ทีวีโซนี่ แอนดรอย (TV SONY Android) ทำอะไรได้บ้าง

ทีวีโซนี่ แอนดรอย

            สิ่งที่เรียกว่านวัตกรรมแห่งความบันเทิงนั้นได้มีการพัฒนาไปข้างหน้าเพื่อที่จะตอบโจทย์ความต้องการการใช้งานของกลุ่มผู้ใช้และคอนเทนท์ที่มีจำนวนมากขึ้น และ ทีวี (TV) ก็เป็นอุปกรณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีความบันเทิงที่สามารถปรับตัวให้เข้าได้กับทุกยุคสมัยอย่างแท้จริง โดยเฉพาะแบรนด์ยอดนิยมที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีนั่นคือ SONY (โซนี่) ที่ได้นำสิ่งล้ำหน้ามาให้ผู้ใช้ในวงกว้างอยู่เสมอ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ TV SONY Android (ทีวีโซนี่ แอนดรอย) นั่นเอง ทำให้ผู้ใช้ได้ประสบการณ์ในการใช้งานระบบปฏิบัติการ Android เหมือนใน Smartphone แต่ได้ปรับเปลี่ยนมาอยู่ในรูปแบบของหน้าจอ TV นั่นเอง ดังนั้นเราจะมาบอกกันว่าเมื่อได้รับความพิเศษแบบนี้มาแล้ว TV SONY ของคุณจะมีคุณสมบัติและทำอะไรได้เพิ่มขึ้นบ้าง

                1. ดูภาพยนตร์และซีรีย์ในระบบสตรีมมิ่ง

                ถ้าหากพูดถึงความบันเทิงแบบพื้นฐานที่สามารถเข้าถึงได้ทั้งครอบครัวนั้น การชมภาพยนตร์และซีรีย์ก็เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากบน TV และเมื่อ TV ได้นำระบบปฏิบัติการ Android มาใช้ก็สามารถที่จะทำให้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ และยังเข้าถึง Google Play ซึ่งเป็นแหล่งรวม Application ต่าง ๆ มากมายได้อีกด้วย และก็มี Application มากมายที่เป็นของผู้ให้บริการ Movie Streaming ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Netflix, LINE TV, VIU เป็นต้นซึ่งมีทั้งภาพยนตร์และซีรีย์รวมถึงรายการต่าง ๆ มากมายให้เลือกดูอย่างนับไม่ถ้วน ซึ่งน่าจะถูกใจกลุ่มคนที่ชื่นชอบความบันเทิงในรูปแบบนี้เลยทีเดียว

                2. หลายรุ่นมี Google Chromecast ติดตั้งมาให้

                ความบันเทิงที่ไร้รอยต่อสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ที่เป็น Smart Device นั้นก็เปรียบเสมือนสิ่งที่ TV ในยุคใหม่ ๆ นั้นสมควรทำได้เพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้ และ Android TV ในหลาย ๆ รุ่นนั้นก็มาพร้อมสิ่งที่เรียกว่า Google Chromecast ซึ่งความสามารถของสิ่งนี้นั้นก็คือ สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ Smart Device อื่น ๆ ในรูปแบบไร้สายได้อย่างง่ายดาย เช่น Smartphone, Tablet, Computer สามารถเข้าถึงคอนเทนท์หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ โดย Stream เข้าจอ TV ได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว

                3. เล่นเกมได้

                ความบันเทิงอย่างการเล่นเกมนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมาก ๆ ในปัจจุบัน และเป็นที่รู้กันว่าใน Google Play ของระบบ Android นั้นมีเกมสนุก ๆ มากมายให้ได้เล่นกันผ่าน Smartphone และ Tablet ซึ่ง Android TV ในหลาย ๆ รุ่นที่มีสเปคที่ค่อนข้างดีก็จะสามารถเล่นได้อย่างไหลลื่นโดยเปลี่ยนจากการใช้ระบบสัมผัสของหน้าจอ Smartphone และ Tablet เปลี่ยนมาเป็นการเชื่อมต่อ Joy Stick ซึ่งก็จะได้อรรถรสเช่นเดียวกับการเล่นเกม Console เลยทีเดียว

                4. ใช้งาน Application ที่เป็นประโยชน์อย่างอื่นได้

                จุดเด่นที่เป็นที่รู้กันตั้งแต่ข้อแรก ๆ ของ Android TV นั้นก็น่าจะเป็นในเรื่องของ Application แน่ ๆ ซึ่งนอกจากความบันเทิงต่าง ๆ ก็สามารถใช้งาน Application ที่แตกต่างกันออกไปเพื่อให้เป็นประโยชน์ของ Social Media เช่น Facebook, IG ได้ หรือว่าจะเป็นการเข้าถึง Application Music Streaming ต่าง ๆ โดยถ้ามีเครื่องเสียงดี ๆ เชื่อมต่อกับ TV แล้วล่ะก็จะยอดเยี่ยมมากเลย

                และนี่คือคำตอบที่ว่า ทีวีโซนี่ แอนดรอย (TV SONY Android) หรือจากอีกหลาย ๆ แบรนด์ ทำอะไรได้บ้าง ซึ่งต้องบอกว่ายังมีอีกหลายสิ่งให้คุณได้ลอง ถ้าใครสนใจก็สามารถเลือกหาเลือกซื้อรุ่นที่ชอบจากตัวแทนจำหน่ายได้ทั้ง Online และ Offline ครับ

TV SONY 2020 มีเทคโนโลยีอะไรใหม่ ๆ ที่น่าสนใจบ้าง

TV SONY 2020

                ทีวี (TV) ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ไม่เคยหยุดนึ่งกับที่เลยเพราะว่าได้ใส่เทคโนโลยีใหม่ ๆ ล้ำสมัยมาให้พวกเราได้ใช้งานกันตลอด ยิ่งเป็น TV SONY 2020 (ทีวี โซนี่ 2020) ด้วยแล้วก็ยิ่งมีสิ่งต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมาย เพราะว่าเป็นผู้นำของผู้ผลิตสื่อ Multimedia มาเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นเราจะมาดูกันว่ามีเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจและผู้ใช้อย่างคุณ ๆ นั้นไม่ควรพลาดบ้าง

                1. Android TV Version 8.0

                แน่นอนว่าคำว่า Android TV นั่นได้เข้ามาเป็นฟังก์ชั่นที่สำคัญในการเลือกซื้อทีวีมาเป็นระยะเวลาสักพักแล้ว ซึ่งข้อดีของ Android TV นั้นก็เรียกได้ว่าเปรียบกับเราสามารถเล่น Smartphone ที่มีระบบปฏิบัติการแบบ Android บน จอที่ใหญ่ขึ้นได้นั่นเอง ซึ่งก็จะมีอิสระในด้านความบันเทิงที่มากมายเลยทีเดียวอย่างเช่นการใช้งาน Application เป็นต้น และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือการที่จะสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงคอนเทนท์ต่าง ๆ ได้อย่างตรงใจ ซึ่งทางโซนี่นั้นก็ได้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android มาเป็นระยะเวลาสักพักแล้ว จนมาในปีนี้ก็ได้ใช้ Android เวอร์ชั่น 8.0 ที่ได้เพิ่มความเสถียรขึ้นมาจากรุ่นก่อน ๆ นอกจากนี้เมื่อบวกเพิ่มกับประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ที่ทาง SONY ได้เลือกใช้ด้วยแล้วยิ่งทำให้การใช้งานนั้นรวดเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

