เทคนิคการเลือกเครื่องเสียงติดรถยนต์แบบโดน ๆ

แท็บเล็ต samsung

สำหรับบางคนเสียงเพลงคือสิ่งที่สามารถอยู่กับเราได้ในทุกที่และสามารถเป็นเพื่อนกับเราได้ในทุกอารมณ์ แม้กระทั่งในรถยนต์นั้นก็ไม่พลาดที่จะต้องมีเครื่องเสียงที่ดีเอาไวขับกล่อมเวลาที่โลดแล่นอยู่บนท้องถนน ซึ่งวิวัฒนาการของเครื่องเสียงภายในรถยนต์นั้นก็พัฒนามาอย่างยาวนานตั้งแต่เป็นเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ทจนมาถึงระบบไร้สายที่สามารถใช้สมาร์ทดีไวซ์อย่าง แท็บเล็ต samsung เชื่อมต่อและเปิดเพลงในระบบสตรีมมิ่งได้

โดยเทคโนโลยีสำหรับเครื่องเสียงรถยนต์ในปัจจุบันนั้นไม่ได้มีเพียงแค่สเปคเดียว แต่ว่ามีให้เลือกมากมายเพื่อความเหมาะสมของผู้ใช้แต่ละคน บางคนก็พอใจกับเครื่องเสียงที่แถมมากับรถแต่บางคนก็ต้องการเสียงและระบบที่เพิ่มมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ซึ่งใครที่คุ้นเคยกับอุปกรณ์เหล่านี้อยู่แล้วอาจจะไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่เป็นความสนุกสนานที่จะได้ปรับเปลี่ยนชุดเคลื่องเสียงออกมาให้ได้ในสไตล์ของเรา

แต่ถ้าใครเป็นมือใหม่สำหรับวงการนี้แล้วล่ะก็อาจจะงงและมึนเมื่อได้เห็นอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มากมายทั้งยังมีในเรื่องของสเปคที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นเราจะพาผู้ที่เพิ่งเข้าวงการในเรื่องของเครื่องเสียงรถยนต์ทุกท่านไปรู้จักกับเทคนิคการเลือกเครื่องเสียงติดรถยนต์ให้โดนใจใช่เลยกันครับ

1. ศึกษาข้อมูลก่อนซื้อ

เริ่มต้นก่อนเลยเราอยากให้คุณทำความคุ้นเคยกับเครื่องเสียงติดรถยนต์ให้ได้มากที่สุดก่อน เนื่องจากในท้องตลาดนั้นมีหลายแบรนด์หลายราคา และผู้ผลิตก็มาจากหลากหลายประเทศทั้ง อเมริกา ยุโรป จีน และไทย เป็นต้น

ซึ่งแต่ละแบรนด์นั้นก็จะมีความแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นแนวเสียงและรูปแบบการใช้งาน  โดยการศึกษาหาข้อมูลในปัจจุบันนั้นมีช่องทางที่หลากหลายมาก ๆ เช่นจะใช้วิธีแบบคลาสสิคอย่างเปิดแม็คกาซีนที่เกี่ยวกับเครื่องเสียงหรือการตกแต่งรถยนต์ ดูแคตตาล็อกที่มีวางตามร้านขาย หรือจะหาข้อมูลบนเว็บไซต์หรือเว็บบอร์ดเกี่ยวกับอุปกรณ์ดังกล่าวก็ได้ อย่างน้อยที่สุดเราจะได้รู้ถึงข้อมูลต่าง ๆ ในเบื้องต้นก่อนจะไปลองดูของจริง

2. เลือก เฮดยูนิต (Head Unit)

เป็นอุปกรณ์ที่ควรต้องใส่ใจและให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ เพราะว่าเป็นแหล่งต้นกำเนิดของคุณภาพเสียงเลย โดยในอดีตจะนิยมติดตั้งเป็นเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ท ซีดี และ ดีวี ตามลำดับ แต่ในปัจจุบันได้ถูกปรับเปลี่ยนให้สามารถรองรับการเล่นไฟล์เสียงในรูปแบบดิจิตอลได้มากขึ้น ทั้งแบบออดิโอหรือวีดีโอ โดยสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเช่น เครื่องเล่น MP3, USB หรือ SD CARD ได้ และในปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีไร้สายเข้ามาก็สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทดีไวซ์ต่าง ๆ ผ่านสัญญาณไร้สายอย่างเช่น BLUETOOTH ผ่านอุปกรณ์อย่างเช่น แท็บเล็ต samsung ได้ง่าย ๆ ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้เป็นอย่างมาก ซึ่งควรเลือกแล้วแต่ความต้องการและงบประมาณของผู้ใช้

 3. เลือก เพาเวอร์แอมป์ (Power Amp)

ควรเลือกจากจำนวนลำโพงในรถ ถ้าเกิดว่ามีลำโพงทั้งชุดหน้าและหลังควรเลือกใช้แบบ 4 แชนแนลจะดีที่สุด เพราะว่าจะสามารถขับพลังและกำลังเสียงออกมาแบบเต็มที่ โดยตามสเปคแล้วก็จะมีการแยกคลาสไปอีกเพื่อไว้ใช้กับลำโพงในประเภทที่ต่างกัน โดยอุปกรณ์ชิ้นนี้นิยมใส่ไว้ใต้เบาะหรือท้ายรถ

4. ลำโพง

การเลือกลำโพงนั้นไม่มีกฏตายตัวมากนัก ขอแค่เสียงที่ออกมาฟังแล้วชอบในราคาที่เอื้อมถึงก็โอเค และควรดูจำนวนของลำโพงด้วยถ้าเป็นคนที่ฟังเพลงแบบเบา ๆ สบาย ๆ ก็เลือกแบบลำโพงคู่หน้าก็พอแต่ถ้าเป็นชาวร็อคหรือชอบ EDM ก็ซื้อคู่หน้าหลังไปเลย ซึ่งไม่ควรซื้อที่มีราคาถูกเกินไปเพราะจะทำให้ความทนทานมีน้อย และควรเลือกซื้อที่มีประกัน

5. พิจารณากำลังวัตต์

 ดูได้จากเพาเวอร์แอมป์และตัวลำโพงนั่นเอง ซึ่งจำนวนวัตต์ทั้ง 2 ต้องเท่ากันเพื่อความคุ้มค่าและคุณภาพเสียงที่ดีและราบลื่นมากที่สุด โดยตัวเพาเวอร์แอมป์จำนวนวัตต์ไม่ควรเยอะกว่าจำนวนวัตต์ของลำโพง โดยส่วนอื่น ๆ ก็ควรดูในเรื่องของ แบรนด์ที่อาจจะเหมือนกัน เป็นต้น

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับหลักการเบื้องต้นของเทคนิคการเลือกเครื่องเสียงติดรถยนต์ที่เรานำมาแบ่งปันให้มือใหม่ได้ทราบกัน หวังว่าจะถูกใจและนำไปเป็นแนวทางในการเลือกซื้อนะครับ

