iPad mini กับความสามารถอันทรงพลัง

                              ถ้าจะพูดถึงความสามารถอันทรงพลังของ iPad mini ที่ความสามารถของมันนั้นไม่มีความมินิเหมือนชื่อของมันเลยสักนิด เพราะความสามารถ iPad mini นั้นมีมากจนพวกคุณคิดไม่ถึงว่าเจ้า iPad mini เครื่องนี้จะสามารถทำอะไรได้เยอะแยะขนาดนี้เลยหรอ อย่าตัดสินเพียงแค่ว่า iPad mini นั้นมันมีขนาดเล็กกว่า iPad รุ่นปกติทั่วไปแล้วจะไม่มีลูกเล่นเยอะเพียงเพราะคุณเห็นว่าขนาดมันเล็ก ขอบอกว่าคุณคิดผิดแล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่า iPad mini มีพลังอะไรที่ซ่อนอยู่

                              เราเชื่อว่าแฟนๆสาวก Apple ที่เป็นแฟนคลับของ iPad mini ทั้งในเรื่องของขนาดที่มีความกระทัดรัดแถมสะดวกในการพกพารวมทั้งความสามารถก็เช่นกัน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า iPad mini นั้นมากับชิพ A12 Bionic มาพร้อมกับ Neural Engine และจอภาพที่เป็นแบบ Retina ที่มีขนาด 7.9 นิ้ว และที่สำคัญมีการแสดงผลแบบ True Tone และ Apple Pencil ที่อำนวยความสะดวกในการทำงาน คุณสามารถจดไอเดียหรือโน๊ตงานที่สำคัญต่างๆได้ทุกที่ทุกเวลาตามที่คุณต้องการ

                              การออกแบบ iPad mini นั้น จริงๆแล้วคอนเซ็ปต์หลักๆที่ Apple ได้บอกมาคือ “เพื่อนคู่ใจที่คุณพกติดตัวไปได้ทุกที่” ซึ่งคอนเซ็ปต์ที่ทาง Apple ต้องการจะสื่อคืออยากจะออกแบบ iPad mini ที่สามารถพกพาง่าย สามารถใส่กระเป๋าสะพายของคุณผู้หญิงได้ รวมถึงกระเป๋าของคุณผู้ชายก็เช่นกัน เพราะด้วยความที่รูปร่างของ iPad mini ถูกดีไซน์ให้มีความบางและเบาหวิว ในส่วนของน้ำหนัก iPad mini นั้นมีเพียงแค่ 300 กรัมเท่านั้นค่ะ รวมถึงขนาดความบางที่มีขนาด 6.1 มม. พอทราบขนาดแล้วมีความบางสมชื่อมินิเลยไหมล่ะคะ เพราะด้วยขนาดที่เบาบางแบบนี้จะสามารถเน้นความคล่องแคล่วและทำให้คุณสามารถถือเจ้า iPad mini ได้มือเดียวแบบสบายๆเลยค่ะ

                              iPad mini ครั้งนี้มาพร้อมกับจอ Retina ที่คุณจะต้องร้องว้าววววเลย เพราะนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากเพราะบนจอ iPad mini จะอัดแน่นไปด้วยพิกเซลกว่า 3 ล้านพิกเซลเลยก็ว่าได้ ซึ่งทุกพิกเซลที่ปรากฎนั้นเต็มไปด้วยความมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะทำกิจกรรมอะไรก้แล้วแต่ คุณจะสามารถสัมผัสได้ถึงความละเอียดที่สมจริง รวมถึงตัวหนังสือบนหน้าจอ iPad mini ที่มีความคมกริบ และในขณะเดียวกันยังมีการแสดงผลแบบ True Tone ที่จะคอยปรับแสงไวท์บาลานซ์ ซึ่งการปรับแสงไวท์บลานว์นั้นจะทำให้ภาพที่ออกมามีความเป็นธรรมชาติในทุกสภาพแสง

                        ในส่วนของระบบเซลลูลาร์ของ iPad mini นั้น ถ้าคุณเลือกใช้ iPad mini รุ่น Wi-Fi + Cellular นั่นหมายความว่าคุณสามารถเชื่อมต่อได้เสมอแม้ว่าคุณจะอยู่ห่างจากสัญญาณ Wi-Fi ก็ตาม ไม่ว่าคุณจะอยากทำงานในเวลาที่คุณกำลังเดินทางไปทำงาน หรือจะเดินทางไปต่างประเทศ บางทีอยากจากสตรีมวีดีโอในสวนสาธารณะคุณก็ทำได้ คุณสามารถใช้งานได้สะดวกสบายมาก แถมคุณไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อที่จะใช้แผนบริการรายเดือนอีกด้วยนะคะ เพียงแค่คุณเลือกตัวเลือกที่คิดว่าตรงตามการใช้งานของคุณจากบน iPad ได้เลย และตัวเลือกสำหรับการเดินทางในส่วนของต่างประเทศนั้น ถ้าคุณเดินทางไปต่างประเทศแล้ว คุณสามารถเลือกแผนบริการจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ทั้งภายในประเทศหรือจากผู้ให้บริการแบบเติมเงินในกว่า 180 ประเทศและภูมิภาคต่างๆ หรือคุณจะใส่ซิมของผู้ให้บริการเครือข่ายในประเทศนั้นๆแทนก็ได้ค่ะ

                         iPad mini มาพร้อมกับ iOS 12 ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับในเรื่องของประสบการณ์ในการใช้งาน iPad รวมถึง iPhone ด้วยนะคะ เพื่อให้เครื่อง iPad หรือ iPhone ของคุณมีความรวดเร็วและตอบสนองได้ทันใจ แถมมีความเพลิดเพลินมากกว่าเดิมอีก และ iPad mini ในส่วนของแอพพลิเคชั่นนั้นมาพร้อมกับแอพที่ทรงพลังไม่ว่าจะเปนแอพข้อความ, รูปภาพ, แผนที่, Safari และเมล และในขณะเดียวกันนั้นยังมีแอพพลิเคชั่นที่มากกว่าล้านแอพใน App Store ที่ให้คุณได้เลือกใช้ตามความต้องการ

                              เห็นไหมล่ะคะว่า iPad mini นั้นไม่ได้มินิสมชื่อเลย เต็มไปด้วยพลังแห่งความล้ำสมัย ใครที่อยากได้ iPad ที่มีขนาดเล็กที่ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย พกไปไหนมาไหนได้ง่าย ไม่หนักไม่เกะกะ และเต็มไปด้วยประสิทธิภาพที่สูง มีแอพพลิเคชั่นให้ดาวน์โหลดเยอะๆ ไว้สักเครื่องก็ไม่ควรที่จะพลาดซื้อ iPad mini ไว้ในมือนะคะ

Samsung ล้ำลึกถึงความสร้างสรรค์

เมื่อพูดถึง Samsung เชื่อว่าทุกคนคงพอจะคุ้นหู คุ้นชื่อ คุ้นตากันเป็นอย่างดี หลายคนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และสินค้าของ Samsung ด้วยเหตุผลต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพหรือความคุ้มค่า และการที่ Samsung มีประวัติมาอย่างยาวนานตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน ย่อมเป็นเครื่องหมายการค้าที่การันตีถึงคุณภาพ ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบัน Samsung มีบริษัทในเครืออยู่เป็นจำนวนมากโดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลักๆ โดยรายได้ส่วนใหญ่นั้นจะมาจากกลุ่มของ Samsung Electronics ที่เริ่มก่อตั้งในเมืองซูวอน เกาหลี ปี 1969 จนเติบโตกลายเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลก มีการบริหารจัดการบริษัทในเครือมากกว่า 200 แห่งทั่วโลก ผลิตภัณฑ์และสินค้าที่นำเสนอครอบคลุมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น โทรทัศน์ , มอนิเตอร์ , เครื่องพิมพ์ , ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า ตลอดจนถึงผลิตภัณฑ์และสินค้าด้านการสื่อสารแบบเคลื่อนที่ อาทิ สมาร์ทโฟน มือถือซัมซุงและแท็บเล็ตพีซี นอกจากนี้ Samsung ยังคงเป็นผู้นำเสนอส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์สำคัญ เช่น DRAM และเซมิคอนดักเตอร์นอน-เมโมรี่ 

กล่าวคือ Samsung นั้นมีวิวัฒนาการจากบริษัททั่วไปมุ่งสู่การเป็นบริษัทระดับโลก ซึ่ง Samsung ขับเคลื่อนตัวเองด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อมาแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้ดีขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งบริษัทยังมีการวางเป้าหมายในอนาคต คือ Samsung Electronics ตั้งยอดขายประจำปี 2020 ไว้ที่ 400 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเพิ่มมูลค่าภาพรวมของแบรนด์ให้ติด 5 อันดับสูงสุดของโลก เสาหลักแห่งกลยุทธ์สำคัญ 3 ประการที่เป็นปัจจัยสำคัญของ Samsung คือ ความคิดสร้างสรรค์  พันธมิตร และ บุคลากรที่ยอดเยี่ยม

