การถ่ายภาพด้วย iPhone ที่ง่ายแสนง่าย

               เทคโนโลยีสำหรับการถ่ายรูปนั้นไม่จำเป็นต้องกดชัตเตอร์ผ่านกล้องอีกต่อไปแล้ว เพราะสมัยนี้การถ่ายรูปนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายและเป็นที่นิยมกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าคนในสมัยนี้จะไปเที่ยวที่ไหน จะไปทำอะไร รวมถึงจะไปรับประทานอาหารที่ร้านไหน ทุกคนก็จะต้องถ่ายรูปและอัพลงโซเชียลมีเดียกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะอัพลงใน Facebook Instagram หรือ Twitter เพียงแค่คุณมีโทรศัพท์มือถือสักเครื่อง ยกตัวอย่างเช่น ไอโฟน การที่คุณคุณมีไอโฟนแค่หนึ่งเครื่อง มันก็เหมือนคุณพกกล้องที่มีคุณภาพดีๆสักเครื่องไว้กับตัวแล้วค่ะ และรูปที่ถ่ายจากไอโฟนนั้นก็สวยไม่แพ้กล้องระดับโปรเลยนะคะ เพียงแต่ไอโฟนนั้นพกพาได้ง่ายกว่า มีน้ำหนักที่เบากว่า แถมไม่ใหญ่เทอะทะเหมือนตอนแบกกล้องตัวใหญ่ๆรวมทั้งเลนส์กล้องอีก แค่มีไอโฟนแค่เครื่องเดียวก็เหมือนกันว่าคุณเอาทั้งกล้องและเลนส์ดีๆมารวมกันไว้ในไอโฟนแล้วล่ะค่ะ

               การที่จะถ่ายรูปผ่านไอโฟนนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป วันนี้เรามีเคล็ดลับง่ายๆที่จะมาแนะนำคุณเกี่ยวกับการถ่ายรูปผ่านไอโฟนกันนะคะ ทีนี้เราจะได้มารู้กันสักทีว่าจะต้องถ่ายยังไงถึงจะได้ภาพที่ถูกใจ

• ถือไอโฟนให้อยู่ในแนวนอน

   ถ้าจะให้พูดถึงเคล็ดลับเบสิคเริ่มต้นเลย คุณควรจะเริ่มจากการถ่ายรูปจากแนวนอนก่อนเป็นอันดับแรก เพราะคุณจะสามารถเห็นภาพรวมในง่ายกว่า และจัดองค์ประกอบของภาพได้ชัดกว่า แต่ถ้าคุณอยากเริ่มจากแนวตั้งก่อนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพียงแต่เริ่มจากแนวนอนนั้นมันมีความง่ายกว่าแค่นั้นเองค่ะ

• โฟกัส

   คงเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าไอโฟนสามารถโฟกัสรูปภาพได้ก่อนที่เราจะกดชัตเตอร์ เพียงแต่หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าบางทีเวลาหยิบไอโฟนออกมาแล้วจะกดถ่ายนั้น ทำไมบางภาพมีความเบลอ ซึ่งการแก้ปัญหานี้เป็นเรื่องที่ง่ายมากเลยค่ะ เพียงแค่คุณเอานิ้วไปจิ้มหน้าจอตรงสิ่งที่เราอยากจะให้มันโฟกัส แค่นั้นมันก็ชัดขึ้นมาแล้วค่ะ จากนั้นก็กดชัตเตอร์ได้เลย และคุณก็จะได้ภาพที่มีความโฟกัสอยู่ในรูปถ่าย

• Grid

   พอเห็นคำว่า “Grid” เชื่อว่าทุกคนจะต้องมีความสงสัยว่ามันคืออะไร จริงๆแล้วในกล้องของไอโฟนจะไม่แสดง Grid นะคะ จริงๆแล้ว Grid จะช่วยให้การถ่ายรูปของคุณนั้นมีความง่ายขึ้นกว่าเดิมเนื่องจาก Grid จะทำให้การถ่ายภาพของคุณนั้นจะมีความตรง ไม่เบี้ยว รวมถึงองค์ประกอบของรูปภาพของเราจะมีความครบสมบูรณ์มากขึ้น

การกดชัตเตอร์

   นอกจากปุ่มชัตเตอร์ที่เราจะเห็นกันบนกล้องของไอโฟนแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่าปุ่มระดับเสียงที่อยู่ตรงข้างเครื่องไอโฟนนั่นก็เป็นอีกปุ่มชัตเตอร์เหมือนกัน บางครั้งการถ่ายรูปคุณอาจจะต้องใช้มือเดียวในการถ่าย ซึ่งตัวเลือกปุ่มนี้อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีในการกดชัตเตอร์เพื่อความสะดวกค่ะ

ถ่ายภาพต่อเนื่อง

   คุณรู้หรือไม่ว่าไอโฟนนั้นมีความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่องได้มากกว่า 1,000 ช็อตกันเลยนะคะ คงมีใครๆหลายคนคงจะเกิดความสงสัยว่ามันจะถ่ายภาพยังไงให้ได้แบบเป็นพันๆช็อต ขอบอกเลยค่ะว่าไม่ยาก เพียงแค่คุณกดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้เท่านั้น ไอโฟนก็จะถ่ายภาพรัวๆติดต่อกันแล้วค่ะ

  ชัดๆไปกับ HDR

   ไอโฟนของเราจะมีโหมด HDR ค่ะ ซึ่งในโหมด HDR นั้นจะช่วยทำให้ภาพมีความสว่างขึ้น และมีความสวยงามขึ้นรวมถึงชัดเจนขึ้น เราสามารถกดเลือกได้ว่าจะให้เป็น HDR แบบ On หรือ HDR แบบ Off หรือจะตั้งไปแบบ Auto เลยก็ยังได้ค่ะ

• App ตกแต่งรูปเพียบ

   บอกเลยค่ะว่าในไอโฟนนั้นมี Applications สำหรับการถ่ายรูปเยอะแยะมากๆ มีทุกแบบทุกแนวที่คุณต้องการ อยากได้ภาพที่แต่งออกมามีความคลาสสิคหรืออยากย้อมสีภาพให้เป็น Mood and Tone ตามที่เราต้องการได้แบบง่ายๆเลย ยกตัวอย่างเช่น VSCO, PicsArt และอีกมากมายที่ให้คุณดาวน์โหลดค่ะ

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆนะคะว่าการถ่ายรูปสมัยนี้มันง่ายแสนง่ายกว่าเมื่อก่อนมากๆ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ใช้ไอโฟน หรืออยากมีไอโฟนไว้มาครอบครอง คุณสามารถดูโปรโมชั่นไอโฟนได้ตาม Apple Store หรือโปรโมชั่นไอโฟนตามค่ายมือถือต่างๆได้เลยค่ะ เนื่องจากโปรโมชั่นไอโฟนในแต่ละที่นั้นมีความแตกต่างกันในเรื่องของราคารวมถึงแพคเกจต่างๆ ถ้าคุณถูกใจโปรโมชั่นไอโฟนร้านไหนหรือค่ายไหนนั้นก็อยู่ที่คุณเลือกและตัดสินใจได้เลย

เลือกซื้อคอมพิวเตอร์อย่างไรให้มีคุณภาพ

                              เชื่อว่าหลายๆคนก่อนที่จะเลือกซื้อคอมพิวเตอร์สักเครื่องนั้นอาจจะเกิดคำถามเยอะแยะมากมายให้กับตัวเองแน่ๆค่ะว่าการที่เราจะซื้อคอมพิวเตอร์ทั้งที เราควรจะพิจารณาในเรื่องใดเป็นเรื่องอันดับแรกๆ ต้องดูที่มีราคาสูงๆหรือเปล่า เพราะราคาคอมพิวเตอร์นั้นมีตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสนกันเลยทีเดียวนะคะ หรือว่าต้องซื้อคอมพิวเตอร์ราคาที่แพงๆเท่านั้นรึเปล่าถึงจะเรียกว่าดี เราต้องซื้อยี่ห้อที่มีชื่อเสียงเท่านั้นใช่ไหม สเปคต้องระดับเจ๋งแค่ไหน ซื้อแบบไหนถึงจะทนทาน หรือต้องเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ลักษณะใดถึงจะคุ้มค่า คือมันแทบจะเป็นเรื่องปกติมากๆเลยนะคะที่เราจะต้องศึกษาหาข้อมูลก่อนที่เราจะซื้ออะไรสักอย่าง ยิ่งเป็นในเรื่องของการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์อยู่แล้วด้วยนั้นก็ยิ่งต้องศึกษาหาข้อมูลดีๆ เพราะเครื่องก็ไม่ใช่ราคาบาทสองบาทใช่ไหมล่ะคะ วันนี้เราไปหาคำตอบพร้อมๆกันดีกว่าการที่เราจะซื้อคอมติวเตอร์ทั้งที ต้องทำอย่างไร

               เคล็ดลับในการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ที่คุณจะต้องรู้

