ช้อปออนไลน์ 9.9 บนเว็บไซต์ต้องมี!

เมื่อเทศกาล ช้อปออนไลน์ 9.9 ใกล้เข้ามา สิ่งสำคํยที่ทำให้การตลาดเติบโตและน่าเชื่อคือการที่ร้านค้ามี เว็บไซต์เป็นของตัวเอง โดยที่เราจะเห็นได้จากบริษัทใหญ่ๆ อาทิ เพาเวอร์บาย ลาซาด้า ช้อปปี้ เนื่องจากว่าเว็บไซต์ เป็นสิ่งที่สังคมยุคใหม่ต่างก็รู้จักกันดี เพราะเป็นสื่อในการนำเสนอข้อมูลหรือเรื่องราวต่างๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเว็บไซต์ก็มีองค์ประกอบหลายอย่าง และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก

ช้อปออนไลน์ 9.9

เว็บไซต์ เป็นชุดหน้าเว็บ หรือเอกสารที่เข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ต เราสามารถเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ได้ โดยใช้เบราว์เซอร์ นอกจากนี้เรายังสามารถเข้าถึงหน้าแรกของเว็บไซต์ได้ง่าย ๆ ด้วยการใส่ข้อความค้นหาในเครื่องมือค้นหา เมื่อมีคนให้ที่อยู่เว็บไซต์ หรือคุณทำการค้นหาในเครื่องมือค้นหา คุณจะถูกส่งไปยังหน้าแรก หรือโฮมเพจของเว็บไซต์ ซึ่งเป็นหน้าแนะนำธุรกิจ และนำเสนอข้อมูล จากหน้าแรกคุณสามารถคลิกลิงก์ เพื่อไปยังส่วนอื่น ๆ ของเว็บไซต์ได้ ไม่ว่าจะเป็น Product, Service, Blog หรือ Contact ดังนั้นเว็บไซต์จึงสามารถประกอบด้วยหน้าเว็บหนึ่งหน้า หรือหลาย ๆ หน้าก็ได้ขึ้นอยู่กับเจ้าของเว็บไซต์ต้องการนำเสนออะไรบ้าง

เว็บไซต์จึงเปรียบเสมือนหนังสือหนึ่งเล่มที่ต้องมีปก หรือหน้าแรกของเว็บไซต์ เพื่ออธิบายธุรกิจของเรา ซึ่งสามารถประกอบไปด้วยข้อมูลประเภทใดก็ได้ ที่ต้องมีข้อความ สี กราฟิก ภาพเคลื่อนไหว และเสียง

ทำไมคนถึงต้องเข้าเว็บไซต์? โดยทั่วไปแล้วคนส่วนใหญ่เข้าชมเว็บไซต์ด้วยเหตุผล 2 ประการด้วยกัน เพื่อหาข้อมูลที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น นักเรียนที่กำลังมองหาข้อมูล หรือรูปภาพ ประกอบรายงานของตน หรือคนค้นหาร้านค้าที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด  เป็นต้น เพื่อซื้อสินค้า หรือบริการ ผู้เข้าชมอาจต้องการซื้อซอฟต์แวร์ที่ขายดี หรือล่าสุด, ดาวน์โหลดโปรแกรมซอฟต์แวร์ และเข้าร่วมการสนทนาออนไลน์เกี่ยวกับงานอดิเรกที่ชื่นชอบ เป็นต้น

ประโยชน์ของเว็บไซต์ การแสดงตนออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

          การมีเว็บไซต์ หมายความว่า ลูกค้าจะสามารถค้นหาคุณได้ทุกที่ทุกเวลา แม้นอกเวลาทำการก็ตาม ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้อย่างสะดวกสบายในบ้านของตนเองโดยไม่มีการกดดัน เพื่อให้ลูกค้าซื้อสินค้า

การแลกเปลี่ยนข้อมูล เว็บไซต์ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้การสื่อสารข้อมูลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายง่าย และรวดเร็วขึ้น คุณสามารถแสดงเวลาเปิดทำการ, ใส่ข้อมูลการติดต่อ, แสดงภาพสถานที่หรือผลิตภัณฑ์ของคุณ เพื่ออำนวยความสะดวกในการสอบถามข้อมูลจากลูกค้า นอกจากนี้ คุณยังสามารถอัปโหลดวิดีโอโปรโมตเพื่อดึงดูดลูกค้า และขายผลิตภัณฑ์ หรือบริการของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่จึงเป็นวิธีที่ดีในการโปรโมตโซเชียลมีเดียของคุณ และสร้างชุมชนกับลูกค้าของคุณอีกด้วย

สร้างความน่าเชื่อถือ ในโลกสมัยใหม่ คนส่วนใหญ่คาดหวังว่าบริษัทต่าง ๆ จะสามารถให้บริการข้อมูลผ่านทางช่องทางออนไลน์ได้ ดังนั้นการมีเว็บไซต์ และที่อยู่อีเมล ก็เหมือนกับการมีหมายเลขโทรศัพท์ หรือที่อยู่ที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ โดยเว็บไซต์เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจให้กับลูกค้าของคุณ ยิ่งไปกว่านั้นการมีเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย และมีคุณภาพจะทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจในการใช้บริการของคุณ

ขยายตลาด เนื่องจากเว็บไซต์ของคุณสามารถเข้าถึงทุกคนทั่วโลกได้ ทำให้ขจัดอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ได้ง่ายกว่าที่เคย เพราะทุกคนจากทุกประเทศจะสามารถค้นหาบริษัทของคุณได้ และสามารถทำการตลาดได้อย่างง่ายด้วย อาทิ แคมเปญ ช้อปออนไลน์ 9.9 11.11 ซึ่งสามารถทำให้เกิดยอดขายที่เพิ่มขึ้น

หัวเว่ยy6p ถูกและดี ลองรึยัง?

เปิดตัวแบบฮอตตามภาษาราคาพาเพลิน กับ หัวเว่ยy6p สมาร์ทโฟนราคาเบาๆเพียง 3,999 บาท แต่อัดสเปคมาแบบล้นกล่อง ขนาดหน้าจอ 6.3 นิ้ว ความละเอียด HD+ 1600×720 พิกเซล ชิปประมวลผล CPU MediaTek 6762R / GPU IMG GE8320 ให้หน่วยความจำมามากถึง RAM 4 GB / ROM 64 GB ในส่วนของกล้องถ่ายภาพ กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีโหมดบิวตี้มาให้ ส่วนกล้องหลังมาด้วยกันทั้งหมด 3 เลนส์ ความละเอียด 13+5+2 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 5000mAh

จากข้างต้น ต้องบอกเลย หัวเว่ยy6p นั้น คือสมาร์ทโฟนแห่งความคุ้มค่าตอบโจทย์รอบด้าน ด้วยหน่วยความจำใหญ่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานถึง 4+64GB พร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ได้แก่ กล้องหลัก 13MP เก็บภาพได้อย่างคมชัด พร้อมกล้อง 2MP ให้ภาพมีระยะความชัดลึกที่ดูเป็นธรรมชาติ และกล้อง 5MP ช่วยให้เก็บภาพมุมกว้างได้อย่างสบาย พร้อมกล้องหน้าความละเอียดระดับ 8MP ถ่ายภาพเซลฟี่ได้ออกมาสวยคมชัดแบบธรรมชาติ

