ซัม ซุง S20 กับ 5G ในอนาคต

ซัม ซุง S20

ช่วงนี้เราเริ่มได้ยินคำว่า 5G กันมากขึ้นเรื่อยๆ เหล่าเครือข่ายและผู้ผลิตมือถือทั่วโลกก็เริ่มออกมาเคลมว่าตัวเองรองรับ 5G กัน ไม่ว่าจะเป็นซัมซุง Oppo Vivo และหลายๆ ค่ายที่ทยอยโปรโมท ถ้าเห็นชัดเลยคือ ซัม ซุง S20 โดย ซัม ซุง S20 ออกมาด้วยกันสามรุ่น ซึ่งมีรุ่นนี้ในนั้นที่เป้น 5G ทำให้เกิดกระแสตื่นตัวไม่น้อยกับ 5G ที่กำลังเข้ามาสู่ยุคปัจจุบันแล้ว!
5G คืออะไร?

5G ที่เราเรียกๆ กันอยู่นี่ มันย่อมาจาก เจนเนอเรชั่นที่ 5 ของการสื่อสารด้วยโทรศัพท์มือถือ (5th Generation of Cellular Mobile Communications) ซึ่งปัจจุบันได้มีข้อกำหนดออกมาเกือบสมบูรณ์แล้วและเตรียมจะประกาศใช้ในช่วงปี 2020 ที่จะถึงนี้ ปัจจุบันเราจะได้เห็นการเตรียมพร้อมของแต่ละเครือข่ายทั่วโลกพัฒนาตนเองให้รองรับการมาของ 5G ตั้งแต่ปีหน้ากันแล้ว โดยคุณสมบัติของเครือข่ายที่จะเรียกตัวเองว่า 5G ได้นั้นจะมีดังนี้

  • ความเร็วสูงสุด 10Gbps
  • Latency ระยะเวลาการเชื่อมต่อไปยังปลายทาง น้อยกว่า 0.001 วินาที
  • มีความเสถียรใช้งานได้ 99.9999%
  • ครอบคลุมพื้นที่ 100%
  • มี Bandwidth เพิ่มขึ้น 1000 เท่าในแต่ละพื้นที่
  • รองรับการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 100 เท่า ในแต่ละพื้นที่
  • ใช้พลังงานในการเชื่อมต่อน้อยลง 90%
  • อุปกรณ์ IoT พลังงานต่ำเมื่อเชื่อมต่อแบตจะมีอายุการใช้งานได้ถึง 10 ปี

ถ้า 4G คือการที่สามารถดูภาพและเสียงได้ การเข้ามาของ 5G จะกลายเป็น การเชื่อมต่อสิ่งของทุกสรรพสิ่ง Latency การตอบสนองที่ไว้ขึ้น สามารถสั่งงานควบคุมสิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็ว หรือเรียกว่าแทบจะทันที จากตอน 4G ถ้าตามทฤษฎีจะอยู่ที่ 10ms ซึ่งเมื่อใช้งานจริงจะอยู่ราว 20-30ms แต่เมื่อเป็น 5G จะลดลงไปถึง 10 เท่า เหลือน้อยกว่า 1ms ทางทฤษฎี ซึ่งคาดว่าเมื่อใช้งานจริงจะอยู่ราว 3-4ms

Data Traffic รองรับการรับส่งข้อมูลที่มากกว่า จากที่ใน 4G จะสามารถรับส่งข้อมูลต่อเดือนได้ราว 7.2 , Exabytes ต่อเดือน แต่เมื่อขึ้นเป็น 5G จะเพิ่มขึ้นราว  7 เท่า หรือ 50 Exabytes ต่อเดือน, Peak Data Rates ความเร็วเพิ่มขึ้นสูงสุด 20 Gbps หรือราว 20 เท่าจากเดิม, Available Spectrum ความถี่สำหรับใช้งาน เพิ่มขึ้นจากตอน 4G ที่มีให้ใช้เพียง 3GHz แต่เมื่อเป็น 5G จะสามารถใช้งานคลื่นได้จนถึงความถี่ 30GHz, Connection Density ความหนาแน่นของการใช้งาน เพิ่มขึ้น 10 เท่าจากที่สามารถรับคนได้ราว 1 แสนคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม. กลายเป็น 1 ล้านคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม.

สำหรับประเทศไทยนั้น ต้อบอกก่อนว่าเทคโนโลยีที่ใช้ในกันใน 5G ได้แก่ Millimeter Waves, Small Cell, Massive MIMO, Beamforming, Full Duplex ซึ่งในปัจจุบันจะได้เห็น Small Cell, Massive MIMO, และ Beamforming กันแล้วในทุกเครือข่าย แต่ความครอบคลุมและแพร่หลายของเทคโนโลยีอาจจะยังไม่เท่ากัน บางเจ้านำไปใช้แล้วในหลายพื้นที่ บางค่ายทดลองใช้แค่ไม่กี่แห่ง ส่วน Full Duplex ปัจจุบันจะยังใช้เป็น FDD หรือ TDD ส่วน Millimeter Waves หรือการนำเอาคลื่นความถี่สูงกว่าที่ใช้กันในปัจจุบันมาเปิดให้บริการเพิ่ม

ในเมืองไทยจะยังไม่พร้อมเท่าไหร่นัก เพราะยังไม่มีการจัดสรรคลื่นในช่วงความถี่สูงๆ เกิน 3GHz ออกมาให้ได้เห็นกันแม้แต่คลื่นเดียว แต่ยังดีว่าในปัจจุบันแต่ละค่ายมีคลื่นความถี่ในมือเกิน 100MHz ซึ่งเป็นจำนวนที่ทั้ง Ericssons หรือ Huawei ผู้นำด้านการทำเครือข่าย 5G ต่างก็แนะนำให้ประเทศที่ต้องการจะเข้าถึง 5G โดยเร็วมีไม่น้อยกว่านี้ โดยคนที่ดูจะมีความพร้อมมากที่สุดตามลำดับ ได้แก่ AIS, TrueMove H, และ dtac โดยคิดตามจำนวนคลื่นที่ครอบครอง เทคโนโลยีที่ใช้ และความแพร่หลายของเทคโนโลยี

ซัมซุงa71 กับความรวดเร็วในการทำงานสารพัดประโยชน์

ซัมซุงa71

            Smartphone ถือว่าเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของใครหลายต่อหลายคนในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการในยุคนี้โดยเฉพาะเรื่องความบันเทิงและงานอีกหลาย ๆ อย่าง ด้วยประสิทธิภาพและจุดประสงค์หลักของ Smartphone ที่ทำออกมาเพื่อเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อชีวิตปัจจุบันและอนาคตในเรื่องความสะดวกสบายนั่นเอง และหนึ่งใน Smartphone ที่ต้องบอกว่าครบเครื่องมาก ๆ ในเรื่องประสิทธิภาพและราคาที่จับต้องได้ในยุคนี้ก็ต้องยกให้ Samsung a71 (ซัมซุงa71) เป็นหนึ่งในนั้น เพราะว่ามีสเปคที่ดีสามารถครอบคลุมการทำงานได้อย่างสารพัดประโยชน์ รวมไปถึงการออกแบบการดีไซน์ให้ตอบสนองประสบการณ์ของผู้ใช้ได้ดีที่สุด ซึ่งครั้งนี้เราจะมาบอกถึงข้อดีต่าง ๆ ในการใช้งานแต่ละประเภทกัน ก่อนอื่นเรามาดูในส่วนของสเปคกันก่อนเลยดีกว่า

