามารถถ่ายรูปแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ทั้งกล้องคู่หน้าและกล้องคู่หลัง

   • เต็มที่กับความสวยงามของกล้อง AI

   ต้องบอกเลยว่าโทรศัพท์มือถือหัวเว่ยโนวา 3i นั้นมีความละเอียดที่แม่นยำมากในเรื่องของกล้องหน้าที่เป็นกล้องคู่สองเลนส์นั่นเอง สาวๆคนไหนที่ชื่นชอบการถ่ายรูปแบบเซลฟี่นั้นจะต้องถูกใจเพราะโทรศัพท์มือถือหัวเว่ยโนวา 3i จะทำให้คุณถ่ายรูปออกมาได้อย่างสวยเด่นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งโทรศัพท์มือถือหัวเว่ยโนวา 3iใช้อัลลกอริธึมขั้นสูง ซึ่งมีการปรับภาพที่โดดเด่นและมีความน่าสนใจและมีความเป็นธรรมชาติสูง และอีกหนึ่งที่สำคัญนั้นก็คือมีกลไกชิปเซ็ตสมองกล AI ที่จะมีความสามารถในการช่วยจดจำสภาพแวดล้อมที่แตกต่างและอีกทั้งยังสามารถปรับภาพถ่ายให้เหมาะกับ ณ เวลานั้นๆได้อีกด้วย

   • ฟีเจอร์ HDR Pro

   โทรศัพท์มือถือหัวเว่ยโนวา 3i มีฟีเจอร์ที่เรียกได้ว่าเป็นฟีเจอร์ที่มีความสามารถขั้นสูงระดับ HDR Pro ที่สามารถช่วยให้เรานั้นได้เก็บรายละเอียดได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าตอนที่คุณจะใช้ถ่ายรูปหรือว่าจะถ่ายบันทึกภาพที่เป็นวีดีโอและแสงแดดจัดๆก็ตาม แต่ฟีเจอร์ HDR Pro นั้นใช้ได้เฉพาะกล้องคู่หน้าเท่านั้นนะคะ

   • สวยงามไปกับกล้องหลังที่เป็นเลนส์คู่

   สำหรับกล้องหลังที่มาพร้อมเลนส์คู่นั้นที่จะทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือหัวเว่ยโนวา 3iได้สัมผัส 16 MP + 2MP ซึ่งกล้องเลนส์คู่หลังมาพร้อมรูรับแสง f/2.2 ที่ทำให้คุณสัมผัสภาพที่มีความหน้าชัดหลังเบลออย่างมหัศจรรย์ ซึ่งเราสามารถถ่ายรูปออกมาได้อย่างมืออาชีพและมีความเป็นธรรมชาติสูง โทรศัพท์มือถือหัวเว่ยโนวา 3iมีการเสริมด้วยอัลกอริทึม AI ที่มีการขับเคลื่อนด้วยการเรียนรู้ภาพกว่าหนึ่งร้อยล้านภาพกันเลยทีเดียวนะคะ และความสามารถของโทรศัพท์มือถือหัวเว่ยโนวา 3i ที่สามารถจำแนกได้ถึงยี่สิบสองประเภทจากห้าร้อยกว่าฉาก บอกเลยว่าถ้าใครได้โทรศัพท์มือถือหัวเว่ยโนวา 3iนั้นไปครอบครอง การถ่ายรูปของคุณจะมีความสนุกสนานมากขึ้น แถมภาพที่ถ่ายออกมาก็ไม่ทำให้ใครต้องผิดหวังอย่างแน่นอน

ดีไซน์สวยและเรียบง่ายไปกับ galaxy watch active

galaxy watch active

               ในปี 2019 นี้ถ้านึกถึงนาฬิกาที่มีความชาญฉลาดที่เต็มไปด้วยความอัจฉริยะนั้น แบรนด์แรกๆที่เรานึกถึงและเป็นแบรนด์ที่ครองใจคนทั้งโลกอย่างในยุคปัจจุบันนี้คงจะหนีไม่พ้นแบรนด์ Samsung นั่นเองค่ะ และเมื่อไม่นานมานี้ทางบริษัท Samsung ได้เอาใจคนรักการออกกำลังกายแบบโดยเฉพาะด้วยการเปิดตัวนาฬิกาสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่อย่าง galaxy watch active นั่นเองค่ะทุกคน ซึ่งฟีเจอร์ใหม่ๆที่ออกมานั้นจะต้องถูกใจคนที่รักสุขภาพอย่างแน่นอน

               ความโดดเด่นของนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ galaxy watch active ที่มีออร่าอย่างชัดเจนนั่นก็คืออย่างแรกที่เราเห็นคือกาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟที่มาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่ๆที่ไม่ทำให้แฟนๆของ Samsung ต้องผิดหวังเลยจริงๆ นั่นก็คือความสามารถของกาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟที่มีความฉลาดในเรื่องของการบันทึกข้อมูลในส่วนของการออกกำลังกายในหลากหลายรูปแบบนั่นเองค่ะ และอีกทั้งยังสามารถใช้ข้อมูลการออกกำลังกายที่นาฬิกาสมาร์ทวอทช์รุ่นกาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟนั้นได้บันทึกไว้ได้อีกด้วย และเรายังสามารถดูข้อมูลได้ตลอดและคอยเช็คในเรื่องของสุขภาพของตัวเราเองว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง

               โดยปกติรูปลักษณ์ของนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ที่เราเห็นกันทั่วๆไปนั้นจะเป็นรูปแบบธรรมดาๆ ไม่ได้มีความพิเศษอะไรมาก แต่นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของ Samsung รุ่น กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟ นั้นมีการออกแบบและดีไซน์ที่สวยงามแบบที่ไม่เคยมีแบรนด์ไหนได้ทำมาก่อน คุณสามารถสวมนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของ Samsung รุ่น กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟได้อย่างมั่นใจ ด้วยทรงนาฬิกานาฬิกาสมาร์ทวอทช์ที่ออกแบบมาด้วยความพิธีพิถันอย่างสุดๆ และถ้าใครกังวลว่าเจ้านาฬิกาอัจฉริยะนั้นจะมีน้ำหนักเยอะรึเปล่า เพราะเวลาออกกำลังกายต้องใช้แรงอยู่แล้ว และถ้านาฬิกาสมาร์ทวอทช์ยังมีน้ำหนักที่มากอีกก็คงจะหนักข้อมือน่าดูใช่ไหมล่ะคะ เราเลยอยากจะบอกว่าน้ำหนักของนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของ Samsung รุ่น กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟสวมใส่สบายอย่างแน่นอนเพราะมีน้ำหนักเบา

               นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของ Samsung รุ่น กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟยังออกมาพร้อมสายนาฬิกาที่มีรูปแบบหลากหลายดีไซน์ ไม่ว่าคุณจะใส่ชุดทำงาน ชุดไปเที่ยว ชุดอยู่บ้าน ชุดออกงาน ขอให้มั่นใจกับนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของ Samsung รุ่น กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟได้เลยว่าสามารถให้คุณเลือกใส่ได้ในทุกโอกาสจริงๆค่ะ เนื่องจากการดีไซน์ของนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของ Samsung รุ่น กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟมีความเรียบง่ายและคล่องตัวทุกๆกิจกรรมนั่นเอง