ทั้งยังมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh ที่สามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 3 วันแบบไม่ต้องชาร์จ และโหมดประหยัดพลังงาน Super Saving Mode ที่ถึงแม้แบตเตอรี่เหลือเพียง 15% ก็ยังสามารถใช้งานได้นานถึง 12 ชั่วโมง ทั้งยังตอบโจทย์คอเกมออนไลน์ด้วยชิปประมวลผล Octa-core เล่นเกมได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด เสริมด้วยโซลูชัน HUAWEI SuperSound ให้เสียงที่ดังกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปถึง 1.6 เท่า

ระบบปฎิบัติการ มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android OS 10 ครอบทับด้วย EMUI 10.1 (Huawei Mobile Service) สามารถโหลดแอ๊พจาก HUAWEI AppGallery เข้ามาใช้งานเพิ่มเติมนะครับ ส่วนหน้าตาอินเตอร์เฟสและการตั้งค่าต่างๆยังเหมือน Android 10 ทั่วไป ทั้งนี้ยังมาพร้อมระบบ HUAWEI Mobile Services (HMS) กับ

แอปพลิเคชันที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแอปการศึกษา ความบันเทิง การเงิน สำหรับทำงานไปจนถึงโซเชี่ยลอย่างแอปพลิเคชัน LINE ที่พร้อมใช้งานแล้ววันนี้ และพิเศษสุด สำหรับลูกค้าที่ซื้อสมาร์ทโฟน HUAWEI Y6p 4+64GB และ HUAWEI Y5p สองรุ่นล่าสุดนี้ รับไปเลย VIU Premium สิทธิการรับชมคอนเทนต์ต่างๆ แบบพรีเมียมในแอปพลิเคชัน VIU ผ่าน HUAWEI Member Center

โดยปกติแล้ว สมาร์ทโฟนและสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ของหัวเว่ยทุกรุ่น จะมาพร้อมกับ HUAWEI Mobile Service ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้เชื่อมต่อและใช้งานหลายอุปกรณ์พร้อมกันได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็วผ่านเครือข่าย 5G, ระบบปฏิบัติการ EMUI และการต่อยอดไปถึงบริการ HUAWEI Assistant ทั้งนี้ การเชื่อมต่ออุปกรณ์มีหลากหลายฟีเจอร์ อาทิHUAWEI Share

ซึ่งสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ แบ่งปันข้อมูล แชร์ศักยภาพการทำงานระหว่างอุปกรณ์ ผ่านการแตะอุปกรณ์เข้าด้วยกันเพียงสัมผัสเดียว (One Tap) หมดปัญหาความยุ่งยากของการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และแก้ปัญหาความไม่เสถียรไปโดยปริยาย อย่างไรก็ตาม ต้องขอบอกเลยว่า HUAWEI Y6p สมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นที่ราคาไม่สูงมากนัก จุดเด่นที่ให้มาคือกล้องหลัง 3 เลนส์ที่ถ่ายรูปได้ดีเดินค่าตัวครับ พรอ้มกับหน่วยความจำมากถึง 64 GB สามารถเก็บข้อมูลได้จุใจหรือถ้าไม่พอก็เพิ่ม micro SD ได้มากถึง 512 GB กันเลยทีเดียว

สามารถใช้งานได้ยาวนานกับแบตเตอรี่ 5000mAh หมดกังวลเมื่อนำออกไปใช้งานนอกบ้าน และรุ่นนี้ยังไม่มี GMS ให้นะครับ จึงใช้งานผ่าน Huawei Mobile Service (HMS) แทน สามารถโหลดแอ๊พต่างๆผ่าน HUAWEI AppGallery ตอนนี้ก็เริมมีให้โหลดใช้งานเยอะขึ้นมากแล้ว ช่วงแรกๆอาจจะต้องปรับตัวซักนิดนึง

ไอโฟน11 เทคโนโลยีดี ๆ ที่ผู้ใช้ทั่วไปก็ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เป็นเวลาหลายปีแล้วที่โลกเรารู้จักกับ Smartphone อย่าง iPhone ซึ่งมีออกมาหลายรุ่นหลายแบรนด์ให้ได้เลือกซื้อเลือกใช้กันและประสบความสำเร็จมาแทบทุกรุ่นเลยก็ว่าได้ และ iPhone 11 (ไอโฟน11) ก็ถือว่าเป็นล่าสุดซึ่งเต็มไปด้วยประสิทธิภาพแต่ว่าถูกออกแบบมาให้ง่ายต่อการใช้งานและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไปจนถึงผู้คนที่ชื่นชอบเทคโนโลยีนั่นเอง ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าเทคโนโลยีที่อยู่ใน iPhone 11 มีอะไรที่น่าสนใจกับผู้ใช้ทั่วไปบ้าง

ไอโฟน11

                1. การออกแบบที่บางเบาสวยงาม

                ถ้าจะบอกว่าความประทับใจของหลาย ๆ คนที่มีต่อ Smartphone สักเครื่องหนึ่งนั้นอันดับแรก ๆ เลยน่าจะเป็นดีไซน์ที่สวยงามการพกพาที่สะดวกสบาย โดย iPhone 11 นั้นก็ตอบโจทย์นี้เป็นอย่างมากด้วยการออกแบบที่ทันสมัยในเรื่องของวัสดุที่ทนทานและเทคโนโลยีงานประกอบที่เนี้ยบตามสไตล์ Apple โดยมีสีให้เลือกหลายสีด้วยกันนั่นก็คือ ทั้งสีขาว สีดำ สีแดง สีม่วง สีเหลือง และสีเขียว ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกใช้ได้ตามความชอบเลย โดยไม่ทิ้งเอกลักษณ์ความคลาสิกในการออกแบบเอาไว้

                2. กล้องและเลนส์คุณภาพดี

                กล้องและการถ่ายรูปถือว่าเป็นคุณสมบัติหลักที่ Smartphone สมัยนี้จำเป็นที่จะต้องมีเลยก็ว่าได้ และผู้ผลิตก็ได้พัฒนาเทคโนโลยีในด้านนี้ขึ้นไปเรื่อย ๆ และใน iPhone 11 ก็เช่นกันที่มีดีในเรื่องของกล้องอย่างที่ถูกอกถูกใจคนชอบถ่ายรูปอย่างแน่นอน เพราะว่าให้มาถึง 3 เลนส์ที่ครอบคลุมการใช้งานในด้านต่าง ๆ ดังนี้

                – เลนส์ Wide

                เป็นเลนส์มาตรฐานที่ถ่ายภาพในระดับที่เป็นระยะกลาง ๆ ได้เป็นอย่างดี สามารถเก็บองค์ประกอบรอบ ๆ ได้อย่างครบถ้วนดูมีเรื่องราวและมีมิติ