ดังนั้น จากข้างต้นผู้ที่ใช้งานสมาร์ทโฟนหรือมือถือทั่วโลกคงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากประเทศเกาหลีใต้อย่าง Samsung ที่ในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่ามียี่ห้อมือถือ มากมายหลากหลายให้ได้เลือกสรรและจับจ่ายใช้สอย โดยส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกของมือถือยังคงมีแนวโน้มที่จะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งยี่ห้อที่เป็นผู้นำตลาดจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก Samsung ยี่ห้อที่คอยสร้างนวัตกรรมแปลกใหม่ให้ได้ตื่นเต้นและตื่นตาอยู่เสมอ จากวิสัยทัศน์ที่กล่าวว่า Samsung จะเป็นแรงบันดาลใจให้แก่โลกด้วยเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และการออกแบบที่เป็นนวัตกรรม ที่ช่วยชีวิตของผู้คนให้เพียบพร้อมสมบูรณ์ยิ่งขึ้นและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมให้เจริญรุ่งเรือง” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้บริหารและบุคลากรภายในบริษัท ที่พยายามสร้างแรงบันดาลใจและริเริ่มความคิดสร้างสรรค์ผ่านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีด้านการสื่อสารอย่างมือถือ Samsung ที่ขึ้นชื่อเรื่องนวัตกรรมและรูปแบบที่แปลกใหม่ ซึ่ง Samsung มีการเจริญเติบโตและผลงานที่โดดเด่นมากมาย จากการขายมือถือหรือสมาร์ทโฟนมากกว่า 400 ล้านเครื่องต่อปี

สมาร์ทโฟนหรือมือถือซัมซุงโด่งดังและถูกพูดถึงอย่างมากในตลาด เนื่องจากการนำเสนอสินค้าผ่านประสบการณ์ของผู้ใช้และความสามารถอันชาญฉลาดของผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเป็นผู้นำตลาดให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น นอกเหนือจากสมาร์ทโฟนหรือมือถือรุ่นพรีเมียมแล้ว ทาง Samsung ยังมีกลุ่มสมาร์ทโฟนหรือมือถือราคาระดับกลางและระดับล่าง ทำให้คาดการณ์ถึงผลตอบรับได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถขยายกลุ่มผู้บริโภคในตลาดได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึงอีกด้วย ซึ่งทาง Samsung ยังมีแผนดำเนินการที่จะนำเสนอนวัตกรรมใหม่ที่โดดเด่นและเติมเต็มไลฟ์สไตล์ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า ควบคู่ไปกับการปรับใช้กลยุทธ์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนหรือมือถือซัมซุงยิ่งไปกว่านั้นยังรองรับการจัดการคุณภาพที่เหนือกว่า เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ให้สูงสุด เช่น 90% ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะถูกผลิตจากโรงงานแม่ของ Samsung เพื่อการควบคุมคุณภาพให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และมีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) เป็นของตัวเองกระจายอยู่ใน 33 แห่งทั่วโลก

ดังนั้นสมาร์ทโฟนหรือมือถือซัมซุงในแต่ละรุ่นที่ออกวางจำหน่ายนั้นจะมีเรื่องราวหรือคอนเซ็ปซ่อนอยู่ภายใต้ชื่อรุ่นของแต่ละรุ่น ซึ่งทำให้สมาร์ทโฟนหรือมือถือ Samsung แต่ละรุ่นนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะและจุดเด่นที่แตกต่างกันไป อย่าง Samsung ตระกูล S

  1. Samsung Galaxy S : SmartPhone for Smart Life
  2. Samsung Galaxy SII : Fast , Slim , Super AMOLED Plus
  3. Samsung Galaxy SIII : Inspired by nature, Degisn for human
  4. Samsung Galaxy S4 : Life Companion
  5. Samsung Galaxy S5 : My Life Powered
  6. Samsung Galaxy S6 / S6 Edge : Next is tomorrow
  7. Samsung Galaxy S7 / S7 Edge : Rethink what a phone can do
  8. Samsung Galaxy S9 / S9+ : The Camera. Reimagined.
  9. Samsung Galaxy S10 / S10+ : The Next generation takes shape.

ได้เห็นแนวคิดและแนวทางการดำเนินงานของ Samsung แล้ว ต้องยอมรับว่าไม่แปลกใจเลยที่แบรนด์จะเป็นที่นิยม รู้จักและน่าเชื่อถือ จนกระทั่งสามารถแบ่งยอดการขายในตลาดได้อย่างจำนวนมาก นอกจากแนวคิดที่ไม่เหมือนใครแล้ว Samsung ยังมีความกล้าที่จะลงทุนในจำนวนเงินมหาศาล เพื่อพัฒนา วิจัย ผลิตภัณฑ์และสินค้าให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุดแก่ผู้บริโภคอีกด้วย

แนะนำเกมสนุกคู่ Smartphone และ Tablet

game-mobile

               ในอดีตเวลาที่เราจะเล่นเกมนั้นคงต้องมีเครื่องเล่นเกมต่อเข้ากับทีวี ตลอดจนเล่นบนคอมพิวเตอร์หรือต้องมีเครื่องเกมพกพา แต่ตอนนี้เกมเมอร์ทั้งหลายรู้ดีว่าในปัจจุบันไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเล่นเกมที่มีภาพและเสียงที่สมบูรณ์แบบได้ตั้งแต่มีอุปกรณ์ที่ชื่อว่า Smartphone และ Tablet เกิดขึ้น เพราะด้วยประสิทธิภาพที่มีมากมายและพกติดตัวสะดวก

          และด้วยความที่มีเกมออกมามากมายบน Smartphone และ Tablet ให้ได้เลือกเล่นกัน จนบางคนโดยเฉพาะคอเกมหน้าใหม่อาจจะงงว่าควรเล่นเกมไหน และเกมไหนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และรสนิยมของเรามากที่สุด ครั้งนี้เราจะมาแนะนำเกมสำหรับ Smartphone และ Tablet ที่น่าสนใจกัน

          1. ROV

               มีชื่อเต็ม ๆ ว่า Arena of Valor เป็นเกมยอดฮิตของคนรุ่นใหม่ในสมัยนี้เลย สามารถเล่นได้ทั้ง Smartphone และ Tablet ทั้ง iOS และ Android เป็นเกมแนวที่เรียก MOBA ที่ฉากเกิดขึ้นที่ Arena ซึ่งเปรียบได้กับสนามต่อสู้ โดยเราสามารถเลียกตัวละครที่เรียกว่า Hero ได้ทีมละ 3-10 คน มาในสังเวียนเดียวกัน ซึ่ง HERO แต่ละคนนั้นก็จะมีพลังพิเศษแตกต่างกัน โดยผลแพ้ชนะจะอยู่ที่ทีมไหนไปตีป้อมปราการของฝ่ายตรงข้ามให้หมดก่อนจึงจะเป็นฝ่ายชนะ เกมนี้ค่อนข้างใช้ทรัพยากรของเครื่องพอสมควรเลยทีเดียว แต่ว่าไอแพด ราคาตั้งแต่ 10000 บาท ขึ้นไปนั้นสามารถเล่นได้แน่นอน

          ROV ถือว่าเป็นเกมที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะมีภาพที่สวยงาม รูปแบบเกมเพลย์ที่เข้าใจง่ายแถมสนุก สามารถเล่นกับเพื่อนฝูงได้อย่างสนุกสนาน  มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากทีมผู้สร้าง

          2. PUBG MOBILE

          โด่งดังและประสบความสำเร็จมาในเวอร์ชั่น PC  มานานสำหรับ PLAYERUNKNOWN’S BATTLEGROUNDS หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า PUBG ซึ่งเป็นการ Survivor Battle Royal และด้วยความสำเร็จที่มากมายจึงมีการทำเวอร์ชั่นสำหรับ Smartphone และ Tablet ขึ้นมาในชื่อ PUBG MOBILE ซึ่งก็เรียกได้ว่าดังเป็นพลุแตกอีกเช่นกัน

          แนวการเล่นของ PUBG MOBILE นั้นคือการต่อสู้กันบนสนามรบที่กว้างใหญ่ของผู้เล่น 100 คน บนไอแพด ราคาประมาณ 10000 บาท โดยการที่ผู้เล่นต้องเก็บอาวุธ ชุดเกราะ และอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อนำไปต่อสู้กับผู้เล่นอื่น โดยผู้ที่เหลืออยู่เป็นคนสุดท้ายนั้นจะเป็นผู้ที่ชนะ ประมาณว่าในเกมนี้ไม่มีมิตรแท้อย่างแน่นอน โดยสามารถเล่นกับ Smartphone และ Tablet รุ่นใหม่ ๆ หลังปี 2017 เป็นต้นมา โดยเฉพาะรุ่นใหม่ ๆ ของ ไอแพด ราคา 15000 ขึ้นไปนั้นเหมาะสมกับเกมนี้เป็นอย่างมากเพราะว่าให้ภาพที่สวยงามเหมาะกับจอใหญ่ ๆ การควบคุมก็ง่ายขึ้นไปอีกขั้น