               รู้ไหมคะว่าเจ้านาฬิกาอันชาญฉลาดอย่างนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของ Samsung รุ่น กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟนั้นสามารถตรวจสุขภาพของผู้สวมใส่ได้อยู่เสมอเมื่อใช้งานร่วมกับ Applications ที่ชื่อว่า Samsung Health ค่ะ เมื่อ นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟนั้นมาใช้งานร่วมกับแอปนี้ก็จะกลายเป็นกูรูในเรื่องของด้านสุขภาพขึ้นมาทันที ซึ่งความสามารถที่นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟนั้นคือสามารถสรุปข้อมูลสุขภาพได้ทันทีในหน้าจอแบบทีเดียว 

นอกจากจะช่วยในเรื่องการจัดการออกกำลังกายของเราได้แล้ว นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟยังสามารถเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะสามารถตอบข้อความได้อย่างว่องไวด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนจากเสียงพูดเป็นเสียงข้อความแบบ Speech to tex , อีโมติคอน Emoticon รวมไปถึงคีย์บอร์ดอัจฉริยะอีกด้วย และแม้ว่าคุณจะนอนหลับในตอนกลางคืนแล้วแต่การทำงานของนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟก็ยังดำเนินต่อไป เพราะนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟจะตามติดคุณแม้กระทั่งคุณพักผ่อนอยู่บนเตียงตลอดทั้งวันทั้งคืน และยังจะบันทึกทั้งสี่ช่วงของการนอนหลับ โดยนาฬิกาสมาร์ทจะช่วยให้เรานั้นมีการปรับเปลี่ยนการนอนของตัวเราให้มีประสิทธิภาพได้อย่างมากขึ้นเพื่อที่เราจะได้นอนพักผ่อนได้อย่างเพียงพอ และทันทีที่เราตื่นมานั้นจะได้มียามเช้าที่สดใสนั่นเองค่ะ

ใครที่ชื่นชอบและรักการออกกำลังกายนั้นคงไม่พลาดที่จะต้องมีนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟไว้ใส่ตรงข้อมือนะคะ ต้องบอกเลยว่านาฬิกาสมาร์ทวอทช์ กาแล็คซี่ วอทช์ แอคทีฟนั้นครบครันและตอบสนองครบทุกความต้องการอย่างแน่นอน

พลังแห่งระบบไร้สายของ acer aspire 3

acer aspire 3

Acer ได้เปิดตัวโน๊ตบุ๊คราคาเบาๆแต่คุณสมบัติที่ออกมานั้นไม่เบาเหมือนราคาเลยล่ะคะ ต้องบอกเลยว่าราคาโน้ตบุ๊กที่ออกมาใหม่นี้ต้องถูกใจวัยรุ่นอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าฟีเจอร์ที่ออกมาใหม่นั้นช่างเหมาะกับนักเรียนหรือนิสิตนักศึกษามากๆเลยค่ะ และโน๊ตบุ๊คที่ทางเอเซอร์ที่พึ่งออกมาล่าสุดนั้นก็คือโน๊ตบุ๊ครุ่น acer aspire 3 ที่ถูกผลิตออกมาได้อย่างสมบูรณ์และตอบสนองผู้ใช้งานไม่ว่าจะรุ่นไหนก็ตาม ส่วนสเปคโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้มีค่อนข้างสูงแถมราคานั้นไม่แพงอย่างที่ใครคิดเลยล่ะ

               หลายคนคงอยากจะรู้จัก โน๊ตบุ๊ค aspire 3 แบบจริงๆจังๆกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ ต้องขอแนะนำก่อนเลยว่าจุดเด่นที่ทางเอเซอร์ได้พัฒนาอย่างเห็นได้ชัดคงเป็นเรื่องของการประมวลผล เพราะโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นมีการประมวลผลอันทรงพลังมาก ไม่ว่าจะเป็นการรับชมภาพยนตร์, เปิดคลิปวีดีโอ ในเว็บไซต์ YouTube, หรือจะไปนั่งท่องเว็บไซต์ต่างๆตามเว็บชื่อดังอย่าง Pantip นั้นก็สามารถทำได้อย่างง่ายๆแบบสบายๆเลยล่ะค่ะ เพราะว่าโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3นั้นสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วเพราะว่ามีระบบประมวลผล 8th Gen Intel® Core™ i71 และกราฟิก NVIDIA® GeForce® MX2301 ที่ทำให้ความสามารถของแอปนั้นโหลดไวขึ้นนั่นเอง และในส่วนของกราฟิกนั้นก็สามารถประมวลผลได้ไวเช่นกันแถมมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะค่ะ บอกเลยว่าใครที่เป็นคนชอบทำอะไรหลายๆอย่างบนโน๊ตบุ๊คจะต้องถูกใจกันอย่างแน่นอนหรือเรียกง่ายๆว่ามัลติทาสก์นั่นเอง

               โน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นมาพร้อมกับความประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม และหน่วยความจำของโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นมีขนาดสูงสุดถึง 16 GB กันเลยทีเดียว และถ้าจะให้พูดถึงความอลังการของสีสันบนโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นก็ต้องบอกเลยว่าเอเซอร์นั้นได้มีการพัฒนาในเรื่องของเม็ดสีบนหน้าจอที่มีสีที่คมชัดและมีความสมจริงแค่เพียงแรกเห็น ที่มีความละเอียดแบบที่เห็นได้ขัดขนาดนี้เป็นเพราะหน้าจอของโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นเป็น FHD นั่นเองค่ะ บอกเลยว่าเราจะได้สัมผัสกับพื้นที่บนหน้าจอภาพที่มีมากกว่าเพื่อภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจ เพราะจอภาพมีขนาด 17.3 นิ้ว, 15.6 นิ้ว หรือ 14  นิ้วนั่นเอง

               เอเซอร์ให้ความสำคัญในเรื่องของการออกแบบและดีไซน์โน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 เป็นอย่างมาก อย่างแรกที่สังเกตได้อย่างชัดเจนคงเป็นความบางที่โน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นถูกดีไซน์ขอบจอได้อย่างบางเฉียบ และสิ่งที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือแสงของหน้าจอโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 ที่ถูกออกแบบและดีไซน์ให้มีการถนอมสายตาด้วยการถนอมสายตาด้วยการกรองแสงสีฟ้า นั่นหมายความว่าต่อให้เราใช้สายตาในงานทำบนหน้าจอของโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 ขนาดไหนก็ไม่ต้องกังวลเพราะเราสามารถที่จะทำงานได้อย่างสะดวกสบายและทำงานได้นานขึ้นเพราะเทคโนโลยี  Acer BlueLightShield นั่นเองค่ะ