โน๊ตบุ๊ค ราคาถูก Acer AN515-52-51SH ที่เกมเมอร์ห้ามพลาด

ปัจจุบันธุรกิจ E-Sport ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้น เห็นได้จากกการแข่งขันเกมที่ถูกจัดขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็นเกม Rov และ LOL จึงส่งผลให้หลาย ๆ คนหันมาเล่นเกมกันมากขึ้น เป็นเหตุุให้ Desktop Pc และโน๊ตบุ๊ค จึงกลายมาเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับเกมเมอร์ไปโดยปริยาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโน๊ตบุ๊คที่มีคนให้ความสนใจจำนวนมากเพราะว่าซื้อครั้งเดียวได้ครบทั้งหมด คีย์บอร์ด หน้าจอ CPU และการ์ดจอ ซึ่งแต่งกับ Desktop Pc ที่ต้องซื้อของเหล่านี้แยกกันไป ทำให้สินเปลืองเงินเป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าใครกำลังมองหา โน๊ตบุ๊ค ราคาถูก สำหรับเล่นเกม ต้องเครื่องนี้เลย Acer AN515-52-51SH BLACK (Nitro 5) ที่มีความคุ้มค่าเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุผลดังนี้ครับ 

โน๊ตบุ๊ค ราคาถูก

ขุมพลัง 1050Ti เล่นเกมออนไลน์ปรับภาพ Full HD ได้สบาย ๆ 

สำหรับที่เล็งโน๊ตบุ๊คที่ใช้งานได้อย่างครอบคลุมต้องรุ่นนี้จริง ๆ เพราะมาพร้อมกับการ์ดจอ (Graphic Card) 1050 Ti ที่ต้องบอกว่าเล่นเกมได้ครอบคลุมมาก ๆ โดยเกมใหญ่ ๆ เช่น GTA V ก็สามารถขับเฟรมเรทไปได้มากถึง 47.3 กันเลยทีเดียว แต่ถ้าใครเล็งเอาเล่นเกมออนไลน์อย่างเดียวต้องบอกเลยว่าตอบโจทย์แน่นอน เพราะขับเฟรมได้ 60 เฟรมแบบสบาย ๆ เช่น Dota 2, LOL, และ Hon 

คีย์บอร์ดสวย รวยสเน่ห์

คีย์บอร์ดของ Acer Nitro 5 มาพร้อมกับสีแดงที่สวยงามเป็นอย่างมาก รับรองว่าเหล่าเกมเมอร์ที่ชื่นชอบในไฟ RGB จะต้องถูกใจสิ่งนี้อย่างแน่นอน โดยไฟจะเป็นแบบอัติโนมัติโดยจะดับไปเมื่อไม่ได้ใช้งาน 30 วินาที แต่ถ้าหากคุณอยากให้มันติดตลอดก็สามารถทำได้ แต่อาจจะมีวิธีที่ยุ่งยากสักเล็กน้อย แต่โดยส่วนตัวก็ชอบแบบดั้งเดิมแล้ว

พัดลมโดนใจ ระบายความร้อนดีเยี่ยม

พัดลมที่ให้มากับตัวนี้มีถึง 2 ตัว ซึ่งต้องบอกว่าระบายความร้อนได้ดีมาก ๆ ด้วยระบบ CoolBoost ที่ทาง Acer เขาบอกว่าจะทำงานอัติโนมัติเมื่อใช้อย่างหนัก โดยจะเพิ่มความเร็วให้พัดลมมากขึ้นถึง 10 % ระบายความได้มากขึ้น 9% เลยทีเดียว

ซึ่งโดยส่วนตัวที่ผมใช้งานมา ก็พบว่าเป็นอย่างที่เขาว่าไว้จริง ๆ ซึ่งในตัวเครื่องเขาจะลงโปรแกรมของพัดลมที่เรัยกว่า Nitrosense มาให้กับเราเลย โดยจะบอกอุณหภูมิเครื่องในปัจจุบันให้เราได้รับทราบด้วย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Series นี้เลย

ประกัน จัดหนัก จัดเต็ม

อีกหนึ่งจุดที่เรียกว่าเป็นจุดเด่นของ Acer รุ่นนี้ คือ ให้ประกันมามาถึง 3 ปี เท่านั้นยังไม่พอ ยังเป็นแบบ On-Site อีกด้วย เสียตรงไหน คุณสามารถเรียกช่างของ Acer ไปซ่อมได้ถึงที่ นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจซื้อเครื่องนี้เลยก็ว่าได้ 

ราคาคุ้มค่า เสปคที่ให้มาเกินคุ้ม

จากข้อมูลข้างต้น คงจะพอทราบสเปคของเครื่องกันคร่าวแล้วนะครับก็พอจะเห็นแล้วว่าสเปคที่ให้มามันเกินคุ้มไปแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ครับว่าราคาเพียง 26,990 บาทเท่านั้น (ปัจจุบันน่าจะเหลือประมาณ 22,900 บาทแล้ว)

ด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ ทุกท่านคงจะพอทราบแล้วว่า โน๊ตบุ๊ค ราคาถูก สำหรับเล่นเกมต้องเครื่องนี้ เพราะมันเกินคุ้มจริง ๆ รับรองว่าเกมเมอร์อย่างคุณไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน 

กะทัดรัด พร้อมออกไปผจญภัยครั้งต่อไป!!

nikon a900

กล้องถ่ายรูปก็มีหลายประเภทซึ่งอาจทำให้หลายคนสับสนได้ไม่ว่าจะเป็นกล้อง DSLR ที่รู้จักกันว่ากล้องโปร กล้อง Mirrorless ที่กำลังเป็นที่นิยม และกล้อง Compact ( “nikon a900 “) ที่เคยเป็นที่นิยมมากในช่วงหนึ่ง ถามว่ากล้องทั้ง 3 แบบแตกต่างกันอย่างไร เหมาะกับการใช้งานแบบใด จะมาแนะนำกันดังนี้

ประเภทแรก กล้อง DSLR เป็นกล้องที่สามารถควบคุมผลลัพท์ของภาพที่ได้ออกมาตามที่คาดหวังแต่วิธีการใช้ค่อนข้างยุ่งยากกว่ากล้องประเภทอื่น โดยข้อดีของกล้องประเภทนี้คือ คุณภาพของไฟล์รูปมีคุณภาพสูง มีเลนส์ให้เลือกหลายระยะ คุณภาพ และราคาขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยแรก ถ่ายวิดีโอได้ยอดเยี่ยมแม้จะเป็นในบริเวณที่มีแสงน้อย

กล้อง DSLR ระดับไฮเอนด์สามารถควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์และยังควบคุมผ่านแอพพลิเคชั่นได้ด้วย สามารถควบคุมการถ่ายภาพโดยผู้ใช้ได้หลากหลาย แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้างก็คือ ส่วนมากจะมีขนาดใหญ่เทอะทะและยังมีอุปกรณ์เสริมอีกจำนวนมาก ต้องใช้เวลาศึกษาการใช้งานนาน เพราะมีการทำงานที่ซับซ้อน รวมถึงส่วนใหญ่เวลาถ่ายวิดีโอต้องใช้โฟกัสมือและต่อไมค์เพื่อให้ได้เสียงที่ชัดเจน กล้องประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้กล้องเพื่อให้ได้ภาพคุณภาพสูง ใช้ทำงาน หรือต้องใช้เทคนิคในการถ่ายรูปจำนวนมาก กล้องNikon มีกล้องในสายการผลิตนี้เป็นจำนวนมากมีหลายตังที่ได้รับความนิยม อย่างเช่น Nikon D500 , Nikon D5500 ,Nikon D5600 , Nikon EOS 1300D