                2. Triluminos และ Live Colour

                ถ้าพูดถึงเทคโนโลยีด้านภาพของทีวีแล้วนั้น โซนี่ก็เป็นแบรนด์ที่พัฒนาในด้านนี้อย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบันอย่าง 4K หรือว่า HDR นั้น ทางโซนี่ก็เป็นผู้นำมานาน และในปีนี้ที่มาแรงสุด ๆ ก็คือสิ่งที่เรียกว่า Triluminos หรือว่า (ไตรลูมินอส) ซึ่งมีคุณสมบัติในการดึงสีของภาพออกมาให้หลากหลายและมีความสวยวดงดงามมากขึ้นกว่าเดิม โดยมักจะไปอยู่ในรุ่นเรือธงของโซนี่ แต่ว่าในรุ่นกลาง ๆ ก็ยังมีเทคโนโลยีอย่าง Live Colour ที่ได้ส่งเสริมคอนเทนท์ด้านภาพให้สวยงามมากขึ้นเช่นเดียวกัน

                3. ความคมชัดแบบ 4K X-Reality Pro

                ยังอยู่ในเรื่องของความคมชัดของงานด้านภาพกันอยู่ ซึ่งจากข้อข้างบนก็ได้เกลิ่นเอาไว้กับเทคโนโลยีทางด้าน 4K ซึ่งในปี 2020 นี้ทางโซนี่ก็อยากที่จะนำเสนอเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า 4K X-Reality Pro ซึ่งสามารถที่จะ Upscaling ภาพคอนเทนท์ต้นฉบับที่มีความคมชัดน้อยกว่า 4K ให้มีความคมชัดมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ 4K แบบแท้ ๆ แต่ว่าก็ช่วยเพิ่มประสบการณ์การรับชมของคอนเทนท์เก่า ๆ ให้ประทับใจมากยิ่งขึ้น

                4. การควบคุมได้ดั่งใจอย่าง Voice Remote Control

                สำหรับใครที่คุ้นชินกับการใช้รีโมตในการเปลี่ยนช่องหรือกดเข้าเมนูต่าง ๆ และคิดว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสะดวกสบายแล้วอาจจะต้องได้รับความตื่นเต้นแบบใหม่ ๆ อีกเมื่อได้พบกับ Voice Remote Control เพราะว่าเป็นการเพิ่มคุณสมบัติการสั่งงานด้วยเสียงเข้ามาในตัวรีโมตให้ใช้อยู่ ซึ่งคุณสามารถพูดเข้าไปผ่านทางรีโมตให้เปิด Application ต่าง ๆ หรือเสิร์จหาข้อมูลต่าง ๆ บนอินเตอร์น็ตหรือว่า YouTube ได้นั่นเอง ซึ่งเป็นอะไรที่สะดวกขึ้นกว่าแต่ก่อน

                TV SONY 2020 (ทีวี โซนี่ 2020) ยังมีสเปคและเทคโนโลยีที่น่าสนใจอีกมากมาย ถ้าใครสนใจก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อกันได้ทั้งช่องทาง Online และ Offline นะครับ

เครื่องฟอกอากาศ รีวิวแล้ววันนี้ สู้ฝุ่นสุดใจ!

เครื่องฟอกอากาศ รีวิว แล้ววันนี้ สู้ฝุ่นสุดใจ! เนื่องจากมลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงใหญ่ ๆ เกิดขึ้นจากใคร ใคร และใคร เอาเป็นว่าไม่ว่าจะใครก็แล้วแต่ เจ้าฝุ่นน้อยจิ๋ว PM2.5 ปกคุลมทั่วท้องฟ้าตั้งแต่เช้ายันค่ำให้เราสูดดมเต็มปอด!!!! ซึ่งหากไม่ได้มีการป้องกันโดยการใส่หน้ากาก N95 แล้วละก็ เราก็จะสูดเข้าสูดดมมันเข้าไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ และอาจลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกายของเราได้

เครื่องฟอกอากาศ รีวิว

ยังมีอาวุธชนิดหนึ่งที่สามารถปราบเจ้าฝุ่น PM 2.5 ได้ โดยการทำให้อากาศให้บริสุทธิ์นั่นคือ “เครื่องฟอกอากาศ” การมีเครื่องฟอกอากาศติดไว้ที่บ้าน จะสามารถปรับสภาพอากาศภายในบ้านให้สะอาดบริสุทธิ์ ไร้สิ่งสกปรก ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่น แบคทีเรีย กลิ่น และอื่น ๆ อีกมากมาย เอาเป็นว่าทำให้คุณอยู่ในบ้านปลอดภัยมากกว่าต้องออกไปอยู่ข้างนอกเต็มไปด้วยฝุ่น PM2.5

หลายคนคงสงสัยว่า การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศต้องคำนึงถึงปัจจัยอะไรบ้าง นอกจาก เครื่องฟอกอากาศ รีวิว ในแต่ละเว็บแล้วนั้น ในบทความนี้เราได้หาคำตอบมาให้แล้ว หากคุณนำหลักการเหล่านี้ไปพิจารณา รับรองว่าจะต้องได้เครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสมกับตนเองอย่างแน่นอน

เครื่องฟอกอากาศนั้นมีวางขายอยู่หลายประเภท โดยแบ่งตามฟังก์ชันเฉพาะต่าง ๆ และสถานที่ที่เหมาะแก่การนำไปใช้งาน ซึ่งนี่เป็นจุดแรกที่คุณควรจะพิจารณาก่อนเลือกซื้อเลย

“แบบพัดลม” ติดตั้งง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก เครื่องฟอกอากาศประเภทนี้จะมีใบพัดที่พัดเอาอากาศในห้อง รวมถึงกลิ่น ฝุ่นละออง และแบคทีเรียต่าง ๆ เข้าไป จากนั้นสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ จะถูกแผ่นกรองหรือไส้กรองด้านในดักจับเอาไว้ ก่อนที่จะปล่อยอากาศบริสุทธิ์กลับคืนออกมา