• ถามใจตัวเองว่าต้องการอะไร

   การที่จะซื้อคอมพิวเตอร์สักเครื่อง เราต้องถามใจของตัวคุณเองเป็นอันดับแรกเลยค่ะว่าการที่คุณจะซื้อคอมพิวเตอร์มาทั้งทีนั้นคุณจะต้องซื้อมาใช้งานแบบไหน จะใช้ทำงานหรือจะใช้เพื่อเล่นเกมส์ ถ้าสมมุติจะใช้ทำงาน อาทิเช่น งานตัดต่อรูปภาพหรืองานตัดต่อวีดีโอ หรือบางคนไม่ได้ซื้อไว้เพื่อทำงานแต่อยากซื้อเพื่อความบันเทิง อาจจะแค่อยากมีไว้ดูภาพยนตร์กับเล่นอินเทอร์เน็ตทั่วไปเท่านั้น ถ้าเรารู้ตัวเราเองว่าตัวเรานั้นมีความต้องการที่จะใช้งานแบบไหน เราถึงจะรู้ลักษณะของคอมพิวเตอร์ตามความเหมาะสมที่อยากจะซื้อได้ไม่ยากเลยค่ะ

งบประมาณในการซื้อ

   คิดว่าเรื่องเงินคงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับใครหลายๆคนเลยนะคะ และคิดว่าน่าจะเกิดปัญหานี้ทุกคนแน่ๆ บางคนอาจจะมีงบประมาณการซื้อคอมพิวเตอร์ที่ไม่มาก แต่ดันมีความต้องการที่อยากจะได้คอมพิวเตอร์ตัวดีๆแรงๆ เพราะเหตุนี้จึงเกิดปัญหาที่ตามมา ก็คืองบที่เตรียมไว้นั้นมีไม่พอ หรืองบประมาณอาจจะมีความเกินมากเกินไป จริงๆปัญหานี้นั้นเราควรจะพิจารณาตามความเหมาะสมมากกว่าค่ะ ถ้าคอมพิวเตอร์ที่คุณอยากได้นั้นมีราคาสูงกว่างบประมาณของตัวเอง เราจะยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่ออยากใช้งานคอมพิวเตอร์ตามที่เราหรืออาจจะหาสเปคความต้องการกับราคาที่ไปในทิศทางเดียวกัน เราคิดว่าน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดนะคะ

ความเชื่อถือของแบรนด์

   จริงๆแล้วแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญในการเลือกซื้อของทุกอย่างบนโลก รวมถึงในเรื่องการซื้อคอมพิวเตอร์ด้วยค่ะ ซึ่งแต่ละคนนั้นก็มีประสบการณ์แต่ละแบรนด์ไม่เหมือนกัน อยู่ที่ความชื่นชอบของแต่ละบุคคล เพราะบางคนเลือกแบรนด์นี้เพราะว่าอาจจะเคยใช้มาก่อน แต่บางคนเลือกเพราะว่าแบรนด์นีมีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือ

• CPU

   CPU หรือ สมองของคอมพิวเตอร์ ซึ่งเราควรจะเลือกซื้อที่เป็นรุ่นปัจจุบัน ไม่ควรซื้อรุ่นที่มันเก่าเกินไป จริงอยู่นะคะถ้าเลือกที่จะซื้อรุ่นเก่าเนื่องจากราคาอาจจะถูกกว่า แต่มันจะไม่คุ้มค่าที่จะใช้งานเอาซะเลยค่ะ เพราะว่าอย่างน้อยๆการอายุของคอมพิวเตอร์นั้นก็ควรใช้ได้ประมาณ 3 ถึง 5 ปีเป็นอย่างต่ำ จึงไม่อยากแนะนำให้ซื้อรุ่นที่มันตกรุ่นมากนักค่ะ ไม่ควรจะต่ำกว่า 1 รุ่นจะดีที่สุด

• Ram

   แรม หรือ หน่วยความจำที่มีหน้าที่คอยประมวลผล ทางเราอยากจะแนะนำว่า เราควรจะซื้ออย่างน้อย 4GB นะคะ เพื่อที่จะให้คอมพิวเตอร์ของเรานั้นทำงานได้ไวขึ้น โดยถ้าเราจะเปิดงานหลายๆหน้าต่างพร้อมกัน การที่คุณเลือกซื้อแรมที่เยอะเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้คอมพิวเตอร์ของเราเล่นได้แบบลื่นไหลไม่ค้างเลยค่ะ สำหรับใครที่มีงบประมาณในการซื้อที่ ก็อาจจะซื้อ 8GB ไปเลยก็ได้ค่ะ เพราะเราจะสามารถใช้งานได้ยาวๆแบบไร้กังวล

                              นี่ก็คือเคล็ดลับเบื้องต้นสำหรับคนที่อยากจะซื้อคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองสักเครื่อง แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน ลองเอาวิธีที่บอกข้างต้นไปลองใช้ในการตัดสินใจดูนะคะ เชื่อว่าเคล็ดลับที่กล่าวมานั้นจะต้องช่วยคุณไม่มากก็น้อยค่ะ

เทคโนโลยีกล้องใน Smart Phone

camera-smart-phone

               สมาร์ทโฟนนั้นเป็นสิ่งติดตัวของคนในปัจจุบันอย่างปฏิเสธไม่ได้ ด้วยความที่เป็นอุปกรณ์ที่รวบรวมสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันไว้ในอุปกรณ์เล็ก ๆ เครื่องเดียว และแน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือกล้องถ่ายรูปนั่นเอง ซึ่ง Smart Phone ที่มีกล้องดีอย่าง iphone xr โปรโมชั่นก็มีมากมายให้ได้เลือกดูกัน

          โดยกล้องถ่ายรูปที่อยู่บนสมาร์ทโฟนนั้นได้วิวัฒนาการมาเป็นระยะเวลาพอสมควรตั้งแต่ในยุคที่ยังเป็น Feature Phone อยู่ ซึ่งจากแต่เดิมที่เป็นเพียงแค่ฟังก์ชั่นเสริมเพื่อเพิ่มความหลากหลายและน่าสนใจให้กับโทรศัพท์ในสมัยนั้นโดยไม่ต้องเน้นความชัดเจนมากนัก กลับกลายเป็นฟังก์ชั่นหลักในยุคที่ได้ปรับเปลี่ยนเป็น Smart Phone ที่ต้องเน้นความคมชัดและเทคโนโลยีล้ำจัดเต็มเลยทีเดียว

          ครั้งแรกที่โทรศัพท์มือถือมีกล้องเป็นส่วนประกอบนั้นต้องย้อนกลับไปในปี 2000 โดยบริษัท Samsung ได้เปิดตัว Feature Phone จอสีในชื่อรุ่น SCH-V200 โดยตำแหน่งของกล้องจะอยู่ที่ด้านหลังความละเอียดอยู่ที่ 0.35 ล้านพิกเซล ส่วนความจำภายในตัวครื่องก็บรรจุรูปได้เพียง 20 รูป สามารถนำรูปออกมาได้โดยผ่านคอมพิวเตอร์ ต่อมาบริษัทผลิตโทรศัพท์มือถือต่าง ๆ ก็ทยอยออก Feature Phone มาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น Motorola รุ่น E365 หรือ Nokia ที่เปิดตัวโทรศัพท์ในระบบปฏิบัติการ Symbian ในชื่อรุ่น 7650 ซึ่งเป็น Smart Phone ในยุคแรก เป็นต้น

               ด้วยความที่โทรศัพท์มือถือได้ค่อย ๆ กระจายความนิยมไปทั่วโลกการถ่ายรูปผ่านอุปกรณ์ดังกล่าวจึงเป็นที่นิยมไปด้วย เพราะว่ามีความสะดวกในการถ่ายและสามารถส่งรูปที่ถ่ายผ่าน SMS ได้ จากฟังก์ชั่นที่มีไว้เพื่อเป็นตัวเสริมก็กลายเป็นฟังก์ชั่นหลักขึ้นมา กล้องที่ติดกับมากับมือถือจึงต้องพัฒนาให้มีความคมชัดและมีฟังก์ชั่นสนับสนุนในการถ่ายมากยิ่งขึ้น เช่น iphone xr โปรโมชั่นจัดเต็มในตอนนี้

          จนในปัจจุบัน Smart Phone ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของหลาย ๆ คนกล้องถ่ายรูปก็ได้เป็นสิ่งที่ผู้ใช้เลือกเป็นสิ่งหลักในการตัดสินใจซื้อ มีการเพิ่มกล้องหน้าเข้ามาเพื่อใช้ในการถ่าย Selfie หรือใช้เพื่อ VDO CALL  จนถึงมีฟังก์ชั่นมากมายที่ขาดไม่ได้ดังนี้