                เริ่มกันที่ หน้าจอที่เป็นแบบ Super AMOLED Plus Infinity O Display ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่ FHD+ (1080 x 2400 พิกเซล) ตัวเครื่องมีขนาดจับได้พอดีมือ 163.6 x 76.0 x 7.7 มิลลิเมตร น้ำหนัก 179 กรัม ประมวลผลด้วย CPU Qualcomm Snapdragon 730 Octa-Core (Dual 2.2GHz + Hexa 1.8GHz) ให้ RAM มาทั้งสิ้น 8 GB ให้หน่วยความจำติดตัวเครื่องมา 128 GB แต่สามารถรองรับ microSD Card เพิ่มเติมสูงสุด 512GB แบตเตอรี่ก็ไม่ได้น้อยหน้าเพราะว่าให้มาคุ้ม ๆ ที่ขนาด 4,500 mAh ทั้งยังรองรับการชาร์จเร็วอย่าง Super fast charging 25 วัตต์

ในส่วนของจุดเด่นมาก ๆ อีกหนึ่งอย่างก็คือส่วนของกล้อง โดยกล้องหน้ามีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล f/2.2 และกล้องหลังที่ให้มาเน้น ๆ ถึง 4 ตัวด้วยกันนั่นก็คือ เลนส์ตัวหลักให้ความละเอียดอยู่ที่ 64 ล้านพิกเซล f/1.8 ต่อมาคือเลนส์ มุมกว้างหรือ Ultra wide ความละเอียดอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล f/2.2 ในส่วนของเลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.4 และสุดท้ายคือเลนส์ Depth ให้มาที่ 5 ล้านพิกเซล f/2.4 พร้อมกันนี้ยังสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K 30 fps  มีเทคโนโลยีกันสั่น มีฟังก์ชันสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอและสแกนใบหน้า ทำงานบน Android 10

ด้วยสเปคที่ต้องบอกว่าน่าสนใจขนาดนี้ การใช้งานจริงนั้นก็ต้องบอกว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะว่ามีทั้งความรวดเร็วและสารพัดประโยชน์มากโดยเราจะแยกกิจกรรมต่าง ๆ มาให้ได้ดูกันดังต่อไปนี้

1. ถ่ายรูปและวีดีโอได้อย่างครอบคลุม

การให้กล้องหลัง 4 ตัว กล้อง หน้า 1 ตัว นั้นต้องบอกเลยว่าอาจจะดูอลังการแต่ความสำคัญจริง ๆ นั้นอยู่ที่ประสิทธิภาพของกล้องที่สามารถถ่ายรูปทั้งแบบผู้ใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันอย่างการไปเที่ยวหรือถ่ายรูปอาหาร ไปจนถึงผู้ที่เริ่มอยากจะจริงจังกับการถ่ายรูป Samsung a71 ก็สามารถเป็นตัวเริ่มต้นของคุณได้อย่างดี รวมถึงการถ่ายวิดีโอด้วย ซึ่งการทำงานทั้งในส่วนถ่ายรูปและวิดีโอนั้นรวดเร็วไม่มีอาการค้างให้พลาดช่วงเวลาสำคัญเลย

2. การเล่นเกมที่สนุกสนานเร้าใจ

จะปฏิเสธก็คงไม่ได้แล้วว่ายุคในปัจจุบันนี้เกมบน Smartphone เป็นความบันเทิงระดับเมก้าฮิตเลยทีเดียว เพราะว่า Smartphone ที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเรานั้นมีประสิทธิภาพที่จะเล่นเกมได้ใกล้เคียงกับเครื่องคอนโซลเลยทีเดียวและ Samsung a71 ก็มาพร้อมกับความเร็วแรงของ CPU Qualcomm Snapdragon 730 Octa-Core (Dual 2.2GHz + Hexa 1.8GHz) ที่ทำให้การเล่นเกมกราฟิกหนัก ๆ นั้นเป็นเรื่องสบายไม่แลค พร้อมถ่ายทอดความสวยงามด้วย Super AMOLED Plus Infinity O Display ขนาด 6.7 นิ้ว ที่สวยงามและใหญ่กำลังดี

3. ทำงานได้หลากหลาย

สำหรับใครที่ต้องแก้งานหรือจำเป็นต้องทำงานต่าง ๆ นอกสถานที่เชิญการพิมพ์งานหรือการตกแต่งรูปก็สามารถดาวน์โหลด Application ต่าง ๆ เพื่อมาทำงานและส่ง E-mail ได้ทันทีเพราะสเปคเครื่องที่ดีและแบตเตอรี่ที่อยู่ได้นานไม่ต้องหาที่ชาร์จบ่อย ๆ

นี่คือ Samsung a71 (ซัมซุงa71) กับความดีงามในเรื่องของความอเนกประสงค์ที่มาพร้อมสเปคและดีไซน์ที่สวยงาม ผู้สนใจสามารถหาซื้อกันได้เลยครับ

กล้องวงจรปิด กับสิ่งที่ควรรู้ก่อนติดตั้งในบ้าน

กล้องวงจรปิด

            ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของบ้านหรือที่พักอาศัยนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ในชีวิตของทุกคน ซึ่งสิ่งที่จะช่วยที่สนับสนุนในเรื่องของความความอุ่นใจในการป้องกันภัยต่าง ๆ นั้นก็มาในลักษณะอุปกรณ์ที่หลากหลายให้ได้เลือกกันหนึ่งในนั้นก็คือ กล้องวิดีโอวงจรปิด หรือ กล้องวงจรปิด นั่นเอง ซึ่งอุปกรณ์นี้ได้รับความนิยมกันมานานแล้วและช่วย ป้องกัน แก้ และเป็นเบาะแสให้กับเรื่องราวฉุกเฉินต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกเฝ้าระวังและจับตัวค้นร้ายที่เข้ามาลักทรัพย์ในบ้าน รวมไปถึงการเฝ้าระวังและบันทึกอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นภายในบ้านทั้งขณะตอนที่เจ้าของอยู่หรือว่าไม่อยู่บ้านนั่นเอง

                สำหรับใครที่ยังไม่มีอุปกรณ์ชนิดนี้ติดไว้ที่บ้านและกำลังหาข้อมูลในการเลือก ครั้งนี้เรามีข้อมูลมาให้ได้ติดตามก่อนที่จะเป็นเจ้าของกัน ก่อนอื่นเรามาดูประโยชน์ของกล้องวิดีโอวงจรปิดกันก่อนพร้อมแล้วไปดูกันได้เลยครับ

                1. ป้องกันการถูกขโมยของมีค้าหรือสินค้า

                ถือว่าเป็นจุดประสงค์หลักของการติดตั้งอุปกรณ์ชิ้นนี้เลยทีเดียว โดยเฉพาะบ้านที่มีทรัพย์สินเยอะหรือห้างร้านที่เสี่ยงกับการโดยลักขโมยสินค้า ซึ่งถ้าติดตั้งไว้ถูกมุมแล้วล่ะก็สามารถช่วยเก็บรายละเอียดและพฤติกรรมของคนร้ายได้ดีทีเดียว