ส่วนใหญ่แล้วเครื่องฟอกอากาศประเภทนี้ จะมีให้เลือกหลายรุ่นและมักมีราคาไม่สูงมาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการซื้อวางไว้หลาย ๆ ห้องในบ้าน แต่ก็มีข้อเสียอยู่เล็กน้อย เพราะด้วยกลไกการทำงานของเครื่องที่มักทำให้เกิดเสียงดังพอสมควร จึงควรเลือกซื้อรุ่นที่มีโหมดลดเสียงรบกวน นอกจากนี้ ยังต้องหมั่นถอดไส้กรองออกมาทำความสะอาด หรือซื้อเปลี่ยนตามอายุการใช้งานอีกด้วย จึงทำให้ค่อนข้างเสียเวลาและเปลืองแรง

“แบบไฟฟ้าสถิต” ไม่มีเสียงรบกวนและใช้งานได้นาน เครื่องฟอกอากาศประเภทนี้ ทำงานโดยการดักจับฝุ่นและสิ่งสกปรกในอากาศด้วยพลังไฟฟ้าสถิต ทำให้ไส้กรองที่อยู่ข้างในไม่ค่อยเกิดการอุดตัน และยังทำงานได้เงียบไม่มีเสียงรบกวน มีประสิทธิภาพการใช้งานยาวนานกว่าแบบพัดลม แต่ก็จะมีราคาค่อนข้างสูง หากต้องการซื้อไปติดตั้งหลายห้องก็ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งคุณอาจจะเลือกใช้เฉพาะในห้องที่ต้องการเน้นสภาพอากาศให้สะอาดบริสุทธิ์มากเป็นพิเศษก็ได้ เช่น ห้องเด็กอ่อนหรือห้องนั่งเล่น เป็นต้น

“ระบบไอออน” ขนาดเล็ก เหมาะกับการใช้ในพื้นที่จำกัด เครื่องฟอกอากาศระบบไอออนจะปล่อยไอออนประจุลบออกไปฆ่าเชื้อโรค และช่วยดับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ทำให้อากาศบริสุทธิ์ขึ้น แต่เครื่องประเภทนี้จะมีเงื่อนไขการทำงานอยู่ที่ ขนาด” กล่าวคือ ยิ่งขนาดเล็ก รัศมีของการทำงานก็จะน้อยลง จึงเหมาะสำหรับการใช้ในพื้นที่จำกัดเท่านั้น เช่น ห้องน้ำหรือภายในรถ หากต้องการใช้ในพื้นที่กว้างให้เลือกแบบพัดลมหรือแบบไฟฟ้าสถิต ที่มีฟังก์ชันปล่อยไอออนร่วมด้วยก็จะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

เลือกรุ่นที่เป็นแผ่นกรอง HEPA Filter สำหรับคนที่มีอาการภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นหรือเกสรดอกไม้ หากคุณต้องการกำจัดมลภาวะในอากาศให้หมดจด แนะนำให้เลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่ใช้แผ่นกรองประเภท HEPA Filter เพราะเป็นแผ่นกรองที่สามารถจับเกสร ฝุ่นทั่วไป และฝุ่น PM 2.5(ฝุ่นขนาด 2.5μm)ได้ และหากเป็นฝุ่นขนาด 0.3μm ก็สามารถกำจัดได้ถึง 99.97% ขึ้นไปเลย

แม้ว่าในปัจจุบันแผ่นกรองประเภท HEPA Filter จะยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก แต่ก็มีเครื่องกรองอากาศที่ใช้แผ่นกรองคุณภาพสูงอย่าง TAFU Filter ที่คงประสิทธิภาพยาวนาน หรือ ULPA Filter ที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมอณูเล็กมาก ๆ ได้ด้วย หากใครสนใจก็ลองตรวจสอบสินค้าดู

TV Sony 55 นิ้ว เลือกมาเลย รุ่นไหนก็โดน!

TV Sony 55 นิ้ว เลือกมาเลย รุ่นไหนก็โดน! แต่ก่อนจะไปถึงการแนะนำ TV Sony โดยปกติแล้วทีวีแต่ละชนิด จะมีค่า Resolution หรือค่าความละเอียดของวิดีโอที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งค่านี้สามารถวัดได้จากจำนวนเม็ดสีพิกเซล หรือ PPI ที่แสดงผลอยู่บนหน้าจอ โดยจะใช้หลักการนำเม็ดสีพิกเซลที่มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมมาเรียงต่อกัน เพื่อให้เกิดเป็นรูปภาพ และใช้สีของแต่ละเม็ดพิกเซลที่แตกต่างกัน ช่วยสร้างรายละเอียดของสีในวิดีโอ ให้มีมิติและความสมจริงที่มากขึ้น ซึ่งหากโทรทัศน์รุ่นไหนที่มีเม็ดสีพิกเซลสำหรับแสดงผลมาก ก็จะสามารถแสดงภาพที่มีความละเอียดและความคมชัดได้สูงมากยิ่งขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ การมีเม็ดสีพิกเซลมากจะทำให้มีพื้นที่ในการแสดงผลสีมากขึ้น ส่งผลให้ภาพที่แสดงออกมา มีความสมจริงใกล้เคียงกับในชีวิตจริงมากกว่ารุ่นอื่น ๆ และสำหรับโทรทัศน์ที่ถูกนับว่าเป็นความละเอียดระดับ 4K หรือ UHD จะต้องเป็นรุ่นที่มีค่า PPI อยู่ที่ 3,840 x 2,160 พิกเซลเท่านั้น ซึ่งนับว่ามีขนาดที่ใหญ่กว่าความละเอียด HD ที่เราใช้อยู่ทั่วไปถึง 4 เท่าเลยทีเดียว

SONY Android TV Series 55X9500G 4K HDR LED 55 เป็นโทรทัศน์ที่มีจอขนาด 55 นิ้ว จากแบรนด์ Sony ใช้งานหน้าจอแสดงผลแบบ TRILUMINOS ซึ่งทำงานคู่กันกับฟีเจอร์มากมาย ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมคอนเทนต์ เช่น Sound-from-Picture Reality, XMotion Clarity, X-Wide Angle, Dolby Vision และ Dolby Atmos ทำให้สามารถเล่นวิดีโอได้อย่างมีประสิทธิภาพและสมจริงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟีเจอร์ X-tended Dynamic Range และ Full-Array ช่วยเพิ่มความสว่างให้กับฉากมืดและเพิ่มค่า Contrast ให้กับสีที่แสดงบนหน้าจอ และ Super Bit Mapping HDR ทำให้สีมีการไล่ระดับได้อย่างนุ่มนวลและไม่ส่งผลเสียต่อสายตาอีกด้วยครับ

สำหรับรุ่นนี้นับเป็นรุ่นที่เหมาะสำหรับการรับชมภาพยนตร์ และ Netflix เป็นอย่างมาก การันตีได้จาก Netflix Recommended TV ที่เคลมประสิทธิภาพการรับชมคอนเทนต์ให้กับทีวีรุ่นนี้บนเว็บไซต์ของตัวเอง โดยในด้านการใช้งานนั้นมาพร้อมการรองรับฟังก์ชัน Chromecast ทำให้สามารถเล่นคอนเทนต์บน YouTube หรือ Netflix ด้วยการสั่งงานผ่านทางแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ในส่วนของการเชื่อมต่อรองรับที่ Bluetooth 4.1 เป็นต้นไป ส่งผลให้สามารถเชื่อมต่อหูฟัง หรืออุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ได้อีกมากมายเลยทีเดียว