            ประเภทที่สองกล้อง Compact คือกล้องที่เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกในการใช้งานเพราะสามารถถ่ายรูปได้ทันทีแบบไม่ต้องเซ็ทอะไรเลย บวกกับคุณภาพของรูปที่ได้ออกมาถือว่าดีเลยทีเดียว ซึ่งข้อดีของกล้อง Compact คือ ใช้งานง่ายหยิบขึ้นมาถ่ายรูปได้เลย ขนาดเล็ก พกพาง่าย ราคาไม่แพง ฟังก์ชั่นไม่ซับซ้อน และมีหลายฟังก์ชั่นที่ไม่มีให้ในกล้อง DSLR ส่วนใหญ่จะมีระยะซูมที่มาก ส่วนข้อเสียคือ เป็นกล้องควบคุมไม่ได้ด้วยระบบManual คุณภาพของภาพถ่ายไม่ต่างจากกล้องสมาร์ทโฟนรุ่นดีๆ ช่องมองภาพ ใช้ได้ไม่ค่อยดี และตกรุ่นไว Nikonเองก็มีกล้อง Compact ที่ใช้ชื่อว่า COOLPIX อยู่หลายรุ่น อย่างเช่น Nikon COOLPIX A , Nikon COOLPIX B ,Nikon COOLPIX W , “nikon a900

            ประเภทสุดท้ายกล้อง Mirrorless ที่กำลังเป็นที่นิยมซึ่ง Nikon เองก็เพิ่งเปิดตัวกล้อง Nikon Mirrorless ของตัวเองออกมากไม่นาน ซึ่งกล้องประเภทนี้ขึ้นชื่อเรื่องการใช้งานง่าย พกพาสะดวก และได้รูปออกมาคุณภาพสูงอีกด้วย ข้อดีของกล้องประเภทนี้คือ ประสิทธิภาพเหนือกว่ากล้อง DSLR ระดับล่าง ในขนาดเล็กกว่า คุณภาพไฟล์ดีกว่า มีเลนส์ให้เลือกใช้มากมายตั้งแต่ราคาถูกยันแพง ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีมาก สามารถถ่ายวิดีโอคุณภาพ HD ได้ พร้อมกับมีออโต้โฟกัสขณะถ่าย และคุณภาพเสียงที่ดีกว่ากล้อง DSLR เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นถ่ายภาพที่ไม่ได้ต้องการฟังก์ชั่นมากมายเท่ากล้อง DSLR

ในส่วนของข้อเสียคือ เลนส์ถึงแม้จะมีหลากหลายแต่ก็ยังมีให้เลือกไม่เท่ากับกล้อง DSLR เวลาใส่อแดปเตอร์สำหรับเลนส์บางตัวจะทำให้ออโต้โฟกัสของเครื่องไม่ทำงาน ช่องมองภาพคุณภาพยังไม่ค่อยดี หรือบางรุ่นก็ต้องซื้อเพิ่ม ซึ่งบางครั้งที่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มหลายอย่างบางคนเลยหันไปซื้อกล้องใหญ่อย่าง DSLR แทนกล้องประเภทนี้เหมาะกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นมือโปรหรือมือใหม่ที่ต้องการเรียนรู้การถ่ายภาพ โดยกล้อง Mirrorless ของ Nikon ที่ได้ออกมาก็คือ Nikon 1 J , Nikon 1 S ,Nikon 1 V และ Nikon 1 AW

Nikon ความลับที่คนใช้เท่านั้นถึงรู้

กล้องดิจิตอล

“ Nikon” คงเป็นแบรนด์ที่คุ้นหูกันดีของใครหลายๆ คนไม่ว่าจะเป็นคนที่ใช้กล้องถ่ายรูป หรือ กล้องดิจิตอล เป็นประจำหรือแม้แต่คนที่ไม่ได้ใช้กล้องเลยก็ตามเป็นที่รู้กันดีว่ากล้อง Nikon เป็นกล้อง DSLR ที่มีคุณภาพสูงรวมถึงเลนส์หลากหลายรูปแบบตั้งแต่ราคาย่อมเยาว์ไปถึงราคาสูง เพราะแบรนด์ Nikon เป็นหนึ่งในผู้นำของตลาดกล้องถ่ายรูป หรือ กล้องดิจิตอล มาอย่างยาวนาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาสถานการณ์ของตลาดกล้องถ่ายรูปก็เปลี่ยนไปเพราะกล้อง mirrorless ที่เข้ามาทำให้ส่วนแบ่งตลาดของกล้อง DSLR ที่ Nikon เคยครองตลาดมาก่อนลดลง Nikon เองก็ไม่นิ่งเฉยที่จะปรับตัวและออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อพยายามดึงส่วนแบ่งตลาดของตนเองคืนมา

ต้องบอกก่อนเลยว่า การจะเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจและครองใจผู้บริโภคจนเกิด Brand Loyalty ได้นานร้อยกว่าปีเต็มขนาดนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน หากแต่เบื้องหลังความสำเร็จที่เกิดขึ้นของ Nikon ที่อาจจะฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ซับซ้อน กลับมีอะไรที่น่าค้นหามากกว่านั้น

นายวีระ เฉลียวปิยะสกุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “100 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะตัวกล้องหรือเลนส์ Nikon สามารถพัฒนาขึ้นมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ได้ทุกด้าน เรามีมรดกตกทอดที่ช่วยให้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาได้ตลอดเวลา นี่คือจุดแข็งของเราที่มีเหนือคู่แข่ง นอกจากนี้เราก็ยังวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ”

นอกจากนี้ เพราะเป็นแบรนด์ที่อยู่มานานกว่า 100 ปี พวกเขาจึงมีลูกค้าในช่วงวัยที่หลากหลาย ตั้งแต่รุ่นปู่จนไปถึงรุ่นหลาน ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องไม่ทอดทิ้งลูกค้าทุกคน และเชื่อมโยงพวกเขาเข้าถึงกัน Nikon จึงเป็นผู้ผลิตรายแรกที่ทำให้เลนส์และกล้องในแต่ละรุ่นสามารถใช้ข้ามซีรีส์กันได้อิสระ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย

“ทุกๆ การใช้งานมันต้องเกื้อหนุนกันครับ ตัวอย่างเช่น กล้อง Mirrorless ในปัจจุบันก็สามารถใช้งานกับเลนส์เก่าๆ ของ Nikon ได้ ทุกคนจะอยู่ใน Ecosystem ของเราเหมือนเดิม ไม่ได้หายไปไหน ผมดีใจมากที่ครั้งหนึ่งมีลูกค้าเดินเข้ามาหาเราเพื่อซื้อกล้อง Mirrorless แต่ขอไม่ซื้อเลนส์เพราะให้เหตุผลว่า คุณพ่อของเขาเป็นลูกค้าของ Nikon และมีเลนส์ในซีรีส์เก่าเป็นจำนวนมากที่สามารถใช้ร่วมกันได้”