               สำหรับในเรื่องสีสันของโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 ที่ออกมานั้นจะต้องถูกใจเหล่านักเรียน นิสิตหรือนักศึกษาอย่างแน่นอนเพราะการออกแบบในเรื่องของสีบนโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นมีความสะดุดตาอย่างเห็นได้ชัด สังเกตสีที่ออกมาจากตัวเครื่องนั้นมีสไตล์ที่มีสีสันสดใสและให้รูปลักษณ์ที่สวยงาม ไม่ว่าใครเห็นก็อยากที่จะสัมผัสโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 กันทั้งนั้น โน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นมาพร้อมกับน้ำหนักที่เริ่มต้นที่มีความเบากว่าสองกิโลกรัมนั่นเอง ด้วยเครื่องที่เบาขนาดนี้นั้นทำให้เราสามารถพกพาโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 ติดตัวไปได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเอาเข้าไปเรียน เอาไปทำรายงานที่ห้องสมุด หรือเอาไปประชุมงานกับเพื่อนๆรวมถึงเอาไป Present งานตามสถานที่ต่างๆกันอย่างสบายๆเลยล่ะค่ะ

               ใครอยากได้โน๊ตบุ๊คที่มีแบตเตอรี่อึดและทนทานนั้นต้องยกให้โน๊ตบุ๊ค acer aspire 3 ไปเลย เพราะโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้นานสูงสุดถึงเก้าชั่วโมงด้วยกัน ใครที่ชอบนั่งทำงานผ่านโน๊ตบุ๊คเป็นเวลาๆนานคงจะถูกใจโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นอย่างแน่นอนเพราะโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้มีพลังงานมากพอที่จะทำงานได้ทั้งวันจริงๆค่ะ ควรแก่การเป็นเจ้าของอย่างมาก ถ้าใครยังไม่มีโน๊ตบุ๊คราคาดีๆราคาไม่แรงนั้นต้องยอมรับเลยว่าโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ รุ่นแอสไพร์ 3 นั้นตอบโจทย์จริงๆ

งานจะเดินเมื่อเครื่องใช้ในออฟฟิศดี

Epson

               มนุษย์ออฟฟิศทั้งหลายคงรู้กันดีว่าการทำงานที่ราบลื่นนั้นต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศในการทำงานที่ดี เพื่อนร่วมงานที่คอยซัพพอร์ตแต่อย่างหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ก็คืออุปกรณ์ในการทำงานนั่นเอง เพราะว่าถ้าอุปกรณ์ไม่มีประสิทธิภาพการทำงานก็จะไม่ได้อย่างที่ต้องการหรือมาตรฐานไม่ได้อย่างที่หวัง ซึ่งอุปกรณ์เครื่องใช้ในออฟฟิศอย่างเช่น Epson จึงต้องพัฒนาในด้านต่าง ๆ เพื่อการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ

          เรามาดูกันดีกว่าว่าเครื่องใช้หรืออุปกรณ์ในออฟฟิศต่าง ๆ นั้น มีอะไรบ้างและควรต้องเลือกดูอย่างไรเพื่อให้การทำงานได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

               1. โต๊ะและเก้าอี้ทำงาน

          ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ในการทำงานในออฟฟิศเลยทีเดียว เพราะว่าเกือบทั้งวันที่เราทำงานก็ต้องนั่งอยู่บนโต๊ะแบบนั้น ซึ่งโต๊ะและเก้าอี้ที่ผิดสรีระศาสตร์จะทำให้ร่างกายผู้ใช้ปวดเมื่อยได้ ดังนั้นควรเลือกเก้าอี้ที่สามารถปรับระดับและอิริยาบทได้เพื่อจะได้ผ่อนคลายและเปลี่ยนท่านั่งเมื่อนั่งนานเกินไป โต๊ะก็ไม่ควรที่จะสูงเกินไปเพราะไม่อย่างนั้นก็ต้องยกแขนขึ้นไปสูงขึ้นทำให้ปวดเมื่อยได้ง่าย

          ในส่วนของเบาะเอนหลังของเก้าอี้ก็ควรจะเป็นวัสดุที่นุ่มสบายไม่แข็งแต่ก็ไม่สมควรนุ่มจนเกินไปเพราะจะทำให้หลังได้รับบาดเจ็บได้

          2. คอมพิวเตอร์

          เป็นอุปกรณ์หลักที่ทุกออฟฟิศต้องมี เพราะว่าเป็นเครื่องทุ่นแรงและเป็นแหล่งเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ โดยมีทั้งแบบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือ Desktop  และแบบโน๊ตบุ้ก โดยคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานที่ออฟฟิศนั้นต้องทำงานได้อย่างค่อนข้างรวดเร็วตามตำแหน่งและหน้าที่ของเจ้าของเครื่อง และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ควรทำได้อย่างไม่มีปัญหา อย่างเช่นการต่อเข้ากับเครื่องปริ้นทุกแบรนด์อย่างเช่น Canon หรือ Epson เป็นต้น

          โดยคอมพิวเตอร์ที่ดีนั้นไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป แต่ควรมีฝ่ายที่ดูแลเกี่ยวกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่คอยจัดหาเครื่องให้เหมาะกับตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ฝ่ายบัญชีควรได้รับคอมพิวเตอร์ที่มีคีย์บอร์ดที่ตัวเลขครบถ้วนกดง่าย หรือฝ่ายกราฟิกที่ต้องมีสเปคในการแรนเดอร์ที่รวดเร็ว

          นอกจากนั้นการจ้องจอมากเกินไปจะทำให้สายตาเกิดปัญหาความเมื่อยล้าได้ คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานในออฟฟิศได้เป็นอย่างดีควรสามารถปรับแสงเพื่อถนอมสายตาได้นั่นเอง

          3. เครื่องปริ้น

          แน่นอนว่าเรื่องของเอกสารนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานทุกที่ และเครื่องปริ้นนั้นก็เป็นอุปกรณ์ที่จะผลิตเอกสารออกมาเพื่อใช้งานในเรื่องต่าง ๆ ได้ง่ายที่สุด โดยประเภทของเครื่องปริ้นนั้นมี 2 ชนิดใหญ่ ๆ ด้วยกัน นั่นก็คือเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทที่มีลักษณะเล็กใช้งานทั่ว ๆ ไปได้อย่างหลากหลายทั้งปริ้นเอกสารหรือปริ้นรูปภาพต่าง ๆ โดยวัตถุดิบที่ให้สีนั้นจะเป็นน้ำหมึก โดยเครื่องปริ้นแบบนี้นั้นมีหลายแบรนด์หลายยี่ห้อทำกันออกมา โดยมีราคาไม่สูงมากและมีให้เลือกหลากหลายรุ่น

          อีกประเภทก็คือเครื่องพิมพ์แบบปริ้นเลเซอร์ ซึ่งเหมาะกับการปริ้นในปริมาณมาก ๆ เหมาะสำหรับออฟฟิศที่มีขนาดใหญ่แต่ว่าในปัจจุบันตามบ้านหรือออฟฟิศเล็ก ๆ ก็นิยมใช้เหมือนกัน ซึ่งถือว่าคุ้มค่าถ้าหากจะใช้ในระยะยาว ด้วยความรวดเร็วในการปริ้นงาน โดยตลับหมึกของเครื่องปริ้นเลเซอร์นั้นจะแพงกว่าแบบอิงค์เจ็ท