                – เลนส์ Ultrawide

                จากเลนส์ Wide แบบมาตรฐานที่มีมาให้แล้วก็ยังมีเลนส์ตัวที่ 2 อย่าง Ultrawide มาให้ด้วย ซึ่งความพิเศษของเลนส์ชนิดนี้ก็คือสามารถเก็บภาพจากมุมกว้างได้ถึง 120 องศาเลยทีเดียวซึ่งกว้างกว่าเลนส์ Wide ปกติค่อนข้างมาก ทำให้ได้มุมมองของภาพที่ขยายมากขึ้นกว่าเดิม

                – เลนส์ Zoom

                สามารถ Zoom แบบ Digital ได้ถึง 2X ด้วยกันโดยรองรับทั้งภาพนิ่งและภาพ Video เลยทีเดียว

                นอกจากนี้กล้องหน้าก็มาพร้อมเลนส์ Wide f2.2 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซึ่งเพียงพอต่อการถ่ายเซลฟี่สวย ๆ หรือการไลฟ์สดในระบบสตรีมมิ่ง

                3. CPU ที่ทรงประสิทธิภาพ

                ไม่ว่าใครก็ตามก็คงต้องการเป็นเจ้าของ Smartphone ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วไม่หน่วงหรือติดขัดแน่ ๆ โดย iPhone 11 นั้นมี CPU iPhone 11 ที่เร็วแรงในกลุ่มเรือธงด้วยกัน สามารถใช้งานพื้นฐานทั่วไปทั้งการเข้าอินเตอร์เน็ต เล่น Social Media การใช้งาน Application ต่าง ๆ ได้อย่างไม่ติดขัด ไปจนถึงใครที่ชื่นชอบการเล่นเกมด้วยแล้วก็หายห่วงได้เพราะว่าสามารถเล่นทุกเกมที่มีอยู่ใน Apple Store ตอนนี้อย่างไหลลื่นไม่มีปัญหาเลยนั่นเอง

                4. หน้าจอคมชัด

                มาตรฐานของ Smartphone เรือธงในปัจจุบันนี้นั้นจะมีเรื่องของเทคโนโลยีหน้าจอเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความบันเทิงของผู้คนที่หลากหลายมากขึ้นนั่นเอง โดย iPhone 11 ใช้หน้าจอแบบ Liquid Retina HD ช่วยถ่ายทอดความคมชัดออกมาเพื่อการชมภาพยนตร์ ดูคลิป หรือเล่นเกมอย่างเต็มที่

                นี่คือเทคโนโลยีซึ่งเต็มไปด้วยประสิทธิภาพที่ iPhone 11 (ไอโฟน11) จัดส่งมาให้คุณแบบเต็ม ๆ ซึ่งน่าจะถูกใจกับทุกกลุ่มผู้ใช้งานนะครับ

ไอโฟน เหมาะกับคุณไหม? มาดูข้อสรุปเหล่านี้กัน

ไอโฟน

ถ้าพูดถึง Smartphone ในยุคปัจจุบันนั้นต้องบอกว่ามีหลายแบรนด์หลายรุ่นออกมาให้ผู้ใช้งานได้เลือกซื้อตามความต้องการและตามงบของตัวเอง โดยหนึ่งในตัวเลือกนั้นก็ต้องเป็น iPhone (ไอโฟน) จาก Apple แน่ ๆ อยู่แล้ว เพราะประสิทธิภาพในการใช้งานและภาพลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการเป็นผู้นำของเทคโนโลยี Smartphone แต่ก็ต้องบอกว่ามีอีกหลายคนที่ยังไม่เคยเป็นเจ้าของ iPhone เลย อาจจะด้วยราคาในช่วงแรกที่ค่อนข้างแพงหรือระบบที่เป็นแบบปิดก็ตาม แต่ในตอนนี้ด้วยการเปลี่ยนแปลงในด้านราคาไปจนถึงเทคโนโลยีที่ยืดหยุ่นมากขึ้นก็ทำให้ iPhone กลับมาได้รับความสนใจจากผู้ใช้ในวงกว้างอีกครั้งและหลายคนที่ไม่เคยใช้ก็สนใจอยากจะซื้อมาใช้งาน ซึ่งอาจจะยังมีความลังเลหรืออะไรก็ตามในการใช้ ครั้งนี้เราจะมาบอกว่าคุณเหมาะกับ iPhone ไหม จากปัจจัยเหล่านี้ ไปดูกันเลยครับ

                1. ชอบใช้งานทั่วไปแบบไม่หน่วง

                จุดเด่นของ iPhone อย่างหนึ่งที่หลายคนมักกล่าวถึงก็คือความไหลลื่นในการทำงานทั่ว ๆ ไปซึ่งค่อนข้างที่จะทันใจไม่หน่วงนั่นเอง แต่ข้อดีเหล่านี้อยู่บนการทำงานของ Hardware ที่ไม่ได้มีสเปคที่หวือหวาเท่าไหร่ แต่สิ่งที่กลายเป็นกลไกสำคัญก็คือระบบปฏิบัติการหรือว่า iOS นั่นเอง เพราะว่าสามารถจัดระบบของทรัพยากรของ Hardware ได้อย่างดีจึงทำให้การทำงานของตัวเครื่องในด้านต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างราบรื่นนั่นเอง ซึ่งก็เป็นข้อดีของที่สามารถใช้งานโดยเฉพาะการใช้ Function และ Application แบบพื้นฐานได้อย่างไม่ติดขัด ผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไปจึงสามารถใช้งาน iPhone ได้ในระยะเวลาที่ค่อนข้างนานบางคนใช้ได้หลาย ๆ ปีเลยทีเดียว

                2. ต้องการความปลอดภัยสูง

                ด้วยความที่ iOS เป็นระบบปฏิบัติการแบบปิดทำให้มีจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งในเรื่องของความปลอดภัยขึ้นมาในอีกระดับหนึ่ง เพราะว่าตามปกติแล้วระบบปฏิบัติการโดยทั่วไปของ Apple นั้นจะไม่อ่านไวรัสอยู่แล้ว เมื่อพลาดพลั้งไปกดโดน Link ที่อาจมีไวรัสแอบแฝงแล้วก็จะสามารถผ่านรอดพ้นได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ส่วนในเรื่องการโหลด Application ใน Apple Store นั้นก็ได้มีการคัดกรองมาในเรื่องความปลอดภัยมาในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้จะไม่ต้องระมัดระวังเลยแต่ว่าก็พอที่จะอุ่นใจขึ้นได้จากระบบความปลอดภัยที่ทาง iOS และ Apple จัดมาให้