ทั้งนี้ ยังมีข้อมูลจาก Market Research Future ผู้ให้บริการด้านข้อมูลทางการตลาดเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า อัตราการเติบโตของตลาดกล้องดิจิทัลในช่วงระหว่างปี 2016-2022 อยู่ที่ประมาณ 7.1% ต่อปี โดยมูลค่าทั้งตลาดจะพุ่งไปแตะหลัก 5.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 165,500 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2022 สอดคล้องกับข้อมูลที่วีระบอกกับเราว่าอุตสาหกรรมกล้องถ่ายรูปกำลังขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ วันโดยเฉพาะในประเทศไทย

จากที่กล่าวมา กล้องของ Nikon นั้นมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละรุ่น อาศัยความเข้าใจ และความน่าเชื่อ ทำให้อยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ พร้อมพัฒนาศักยภาพให้เหนือกว่าที่ผ่านมาอยู่เสมอ ซึ่งกล้องในแต่ละประเภท ก็เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งมีความแตกต่างตั้งแต่การใช้งาน ฟังก์ชั่นของตัวกล้อง ไปจนถึงผลลัพธ์หรือรูปที่ได้ออกมา ดังนั้นการเลือกกล้องซักตัวจำเป็นต้องคำนึงถึงทั้งรูปแบบการใช้งาน ความจำเป็น และเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียเพื่อหากล้องที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของตนเองมากที่สุด และเมื่อคุณได้ลองใช้กล้องของ Nikon คุณอาจจะพบความลับบางอย่างที่ทำให้คุณชื่นชอบจนต้อง Loyalty กับแบรนด์นี้ได้อย่างหมดข้อสงสัย

Touch Screen เทคโนโลยียกระดับไลฟ์สไตล์

"huawei nova 2i"

เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในแต่ละวันก็มีจุดมุ่งหมายที่คล้าย ๆ กันนั่นคือการสร้างความสะดวกสบายและตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้งานในการทำงานต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด โดยเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่ถือว่าเป็นการพลิกวงการ Gadget ไปตลอดกาลนั่นก็คือ Touch Screen หรือหน้าจอสัมผัสนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นการใช้งานพื้นฐานคู่กับ Smartphone อย่าง huawei nova 2i หรือทุกรุ่นเลยก็ว่าได้ ซึ่งช่วยให้การควบคุมต่าง ๆ เป็นอิสระและหลากหลายมากขึ้นกว่าลักษณะปุ่มกดที่เคยใช้มามากเลยทีเดียว

แต่ว่าทุกเทคโนโลยีนั้นต้องมีที่มาที่ไปและเส้นทางการพัฒนา โดย Touch Screen หรือหน้าจอสัมผัสนั้นก็เช่นกันที่กว่าจะมาอยู่ในโปรดัคส์ ต่าง ๆ ให้เราได้ใช้ในชีวิตประจำวันนั้นต้องผ่านการแก้ไขและปรับปรุงมาอย่างมากมาย ซึ่งเราจะพาทุกท่านที่คาดว่าคงต้องมีอุปกรณ์อะไรอยู่ในครอบครองที่มีการทำงานหลักแบบ Touch Screen อย่างน้อยหนึ่งชิ้นแน่ ๆ ไปดูถึงเรื่องราวของเทคโนโลยีที่เรียกว่าเป็นนวัตกรรมนี้กัน

 Touch Screen หรือ หน้าจอสัมผัสถูกคิดค้นโดย EA Johnson ในปี 1965 โดยมีระบบการทำงานพื้นฐานคือสามารถตรวจจับตำแหน่งการเคลื่อนไหวของการสัมผัสของวัตถุกับตัวจอได้ซึ่งนำมาประยุกต์กับอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อควบคุมการทำงาน ซึ่งหลังจากที่ปรับปรุงพัฒนากันมาอยู่หลายปี ในปี 1980 ก็ได้มีอุปกรณ์ที่ใช้งานกันในวงกว้างอย่างตู้คีออสก์ในร้านค้ารูปแบบปลีก หรือจอแสดงผลสำหรับนักท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เรื่อยมาจนถึงตู้ ATM และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอย่าง HP-150 ซึ่งถือว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีระบบ Touch Screen ที่ขายสำหรับบุคคลทั่วไปเครื่องแรก แต่ว่าระบบ Touch Screen ในยุคนั้นรองรับการสัมผัสได้แค่จุดเดียวเท่านั้น

ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีดังกล่าวแพร่หลายมากยิ่งขึ้นก็ทำให้ระบบดังกล่าวได้เข้ามาในชีวิตของพวกเราอย่างใกล้ชิดกว่าเก่า เช่นการนำมาดัดแปลงเป็นแค็ตตาล็อกดิจิตอลสำหรับสินค้า การเล่นเกมในรูปแบบอาเขตหรือที่เรียกกันว่าเกมตู้ การควบคุมในโรงงานอุตสาหกรรมหนักต่าง ๆ เช่นห้องควบคุม Room Automation เป็นต้น และก็ถูกนำมาใช้ในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ อย่าง PDA ที่เริ่มแรกเป็นจอขาวดำและต้องใช้ปากกาจิ้มซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของอุปกรณ์ GADGET ในรูปแบบจอสัมผัสในทุกวันนี้เลยทีเดียว

 Touch Screen เริ่มมาบูมมากเมื่อมีการรองรับการสัมผัสได้หลายจุดมากขึ้นการใช้งานต่าง ๆ จึงยืดหยุ่นออกไปในทางมัลติมีเดีย เป็นเหตุให้ผู้ผลิต Smartphone ทั้งหลายต่างเล็งเห็นว่านี่จะเป็นนวัตกรรมที่จะนำพาการใช้งาน Smartphone ให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด โดยรายแรก ๆ นั่นก็คือ Apple ที่เปิดตัว iPhone ในปี 2007 เรื่อยมาถึง Samsung Galaxy ในปี 2009 และหลาย ๆ แบรนด์ก็ทยอยทำ Smartphone ที่มีรูปแบบการการควบคุมหลักบนหน้าจอ Touch Screen อย่าง Huawei ที่ในตอนนี้มีรุ่น huawei nova 2i ที่ได้รับความนิยมมาก ๆ เป็นต้น และยังถูกนำไปใช้ใน Gadget อื่น ๆ อย่าง Tablet และ เครื่องเล่น MP4

โดยในปัจจุบันนั้นจอ Touch Screen ของสมาร์ทโฟนและ Gadget นั้นถูกแบ่งออกเป็นใหญ่ ๆ ได้ 2 แบบดังนี้

1. หน้าจอแบบนิ่ม (Resistive)

เป็นจอที่สามารถนำอะไรมาจิ้มก็ได้ไม่ว่าจะเป็นนิ้ว ปากกา หรือ วัสดุ อื่น ๆ มีความแม่นยำในการจับการสัมผัสสูง โดยส่วนประกอบหลัก ๆ คือเลเยอร์ด้านบนที่มีความยืดหยุ่นต่อแรงกด และเลเยอร์ด้านล่างจะอยู่บนพื้นที่แข็ง ซึ่งระหว่างกลางจะมีเม็ดฉนวนกันไว้ไม่ให้เลเยอร์ทั้ง 2 มาชนกันนั่นเอง แต่จะทำการส่งค่าไฟฟ้าให้ทั้ง 2 แผ่นทำงานร่วมกัน