                2. ช่วยดูพฤติกรรมและสอดส่องสัตว์เลี้ยง

                สำหรับใครที่เลี้ยงสัตว์และไม่สามารถอยู่ที่บ้านเพื่อดูแลได้ตลอดเวลาเช่นตอนออกมาทำธุระนอกบ้านหรือช่วงกลางคืนที่ไม่ได้อยู่กับสัตว์เลี้ยง ซึ่งสามารถดูว่าสัตว์เลี้ยงของเราซนหรือไปทำลายข้าวของที่ไหนหรือเปล่า หรือถ้าสัตว์เลี้ยงของเราหายไปก็สามารถย้อนกลับมาดูใหม่ได้ว่าเจ้าสัตว์เลี้ยงปรากฏตัวเครื่องสุดท้ายในกล้องตอนไหน

                3. สามารถบันทึกภาพไว้เพื่อดูภายหลังได้

                ในการติดตั้งกล้องวิดีโอนั้นสามารถบันทึกภาพเอาไว้เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ อย่างเช่นการสังเกตการณ์ในบริเวณต่าง ๆ ของบ้านเพื่อดูความผิดปกติที่เจ้าของบ้านไม่อาจมานั่งเฝ้าบริเวณนั้นได้ตลอดเป็นต้น

                4. ช่วยลดค่าประกันภัย

                การติดตั้งกล้องวิดีโอวงจรปิดนั้นสามารถลดค่าประกันภัยได้ 5 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ แล้วแต่บริษัทประกันจะกำหนดเลยทีเดียว

                เมื่อรู้ถึงประโยชน์ของอุปกรณ์ยอดนิยมสำหรับหลาย ๆ บ้านชิ้นนี้ไปแล้ว เราก็มาดูวิธีการเลือกซื้อกล้องวิดีโอวงจรปิดกันว่ามีอะไรที่ต้องให้ความสำคัญบ้าง

                – ความคมชัดของกล้อง

                ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยทีเดียวเพราะว่าถ้ากล้องวิดีโอวงจรปิดนั้นไม่สามารถที่จะบันทึกภาพที่มีคุณภาพได้แล้วก็ไม่สามารถนำไปใช้งานต่าง ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพได้ ดังนั้นควรเลือกกล้องที่สามารถบันทึกภาพได้ขั้นต่ำในระดับ HD นั่นเอง

                – การเชื่อมต่อ

                กล้องวิดีโอวงจรปิดในสมัยอดีตนั้นจะเชื่อมต่อกับวิดีโอแบบเครื่องอัดม้วนเทปเป็นส่วนมาก แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้การเชื่อมต่อและการบันทึกนั้นสามารถทำได้กับทั้งสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องไม้เครื่องมือที่สามารถต่ออินเตอร์เน็ตได้นั่นเอง ซึ่งทำให้การใช้งานนั้นทำได้ง่ายขึ้นมาก ๆ แต่ว่าก็ต้องดูว่าระบบนั้น ๆ เสถียรหรือไม่

                และนี่คือเรื่องราวของ กล้องวิดีโอวงจรปิด หรือ กล้องวงจรปิด ที่คุณควรรู้ก่อนที่จะซื้อ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับหลาย ๆ ท่านนะครับ

iPad Pro 9.7 มีแต่คำว่าพอดี

บางครั้งเราอก็อาจจะรู้สึกถึงความโปรบางอย่าง ที่มากไป ถ้ารู้สึกว่า iPad Pro 12.9 นิ้วมีขนาดใหญ่และน้ำหนักที่มากเกินไป iPad Pro 9.7 นิ้ว จะกลายเป็นแท็บเล็ตในกลุ่มประสิทธิภาพสูงตัวใหม่ที่จะเข้ามาเสริมไลน์กลุ่มไฮเอนด์ไอแพดเพื่อเน้นตอบโจทย์ผู้ใช้งานเน้นพกพาได้สะดวกสบายขึ้นไม่ต่างจาก iPad Air 2

iPad Pro 9.7

ด้านดีไซน์และรูปแบบ ไอแพด โปร 9.7 มีขนาดความสูง 240 มิลลิเมตร กว้าง 169.5 มิลลิเมตร หนา 6.1 มิลลิเมตรและน้ำหนัก 437 กรัมในรุ่น WiFi ส่วนรุ่น WiFi + Cellular อยู่ที่ 444 กรัม ซึ่งเท่ากับ iPad Air 2 ทุกสัดส่วนอย่างไม่น่าเชื่อ

นอกจากนี้ ไอแพด โปร 9.7 ยังมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่แรง พร้อมให้เราจัดการงานต่างๆได้เต็มประสิทธิภาพ และ Apple ยังให้ความสำคัญกับจอภาพ Retina ขนาด 9.7 นิ้วบน iPad Pro ที่มาพร้อมกับจอภาพใหม่ที่มีความสว่างมากกว่า iPad Air 2 ถึง 25% นอกจากนี้ยังช่วยลดแสงสะท้อนลงกว่ารุ่นเดิม (iPad Air 2) ถึง 40% ผลลัพธ์ที่ได้คือจอภาพ Retina บน ไอแพด โปรรุ่น 9.7 นิ้วนี้นั้นอ่านได้ง่ายทั้งในร่มและกลางแจ้ง และยังเป็นจอภาพที่สว่างที่สุดและลดแสงสะท้อนได้ดีที่สุดใน iPad ทั้งหมดของ Apple ด้วย

ทั้งนี้ ยังมีระบบการแสดงผลจอภาพแบบ True Tone ซึ่งใช้เซ็นเซอร์วัดแสงรอบข้าง iPad Pro ทำให้ได้สีของจอภาพและแสงสว่างเป็นธรรมชาติ ดูแล้วสบายตา ไม่ว่าจะอ่านหนังสือหรือเช็คอีเมล์ที่ร้านกาแฟภายใต้แสงสีนวลก็อ่านได้สบายตามากขึ้น นอกจากนี้เมื่อรวม True Tone กับฟีเจอร์ Night Shift บน iOS 9 ทำให้การใช้งาน iPad Pro ในที่มืดนั้นใช้งานได้เป็นอย่างดี และช่วยถนอมสายตาของผู้ใช้

iPad Pro มาพร้อมกับชิป Apple A9X ที่เป็นซีพียูที่มีประสิทธิภาพแรงกว่า iPad Air 2 ถึง 1.8 เท่าช่วยในเรื่องการประมวลผลตัดต่อวีดีโอ 4K ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพด้านกราฟิกเหนือกว่า iPad Air 2 ถึง 2 เท่า ช่วยในการเรนเดอร์ภาพที่มีรายละเอียดสูงๆ และทำให้การเล่นเกม 3D ลื่นไหลเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีโปรเซสเซอร์ร่วม Apple M9 ที่ช่วยแบ่งเบาภาระของ A9X ซึ่ง M9 นี้ทำให้สามารถใช้ฟังก์ชั่น Hey Siri ได้ทุกที่เมื่อต้องการ