          1. ถ่ายวีดีโอ

          ย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อน คงมีคนจำนวนมากคิดไม่ถึงว่าโทรศัพท์มือถือจะสามารถถ่ายภาพวีดีโอได้ เพราะลำพังกลังวีดีโอในสมัยนั้นน้ำหนักก็เยอะพอตัวอยู่แล้ว แต่เมื่อมีกล้องใน Smart Phone แบรนด์ผู้ผลิตก็ได้พัฒนาให้สามารถถ่ายวีดีโอได้ จากในยุคแรก ๆ ซึ่งทำความละเอียดได้น้อยมาก ๆ จนตอนนั้นขั้นต่ำที่สามารถถ่ายได้ต้องเป็น HD เป็นอย่างน้อย FULL HD เป็นมาตรฐานทั่ว ๆ ไป และ 4K เป็นมาตรฐานใหม่ ทั้งนี้ยังได้ใส่ลูกเล่นเข้ามาอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น Slow Motion, Time Lapsed เป็นต้น เรียกได้ว่าถ้าเรามี Smart Phone แค่เครื่องเดียวก็สามารถถ่ายงานต่าง ๆ ได้ในระดับเทียบเคียงมืออาชีพได้เลย อย่างเช่น iphone xr โปรโมชั่นก็เยอะอยู่และถ่ายวีดีโอได้ดี

          2. ความคมชัดของภาพ

          จากที่เราได้บอกไปว่าโทรศัพท์มือถือในยุคแรกนั้นถ่ายภาพความละเอียดอยู่ที่ 0.35 ล้านพิกเซล แต่ด้วยความนิยมและความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ความละเอียดของภาพก็ต้องเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถทดแทนกล้องคอมแพคได้ ตอนนี้ความคมชัดของภาพก็กระโดดไปแตะ 23 ล้านพิกเซลแล้ว ซึ่ง iphone xr ที่ได้รับความนิยมในตอนนี้ก็มีความละเอียดกล้องหลังอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าอยู่ที่ 7 ล้านพิกเซล ซึ่ง iphone xr โปรโมชั่นในไทยตอนนี้ก็มีให้ได้เลือกพิจารณากันจากหลายตัวแทนจำหน่าย

          3. กล้องหน้า

          กล้องหน้าของ Smart Phone ในปัจจุบันนั้นมีความสำคัญไม่แพ้กล้องหลังเลยทีเดียว เพราะว่าการมาของวัฒนธรรมถ่ายรูปแบบ Selfie และการ VDO CALL หรือ Live สดผ่าน Social Network ทำให้ผู้ผลิตทำ Smart Phone บางรุ่นให้กล้องหน้าคมชัดกว่ากล้องหลังซะอีก นอกจากนั้นยังใส่ฟังก์ชั่นพิเศษเช่นเพิ่มความสวยงามหรือปรับปรุงใบหน้าให้ดูดีอีกด้วย

          4. เลนส์คุณภาพสูง

          เนื่องจากมาตรฐานกล้องของ Smart Phone ได้เพิ่มขึ้นไล่ตามกล้อง Compact ไปถึงกล้องแบบ Pro ทำให้ในส่วนของเลนส์ก็ได้พัฒนาไปมากกว่าเก่า อย่างที่เราจะเห็นว่า Huawei ที่ร่วมมือกับผู้ผลิตกล้องและเลนส์ชั้นนำของโลกอย่าง LEICA ผลิต Smart Phone เรือธงที่มีเลนส์ LEICA อยู่ภายใน หรือ iphone xr โปรโมชั่นน่าสนใจในปัจจุบันก็มีชุดเลนส์ 6 ชิ้น ประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อคุณภาพของภาพที่ดี

          นี่เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีกล้องใน Smart Phone จะเห็นได้ว่าการถ่ายภาพที่เป็นกิจกรรมยอดนิยมของคนนั้นเมื่อมาอยู่กับสิ่งที่ใช้งานง่ายอย่าง Smart Phone นวัตกรรมจึงเกิดขึ้นอย่างไม่หยุด    โดย iphone xr โปรโมชั่นดี ๆ กล้องเด่นก็มีให้เลือกดู

ตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้วย iPhone

เป็นที่รู้กันดีว่าถ้าหากพูดถึงแบรนด์ “Apple” ที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ออกสินค้าใหม่มาก็เป็นที่จับตามองด้วยคุณภาพและ iphone โปรโมชั่น ก็จะมีมาอยู่เสมอ เพราะไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยี ดีไซน์และลูกเล่นใหม่ที่มักจะนำมาใส่ในผลิตภัณฑ์ของตนเองอยู่เสมอแทบจะการันตีได้ว่าสินค้าจาก  Apple จะเป็นสินค้าที่มีคุณภาพแน่นอนและหนึ่งในสินค้าเด่นของ Apple ก็คือ iPhone โปรโมชั่นที่อาจจะมาในช่วงแรกในตอนเปิดตัวแต่ก็ยังขายได้เรื่อยๆ ยิ่งทุกครั้งที่เปิดตัว ไม่ว่าจะออกมากี่รุ่นก็ได้รับการตอบรับดีเสมอและมักจะมีฟีเจอร์ใหม่ๆ มาให้ได้เล่นกันอยู่ตลอด

            รอบนี้ Apple ได้ออก iPhone 7และ iPhone 7Plus ซึ่งรูปลักษณ์ภายนอกอาจจะดูไม่แตกต่างจากเครื่อง iPhone6 และ iPhone 6Plus มากนัก แต่จริงๆ มีจุดแตกต่างอยู่หลายจุดตั้งแต่การดีไซน์ตัวเครื่องไปจนถึงระบบการใช้งานของเครื่อง รายละเอียดความแตกต่างจะเทียบให้เห็นกันทีละอย่างดังนี้ ตัวเครื่องด้านหลังจะเห็นว่าตัวเส้นสัญญาณได้หายไปทำให้ด้านหลังเครื่องโล่งและเรียบมากขึ้น กล้องที่มีขนาดใหญ่และนูนกว่ารุ่นเดิมพอสมควร ส่วนรุ่น Plus จะเป็นกล้องคู่ที่มีเลนส์ 2 แบบเป็นเลนส์ Wide สำหรับถ่ายภาพมุมกว้างกับเลนส์ Telephoto สำหรับการถ่ายภาพระยะไกล และแฟลชที่เป็น LED สี่ดวงต่างจากรุ่นก่อนทำให้ได้แฟลชที่สว่างมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ต่อมาคือ Apple ได้เอาพอร์ทเสียบหูฟังขนาด 3.5mm ออกไปแล้ว นี่เป็นแค่โดยรอบตัวเครื่อง

ต่อมาจะมาพูดถึงระบบภายในตัวเครื่องกันบ้าง อย่างแรกคือ ปุ่มโฮมที่เปลี่ยนไปจากตอนรุ่นเก่าจะเป็นปุ่มกดแต่รุ่นนี้จะเป็นเรียบๆ ไปและใช้ระบบ Taptic Engine แทนคือตอบรับโดยการสั่นแทนการกดแบบรุ่นก่อนรวมถึงจะไม่ตอบสนองหากยังไม่ได้เปิดเครื่อง ยังสามารถเลือกระดับการสั่นได้ถึง 3 ระดับ และมีระบบการสแกนลายนิ้วมือที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนโดยที่ไม่จำเป็นต้องแตะโดนทั้งนิ้วหรือมือเปียกก็สามารถสแกนผ่านได้อย่างง่ายดาย ต่อมาถือว่าเป็นจุดเด่นของ iPhone 7เลยก็ว่าได้คือ ระบบกันน้ำและกันฝุ่นด้วยมาตรฐาน IEC 60529 ที่ระดับ IP67 ทำให้สามารถป้องกันฝุ่นได้ 100% กันน้ำได้ 30นาที เมื่ออยู่ในระดับน้ำลึกไม่เกิน 1 เมตร จึงไม่ต้องห่วงว่าจะสามารถโดนฝนโดนเหงื่อได้หรือไม่ หากทำ iPhone7 ตกน้ำทิ้งไว้ให้เครื่องหายชื้นสักพักก็จะสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติรวมถึงตัวพอร์ตต่างๆ ก็เช่นกันต้องทิ้งไว้ให้หายชื้นเครื่องถึงจะยอมให้ใช้งานได้ ปรับลำโพงมาใช้เป็นระบบ Stereo ทำให้เสียงออกมามีมิติมากยิ่งขึ้น ส่วนของกล้องถ่ายรูปก็เป็นอีกจุดเด่นของ iPhone7และ iPhone7 Plus เลยก็ว่าได้เพราะมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล ชุดเลนส์ 6 ชิ้น แฟลช True Tone แบบ LED สี่ดวง พาโนรามา (สูงสุด 63MP) ผลึกแซฟไฟร์ป้องกันหน้าเลนส์ เซ็นเซอร์รับแสงด้วยส่วนหลัง ฟิลเตอร์ Hybrid IR ออโต้โฟกัสที่มาพร้อมกับ Focus Pixels  คุณสมบัติ Live Photos พร้อมระบบป้องกันการสั่นไหวของภาพอัตโนมัติ บันทึกภาพถ่ายและ Live Photos ด้วยขอบเขตสีกว้าง การควบคุมค่าแสง ลดนอยซ์ และ HDR อัตโนมัติสำหรับภาพถ่าย โหมดภาพถ่ายต่อเนื่อง โหมดตั้งเวลาถ่ายภาพแนบพิกัดตำแหน่งในภาพถ่าย รูปแบบไฟล์ภาพที่บันทึกเป็นไฟล์ HEIF และ JPEG แต่เพราะ iPhone7 Plus มาพร้อมกับกล้องคู่จึงทำให้มีข้อแตกต่างในภาพที่ได้ออกมาไม่ว่าจะเป็น เรื่องระบบการซูมที่ iPhone7 Plus สามารถทำได้ดีกว่า และฟีเจอร์ภาพ Portrait หรือหน้าชัดหลังเบลอที่ iPhone7 ไม่มี ต่อมาเป็นเรื่องของแบตเตอรี่ iPhone7 และ iPhone7 Plus ที่สามารถใช้งานได้นานขึ้นกว่า iPhone6s และ iPhone6s Plus ถึง 2 ชั่วโมง และ 1 ชั่วโมงโดยเฉลี่ยเพราะความจุแบตที่มากกว่ารุ่นก่อนเล็กน้อยและระบบ ios 10.1 ที่มีระบบที่ทำให้กินแบตเตอรี่ในการใช้งานน้อยลง ถัดมามาดูอุปกรณ์เสริมอย่าง Lightening Earpods กันบ้างให้เสียงที่ดีกว่า Earpodsในรุ่นเก่าเล็กน้อยแต่ที่แตกต่างคือสามารถต่อเข้ากับพอร์ทเดียวกับที่ชาร์จแบตเตอรี่ได้เลยข้อเสียคือจะไม่สามารถใช้งานพร้อมกับชาร์จแบตเตอรี่ได้