          3. PES 2019 MOBILE

          คอเกมหรือคอฟุตบอลทุกท่านคงคุ้นเคยกับเกม Winning Eleven บนเครื่อง PlayStation แน่ ๆ โดยเมื่อยุคสมัยได้เปลี่ยนไปและแบ่งความบันเทิงมาไว้ใน Smartphone และ Tablet ทำให้เกิดเกม PES 2019 MOBILE ซึ่งเป็นเกม Winning Eleven ภาคภาษาอังกฤษล่าสุดที่มาอยู่ในมือถือนั่นเอง โดยสามารถเล่นได้กับทุกระบบปฏิบัติการทั้ง iOS และ Android โดยภาพและเสียงนั้นทำออกมาได้อารมณ์เดียวกับเครื่องคอนโซลมาก ๆ โดยเกิดจากการเล่นบน ไอแพด ราคาประมาณ 10000 บาท

          วิธีการเล่นในช่วงแรกนั้นอาจจะต้องปรับตัวบ้างในช่วงแรกสำหรับคนที่ถนัดการจับจอยมาก่อน แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปที่จะทำความคุ้นเคย รูปแบบการเล่นและการเคลื่อนไหวโดยรวมนั้นทำออกมาได้อย่างลื่นไหลและมีมิติ

          โดยทีมที่มาให้เลือกนั้นก็มากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาแต่ก็อาจมีการปรับเปลี่ยนชื่อและตัวผู้เล่นไปบ้างเนื่องจากเหตุผลทางด้านลิขสิทธิ์ แต่ว่าก็มีทีมดังอย่าง Barcelona ที่ได้ลิขสิทธิ์มาเป็นชุดและตัวผู้เล่นแบบเต็ม ๆ มีหลากหลายโหมดให้ได้เล่นไม่ว่าจะเป็นเล่นคนเดียวโดยเข้าร่วมลีค ไต่ชั้น ซื้อนักเตะเพื่อเป็นแชมป์ ไปจนถึงเล่นออนไลน์กับเพื่อนหรือผู้คนทั่วไปแบบออนไลน์ Smartphone และ Tablet ที่แนะนำสำหรับเกมนี้ก็ขอให้จับถนัดมือ ไอแพด ราคา ต่ำกว่า 10000 ซึ่งอาจจะเป็นรุ่นเก่าหรือตกรุ่นไปแล้วนั้นไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เกิดการกระตุกและค้างได้

               เป็นอย่างไรบ้างครับกับ 3 เกมแนะนำสำหรับ Smartphone และ Tablet ที่นำมาเสนอทุกท่าน มีหลายแนวให้เลือกเลย แต่ว่าก็ยังมีเกมอีกมากมายมหาศาลให้ได้เลือกเล่นกันนะครับใครเป็นเจ้าของไอแพด ราคาต่าง ๆ  หรือ Smartphone รุ่นไหนก็ลองหาเกมที่ชอบและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ของคุณพอเพียงนะครับ

เลือกใช้ iOS หรือ Android ดีนะ?

Smartphone

               โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันนั้นเป็นอุปกรณ์ยอดฮิตของคนครึ่งค่อนโลกเลยก็ว่าได้ เพราะว่ารวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นและต้องการไว้ในเครื่องเดี๋ยว ประกอบกับราคาโทรศัพท์ Samsung ที่คุ้นตาก็ไม่แพงเกินไป ด้วยความต้องการมากมายในตลาดซื้อขายโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ๆ ที่เรียกว่าสมาร์ทโฟนจึงมีสิ่งที่เรียกว่าระบบปฏิบัติการที่มาจาก 2 ฝั่งนั่นก็คือ iOS ที่มาจากฝั่ง Apple และ Android ที่มาจากฝั่ง Google ให้ได้เลือกใช้กัน

          และคำถามยอดนิยมซึ่งถามกันมานานก็คือจะเลือกใช้อย่างไหนดีระหว่าง iOS หรือ Android เพราะว่าแต่ละระบบก็จะมีจุดเด่นเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป โดยครั้งนี้เราจะมาดูกันว่า iOS หรือ Android ที่เหมาะสมกับคุณ

          1.แบรนด์และรุ่นของมือถือ

          อย่างที่รู้กันว่า iOS นั้นจะอยู่ในโทรศัพท์มือถือ iPhone และ Android จะอยู่ใน โทรศัพท์มือถือหลากหลายยี่ห้ออย่างเช่น Huawei หรือ Samsung ซึ่งราคาโทรศัพท์ Samsung นั้นก็มีราคาหลากหลายตั้งแต่หลักพันต้น ๆ ไปจนถึงหลักหมื่น ดังนั้นถ้าเกิดว่าคุณชอบดีไซน์ของแบรนด์ไหนเป็นพิเศษก็เป็นเหตุผลในการตัดสินใจได้อย่างดี โดย iPhone นั้นดีไซน์ในแต่ละรุ่นก็จะไม่แตกต่างกันมาก จะไม่เหมือนกันก็รุ่นใหม่ ๆ เช่น iPhone X ที่ไม่มีปุ่ม ส่วน Huawei หรือ Samsung นั้นก็จะมีดีไซน์ที่หลากหลายหน้าจอเล็กใหญ่มีให้เลือกมากมาย

          2. ประสิทธิภาพ

          ในเรื่องนี้จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป โดย Android จะมีจุดเด่นที่ Ram ให้มาเยอะการดึงความสามารถในการทำงานต่าง ๆ จึงเป็นไปอย่างเต็มที่ไม่มีกั๊กเลย เมื่อเปิดหลาย ๆ Application ขึ้นมาด้วยกันก็จะทำงานไปพร้อม ๆ กันได้ รวมถึง Application ต่าง ๆ ก็ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้รวดเร็วมากขึ้นได้อีกด้วย รวมถึง CPU ที่มีลำดับความแรงหลากหลายตั้งแต่รุ่นเล็ก รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ ซึ่งราคาก็จะสูงขึ้นตามความแรงเช่น ราคาโทรศัพท์ Samsung เป็นต้น

          ส่วน iOS ข้อดีก็อยู่ที่การออกแบบภายในให้สามารถรีดขุมกำลังและประสิทธิภาพของเครื่องออกมาให้ได้มากที่สุดโดยที่สเปกที่มีในเครื่องในรุ่นท็อป ๆ อาจจะน้อยกว่าทาง Android แต่ว่าเวลาการใช้งานจริงนั้นจะทำได้อย่างรวดเร็วเลยทีเดียวและจุดเด่นอีกอย่างที่ผู้ใช้ยอมรับกันมากก็คือ Application ที่ทำออกมาได้อย่างรวดเร็วกินทรัพยากรน้อย แต่ว่าถ้าเปิดหลาย ๆ หน้าพร้อมกันทางตัวเครื่องจะปิด Application นั้นไว้ชั่วคราว

          3. Application

          สิ่งที่จำเป็นและขาดไม่ได้เลยสำหรับโทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบันนั่นก็คือ Application นั่นเองซึ่งในเรื่องการทำงานเฉพาะทางอย่างตัดต่อวีดีโอหรือทำดนตรีนั้นก็ต้องยกให้ iMovie และ GarageBand จาก iOS และในเรื่องของเกมต่าง ๆ นั้น iOS ก็ทำได้อย่างรวดเร็วไม่ค่อยมีอาการแฮงค์เกิดขึ้น ในด้านของคุณภาพนั้น Application ที่มาจาก App Store ก็ได้รับการตรวจสอบคุณภาพมาอย่างดีในระดับหนึ่ง

          ในส่วนของ Android นั้น จะมีจุดเด่นที่มี Application บน Google Play ที่หลากหลาย และมีของฟรีให้โหลดมากมาย การสมัครสมาชิกก็ทำได้ง่ายกว่าเพียงแค่สมัคร E-Mail ของ Google ก็สามารถเข้าไปซื้อได้แล้ว ทั้งยังสามารถติดตั้ง Application จากผู้พัฒนาต่าง ๆ ในรูปแบบไฟล์ .APK ได้ แต่ว่าก็ต้องคอยดูและพิจารณาดี ๆ เพราะว่าไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจาก Google อย่างเป็นทางการ

          4. การดีไซน์ของระบบปฏิบัติการ

          ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ในเรื่องประสบการณ์ใช้งานเพราะว่าเป็นสิ่งที่ผู้ใช้จะสัมผัสได้เป็นสิ่งแรก ๆ  โดย Android สามารถเปลี่ยนลักษณะหน้าตาของ Icon และการแสดงผลไปได้หลายแบบมาก เรียกได้ว่าถูกใจคนชอบอิสระกันเลยทีเดียวราคาโทรศัพท์ Samsung ที่ทำแบบนี้ได้ก็มีจนถึงถูกไปจนถึงแพงเลย ซึ่งราคาโทรศัพท์ Samsung ที่เหมาะสมนั้นก็อยู่ที่งบของผู้ใช้