กล้อง iSight ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซึ่งเป็นกล้องที่ยกมาจาก iPhone 6s ทำให้ iPad Pro รุ่นนี้นั้นเป็น iPad ที่มีกล้องที่ดีที่สุดตั้งแต่ Apple สร้างแท็บเล็ตมา และคุณสมบัติต่างๆบนกล้องของ ไอแพด โปร 9.7 นิ้วนี้นั้นก็ยกมาหมด ไม่ว่าจะเป็น Live Photos, เซ็นเซอร์แบบ Focus Pixel, ถ่ายวีดีโอแบบ 4K และออโต้โฟกัสที่รวดเร็ว สำหรับการถ่ายวีดีโอบน ไอแพด โปร 9.7 นิ้วนั้น นอกจากจะถ่ายวีดีโอได้ถึงระดับ 4K ที่มีความละเอียดมากกว่า HDTV ถึง 4 เท่าแล้ว ยังสามารถถ่ายวีดีโอแบบสโลโมชั่นที่รองรับถึง 240fps อีกด้วย ในขณะไฟแฟลช 2 ดวงแบบ True Tone เพื่อช่วยปรับสีของแฟลชให้ตรงกับแสงรอบๆวัตถุที่ ด้านระบบเสียง 4 ลำโพง ไอแพด โปร 9.7 นิ้วมาพร้อมกับระบบเสียง 4 ลำโพงแบบเดียวกับรุ่นพี่อย่าง iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว ซึ่งมีลำโพงที่ให้เสียงคมชัดในทุกมุมของเครื่องในแบบสเตอริโอที่เสียงดังมาก

และดังกระหึ่มกว่า iPad Air 2 ถึง 2 เท่า โดยเซ็นซอร์ลำโพงของ ไอแพด โปรนั้นจะปรับโดยอัตโนมัติเมื่อคุณถือเครื่องในแนวตั้งหรือแนวนอน และจะมีเสียงเบสออกมาจากลำโพงทั้ง 4 ตัว และลำโพงคู่บนจะทำการขับเสียงกลางและเสียงแหลมออกมา ทำให้ประสบการณ์การโทรผ่าน FaceTime, เล่นเกม หรือดูหนัง ผ่านไอแพด โปรจะได้เสียงที่ดังกระหึ่ม สมจริงเป็นอย่างมาก

ipad pro 2020 เหนือกว่าทุกคุณภาพ

จะมีอะไรโปรไปกว่า ipad pro 2020 ในตอนนี้อีกแล้ว ยิ่งกับนิสิต นักศึกษาด้วยแล้วที่ เมื่อซื้อ ipad pro 2020 หรือ รยฟก รุ่นใดก็ตามที่กำหนด รับฟรี Airpods สุดคูลไปอี๊ก!!! หรือบางเว็บไซต์ให้ไปเลยกับ Apple pencil นาทีจะมีอะไรคุ้มกว่านี้อีก เพราะฉะนั้น ก่อนซื้อหลายคนอาจจะคิดเยอะว่า เอามาทำอะไร แต่ด้วยชื่อแบรนด์แล้ว มันก็คงสื่อถึงความเชื่อ และความน่าสนใจโดยไม่ต้องศึกษาอะไร แต่เราไม่ได้อยากให้ทุกท่านทำอย่างนั้น เลยมีสเปคคร่าวๆ และฟีเจอร์ที่น่าสนใจ เพื่อเป็รส่วนในการตัดสินใจซื้อให้เร็วขึ้น!

ipad pro 2020

บอกได้เลยว่า ใช้ในการทำงานเร่งด่วนแบบง่าย ๆ ได้ – เช่น การตัดต่อวีดีโอแบบง่าย ๆ อัพโหลดข้อมูล ดาวน์โหลดข้อมูล แก้ไขบทความแบบเร่งด่วน ก็สามารถใช้ iPad ทำได้ และยิ่งเดี๋ยวนี้มีอาชีพ Youtuber, นักเขียน Contents Online, Facebook Promoter, Instragram Influencer และ Tik Tok Dancers ด้วย ซึ่ง iPad ก็สามารถช่วยตอบโจทย์งานพวกเขาได้ส่วนหนึ่ง

เริ่มต้นกันที่แท็บเล็ตที่มีความแรงที่สุดในโลก และพึ่งจะเปิดตัวไปได้ไม่นานอย่าง iPad Pro ปี2020 นับเป็นรุ่นที่ดีที่สุดสำหรับ iPad ที่มีอยู่ในปัจจุบัน มาพร้อมชิปเซ็ต A12z Bionic ที่ทาง Apple เคลมว่า เป็นชิปเซ็ตที่มีความแรงเป็นอันดับหนึ่งในโลก ทำให้สามารถใช้ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ และเหมาะกับงานที่ต้องใช้สเปคสูง เช่น การตัดต่อวิดีโอ 4K การออกแบบของสถาปนิกหรือวิศวกรมืออาชีพ หรือแม้กระทั่งการจัดการงานด้านเอกสารทั่วไปเองก็ทำได้แบบสบาย ๆ

ตัวเครื่องผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิลที่มีคาร์บอนต่ำ ส่วนหน้าจอก็เป็นแบบ Liquid Retina ที่ให้ภาพสวยคมชัด มีให้เลือกด้วยกัน 2 ขนาดคือ iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (รุ่นที่ 2) และ Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 4) ที่มาพร้อมกับอัตราการรีเฟรชหน้าจอ 120 Hz ส่วนกล้องก็ได้ทำการอัพเกรดเพิ่มขึ้นมาจากรุ่น 2018 ด้วยการเพิ่มเลนส์ถ่ายภาพมุมกว้าง (Ultra Wide) และ เซนเซอร์ LiDAR Scanner ซึ่งใช้วัดระยะห่างและการรับแสงของวัตถุในระยะ 5 เมตร อีกทั้งยังช่วยตรวจจับการเคลื่อนไหวให้ดีมากขึ้นอีกด้วย

โดยกล้องหลังจะมีมาให้ทั้งหมดสองตัว ประกอบด้วย เลนส์ Wide ขนาด 12 ล้านพิกเซล F/1.8  และเลนส์ Ultra Wide ขนาด 10 ล้านพิกเซล F/2.4 เพิ่มเติมด้วยเซนเซอร์ True Dept ขนาด 7 ล้านพิกเซล F/2.2 ที่สามารถบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K 60 fps ทั้งสองเลนส์ ถ่ายภาพก็สวยวีดีโอก็คมชัด น้อง ๆ กล้องมืออาชีพเลยครับ ไม่พอยังมีกล้องหน้าขนาด 7 ล้านพิกเซล F/2.2 สามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียด 4K 30 fps ใครชอบ วีดีโอคอล ภาพก็จะชัดมากขึ้นด้วย พร้อมด้วยแบตเตอรี่ ให้มาที่ขนาด 7,812 mAh ในรุ่น 11 inch และ 9,720 mAh ในรุ่น 12.9 inch ที่รองรับการชาร์จเร็ว 18 Watt ทำให้ชาร์แบจเต็มได้ไวมาก ๆ ครับ

ยิ่งไปกว่านั้น ยังรองรับการใช้งาน Magic Keyboard รุ่นใหม่ ที่เป็นแบบเดียวกันกับใน Macbook Air 2020 ทำให้การทำงานเกี่ยวกับเอกสารมีความสะดวกสบายขึ้น อีกทั้ง Apple Pencil 2 ก็สามารถใช้ได้ รองรับแรงกดได้หลายระดับ ทำให้มีความรู้สึกใกล้เคียงกับการเขียนบนกระดาษมาก ทำให้ไม่จำเป็นจะต้องพกสมุดและปากกาทั้งในการเรียนและการทำงานอีกต่อไป อีกทั้งน้ำหนักก็เบามาก ทำให้ไม่มีความลำบากในการพกพาเลยแม้แต่น้อย จะจด จะโน้ต จะวาด จะถ่ายรูป ก็สามารถทำทุกอย่างลงบน iPad Pro 2020 ได้หมด

ipad pro ทุกอย่างเป็นไปได้!