4K Ultra HD X8000G โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีเฉพาะ สมจริงยิ่งขึ้นด้วย 4K X-Reality Pro ทีวี 4K จาก Sony รุ่นนี้ เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านของฟังก์ชัน คุณสมบัติการใช้งาน และดีไซน์ขาตั้งที่ดูสวยแปลกตา มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นมาโดยเฉพาะของทาง Sony ไม่ว่าจะเป็นทั้งเทคโนโลยีภาพ, เสียง, ระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่มาพร้อมอย่างครบครัน ทำให้หมดห่วงในเรื่องของคุณภาพไปได้เลย ด้วยระบบ 4K X-Reality™ PRO ซึ่งจะช่วยขยายและยกระดับภาพที่มีความละเอียดต่ำกว่า 4K ให้ได้ใกล้เคียงกับความคมชัดระดับ 4K ให้มากที่สุด มีคมชัดจนน่าแปลกใจ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับจอแสดงผล Triluminos ที่จะช่วยสร้างเฉดสีให้สดใส สวยงาม สมจริง ในส่วนระบบเสียงก็จัดเต็มด้วย ClearAudio+ เทคโนโลยีเฉพาะที่จะปรับเสียงให้มีความละเอียด แบ่งแยกทิศทางของเสียงได้อย่างชัดเจนรอบตัว

TV SONY BRAVIA นวัตกรรมที่ทำให้คุณเข้าถึงความบันเทิงกว่าที่เคย

TV SONY BRAVIA

            ถ้าพูดถึงผู้ผลิตนวัตกรรมแห่งความบันเทิงอย่าง TV นั้นหลายคนก็ต้องนึกถึงแบรนด์อย่าง โซนี่ (SONY) แน่ ๆ เพราะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา โซนี่ ก็ได้สร้างสรรค์สิ่งที่จะมาตอบโจทย์ความบันเทิงและความต้องการที่หลากหลายให้กับผู้รับชม TV จนขึ้นแท่นเป็นผู้นำแต่งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเลยทีเดียว และ TV SONY BRAVIA นั้นก็เป็นเหมือนกับซีรีย์ที่บ่งบอกถึงความล้ำสมัยได้อย่างดีมาก ซึ่งก็มาออกมาให้ได้เลือกใช้กันหลายรุ่นแล้ว ซึ่งครั้งนี้เราจะมาบอกกันว่าเทคโนโลยีของซีรีย์นี้มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

                1. ให้ภาพที่ละเอียดคมชัด

                หลายต่อหลายรุ่นที่ TV ซีรีย์นี้ได้ใส่ Processor หรือระบบการประมวลผลอัจฉริยะเข้าไปที่เครื่องทำให้ภาพที่ออกมานั้นได้มีความแปลกใหม่ในด้านมิติและความคมชัดนั่นเอง อย่างเช่น Processor ที่มีชื่อว่า X1 นั้นก็สามารถทำให้ภาพที่ออกมานั้นใกล้เคียงกับสิ่งที่ผู้กำกับหรือผู้ผลิตนั้นต้องการอยากให้คอนเทนท์เป็นไปมากที่สุดนั่นเอง โดยเน้นไปที่เรื่องของแสงสี ระดับคอนทราส โดยถ้าหากว่าใช้งานกับจอที่เป็น LED แล้วด้วยนั้นก็จะยิ่งทำให้ความสว่างนั้นอยู่ในระดับที่เป็นธรรมชาตินั่นเอง

                และในหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบันนั้นก็ยังมีเทคโนโลยีด้านภาพที่เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจนั่นก็คือ HDR ซึ่งในซีรีย์นี้นั้นก็มีการพัฒนาไปอีกขั้นในชื่อว่า Object-based HDR remaster ซึ่งช่วยให้ภาพของวัตถุในจอนั้นถูกปรับปรุงที่ละชิ้น ๆ  ซึ่งมีความชัดที่เป็นมิติและสมจริงมากยิ่งขึ้น

                2. ระบบเสียงที่สมจริงกว่าที่เคย

                เรื่องของเสียงนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการที่จะเลือกซื้อ TV สักเครื่องหนึ่ง ซึ่งหลายคนนั้นก็เน้นไปที่ระบบเสียงที่กระหึ่มและจัดเต็มเหมาะกับการดูภาพยนตร์หรือคอนเทนท์ที่สนุกตื่นเต้นเร้าใจ แต่ว่า Bravia ในรุ่นหลัง ๆ นั้นก็ได้คิดค้นสุนทรียภาพในการได้ยินขึ้นมานั่นก็คือการที่เสียงและภาพนั้นสามารถเกิดขึ้นคล้องจองกันได้อย่างพอดิบพอดี โดยลำโพงของ TV ซีรีย์ Bravia รุ่นใหม่ ๆ นั้นจะถูกติดตั้งอยู่ทางเบื้องหลังของ TV ในขนาด 65 นิ้วขึ้นไป ถึง 2 ตำแหน่งที่เรียกว่า Acoustic Multi Audio ในการทำให้เกิดเสียงที่มีการเคลื่อนที่ตามการเคลื่อนไหวของวัตถุได้มากที่สุด

                ทั้งนี้ยังมีระบบ Dolby Atmos เสียงที่ออกมาจะมีลักษณะมาอยู่รายล้อมแม้กระทั่งด้านบนซึ่งทำให้ประสบการณ์การการเข้าถึงคอนเทนท์นั้นเป็นไปได้อย่างดีมาก ๆ เลยทีเดียว

                3. การออกแบบที่ดี

                วัสดุที่ได้นำมาประกอบเป็น TV ซีรีย์นี้จะเป็นในระดับพรีเมียม อย่างเช่นในรุ่น X90H ที่เป็นกรอบอลูมิเนียมมีการขยายของหน้าจอไปเกือบเต็มหน้าจอซ้ายขวา รวมถึงขาตั้งที่ทำเหมือนจะเรียบง่ายแต่ว่าดูแข็งแรงและมีความกลมกลืนกับการตกแต่งของห้องในทุก ๆ รูปแบบ                

และนี่คือเรื่องราวของ TV SONY BRAVIA ที่เป็นซีรีย์ TV ที่รวบรวมนวัตกรรมและความล้ำสมัยของความบันเทิงหลายต่อหลายรุ่นเอาไว้ ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองว่าในอนาคตนั้นจะมีการพัฒนาไปในทิศทางไหนอีกรอติดตามกั