                3. มีอุปกรณ์ของ Apple ไว้

                แน่นอนว่านอกจาก iPhone แล้ว Apple ยังออกอุปกรณ์ยอดนิยมต่าง ๆ ออกมามากมายไม่ว่าจะเป็น Apple Watch หรือว่า AirPods รุ่น ต่าง ๆ ซึ่งตามมาตรฐานแล้วก็สามารถใช้งานได้กับ Smartphone รุ่นต่าง ๆ ได้อยู่แล้ว แต่ว่าถ้านำอุปกรณ์เหล่านี้มาใช้กับ iPhone แล้วนั้นแน่นอนว่าจะได้ในเรื่องความสะดวกสบายเพราะ iPhone พร้อมจะสนับสนุนในการใช้งานอย่างเช่นใครใช้ Apple Watch ก็จะสามารถดูข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างสมบรณ์แบบทั้งการดูข้อมูลต่าง ๆ ทั้งในเรื่องสุขถาพและความบันเทิงอย่างครบถ้วน หรือถ้าใครใช้ AirPods ก็จะสามารถเชื่อมต่อได้อย่างง่ายดาย แค่เปิดตัวกล่องชาร์จขึ้นมาก็พร้อมใช้งานได้ทันที รวมถึงฟังก์ชั่นต่าง ๆ ก็ใช้ได้อย่างครบถ้วน

                และน คือปัจจัยต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไปควรที่จะมี  iPhone (ไอโฟน) เพื่อเป็น Smartphone ในการใช้งาน ซึ่งถ้าความต้องการของคุณตรงกับสักข้อในนี้ก็ควรพิจารณาแล้วล่ะครับ

เพาเวอร์บาย 9.9 การตลาดที่แนะนำ!

เพาเวอร์บาย 9.9 อาจจะเป้นตัวช่วยที่ทำให้ ภาวะเศรษฐกิจปีนี้ดีขึ้นได้ เรื่องจากดูแล้วหลายอุตสาหกรรมผลประกอบการยัง “ร่วง” แบบไม่ต้องลุ้นว่าไตรมาส 4 จะมีสิทธิฟื้นหรือไม่ ถือเป็นอีกปีธุรกิจที่ต้องเจอ “ยาขม”  และ มักพบว่าหากผลประกอบการ “ไม่ดี” ก็จะโทษอยู่ไม่เรื่อง หลักๆ ต้องโยนไปที่ เศรษฐกิจไม่ดี, การเปลี่ยนแปลงของประชากร, สถานการณ์การเมือง,  ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ,  วัฒนธรรมเปลี่ยน  ที่ยอดฮิตก็ต้อง เทคโนโลยี ดิสรัปชั่น

เพาเวอร์บาย 9.9

ปัญหาที่กระทบธุรกิจ ดูแล้วก็มีสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้  แต่ผู้บริหารและ นักการตลาดที่เก่งจริงต้องบริหารธุรกิจในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ให้ธุรกิจยังไปต่อได้ ปัจจัยสำคัญ คือ การเข้าใจเทรนด์การตลาดที่จะเกิดขึ้น เช่น เพาเวอร์บาย 9.9 เพื่อช่วงชิงโอกาสทางธุรกิจได้ก่อน และ ไม่ต้องมาหาสาเหตุโทษแต่เรื่องเดิม ๆ อีกต่อไป

เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตจาก Online marketing ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มหันมาสนใจต่อตลาดออนไลน์นี้กันมากขึ้น  เพราะถ้าทำแล้วถูกทางก็จะช่วยเพิ่มโอกาสการสร้างชื่อเสียงที่กระจายออกไปกว้างมากขึ้น และ เพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจได้มากกว่าเดิม แต่การจะทำให้เว็บไซต์ไปถึงฝันและ ทำให้มียอดการค้นหาที่ดี จนสามารถเพิ่มยอดการขายให้มากขึ้นนั้น  จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ที่มีความชำนาญด้านการตลาดออนไลน์โดยเฉพาะ ดังนั้น การมองหาผู้รับทําการตลาดออนไลน์จึงถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยทำให้เป้าหมายของคุณประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น ซึ่งการทำตลาดออนไลน์จะมีประสิทธิภาพมาก ถ้าเลือกใช้ช่องทางการโฆษณาและ โปรโมท ได้ถูก เช่น

Social Media ถือว่าเป็นช่องทางที่สามารถทำตลาดออนไลน์ได้ดีที่สุดและ เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากและ มีผู้ใช้งานที่มาจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่ง Social Media ที่ได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน คือ Facebook, Instagram, Twitter, YouTube และ อีกหลากหลายเว็บบอร์ดที่มีชื่อเสียง เช่น Pantip ป็นต้น ซึ่งคำว่า Social Media นั้นหมายถึงสังคมออนไลน์ จึงถือว่าเป็นแหล่งของกลุ่มเป้าหมายจำนวนมากที่มีความหลากหลายสูง การทำโฆษณาผ่านสื่อเหล่านี้

จึงจะช่วยทำให้ธุรกิจของคุณกระจายออกไปให้ผู้คนทั่วประเทศและ ทั่วโลกได้มองเห็นดีที่สุด ถ้าคุณต้องการให้สินค้าหรือบริการของคุณเป็นที่สนใจให้คุณเลือกใช้ Viral Marketing ที่จะช่วยทำให้เกิดการบอกต่อกันเป็นจำนวนมาก แต่วิธีการทำนั้นต้องมีความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต แต่ถ้าคุณต้องการวิธีทำโฆษณาที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและ ช่วยทำให้มีความน่าสนใจจนมีการบอกต่อกันเป็นจำนวนมาก คุณก็สามารถเลือกใช้บริการผู้รับทำการตลาดออนไลน์มาช่วยจัดการเรื่องนี้ให้คุณโดยเฉพาะได้ เพื่อให้ธุรกิจของคุณได้โฆษณาที่ตรงใจทั้งตัวคุณเองและ กลุ่มเป้าหมายมากที่สุด

ในยุคสมัยที่ทุกคนมีสื่อโซเชียลอยู่ในมือ ที่สามารถแชท โพสต์กระทู้ อัดคลิป หรือจะทำอะไรก็ได้ ทำให้ การตลาดแบบ Conversational Marketing หรือการตลาดเชิงสนทนา กลายเป็นอีกสิ่งที่น่าสนใจในปี 2020 ค่ะ หากแบรนด์ไหนรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของลูกค้าว่า “ต้องการอะไร ไม่พอใจอะไร” พร้อมกับให้ความช่วยเหลือทันทีผ่านช่องทางออนไลน์ จากการสำรวจโดย Twilio พบว่า “ผู้บริโภคกว่า 90% ต้องการสื่อสารกับธุรกิจโดยตรง” หมายความว่า ธุรกิจหรือแบรนด์ควรหันมาให้ความสำคัญกับการพูดคุยสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าหรือผู้ซื้อให้มากขึ้น เพราะเพิ่มโอกาสสร้างยอดขายได้มากกว่า

ถ้าจะให้เทียบเคียง Conversational Marketing ก็มีความใกล้เคียงกับการบอกแบบปากต่อปาก (Word of Mouth) เหมือนกันนะคะ ต่างเพียงว่า เป็นการพูดคุยระหว่างธุรกิจกับลูกค้าโดยตรง  และ เพื่อให้การConversational Marketing ปัง ๆ นักการตลาดอาจจะต้อง “Stop selling. Start helping.” ตามคำกล่าวของซิก ซิกลาร์ (Zig Ziglar) นักพูดนักสร้างแรงบันดาลใจอันดับต้น ๆ ของอเมริกามาปรับใช้กับ Digital Marketing ก็เป็นได้ เพราะยิ่งช่วยมากเท่าไหร่ ยิ่งได้ใจลูกค้า