สังคมยุคใหม่ อะไรๆ ก็อยู่ในมือ iPad ( ไอแพด ) เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทาง IT ที่ถูกเปิดตัวภายใต้บริษัท Apple เป็นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2553 ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาเป็นอย่างมากจากผู้คนทั่วโลก และผลตอบรับก็ดีแบบถล่มทลาย ทำให้ iPad กลายเป็นสินค้าชูหน้าชูตาและขายดีอีกหนึ่งตัวของ Apple เลย ส่งผลให้ในปัจจุบันมี ก็มี iPad อีกหลายรุ่นย่อย ได้เปิดตัวตามออกมา ไม่ว่าจะเป็น iPad, ipad pro , iPad Air และ iPad Mini ที่มีขนาด สเปคความแรงของเครื่องที่แตกต่างกัน เพื่อครอบคลุมและรองรับการใช้งานที่หลากหลายในแต่ละกลุ่มลูกค้า

ipad pro

สำหรับอุปกรณ์ IT ที่ควรจะมีในการทำงานนั้น หลายคนคงจะนึกถึง Computer PC หรือ Laptop เป็นอย่างแรก แต่ในปัจจุบันก็มีผู้ใช้งานมากมายเลือกที่จะใช้ iPad เป็นอุปกรณ์หลักในการทำงาน ไปดูกันดีกว่าว่า เพราะอะไรพวกเขาเหล่านั้นจึงเลือกใช้ iPad

น้ำหนักเบาและพกพาง่าย เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้หลายคนหันมาใช้ iPad เพราะมีน้ำหนักที่เบากว่า Laptop หรือ PC อย่างมาก ใช้แค่มือเดียวก็สามารถยกไปไหนมาไหนได้แล้ว  จะพกพาไปร้านกาแฟข้างนอก หรือนำไปใช้ที่โรงเรียนหรือที่ทำงาน ก็ทำได้แบบสบายๆ ไม่ปวดหลังปวดไหล่อีกด้วย

สเปคของ iPad ที่แรงมากกว่าเดิม ในระยะหลังมานี้ iPad มีความเร็วและแรงของเครื่องไม่แพ้พวก PC หรือ Laptop เลย ทำให้สามารถใช้ iPad ตัวเดียวก็แทบจะทำงานได้เกือบทั้งหมด

หน้าจอแบบ Touch Screen เพราะหน้าจอแบบนี้นี่เองที่ทำให้หลายคนติดใจมาก เพียงแค่จิ้มลงบนหน้าจอก็สามารถสั่งการได้เลย ไม่จำเป็นต้องมีเมาส์หรือแป้นพิมพ์ อย่างไรก็ตาม การใช้งาน iPad คงทำงานไม่ได้เทียบเท่ากับ Laptop หรือ PC

ใช้ดูภาพยนตร์ / ดู Youtube /ดู Netflix ได้ดีมาก ด้วยการที่สามารถเคลื่อนย้ายง่าย และมีหน้าจอแบบ Touch Screen เลยทำให้อยากจะดูภาพยนตร์  Youtube หรือ Netflix ที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะบนเตียง โซฟา หรือแม้กระทั่งนำเข้าไปในห้องน้ำอีกด้วย หรือจะเปิดดูวิธีการทำอาหารไป แล้วลงมือทำตามก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ถึงแม้ Steve Jobs อดีตซีอีโอของ Apple จะเคยต่อต้านการใช้งานสไตลัส แต่ท้ายที่สุด Apple ก็แนะนำสไตลัสรุ่นแรกในปี 2015 โดยเปิดตัวพร้อมกับ ipad pro รุ่นแรก ที่มีขนาดจอ 12.9 นิ้ว และได้รับการพิสูจน์จากผู้ใช้งานแล้วว่า เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับการจดบันทึก การร่างภาพ และอื่นๆ จนปัจจุบัน iPad ทุกรุ่นที่อยู่ในร้านค้าของ Apple ก็รองรับ Apple Pencil แม้แต่ iPad ระดับเริ่มต้น

Apple Pencil คืออะไรl

Apple Pencil เป็นสไตลัสสำหรับใช้งานร่วมกับ iPad ออกแบบโดย Apple และมีส่วนคล้ายกับดินสอมากกว่าปากกา จึงถูกเรียกว่า Apple Pencil ส่วนปลายของ Apple Pencil เป็นพลาสติกขนาดเล็ก ซึ่งเป็นส่วนที่สัมผัสกับจอแสดงผลโดยตรง สามารถถอดเปลี่ยนได้ ตัวด้ามมีลักษณะคล้ายดินสอ และมีแบตเตอรี่อยู่ภายใน โดย Apple Pencil รุ่นแรกจะต้องชาร์จผ่านพอร์ต Lightning แต่ Apple Pencil รุ่นที่ 2 รองรับการชาร์จไร้สาย เพียงแนบติดกับขอบด้านข้าง iPad ด้วยแม่เหล็ก

Apple Pencil ช่วยให้การวาดเขียนบน iPad ทำได้ง่าย เหมือนกับการใช้ดินสอธรรมดาวาดบนแผ่นกระดาษ และในขณะวาดเขียนยังสามารถพักมือบนหน้าจอ iPad โดยไม่ส่งผลกระทบกับการทำงานของ Apple Pencil ให้ประสบการณ์เหมือนใช้ดินสอของจริง

ความแตกต่างระหว่าง Apple Pencil รุ่นที่ 1 กับ รุ่นที่ 2

รุ่นที่ 2 เปิดตัวในปี 2018 มีความสามารถแบบเดียวกัน แต่รุ่นที่ 2 รองรับเฉพาะ iPad Pro ที่เปิดตัวในปี 2018 ขณะที่ Apple Pencil รุ่นที่ 1 รองรับ iPad เกือบทุกรุ่นในปัจจุบัน Pencil รุ่นที่ 1 ยังมี Lightning Connector ที่ปลายด้าม สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งไม่ค่อยสะดวกเท่าไรนัก ในขณะที่ Pencil รุ่นที่ 2 มีขนาดเล็กและกะทัดรัดกว่า เนื่องจากไม่มี Lightning Connector อีกต่อไปแล้ว แต่อาศัยการชาร์จไร้สาย เพียงแนบติดกับด้านขวาของ ‌iPad ด้วยแม่เหล็ก อีกทั้งตัวด้ามยังมีเหลี่ยมแบนเหมือนกับดินสอจริง ขณะที่ตัวด้ามของ Apple Pencil รุ่นที่ 1 กลมมน นอกจากนี้ Apple Pencil รุ่นที่ 2 ยังรองรับคำสั่ง Touch Gesture สำหรับการสลับใช้งานเครื่องมือ ส่วนการใช้งานทั่วไปมีคุณสมบัติเหมือนกัน

iphone 8 plus ราคาล่าสุด 2020 สามารถรู้ได้ด้วยเทคนิคการเสิร์ช

iphone 8 plus ราคาล่าสุด 2020

ในปัจจุบันข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ สามารถทำได้ง่ายและสะดวกขึ้นมาก ๆ เพราะระบบ Internet ที่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างสะดวกสบาย ใครที่อยากทราบอะไรแค่เพียงใช้เสิร์ชเอนจินอย่าง Google ในการค้นหาก็ทำได้ง่าย ๆ แล้วซึ่งมีประโยชน์เป็นอย่างมากสำหรับผู้คนในยุคปัจจุบัน แต่ว่าหลาย ๆ คนก็มีปัญหาในการที่จะเสิร์ชข้อมูลเหล่านี้เช่นกัน อย่างเช่นถ้าหากเสิร์ชว่า iphone 8 plus ราคาล่าสุด อาจจะขึ้นราคาขึ้นมาแต่อาจจะไม่ใช่ล่าสุดจริง ๆ แต่ถ้าหากเสิร์ชว่า iphone 8 plus ราคาล่าสุด 2020 ก็จะได้รู้ถึงราคาในปัจจุบันเลยเป็นต้น ซึ่งเทคนิคในการหาข้อมูลที่แม่นยำและแน่นอนใน Google เหล่านี้มีอยู่มากมายซึ่งเราจะมานำเสนอทุกท่านกัน