2. หน้าจอแบบแข็ง (Capacitive)

จะเป็นหน้าจอที่สามารถใช้เฉพาะนิ้วจิ้มได้อย่างเดียว ถ้าใช้วัสดุอื่นมาจิ้มก็จะไม่เกิดผลใด ๆ โดย Smartphone รุ่นมาตรฐานส่วนใหญ่นิยมใช้จอแบบนี้ โดยการออกแบบหลัก ๆ ก็จะมีการใช้แผ่นแก้วที่เคลือบผิวด้วยออกไซด์ซึ่งมีลักษณะเป็นโลหะแบบโปร่งแสง เมื่อจับดูก็จะรู้เลยว่ามีความแข็งแรงทนทานเป็นอย่างดีเลย เวลาเราใช้นิ้วสัมผัสไปแล้วก็จะเหมือนกับเป็นการป้อนแรงดันไฟฟ้าเพื่อสร้างสนามแม่เหล็กให้มุมทั้งสี่ของหน้าจอรับรู้ ทำให้สามารถคำนวนตำแหน่งที่กดได้นั่นเอง

เทคโนโลยีดังกล่าวไม่ได้หยุดอยู่ที่ Smartphone แต่ว่ายังต่อยอดมาในอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมายเช่นกระดานอัจฉริยะที่ใช้ในการประชุมต่าง ๆ หรือว่าสื่อการเรียนการสอนอื่น ๆ นั่นเอง ซึ่งอยู่ที่ผู้ผลิตจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อะไรออกมาอีกและผู้ใช้จะใช้งานอย่างเป็นประโยชน์มากแค่ไหนนั่นเองครับ         

อวสานอาชญากรรมบนท้องถนน

ในสภาวะการจราจรติดขัดที่ต่างคนต่างไปต่างคนต่างรีบร้อนในการขับขี่บนท้องถนน จนเกิดกรณีขับรถปาดเบียดแซงเส้นทึบ แซงในเขตห้าม เกิดขึ้นเป็นประจำนอกจากทำให้เกิดปัญหาจราจรแล้วยังเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่อีกด้วย นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช อดีตจักษุแพทย์ ในฐานะเลขานุการมูลนิธิเมาไม่ขับ ทำหน้าที่รณรงค์ไม่ให้คนเมาแล้วขับรถมา 20 กว่าปี ได้กล่าวถึงเรื่องการติด กล้องติดรถ ว่าประโยชน์จาก กล้องช่วยลดอุบัติเหตุ ช่วยคนดี ชี้คนผิดได้จริงๆ  เพราะระยะหลังพบว่าจำนวนคนตายจากอุบัติเหตุมีมากขึ้น สาเหตุไม่ได้มาจากการเมาแล้วขับอย่างเดียว แต่มาจากคนไทยทำผิดกฎจราจร

การรณรงค์ให้ประชาชนติดกล้องในรถยนต์ยังไม่ได้ผลตามที่คุณหมอตั้งเป้าหมายไว้ แต่นับว่าเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลได้รับรู้

กล้องติดรถ

“ผลจากการรณรงค์ให้ติดกล้องในรถยนต์ ตอนนี้ยังไม่ค่อยเห็นผลเท่าไร ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากสังคมนัก เพราะหนึ่ง คนยังคิดว่ามันจะได้ผลจริงหรือเปล่า สอง กล้องราคาแพงเกือบพันบาท อีกอย่างคนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมค่อนข้างยาก แต่ก็มีหลายองค์กรเริ่มเห็นความสำคัญแล้ว แต่ภาครัฐอื่นๆ ยังไม่ค่อยเคลื่อนไหวเท่าไร เพราะส่วนใหญ่ยังมุ่งเน้นไปที่การบังคับใช้กฎหมาย ผมได้ทำหนังสือถึงรัฐบาลว่ากล้องติดรถยนต์จะเป็นทางออกในการรณรงค์ลดอุบัติเหตุ ขอให้รัฐบาลช่วย คือ หนึ่ง ลดภาษีกล้องได้ไหม โดยให้ถือว่าเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัย เพราะภาษีจะต่ำมาก บางทีไม่คิดเลย, ติดกล้องแล้วเอาใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีเหมือนตอนปีใหม่ที่มีนโยบายช็อปปิ้งแล้วเอาไปลดหย่อนภาษี, รถใหม่ที่ออกมาให้ติดกล้องมาเลยได้ไหม

หรือมีการแจกคูปองแบบดิจิตอลทีวี และขอให้รัฐสนับสนุนว่าถ้าคลิปไหนจากกล้อง สามารถเอาไปดำเนินคดีได้ รัฐน่าจะมีรางวัลให้กับคนส่งคลิป ตอนนี้รัฐเริ่มออกมาพูดบ้างแล้วว่าเทคโนโลยีเรื่องกล้องติดรถยนต์น่าจะช่วยได้ แต่อย่างว่าในความเป็นรัฐก็ขอไปศึกษาดูก่อน ผ่านไปจะเป็นปีแล้วก็ยังไม่ได้รับการสนับสนุน ผมไม่รอละ ในเมื่อมันมีประโยชน์ ผมก็เริ่มรณรงค์มาเรื่อยๆ ได้ 2 ปีแล้ว เราไม่มีอำนาจ แต่เรารณรงค์ได้ ใครที่ติดกล้องในรถก็ได้ประโยชน์กับตัวเอง และช่วยสังคมได้ด้วย

เรามาดูกรณีที่โด่งดังจากการติด กล้องติดรถ กันดีกว่าว่ามันจะช่วยอะไรได้บ้าง ตัวอย่างจากหลายคดีที่ยุติลงได้เพราะว่ากล้องช่วยบันทึกเหตุการณ์ เริ่มที่กรณีของ “ดีเจ เก่ง” ที่เคยตกเป็นข่าวดังในโลกออนไลน์เมื่อไม่นานมานี้ กรณีที่รถกระบะวีโก้ดีดำ ถอยชนรถยาริสสีแดงคันหนึ่ง แต่ในเหตุการณ์นั้น เมื่อตำรวจไปถึง วีโก้สีดำกลับชี้ว่ายาริสสีแดงได้ขับชนรถของตน พร้อมอ้างว่าเจ้าของรถยาริสสีแดงได้ลงจากรถและพยายามหาเรื่องตนอีกด้วย แต่นับเป็นโชคดีของอีกฝ่ายที่ได้มีพลเมืองดีบันทึกเหตุการณ์ได้จากกล้องติดหน้ารถของเขา

ทีนี้เรื่องราวได้เปิดเผย ทำให้เรามองเห็นความจริงได้ทั้งหมด ถ้าไม่มีกล้องอาจจะทำให้เรากลายเป็นคนผิด ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ทำผิดเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นติดกล้องไว้ที่รถกันเถอะ มีประโยชน์ได้ใช้แน่นอน