เครื่องฟอกอากาศ กับข้อดีที่คุณอาจจะยังไม่รู้

เครื่องฟอกอากาศ

            Air Purifier หรือ เครื่องฟอกอากาศ กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับหลาย ๆ คนในยุคนี้เนื่องจากสภาพอากาศในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นปัญหา PM 2.5 หรือว่าเชื้อโรคต่าง ๆ ได้เข้ามาใกล้ตัวมาก ๆ ในปัจจุบัน ดังนั้นอุปกรณ์ชิ้นนี้จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีหลากหลายขึ้นมาเพื่อจัดการและป้องกันสิ่งเหล่านี้ โดยใครยังไม่แน่ใจว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้จะช่วยคุณได้ยังไงได้บ้างเราจะมาแจกแจงถึงข้อดีให้คุณได้รู้กันเลย ลองไปดูกันเลยครับ

                1. ป้องกันโรค

                โรคภัยไข้เจ็บที่มากับอากาศนั้นเป็นสิ่งที่หลายคนต้องเผชิญหน้ากัน โดยวิธีการหลีกเลี่ยงนั้นถือว่ายากมากเพราะว่าเป็นสิ่งที่มากับมวลอากาศที่โอบล้อมเราอยู่ แต่ว่า Air Purifier นั้นสามารถกรองอากาศโดยกันซึ่งไม่พึงประสงค์เหล่านั้นออกไปให้มากที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้โรคเหล่านั้นเกิดขึ้นได้

                2. ช่วยลดอาการภูมิแพ้

                ใครที่มีอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับทางเดินหายใจอย่างเช่นภูมิแพ้กันอยู่แล้ว และอากาศที่มีมลพิษนั้นทำให้อากาศแย่ไปมากกว่าเดิม Air Purifier ก็สามารถช่วยให้อาการทั้งหลายเหล่านี้น้อยไปได้ นอกจากอาการเรื้อรังก็สามารถช่วยในเรื่องการเป็นหวัดคัดจมูกได้ด้วย ซึ่งเหมาะกับการนำมาไว้ในห้องของผู้ป่วยเกี่ยวกับทางเดินหายใจได้

                3. ช่วยให้นอนหลับสบาย

                ในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนนั้นการนอนหลับกับสภาพอากาศนั้นมีการเชื่อมโยงที่น่าสนใจ เพราะว่าถ้าสภาพอากาศดีนั้นจะทำให้การนอนหลับนั้นราบลื่นเป็นไปได้ดีทั้งคืน เพราะระบบการหายใจจะทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องพบเจอกับฝุ่นหรือกลิ่นต่าง ๆ ที่รบกวน ซึ่ง Air Purifier ก็สามารถทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีสามารถเปิดไว้ทั้งคืนเพื่อการพักผ่อนนอนหลับที่ดีนั่นเอง

                4. ทำให้หายใจเต็มปอด

                การมี Air Purifier นั้นทำให้ร่างกายดู้ดลมหายใจได้เต็มปอดมากยิ่งขึ้น เพราะยิ่งสภาพอากาศนั้นบริสุทธิ์เท่าไหร่ปอดก็ยิ่งฟอกอากาศได้เต็มที่มากขึ้นเท่านั้น ส่งผลให้ปอดทำงานได้อย่างเต็มที่ ร่างกายจึงสดชื่นแข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิม

                เมื่อรู้ข้อดีของ Air Purifier แล้ว เชื่อว่าหลายคนคงสนใจที่อยากจะได้มาใช้งานแล้วแน่ ๆ ดังนั้นเราจะพาไปดูวิธีการเลือกซื้อเบื้องต้นกัน

                – ขนาดของห้องที่ติดตั้ง

                ประสิทธิภาพของ Air Purifier ในแต่ละรุ่นนั้นมีแตกต่างกันไปตามสเปคและนึ่งในนั้นก็คือการครอบคลุมขนาดของห้องด้วย โดยถ้าหากว่าคุณมีห้องขนาดใหญ่แต่ว่านำ Air Purifier ขนาดเล็กเข้าไปใช้งานแน่นอนว่าผลที่ได้ก็คือไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง แต่ถ้าหากว่ามีห้องขนาดเล็กแต่นำ Air Purifier ขนาดใหญ่ไปใช้งานสิ่งที่ได้ก็คือเกิดการเปลืองไฟนั่นเอง

                – ฟังก์ชั่นการทำงาน

                ในเรื่องของความต้องการใช้งาน Air Purifier ของแต่ละบุคคลนั้นย่อมมีความแตกต่างไม่เหมือนกันในหลาย ๆ ด้านอยู่แล้ว ดังนั้นควรเลือกระบบการทำงานที่ค่อนข้างครอบคลุมให้ได้มากที่สุดอย่างเช่น เซ็นเซอร์สำหรับตรวจวัดคุณภาพของอากาศในปัจจุบัน, การแจ้งเตือนการเปลี่ยนแผ่นกรอง เป็นต้น และที่สำคัญควรเลือกรุ่นที่มีรีโมตคอนโทรล เพื่อให้การใช้งานรวดเร็วและสะดวกสบายมากที่สุดนั่นเอง

                และนี่คือเรื่องราวของ Air Purifier หรือเครื่องฟอกอากาศ กับเรื่องราวที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้ใครหลาย ๆ คนในการเลือกซื้อนะครับ

เครื่องฟอกอากาศในรถ เลือกยังไงให้ดีที่สุดในยุคนี้

เครื่องฟอกอากาศในรถ

            ยุคนี้เรื่องมลภาวะในอากาศนั้นเป็นเหมือนกับสิ่งที่ทำให้หลาย ๆ คนเกิดความไม่สบายทั้งกายและใจเพราะว่าการมาของวิกฤต PM 2.5 นั้นทำให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพมากมายหลายแบบ ยิ่งในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพด้วยแล้วนั้นการออกไปเผชิญกับมลภาวะต่าง ๆ นอกบ้านนั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แม้แต่การเดินทางโดยใช้ยานพาหนะอย่างรถยนต์ก็ถือว่าเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งเพราะว่าอยู่ท่ามกลาง PM 2.5 บนท้องถนนเลยก็ว่าได้ ดังนั้น เครื่องฟอกอากาศในรถ จึงถือว่าเป็น Item ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน แต่ว่ากับบางคนอาจจะเป็นของใหม่ซึ่งไม่เคยใช้งานมาก่อน ดังนั้นก่อนซื้อเราจะมาทำความรู้จักและบอกถึงวิธีเลือกในเบื้องต้นกัน