                1. จำกัดคำค้นหาให้เฉพาะเจาะจง

                ใครที่ต้องการเน้น Keyword ที่ใช้ในการค้นหาที่เป็นกลุ่มคำซึ่งต้องการให้แสดงการค้นหาทุกคำในประโยคอย่างที่ไม่แยกคำค้นหาอย่างเช่นเสิร์ชว่า “iphone 8 plus ราคาล่าสุด 2020” Google ก็จะทำการดึงการค้นหาในรูปแบบประโยคยาว ๆ นั้นมาจากเว็บไซต์มาให้โดยไม่แยกประโยคเลย ซึ่งคุณก็จะได้ผลการค้นหาที่ครบถ้วนตามที่ต้องการเลย

                2. ตัดคำที่ไม่ต้องการออกจากการค้นหา

                เคยไหมที่คุณต้องการจะเสิร์ชหาข้อมูลอะไรก็ตามแต่ว่าจะมีคำบางคำที่คุณไม่ต้องการโผล่ขึ้นมาแบบไม่ต้องการซึ่งแน่นอนว่าต้องมาคอยคัดให้วุ่นวายอีกดังนั้นคุณสามารถใช้เทคนิคเครื่องหมาย – ในการตัดคำที่ไม่ต้องการออกได้ อย่างเช่นคุณต้องการจะหาข้อมูล ราคาหนังสือ Harry Potter แต่ไม่อยากได้ข้อมูลของ ราคาหนังสือ Harry Potter ที่เป็นมือสองก็สามารถตัดการค้นหานั้น ๆ ออกไปได้โดยการเสิร์ชว่า ราคาหนังสือ Harry Potter – มือสอง หลังจากที่ค้นหาแล้วข้อมูลต่าง ๆ ที่ขึ้นมานั้นก็จะไม่มี ราคาหนังสือ Harry Potter มือสองมาปนเลย

                3. พุ่งไปยังข้อมูลเฉพาะจากเว็บไซต์ที่ต้องการ

                เมื่อคุณต้องการที่จะรู้ข้อมูลที่ต้องการแค่เพียงในเว็บไซต์ที่กำหนด คุณก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการพิมพ์คำว่า site: ต่อด้วยชื่อเว็บไซต์ติดกัน หลังจากนั้นเว้นวรรคและพิมพ์คำที่ต้องการค้นหา อย่างเช่น site:powerbuy.co.th iphone 11 เป็นต้น ซึ่งคุณก็จะได้ข้อมูลของคำว่า iphone 11 บนเว็บไซต์ powerbuy.co.th เพียงเท่านั้น

                4. เพิ่ม Keyword ในการค้นหา

                ในการค้นหาคำในแต่ล่ะครั้งนั้นผู้ใช้อาจจะมีหลาย Keyword ที่ต้องการค้นหาแต่ว่าไม่อยากเสียเวลาในการค้นหาหลาย ๆ รอบ ดังนั้นจึงสามารถใช้เทคนิคการพิมพ์คำว่า OR แทรกเข้าไปในระหว่าง Keyword ได้เพื่อการค้นหาที่มากขึ้นในครั้งเดียวอย่างเช่น Apple OR Samsung เป็นต้น การค้นหาของ 2 คำนี้ก็จะขึ้นมาพร้อมกันนั่นเอง

                5. หาข้อมูลช่วงตัวเลข

                ถ้าหากว่าเราต้องการทราบราคาสินค้าหรือข้อมูลอะไรก็ตามที่อยู่ในช่วงตัวเลขที่กำหนดก็สามารถใช้เทคนิคโดยการพิมพ์ คำที่ต้องการค้นหา(เว้นวรรค)ตัวเลข..ตัวเลข ได้อย่างเช่น ราคา iPhone 15000..25000 เป็นต้น

                และนี่คือเทคนิคในการเสิร์ชข้อมูลบน Google ให้ได้ผลที่ตรงใจผู้ใช้มากขึ้น โดยแต่ล่ะข้อก็จำกันไปใช้ไม่ยากเลย หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ใช้ Internet และ Google ทุกท่านในการหาข้อมูลต่าง ๆ นะครับ

iphone 8 plus กับความสามารถด้านมัลติมีเดีย

iphone 8 plus

สำหรับใครที่ชื่นชอบความบันเทิงที่มีอยู่บนสื่อมัลติมีเดียแล้วล่ะก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วยเพราะว่าในยุคปัจจุบันนี้ต้องบอกว่ารอบ ๆ ตัวเรามีอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สามารถใช้งานมัลติมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถพกติดตัวได้อย่างเช่น Smartphone ที่ได้รับความนิยมมาก ๆ ในตอนนี้ และ ไอโฟน 8 พลัส (iphone 8 plus) ก็เป็น Smartphone อีกหนึ่งรุ่นจาก Apple ที่สามารถให้ผู้ใช้ได้เพลิดเพลินกับความสามารถด้านมัลติมีเดียที่มีอัดแน่นเลยทีเดียว ซึ่งเราจะมาแนะนำให้ดูว่ามีอะไรที่น่าสนใจมาก

                1. ดูหนังและคลิปได้เต็มตาเต็มอารมณ์

                ปัจจุบันนี้การดูหนังและคลิปวิดีโอต่าง ๆ นั้นถือว่าเป็นความบันเทิงที่สามารถเข้าถึงกับผู้คนได้ทุกที่ทุกเวลาเพราะว่า Smartphone ส่วนใหญ่นั้นก็มีความสามารถทางด้านนี้แทบทั้งนั้น แต่ว่าถ้าอยากจะเต็มตาเต็มอารมณ์นั้นก็ขอแนะนำ ไอโฟน 8 พลัส เลย เพราะว่ามีจอ Retina HD ที่แสดงสีสันได้สวยงามสมจริงที่ ขนาด 5.5 นิ้ว แถมยังสามารถเข้าถึงระบบสตรีมมิ่งจากผู้ให้บริการยอดนิยมทางด้านภาพยนตร์และซีรีย์ทั้งไทยและต่างประเทศได้ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Line TV, We TV เป็นต้น หรือถ้าใครไปสายคลิปวิดีโอก็สามารถดูได้จาก YouTube ที่สามารถเข้าถึงคลิปสนุก ๆ จาก YouTuber หลากหลาย ซึ่งแน่นอนว่าความสนุกสนานเหล่านี้พร้อมให้คุณได้ติดตามได้อย่างไม่ตกเทรนด์ ขอแค่มีหูฟังดี ๆ สักคู่ก็เหมือนกับมี Home Theater ส่วนตัวแล้ว