“มือถือ Oppo” ทำให้ผมนึกเกมเก่าแต่ยังเก๋า Dragon Quest VIII

เมื่อสองสามวันก่อนผมได้นั่งเล่น Facebook ตามปกติผ่าน มือถือ Oppo โดยเลื่อนหน้าฟีดไปตามปกติแล้วแต่ที่พิเศษกว่าทุกวันเพราะปรากกฎว่ามีภาพของเครื่องเกม Playstation 2 ขึ้นมาเลยทำให้นึกถึงวัยเด็กของตัวเองในตอนที่จับจอยเล่นเกมกับเจ้าเครื่องนี้ ซึ่งพาให้ผมนึกถึงเกม Dragon Quest VIII เกมแนว MNO RPG ผจญภัยที่สนุกมาก ๆ และยกให้เป็นเกมที่ดีที่สุดตลอดกาลในใจของผม ทำไมนะเหรอครับเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง…

เนื้อเรื่องเกมชวนติดตาม น่าค้นหา ต้อง Dragon Quest VIII 

ผมชอบเนื้อเรื่องของเกมนี้มาก ๆ มักจะมีจุด Surprise ที่เราคาดไม่ถึงเสมอ จนต้องอุทานออกมาบ่อย ๆ ว่า “หะ จริงเหรอ?” โดยเกมนี้ผมถือว่าดำเนินเรื่องได้เร็วและไม่น่าเบื่ออีกด้วย โดยจะค่อย ๆ เล่าความเป็นมาของเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด จนไปถึง Climax และจุดคลายปมที่ผมต้องปรบมือให้จริง ๆ 

ฉากในเกมสวยเวอร์เกินเบอร์การเป็นเครื่อง PS2

เกม Dragon Quest VIII ภาพสวยล้ำยุคในสมัยนั้นไปมาก ผมประทับใจฉากแต่ละฉากมากทำออกมาได้สวยจริง ๆ คือ สัมผัสได้ถึงความเป็น Fantasy ของตัวเกม แสง เงา กลมกลืนกันอย่างเป็นธรรมชาติสุด ๆ เสียอย่างเดียวที่แมพมันเล็กไปหน่อย แต่เท่านี้ก็ดีสุด ๆ ในความเห็นผมแล้ว 

ถ้าชอบ Dragon Ball ก็จะชอบ Dragon Quest VIII ตามไปด้วย

ผมกล้าพูดเลยนะว่าถ้าใครชอบดราก้อนบอลก็จะชอบเกมนี้ตามไปด้วย เพราะตัวละครในเกมนี้ได้รับการออกแบบโดยอาจารย์อากิระ โทริยามะ ผู้ให้กำเนิดการ์ตูน Dragon Ball นั่นเอง เลยทำให้ผมชอบเกมนี้มาก ๆ เพราะได้เห็นลายเส้นที่คุ้นเคย นอกจากนี้ในเกมยังมีระบบ Tension ที่ตัวละครสามารถชาร์จพลังได้ในทุก ๆ ตาและเมื่อชาร์จถึง 100 ตัวละครเราจะกลายเป็น Super Saiyan เป็นอะไรที่ผมชอบมากและอินสุด ๆ แฟน ๆ Dragon Ball ไม่ควรพลาดจริง ๆ

มือถือ Oppo

ระบบการต่อสู้สุดคลาสสิค          

สิ่งที่ผมชอบอีกอย่างในเกมนี้คือระบบการต่อสู้ที่ Original ของเกมแนวนี้มาก ๆ คือทั้งสองฝั่งสลับกันโจมตี วางแผนว่าจะทำอะไรก่อนหลัง ทำให้เราสามารถวาง Tactic ได้หลากหลาย ซึ่งต่างกับเกม MNO RPG สมัยนี้จะเน้นการเดินฟัน เน้นความเป็น Action กันมากยิ่งขึ้น ถึงแม้จะสนุกแต่ยังไงผมก็ชอบแบบเก่ามากกว่าอยู่ดี

เล่นเกมจบแต่ไม่จบ

สิ่งที่ผมชอบมาก ๆ แทบเรียกว่าจะที่สุดเลยก็ว่าได้ คือ หลังเล่นจบเกมแล้วเราจะได้รับไอเทมเพื่อกลับมาเล่นใหม่ได้อีกครั้ง แล้วค้นพบความลับของตัวละครเอกแล้วจบเกมอีกรูปแบบหนึ่งได้ เท่านั้นยังไม่พอในแต่ละรอบที่เราเล่นเราจะได้จัดการกับมังกร 1 ตัว และเมื่อเราจบเกมเจ้ามังกรที่อยู่ตรงนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าจบเกมแล้วจบเกมอีกก็ยังมีอะไรให้เราเล่น ผมจึงชอบมันมาก ๆ

ด้วยเหตุผลที่ว่ามานี้ผมจึงชอบเกมนี้มาก ๆ เต็ม 10 ผมให้ 9.5 เลย ที่ตัดไป 0.5 เพราะว่าแมพมันเล็กไปหน่อย ถ้าแมพกว้างกว่านี้ผมให้เต็ม 10 ไปเลย ได้ยินว่ามีการนำเกมนี้มาทำใหม่ลง Nintendo 3DS แล้ว แต่เท่าที่ดูภาพที่สวยดรอปลงมาค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ผมไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ กลิ่นไอเดิม ๆ มันซึมซับได้อย่างไม่เต็มที่ ทั้งนี้ผมต้องขอบคุณเจ้า มือถือ Oppo ที่ทำให้ผมนึกถึงเกมนี้ขึ้นมาได้ แต่ถ้าใครอยากลองเล่นลองไปสัมผัสด้วยตัวคุณเองได้นะครับ แล้วคุณจะพบว่าจะหลงรักเกมนี้ได้ไม่ยากเช่นเดียวกับผม….

“ราคาไอแพดล่าสุด” ในปี 2019 ที่คุณอาจยังไม่รู้

ขึ้นชื่อว่าไอแพดคงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เพราะเป็น Tablet สุดพรีเมี่ยมจากค่าย Apple นั่นเอง ซึ่งแม้ว่า Steve Job จะจากโลกเราไปนานแล้ว แต่ก็ยังคงมีไอแพดรุ่นใหม่ ๆ มาให้เราได้ใช้งานกันอยู่ตลอดมาจนกระทั่งปี 2019 นั่นเอง เรามาสำรวจกันดีกว่าว่าไอแพดในปี 2019 นี้อยู่ในราคาไหนกันบ้างแล้ว เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อ iPad ในรุ่นที่ใช้ได้อย่างถูกต้องกับกำลังทรัพย์ โดยในแต่ละรุ่นผมจะนำมาเพียงความจำ ที่น้อยที่สุดใน Series นั้น ๆ และสามารถใช้เน็ตจากซิมส์ได้ (ยิ่งหน่วยความจำเยอะยิ่งแพง) ราคาไอแพดล่าสุด จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น เรามาดูไปพร้อมกันเลย

ไอแพดหมายเลข 1 iPad mini 2019 64GB

ราคาไอแพดล่าสุด

ราคาไอแแพดรุ่นนี้อยู่ที่ราว ๆ 18,400 บาท ขึ้นชื่อว่า mini แน่นอนว่าจุดเด่นของเจ้าเครื่องนี้อยู่ที่ความเล็กกะทัดรัด (แต่หน้าจอก็ใหญ่กว่าโทรศัพท์อยู่ดี) ซึ่งต้องบอกว่า Feature นั้นไมไ่ด้ mini ตามชื่อ สามารถใช้ adobe phoshop ได้อย่างสบาย ๆ ถ้าใครทำงานด้านนี้จะพลาดไม่ได้แล้ว แบตเตอรี่เองก็ให้มานานถึง 10 ชม.