อัพเดทสเปคโทรศัพท์ samsung a10 / a20

samsung a10 และ Samsung Galaxy  A20 ผู้ที่มาแทนรุ่นพี่อย่าง J Series ในฐานะของเครื่องรุ่นเล็กสเปคเริ่มต้น การกลับมาคราวนี้มีการปรับเปลี่ยงให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ทั้งในเรื่องของพอร์ทการเชื่อมต่อ การรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงเรื่องของซอฟท์แวร์ที่ได้มาระดับใกล้เคียงกับรุ่นก่อนในซีรีย์

samsung a10

2 รุ่นนี้เปรียบได้กับพี่น้องที่คลานตามกันมา แทบจะเรียกว่ามาจากบอดี้แบบเดียวกัน ฉะนั้นในเรื่องความบางของตัวเครื่องก็เลยเท่ากันคือบางเพียง 7.9 มม. แต่จุดสังเกตุที่ทำให้แยกออกจากกันได้คือเรื่องของกล้อง และพอร์ทการเชื่อมต่อ ซึ่งสองรุ่นนั้นแตกต่างกันคือ samsung a10 นั้นมากับกล้องเดี่ยว และการเชื่อมต่อเป็น micro USB และ  กาแล็คซี่ เอ 20 มากับกล้องคู่พร้อมไฟแฟลช และพอร์ทการเชื่อมต่อเป็น USB Type-C

การเชื่อมต่อแบบไร้สายนั้นทั้งสองรุ่นรองรับ Wi-Fi 802.11 b/g/n ที่ 2.4GHz   ถ้าคุณใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อการใช้งานพื้นฐาน ดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่เกิน 50 MB บ้างเป็นครั้งคราวเครื่องนี้ก็พอไหว  รวมไปถึงรองรับ Bluetooth 5.0  ทั้งสองรุ่น ซึ่งก็รองรับจับคู่กับ Wearable Device ของ Samsung เอง หรือว่าอุปกรณ์ IOT รุ่นใหม่ก็ไม่มีปัญหา

ขนาด Ram กับแต้มต่อในการใช้งาน การเลือกซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนในระดับเริ่มต้น สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาเป็นเรื่องถัดมาคือ Ram นั่นเอง คือต้องคิดเผื่อล่วงหน้าไว้เลยนะครับว่า เราจะซื้อไปใช้งานเรื่องอะไรบ้าง กาแล็คซี่ เอ 10 นั้นให้ Ram  มา 2GB ส่วนกาแล็คซี่ เอ 20 นั้นให้มา 3GB ถ้าเน้นใช้งานทั่วไป โทรออก รับสาย อ่าน Messenger อ่าน Line ดู Youtube บ้างกาแล็คซี่เอ 10 นั้นถือว่าเอาอยู่ แต่ถ้าเน้นดูเว็บที่เปิดทิ้งไว้หลายๆ หน้า เน้นใช้งานหลายแอปพร้อมๆกันแล้วเปิดสลับไปมา หรือในทุกวันมีการใช้สมาร์ทโฟนทำงานติดพันทำหลายอย่างพร้อมกัน การใช้รุ่นที่ Ram เยอะกว่าแบบ กาแล็คซี่ เอ 20 ดูจะมีแต้มต่อที่ดีกว่าสำหรับการใช้งาน

micro USB หรือว่า USB Type-C เลือกที่เหมาะกับคุณ เพราะเครื่องทั้งสองรุ่นมีการเชื่อมต่อที่แตกต่างกัน เราเลยต้องพิจารณาในการเลือก สำหรับกาแล็คซี่ เอ 10 นั้น จุดยืนของเครื่องรุ่นนี้คือโทรศัพท์ระดับราคาเริ่มต้น ที่มากับจอขนาดใหญ่ในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย ฉะนั้นคือถ้าคุณมีสายชาร์จโทรศัพท์จากเครื่องเก่าที่ยังใช้ได้อยู่ ก็สามารถนำมาเสียบใส่ใช้กันต่อได้เลยทันที แล้วสายก็หายืมหาซื้อได้ง่ายมากเพราะมาตรฐานที่ใช้มากับโทรศัพท์แอยดรอยด์มาหลายปี

แต่สำหรับกาแล็คซี่ เอ 20 นั้นเป็น USB Type-C ซึ่งเป็นพอร์ทรุ่นใหม่ ถ้าคุณมีโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ มีอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่รองรับพอร์ทนี้อยู่แล้ว  และต้องการการจ่ายไฟที่รวดเร็ว ต้องการการโอนถ่ายข้อมูลที่รวดเร็ว รุ่นนี้จะตอบโจทย์มากกว่า รวมถึงลดปัญหาการเสียบเข้าหัวผิดด้านเพราะหัวแบนเหมือนกันทั้งสองด้าน

เน้นใช้งานคุยสายมากกว่า  หรือใช้งานนานตลอดวัน แบตเตอรี่ของสองรุ่นนี้ มีขนาดที่แตกต่างกันคือ กาแล็คซี่ เอ 10 มากับแบตเตอรี่ขนาด 3,400 mAh และ กาแล็คซี่ เอ 20 มากับแบตเตอรี่ ขนาด 4,000 mAh  ซึ่งถ้าเน้นคุย โทรออกรับสายอ่าน Line  ตอบ Messenger รุ่นกาแล็คซี่ เอ 10 ก็เพียงพอสำหรับการใช้งาน  แต่ถ้ายังชอบที่จะต้องดูเว็บไปด้วย กาแล็คซี่ เอ 20 ก็จะอยู่กับคุณได้ตลอดวัน และชาร์จไฟได้ไวกว่า

ระบบรักษาความปลอดภัย ที่ใส่มาให้ตั้งแต่รุ่นเล็ก ถึงแม้ว่ากาแล็คซี่ เอ10 จะไม่ได้มีแสกนลายนิ้วมือ แต่ก็สามารถสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคได้ และ กาแล็คซี่ เอ 20 นั้นก็เช่นกัน แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือมีระบบสแกนลายนิ้วมือที่เพิ่มขึ้นมา

แนะนำ external harddisk type-c 2020

จากยุค Floppy Disk เป็นยุค CD-ROM ไล่จนถึงยุค Flash Drive ที่ปัจจุบันก็ยังนิยมกันอย่างแพร่หลาย แต่อีกหนึ่งรูปแบบของสื่อเก็บข้อมูลที่ปัจจุบันก็ยังคงได้รับความนิยมที่ไม่แพ้กัน คงจะหนีไม่พ้น External Hard disk ( external harddisk type-c ) หรือฮาร์ดดิสก์แบบต่อภายนอก เพราะสามารถใช้ทำอะไรได้หลายต่อหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเก็บข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลภาพ งานต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งใช้เพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในเครื่องเป็นต้น