จากที่กล่าวมา จะเห็นว่าฟังก์ชั่นหลักที่เพิ่มขึ้นมาใน iPhone7 และ iPhone7 Plus เป็นฟังก์ชันที่น่าสนใจและยังไม่เคยมีมาก่อนใน iPhone รุ่นก่อนๆ ซึ่งระบบที่ถูกพัฒนามาจะช่วยให้ใช้งานง่ายขึ้นและสามารถแก้ไขปัญหาจากรุ่นก่อนๆ ได้เป็นอย่างดี โดย iPhone7 และ iPhone7 Plus มีให้เลือกด้วยกัน 5 สีได้แก่ สีโรสโกลด์ (Rose Gold) , สีดำ (Black) , สีทอง (Gold) , สีเจ็ท แบล็ค (Jet Black) และ สีเงิน (Silver) ซึ่งสี Jet Black มีให้ลือกแค่ 2 ความจุคือ 128GB และ 256GB เท่านั้น โดย iPhone7 และ iPhone7 Plus ราคาเริ่มต้นที่ 22,500 บาท และ 27,500 บาท สามารถเลือกซื้อกันได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และ iphone โปรโมชั่น มีตามร้านทั่วไปหรือเลือกซื้อออนไลน์กับเราที่เพาเวอร์บาย iphone โปรโมชั่นดีๆ มีให้เลือกมากมาย

สิ่งที่คุณควรจะรู้ก่อนจะซื้อโน๊ตบุ๊ค

หลายๆคนอาจจะมีคำถามเกี่ยวกับการซื้อโน๊ตบุ๊คว่าถ้าตัวเราอยากจะซื้อโน๊ตบุ๊คดีๆสักเครื่องนั้นเราจะต้องทำอย่างไร จริงๆแล้วเราควรดูอะบ้าง และต้องมีคุณสมบัติอย่างไร แบบไหนถึงเรียกว่าดี แบบไหนถึงเรียกว่าไม่ดี ต้องเลือกยังไงถึงจะคุ้มค่า แล้วแบรนด์อะไรที่ควรจะซื้อ จริงๆไม่เกี่ยวกับแบรนด์เลยค่ะ อยู่ที่การใข้งานของตัวเราเองมากกว่าว่าอยากได้แบบไหน บางคนเน้นทำงานอย่างเดียว บางคนเน้นเล่นเกมส์ บางคนอาจจะแค่อยากมีโน๊ตบุ๊คเล่นอินเตอร์เน็ตบวกกับทำงานนิดๆหน่อยๆ อาจจะไม่ต้องซื้อสเปคโน๊ตบุ๊คที่แรงเกินไปแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไปซื้อโน๊ตบุ๊คเสปคที่ต่ำกว่าปกติ อาจจะทำให้การใช้งานของคุณเกิดความหงุดหงิดได้ วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับสำหรับการเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คมาฝากกันค่ะ

  • สับสนเลือกไม่ถูกว่าจะ Mac หรือ Windows

     เชื่อว่าหลายคนสับสนกับเรื่องนี้กันว่าจะไปทางไหนดี จะไปทาง Mac หรือ Windows ดี อันไหนมันดีกว่ากัน จริงแล้วทั้ง Mac และ Windows นั้นมีความแตกต่างกันมาก ไม่เหมือนกันเลยทั้งรูปแบบและ hardware อันนี้ถ้าจะให้แนะนำก็คงจะต้องถามตัวเองว่าเราซื้อไปเพื่อทำงานแบบไหน ใช้งานลักษณะไหน ถ้างานของคุณเน้นเรื่องกราฟฟิก หรือ โฟโต้ชอป คุณก็ต้องไปทาง Mac แต่ถ้าถ้าอยากได้ที่มี hardware และ software จากค่ายอื่นที่มีการรองรับมากมายก็อาจจะไปเลือก Windows  กัน แต่ในที่สุดแล้วนั้นต้องเลือกสิ่งที่มาใช้ประโยชน์กับคุณมากที่สุดนะคะ

  • CPU

   CPU คือชิปหน่วยประมวลผล ลักษณะของมันจะเป็นสี่เหลี่ยมอันหนึ่งที่มีขนาด1×1นิ้ว ซึ่งตัวนี้นี่แหละค่ะที่จะเป็นตัววัดความเร็วและแรงของเครื่อง ยังรวมถึงการบ่งบอกลักษณะในการใช้งานด้วย

  • ฮาร์ดดิสก์

   HDD หรือที่เรียกว่าฮาร์ดดิสก์นั่นเอง ซึ่งฮาร์ดดิสก์จะเป็นหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คนะคะ ซึ่งฮาร์ดดิสก์จะมีไว้เก็บสำรองข้อมูลในแบบปริมาณที่มาก ซึ่งในปัจจุบันนี้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คจะเลือกใส่ฮาร์ดดิสก์ที่ความจุขั้นต่ำคือ 1 TB เพราะจะเหมาะสมสำหรับการใช้งานแบบทั่วไปแถมยังสามารถรองรับแอปพลิเคชั่นด้วยนะคะ

  • Ram

   Ram คือหน่วยประมวลผล ในส่วนใหญ่จะใช้ประเภท LDDR เพราะจะมีสิทธิภาพในการรับส่งได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม แถมยังช่วยในการประหยัดพลังงาน สังเกตไหมคะว่าส่วนใหญ่แล้วจะเลือกความจุแรมขั้นต่ำที่ 4GB เพื่อให้โน๊ตบุ๊คทำงานได้ไวขึ้น โดยเฉพาะถ้าคุณเปิดงานหลายหน้าหรือเปิดแอปพลิเคชั่นหลายๆอันพร้อมกัน การเลือก Ram ที่เยอะเท่าไหร่ จะทำให้เครื่องโน๊ตบุ๊คของเราเล่นได้แบบลื่นไหลไม่มีสะดุดเลยค่ะ

   • การ์ดจอ

   ถ้าหากงานของคุณจะต้องทำงานเกี่ยวกับการตกแต่งรูปภาพ หรืออาจจะทำพวกงานกราฟิกก็ตามแต่ สิ่งแรกที่จะต้องเลือกคือคุณควรเลือกการ์ดจอสูง รู้ไหมว่าทำไมเราต้องเลือกที่มันสูงด้วย เป็นเพราะว่าการ์ดจอคือส่วนแสดงผลกราฟฟิกนั่นเองค่ะ เนื่องจากในปัจจุบันนั้นโน๊ตบุ๊คจะเน้นการ์ดจอ HD Graphics 620 ซึ่งมันจะให้ภาพที่คมชัดแล้วนะคะถ้าเราจะใช้งานแบบทั่วไป แต่ถ้าเราไม่ได้ใช้งานโน๊ตบุ๊คหนักมาก เราก็ไม่ต้องเน้นการ์ดจอขนาดนั้นค่ะ สามารถเลือกแบบทั่วไปได้เลย

  • Port and Interface

   เราต้องดูว่าความจำเป็นของเราได้ใช้มากน้อยแค่ไหนกันค่ะ หากคุณเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ต้องต่อเมาส์กับคีย์บอร์ดที่ต้องต่อแยก ไม่ว่ายังไงพอร์ต USB ของคุณก็จะต้องมีมากกว่า 3 ช่องนะคะ และควรเป็น USB 3.10 หรือ USB 3.1 อย่างน้อยสักสองช่อง ที่ต้องมีก็เพราะว่าเผื่อว่าคุณจะใช้สำหรับการโอนถ่ายข้อมูลแบบ Ex.DD to Ex.DD โดยใช้ความเร็วแบบสูงสุดนั่นเองค่ะ