และสำหรับใครที่ต้องการเปิด tab ไว้หลาย ๆ tab ก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยที่เครื่องจะแทบไม่หน่วงหรือค้างเลย ด้านกล้องเองก็ให้มาสูงมาก ๆ โดยก้องหลังอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซลและกล้องหน้าอยู่ที่ 7 ล่านพิกเซลกันเลยทีเดียว

ไอแพดหมายเลข 2 iPad 7th Gen 32 GB

ราคาไอแพดล่าสุด

ไอแพดรุ่นนี้เป็นรุ่นที่นิยมนำมาใช้งานมากที่สุดโดยในรุ่นนี้จำหน่ายเพียงราคาราว ๆ 10,900 บาทเท่านั้น มาพร้อมกับจอ Retina ซิกเนเจอร์ของ Apple ทำให้สีของจอภาพนั้นสวยและไม่เพี้ยนอีกด้วย เหมาะสำหรับคนในวงการสายตัดต่อมาก ๆ

แต่มีข้อเสียคือกล้องหน้าให้มาเพียง 1.2 ล้านพิกเซลเท่านั้น ซึ่งถ้าใครนำมาถ่ายภาพคงไม่เหมาะเท่าไหร่ แต่ถ้าซื้อมาตัดต่อภาพ ไอแพดสามารถทำได้ไม่แพ้ PC อย่างแน่นอน

ไอแพดหมายเลข 3 iPad Air 2019

ราคาไอแพดล่าสุด

ราคาของไอแพดรุ่นนี้อยู่ที่ราว ๆ  22,400 โดยเจ้าเครื่องนี้จะมีเทคโนโลยีจอภาพที่มี Full Lamination, กันแสงสะท้อน, ขอบเขตสี P3 ทำให้ภาพสวยสมจริงมาก ถ้าเทียบกับ iPad 7th Gen ถือว่าดีกว่ามาก ๆ

ถ้างานที่คุณทำต้องใช้ความละเอียดของสีมาก ๆ รุุ่นนี้จะตอบโจทย์คุณได้มากกว่า กล้องหน้าให้ความละเอียดมากถึงมามากถึง 7 ล้านพิกเซล ใครที่ชอบถ่ายภาพเซลฟี่ต้องถูกใจสิ่งนี้แน่นอน

ไอแพดหมายเลข 4 iPad Pro 64GB หน้าจอ 11 นิ้ว

ราคาไอแพดล่าสุด

ไอแพดรุ่นนี้ถือว่าเป็นตัวท็อปของซีรีย์ iPad จาก Apple โดยให้สเปคมาแบบจัดเต็มมาก ๆ จอภาพเป็น Liquid Retina ทำให้ได้ภาพที่สวยงามมาก ๆ กล้องหลังให้ความละเอียดมาถึง 12 ล้านพิกเซลกันเลยทีเดียว ชิพประมวลผล A12 Bionic พร้อม Neural Engine ที่ต้องบอกเลยว่าแรงมาก ๆ โดยรวมแล้ว iPad รุ่นนี้ให้ทุกอย่างมาเต็มเปี่ยมมาก ๆ

เป็นยังไงกันบ้าง และนี่ก็เป็น ราคาไอแพดล่าสุด ในปี 2019 หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อ iPad กันในปีนี้และหวังว่าจะเลือกไอแพดได้เหมาะสมกับทุนทรัพย์นะครับ

คีย์บอร์ด ราคา ถูกรุ่นไหนดี สำหรับการพิมพ์งาน

ในสมัยนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า Keyboard เข้ามามีส่วนสำคัญสำหรับชีวิตใครหลาย ๆ คนมากเพราะต้องใช้งานกันอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา และพนักงานออฟฟิศที่ต้องใช้เจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ิพิมพ์งานอยู่บ่อย ๆ เรื่องที่ยากก็คือ ในท้องตลาดนั้นมีเป็นจำนวนมาก และราคาก็มีความหลากหลายมาก จนทำให้หลาย ๆ คนคิดว่ายิ่งมีราคาแพงจะยิ่งมีคุณภาพมากขึ้น แต่จริง ๆ แล้วนั่นไม่เป็นความจริงเลย เพราะ คีย์บอร์ด ราคา ถูก คุ้มค่า และเปี่ยมไปด้วยคุณภาพนั้นมีอยู่จริง

คีย์บอร์ดหมายเลข 1 MOVADA รุ่น KB-04

คีย์บอร์ด ราคา ถูก MOVADA รุ่น KB-04

เริ่มด้วยคีย์บอร์ดที่ถูกมาก ๆ ด้วยราคาเพียง 99-126 บาทเท่านั้น ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีด้วยวัสดุคุณภาพสูง แต่ที่โดดเด่นที่สุด คือ การรับประกันที่ให้มาถึง 1 ปีซึ่งถือว่านานมาก ๆ สำหรับราคาเพียงเท่านี้ เหมาะกับนักเรียน นักศึกษาที่ยังมีทุนไม่หนาพอสำหรับการซื้อคีย์บอร์ดแพง ๆ

คีย์บอร์ดหมายเลข 2 Signo รุ่น KB-77BLK

คีย์บอร์ด ราคา ถูก Signo รุ่น KB-77BLK

คีย์บอร์ดจาก Signo ที่เรียกได้ว่าคุ้มค่ามาก ๆ มาพร้อมกับคุณสมบัติการป้องกันน้ำ โดยรองรับการพิมพ์ได้ถึง 10 ล้านครั้ง และมีความโดดเด่นในเรื่องของการรับประกันที่ให้มาถึง 3 ปี เหมาะสำหรับคนที่นำมาใช้พิมพ์งานแบบสุด ๆ ด้วยราคาเพียง 199 บาทเท่านั้น

คีย์บอร์ดหมายเลข 3 FANTECH  รุ่น K511 HUNTER PRO

คีย์บอร์ด ราคา ถูก FANTECH  รุ่น K511 HUNTER PRO

คีย์บอร์ดรุ่นนี้จะมีความเป็นเกมมิ่งอยู่ในตัวโดยมีไฟ RGB ติดมาในตัวแต่ถ้าคุณนำมาใช้ทำงานก็สามารถนำมาใช้ได้โดยการปิดไฟคีย์บอร์ดเอาไว้ก็เพียงพอแล้ว ความโดดเด่นของเจ้าตัวนี้อยู่ที่การรับประกันที่ให้มามากถึง 2 ปีเทียบกับราคาจำหน่ายราว ๆ 340 บาท ถือว่าคุ้มมาก ๆ เลยทีเดียว