และยิ่งทุกวันนี้ คอมพิวเตอร์พกพาหลายๆยี่ห้อ ก็ให้พื้นที่เก็บข้อมูลกันมาน้อยเหลือเกิน จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใช้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องหา External Hard disk มาใช้งานกันเพิ่มเติม เพื่อรักษาพื้นที่เก็บข้อมูลบนเครื่องเอาไว้ให้น้อยที่สุด และใช้งานบ่อยที่สุดเพียงเท่านั้น

ดังนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราจะขอแนะนำ external hard disk ปี 2020 กันสักหน่อย จริงๆ อาจจะไม่ได้เป็นแค่เพียง type-c อย่างเดียวก็ได้ แต่ยังรวมไปถึง type ต่างๆ อีกด้วย

external harddisk type-c

เริ่มที่ยี่ห้ออันโด่งดัง กับ WD My Book รุ่นความจุ 8 TB รูปทรงออกหนาสักหน่อยแต่วัสดุแข็งแรง รุ่นนี้เชื่อมต่อการใช้งานด้วย USB 3.0 สามารถรองรับระบบปฏิบัติการ Windows 10, Windows 8 และ Windows 7 รวมไปถึง macOS และระบบเก่าๆบางรุ่นขนาดเครื่อง49 x 139.3 x 170.6 มิลลิเมตร สามารถอ่านเขียนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วประมาณ173 MB/s – 174MB/s สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ทำได้รวดเร็วมาตรฐานการเชื่อมต่อ SATA มีระบบ Backup สำรองข้อมูลอัตโนมัติในระบบปฏิบัติการ Windows

LaCie Rugged Thunderbolt ความจุ 2TB Hard Drives สีส้มจี๊ดจ๊าดสดใสมาแต่ไกล ดีไซน์น่ารัก พร้อมกล่องครอบตัวฮาร์ดดิสก์ และรอบกล่องก็จะมียางหุ้มอีกชั้นทนทานต่อการตกหล่นและยังกันน้ำกันฝุ่น  ขนาดเครื่อง142 x 90 x 26.4 มิลลิเมตรน้ำหนัก 292 กรัม ซึ่งแน่นอนว่ามันสะดวกต่อการพกพา ฮาร์ดดิสก์ส่งข้อมูลผ่านพอร์ต Thunderbolt ซึ่งหากใช้งานกับฮาร์ดดิสก์แบบ SSD จะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพฮาร์ดดิสก์ LaCie Rugged ทำจากอะลูมิเนียมหุ้มยางพอร์ตเชื่อมต่อสาย USB 3.0หรือจาก Thundepderbolt ที่อยู่ที่เครื่อง

SanDisk Extreme Portable SSD 500GB เริ่มกันด้วยดีไซน์ก่อนเลย SSD ตัวนี้ต้องยอมรับเลยว่ามีน้ำหนักที่เบามาก แบบขนาดที่ว่าหล่นจากตึกสูงก็ยังไม่น่าจะพัง อีกทั้งยังมีขนาดเล็ก 8.85*49.55*96.20 มิลลิเมตร สีสันก็มีความสวยงามทันสมัยโดนใจวัยรุ่น ทนทนกันน้ำ กันฝุ่น มาตรฐาน IP55 มาดูในด้านคุณสมบัติกันบ้าง SanDisk Extreme Portable SSD 500GB ความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลที่ 550 MB/s เชื่อมต่อผ่านพอร์ต external harddisk type-c USB 3.1 (Gen 2) และมีหัวแปลง USB Type C to Type A แถมมาให้ด้วย จึงสามารถใช้งานได้ทั้ง MacBook และ PC

ชื่อดูงง แต่ไม่งง! กับ Buffalo Ministation Extreme  เครื่องออกแบบทันสมัยมีช่องสำหรับเก็บสายไม่เกะกะ มีมาตรฐาน IPX3 สำหรับประสิทธิภาพการกันฝนและ IP5X เพื่อป้องกันฝุ่นละออง วัสดุภายนอกทำจากยางจึงป้องกันการกระแทกได้ดี การเชื่อมต่อผ่านเทคโนโลยี near field communication (NFC) ปกป้องข้อมูลด้วยการเข้ารหัสฮาร์ดแวร์

และสุดท้ายกับ สมดุลแห่งการใช้งาน บนสเปคที่ครบครันและการออกแบบดีไซน์ที่หรูหรา ด้วยแบรนด์ที่ถือว่าเป็นแนวหน้าของวงการนี้ นั่นก็คือ “Seagate” (แนะนำ New Backup Plus หรือ Backup Plus Slim ) ด้วยชื่อเสียงที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการเทคโนโลยี กับการรองรับการใช้งานบนระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย ด้วยการใช้งานที่เรียบง่ายกับความพิเศษของช่อง USB 2 พอร์ต ที่คุณสามารถชาร์จอุปกรณ์ของคุณไปได้ในตัวตอนใช้งาน ตอบโจทย์ความคุ้มค่าจริง ๆ

External Harddisk ดังข้ามเวลา!

สำหรับคนทำงานแล้ว ” external harddisk ” ถือเป็นอุปกรณ์เสริมที่คนใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนมักมีเป็นอุปกรณ์เสิรมควบคู่กับกับคอมพิวเตอร์เสมอ เพราะในงานใช้งานไปนานๆ ต่อให้คอมของเราสเปกแรง จัดจ้าน แค่ไหนก็ตาม คงหนีไม่พ้นเรื่องของพื้นที่ความจำที่มีมากขึ้นและเต็ม จนทำให้คอมพิวเตอร์รวมไปถึงโน๊ตบุคของเราทำงานได้ช้าลง และแน่นอนว่า “External Hard disk” คือทางเลือกที่ดีของหลายคน

External Harddisk

กล่าวคือ ปัจจุบันเรามี external harddisk ให้เลือกกันหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายรุ่น หลากหลายความจุ ขึ้นกับความต้องการ แต่ยี่ห้อที่มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกใช้มากที่สุด และมีผู้ใช้มากสุดเป็นอันดับ 1 คงต้องยกให้กับกลุ่ม Western Digital ที่มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลาย ตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างลงตัว และหนึ่งในรุ่นที่น่าจะถือกันมากที่สุด คงจะหนีไม้พ้นซีรีส์ My Passport จากแบรนด์ WD ที่มีแบบและสีให้เลือกหลากหลาย และก็ล้วนเพิ่มฟีเจอร์ด้านซอฟต์แวร์มาให้ใช้งานกันแทบจะทุก ๆ ปี

คือต้องบอกก่อนว่า เป็นอย่างที่รู้กัน ในปัจจุบันนี้ External HDD, External SSD รวมไปถึงแฟลชไดร์ฟขนาดต่างๆ มีให้เราเลือกใช้งานหลากหลายมากขึ้นและราคาก็ไม่สูงเหมือนสมัยก่อน แต่ใครจะสามารถรับรองได้ว่าของเหล่านั้นได้มาตรฐานและปลอดภัยคุ้มกับเงินที่เสียไป

และเราอยากจะขอลองพูดถึงรุ่นดังที่น่าใช้งานอย่าง WD My Passport (Type-C) รุ่นใหม่ล่าสุดของทาง Western Digital เลยจะมารีวิวให้ได้อ่านกันดูคร่าวๆ  เผื่อรีวิวต่อไปนี้จะเป็นข้อมูลสำหรับคนที่กำลังมองหา “External Hard disk” ไว้ใช้งาน ทีนี้ไปดูอุปกรณ์ภายในกันบ้างดีกว่า