               เป็นไงบ้างล่ะคะสำหรับการเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คเบื้องต้น หวังว่าข้อมูลที่นำเสนอไปจะช่วยให้คุณๆทั้งหลายนั้นได้สามารถเอาไปใช้ในการตัดสินใจเวลาจะไปซื้อโน๊ตบุ๊ค และสิ่งสำคัญที่สุดว่าโน๊ตบุ๊คที่เราเลือกนั้นจะต้องเหมาะสมต่อการใช้งานนะคะ คุณอาจจะต้องลองถามใจตัวคุณเองดีๆก่อนมาเป็นอย่างแรก และเมื่อคุณได้รับคำตอบว่าความต้องการของคุณเกี่ยวกับการใช้งานโน๊ตบุ๊คมันคืออะไร คุณก็จะรู้เองว่าควรเลือกคุณสมบัติโน๊ตบุ๊คแบบไหนที่ตรงตามใจอย่างที่คุณต้องการ

อุปกรณ์ที่จะทำให้ชีวิตใน Office ง่ายขึ้น

Office

               Office หรือสำนักงานในบริษัทถือว่าเป็นสถานที่สำคัญของคนในยุคใหม่เลยก็ว่าได้ เพราะว่าหลายคนที่ยึดอาชีพหนุ่มสาวออฟฟิศคงจะผูกพันและใช้ชีวิตใน Office จนเรียกได้ว่าเป็นบ้านอีกหลังก็ว่าได้ และแน่นอนว่าการที่จะทำงานให้ได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพนั้น อุปกรณ์ต่าง ๆ ควรสนับสนุนผู้ใช้ทั้งในด้านการทำงานและด้านสุขภาพจิตที่ดี

          ซึ่งอุปกรณ์ที่มีใน Office นั้นก็หลากหลายแตกต่างกันออกไปตามแต่ลักษณะการทำงานของแต่ละที่ อย่างเช่นบริษัทรับออกแบบก็จะขาดเครื่องปริ้นเลเซอร์สีไปไม่ได้ โดยเราจะมาบอกถึงอุปกร์ที่ทุก Office ควรจะมีไว้ว่าชิ้นไหนน่าสนใจและน่าซื้อมาติดออฟฟิศบ้าง

               1. คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค

          ถือว่าเป็นส่วนสำคัญมาก ๆ สำหรับการทำงานใน Office สมัยนี้ โดยแต่ก่อนอาจจะใช้คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะในการทำงานแต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีได้ส่งให้โน๊ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ที่เคลื่อนย้ายได้ง่ายมาเป็นอุปกรณ์ข้างกายของหนุ่มสาว Office แทน

          คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่เหมาะสมกับการทำงานใน Office นั้นต้องประกอบไปด้วยหลายอย่างที่มองข้ามไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของประสิทธิภาพที่ควรลื่นไหลไม่ติดขัด ขนาดที่เล็กบางเบาที่ช่วยในการเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวกทั้งการทำงานนอกสถานที่ หรือการต้องนำไปพรีเซนต์งานในห้องประชุม ประกอบกับดีไซน์ที่จะต้องมีความสวยงามเพื่อเป็นส่วนช่วยเสริมบุคลิกภาพในการไปคุยงานกับลูกค้า ซึ่ง Asus VivoBook 15 X505ZA ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการทำงานทั่ว ๆ ไปในดีไซน์ที่ดี ทำงานร่วมได้กับเครื่องปริ้นเลเซอร์สี แถมราคาก็อยู่ที่ 11,990 ซึ่งไม่แพงเลยทีเดียว

          2. หูฟัง

          การทำงานใน Office นั้นบางครั้งก็ต้องเผชิญกับความเครียดการฟังเพลงจึงเป็นทางออกที่ดี แต่การที่จะเปิดเพลงเสียงดังลั่นที่ทำงานนั้นคงไม่ใช่เรื่องที่ควรทำนัก เพราะอาจจะโดนหัวหน้าว่าเอาได้ดังนั้นหูฟังจึงเป็นทางออกที่ดีในการฟังเพลง  ซึ่งลักษณะของอุปกรณ์ชิ้นนี้ที่เหมาะสมกับ Office นั้นควรเชื่อมต่อด้วยระบบ Bluetooth เพราะว่าคล่องแคล่วเดินไปไหนมาไหนได้สะดวก ซึ่งคุณภาพเสียงที่ได้นั้นต้องทำได้ดีไม่แพ้แบบมีสายด้วยถึงจะสมบูรณ์แบบ รวมถึงต้องมีน้ำหนักเบาและดีไซน์ที่สวยงามทันสมัยเข้ากับไลฟ์สไตล์หนุ่ม สาว ออฟฟิศ และหูฟังที่น่าสนใจก็คือ Marley ในรุ่น Uplift 2 Wireless ที่เป็นหูฟังที่เหมาะสม

          3. เครื่องฟอกอากาศ

          สภาพอากาศในออฟฟิศนั้นเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะจะส่งผลต่อสุขภาพและจิตใจของผู้ทำงาน เพราะบาง Office นั้นมีพื้นที่ไม่ใหญ่มากดังนั้นกลิ่นอับหรือกลิ่นอาหารรวมไปจนถึงฝุ่นเล็ก ๆ ที่หลงเหลือจากการทำความสะอาดก็สามารถอบอวนอยู่ภายในทำร้ายระบบทางเดินหายใจได้

          เครื่องฟอกอากาศจึงจำเป็นกับ Office ในยุคนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งต้องมีประสิทธิภาพที่ไว้วางใจได้เลย เพราะว่าต้องคลอบคลุมคนทำงานทุกคน และมีฟังก์ชั่นหลากหลายรองรับปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละสถานการณ์แถมดีไซน์ก็ต้องสวยงามให้เข้ากับการตกแต่งด้วย DYSON เครื่องฟอกอากาศไร้ใบ รุ่น TP04 PH/TH WH/SV นั้น ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าสามารถใช้งานได้ในพื้นที่ 30-55 ตร.ม. ซึ่งพอดีกับห้องขนาดกลาง ถ้าจะใช้ในพื้นที่ ๆ กว้างขึ้นก็สามารถใช้จำนวนที่เพิ่มมากขึ้นได้ตามความเหมาะสม โดยระบบฟอกอากาศใช้ HEPA FILTER สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ในระดับ PM 2.5 ถึง PM 0.3 ตั้งเวลาเปิดปิดได้ ราคา 28,900 บาท

          4. เครื่องปริ้นเลเซอร์สี

          ไม่ใช่แค่บริษัทหรือ Office ที่ทำงานเกี่ยวกับการออกแบบและต้องการนำงานไปเสนอลูกค้าเท่านั้นที่จะต้องใช้เครื่องปริ้นเลเซอร์สี แต่ว่า Office ที่ดีก็ต้องมีเครื่องปริ้นเลเซอร์สีติดไว้ด้วยเพื่อปริ้นเอกสารต่าง ๆ เพราะอุปกรณ์ชิ้นนี้สามารถปริ้นงานขาวดำออกมาได้เช่นเดียวกัน แต่ว่าการทำงานเป็นเลเซอร์ที่รวดเร็วและสามารถพิมพ์สีได้ด้วยก็ถือว่าเป็นฟังก์ชั่นสำรองไว้เผื่อว่าต้องการเอกสารที่ใช้สีแบบคมชัด โดย Samsung SL-C480FW Color Multifunction Laser Printer นั้นทำงานด้วยมัลติฟังชั่นแบบครบเครื่อง ทั้งปริ้นขาวดำและสีด้วยเลเซอร์อย่างรวดเร็ว แถมถ่ายเอกสาร รับส่งแฟกซ์ได้อีกด้วย

          นี่คือเรื่องราวของอุปกรณ์ที่จะทำให้ชีวิตใน Office ง่ายขึ้น ซึ่งต้องบอกเลยว่าถ้าเกิดมีครบทั้งหมดนี้คงจะดีมาก ๆ เลยนะครับ

แนะนำ Tablet น่าใช้ปี 2019

Tablet

               ในอดีตเวลาที่เราจะไปทำงานหรือเล่นอินเตอร์เน็ตนอกบ้าน เช่นที่ร้านกาแฟ ที่โรงเรียน ที่บ้านเพื่อน ก็จำเป็นที่จะต้องหิ้วคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาจจะลำบากสำหรับบางคน แต่ว่าในปัจจุบันสิ่งที่เรียกว่า Tablet ได้เข้ามาเติมเต็มความต้องการและไลฟ์สไตล์ของเรา ทำให้เราสามารถใช้งานในเรื่องงานและความบันเทิงในสถานที่ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะมีน้ำหนักที่เบา จอที่กว้างแถมเลือกได้หลายขนาด แถมประสิทธิภาพที่มีมากจนเกือบเทียบเคียงโน๊ตบุ๊คบางรุ่นได้เลยทีเดียวอย่างเช่น huawei mediapad m5 เป็นต้น

          จากข้อดีนี่เองทำให้ความนิยมของคนที่ใช้ Tablet มีมากมาย รวมถึงในประเทศไทยก็เช่นกัน แบรนด์ต่าง ๆ ได้พัฒนา Tablet ออกมารุ่นแล้วรุ่นเล่าเพื่อตอบสนองความต้องการ ซึ่งหลายคนที่กำลังอยากได้ Tablet หรือกำลังอยากเปลี่ยน Tablet เครื่องใหม่อาจจะกำลังมีข้อสงสัยว่าจะซื้อ Tablet แบบไหนให้ตรงใจดี ครั้งนี้เราจะมาแนะนำ Tablet น่าใช้ปี 2019 ทั้ง huawei mediapad m5 และนอกเหนือจากนั้น มาให้ได้ทราบกัน