คีย์บอร์ดหมายเลข 4 Anitech รุ่น OPA802-BL

คีย์บอร์ด ราคา ถูก Anitech รุ่น OPA802-BL

คีย์บอร์ดรุ่นนี้มีความคุ้มค่ามาก ๆ เพราะแถมเมาส์มาให้ควบคู่กัน ทางด้านรูปลักษณ์ก็ทำออกมาได้ดีมาก ๆ โดดเด่นไม่ซ้ำใครด้วยปุ่มกดแบบวงกลม นอกจากนี้คีย์บอร์ดและเมาส์ยังเป็น Wireless ที่สามารถใช้งานห่างจากตัวเครื่องได้ถึง 10 เมตร ตัดปัญหาข้อจำกัดของสายไปได้เลย การรับประกันเองก็ให้มานานถึง 2 ปีกันเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่าจะราคาเพียง 599 บาทเท่านั้น เป็นอีกหนึ่งตัวที่น่าจับตามองมาก ๆ

คีย์บอร์ดหมายเลข 5 Logitech รุ่น MK240 Nano 

ถ้าใครที่เน้นดีไซน์ที่สวยงามต้องคีย์บอร์ดรุ่นนี้เลย มาในรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเอามาก ๆ เน้นความสวยงามโดยเฉพาะ แถมมาพร้อมกับเมาส์ที่เข้าเซ็ตกัน โดยทั้งเมาส์และคีย์บอร์ดต่างก็เป็นระบบ Wireless ที่สั่งใช้งานจากระยะไกลได้ สะดวกสบายต่อการใช้งานมาก ๆ สำหรับขนาดคีย์บอร์ดก็มีความกะทัดรัดมาก เพราะตัดแป้นตัวเลขออกทำให้พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ด้านประกันให้มาถึง 3 ปีโดยจำหน่ายด้วยราคาเพียง 990 บาท เป็นอีกหนึ่งคีย์บอร์ดที่คุณไม่ควรมองข้าม

จะเห็นได้ว่า คีย์บอร์ด ราคา ถูก คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปนั้นมีอยู่จริง ๆ โดยที่ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อคีย์บอร์ดแพง ๆ มาใช้งานเลย ดังนั้น หากเลือกซื้อคีย์บอร์ดที่ใช้สำหรับทำงานจะต้องดูการรับประกันเป็นอย่างแรก ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะต้องใช้งานอยู่บ่อย ๆ หากเสียหายได้ง่ายก็คงจะไม่คุ้มค่าเงินเท่าไหร่นัก

กล้องกี่ตัวในสมาร์ทโฟนถึงจะดีนะ?

“samsung a50”

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนได้มีการพัฒนาในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ AI ต่างๆ ระบบประมวลผล กล้อง และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งหากจะถามว่าเรื่องใดที่ผู้คนให้ความสำคัญมากในการเลือกซื้อ สามารถพูดได้เลยว่าเป็นเรื่องของกล้องเป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน เนื่องจากคนไทยเราส่วนใหญ่ชอบที่จะอวดรูปสวยๆ ให้ใครต่อใครมากดไลค์รูปภาพของตนในโลก Social ดังนั้นแน่นอนว่าเรื่องของกล้องเป็นปัจจัยอีกหนึ่งปัจจัยที่มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อสมาร์ทโฟนที่ถ่ายรูปออกมาได้อย่างสวยงาม อย่าง samsung a50

ซึ่งก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่สามารถถ่ายรูปออกมาได้อย่างสวยงามตามที่ต้องการ โดยมีกล้องหลัง 3 ตัว กล้องตัวหลักมีความละเอียด 25 ล้านพิกเซล ที่เน้นถ่ายภาพในที่แสงน้อย ด้วยรูรับแสง F/1.7 ส่วนกล้องตัวที่สองเป็นเลนส์มุมกว้าง Ultra-Wide 123 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สำหรับเก็บภาพในมุมกว้าง และกล้องตัวที่สามเป็นเลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล สำหรับทำภาพหน้าชัดหลังเบลอ และในส่วนของกล้องหน้ามีความละเอียดสูงถึง 25 ล้านพิกเซล และรองรับฟังก์ชัน Live Focus ในการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอด้วยเช่นกัน

แต่ในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาเรื่องของกล้องไปกันเยอะมาก ซึ่งจะเห็นได้ชัดเมื่อตอนที่กำเนิด Dual Camera ขึ้นมาครั้งแรก ในตอนนั้นทุกคนตื่นเต้นมากกับการที่มีกล้องหลัง 2 กล้อง เพราะถือว่าเป็นเรื่องใหม่ แต่ปัจจุบัน ได้เดินทางมาถึงกล้องหลัง 5 ตัวเข้าไปแล้ว ซึ่งการที่มือถือหรือสมาร์ทโฟนที่มีเลนส์กล้องมากมายขนาดนั้น มันดีจริงๆ หรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วก็เป็นเพียงแค่การโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ตกเป็นทาสการตลาดโดยปริยาย วันนี้เราจะลองพูดคุยกันถึงประเด็นนี้

การที่สมาร์ทโฟนสักเครื่องหนึ่งจะมีประสิทธิภาพในการถ่ายภาพที่ออกมาอย่างสวยงามนั้น จะต้องมีปัจจับร่วมหลายๆ ปัจจัยรวมเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ซอฟต์แวร์, เซ็นเซอร์, ชุดคำสั่งอัลกอริทึม, ขนาดรูรับแสง หรือฮาร์ดแวร์ต่างๆ ทุกปัจจัยที่ได้กล่าวไป หรือที่ยังไม่ได้กล่าวถึงล้วนต้องทำงานประสานกันทั้งสิ้น ดังนั้นบอกเลยว่าจำนวนเลนส์มากกว่าไม่ได้หมายความว่าคุณจะถ่ายรูปออกมาสวยกว่ากล้องเลนส์เดียว

แต่ปัจจัยหลักๆ ในการที่ทำให้ภาพถ่ายออกมาสวยงามนั้นก็คือ ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์นั่นเอง ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของเลนส์ด้วยเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น เลนส์ Wide ทำให้เก็บภาพกว้างขึ้น เลนส์เชิงลึก (Depth) ให้ภาพดูมีมิติ หรือเลนส์ Monochrome ที่สร้างกลิ่นอายของภาพได้อย่างแตกต่างกัน ซึ่งแต่ละเลนส์จะต้องมีซอฟต์แวร์ทำงานร่วมกันอย่างไหลลื่น เพราะถ้าหากทำงานร่วมกันได้ไม่ดี ถึงแม้จะมีกล้องถึง 4 ตัว หรือ 5 ตัว ก็ไม่ได้ทำให้ภาพของคุณที่ได้ออกมามีประสิทธิภาพอย่างที่มันควรจะเป็น

และอีกปัจจัยที่ไม่แพ้กันก็คือ ชิปเซ็ตประมวลผล ที่เป็นหัวใจที่ต้องรองรับการทำงานกับกล้องหลายเลนส์ด้วย หากคุณต้องการสมาร์ทโฟนที่มีกล้อง 3 ตัว 4 ตัว หรือจะ 5 ตัว คุณต้องศึกษาด้วยว่าชิปเซ็ตของแต่ละรุ่นนั้นมีหน่วยประมวลผลเฉพาะหรือไม่ เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ดีนั่นเอง ซึ่งจริงๆ แล้วแค่กล้อง 3 ตัว อย่าง samsung a50 ก็น่าจะพียงพอแล้ว แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ คุณควรไปลองถ่ายด้วยตัวเองจะดีกว่า เพื่อให้คุณได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนั่นเอง