                ขั้นแรกเรามาทำความรู้จักกับเครื่องฟอกอากาศภายในรถกันก่อนดีกว่า โดยจุดประสงค์ในการใช้งานนั้นก็เหมือนกับเครื่องฟอกอากาศที่ใช้งานตามบ้านทั่วไปในการกำจัดกลิ่นและฝุ่นในอากาศ จะต่างกันที่พื้นที่ใช้งานซึ่งจะมาอยู่ในรถยนต์แทน เพราะผู้ผลิตมองเห็นว่าระหว่างการเดินทางด้วยนถยนต์นั้นเป็นช่วงเวลาที่จะต้องเสี่ยงกับการเจอ ฝุ่น ควัน บนท้องถนนเป็นอย่างมาก การนำเครื่องฟอกอากาศเข้าไปติดตั้งในรถยนต์นั้นจึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจำเป็นและเป็นเหตุเป็นผลเป็นอย่างมากที่จะหาติดมาใช้งานกัน โดยมีวิธีเลือกซื้อขั้นพื้นฐานดังต่อไปนี้

                1. เลือกซื้อตามประเภท

                ในปัจจุบันนี้เครื่องฟอกอากาศที่ติดตั้งภายในรถจะมีอยู่ 2 ประเถทใหญ่ ๆ ด้วยกัน อย่างแรกก็คือที่สามารถสร้างไอออนโดยจะทำหน้าที่กำจัดกลิ่นที่ไม่ต้องการทั้งหลายรวมถึงเชื้อราที่ปะปนอยู่ในอากาศ รวมถึงเชื้อโรคและไวรัสต่าง ๆ ได้อีกด้วย โดยไอออนนั้นจะทำหน้าที่ไปดักจับสิ่งเหล่านี้ที่ลอยอยู่ในอากาศนั่นเอง

                ส่วนอีกแบบนั่นก็คือที่ใช้แผ่นกรองเป็นตัวทำหน้าที่หลัก นั่นก็คือจะเป็นการดูดอากาศเข้ามาไว้ในเครื่องพร้อมกับทำการกรอง เกสรดอกไม้ ฝุ่นละออง และปล่อยเป็นอากาศบริสุทธิ์กลับมา ซึ่งบางรุ่นนั้นแผ่นกรองสามารถดักจับฝุ่นที่มีขนาดเล็กในระดับ PM 2.5 ได้ ซึ่งแผ่นกรองที่ได้รับความนิยมกันในวงกว้างว่ามีประสิทธิภาพดีนั่นก็คือ HEPA Filter นั่นเอง

                2. ตำแหน่งที่วางในรถ

                ตำแหน่งการจัดวางในรถนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากเพราะว่าจะเกี่ยวกับการเชื่อมต่อภายในรถด้วย โดยจะมีชนิดที่เสียบกับตรงช่องต่อบุหรี่กับช่องแอร์ ซึ่งตำแหน่งการติดตั้งก็จะแตกต่างกันออกไปตามช่องเสียบที่กำหนดด้วย ซึ่งก็ต้องดูตามความถนัด แต่ว่าก็จะมีอีกแบบหนึ่งก็คือไม่ได้กำหนดว่าต้องเชื่อมต่อกับช่องต่อบุหรี่หรือช่องแอร์ เพราะว่าใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ แต่ว่าก็มักจะถูกกำหนดมาว่าต้องวางแนวตั้งหรือว่าแนวนอนเท่านั้น ซึ่งก็ต้องเลือกดูให้ดีก่อนที่จะซื้อมาใช้งานนั่นเอง

                3. เลือกที่มีเสียงดังรบกวนน้อย

                การขับรถนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมาก ดังนั้นเครื่องฟอกที่ติดตั้งอยู่ในรถนั้นก็ต้องไม่มีเสียงดังรบกวนและทำลายสมาธิในการขับรถ โดยสามารถเปิดทดลองก่อนซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายนั่นเอง

                เป็นตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับใครที่อยากจะหา เครื่องฟอกอากาศในรถ มาไว้ใช้งานเพื่อป้องกันปัญหาต้องพบเจอกับอากาศเป็นพิษระหว่างเดินทางนะครับ

ราคาโทรศัพท์ OPPO ทุกรุ่น ถูกหรือแพงกับประสิทธิภาพที่ได้?

ราคาโทรศัพท์ OPPO ทุกรุ่น

                โทรศัพท์มือถือหรือที่เรียกกันว่า Smartphone นั้นถือว่าเป็นอุปกรณ์ Gadget ติดตัวที่มีการใช้งานที่อเนกประสงค์และสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายซึ่งก็มีมากมายหลายแบรนด์ให้ได้เลือกซื้อเลือกใช้กันอย่างมากมายหลายราคา อย่างเช่น ราคาโทรศัพท์ OPPO ทุกรุ่น (ออปโป้) ก็ไม่ได้แพงจนเกินไป ซึ่งหลาย ๆ คนอาจคิดว่าถ้า Smartphone มีราคาที่ไม่แพงแบบนี้จะมีประสิทธิภาพที่ดีไหม เราจะมาบอกกันว่า ออปโป้ในหลาย ๆ รุ่นนั้นสามารถทำอะไรได้บ้าง

                1. การเล่น Social Media

                ในปัจจุบันกิจกรรมหนึ่งที่ผู้ใช้ Smartphone ทำกันมากที่สุดก็คือการเล่น Social Media นั่นเองเพราะว่าสามารถเชื่อมโลกในการติดต่อสื่อสารและการรับรู้ข่าวสารได้ง่าย ๆ และผู้ให้บริการ Social Media นั้นก็มีอยู่มากมายที่รองรับวัตถุประสงค์และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Twitter เป็นต้น ซึ่งแต่ละผู้ให้บริการนั้นก็ได้รับความนิยมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และแน่นอนว่า Smartphone ในปัจจุบันนั้นก็ต้องมีประสิทธิภาพพื้นฐานที่สามารถเปิดและรันการทำงานเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วและใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชั่น ซึ่งแบรนด์ ออปโป รุ่นในปัจจุบันนั้นก็สามารถเล่น Social Media พื้นฐานที่กล่าวมาได้อย่างไม่มีปัญหาเลยทีเดียว แต่ใครที่อยากจะซื้อมาเล่นอย่างจริงจังก็แนะนำให้ซื้อรุ่นกลาง ๆ เผื่อไว้สักหน่อยอย่างเช่น ออปโป้ A5 (2020) ก็สามารถตอบโจทย์ความต้องการของการเล่น Social Media ได้เป็นอย่างดี เพราะว่ามีสเปคกลาง ๆ แต่ว่าการออกแบบมาให้เพียงพอต่อการเลื่อนดู Feed หรือการดูสื่อ Multimedia ต่าง ๆ ที่มากับ Social Media ได้ คร่าว ๆ ก็จะเป็น หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 665 Octa Core ความเร็ว : 2.0 GHz หน่วยความจำ RAM 3GB ROM 64GB หน่วยความจำ MicroSD สูงสุด 256 GB เป็นต้น ซึ่งราคากลางของ ออปโป้ A5 (2020) ก็อยู่ที่ประมาณ 4500 บาท เท่านั้นเอง