          ก่อนอื่นเราอยากจะแยก Tablet ออกเป็นแบบต่าง ๆ 3 แบบนั่นก็คือ

               Tablet ประสิทธิภาพดี ที่ถูกผลิตและออกแบบมาให้พร้อมทุกการใช้งาน

               Tablet ประสิทธิภาพกลางที่สามารถใช้งานได้หลากหลายเช่นเดียวกันแต่เรื่องของความเร็วต่าง ๆ อาจจะลดหลั่นลงมา

               Tablet ราคาประหยัด ซึ่งมีราคาถูกเน้นไปที่การใช้งานพื้นฐานต่าง ๆ แต่อาจจะไม่เหมาะกับแอพพลิเคชั่นเฉพาะทางหรือเล่นเกมหนัก ๆ

               1. ALLDOCUBE รุ่น iPlay 8

               เป็น Tablet ราคาประหยัดที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ที่มองข้ามไม่ได้เลยเพราะถึงแม้ว่าราคาจะถูกแสนถูกในราคาประมาณ 2000 บาทแต่ว่าเต็มไปด้วยฟังก์ชั่นที่จำเป็นและการเล่นแอพพลิเคชั่นพื้นฐานได้เป็นอย่างดี

          ในส่วนของสเปคมีหน้าจอ IPS แบบ 7.85 นิ้ว ความละเอียดแบบ HD มี ROM 16 GB และ RAM ขนาด 1 GB ใส่ SD CARD ได้มากถึง  128 GB ใช้ CPU  MTK MT8163 Quad core A53 64-bit 1.3GHz  กล้องด้านหลัง 2 ล้านพิกเซล กล้องด้านหน้า 0.3 ล้านพิกเซล มีฟังก์ชั่นที่จำเป็นอย่างการรับสัญญาณวิทยุ FM ด้วย ซึ่งยังคงมีหลายคนใช้กันอยู่

          ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่ไม่คิดว่าจะมีอยู่ใน Tablet ราคาเท่านี้ก็คงจะเป็น GPS รูปแบบ Built-in มาให้ด้วย ดีไซน์และขาดทำออกมาใกล้เคียง iPad Mini เลยทีเดียว เรียกได้ว่าถ้าใครกำลังเล็ง Tablet ราคาประมาณนี้ก็คว้าได้เลย

          2. Samsung Galaxy Tab A

               เป็น Tablet ระบบปฏิบัติการ Android ประสิทธิภาพกลางจาก Samsung ในขนาดกำลังพอดี ๆ หน้าจอ  7 นิ้ว ใช้ CPU Spreadtrum SC7731 Quad-core 1.5GHz RAM 1.5 GB ROM 8 GB ใส่ Micro SD Card ได้สูงสุดถึง 200 GB มีการ์ดจอแยกเป็น Mali-400MP GPU กล้องด้านหลังความละเอียดอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล กล้องด้านหน้าความละเอียดอยู่ที่ 2 ล้านพิกเซล

          สามารถถ่ายทอดภาพวีดีโอที่ความละเอียดสูงสุดได้ถึง 1280 x 720 พิกเซล 30 เฟรมต่อวินาที แบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียม-ไอออนขนาด 4,000mAh ที่โดดเด่นมาก ๆ ก็คือมี Kids Mode 4.0 ที่รวบรวมฟังก์ชั่นสำหรับเด็กไว้อย่างมากมาย ทั้งหมดนี้ในราคา 4000 บาท

          3. huawei mediapad m5

          huawei mediapad m5 เป็น Tablet ประสิทธิภาพดีจาก Huawei เต็มไปด้วยสเปคจัดเต็มและฟังก์ชั่นต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นจอ IPS LCD ความละเอียด 2K มีให้เลือก ขนาด 8.4 นิ้ว และ 10.8 นิ้ว CPU ใช้ Kirin 710 RAM 3GB ROM 32 GB ใส่ Micro SD Card ได้สูงสุด 512GB บนระบบปฏิบัติการ Android 9 การ์ดจอใช้ GPU Turbo แบตเตอรี่ขนาด 5,100 mAh และที่เด็ดมาก ๆ ก็คือลำโพงที่พัฒนาร่วมกับ Harman Kardon ที่ให้ huawei mediapad m5 มีระบบเสียงที่กระหึ่มถึงใจเลยทีเดียว

            huawei mediapad m5 นั้นถือว่าน้ำหนักเบามากเพียง 310 กรัม วัสดุเป็นอะลูมิเนียม สามารถทำงานได้อย่างราบลื่นไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นประเภทใด โดยเฉพาะใครที่ชอบความบันเทิงคงถูกใจเพราะว่าขนาดหน้าจอที่ใหญ่ ให้ภาพเป็นแบบ IPS รวมถึงลำโพงคู่จาก Harman Kardon ทำให้การเล่นเกมต่าง ๆ ของ huawei mediapad m5 ที่ออกมาในปัจจุบันนั้นราบลื่นและสนุกสนาน โดยผลจากการเล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV และ PUBG MOBILE ก็เป็นไปอย่างน่าพึงพอใจ

          ในด้านการให้ความบันเทิงด้านดูหนังอย่าง YouTube, Netflix ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเพราะ huawei mediapad m5 ถ่ายทอดภาพและเสียงออกมาได้เป็นอย่างดี เปิดประสบการณ์ความสนุกได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียวในราคา 13,990 บาท

          และนี่คือการแนะนำ Tablet น่าใช้ปี 2019 หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้ผู้สนใจทุกคนนะครับ

เราต้องซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่บ่อยแค่ไหน?

Smartphone

               เทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้นในแต่ละวันนั้นทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นถูกผลิตออกมาอย่างมากมายอย่างเช่นในแต่ละปีนั้นก็จะมีสมาร์ทโฟนรุ่นต่าง ๆ จากแบรนด์ใหญ่ เล็ก ออกมาให้ได้เลือกซื้อเลือกใช้กันอย่างมากมาย โดยใส่ฟังก์ชั่นใหม่ ๆ เข้าไปเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่แตกต่างกันและมีมากขึ้นทุกวัน

          แน่นอนว่าสภาพความคล่องทางด้านการเงินของแต่ละคนนั้นอาจจะไม่เท่ากัน ซึ่งถ้าใครไม่มีปัญหาคงจะเปลี่ยนได้รุ่นต่อรุ่น แต่ถ้าใครมีข้อจำกัดหรือว่ายังลังเลว่าที่ซื้อใหม่จะดีกว่าของเก่ามากแค่ไหนอาจมีคำถามว่าจำเป็นไหมที่ต้องคอยเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่บ่อย ๆ ถึงแม้ราคาไอโฟน6 ล่าสุด เครื่องเปล่า อาจจะไม่แพงเหมือนที่ออกมาตอนแรก ๆ ก็ตาม ครั้งนี้เราจะนำปัจจัยต่าง ๆ ที่ท่านควรพิจารณาก่อนเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่มาให้ได้ทราบกัน

          1. เครื่องที่ใช้อยู่ช้ากว่าปกติหรือเปล่า

          ถ้าหากว่าคุณมีความรู้สึกว่าเวลาที่จะเปิดสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวันนั้นเป็นไปอย่างเชื่องช้าจนทำให้รู้สึกหงุดหงิด เช่น จะปลดล็อคโดยการใส่รหัสเครื่องก็ค้าง เปิดแอพพลิเคชั่นพื้นฐานอย่างเช่น LINE FACEBOOK ก็ค้างหรือบางครั้งก็แฮงค์ไปเลย การพิมพ์ข้อความต่าง ๆ บนคีย์บอร์ดก็ไม่ตอบสนองตามนิ้วที่กดไปเท่าไหร่ บางเครื่องเวลาปิดหรือรีสตาร์ทกว่าจะพร้อมทำงานก็รอนาน

          ด้วยอาการเหล่านี้เรียกได้ว่าเป็นข้อตัดสินใจหลักเลยทีเดียวที่ควรจะเปลี่ยน แต่ก็ต้องดูว่าระบบปฏิบัติการนั้นมีปัญหาหรือว่าต้องได้การอัพเดทหรือเปล่าถ้าเกิดว่าลองรีสโตร์เครื่องแล้วยังเกิดปัญหาแบบเดิมก็ควรมองเครื่องที่มีสเปคสูงกว่าหรือว่าใหม่กว่า อย่างเช่นถ้าใครใช้ไอโฟน 5 อยู่ ก็อาจจะเปลี่ยนมาใช้ไอโฟน6 เพราะ ราคาไอโฟน6 ล่าสุด เครื่องเปล่านั้นก็ถูกลงมามากแล้ว กลับกันถ้าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นไม่มีเลย ใช้งานได้เหมือนครั้งแรกที่ซื้อมาทุกอย่างและไม่มีอะไรที่จะต้องใช้นอกเหนือจากเดิมก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อใหม่แต่อย่างใด