          ในส่วนของ iOS นั้นการปรับแต่งต่าง ๆ ก็จะตายตัวเปลี่ยนได้แค่ภาพพื้นหลัง แต่ว่าในเรื่องของความสบายตาและเป็นระเบียบนั้นก็ถือว่าทำได้ดีตามสไตล์ Apple เลยทีเดียว

          5. ความจุ

          iPhone จะมาพร้อมกับความจุที่ตายตัวตั้งแต่แรกซื้อ ไม่สามารถเพิ่มด้วย SD Card ได้ เพราะว่า Apple ไม่ต้องการให้มีการเสริมด้วยอุปกรณ์จากภายนอก ซึ่งบางคนก็ว่าดีบางคนก็ว่าไม่ดี

               ส่วน Android นั้น นอกจากความจำภายในเครื่องแล้วยังสามารถเชื่อมต่อ SD CARD ได้อีกด้วย ซึ่งมีให้เก็บกันถึงขนาด 1 TB สำหรับรุ่นท็อป ๆ เลยทีเดียว

          แต่ว่าทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการก็มี iCloud และ Google Drive เป็น Cloud ที่ใช้เก็บข้อมูลอยู่แล้ว ดังนั้นสบายใจได้ ราคาโทรศัพท์ Samsung ที่ใช้ Google Drive ได้ก็มีเกือบทุกรุ่น

          เป็นไงครับเชื่อว่าคุณผู้อ่านคงตัดสินใจได้ในระดับหนึ่งแล้วว่าจะเลือกใช้ iOS หรือ Android โดยถ้าตัดสินใจได้แล้วก็ลองไปหาซื้อเพราะ ราคาโทรศัพท์ iPhone  ราคาโทรศัพท์ Samsung ก็มีหลากหลายช่วงให้ได้เลือกซื้อนะครับ

เครื่องอัดเสียงที่ดีต้องดูจากอะไร

               หลายคนคงจะรู้จักเครื่องอัดเสียงกันดีอยู่แล้ว วันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับการเลือกเครื่องอัดเสียงที่มีคุณภาพกันดีกว่า แต่ก่อนจะบอกเคล็ดลับเด็ดนั้น เราอยากจะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปก่อนที่จะเกิดเครื่องอัดเสียงแบบนี้ที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบันนี้วันนี้ว่าก่อนหน้านี้เขาใช้อะไรอัดเสียงกัน

               ก่อนที่เราทุกคนจะเห็นเครื่องอัดเสียงในแบบหน้าตาอย่างที่เห็นกันในปัจจุบันนี้นั้น สมัยก่อนเครื่องอัดเสียงจะมีลักษณะที่เป็นแบบหมุน ซึ่งรูปร่างหน้าตาแตกต่างกับปัจจุบันมาก ถ้าจะพูดถึงเรื่องการบันทึกเสียงนั้น เราคงจะไม่พูดถึงคนนี้ไม่ได้ นั่นคือ Thomas Alva Edison พ่อมดนักประดิษฐ์ผู้เปลี่ยนโลกใบนี้ด้วยสิ่งประดิษฐ์นับพันนั่นเองค่ะ Thomas Alva Edison เป็นผู้ผลิตเครื่องบันทึกเสียงคนแรก แต่ความเป็นจริงแล้วนั้นคนที่สามารถจับเอาคลื่นเสียงที่คนทั่วไปไม่มีใครมองเห็นมาเป็นเส้นซิกแซกให้เราทุกคนได้เห็นกันได้นั้นคือ Leon Scott

               ย้อนไปเมื่อ ค.ศ.1857 Leon Scott ได้ทำการผลิตเครื่องที่มีความสามารถในการบันทึกคลื่นเสียง อย่างเช่นเสียงพูดนี่แหละค่ะ  Leon Scott สามารถบันทึกเสียงพูดมาลงในกระดาษได้คนแรก เครื่องที่ Leon Scott ผลิตนั้นมีชื่อว่า Phonautograph ซึ่งหลักการทำงานของเจ้าเครื่องนี้จะมีกรวยทรงกระบอกที่ทำหน้าที่จับคลื่นเสียง เรียกง่ายๆหน้าตาจะคล้ายๆโทรโข่ง ส่วนด้านปลายด้านเล็กของกรวยทรงกระบอกนั้นจะเป็น diaphragm และมันจะยึดติดกับ stylus ที่ทำมาจากขนสุกร และเมื่อมีคลื่นเสียงเข้ามานั้น diaphragm จะทำการขบัยตัว และ stylus ก็จะขยับด้วย และปลายของ stylus จะทำการขูดลงไปบนกระดาษเขม่าที่ผ่านการรมควันมา จะทำให้เห็นเป็นเส้น ต่อมา Thomas Alva Edison ขยายความคิดของ Leon Scott ขึ้นโดยการผลิตเครื่อง Phonograph โดยการใช้เข็มที่เป็นเหล็กกรีดลงบนแผ่นดีบุกที่เป็นทรงกระบอก ทำให้สามารถบันทึกและเล่นกลับได้แค่ไม่กี่ครั้ง และมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอีกในปี ค.ศ. 1886 Charles Summer Tainter ได้มีการคิดค้นพัฒนาเครื่องอัดเสียง Graphophone โดยเปลี่ยนจากแผ่นดีบุกทรงกระบอกมาเป็นกระดาษทรงกระบอกที่เคลือบด้วย Wax ซึ่งจะทำให้สามารถเล่นเสียงไปและกลับได้หลายครั้ง นี่เป็นอีกสาเหตุที่เครื่อง Graphophone ใช้กันอย่างแพร่หลายในสมัยก่อน โดยเฉพาะในเรื่องของการทำงาน Office ที่ต้องมีการบันทึกเสียงพูด

               หลังจากที่ได้ทราบประวัติความเป็นมาของเครื่องอัดเสียงแล้วนั้น เราจะมาบอกคุณสมบัติในเลือกซื้อเครื่องอัดเสียงยังไงให้มีคุณภาพ

ใส่ใจเรื่องคุณภาพของเสียง

   ถ้าจะเสียเงินซื้อเครื่องอัดเสียงดีๆสักอัน เราควรพิจารณาเรื่องเสียงเป็นเรื่องแรกเลย และสำหรับในเรื่องของคุณภาพของมัน ซึ่งสังเกตไหมคะว่าเครื่องบันทึกเสียงรุ่นใหม่ๆนั้นจะทำออกมาเป็นเสียงในระบบดิจิตอล ซึ่งการบันทึกเสียงในลักษณะนี้ เวลาเราบันทึกเสียงอยู่ มันจะทำการดูดเสียงได้ดีกว่ารุ่นก่อนๆที่เคยมีมา และบางรุ่นนั้นจะมีการตัดเสียงที่แทรกแซงจากผู้คนรอบข้างให้อีกด้วย

สามารถชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพาวเวอร์แบงค์ได้

   การที่คุณจะซื้อเครื่องอัดเสียง อยากให้ลองเลือกเครื่องอัดเสียงที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพาวเวอร์แบงค์ได้ มันจะช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณมากขึ้น โดยที่คุณไม่ต้องมานั่งกังวลด้วยว่าจะเกิดปัญหาแบตเตอรี่ระหว่างการทำงาน ซึ่งจะทำให้ลดความเสี่ยงเวลาแบตหมดกลางคันได้ดีเลยทีเดียว

สามารถโอนไฟล์เสียงผ่าน USB ได้

   มันจะเป็นปัญหาแน่ถ้าเสียงที่คุณได้บันทึกมานั้นสามารถฟังได้แค่จากเครื่องบันทึกเสียงเพียงอย่างเดียว จะซื้อเครื่องอัดเสียงแล้วทั้งทีคุณควรจะซื้อเครื่องอัดเสียงที่สามารถโอนไฟล์เสียงเพื่อจะได้เก็บงานของคุณไว้ในที่ปลอดภัยได้

ใช้ฟัง mp3 ได้

   คุณต้องลองดูเครื่องอัดเสียงหลายๆรุ่นให้ดีๆเพราะบางรุ่นมีความสามารถพิเศษอีกหนึ่งขั้นคือนอกจากจะอัดเสียงได้แล้วนั้นยังจะสามารถฟังเพลง mp3 ในตัวได้อีกด้วย เหมาะกับคนที่คลั่งไคล้ในการฟังเพลงเป็นอย่างมาก และเสียงที่ออกมานั้นก็จะดีมากๆด้วย มีเครื่องอัดเสียงและ mp 3 ในเครื่องๆเดียวกันนั้นคุ้มจริงๆค่ะ

               นี่คือเคล็ดลับที่อยากจะบอกคนที่จะไปซื้อเครื่องอัดเสียงกันค่ะว่าเราควรจะพิจารณาในการเลือกซื้ออย่างไรให้คุ้มค่าและเหมาะสม ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าวิวัฒนาการของเครื่องอัดเสียงนั้นจะถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้