          4. เครื่องปรับอากาศ

          ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับออฟฟิศเพราะด้วยการอยู่รวมกันมาก ๆ ของพนักงานจำเป็นจะต้องได้รับอากาศที่สดชื่นคลายร้อน โดยเครื่องปรับอากาศที่ดีสำหรับออฟฟิศนั้นใช้ได้ทั้งปรับอากาศแบบผนังที่เป็นที่นิยมและหาได้ง่าย มีราคาถูกและดูแลรักษาง่าย โดยมี BTU สูงสุดที่ 24000 BTU หรือถ้าเป็นออฟฟิศที่ใหญ่ขึ้นมาก็สามารถติดปรับอากาศแบบแขวนได้ เพราะว่าสามารถส่งลมออกไปได้ยาวและไกล ซึ่งขั้นต่ำนั้นต้องมีขนาด 24,000 BTU

               หรือว่าออฟฟิศไหนต้องการจะซ่อนปรับอากาศแบบเนียน ๆ ก็ใช้เป็นแบบแอร์ 4 ทิศทาง ซึ่งจะทำให้ได้รับอากาศเย็นแบบ 360 องศาเลยทีเดียว แต่ว่าต้องอาศัยช่างผู้ชำนาญมาติดตั้ง โดยแอร์ทั้งหมดที่แจกแจงมานั้นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างดี เพื่อไม่ให้เกิดอาการอุดตันของฝุ่นจนเกิดปัญหาสุขภาพของคนนออฟฟิศ ทางที่ดีควรเลือกรุ่นที่สามารถฝอกอากาศได้ยิ่งดี

          ชีวิตในออฟฟิศนั้นต้องควบคู่ไปกับอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ รอบตัวที่มีคุณภาพ เพื่อารทำงานที่ลุล่วงเป็นอย่างดีนะครับ ทางที่ดีก็เลือกเครื่องใช้แบรนดืที่ไว้ใจได้

แบตเตอรี่สุดอึดต้องยกให้ zenfone 3 max

zenfone 3 max

               ใครที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถือ Smartphone ที่มีพละกำลังในเรื่องของความอึดและบึกบึนกับในเรื่องแบตเตอรี่นั้นก็คงต้องยกให้กับมือถือของแบรนด์ ASUS อย่างรุ่น zenfone 3 max นั่นเองค่ะ เพราะแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือ zenfone 3 max นั้นจะตอบโจทย์สำหรับคนที่มี Lifestyle ที่มีการใช้โทรศัพท์มือถือทำงานทั้งวัน หรือเป็นคนใช้โทรศัพท์แทบจะตลอดเวลานั่นเองค่ะ

               หลายๆคนคงอยากจะรู้ในเรื่องของคุณสมบัติของโทรศัพท์มือถือ Smartphone แบรนด์ Asus รุ่น เซนโฟน 3 max กันแล้วใช่มั้ยล่ะคะว่านอกจากความโดดเด่นในเรื่องของแบตเตอรี่แล้วนั้น Asus รุ่น เซนโฟน 3 max มีคุณสมบัติอะไรที่เจาะลึกเกี่ยวกับแบตเตอรี่ที่มีความน่าสนใจอีกบ้าง ไปดูพร้อมๆกันดีกว่าค่ะ

    จุดเด่นของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 max ที่คุณจะต้องรู้

• ความอึดของแบตเตอรี่ที่มีความเหนือชั้น

   ปกติแล้วโทรศัพท์มือถือ Smartphone รุ่นทั่วๆไปนั้นก็จะมีแบตเตอรี่ที่ความจุไม่จุใจ เวลาเล่น Internet หรือเล่นเกมอะไรไปนิดหน่อยก็ต้องหาที่ชาร์จแบตเตอรี่กันแล้ว เพราะแบตเตอรี่หมดไวเกินไปจริงๆ แต่สำหรับ Asus รุ่น เซนโฟน 3 max นั้นวางใจได้เลยค่ะ เพราะ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีขนาดตื่นตาตื่นใจถึง 4100mAh กันเลยทีเดียว ไม่ว่าคุณจะเล่น Facebook เล่นเกม ท่องโลก Social กันทั้งวันทั้งคืนแค่ไหนก็ต้องบอกเลยว่าแบตเตอรี่ของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxนั้นก็จะอยู่เป็นเพื่อนคุณทั้งวันได้แบบสบายๆเลยล่ะค่ะ

• มีความสามารถในการทำงานได้ทั้งวัน

   Asus รุ่น เซนโฟน 3 max นั้นเป็นโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนขนาด 5.2 นิ้วที่ทำให้เราไม่มีความกังวลในเรื่องของแบตเตอรี่เลยสักนิดเดียวนะคะ เพราะพลังงานที่ล้นหลามของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxมีพร้อมสแตนบายตลอดทั้งวัน และสิ่งที่พิเศษที่คุณจะต้องร้องว้าวแน่นอน เพราะว่า Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxสามารถอยู่ได้นานถึงสามสิบวันในโหมดสแตนด์บายนั่นเองค่ะ ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่า Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxสามารถอยู่ได้เป็นเดือนๆโดยไม่ต้องง้อสายชาร์จแบตเตอรี่เลย และใครที่ชอบคุยชอบติดต่อโดยไม่ต้องการให้แบตเตอรี่หมดกลางทาง การันตีเลยว่า Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxนั่นคือคำตอบของคุณ

• สามารถทำหน้าที่เป็นแบตเตอรี่สำรองได้

   ด้วยขนาดแบตเตอรี่ของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxที่มีขนาด 4100 mAh นั้นเรียกได้ว่ามีขนาดใหญ่และมีพลังมากพอที่จะสามารถเนรมิตให้ Smartphone รุ่นนี้สามารถประยุกต์เป็นแบตเตอรี่สำรองได้นั่นเองค่ะ ซึ่งการเป็นแบตเตอรี่สำรองของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxนั้นสามารถเป็นแบตเตอรี่สำรองของอุปกรณ์อื่นได้อีกด้วยนะคะ ดังนั้นบอกเลยว่าไม่ต้องกังวลว่าอุปกรณ์เทคโนโลยีอื่นๆนั้นจะเกิดแบตเตอรี่หมดหรือดับไปเพราะเรามี Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxและสามารถเชื่อมต่อชาร์จได้โดยตรงเลยค่ะ

• มีความสามารถในการจัดการพลังงานที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

   คงเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ทุกคนจะประสบปัญหาในการที่วันๆนึงจะต้องหาที่ชาร์จแบตเตอรี่เพื่อเติมแบตระหว่างวันกันเพราะโดยปกติแล้วแบตเตอรี่ของ Smartphone นั้นไม่ได้เพียงพอต่อการเล่นของคนเราเลยค่ะ ถ้าจะเล่นโทรศัพท์มือถือทั้งวัน ยังไงก็ต้องชาร์จแบตเตอรี่อย่างแน่นอน และนี่คือนวัตกรรมในเรื่องของเทคโนโลยีที่ Asus รุ่น เซนโฟน 3 max ที่มีความสามารถที่จะขยายอายุของแบตเตอรี่ให้มีพลังงานที่ยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าพลังงานทุกหยดของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 max ที่มีขนาด 4100 mAh นั้นได้ถูกออกมาใช้อย่างหมดจดและคุ้มค่า ยิ่งโหมด Super Saving ใน Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxนั้นได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ประโยชน์ทุกๆมิลลิแอมป์กันเลยทีเดียวค่ะ และเมื่อไหร่ที่แบตเตอรี่ของคุณนั้นเหลือประมาณแค่สิบเปอร์เซ็นต์ก็ตาม เพราะแค่สิบเปอร์เซ็นต์นี้ก็สามารถอยู่ได้ถึงสามสิบชั่วโมงแล้วล่ะค่ะ ไม่คิดว่าจะมีแบตเตอรี่ที่ทรงพลังงานขนาดนี้

• มีความสวยงามระดับพรีเมี่ยม

   ด้วยความใส่ใจในเรื่องของการลงรายละเอียดในการดีไซน์Asus รุ่น เซนโฟน 3 max นั้นมีการผสมผสานศิลปะแห่งการออกแบบให้เข้ากับความสวยงามแห่งวิศวกรรมชั้นยอดนั่นเอง Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxมาพร้อมหน้าจอแบบ 2.5D ที่เมื่อคุณเอานิ้วสัมผัสนั้นจะรู้สึกถึงความลื่นไหลแล้วความเนียนนุ่มของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxอย่างเห็นได้ชัด รูปทรงมีมีความพอดีถือถนัดมืออย่างมั่นใจ

ความสามารถรอบด้านที่มีอยู่ใน surface pro

surface pro

            เมื่อไม่นานมานี้ทาง Microsoft ได้เปิดตัว“surface pro” รุ่นใหม่ล่าสุดที่พร้อมให้เหล่าสาวก Microsoft ได้ชมกัน ซึ่งเซอร์เฟสโปรรุ่นนี้มีความโดดเด่นโดยเฉพาะในเรื่องของการออกฟีเจอร์ใหม่ๆมาให้คุณได้สัมผัสอย่างแน่นอน จุดเด่นที่เห็นได้ชัดจากเซอร์เฟสโปรรุ่นนี้ที่มีขนาดน้ำหนักเบาหวิวเป็นพิเศษนั่นเอง ถึงขนาดน้ำหนักจะเบา แต่ความสามารถของเซอร์เฟสโปรนั้นมีไม่เบาเลยนะคะ

            Surface Pro นั้นมีลูกเล่นที่เราสามารถเปลี่ยนสลับโหมดได้ถึงสามโหมดด้วยกัน ซึ่งโหมดแรกนั้นก็คือโหมดแล็ปท็อปนั่นเองค่ะ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนเซอร์เฟสโปรเป็นโหมดแล็ปท็อปได้โดยกางขาตั้งเซอร์เฟสโปรในตัว และถ้าเราจะเปลี่ยนโหมดจากแล็ปท็อปให้เป็นโหมด Studio นั้นก็ต้องลดระดับขาตั้งค่ะ ซึ่งเซอร์เฟสโปรบางรุ่นที่เป็นรุ่นใหม่นั้นจะมีบานพับที่ลึกยิ่งขึ้นเพื่อที่จะสามารถอำนวยความสะดวกในเรื่องของการวาดเขียนให้มีความถนัดขึ้น และโหมดที่สุดท้ายที่สามารถเปลี่ยนได้ก็คือโหมดแท็บเล็ตนั่นเองค่ะ ซึ่งถ้าเราจะอยากเปลี่ยนเซอร์เฟสโปรให้เป็นโหมดแท็บเล็ตนั้นเราสามารถทำได้โดยการปิดขาตั้งและถอดหรือว่าพับไปด้านหลังเพื่อที่จะใช้งานแบบแท็บเล็ตแบบเดี่ยวๆสแตนด์อะโลนนั่นเองค่ะทุกคน ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าเซอร์เฟสโปรแค่เพียงเครื่องเดียวนั้นจะมีความสามารถในการใช้งานได้ถึงสามโหมดเลย

               เซอร์เฟสโปรตัวนี้มีน้ำหนักเบาหวิวเป็นพิเศษ แต่ไม่ว่าความเบาจะมีแค่ไหน แต่ความสามารถและความมีประสิทธิภาพนั้นก็ไม่เบาอย่างแน่นอนค่ะ มีการพัฒนาให้ดีกว่าเดิมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาในเรื่องของแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน อึดกว่าเดิม รวมถึงมีการพัฒนาในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ที่ให้ความรู้สึกที่เบานุ่มและสะดวกในการถือไปไหนมาไหนได้อย่างคล่องแคล่วนั่นเองค่ะ

               เชื่อว่าหลายๆคนนั้นต้องมีอยากได้แล็ปท็อปดีๆสักหนึ่งเครื่อง และก็อยากได้แท็บเล็ตดีๆอีกสักเครื่อง ทาง Microsoft นั้นก็เลยได้แก้ปัญหารวมถึงมีการพัฒนาให้เซอร์เฟสโปรสามารถตอบโจทย์ผู้ใข้งานสำหรับคนที่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ หรือมีความอยากได้ทั้งสองอย่างนั่นเองค่ะ เรียกได้ว่าเซอร์เฟสโปรนั้นเป็นที่สุดของที่สุดในเรื่องของความคล่องตัวจริงๆ ยิ่งถ้าใครมีความชอบที่จะสร้างสรรค์ หรือมีความ Creative มากๆ รวมถึงสร้างสรรค์ในเรื่องเรียนและในเรื่องของการทำงานนั้นคงจะสนุกกับเซอร์เฟสโปรตัวนี้ได้อย่างสุดๆเลยทีเดียว

               เรียกได้ว่าเซอร์เฟสโปรนั้นเป็นแล็ปท็อปที่ทรงประสิทธิภาพที่การันตีในเรื่องของการทำงานอย่างราบรื่นและรวดเร็ว ซึ่งเซอร์เฟสโปรนั้นมอบความเร็วและสมรรถนะสูงยิ่งขึ้นด้วยโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ ที่บอกได้เลยว่ามีประสิทธิภาพอย่างไร้ที่ติแน่นอน และจุดเด่นที่จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ นั่นคือหน้าจอของเซอร์เฟสโปรนั่นเองค่ะ ซึ่งหน้าจอของเซอร์เฟสโปรนั้นจะทำให้เราทุกคนมีความรู้สึกที่อยากจะสร้างสรรค์และจุดประกายไอเดียของตัวเราเองออกมา ต้องบอกเลยว่าเซอร์เฟสโปรมีสีสันที่สดใสและมีความคมชัดเป็นพิเสษ และจอแสดงผลของเซอร์เฟสโปรเป็นแบบ PixelSense™ มีหน้าจออันน่าทึ่งและตอบสนองต่อ Surface Pen และการสัมผัสอีกขั้น