          2. สภาพภายนอกและฮาร์ดแวร์ของเครื่องยังคงสภาพดีอยู่หรือเปล่า

          ถ้าเป็นเรื่องของสภาพภายนอกนั้นส่วนมากที่เห็นได้ชัดก็คือกระจกหน้าจอแตกซึ่งจริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่หมดทั้งเครื่องเลยก็ได้เพราะว่าสามารถเปลี่ยนแค่ในส่วนของกระจกหน้าจอเพียงอย่างเดียวก็ได้ แต่ว่าถ้าเกิดอยากจะเปลี่ยนเครื่องอยู่แล้วบางทีก็อาจจะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนในการตัดสินใจก็ได้

          ในส่วนของฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ก็ควรดูว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเพียงใด อย่างเช่น ไมโครโฟน ซึ่งควรที่จะมีสภาพที่ดีผู้ฟังรับฟังได้ชัดเจนไม่ติดขัด ลำโพงที่เราใช้รับฟังจากคู่สายนั้นชัดเจนดีหรือเปล่า กล้องที่มีติดเครื่องและเป็นส่วนสำคัญนั้นสามารถถ่ายได้เป็นปกติไหม ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ หรือช่องเสียบหูฟังและช่องชาร์ตแบตยังทำงานได้แบบไม่ติดขัดอยู่หรือเปล่า ซึ่งถ้าเกิดว่ามีส่วนหนึ่งส่วนใดที่เสียไปก็อาจจะนำไปซ่อมเป็นส่วน ๆ ได้ แต่ว่าถ้าค่าใช้จ่ายในการซ่อมนั้นเยอะเกินไปหรือเสียหลาย ๆ ส่วนพร้อมกันก็ตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องได้ครับ

          3. แบตเตอรี่ยังคงสภาพดีหรือเปล่า

          หัวใจสำคัญมาก ๆ ของสมาร์ทโฟนนั้นก็คือการที่มีแบตเตอรี่ที่เก็บไฟได้ยาวนานไม่ใช่ต้องมาคอยพกแบตสำรองไปทุกที่หรือวิ่งหาปลั๊กไฟทุกครั้งที่แบตเตอรี่หมด โดยแบตเตอรี่นั้นอายุการใช้งานควรอยู่ได้ 2 ปี เป็นอย่างน้อย ถ้าแบตเตอรี่เก็บไฟไม่อยู่สามารถไปเปลี่ยนได้เฉพาะส่วนเช่นเดียวกับฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ซึ่งราคาก็ไม่แพงมาก แต่ถ้าเกิดว่าแบตเตอรี่และฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ดันมาเสียพร้อมกันแล้วก็สมควรเปลี่ยนเครื่องใหม่ไปเลยดีกว่าอย่างเช่นราคาไอโฟน6 ล่าสุด เครื่องเปล่า

          4. งบประมาณและสภาพคล่องทางด้านการเงิน

          ถือว่าเป็นเรื่องที่อยู่กับแต่ละคนเพราะว่าประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟนนั้นมาจากราคาเป็นส่วนสำคัญ ดังนั้นควรพิจารณาว่าตอนนี้มีงบประมาณเพียงพอที่จะซื้อสมาร์ทโฟนที่ต้องการอย่างสบายใจไม่เดือดร้อนแล้วหรือยัง เพราะถ้าซื้อแล้วตัวเองต้องเป็นหนี้สินนั้นรับรองได้ว่าเป็นสิ่งที่ผิดและไม่แนะนำอย่างแน่นอน โดยถ้าใครยังไม่พร้อมต้องจ่ายแพง ๆ อาจจะมองไปที่มือถือรุ่นเก่าแต่ยังมีศักยภาพที่ดีอย่างเช่นราคาไอโฟน6 ล่าสุด เครื่องเปล่าที่ไม่แพง แถมดูดีอีกด้วย

          นี่คือข้อพิจารณาคร่าว ๆ ถึงคนที่คิดว่าจะต้องเปลี่ยนสมาร์ทโฟนบ่อยแค่ไหน สรุปสั้น ๆ คือ เปลี่ยนเมื่อจำเป็นและเราพร้อมที่สุดนั่นเองครับ

คู่มือการซื้อโทรศัพท์มือถือฉบับปี 2019

Smartphone

          วิวัฒนาการของโทรศัพท์มือถือหรือที่เรามักเรียกกันสั้น ๆ ว่านั้นเรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนหมุนเวียนอย่างรวดเร็วดั่งใบไม้ที่ผลัดใบเลยก็ว่าได้ โดยตอนนี้ก็อยู่ในช่วงกลางปี 2019 แล้ว ถ้าใครคิดที่จะเปลี่ยนมือถือแต่ยังไม่รู้ว่ามาตรฐานการเลือกซื้อในยุคนี้ต้องเป็นแบบไหนครั้งนี้เราจะมาแนะนำการเลือกซื้อมือถือในปี 2019 กันว่ามีอะไรที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษบ้าง

          1. งบประมาณที่มี

          สำคัญเป็นอันดับแรกเลยก็ว่าได้ในการเลือกซื้อมือถือในปัจจุบัน เพราะว่าจะเป็นตัวกำหนดสเปคของโทรศัพท์มือถือที่เราจะได้ด้วย โดยปัจจุบันมือถือจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ตามงบประมาณนั่นก็คือ

          – ระดับเริ่มต้น

          มือถือระดับผู้เริ่มต้นนั้นราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1000 บาท ถึง 5000 บาท โดยส่วนมากจะเป็นระบบปฏิบัติการ Android โดยสเปคของตัวเครื่องโดยรวมก็เน้นใช้งานทั่ว ๆ ไป เช่น โทรเข้าโทรออก ใช้แอพพลิเคชั่นพื้นฐาน อย่างเช่น LINE, FACEBOOK เป็นต้น ส่วนการเล่นอินเตอร์เน็ตนั้นอาจจะไม่รวดเร็วทันใจนักแต่ก็ถือว่าสามารถทำงานได้ ในส่วนของการเล่นเกม อาจจะต้องเลือกเกมที่เรียกการประมวลผลไม่สูงนักหรือถ้าเป็นเกมใหม่ ๆ ก็ควรปรับการแสดงผลเป็นแบบต่ำก็พอที่จะเล่นได้ มือถือลดราคาในเรจน์ราคานี้ก็มีมากมายเลย

          – ระดับกลาง

          มือถือระดับนี้จะมีเรนจ์ราคาที่กว้างมากโดยจะอยู่ที่ประมาณ 5000 บาท ถึง 17000 บาท เลยทีเดียว จะมีให้เลือกทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ซึ่งข้อดีของผู้ที่ต้องการจะซื้อมือถือในระดับนี้ก็คือมีตัวเลือกมากมายในท้องตลาดและสเปคก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป เช่นบางรุ่นจะเด่นเรื่องกล้อง บางรุ่นจะเด่นเรื่องหน้าจอแสดงผล หรือบางรุ่นจะเด่นเรื่องหน้าจอแสดงผล แต่ว่าสเปคโดยรวมจะสามารถประมวลผลได้ดีถ้าใช้งานแบบปกติ ทั้งการเล่นอินเตอร์เน็ตหรือว่าใช้แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ รวมถึงการเล่นเกมที่สามารถเล่นเกมทั่ว ๆ ไปโดยที่ปรับภาพเป็นระดับกลางได้ ซึ่งมือถือลดราคาในเรจน์ราคานี้ก็มีให้เห็นเป็นปกติทั่วไปหลายโปรโมชั่น

          – ระดับบน

               มือถือระดับบนหรือที่เรียกกันในวงการว่ามือถือเรือธงนั้นมีช่วงราคาอยู่ที่ประมาณ 18000 บาท ถึง 30000 บาทขึ้นไป ซึ่งข้อดีของมือถือในเรนจ์ราคานี้ก็คือความเร็วแรงเพราะว่ามีสเปคที่จัดเต็มในยุคนี้มาให้ สามารถรันแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้อย่างไหลลื่น โดยมีทั้ง iOS และ Android ให้เลือกซื้อ มีการแข่งขันกันในเรื่องของสเปคกล้องให้ผู้ใช้ได้พิจารณากัน ในเรื่องการเล่นเกมนั้นก็หายห่วงได้ เล่นแบบปรับภาพสุดได้ทุกเกมเลยก็ว่าได้

          2. แบรนด์

          เป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรนึกถึงเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าชื่อเสียงของแบรนด์จะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ซื้ออุ่นใจ ควรเลือกซื้อแบรนด์ที่เคยใช้มาก่อนและพบว่าไม่มีปัญหาหรือมีปัญหาน้อยที่สุด รวมถึงเช็คในเรื่องการดูแลในส่วนของประกันและบริการหลังการขาย อย่าเห็นว่าเป็นมือถือลดราคาและก็ตัดสินใจซื้อโดยทันทีควรดูให้ถี่ถ้วน