โปรไอโฟน โปรโมชั่นสมาร์ทโฟนแบบจุกๆ

 สมาร์ทโฟน อุปกรณ์คู่หูคู่ใจสำหรับทุกคนในปัจจุบัน ฉะนั้น การใช้งานต้องมีการดูแลเป็นอย่างดี เพื่อให้สมาร์ทโฟน อยู่กับเราไปได้นานและมีคุณภาพอยู่เสมอ จึงต้องอาศัยอุปกรณ์เสริมมือถืออื่นๆ เพื่อลดความเสียที่อาจจะเกิดขึ้นกับสมาร์ทโฟนของเราให้น้อยที่สุด

ซึ่งในปัจจุบันนั้นเพื่อดึงความสนใจจากผู้บริโภคให้ยได้มากที่สุด การจำหน่ายมือถือหรือสมาร์โฟนแต่ะครั้งก็จะมีโปรโมชั่นมือถือ โปรไอโฟนที่อัดแน่นไปด้วยดีลพิเศษหรืออุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด

เช่น โปรไอโฟนหรือมือถืออย่าง “ปีใหม่ มือถือใหม่” กล่าวคือ การนำเอามือถือหรือสมาร์ทโฟนรุ่นเก่ามาแลกรุ่นใหม่ ตามเงื่อนไขต่างๆที่กำหนด หรือจะเป็นการซื้อโปรไอโฟนที่แต่ละค่ายก็จะมีข้อเสนอที่ดึงดูดผู้บริโภค อย่าง AIS มีโปรโมชั่นมือถือโดยให้เป็นเจ้าของ iPhone ง่ายๆ ลดค่าเครื่องสูงสุด 18,000 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจเน็ตความเร็วสูงสุด พร้อมโทรทุกเครือข่าย

และนอกจากโปรไอโฟนหรือโปรมือถือแล้ว ยังรวมถึงการแจกหรือแถมอุปกรณ์เสริมมือถืออื่น ๆ เพื่อให้เกิดคุณภาพและป้องกันสมาร์โฟนในเวลาใช้งานเพิ่มมากขึ้น

โดยอุปกรณ์เสริมที่ส่วนมากจะลด แลก แจก แถมกันนั้น จะมีฟิล์มกันรอยแบบกันกระแทก (Anti-Shock Screen Protector) เนื่องจากปัญหาหนักอกหนักใจที่บรรดาผู้ใช้สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ต้องเจอกันอยู่เป็นประจำก็คือการทำเครื่องหล่น หรือเกิดกระแทกกับของบางอย่างแล้วหน้าจอแตก ซึ่งทำให้ลำบากต้องเสียเงินไปเปลี่ยนหน้าจอกันหลายพันบาท

ดังนั้นบรรดาผู้ผลิตฟิล์มกันรอยชั้นนำจึงพร้อมใจกันพัฒนาฟิล์มกันรอยแบบกันกระแทก (Anti-Shock) ออกมาโดยเฉพาะ ซึ่งจุดเด่นของฟิล์มกันกระแทกแบบนี้ แน่นอนว่าตัวฟิล์มจะมีความทนทานต่อแรงตกกระแทกของวัตถุที่กระทบกับหน้าจอ

รวมไปถึงการป้องกันรอยขีดข่วนที่อาจเกิดขึ้นจากการพกพาของผู้ใช้ อีกทั้งแผ่นฟิล์มยังมีความแข็งแรงทนทานกว่าฟิล์มแบบทั่วๆ ไปหลายเท่าเลยทีเดียว และเท่าที่มีการทดสอบกันมาก็พบว่า แผ่นฟิล์มชนิดนี้สามารถป้องกันหน้าจอแตกได้จริง

เนื่องจากตัวของแผ่นฟิล์มเองจะประกอบไปด้วยชั้นย่อยหลายชั้นที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ตั้งแต่ชั้นฟิล์มกันรอยนิ้วมือ, ชั้นฟิล์มกันรอยขีดข่วน และชั้นฟิล์มกันแรงกระแทก ซึ่งชั้นฟิล์มกันกระแทกนี้เองจะผลิตจากกระจกที่สามารถช่วยดูดซับแรง หรือกระจายแรงกระแทกแทนหน้าจอจริงๆ ได้

ซึ่งในปัจจุบันนี้แบรนด์ผู้ผลิตฟิล์มกันรอยชั้นนำหลายๆ แบรนด์ต่างก็มีฟิล์มกันกระแทกชนิดนี้ติดตั้งให้ผู้ใช้อย่างหลากหลาย และมีการพัฒนาให้ตัวฟิล์มเหมาะสมกับการใช้งานโดยทั่วไปแบบครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น ความบางของฟิล์มในระดับ 0.xx มิลลิเมตร, การป้องกันรอยนิ้วมือ หรือการป้องกันการเกาะตัวของหยดน้ำ เป็นต้น และด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้ก็ส่งผลให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักเลือกติดตั้งฟิล์มกันรอยแบบกันกระแทก (Anti-Shock) ที่มีคุณสมบัติครอบคลุมไว้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับสมาร์ทโฟนเครื่องสำคัญของเราได้ทุกเมื่อนั่นเอง

ซึ่งทางเพาเวอร์บายก็มีฟิลม์กันกระแทกหรือฟิล์มรุ่นอื่น ๆ ให้เลือกซื้อจับจ่ายใช้สอย ในราคาที่แสนพิเศษมาก ๆ อีกด้วย

ทั้งนี้ นอกจากอุปกรณ์เสริมมือถือแล้ว เรายังต้องดูแลรักษาสมาร์ทโฟนของเราช่วยอีกทางนึงด้วย เช่น ควรทำความสะอาดด้วยผ้านุ่มไม่มีขน ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าชามัวร์ น้ำยาทำความสะอาด หากเลอะสารเคมีที่ฤทธิ์กัดกร่อนพื้นผิว ให้ใช้ผ้าซับออกทันที แล้วเช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาดอีกครั้ง

หากใส่เคสควรถอดออกทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง กรณีเครื่องเปล่าไม่ได้ใส่เคส สามารถเช็ดคราบต่างๆ ได้ทันที ไม่ควรปล่อยไว้นานจนแห้ง เพราะอาจทำให้คราบฝังแน่น เช็ดออกยาก หรืออาจกัดกร่อนผิวหรือสีเครื่องได้ (ไม่ใส่เคสเช็ดได้ทันที)

ในขณะที่ถ้าใส่เคสถนอมตัวเครื่อง อาจมีผงหรือเม็ดฝุ่นเล็กๆ ติดอยู่ข้างใน ซึ่งเกิดการเสียสีตัวเครื่องทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้ จึงควรถอดเคสออกมาเช็ดทำความสะอาดทั้งตัวเครื่องและเคส อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง (ใส่เคสถอดเช็ดเดือนละครั้ง)

อีกข้อสำคัญคือ ควรรักษาระดับแบตเตอรี่ให้มีประจุไฟ 40 – 80% ตลอดเวลา ตามปกติแล้วการชาร์จแบตเตอรี่อาจจะสัปดาห์ละครั้ง วันเว้นวัน หรืออาจจะทุกวัน ขึ้นอยู่กับความจุและการใช้งานของแต่ละเครื่องแต่ละคน ข้อสำคัญคือ ควรใช้งานแบตเตอรี่ให้มีประจุไฟคงเหลืออยู่ที่ 40 – 80% จะช่วยให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

วิธีการเลือกเครื่องสำรองไฟสำหรับคอมพิวเตอร์

UPS

            ในโลกของเทคโนโลยีนั้นสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยก็คือข้อมูลสำคัญที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของท่าน เพราะเราไม่สามารถไว้ใจกับอุบัติเหตุไฟดับ ไฟตัด ไฟตก หรือ รางปลั๊กไฟที่เสื่อมสภาพ อันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาซึ่งจะทำให้งานหรือเอกสารสำคัญต้องสูญหายหรือเสียหายเพราะว่าลืมเซฟ ไปจนถึงทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณต้องขัดข้องกันเลยทีเดียว

          โดยปัญหาทั้งหมดนี้สามารถทำให้บางเบาไปได้ด้วยเครื่องสำรองไฟหรือที่เรียกอีกชื่อว่า UPS นั่นเอง โดยความสามารถของอุปกรณ์ชนิดนี้นั้นสามารถจ่ายไฟให้คอมพิวเตอร์ของคุณยังสามารถทำงานต่อไปได้แม้ว่าสายไฟที่ต่อจากเครื่องเข้ารางปลั๊กไฟนั้นดับไป ซึ่งเครื่องสำรองไฟนั้นมีมากมายหลายรุ่นให้ได้เลือกซื้อเลือกใช้กัน เราจะมาดูกันว่าการเลือกเครื่องสำรองไฟรุ่นที่เหมาะกับคุณนั้นมีวิธีอย่างไร

          1. ดูรายละเอียดว่าคอมพิวเตอร์ใช้กำลังไฟเท่าไหร่

          ถือเป็นข้อที่สำคัญมาก เพราะว่าถ้าเกิดเครื่องสำรองไฟของเรานั้นจ่ายไฟมากหรือน้อยเกินไปก็จะทำให้คอมพิวเตอร์ของเราเกิดปัญหาที่ตามมาในเรื่องของการขัดข้องไปจนถึงพังได้ดังนั้นดูที่ฉลากหลังเครื่องไปจนถึงรื้อดูคู่มือการใช้งานที่แถมมาว่าคอมพิวเตอร์ของคุณนั้นให้กำลังไฟเท่าไหร่และเครื่องสำรองไฟของคุณจ่ายไฟเท่าไหน่ซึ่งต้องให้พอดีกัน