  1. My Passport Ultra Portable อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ขนาดความจุ 2TB
  2. หัวแปลงพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB 3.0
  3. สายเคเบิล USB-C ซึ่งทั้ง 2 หัวซึ่งพอร์ตการเชื่อมต่อเป็น USB Type-C
  4. ซอฟต์แวร์ WD Discovery สำหรับ WD Backup และ WD Drive Utilities
  5. คู่มือการติดตั้ง

โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย พกพาสะดวก อย่างที่บอกไปแล้วว่าตัว WD My Passport ULTRA (Type-C) รุ่นใหม่ยังคงมาพร้อมกับการดีไซน์ที่เรียบง่าย กะทัดรัดแต่เน้นเนียบหรู ทำให้เวลาพกพามันเป็นเหมือนเครื่องประดับมากว่าเป็น “External Hard disk”

ตัวเครื่อง WD My Passport ULTRA (Type-C) มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องบางแค่ 12.8 มิลลิเมตร เรียกได้ว่าบางจริงๆ เมื่อเทียบกับ External Hard disk ของค่ายอื่นๆ ที่วางขายอยู่ในท้องตลาด นอกจากนี้นั้น ตัวเครื่อง WD My Passport ULTRA (Type-C) เป็นการผลิตที่มีการผสมผสานระหว่างโลหะและพื้นผิวที่ทันสมัยของ Anodized ไดร์ฟแบบพกพา My Passport ™ Ultra มีให้เลือกใช้งานหลายสีด้วยกัน

อย่างที่บอกไปตอนต้นแล้วว่าสำหรับ WD My Passport ULTRA (Type-C) ที่เรากำลังพูดถึงไฮไลท์ของเครื่องรุ่นนี้คือมันมาพร้อมกับพอร์ตการเชื่อมต่อเป็น USB Type-C รวมไปถึงตัวสายก็เป็นแบบ USB Type-C ทั้ง 2 ด้านเช่นกัน แต่ไม่ต้องห่วงนะถ้าคอมพิวเตอร์ของใครยังเป็นพอร์ตรุ่นเก่าอยู่ในเครื่องเขาก็มีหัวแปลงมาให้เสียบได้ไม่มีปัญหา(รองรับ USB-C, รองรับ USB 3.0)

ด้านล่างทางขวา ก็จะมี Port USB-C สำหรับเชื่อมต่อออกไปที่อุปกรณ์อยู่ นอกจากในกล่องก็ยังมีสาย USB-C เป็น USB-C อยู่ 1 เส้นที่ค่อนข้างหนามาก ๆ ทนทานแน่นอน (สำหรับใครที่ไม่มี USB-C บนเครื่องตัวเองละก็ ทาง WD ก็ถามหัวแปลงจาก USB-C เป็น USB-A มาอีกด้วย) ตัวอะแดปเตอร์ USB 3.0 ที่รวมมาด้วยทำให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานร่วมกับเครื่องรุ่นเก่าได้ วิธีการใช้งานนั้นง่ายมาก ๆ เพียงแค่เราเอาสายเคเบิล USB-C มาเสียบระหว่างเครื่องกับตัว SSD เข้าด้วยกัน แค่นี้เองก็ใช้ได้แล้ว

TV เลือกให้ถูกไลฟ์สไตล์ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง

TV

                ในโลกของความบันเทิงภายในบ้านนั้นถ้าหากไม่มี ทีวี (TV) ก็คงเหมือนขาดบางอย่างไป เพราะว่าเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ที่อยู่คู่บ้านเรามาเป็นเวลานานแล้ว ทุกคนคุ้นเคยและสามารถใช้งานกันได้อย่างง่าย ๆ ซึ่งในปัจจุบันทีวีก็ได้ต่อยอดในเรื่องเทคโนโลยีต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น จนถึงปัจจุบันนี้ที่แต่ละคนก็มีไลฟ์สไตล์ในเรื่องความบันเทิงที่แตกต่างกันออกไป และใช้ทีวีในความต้องการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราจะมาแนะนำการเลือกทีวีให้เหมาะกับคุณกัน ลองมาดูกันเลย

                1. ดูรายการฟรีทีวี

                แน่นอนว่าเป็นพื้นฐานของการดูทีวีที่หลายคนใช้เป็นพื้นฐานมานานแล้วตั้งแต่ยุคแรก ๆ ที่เรารู้จักสิ่งที่เรียกว่าทีวี ซึ่งมีเพียงสถานีโทรทัศน์ที่เป็นฟรีทีวีอยู่ไม่กี่ช่อง จนมาถึงยุคที่มีทีวีดิจิตอลหลากหลายช่องให้ได้เลือกดูกัน ซึ่งทีวีที่เหมาะสมนั้นตั้งแต่ในอดีตก็คงเป็นระดับมาตรฐานแบบ Analog ทั่ว ๆ ไปที่รับสัญญาณจากสถานี้ผ่านทางเสาสัญญาณแบบ VHF และ UHF ซึ่งก็อาจจะมีอุปสรรคบ้างสำหรับผู้ที่อยู่พื้นที่ซึ่งสัญญาณไปได้ไม่ถึงหรือไม่ครอบคลุมโดยเฉพาะในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด แต่ว่าในปัจจุบันนี้ทางเลือกในการรับชมฟรีทีวีก็มีมากขึ้นโดยเฉพาะการชมทีวีดิจิตอลนั้นมีสัญญาณที่ค่อนข้างครอบคลุมและคมชัดในระดับ Full HD ซึ่งบางพื้นที่ใช้แค่เสารหนวดกุ้งก็สามารถรับชมได้ แต่ว่าทีวีก็ต้องได้ติดตั้งตัวรับสัญญาณทีวีดิจิตอลด้วยนั่นเอง ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ทีวีทั่วไปในตอนนี้ควรจะมี รวมไปถึงยังสามารถรับชมผ่าน Application สำหรับการดูทีวีผ่านอินเตอร์เน็ตได้ด้วย โดยให้เลือกซื้อที่เป็นอินเตอร์เน็ตทีวีหรือสมาร์ททีวีนั่นเอง

                2. ดูภาพยนตร์และซีรีย์แบบสตรีมมิ่ง

                เทรนด์ของการชมภาพยนตร์และดูซีรีย์ในยุคนี้นั้นเปลี่ยนจากการดูผ่านแผ่นมาเป็นการดูบนระบบสตรีมมิ่งแทน โดยใครที่ชื่นชอบการดูภาพยนตร์และซีรีย์เหล่านี้นั้นต้องซื้อทีวีที่ค่อนข้างมีหน้าจอที่ใหญ่พอสมควรแนะนำว่าอย่างต่ำต้องประมาณ 32 นิ้ว ส่วนระบบเสียงนั้นต้องค่อนข้างดีแต่ว่าต้องสามารถเชื่อมต่อกับซาวด์บาร์หรือลำโพงแยกอื่น ๆ ได้ด้วย และต้องเป็นสมาร์ททีวีที่สามารถติดตั้ง Application อย่าง Netflix หรือ ผู้ให้บริการภาพยนตร์หรือซีรีย์ที่คุณชอบได้ นอกจากนี้ต้องเลือกสเปคที่ค่อนข้างเร็วแรงพอสมควรเพราะ Application เหล่านี้ค่อนข้างต้องใช้ทรัพยากรจากเครื่องประมาณหนึ่ง และสเปคจอควรไม่ต่ำกว่า Full HD แต่ถ้าจะให้ดีควรเป็น 4K เพื่อรองรับมาตรฐานด้านภาพในอนาคตนั่นเอง