                2. เล่นเกม

                สำหรับใครที่เป็นคอเกมแล้วล่ะก็ การเล่นเกมบน Smartphone ก็เป็นเหมือนอีกทางเลือกหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะว่ามีความสะดวกสบายและมีกราฟิกที่สวยงามน่าเล่นเป็นอย่างมาก แต่ว่าตัว Smartphone ที่นำมาใช้งานนั้นก็ต้องมีประสิทธิภาพที่ค่อนข้างมากพอสมควรเช่นเดียวกัน เนื่องจากต้องใช้ทรัพยากรมาพลักดันตัวกราฟิกและความไหลลื่นของตัวเกมให้เป็นไปได้อย่างราบลื่น ซึ่งใครที่จะซื้อ Smartphone มาเพื่อการเล่นเกมนั้นก็ควรเลือกที่มีสเปคที่ค่อนข้างดีเอาไว้ก่อนเลย ซึ่ง ออปโป นั้นก็มีหลายรุ่นซึ่งมีประสิทธิภาพดีในราคาที่ไม่แพงอย่างเช่น ออปโป A93 เป็นต้น มาพร้อมกับความเร็วแรงด้วยหน่วยประมวลผล Mediatek Helio P95 Octa Core ความเร็ว 2.2 GHz หน่วยประมวลผลกราฟิกส์ (GPU) : PowerVR GM9446 หน่วยความจำ RAM 8GB ROM 128GB UFS 2.1 การ์ดหน่วยความจำ MicroSD สูงสุด 512 GB ซึ่งสามารถใช้งานในการเล่นเกมต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว โดยรุ่นนี้ก็มีราคากลางอยู่ที่ประมาณ 8,210 บาท นั่นเอง

                3. ถ่ายรูป

                ใครที่เน้นการถ่ายรูปบน Smartphone นั้นก็ต้องดูเรื่องของประสิทธิภาพของกล้องเป็นอันดับ 1 เลยทีเดียว ซึ่ง ออปโป ก็เป็นผู้นำของ Smartphone ที่สามารถถ่ายรูปได้มาเป็นเวลานานแล้ว และในตอนนี้ก็มีรุ่น Reno 4 ที่น่าสนใจ ซึ่งมี กล้องดิจิตอล 48MP + 8MP (Ultrawide) + 2MP (Macro) + 2MP (Mono) (Quad Camera) รูรับแสงขนาด ƒ/1.7 ไฟแฟลช LED มีขนาดภาพสูงสุดอยู่ที่ 8000 x 6000 พิกเซล ซึ่งเป็นผู้นำของ Smartphone ที่เน้นการถ่ายภาพในปัจจุบันเลยในราคากลาง 10,100 บาท

                ราคาโทรศัพท์ OPPO (ออปโป้) ทุกรุ่น ยังมีอีกมากมายให้ได้ไปเลือกดูกัน แต่ที่แนะนำมา 3 รุ่นก็น่าจะพอตอบโจทย์ในเรื่องความคุ้มค่ากับจำนวนเงินได้แล้วใช่ไหมครับ

มือถือซัมซุงความน่าสนใจที่ควรรู้

Samsung เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่ยอดเยี่ยมพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาในแต่ละปีได้ไม่ว่าจะเป็น มือถือซัมซุง ตระกูล Galaxy S, Galaxy Note, Galaxy A แต่ละซี่รี่ได้รับการออกแบบที่สวยงามและเทคโนโลยีใหม่เสมอ ในส่วนหน้าจอมาพร้อมหน้าจอ Dynamic AMOLED หน้าจอไร้ขอบ Infinity-O กล้องหน้าฝั่งตัวกล้องบนหนา้จอทำให้แสดงผลภาพ วิดีโอได้เต็มขอบจอ และเทคโนโลยี Cinematic Display มี HDR10+ ช่วยสีภาพให้สีสดใสสมจริงมีความใกล้เคียงกับตาคนมากที่สุดและยังมีค่า Contrast Ratio สามารถแสดงภาพสีดำได้เข้มสนิทไปจนสีขาวสว่างสุดได้อย่างสมบูรณ์แบบคมชัดทุกหลายละเอียด

มือถือซัมซุง

มือถือซัมซุง สเปกเครื่องแรง และมีความลื่นไหล เหมาะสำหรับเล่นเกมที่มีกราฟฟิกสูง ๆ พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิคเพื่อป้องกันการปลอมแปลงมีความปลอดภัยของอุปกรณ์มากขึ้น ตัวกล้องระดับมืออาชีพ โดยนำเทคโนโลยี AI ช่วยในการถ่ายภาพประมวลผลแม่นยำยิ่งขึ้น รองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 4K พร้อมมีระบบกันสั่นสามารถถ่าย Vlog ได้อย่างราบลื่น และตัวกล้องมาพร้อมเลนส์ Ultra Wide เก็บรายละเอียดมุมภาพได้ชัดเจน กล้องหน้าทำให้คุณสนุกการเซลฟีอย่างดีพร้อม AR emoji สร้างอิโมจิเคลื่อนไหวปรับแต่งให้เหมือนคุณได้  และการชาร์ต Super Fast Charge 2.0 ชาร์ตได้เร็วขึ้น หากคุณกำลงตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟน Samsung ทางเราแนะนำสมาร์ทโฟน Samsung รุ่นไหนดีที่สุดและคุ้มค่ากับการใช้งาน

เลือกจากสเปกเครื่อง

“RAM (Random-Access Memory)” เป็นหน่วยความจำชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากต่อโทรศัพท์ โดยมีหน้าที่ในการคำนวณข้อมูลหรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ทำการใช้งานอยู่ โดยดึงเอาข้อมูลที่จะใช้งานมาจากพื้นที่จัดเก็บถาวร หรือที่เรียกกันว่า ROM (Read-Only Memory) มาประมวลผลร่วมกับการทำงานของ CPU (Central Processing Unit) โดยที่หากมี RAM มากเท่าไหร่ ก็จะทำให้โทรศัพท์มือถือของคุณใช้งานได้ลื่นไหลมากขึ้นเท่านั้น

สำหรับการเลือกขนาด RAM ของโทรศัพท์ Samsung นั้น ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในความต้องการใช้งานของคุณ หากต้องการเพียงแค่เล่นอินเทอร์เน็ต, โซเชียลมีเดีย, ดูหนัง, ฟังเพลง, ดูวิดีโอ, ถ่ายรูป โทรศัพท์ที่มีขนาด RAM 3GB – 4GB ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้วครับ แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ชอบเล่นเกมด้วยแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้เลือกโทรศัพท์ที่มีขนาด RAM ตั้งแต่ 6GB ขึ้นไป เพื่อการเล่นเกมที่ลื่นไหลมากขึ้น

ดังนั้น RAM จึงเปรียบเสมือน “แขนและมือ” ของมนุษย์ ที่กำลังยกสิ่งของอยู่ เพราะเมื่อไรที่เรายกสิ่งของหลายอย่าง หรือมีน้ำหนักมากเกินไป ก็จะทำให้เรายกไม่ไหวหรือเคลื่อนไหวได้ช้า และในทางกลับกัน หากเรามีแขนและมือมากยิ่งขึ้น ก็จะทำให้เราสามารถยกสิ่งของได้หลายอย่าง หรือยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากได้สบายขึ้นนั่นเอง