          2. ความสามารถในการสำรองไฟ

          เครื่องสำรองไฟแต่ละรุ่นนั้นมีแตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็น Backup Time ที่เป็นตัวชี้วัดว่าเครื่องสำรองไฟนี้จะสามารถจ่ายไฟได้เป็นเวลานานเท่าไหร่หลังจากไฟดับ โดยบางรุ่นจะสามารถสำรองไฟได้ประมาณ10-30 นาที ไปจนถึง 1-3 ชั่วโมง ซึ่งเราก็ต้องดูอีกด้วยว่าคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่เราจะเชื่อมต่อนั้นมีกี่เครื่อง เพราะยิ่งมาก เวลา Backup Time ก็จะถูกหารให้น้อยลงไปด้วยนั่นเอง ทางที่ดีก็ควรหาซื้อที่มี Backup Time มากที่สุด โดยราคาค่างวดก็จะสูงตามไปด้วยนั่นเอง

          3. ดูอุปกรณ์อื่น ๆ ที่รองรับ

          นอกเหนือจากคอมพิวเตอร์แล้ว อุปกรณ์อื่น ๆ ก็ยังสามารถใช้เครื่องสำรองไฟเพื่อการแจกจ่ายไฟฟ้าในยามฉุกเฉินได้ เช่น เครื่องปริ้น เครื่องสแกน เป็นต้น ก่อนซื้อเราจึงต้องดูพอร์ตเชื่อมต่อว่ามีเท่าไหร่ และเพียงพอต่ออุปกรณ์ที่เราจำเป็นในการใช้งานหรือไม่ ทางที่ดีควรเลือกจำนวน 2 พอร์ตขึ้นไป

            4. สถานที่ที่ใช้เครื่องสำรองไฟ

          หากจำเป็นที่จะติดตั้งในบริเวณที่ไม่กว้างมากนัก แนะนำให้ใช้เครื่องสำรองไฟขนาดใหญ่ เพราะสามารถต่อให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ นอกจากคอมพิวเตอร์ได้อย่างสะดวกและประหยัดพื้นที่ แต่ถ้าอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นอยู่ห่างกันมากก็ให้ใช้เครื่องสำรองไฟเล็ก ๆ เสียบรางปลั๊กไฟต่ออุปกรณ์เครื่องต่อเครื่องไปเลย

          5. ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการควบคุม

          เนื่องจากเครื่องสำรองไฟนั้นถูกติดตั้งอยู่กับคอมพิวเตอร์ จึงจำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการควบคุมและดูและเช่นคอยปิดเครื่องให้ในเวลาที่ไฟฟ้าเกิดมีปัญหาและเราไม่ได้อยู่กับเครื่อง และที่สำคัญที่สุดคือมีการบันทึกการทำงานของเครื่องสำรองไฟอย่างละเอียดว่าเกิดเหตุการขัดข้องทางไฟฟ้านั้นเมื่อไรและอย่างไรบ้าง ซึ่งซอฟต์แวร์ดังกล่าวหลายคนมักจะมองข้ามความสำคัญไป ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสนใจด้วย

            6. ความปลอดภัย

          เมื่อเป็นอุปกรณ์สำคัญที่มีส่วนประกอบเป็นไฟฟ้า ก็ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นพยายามหาเครื่องสำรองไฟแบบที่มีฟังก์ชั่นเสียงและไฟเตือนเมื่อเครื่องมีปัญหา ทั้งการลัดวงจรหรือเตือนว่าแบตเตอรี่กำลังจะหมด

          7. การรับประกัน

          เมื่อตัดสินใจจะซื้อเครื่องสำรองไฟนั้นบางคนคิดข้ามขั้นตอนไปถึงการนำไปเสียบกับรางปลั๊กไฟที่บ้านแล้วตั้งแต่อยู่ที่ร้านตัวแทนจำหน่าย เราอยากจะบอกว่าควรดูในเรื่องการรับประกันหลังการขายด้วย เพราะว่าเมื่อนำไปใช้แล้วนั้นอาจจะเกิดปัญหาขึ้นมาได้ แต่ถ้าอยู่ในเงื่อนไขการรับประกันแล้วล่ะก็ ก็สามารถที่จะส่งซ่อมหรือเปลี่ยนได้เลย จุดสำคัญอีกอย่างก็คือการเลือกที่มีมาตรฐาน ISO และ มอก. เพื่อความอุ่นใจในการใช้

          และนี่คือเรื่องราวของวิธีการเลือกเครื่องสำรองไฟสำหรับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องบอกว่ามีรายละอียดที่น่าสนใจและต้องพิจารณากันพอสมควร แต่อย่าลืมเลยว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้ ดังนั้นจงศึกษารุ่นและประเภทต่าง ๆ ของเครื่องสำรองไฟและปรึกษาผู้มีความรู้ก่อนซื้อและเสียบใช้งานกับรางปลั๊กไฟนะครับ

ฟีเจอร์ใหม่กับ Apple Watch Series 4

เราไม่อาจจะต้านทานความโดดเด่นของ Apple Watch Series 4 ได้ ตั้งแต่ Apple นั้นได้มีการเปิดตัว Apple Watch Series 4 อย่างเป็นทางการ มีการตอบรับกระแสตอบรับที่ดีมากๆเลยค่ะเพราะApple Watch Series 4 ได้มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะกว่ารุ่นก่อนหน้านี้เหมือนกันนะคะ เพราะ Apple Watch Series 4 มีการออกแบบใหม่ทั้งหมด พูดง่ายๆคือเริ่มจากออกแบบใหม่ตั้งแต่รากฐานเลย รวมถึงออกแบบในเรื่องการดีไซน์และวิศวกรรม ทั้งนี้ก็เพื่อที่ช่วยกระตุ้นให้สาวก Apple นั้นได้มีแรงที่จะอยากออกกำลังกายมากขึ้น มีความแอ็คทีฟมากขึ้น เพื่อที่จะให้สาวก Apple ได้มีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงค่ะ

ที่กล่าวไปข้างต้นว่าทาง Apple ได้มีการออกแบบดีไซน์ Apple Watch Series 4 ใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่แค่พัฒนานะคะ เรียกได้ว่ามันคือการปฏิวัติเลยก็ว่าได้ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเลยก็คือหน้าจอ เพราะ Apple Watch Series 4 นี้เรียกได้ว่าเป็นหน้าจอ Apple Watch ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ Apple เคยทำมา เพราะจอภาพคือสิ่งที่บ่งบอกเลยนะคะว่านี่คือ Apple Watch Series 4 เพราะทาง Apple ได้ขยายจอภาพให้ใหญ่ขึ้นโดยที่เราไม่รู้สึกเลยว่าขนาดของตัวเรือน Apple Watch นั้นมีความใหญ่ขึ้นกว่าที่ผ่านมา การที่ทำจอ Apple Watch ออกมาให้ใหญ่ขึ้นก็พื่อที่จะให้ผู้ใช้ได้ประโยชน์ รวมถึงเห็นข้อมูลได้ในทุกตารางมิลลิเมตร ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หนาขึ้น และอ่านง่ายขึ้นกว่าเดิม แถมยังมีนวัตกรรมเทคโนโลยีจอภาพที่เรียกว่า LTPO ที่ทำให้ Apple Watch มีแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น และยังช่วยให้ประหยัดพลังงานอีกด้วย เพียงแค่คุณชาร์จแค่ครั้งเดียวก็สามารถช่วยให้คุณใช้งานได้ทั้งวันแล้ว

สิ่งที่เจ๋งที่สุดคือ Apple Watch Series 4 ได้ใส่เซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบออปติคอล เพื่อที่จะช่วยเช็คอัตราการเต้นของหัวใจของคุณได้อย่างรวดเร็วค่ะ  และยังเพิ่มความอัจฉริยะในการตรวจไปอีกขั้น นั่นคือเมื่อหัวใจของคุณนั้นมีการเต้นต่ำกว่าเกณฑ์เป็นเวลา 10 นาที โดยที่คุณก็ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไร มันจะมีสัญญาณแจ้งของภาวะหัวใจที่จะแจ้งเตือนคุณว่าอัตราการเต้นหัวใจของคุณอยู่ในเกณฑ์ต่ำหรือเต้นช้าผิดปกติ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงมากๆนะคะ ขืนถ้ายังปล่อยให้หัวใจเต้นผิดปกติแบบนี้ มันจะเป็นเรื่องร้ายแรงทันทีถ้าหัวใจขอคุณสูบฉีดเลือดที่มีออกซิเจนเข้าไปในร่างกายได้ไม่เพียงพอ