               ใครที่ไม่ชอบเสียงรบกวนนั้นต้องยกให้เซอร์เฟสโปรเลยค่ะ ไร้เสียงรบกวนแน่นอน ยิ่งเป็นเซอร์เฟสโปรรุ่น M3 แลเซอร์เฟสโปร รุ่น i5 นั้นจะมีระบบระบายความร้อนที่เป็นแบบใหม่ไม่เหมือนที่ผ่านมา เพราะระบบระบายความร้อนรุ่นใหม่ของเซอร์เฟสโปรจะเป็นแบบไร้พัดลมนั่นเองค่ะ รวมทั้งจะเป็นระบบระบายความร้อนแบบไฮบริดในรุ่น i7 เพื่อให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีสมาธิแน่วแน่รวมถึงเวลาจะสตรีมรายการที่ตัวเองโปรดปรานได้อย่างสบายๆไร้เสียงรบกวน เหมาะกับคนที่ต้องการสมาธิในการทำกิจกรรมที่ตัวเองสนใจอย่างเป็นที่สุดคะ

               บอกเลยว่าใครที่ได้เซอร์เฟสโปรไปครอบครองนั้นจะต้องคุ้มกับลูกเล่นใหม่ๆที่สามารถเลือกใช้งานตามใจที่ต้องการได้อย่างง่ายๆเลย เชื่อว่าไม่ว่าใครก็ต่างที่จะอยากสัมผัสกับประสิทธิภาพและความชาญฉลาดของเซอร์เฟสโปรอย่างแน่นอน อย่ารอช้านะคะ รีบไปเป็นเจ้าของเซอร์เฟสโปรกันเลยค่ะ

ทำงานราบรื่นไปกับ lenovo ideapad

lenovo ideapad

               ใครที่เป็นหนุ่มสาวออฟฟิศที่มี Minimal Style ที่มีความชอบความเรียบง่ายแต่แอบมีความหรูหราและสวยงามอยู่ในตัวนั้นก็คงมีความต้องการที่อยากมีไอเทมคู่ใจอย่าง Notebook ที่มีรูปทรงที่มีความมินิมอลเช่นกันกับโน๊ตบุ๊กรุ่นนี้ที่มีความตอบโจทย์อย่าง lenovo ideapad ต้องบอกเลยว่าไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์หรือฟีเจอร์เด่นๆที่อยู่ใน lenovo ideapad นั้นจะต้องเป็นที่ต้องการกับหนุ่มสาวที่ชอบความเรียบง่ายแต่หรูหราอย่างแน่นอนค่ะ

               พูดถึงโน๊ตบุ๊กที่มีความโดดเด่นในเรื่องความเรียบง่ายและแฝงไปด้วยพลังนั้นต้องยกให้ Notebook ของเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นบอกเลยว่าถ้าใครได้สัมผัสกับโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดจะต้องสัมผัสถึงการทำงานที่ราบรื่นตลอดทั้งวัน เคยได้ยินไหมล่ะคะที่ใครต่อใครต่างชอบพูดกันว่า ในบางครั้งนั้นสิ่งที่ดีที่สุดอาจจะหลบซ่อนอยู่ในสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด ซึ่งโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นก็เหมาะกับสโลแกนนี้อย่างที่สุดเลยล่ะค่ะ

               สำหรับความโดดเด่นของโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นก็คงเป็นเรื่องของการประมวลผลและGraphicชั้นยอดนั่นเอง แถมการใช้งานง่ายและไม่ซับซ้อนอีกด้วยค่ะ อย่างแรกที่เลอโนโวให้ความสำคัญกับโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นก็คือเรื่องการดีไซน์ เพราะเลอโนโวไม่ได้มองแค่ว่าโน้ตบุ๊กเป็นแค่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เพียงแต่ให้อำนวยความสะดวกเท่านั้น แต่เลอโนโวให้ความสำคัญและให้ความใส่ใจในเรื่องของการออกแบบอย่างโดยเฉพาะ ที่สังเกตอย่างเห็นได้ชัดจากเครื่องโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นได้ถูกทำจากวัสดุที่ทนทานต่อการฉีกขาด ส่วนในเรื่องของแป้นคีย์บอร์ดนั้นทำมาจากแป้นยางรองเครื่องที่ช่วยยกเครื่องให้สูงขึ้น สาเหตุที่ต้องยกขึ้นก็เพื่อที่จะให้สามารถระบายอากาศได้ดี และที่สำคัญยังช่วยให้โน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดมีอายุการใช้งานที่นานขึ้นอีกด้วยค่ะ

               เวลาที่คนเราจะเลือกซื้อโน๊ตบุ๊กสักเครื่อง เราก็อยากเลือกซื้อเครื่องดีๆและเครื่องนั้นสามารถใช้งานได้นาน และเราต้องบอกเลยว่าโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นมีการรองรับการใช้งานทั้งในปัจจุบัน ณ ตอนนี้ รวมถึงอนาคตด้วยนะคะ ทางเลอโนโวจึงเลือกฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นเลือกใช้ชิป Intel® Core™ processing และตัวเลือกชิปกราฟิกแยกทั้งจาก AMD และ NVIDIA® ค่ะ และใครที่มีความชอบที่จะทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมกัน เช่น ฟังเพลงไปด้วยเล่น Internet ไปด้วย รวมถึงนั่งทำงานไปด้วยอีก เชื่อว่าโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นต้องเหมาะกับคนที่ใช้งานในรูปแบบมัลติทาสก์แน่นอน และถ้าใครกลัวว่าเครื่องจะค้างเวลาทำอะไรหลายๆอย่าง บอกเลยว่าโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดจะไม่ทำให้คุณณผิดหวัง คุณสามารถทำงานหลายๆอย่างพร้อมกันได้อย่างไหลลื่นและไม่มีสะดุดค่ะ

               มาในส่วนของในเรื่องแบตเตอรี่กันบ้างนะคะ โน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นมีฟีเจอร์ที่มีแบตเตอรี่ที่มีความอึด และเมื่อระหว่างเรานั่งทำงานผ่านโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดแล้วเกิดว่าแบตเตอรี่นั้นมีท่าทีจะใกล้หมด และ ณ เวลานั้นไม่มีเวลาให้ชาร์จไม่มากนัก แต่สำหรับโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นจะมาพร้อมคุณสมบัติที่พิเศษ เพราะว่าสามารถใช้งานต่อได้นานสุดถึงหกชั่วโมงเลยค่ะ และการชาร์ตจแบตเตอรี่นั้นมีฟีเจอร์ในการชาร์จแบบ Rapid Charge ที่เวลาชาร์จแบตเตอรี่เพียงแค่สิบห้านาทีเท่านั้น ซึ่งเพียงแค่ชาร์จไปเพียงสิบห้านาทีนั้นก็จะสามารถทำงานผ่านโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดได้อีกสองชั่วโมง

               ใครที่ชอบดูภาพยนตร์ผ่านโน๊ตบุ๊กอยู่แล้วจะต้องถูกใจเลอโนโว ไอเดียแพดอย่างแน่นอน เพราะว่าโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดมาพร้อมกับ Options ของพื้นที่เก็บข้อมูลที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น HDD ที่มีความสูงสุดถึง 2 TB ใครที่ชอบโหลดภาพยนตร์เก็บไว้ดูเยอะๆรับรองว่าคุณสามารถเก็บวีดีโอได้เป็นพันๆวีดีโอเลยค่ะ รวมถึงเก็บรูปถ่ายและไฟล์งานต่างๆได้อย่างสบายๆเลย