                2. เล่นเกมได้สนุกแบบไม่มีอะไรมาขวาง

                การเล่นเกมนั้นเป็นคุณสมบัติหลักที่ Smartphone ในยุคปัจจุบันสามารถทำได้อยู่แล้ว แต่ว่าการที่นักพัฒนาเกมนั้นได้สร้างผลงานเกมที่ค่อนข้างมีกราฟิกและรูปแบบเกมเพลย์ที่มีมาตรฐานสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็ทำให้ต้องใช้ Smartphone ที่มีประสิทธิภาพในการถ่ายทอดด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาเลยถ้าหากว่าคุณใช้ ไอโฟน 8 พลัส เพราะว่าใช้ CPU A11 Bionic ซึ่งจากการเทสจาก Geekbench นั้นพบว่ามีความเร็วที่ใกล้เคียงกับ Notebook แบบมาตรฐานเลยทีเดียว บวกกับหน้าจอที่เป็นแบบ Retina HD ที่มีความไหลลื่น สามารถแสดงกราฟิกออกมาได้อย่างดี ขนาด 5.5 นิ้ว ก็ช่วยให้พื้นที่ในการวางนิ้วนั้นมีมากไม่บดบังอรรถรสในการเล่นเกม ดังนั้นการที่เล่นเกมซึ่งมีให้โหลดใน App Store และได้รับความนิยมแบบทั่ว ๆ ไปอย่าง ROV หรือว่า PUBG Mobile นั้นก็ไม่มีปัญหา และถ้าใครห่วงเรื่องของการเล่นเกมหนัก ๆ แล้วแบตเตอรี่จะหมดเร็วนั้น ไอโฟน 8 พลัส นั้นก็มีเทคโนโลยีช่วยเซฟแบตเตอรี่ในการเล่นเกมได้ ตลอดจนรองรับเทคโนโลยี Fast Charging แต่ว่าต้องซื้อ USB-C Power Adapter เพิ่มเติมด้วย     

                3. ให้เสียงเพลงเป็นเพื่อนคุณ

                ความบันเทิงด้านมัลติมีเดียที่ใช้งานกันทั่ว ๆ ไปนั้นก็คงจะขาดด้านการฟังเพลงไปไม่ได้แน่ ๆ ซึ่งผู้ใช้งาน ไอโฟน 8 พลัส ก็สามารถเข้าสู่โลกแห่งเสียงเพลงได้ง่าย ๆ เพราะว่าสามารถเข้าถึงผู้ให้บริการ Music Streaming ได้ครบทุกเจ้าไม่ว่าจะเป็น Apple Music เอง ไปจนถึง Spotify, JOOX และ Tidal เป็นต้น ขอแค่คุณมีหูฟังแบบมีสายหรือแบบ Wireless ก็สามารถรับฟังเพลงจำนวนมหาศาลแบบถูกลิขสิทธิ์ได้แล้ว ซึ่งคุณภาพเสียงก็เรียกได้ว่าถูกใจนักฟังเพลงเลยทีเดียว

                และนี่ก็คือความสามารถของ ไอโฟน 8 พลัส (iphone 8 plus) ทางด้านมัลติมีเดีย ซึ่งแน่นอนว่าเหมาะสมกับหลาย ๆ คนในยุคสมัยนี้แน่ ๆ ครับ สามารถจับจองกันได้ตามช่องทางที่สะดวก

ipad air 2019 ราคานักศึกษา กับความสามารถหลากหลาย

ipad air 2019 ราคานักศึกษา

ใครก็ตามที่เป็นคนรุ่นใหม่คงต้องคุ้นเคยกับอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกอย่าง ipad แน่ ๆ เพราะว่าเป็น Tablet ที่มีประสิทธิภาพสูงและครบเครื่องมาก ๆ หลายรุ่นที่ออกมาก็เรียกได้ว่าสร้างความสำเร็จและเป็นที่จดจำของผู้ใช้งานมาก ซึ่งมีออกมาหลากหลายรุ่นหลายโมเดลอย่างเช่น ipad air ก็ถือว่าเป็นที่นิยมของผู้ใช้ด้วยประสิทธิภาพที่ดีในการออกแบบที่บางเบาพกพาง่าย และได้เดินทางมาถึง ipad air 2019 แล้ว ซึ่งในปัจจุบันก็มีโปรโมชันเพื่อให้การใช้งานนั้นไปถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นโดยมี ipad air 2019 ราคานักศึกษา มาให้ได้จับจองกัน ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าถึงประสิทธิภาพและสิ่งต่าง ๆ ที่น่าใช้ของ iPad รุ่นนี้ที่จะมีประโยชน์อย่างมากกับนักศึกษากัน

                1. จดบันทึกโน๊ตต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ

                ด้วยความสามารถของ ipad air 2019 ที่สามารถใช้ Apple Pencil ในการจดบันทึกหรือวาดรูปต่าง ๆ ได้ทันทีอย่างไม่ต้องง้อสมุดอีกต่อไป ซึ่งการที่สามารถใช้ Apple Pencil ขีดเขียนได้ทันทีนั้นก็ช่วยทำให้ได้ความรู้สึกกับการจดบนกระดาษแต่มีข้อดีก็คือสามารถจัดระเบียบของกระดาษหน้าต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ สามารถตั้งชื่อเอกสารชุดต่าง ๆ ได้ว่าเป็นวิชาไรโดยที่ไม่ต้องค้นหาด้วยการเปิดหน้ากระดาษไปมา สามารถเปลี่ยนรูปแบบของลายเส้นปากกาให้มีหลายสีเพิ่มความแตกต่างได้

                2. ดาวน์โหลดไฟล์เอกสารการเรียนในรูปแบบดิจิตอล

                หนังสือเรียนนั้นถือว่าเป็นไอเทมสำคัญสำหรับเหล่าบรรดานักศึกษาเลยทีเดียว ซึ่งจำนวนวิชามากเท่าไหร่ก็ย่อมที่จะต้องใช้หนังสือหรือชีทเรียนมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งใช้มากเท่าไหร่การจัดการและการพกพาไปเรียนนั้นก็ยิ่งลำบากมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นสถาบันการศึกษาหลาย ๆ ที่นั้นก็ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้เอกสารในการเรียนจากที่จะให้นักศึกษาใช้หนังสือและชีทที่ทำมาจากกระดาษจริง ๆ ก็ให้ดาวน์โหลดไฟล์เอกสารการเรียนในรูปแบบดิจิตอลได้เป็นต้น ซึ่งวิธีดังกล่าวนี้ทำให้สะดวกสบายในเรื่องการพกพาไปได้มากและอาจลดภาระในเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับหนังสือเรียนไปได้อีก นอกจากนี้ยังสามารถพกพาไปทบทวนบทเรียนต่าง ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลาแม้ไม่ได้อยู่ในชั่วโมงเรียน