Apple ได้พัฒนาแบตเตอรี่ให้มีความอึดและทรงพลังมากกว่าเดิม เนื่องจากApple Watch Series 4 ตัวนี้สามารถใช้งานยาวนานแบบต่อเนื่องได้ถึง 18 ชั่วโมงเลยนะคะ เป็นอะไรที่ถูกใจสำหรับผู้ใช้แน่นอน แถม CPU ที่มาพร้อมกับตัวเครื่องนั้นทำงานได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิมมาก สามาถเปิด Applications ได้อย่างรวดเร็ว เท่านั้นยังไม่พอ ในส่วนของลำโพงนั้นได้ถูกพัฒนาในเรื่องความดังของเสียงให้มีความดังขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และที่มากไปกว่านั้นในเรื่องของไมโครโฟนได้ถูกย้ายไปด้านที่ตรงกันข้ามเพื่อที่จะลดการเกิดเสียงสะท้อนกัน ซึ่งการที่ย้ายตำแหน่งไมโครโฟนจะทำให้การคุยโทรศัพท์นั้นมีความชัดแจ๋วมากกวว่าเดิม

Apple Watch Series 4 ได้ถูกทำเพื่อเอาใจคนออกกำลังกายอย่างแท้จริงเลยนะคะ เพราะ Apple Watch Series 4 นั้นเป็นมากกว่านาฬิกาสปอร์ตทั่วๆไป เปรียบเทียบง่ายๆ ถ้าคุณใส่ Apple Watch Series 4 ก็เหมือนคุณมีเทรนเนอร์อยู่ข้างกาย ไม่ว่าคุณจะออกกำลังในรูปแบบไหน จะวิ่ง จะว่ายน้ำ หรือคุณจะไปเล่นกีฬากลางแจ้งนั้น คุณสามามารถตั้งค่าวัดปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญไปได้ด้วย หรือจะตั้งค่าต่างๆที่คุณอยากทราบ ไม่ว่าคุณจะอยากรู้อะไร ทั้งหมดก็จะปรากฎบนหน้าจอ Apple Watch ของคุณ แถม Apple Watch Series 4 ยังสามารถเข้าขากับแอพออกกำลังกายต่างๆได้อย่างด้วยดีเพราะมีแอพฟิตเนสมากมายให้คุณได้เลือก Downloads ใน App Store ซึ่งแอพเหล่านั้นพร้อมให้คุณได้มีแรงกายแรงใจในการอยากที่จะออกกำลังกายแบบประจำอยู่สม่ำเสมอเลยค่ะ

ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่านาฬิกาอย่าง Apple Watch Series 4 ครื่องเดียว แต่สามารถทำอะไรได้หลายอย่างมาก ฟีเจอร์ใหม่ๆที่ถูกพัฒนานั้นทำให้เราทุกคนอยากจะเป็นเจ้าของ Apple Watch Series 4 ได้อย่างไม่ยากเลยค่ะ ใครที่เป็นสายออกกำลังกายอยู่แล้วก็จัดไปเลยค่ะ เพราะ Apple Watch Series 4 คู่ควรกับคุณที่สุดแล้ว

อย่ามองข้ามอุปกรณ์สำคัญอย่าง harddisk พกพา

External Harddisk หรือฮาร์ดดิสพกพาเป็นสิ่งประดิษฐ์ ที่ยอดเยี่ยม มันช่วยให้คุณสามารถจัดเก็บข้อมูลออกจากคอมพิวเตอร์ของคุณใน External Drive (เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในคอมพิวเตอร์) ซึ่งสามารถวางไว้บน โต๊ะทำงาน หรือถ้ามันมีขนาดเล็ก ก็จะสามารถพกพาไปกับคุณได้ทุกที่ เพื่อให้คุณมีข้อมูลทั้งหมด พร้อมที่จะใช้ สำหรับการทำงานหรือแม้แต่ความบันเทิง นอกจากนี้ เทคโนโลยีฮาร์ดดิสพกพาเหล่านี้ก็ได้มีความจุที่มากขึ้นสามารถที่จะรองรับไฟล์ต่าง ๆไ ด้มากทีเดียวสำหรับการใช้งานเบื้องต้นและสินค้า Harddisk ที่ผลิตออกมาในช่วงปีหลังๆ  นี้ก็มีความจุเริ่มที่ 500 กิ๊กกะไบต์ สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานในแบบทั่วไป มากขึ้นอีกหน่อยก็จะเรียกว่า “เทราไบต์” ซึ่งก็เท่ากับ 1,000 กิกะไบต์นั่นเอง โดยที่อุปกรณ์เหล่านี้มีราคาไม่แพงมากนักเมื่อเทียบกับอดีตที่เคยแพงจนบุคคลใช้งานทั่วไปนั้นไม่สามารถที่จะซื้อมาใช้ได้

ข้อดีและประโยชน์หลักของ External Harddisk หรือ ฮาร์ดดิสพกพา

เริ่มจากข้อแรกเลยก็คือ การเก็บข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรม หรือข้อมูลสำคัญในการทำงานกับคอมพิวเตอร์ สามารถที่จะพกพาเพื่อนำไปทำงานที่ไหนก็ได้ที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งแต่ก่อนนั้นเมื่อ ขนาดความจุของแฟลชไดร์ฟ ไม่สามารถที่จะบันทึกข้อมูลงานของเราได้ทั้งหมด เราก็ต้องแบกโน๊ตบุ๊คไปด้วย ที่สำคัญใช้งานง่ายเพียงเสียบกับUSB บางท่านที่เคยถอดเข้า-ถอดออกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แต่ละทีนั้น คงรู้ดีว่าเป็นเรื่องที่เหนื่อยเอาการที่เดียวสำหรับท่านที่ไม่มีประสบการณ์คงท้อ และนี่ก็เป็นข้อดีของ เจ้าฮาร์ดดิสพกพา ซึ่งมีความสามารถในการใช้งานกับคอมพิวเตอร์ได้เช่นเดียวกันกับ ฮาร์ดดิสที่ติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์ การใช้งานง่ายๆเพียงแค่เสียบสาย USB เข้ากับตัวเครื่องเท่านั้นก็เริ่มใช้งานได้ทันที

ในส่วนของการทำความเร็วในการส่งข้อมูล ปัจจุบันนั้นความเร็วในการรับส่งข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ถือว่าสำคัญมากต่อการใช้ประโยชน์ทางธุรกิจหรือประโยชน์ใดๆ ก็ตาม จะเห็นได้ว่าช่วงหลังๆนี้ได้มีการพัฒนาในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ที่เห็นได้ชัดเลยก็น่าจะเป็นเรื่องอินเตอร์เฟซในการใช้งาน เพื่อที่จะได้คุณภาพของข้อมูลที่แม่นยำขึ้นและโอน-ถ่ายข้อมูลด้วยความเร็วขึ้นนั้นเอง ซึ่งอินเตอร์เฟซที่พัฒนาแล้วในปัจจุบันก็ได้แก่ USB3.0,SATAIII และอื่นๆ กล่าวคือ ความสำคัญของฮาร์ดดิสพกพา ก็คือการพกพาที่สะดวกสบาย ไม่จำเป็นที่จะต้องทำงานอยู่กับบ้าน หรือว่าหิ้วโน้ตบุ๊คไปไหนต่อไหนให้เมื่อยอีกต่อไปแล้ว เพราะขนาดเล็กและบางกว่าโทรศัพท์มือถือบางรุ่นเสียด้วยซ้ำ การใช้งานก็มามารถใช้ได้หลากหลาย สามารถใช้งานได้กับเครื่อง Dvd Player ,Smart TV ,เครื่องเสียงรถยนต์ และอุปกรณ์ใดๆก็ตามที่สามารถรองรับUSB และอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถประยุกต์ใช้งานได้ อาทิเช่น เครื่องเล่น hdd player เครื่องเพลสเตชั่น3 เป็นต้น

ในปัจจุบันมีการผลิต harddisk พกพามาหลายรุ่นด้วยกัน โดยทางเพาเวอร์บายออนไลน์ ได้คัดสรรรุ่นที่มีความน่าสนใจและคุ้มค่าคุ้มราคา อาทิ ยี่ห้อ WESTERN DIGITAL เอ็กซ์เทอนอล ฮาร์ดไดร์ฟ รุ่น My Passport WD WDBYFT0040BBL-WESN BL ที่นับว่าเป็นฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์แบบต่อภายนอกอีกหนึ่งตระกูลที่ถือได้ว่ามีรุ่นใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด ด้วยการจุข้อมูลได้ในปริมาณสูงและสามารถพกพาได้สะดวก รูปแบบสวยงาม ผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพ ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างทนทานและยืนยาว อีกรุ่นที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลย จากยี่ห้อ SEAGATE เอ็กซ์เทอนอล ฮาร์ดไดร์ฟ รุ่น Backup Plus Slim STDR5000302 มีความจุ 5 TB ได้รับการออกแบบเพื่อสำรองข้อมูลได้ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ สามารถใช้ผลิตภัณฑ์นี้สำหรับในจัดเก็บข้อมูลภายนอกด้วยขนาดกะทัดรัดและมีรูปลักษณ์ที่น่าดึงดูดใจ พกพาสะดวกสบายเช่นกัน ในส่วนของการใช้สำรองข้อมูล ก็สำรองได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นอัลบั้มรูปในสื่อสังคมออนไลน์ วิดีโอ ไฟล์เอกสาร เพลง และอื่นๆ อีกมากมาย กล่าวคือ ฮาร์ดดิสพกพาจะทำให้คุณรู้สึกสะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะในการเก็บข้อมูล เหตุผลหลักก็เนื่องจากว่า ใช้งานง่ายเสียบเข้ากับคอมพิเตอร์ ก็สามารถเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็ว คัดลอกข้อมูลรวดเร็วและคัดลอกได้หลากหลาย เรียกได้ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ยอดเยี่ยมและมีคุณภาพมาก ควรค่าแก่การลงทุน นอกจากนี้ ยังมีสินค้าหรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ สำหรับคอมพิวเตอร์และออฟฟิตอีกมากมายให้คุณเลือกสรร พร้อมร่วมลุ้นโปรโมชั่นและราคาพิเศษต่างๆ ที่คุณต้องร้องว้าว ตลอด 24 ชั่วโมง