ใครที่กำลังอยากหาโน๊ตบุ๊ก ที่มี Minimal Style นั้นก็คงไม่พลาดที่จะเลือกซื้อโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดอย่างแน่นอน มีความใช้งานง่าย น้ำหนักเบา ไม่ว่าคุณจะพกโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดไปทำงานที่ Office หรือไปประชุมกับลูกค้าที่เป็นนอกสถานที่นั้นก็สะดวกสบายไม่เทอะทะ แถมดูดีเรียบง่ายเหมาะกับหนุ่มสาวสมัยนี้อย่างแน่นอนค่ะ

ครบครันไปกับโน้ตบุ๊ก lenovo legion y520

lenovo legion y520

               สำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่กำลังมาแรงอยู่ตอนนี้ต้องยกให้ lenovo legion y520 เลยละค่ะ เพราะเลอโนโว legion y520 ที่ได้เปิดตัวไปพร้อมคุณสมบัติเจ๋งที่ๆเชื่อว่าใครที่เป็นสาวก Lenovo อยู่แล้วจะต้องสนใจกับความอัดแน่นของความพรีเมียมที่ยากเกินกว่าจะปฏิเสธว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กของเลอโนโว legion รุ่น y520 นั้นถูกทำขึ้นมาเพื่อเอาใจคนที่ชื่นชอบในการเล่นเกมผ่านโน้ตบุ๊กแบบโดยเฉพาะนั่นเองค่ะ

               สิ่งแรกที่ทำให้หลายคนต้องถูกอกถูกใจกันอย่างแน่นอนคงเป็นความบางเบาของเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก y520 นั่นเอง เพราะที่ผ่านมาเคยสังเกตไหมล่ะคะว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ้กของหลายๆแบรนด์นั้นมีความหนักหน่วงและเวลาที่จะพกโน๊ตบุ้กไปไหนมาไหนลำบาก แต่รุ่นนี้ที่ Lenovo ได้ทำการเอาใจสำหรับคนที่ไม่ชอบอะไรหนักๆ และไม่ชอบความยากต่อการพกพานั่นเอง

หลายๆคนคงอยากจะทราบว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ y520 นั้นมีความครบครันอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะมาบอกจุดเด่นของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่กำลังมาแรงแบบสุดๆในตอนนี้ให้ทุกคนได้ทราบโดยพร้อมกันค่ะ

• ที่สุดของประสิทธิภาพสำหรับคนที่รักในการเล่นเกม

   ด้วยนวัตกรรมในเรื่องของชิปประมวลผลที่เป็นรุ่นล่าสุดอย่าง 7th Gen Intel Core i7 ในรุ่น Y520 นี้ ต้องบอกเลยว่ามีการพัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยีในด้านประสิทธิภาพของการประมวลผลของเว็บไซต์ที่สูงขึ้นถึงสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ รวมถึงมีประสิทธิภาพในเรื่องของการสร้างสรรค์ที่สูงขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ถึงสิบสองเปอร์เซ็นต์ เพราะว่า Lenovo ได้มีการพัฒนาแบบขีดสุดจึงทำให้เราสามารถเล่นเกมได้อย่างสนุกสนาน ยิ่งโดยเฉพาะกับเกมที่มีไฟล์ใหญ่ๆหนักๆนั้นก็ไม่ใช่ปัญหา และในส่วนของการเล่นเกมออนไลน์นั้นก็ยิ่งสะดวกสบายไปกันใหญ่ เล่นได้ดีแบบไม่มีสะดุดต้องไว้ใจเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ Lenovo รุ่น y520 เท่านั้น

• พลัง Graphic ที่มีระดับ

   ต้องขอบอกเลยว่าในส่วนของกราฟิกเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ รุ่น y520 นั้นมาพร้อมตัวเลือกชิปกราฟิกแยกทั้ง NVIDIA® GeForce® GTX 1050/1050Ti หรือ AMD Radeon™ RX 560 ที่จะมาทำให้เกมมิ่งโน้ตบุ๊กของเราทำงานได้ดีแบบไม่มีสะดุด การันตีถึงการทำงานที่มีความไหลลื่น และโดยเฉพาะที่ใครมีความชอบที่จะเล่นเกมในส่วนของประเภท FPS นั้นจะต้องได้สัมผัสกับความเหนือชั้นจากโน๊ตบุ้กนี้ได้อย่างสบายๆเลยละค่ะ

• ไว้ใจกับการเก็บข้อมูลผ่านเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก Y520

   ใครที่ชอบโน้ตบุ๊กที่มีการทำงานแบบรวดเร็วนั้นต้องยกให้รุ่นนี้เลยค่ะ เพราะเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ รุ่น y520 นั้นมีตัวเลือกของสื่อที่เป็นการบันทึกข้อมูลแบบ SSD PCle ที่บอกเลยว่ามีความจุสูงสุดถึง 512GB ซึ่งมีความเร็วสูงมาก ทั้งสำหรับในการบูตเครื่องหรือจะเป็นการ Download เกมต่างๆ รวมถึง HDD ความจุสูงสุดถึง 2 TB ที่ไม่ว่าเราจะชอบเกมไหน เราก็สามารถเก็บทุกๆเกมไว้ในเครื่องเดียวได้เลย และส่วนโน๊ตบุ๊กในรุ่นอื่นๆของ Lenovo นั้นมีการเลือกใช้ระบบไฮบริดที่เป็นการรวมข้อดีในเรื่องของด้านความเร็วและความจุไว้ด้วยกันอีกด้วย ถือว่าสุดยอดไปเลยค่ะทุกคน

• พลังเสียงอันทรงพลัง

   เสียงในตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ y520 นั้นไม่ว่าเสียงจะผ่านหูฟังหรือลำโพงนั้นก็พร้อมที่จะมองความบันเทิงให้กับผู้ใช้ทุกคนอย่างแน่นอน เพราะมีระบบเสียง Dolby Audio Premium ที่มีการปรับจูนให้มีความสามารถในการส่งมอบพลังเสียงไม่ว่าคุณจะดูหนังฟังเพลงรวมถึงเล่นเกมก็ตาม

• โดดเด่นด้วยสีแดงสด

   ครั้งแรกที่เห็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ Lenovo รุ่น y520 นั้นก็ต้องสะดุดถึงความโดดเด่นในเรื่องของสีสันนั่นเอง เพราะเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ Lenovo รุ่น y520 นั้นเป็นรุ่นที่มาพร้อมไฟ Backlit สีแดงที่คีย์บอร์ด ที่มีสีแดงสดก็เพื่อที่จะทำให้สะดวกเวลาเราอยู่ในโหมดเล่นเกมในยามค่ำคืนได้แบบชิวๆ ซึ่งประกอบกับระยะการกดปุ่มเพียง 1.7 มิลลิเมตร การันตีในเรื่องความแม่นยำในการใช้งานอย่างแน่นอน แถมตัวเครื่องของเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ legion y520 นั้นมีขนาดบางเบาหวิว มีน้ำหนักเพียง 2.5 กิโลกรัมเท่านั้นค่ะ วัสดุมีความแข็งแรงและทนทาน พกพาได้สะดวก ไม่ว่าคุณจะพก Notebook ไปเล่นเกมที่ไหนก็คล่องตัวอย่างแน่นอน