                3. เล่นเกม

                การเล่นเกมนั้นเป็นความบันเทิงอีกรูปแบบที่ได้รับความนิยมมานานแล้วและยังได้รับความนิยมมากขึ้นทุกขณะ และเกมคอนโซลนั้นก็เป็นเหมือนสิ่งที่อยู่คู่กับทีวีมาตลอด โดยเทคโนโลยีของเครื่องเกมและทีวีนั้นได้ตีคู่และส่งเสริมกันมาดังนั้นทีวีที่เหมาะกับการเล่นเกมก็ควรที่จะเป็นแบบที่รองรับการเชื่อมต่อแบบ HDMI ได้ค่อนข้างหลายพอร์ตเผื่อใครที่เครื่องเกมหลายเครื่องหรือเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ รวมถึงเทคโนโลยีของจอควรเป็น 4K เพราะเครื่องเกมในยุคใหม่ ๆ สามารถถ่ายทอดความคมชัดในระดับนี้กันหมดแล้ว

                และนี่คือการเลือก ทีวี (TV) ที่คุณควรจะต้องเลือกให้ดีเพื่อไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละคนหวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้ผู้สนใจนะครับ

9.9 แคมเปญ ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าไหนเข้าบ้านดี

9.9 แคมเปญ

            ใกล้มาถึงช่วงเวลาของการจับจ่ายใช้สอยซึ่งเป็นวาระแห่งชาติกันอีกแล้วนั่นก็คือ 9.9 แคมเปญ นั่นเอง ซึ่งแต่ละที่ก็จะนำสินค้าต่าง ๆ มาลดราคาและมีโปรโมชั่นโดน ๆ ให้ได้เลือกซื้อนำมาใช้กัน ซึ่งสินค้าหมวดหมู่หนึ่งที่ในช่วงเทศกาลแห่งโปรโมชั่นนั้นได้รับความสนใจและได้รับการเลือกซื้ออย่างมากมายนั่นคือเครื่องใช้ไฟฟ้านั่นเอง ดังนั้นลองมาดูดีกว่าว่ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าไหนที่คุณต้องมีอย่างพลาดไม่ได้เลย และมีวิธีการเลือกซื้อเบื้องต้นอย่างไร

                1. TV

                ถ้าจะพูดถึงความบันเทิงภายในบ้านแล้ว เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยเป็นอันดับต้น ๆ ก็คือ TV แน่ ๆ เพราะว่าเป็นความบันเทิงที่สามารถถ่ายทอดได้ทั้งภาพและเสียงซึ่งอยู่คู่พวกเรามานาน และในปัจจุบันก็ได้เพิ่มเรื่องของเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไปอย่าง Smart TV หรือความคมชัดของหน้าจออย่าง 4K หรือ 8K ที่สามารถแสดงคอนเทนท์ต่าง ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม

ซึ่งการเลือกซื้อเพื่อใช้งานนั้นสิ่งที่สำคัญเลยคือดูที่ขนาดของพื้นที่ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและจะนำ TV ไปวาง โดยถ้าหากมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดและแคบก็ควรซื้อขนาดที่เล็กพอดี ๆ ประมาณ 40 นิ้วลงมาเป็นต้น แต่ถ้ามีพื้นที่ก็ให้ซื้อ TV ให้สมดุลกับขนาดห้อง และที่สำคัญควรเลือกซื้อที่เป็น Smart TV หรืออย่างน้อยก็เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ เพราะว่าคอนเทนท์ในปัจจุบันนั้นไม่ได้รวมอยู่ที่สัญญาณการออกอากาศแบบเก่าอีกแล้ว แต่ว่ามีตัวเลือกบนอินเตอร์เน็ตมากขึ้น

                2. ตู้เย็น

                มาดูกันถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวบ้างดีกว่า ซึ่งสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ที่ครอบครัวไหนก็ไม่อยากขาดนั่นก็คือตู้เย็นนั่นเองเพราะสามารถเก็บของสดของแห้งได้อย่างไม่ให้เสียหาย นำมาทำอาหารอร่อย ๆ รับประทานกันในครอบครัวอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งเทคโนโลยีของตู้เย็นในทุก ๆ วันนี้ก็ไปไกลมาก อย่างเช่นมีกล้องภายในตู้เย็นและถ่ายทอดภาพออกมาทางหน้าจอเพื่อที่จะดูว่าในขณะนั้นมีอาหารหรืออะไรอยู่ภายในบ้างโดยที่ไม่ต้องเปิดตู้เย็นให้ไอเย็นได้ออกมา หรือว่าสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ ผ่านหน้าจอที่ติดบนตู้เย็นได้ทันที

                ทั้งนี้ทั้งนั้นตู้เย็นก็เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่ค่อนข้างมาก ดังนั้นควรเลือกที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และระบบ Inverter เป็นหลักเพราะว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาภาระเรื่องค่าใช้จ่ายให้กับผู้ใช้งาน ดังนั้นควรตรวจสอบสเปคให้ดีก่อนซื้อ

                3. เครื่องปรับอากาศ

                เรื่องความเย็นสบายนั้นเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากแม้ขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านก็ตาม ดังนั้นเครื่องปรับอากาศที่มีหน้าที่หลักในการให้ความเย็นนั้นก็ได้รับความนิยมมาอย่างเนิ่นนาน และยิ่งในปัจจุบันปัญหาเรื่องอากาศนั้นก็ได้มีผลกระทบต่อหลาย ๆ คน ดังนั้นก็ควรดูในส่วนของฟังก์ชั่นเกี่ยวกับการปรับสภาพอากาศให้ดีต่อสุขภาพด้วย อย่างเช่นการกรอง PM 2.5 หรือว่าการกำจัดแบคทีเรียภายในอากาศนั่นเอง และควรต้องเลือกเครื่องปรับอากาศให้พอดีกับขนาดของห้องด้วยเพื่อความสมดุลนั่นเอง

                และนี่คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ควรซื้อใน 9.9 แคมเปญ นั่นเอง ต้องบอกว่าช่วงโปรโมชั่นนี้ที่กำลังจะมาถึงนั้นห้ามพลาดเลยทีเดียว เพราะว่ามีทั้งการลดราคา การแจก การแถม ที่ดึงดูด โดยสามารถเข้าไปเลือกดูที่ร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ ที่ร่วมรายการได้อย่างอิสระเลยครับ