ประเภทของเครื่องพิมพ์ที่คุณต้องรู้

                              หลายๆคนต้องรู้จักเครื่องพิมพ์กันอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าน้อยคนคงไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเครื่องพิมพ์นั้นมีหลายแบบหลายประเภทด้วยกัน แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยมีใครนิยมเรียก “เครื่องพิมพ์” กันแล้วล่ะค่ะ เขานิยมเรียกกันว่า “ปรินเตอร์” กันมากกว่า ซื่งเครื่องพิมพ์หรือปริ๊นเตอร์เนี่ยคืออุปกรณ์ที่ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์และทำหน้าที่พิมพ์แฟ้มดิจิทัลที่จะออกมาเป็นเอกสารในรูปแบบที่เป็นกระดาษ ซึ่งแฟ้มดิจิทัลที่อยู่ในคอมพิวเตอร์นั้นอาจจะเป็นตัวอักษร เป็นภาพ หรือเป็นสีที่แตกต่างกันก็ได้ ซึ่งเครื่องพิมพ์ในปัจจุบันนี้มีให้เลือกมากมาย แต่ละแบบก็ใช้งานแตกต่างเฉพาะทางกันไป ซึ่งต่างจากในสมัยก่อนที่เครื่องพิมพ์มีไว้ใช้แค่เพื่องานพิมพ์เท่านั้น และงานพิมพ์ในปัจจุบันนั้นมีความหลากหลาย ซึ่งงานที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์นั้นก็มีหลายประเภทเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์รายงานหรือจดหมาย การทำอาร์ตเวิร์ก การพิมพ์รูปถ่าย รวมถึง   การพิมพ์ใบเสร็จ เป็นต้น

                              การที่เราจะใช้เครื่องพิมพ์นั้นมันเป็นสิ่งที่จำเป็นที่เราจะต้องรู้ อยากรู้แล้วใช่ไหมคะว่าเราต้องรู้อะไรกันบ้าง วันนี้เราจะยกตัวอย่างให้อ่านกันค่ะ

    สิ่งที่จำเป็นต้องรู้สำหรับเครื่องพิมพ์

• ความเร็วในการพิมพ์ (Speed)

   การที่เราจะสามารถรู้ได้ว่าเครื่องพิมพ์ที่เราอยากจะซื้อนั้นมีความสามารถในการพิมพ์นั้นมีความเร็วหรือช้าเราจะต้องดูจากอัตราความเร็วในการพิมพ์โดยดูจำนวนหน้าต่อนาที เรียกว่า PPM ( page per minute) หรือจำนวนในตัวอักษรในหนึ่งวินาทีนั้นจะเรียกว่า CPS ( characters per second)

ความละเอียดในการพิมพ์ ( Resolutions)

   ความละเอียดในเรื่องของการพิมพ์นั้นจะเป็นการบอกคุณภาพของเครื่องพิมพ์ได้ว่าเครื่องพิมพ์นั้นสามารถพิมพ์งานได้มีความละเอียดมากหรือน้อยเท่าไหร่ โดยที่จะวัดจากจำนวนจุดที่เราพิมพ์ในหนึ่งนิ้ว ซึ่งเรียกว่า DPI ( dots per inches) ที่เราเรียกแบบนี้นั้นเป็นเพราะว่าภาพที่พิมพ์หรือตัวหนังสือนั้นมันมาจากจุดเล็กๆนับหมื่นจุดที่มารวมประกอบกันขึ้นมาเป็นรูปแบบที่เราต้องการจะพิมพ์ เพราะฉะนั้น หากว่าจำนวน DPI นั้นมีมาก นั่นก็หมายความว่าเครื่องพิมพ์อันนั้นมีความสามารถในการพิมพ์งานที่ละเอียดมาก

    เครื่องพิมพ์หรือปริ๊นเตอร์ แบ่งออกเป็น 2 แบบที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน

• เครื่องปริ๊นเลเซอร์ ( Laser Printer)

   เครื่องปริ๊นเลเซอร์เป็นที่ใช้งานอย่างแพร่หลายเลยนะคะ เชื่อว่าคุณก็เป็นหนึ่งในนั้น จริงๆแล้วการทำงานของเครื่องปริ๊นเลเซอร์นั้นคือจะใช้ผงหมึกทำงานร่วมกับแม่เหล็กไฟฟ้า รวมถึงพลังไฟฟ้าสถิตค่ะ โดยที่จะขับเคลื่อนด้วยลูกกลิ้งที่มีพลังของแม่เหล็กอยู่ หน้าที่ของมันคือจะดูดผงหมึกเข้ามาให้ติดกับลูกกลิ้ง แล้วจากนั้นผงหมึกก็จะถูกรีดให้ติดกับลูกกลิ้งที่มีพลังไฟฟ้าสถิตอยู่ ซึ่งคลื่นไฟฟ้าสถิตที่ได้มานั้นมันจะรับมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเองค่ะ แล้วจึงให้ลูกกลิ้งรีดผงหมึกให้ติดกับกระดาษ หลังจากนั้นจึงออกมาเป็นภาพ สังเกตไหมล่ะคะว่าเรื่องปริ๊นเตอร์จะนิยมใช้กันมากในสำนักงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในบริษัททัั่วไป หรือที่ออฟฟิศ ธนาคาร ร้านค้าต่างๆ เป็นต้น เพราะว่าการใช้เครื่องปริ๊นเลเซอร์กันนั้นเป็นเพราะว่าใช้งานง่ายค่ะ แถมสะดวกอีกด้วย เวลาจะใช้ในการพิมพ์ก็ไม่นาน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นที่นิยมกัน

• เครื่องปริ๊นอิงค์เจ็ท ( Ink Printer)

   เครื่องปริ๊นอิงค์เจ็ทนั้นเมื่อก่อนจะสามารถใช้พิมพ์ได้แค่ 4 สี โดยหมึกที่ใช้จะเป็นหมึกเติม แต่ในปัจจุบันนั้นไม่ได้ใช้ 4 สีแบบเมื่อก่อนแล้วค่ะ จะเพิ่มมาจากใช้ 4 สี ก็กลายเป็น 6 สี หรือ 8 สีเลย การที่เพิ่มจำนวนสีเข้ามาเป็นเพราะว่าเพื่อที่จะลดปัญหาในการผสมสี แต่หลักๆจะเป็น 4 สีที่เป็นแม่พิมพ์หลักเหมือนเดิมนะคะ ซึ่งข้อดีของเครื่องปริ๊นอิงค์เจ็ทนั้นคือเวลาพิมพ์ ภาพที่ออกมานั้นจะมีความสวยงามกว่าเครื่องเลเซอร์ค่ะ เพราะเครื่องปริ๊นอิงค์เจ็ทจะให้ภาพที่เป็นธรรมาชาติกว่า มีความเข้ม มีความคมชัดที่สูงกว่า แต่ใช้เวลาพิมพ์มากกว่าเครื่องปริ๊นเลเซอร์ ดังนั้นเครื่องปริ๊นอิงค์เจ็ทจึงไม่ค่อยได้รับความนิยมสักเท่าไหร่นัก เพราะมันค่อนข้างใช้เวลาที่พิมพ์ที่ค่อนข้างนาน อาจจะช้าไม่ทันใจค่ะ

                              เป็นไงบ้างล่ะคะเครื่องพิมพ์หรือเครื่องปริ๊นที่เราบอกเคล็ดลับและยกตัวอย่างกันไปนั้น มีแต่สิ่งที่สำคัญที่เราจะต้องรู้และเก็บไว้เพื่อเป็นความรู้ในการเลือกซื้อเครื่องปริ๊นกันได้เลยค่ะ เครื่องปริ๊นแต่ละชนิดมีการใช้งานแตกต่างกันไป อยู่ที่คุณเลือกแล้วค่ะว่าอยากใช้เครื่องปริ๊นกับงานของคุณแบบไหน คุณเท่านั้นที่ตัดสินใจได้