          3. ระบบปฏิบัติการ

          อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ และเป็นการตัดตัวเลือกได้เป็นอย่างดี เพราะว่าถ้าเลือกระบบปฏิบัติการ iOS เราก็จะเหลือตัวเลือกแค่ iPhone เท่านั้น แต่ถ้าเลือกระบบปฏิบัติการ Android ก็จะมีหลายตัวเลือกให้ได้มองกันมากขึ้น ซึ่งข้อดีของระบบปฏิบัติการ iOS ก็คือความเสถียรที่มีมาตรฐานที่ดีส่วนข้อดีของระบบปฏิบัติการ Android ก็คือการปรับแต่งที่ผู้ใช้สามารถทำได้อย่างหลากหลาย มือถือลดราคาที่มีระบบปฏิบัติการก็หาไม่ยาก

          4. การประมวลผล

          แยกย่อยออกเป็น CPU และ RAM โดย CPU ที่ได้รับการยอมรับสำหรับระบบปฏิบัติการ Android นั่นก็คือ Snapdragon แต่ก็มีบางแบรนด์ใช้ของตัวเองซึ่งก็ถูกอกถูกใจผู้ใช้อย่าง Samsung รุ่นที่ขายในหลาย ๆ ประเทศก็จะใช้ Exynos ส่วน Huawei ก็จะใช้ CPU ชื่อว่า Kirin เป็นต้น ซึ่งความเร็วก็จะแตกต่างไปตามราคาของสมาร์ทโฟน ในส่วนของ RAM นั้นในตอนนี้ควรเลือกให้ไม่น้อยกว่า 2 GB เพื่อความรวดเร็วในการใช้งาน ซึ่งในมือถือลดราคาและมือถือระดับเริ่มต้นก็สามารถหาได้ในบางรุ่น

          5. ฟีเจอร์พิเศษ

          อันนี้แล้วแต่คนชอบเลยเพราะบางรุ่นก็จะมีลูกเล่นต่าง ๆ มาให้ไม่เหมือนกันเช่น Samsung Galaxy Note จะแถมปากกามาให้ หรือ iPhone รุ่นใหม่ ๆ ที่มี 3D Touch มาให้เป็นต้น ซึ่งต้องดูการใช้งานของเราว่าต้องการสิ่งไหนเป็นพิเศษ ซึ่ง

          และนี่คือเรื่องราวการซื้อโทรศัพท์มือถือในปี 2019 ว่าควรเลือกดูอะไรเป็นพิเศษซึ่งมือถือลดราคาในท้องตลาดก็มีเยอะให้ได้เลือกตามความเหมาะสมนะครับ

วิวัฒนาการความบันเทิงของไทย

TV

               ความบันเทิงถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่โลกมานานแสนนาน ไม่ว่าจะชาติใดภาษาใดก็ย่อมมีสิ่งที่คอยมอบความสุขความบันเทิงให้ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการละเล่น การแสดง หรือสื่อ ตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบันที่ราคาไอแพดนั้นไม่ไกลเกินเอื้อมและหาซื้อง่าย

          ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกันที่ผู้คนมักมีวิถีชีวิตเกี่ยวเนื่องกับความบันเทิงมาตั้งแต่บรรพบรุษ โดยในหลาย ๆ แง่มุมความเป็นเทิงก็เป็นบทบันทึกประวัติศาสตร์และสังคมเป็นอย่างดี ครั้งนี้เราจึงจะมานำเสนอวิวัฒนาการแห่งความบันเทิงของไทยที่น่าสนใจกัน

          เชื่อว่าคนไทยคงทราบว่าในสมัยโบราณนั้นวิธีหาความสุขของชาวบ้านทั่วไปก็มาจากการร้องรำทำเพลงและการดูการแสดงต่าง ๆ โดยในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้มีการจดบันทึกใน ปี พ.ศ. 2230 จาก เดอ ลาลูแบร์ ที่เป็นราชทูตของฝรั่งเศสถึงการแสดงที่ชื่อว่าละครว่า เป็นศิลปะที่ผสมบทกลอนและการแสดงบทพูดเข้าไว้ด้วยกัน มีการแสดงต่อเนื่อง 3 วันเต็ม ๆ ตั้งแต่ 8 โมงเช้า จนถึง 1 ทุ่ม นอกจากนี้ยังมี ระบำ (การรำ) และ โขน ซึ่งเป็นการใช้ศิลปะในการแสดงออกทางร่างกายเป็นสำคัญมีการแต่งกายที่สวยงามด้วยลวดลายสีทอง

          โดยแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยนั้นก็มีการแสดงที่แตกต่างไปตามวัฒนธรรมและปัจจัยต่าง ๆ อย่างเช่นทางภาคใต้ก็จะมีการแสดงโนราเป็นต้น โดยการแสดงอีกแบบหนึ่งที่มีต้นกำเนิดในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยาจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์และได้รับการดัดแปลงไปเรื่อย ๆ ตามยุคสมัยนั่นก็คือการแสดงลิเกนั่นเอง ซึ่งเข้าถึงชาวบ้านและผู้ชมทั่ว ๆ ไปได้ทั่วประเทศ

          การชมการแสดงเหล่านี้ของคนในสมัยก่อนก็จะเป็นการไปนั่งดูสด ๆ ตามช่วงเวลาที่เปิดการแสดง จนมาถึงยุคต่อมาที่ได้มีการสร้างโรงละครเกิดขึ้นโดยการแสดงจะเป็นละครเวทีที่ร่วมสมัย และปรับเปลี่ยนเป็นการฉายภาพยนตร์ตามลำดับ ซึ่งค่าชมในตอนนั้นถ้าเทียบกับราคาไอแพดในตอนนี้ก็ต้องบอกว่าห่างกันลิบลิ่วเลยทีเดียว

          ในเรื่องของความบันเทิงทางดนตรีนั้น ผู้ฟังก็ได้รู้จักกับบทเพลงและศิลปินต่าง ๆ ผ่านสิ่งที่เรียกว่าวิทยุทรานซิสเตอร์ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2500 ซึ่งทำให้ผู้คนไม่ต้องออกไปนอกบ้านเพื่อรับชมการแสดงดนตรีสดก็ได้ นอกจากนั้นวิทยุก็มีรายการความเป็นเทิงหลากหลายรวมถึงละครวิทยุด้วย ต่อมาก็ได้มีสื่อ Tape Cassette และ CD เข้ามาเป็นส่วนประกอบเสริม

          ยุคต่อมาก็คือการแพร่หลายของสื่อโทรทัศน์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ซึ่งได้เปิดมิติใหม่ของวงการสื่อบันเทิงไทย เพราะถ่ายทอดได้ทั้งภาพและเสียง ดังนั้นการแสดงทุก ๆ รูปแบบที่มาในอดีตก็สามารถปรากฎบนจอได้ที่บ้านได้และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วยาวนาน

          ในช่วงปี พ.ศ. 2538 อินเตอร์เน็ตได้เริ่มเข้ามามีบทบาทกับคนไทย โดยสามารถเข้าไปหาสาระความบันเทิงได้ผ่านทางคอมพิวเตอร์ เมื่อความเร็วของอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นจำนวนคอนเทนท์และผู้ใช้ก็มากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปี 2551 มีผู้ใช้ 16.99 ล้านคนเลยทีเดียว

               และในยุคปัจจุบันนี้คงต้องบอกว่าสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตนั้นสามารถเป็นได้แทบทุกอย่างในเรื่องความบันเทิง โดยเปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ขนาดย่อส่วนเลยทีเดียว ซึ่งก็มีแยกกันออกเป็น iOS และ Android ราคาสมาร์ทโฟนรวมถึงราคาไอแพดที่เป็นแท็บเล็ตแบรนด์นึงนั้นก็มีราคาหลากหลายไว้รองรับผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน

            แอพพลิเคชั่นถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญอุปกรณ์ชิ้นนี้ ซึ่งมีทั้งแอพพลิเคชั่นโทรทัศน์ แอพพลิเคชั่นเกม หรือแอพพลิเคชั่นสำหรับอ่านหนังสือเป็นต้น เราจะเห็นได้ว่าคนไทยในตอนนี้แทบทุกที่ ๆ เป็นสังคมเมืองใหญ่จะเห็นผู้คนก้มหน้าเล่นสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตอย่างเป็นเรื่องปกติ เป็นผลสะท้อนต่อความนิยมเป็นอย่างมาก ต่างจากเมื่อก่อนที่เราจะมีเวลาเสพความบันเทิงได้เฉพาะเวลาและสถานที่ ๆ กำหนดและจำกัดมากกว่านี้

          ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเทคโนโลยีช่วยให้ชีวิตของเราดีขึ้นถือว่าเป็นเรื่องถูกต้อง แต่การที่ใจจดจ่ออยู่กับเรื่องเดียวนาน ๆ โดยที่ไม่ได้ปล่อยเวลาไปทำกิจกรรมอื่น ๆ นั้นก็ไม่ใช่เรื่องดี สิ่งที่อยากจะให้โฟกัสมากที่สุดก็คือเรื่องเวลาที่ควรแบ่งให้ถูกต้องรับทั้งสาระและความบันเทิงอย่างเท่าเทียมกันให้มากที่สุด ที่ขาดไม่ได้ก็คือต้องพักผ่อนให้เพียงพอด้วยถึงแม้ราคาไอแพดจะถูกกว่านี้ไปอีกก็ต้องตระหนักไว้