                3. สนับสนุนในการเรียนรูปแบบออนไลน์

                ปัจจุบันการเรียนในรูปแบบออนไลน์นั้นถือว่าเป็นทางเลือกในสถานการณ์ที่ไม่สามารถไปนั่งเรียนได้ในห้องเรียนจริง ๆ ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งเหล่าบรรดานักศึกษาจำเป็นจะต้องใช้การศึกษาด้วยวิธีออนไลน์กับครู่ผู้สอนผ่านโปรแกรมและแอปพลิเคชันต่าง ๆ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดีเพราะว่าเป็นการโต้ตอบกันระหว่างอาจารย์ผู้สอนกับผู้เรียนได้ และ ipad air 2019 ก็มีประสิทธิภาพที่ดีมากพอในการเรียนออนไลน์ให้ราบรื่น

                4. หาความรู้และแรงบันดาลใจเพิ่มเติม

                แน่นอนว่าการเรียนรู้นั้นไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องเรียนแน่ ๆ แต่ว่าสามารถหาสิ่งที่สนใจได้จากช่องทางต่าง ๆ ได้อย่างเช่นจากอินเตอร์เน็ตเป็นต้น ซึ่ง ipad air 2019 ก็สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลจากเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่หลากหลาย อย่างเช่นการดูคลิปวีดีโอที่ชอบก็อาจจะเกิดไอเดียในการนำมาใช้กับนำเสนอในวิชาเรียนต่าง ๆ ได้เป็นต้น

                นี่คือเรื่องราวของ ipad air 2019 ราคานักศึกษา กับความสามารถหลากหลาย ซึ่งด้วยโปรโมชันที่ดึงดูดขนาดนี้เชื่อได้เลยว่านักศึกษาหลาย ๆ คนน่าจะเป็นเจ้าของกันได้ไม่ยากนั่นเอง

เทียบไปเลย! ราคาไอโฟน11 ล่าสุด

เป็นที่ทราบกันว่า ราคาไอโฟน11 ล่าสุด ทั้งรุ่นธรรมดา, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max ได้รับความสนใจเป็นพิเศษเนื่องจากราคาจำหน่ายที่ Apple ถูกกว่ารุ่นก่อนหน้าหลายพันบาทเมื่อเทียบกับการออกรุ่นใหม่ในปีที่ผ่านมา ที่สำคัญไปกว่านั้นคือการอัดแน่นสิ่งใหม่ๆ ที่ Apple ใส่เข้ามาเป็นสิ่งที่ตอกย้ำความสนใจให้กับผู้บริโภคขึ้นไปอีก

ราคาไอโฟน11 ล่าสุด

  • iPhone 11 : ราคาเริ่มต้น 24,900 บาท (เดิม iPhone XR 29,900 บาท) 64GB > 24,900.- / 128GB > 26,900.- / 256GB > 30,900.-
  • iPhone 11 Pro : ราคาเริ่มต้น 35,900 บาท (เดิม 39,900 บาท) 64GB > 35,900.- / 256GB > 41,900.- / 512GB > 48,900.-
  • iPhone 11 Pro Max : ราคาเริ่มต้น 39,900 บาท (เดิม 43,900 บาท) 64 GB > 39,900.- / 256 GB > 45,900.- / 512 GB > 52,900.-
ราคาไอโฟน11 ล่าสุด

ราคาดี ราคาโดนใจ แน่นอนว่าคุณภาพอัดแน่น เริ่มตั้งแต่จอภาพ Retina Display ขนาด 6.1 นิ้ว ผ่านการออกแบบผ่านกระบวนการตัดและบด ก่อนขึ้นรูปด้วยความแม่นยำจากกระจกเพียงชิ้นเดียวมีความแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน มาตรฐาน IP68 ทนน้ำที่ความลึกไม่เกิน 2 เมตรนานติดต่อกันสูงสุด 30 นาที มีระบบป้องกันภัยหากโดนของเหลวเช่นกาแฟหรือน้ำอัดลมหกใส่

คุณสมบัติ Haptic Touch ที่นำมาใช้แทน 3D Touch แต่การทำงานคล้ายกันคือแตะค้างไว้เพื่อเรียกเมนูย่อยในแอปพลิเคชันหรือในลิงก์นับว่าสะดวกดี ตัว App กล้องถูกออกแบบใหม่ให้รองรับกับระบบกล้องคู่ กล้อง Wide และกล้อง Ultra Wide ขนาดกว้าง 120 องศากับความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f 2.4 ซึ่งช่วยให้การถ่ายภาพได้มุมมองกว้างกว่า 4 เท่า เวลาถ่ายสามารถเห็นภาพการถ่ายภาพจอกว้างและกว้างพิเศษได้พร้อมกันแล้วเลือกถ่ายได้เลย

สำหรับในส่วนของ Portrait Mode หรือโหมดถ่ายภาพบุคคลได้เพิ่มเติมคุณสมบัติ High-Key Light Mono เพิ่มแสงใหม่เปลี่ยนฉากหลังเป็นสีขาวช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลให้โดดเด่นในอีกรูปแบบหนึ่ง สามารถบันทึกวิดีโอได้ง่ายๆ ผ่านทาง Quick Take เพียงแค่กดชัตเตอร์ในโหมดถ่ายภาพค้างไว้

ด้าน Night Mode นับเป็นการพลิกโฉมและเป็นคุณสมบัติที่หลายๆ คนเรียกร้องให้ Apple พัฒนามาใส่ใน iPhone ด้วย Focus Pixel แบบ 100% ทำให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยในช่วงกลางคืนมีความสว่างมากขึ้น ชัดเจน ที่สำคัญนอยซ์ลดลง

กล้องหน้า TrueDepth ขนาด 12 ล้านพิกเซลให้ถ่ายภาพเซลฟี่แบบจุใจและยังสามารถถ่ายวิดีโอคุณภาพ 4K ที่ 60 fps และวิดีโอสโลว์โมชันที่ 120 fps นอกจากนี้ ไม่เพียงแค่นั้น คุณสมบัติใหม่ที่เรียกว่า Computation Photo หรือ Deep Fusion ที่จะเปิดตัวในปีนี้ใน iOS 13.2 ซึ่งเป็นการรวมภาพแบบพิกเซลต่อพิกเซลยิ่งทำให้คุณภาพของภาพถ่ายได้มากกว่า HDR

ด้านการถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงสุด 4K ที่ 60 fps การถ่ายผ่านกล้อง Wide และ Ultra Wide ทำให้ระบบกล้องคู่จะช่วยซูมกล้องแต่ละตัวได้ง่าย โหมด Audio Zoom จับคู่เสียงเข้ากับเฟรมของวิดีโอทำให้ได้เสียงแบบไดนามิกมากยิ่งขึ้น มีด้วยกัน 6 สีใหม่ที่น่าใช้เริ่มจากสีม่วง, เขียว, เหลือง, ดำ, ขาว และสีแดง

สำหรับ iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max มีคุณสมบัติเดียวกับ iPhone 11 แต่ได้เพิ่มเติมความพิเศษกับความเป็นโปรมากขึ้น มีความแตกต่างกันเริ่มต้นตั้งแต่จอภาพ ขนาด 5.8 นิ้ว และ 6.5 นิ้ว ตามลำดับ เพิ่มกล้องมาอีกหนึ่งตัวคือ Telephoto กับรูรับแสงขนาดใหญ่ขึ้น f2.0 โดย iPhone 11 Pro Max ต่างจาก iPhone 11 Pro คือขนาดจอใหญ่กว่า แบตเตอรี่ใหญ่กว่า และราคาแพงกว่า