ตรวจสอบความจุ ROM ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน “ROM (Read-only Memory)” เปรียบเสมือนโกดังเก็บของที่ใช้ในการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ภายในโทรศัพท์ ซึ่งในหลาย ๆ รุ่นของโทรศัพท์ Samsung ไม่สามารถเพิ่มความจุโดยใช้ SD Card ได้ ดังนั้น การตรวจสอบความจุ ROM ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ในการใช้งานทั่วไป เช่น โซเชียลมีเดีย, ดูหนัง, ฟังเพลง, ดูวิดีโอ หรือใช้เป็นเครื่องสำรอง เราขอแนะนำความจุ ROM ที่ 32GB – 64GB ก็เพียงพอต่อความต้องการใช้งานเบื้องต้นได้อย่างสบายแล้ว แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบถ่ายรูป หรือเล่นเกมอยู่เป็นประจำ เราขอแนะนำให้เลือกโทรศัพท์รุ่นที่มีความจุ ROM ตั้งแต่ 128GB ขึ้นไป เพื่อให้สามารถจัดเก็บข้อมูลได้อย่างหลากหลาย และไม่ต้องเป็นกังวลว่าต้องมาคอยลบรูป หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่สำคัญออกในภายหลัง

iPhone x ราคา ปัจจุบัน ที่ไม่แพงกับหลาย ๆ Application ที่คุณน่าจะชอบ

iPhone x ราคา

                ไอโฟน หลายต่อหลายรุ่นได้สร้างความสะดวกสบายด้วยประสิทธิภาพการใช้งานและความครบของฟังก์ชั่น Smartphone ในแต่ละยุคแต่ละสมัย โดยเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา Apple ผู้ผลิต ไอโฟน ก็ได้ออก ไอโฟน X หรือ iPhone x ราคา ปัจจุบัน ที่ไม่แพงออกมาให้ผู้ใช้งานได้นำไปใช้งานกัน โดยจุดเด่นของ ไอโฟน ทุกรุ่นรวมถึง ไอโฟน X ก็คือ Application ที่มากมายหลากหลายแบบที่นำมาใช้ชีวิตประจำวันได้ โดยครั้งนี้เราจะมาแนะนำ Application ที่เหมาะกับ ไอโฟน X กัน

                1. Netflix

                ถ้าพูดถึงกิจกรรมที่หลายคนชื่นชอบและใช้เวลาในการติดตามได้อย่างมากมายนั่นก็คือการติดตมดูซีรีย์หรือหนังต่าง ๆ อย่างมีความสุขสนุกสนานนั่นเอง ซึ่งผู้ให้บริการที่ได้รับการยอมรับและได้รับความนิยมในวงกว้างนั่นก็คือ Netflix นั่นเอง ซึ่งมีซีรีย์และหนังออริจินอลมากมายให้ได้เลือกชมกัน และการใช้งาน Application Netflix ใน ไอโฟน X ก็เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ ด้วยขนาดหน้าจอที่กว้าง 5.8 นิ้ว OLED Super Retina HD HDR และน้ำหนักที่เบาสามารถถือไปไหนต่อไหนได้อย่างเป็นอิสระก็ทำให้สามารถเข้ากันได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

                2. Spotify

                การฟังเพลงในยุคปัจจุบันนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องดาวน์โหลดเพลงเข้ามาสู่ Smartphone อีกต่อไปเพราะว่าสามารถที่จะฟังเพลงต่าง ๆ ผ่านทางระบบ Streaming ได้อย่างไพเราะด้วยคุณภาพเสียงที่นักฟังเพลงยอมรับ และ Spotify ก็เป็นผู้นำในโลกแห่ง Music Streaming ซึ่งการเชื่อมต่อที่รวดเร็วของ ไอโฟน X ก็สามารถทำให้การฟังเพลงนั้นเป็นไปอย่างไม่มีติดขัด อีกทั้ง Bluetooth 5.0 ที่ติดตั้งมาให้ในเครื่องก็สามารถทำการเชื่อมต่อกับหูฟังไร้สายได้อย่างไม่ติดขัด ยิ่งถ้าทำงานกับ AirPods ที่มาจากค่ายเดียวกันด้วยแล้วยิ่งง่ายขึ้น

                3. PUB G Mobile

                เกมแนว Survival Shooting ที่กำลังมาแรงสุด ๆ ตอนนี้หลายคนก็ต้องยกให้ PUB G อย่างแน่นอน เพราะว่ามีรูปแบบเกมเพลย์ที่สนุกเร้าใจไหลลื่นและมีกราฟิกที่สวยงาม แต่ว่าก็เป็นเกมที่ค่อนข้างต้องใช้ Smartphone ที่มีสเปคค่อนข้างดีในการเล่นเช่นเดียวกัน และ ไอโฟน X นั้นก็สามารถเล่นเกมนี้ได้อย่างสนุกสนานและสามารถทำได้ดีในโหมดกราฟิกสูงสุด แถมตัวเครื่องที่มีขนาดกำลังพอดีและมีหน้าจอที่เกือบสุดขอบก็ทำให้การเล่นเป็นไปได้อย่างสะดวกสบายเลยทีเดียว

                4. Line

                มาพูดถึง Application สามัญประจำ Smartphone ที่เกือบทุกคนต้องมีติดเครื่องกันบ้างดีกว่า นั่นก็คือ Line นั่นเองซึ่งมีไว้ใช้ติดต่อสื่อสารทั้งข้อความ รูปภาพ เสียง และ Video ได้อย่างครบครัน โดยอยากจะบอกว่าถึงจะดูเป็น Application พื้นฐานก็ตามแต่ก็ค่อนข้างใช้ทรัพยากรมาก ทั้ง Ram และ Rom เพราะว่าต้องเก็บข้อมูลทั้งข้อความและรูปภาพนั่นเอง ดังนั้น ไอโฟน X ที่มี ชิพ A11 Bionic 64 Bit RAM 3 GB l ROM 64 GB หรือ 256 GB ก็เรียกได้ว่าเพียงพอต่อการเล่น Application Line เลยทีเดียว

                ไอโฟน X หรือ iPhone x ราคา ปัจจุบัน ที่ไม่แพงกับหลาย ๆ Application ที่คุณน่าจะชอบซึ่งเราอยากจะบอกคุณว่ายังมีอีกหลาย Application ที่เหมาะสมกับ ไอโฟน X ที่เราอยากให้คุณลองนำมาใช้มาเล่นกับ Smartphone รุ่นยอดนิยมจาก Apple เครื่องนี้ ถ้าใครอยากได้เป็นเจ้าของก็อย่ารอช้าครับราคากำลังดี