MSI ที่สุดของเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก

msi notebook

               ณ เวลานี้ไม่มีใครไม่รู้จัก msi notebook ที่กำลังมาแรงและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างเป็นที่สุด และยิ่งสำหรับใครที่มีความชอบในการเล่นเกมเป็นอย่างมากอยู่แล้ว เราต้องขอคอนเฟิร์มเลยว่า msi notebook จะไม่ทำให้คนที่มีใจรักในการเล่นเกมต้องผิดหวังแน่นอนค่ะ

               แต่ถ้าหากใครยังไม่รู้จักเกมมิ่งโน้ตบุ๊กของแบรนด์ MSI นั้น เราก็จะพาแบรนด์ระดับโลกอย่าง MSI ที่หนึ่งของความสุดยอดในเรื่อเกมมิ่งโน้ตบุ๊กมาให้ทุกคนรู้จักกันดีกว่าค่ะ อย่างแรกเลยนะคะ หลายคนคงสงสัยว่า MSI นี้มันคืออะไร MSI นั้นย่อมาจาก Micro – Star International หรือเรียกสั้นๆว่า MSI นั่นเองค่ะ และที่สำคัญนั้น Micro – Star International คือแบรนด์ที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับการเล่นเกมที่เป็นอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งตอนนี้ทางแบรนด์ Micro – Star International นั้นได้กลายเป็นผู้ผลิต Gaming โน้ตบุ๊กมากที่สุดเป็นอันดับที่หนึ่งของโลกเช่นกันค่ะ และเราก็คิดว่าต่อจากนี้แบรนด์ Micro – Star International นั้นจะคงเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่าเดิมอีกแน่นอน

               ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแบรนด์ Micro – Star International ถึงได้รับการตอบรับจากคนทั่วโลกได้ดีขนาดนี้ อาจจะคงเป็นเพราะว่า Micro – Star International นั้นมีความเชี่ยวชาญและมีการใส่ใจรายละเอียดในการออกแบบรวมไปถึงลุงทุนลงแรงไปกับการพัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลานั่นเองค่ะ แต่หลายๆคนคงไม่ทราบว่าก่อนที่ Micro – Star International จะออกมาผลิตโน้ตบุ๊กเกมมิ่งอย่างเต็มตัวนั้น แต่ก่อน Micro – Star International มีการเริ่มต้นจากการพัฒนาและออกแบบในส่วนของ Product ที่มีไว้สำหรับการเล่นเกมเท่านั้น แถมทำมาเป็นระยะเวลานาน นานชนิดที่เรียกได้ว่าทำให้การพัฒนาที่ออกมานั้นได้มีความล้ำหน้าทันสมัยและสามารถแซงคู่แข่งในแบรนด์อื่นๆได้อย่างขาดลอยนั่นเอง

               Micro – Star International ได้ทำการยกระดับของเกมมิ่งโน้ตบุ้กแบบทั่วไปนั้นให้มีระดับมากขึ้นนและมีพลังในชนิดที่ว่าไม่เคยมีแบรนด์ไหนได้ทำมาก่อน ซึ่ง Micro – Star International ทำการพลิกโฉมให้เหล่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ที่ใช้งาน CPU INTEL 8TH GEN ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในเรื่องของการทำงานด้วยระบบที่มีความสามารถระบายความร้อนเอกสิทธิ์ที่เรียกว่าพิเศษที่มีแต่แบรนด์ Micro – Star International นี้เท่านั้นนะคะที่ทำให้เราได้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะต้องบอกเลยว่าในเรื่องของเทคโนโลยี Cooler Boost นั้นมีความสำคัญมาก เรียกว่าการมีระบบที่มีการระบายความร้อนได้นั้นเป็นที่ต้องการของผู้ใช้งานเกมมิ่งโน๊ตบุ๊กนั่นเองค่ะ นี่คือสิ่งที่ Micro – Star International ได้ทำออกมา ซึ่งนวัตกรรมนี้จะช่วยให้ระบายความร้อนถึงยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์กันเลยทีเดียว

               สิ่งที่มีในเกมมิ่งโน๊ตบุ้ก Micro – Star International นั่นก็คือตัวเสริมประสิทธิภาพในเรื่องของความสะดวก ซึ่งภายใต้การวิจัย Micro – Star International ได้มีการพัฒนาร่วมกับ BlueStacks ที่ได้ก่อให้เกิด MSI App Player นั่นคือ โปรแกรมจำลองการใช้งานสำหรับเกมแพลตฟอร์มบน Smartphone นั่นเองค่ะ ซึ่ง MSI App Player นั้นจะทำหน้าที่เป็นสิ่งที่เชื่อมให้เราสามารถที่จะนำ Applications ของ Smartphone มารันบนพีซีที่ใช้ Windows ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ต้องบอกเลยว่า MSI App Player นั้นช่วยให้การเล่นเกมบนเกมมิ่งโน้ตบุ๊กได้อย่างสนุกสนานและไร้ขีดจำกัดอย่างแน่นอนค่ะ และที่สำคัญ MSI App Player มาพร้อมฟังก์ชั่นที่สามารถปรับการตั้งค่าและสีสันของไฟคีย์บอร์ดบนเกมมิ่งโน้ตบุ๊กให้เหมาะสมกับเกมที่เราเล่นอีกด้วยค่ะ

               และที่เจ๋งกว่านั้นคือเกมมิ่งโน้ตบุ๊กนั้นรองรับการใช้งานแบบ Multi – Task ได้สูงสุดถึงสามหน้าจอกันเลยทีเดียว เพราะ Micro – Star International นั้นได้เพิ่มการมองเห็นด้วยการเชื่อมต่อด้วย Matrix Display นั่นเองค่ะที่สามารถรองรับการแสดงผลภายนอกได้ถึงสองหน้าจอ และแค่นั้นยังไม่พอ ยังมาพร้อมด้วย HDMI และ Mini Displayport ที่สามารถเชื่อมต่อกับ HDTV กับแล็ปท๊อปได้อีกด้วย

               และสำหรับใครที่กำลังเล็งหาโน้ตบุ๊คที่มีคุณสมบัติที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมอย่างโดยเฉพาะนั้นก็คงที่จะไม่พลาดที่จะเลือกเกมมิ่งโน้ตบุ้กของ Micro – Star International  อย่างแน่นอน การันตีถ้าใครมีใจที่รักและชื่นชอบในการเล่นเกมอย่างเป็นชีวิตจิตใจคงไม่พลาดที่จะเลือกชมและเลือกซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ้กที่เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของโลกอย่าง Micro – Star International แน่นอนค่ะ