วัดค่าฝุ่นเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณ

air monitor

ในปัจจุบันที่มีฝุ่นละออง Pm 2.5 เราก็จะใช้แอปพลิเคชันที่สามารถตรวจเช็คข้อมูลสภาพแวดล้อมในบริเวณนั้นๆ ได้ว่ามีค่า Pm 2.5 สูงมากน้อยเพียงใด ซึ่งตอนนี้ก็ได้มีหลากหลายแอปพลิเคชันมากๆ โดยถือว่าเป็น air monitor ประจำตัวของผู้คนในยุคนี้เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น Plume Air Report แอปพลิเคชันที่สามารถตรวจสอบ และรายงานระดับมลพิษทางอากาศจากทั่วโลกแบบเรียลไทม์ได้ อีกทั้งสามารถพยากรณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้าได้ใน 24 ชั่วโมง หรือแอปพลิเคชัน Air Matters ที่สามารถใช้งานตรวจสอบได้กว่า 50 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว ซึ่งสามารถตรวจสอบแบบเรียลไทม์ได้เช่นเดียวกัน และยังรวมไปถึงแอปพลิเคชัน AirVisual อีกด้วย

ซึ่งแอปพลิเคชัน AirVisual เป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านเรา ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบ iOS และ Android มีการแจ้งข้อมูลได้อย่างละเอียดครบถ้วน ใช้งานง่ายและสะดวก เพียงแค่เลือกประเทศ หรือใส่ข้อมูลที่อยู่ ณ ปัจจุบันของคุณ แอปพลิเคชันก็จะประเมินค่าฝุ่นละอองในพื้นที่ให้ในทันที โดยมีการแจ้งข้อมูลได้อย่างละเอียดครบถ้วน นอกจากนี้ยังสามารถบอกสภาพอากาศ ทิศทาง และความเร็วลมว่าเป็นแบบไหน หรืออย่างไร อีกทั้งยังมีการแนะนำแนวทางปฎิบัติอีกด้วย เช่น ไม่ควรเปิดหน้าต่าง หรือควรสวมหน้ากากอนามัย เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังจัดอันดับความรุนแรงของฝุ่นละอองในหลายพื้นที่ทั่วโลกให้คุณรู้แบบเรียลไทม์อีกด้วย เรียกได้ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนของมุมโลกนี้ ก็สามารถรู้ทันฝุ่นร้ายได้

นอกจากจะมีแอปพลิเคชัน AirVisual แล้ว จริงๆ แล้ว ยังมี AirVisual Pro หรือเครื่องวัดคุณภาพอากาศอัจฉริยะ ซึ่งให้คุณสามารถวัดคุณภาพอากาศภายในบ้านได้อย่างมีคุณภาพ และมีการเปรียบเทียบคุณภาพอากาศของภายในบ้านจากระบบเซ็นเซอร์ของเครื่อง AirVisual Pro กับ คุณภาพอากาศกลางแจ้งจากสถานีตรวจสภาพอากาศที่ใกล้ที่สุด เพื่อให้คุณเตรียมพร้อมได้ทุกที่ทุกเวลา เนื่องจากมีการคำแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพ และการแจ้งเตือนให้คุณได้ป้องกันจากมลพิษได้ทุกที่ ทุกเวลา และยังมีการแสดงกราฟแสดงข้อมูลเก่าบนจอ และในแอป แสดงข้อมูล รายชั่วโมง รายวัน และรายเดือน เพื่อให้คุณได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบและแนวโน้มของคุณภาพอากาศ อีกทั้งเรียนรู้และเข้าใจสภาพแวดล้อม และคุณภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในครอบครัวของคุณ

พร้อมให้คุณเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศได้จากทุกมุมโลก เพียงแค่คุณตั้ง AirVisual Pro ไว้กลางแจ้งและกำหนดค่าเป็นสถานีสาธารณะ (public station) ทุกคนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศจากเครื่องของคุณได้ โดยข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อทุกคน เนื่องจากพกพาง่าย สะดวกสบาย เนื่องจากมีขนาดที่เล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา อีกทั้งมีแบตเตอรี่ที่ทนทานช่วยให้คุณได้อัพเดทคุณภาพอากาศได้ทุกที่ทุกเวลา ให้คุณมั่นใจในสภาพอากาศในทุกวัน และทุกกิจกรรมของคุณ

เพราะคุณไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่าอากาศที่คุณหายใจไปในแต่ละวันนั้นส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ซึ่งหากคุณมีตัวช่วยอย่าง air monitor จาก AirVisual Pro หรือ แอปพลิเคชัน AirVisual อย่างน้อยก็จะช่วยให้คุณทราบถึงว่าวันนั้นๆ คุณต้องงดกิจกรรมกลางแจ้งหรือไม่ หรือต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่ เพื่อเป็นการป้องกันสุขภาพของคุณเนื่องจาก Pm 2.5 มีความเสี่ยงทำให้เกิดโรคปอด หรือโรคภูมิแพ้ได้

“ที่เธอเห็น…แค่ฝุ่นมันเข้าตา” ไม่แค่นะ!!

เครื่องเช็คอากาศ

“ที่เธอเห็นแค่ฝุ่นมันเข้าตา…ฉันไม่ได้ร้องไห้…” แต่อีกนิดจะร้องละนะ เพราะว่าฝุ่นในประเทศไทยเรานั้นยังไม่มีทีท่าว่าจะหายไปไหนเลย เช้ามาคิดว่าหมอก ที่ไหนได้ฝุ่นทั้งนั้น ที่ถึงแม้ว่าจะมีการใส่หน้ากากอนามัยแล้ว ก็ยังวางใจไม่ได้ ถึงขนาดซื้อ เครื่องเช็คอากาศ ไว้ในบ้านก็ยังไว้วางใจไม่ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งมลพิษที่ว่านี้เป็นอันตรายต่อคนที่เป็นภูมิแพ้อย่างแน่นอน ทำให้เกิดอาการแสบคอ หรือหายใจลำบาก และอาจทำให้เกิดมะเร็งได้อีกด้วย วันนี้จึงจะมาแนะนำแอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบสภาพมลพิษ ที่ช่วยแจ้งเตือนพื้นที่ค่าฝุ่นเกิน โดยจะมีแอปพลิเคชันอะไรบ้าง ไปดูกัน

AirVisual (ระบบ iOS และ Android)

เป็นแอปพลิเคชันที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบ iOS และ Android ให้คุณใช้งานง่ายและสะดวก เนื่องจากมีการแจ้งข้อมูลได้อย่างละเอียดครบถ้วน เพียงแค่เลือกประเทศ หรือใส่ข้อมูลที่อยู่ ณ ปัจจุบันของคุณ แอปพลิเคชันจะประเมินค่าฝุ่นละอองในพื้นที่ให้ในทันที นอกจากนี้ยังสามารถบอกสภาพอากาศ ทิศทาง และความเร็วลมว่าเป็นแบบไหน หรืออย่างไร และมีการแนะนำแนวทางปฎิบัติอีกด้วยว่าไม่ควรเปิดหน้าต่าง หรือควรสวมหน้ากากอนามัย อีกทั้งยังมีการจัดอันดับความรุนแรงของฝุ่นละอองในหลายพื้นที่ทั่วโลกให้คุณรู้แบบเรียลไทม์อีกด้วย เรียกได้ว่าคุณจะอยูที่ไหนของมุมโลกนี้ ก็สามารถรู้ทันฝุ่นร้ายได้

Plume Air Report

เป็นอีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบ iOS และ Android สามารถตรวจสอบ และรายงานระดับมลพิษทางอากาศจากทั่วโลกแบบเรียลไทม์ โดยการทำงานหลักของแอปพลิเคชันนี้คือ แสดงผลการคำนวณค่ามลพิษที่ปะปนอยู่ในอากาศของสถานที่ที่คุณอยากรู้ รวมไปถึงข้อมูลเรื่องของอุณหภูมิ แรงลม และ ความชื้นในแต่ละแห่ง จะอัพเดทตลอดทุกชั่วโมง พร้อมกับพยากรณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้าใน 24 ชั่วโมง ซึ่งหากคุณทราบล่วงหน้าแบบนี้แล้ว ก็จะช่วยให้คุณมีเวลาในการเตรียมตัว หรือป้องกันได้ทันเวลาอย่างแน่นอน และนอกจากนี้ยังมีการจัดเก็บสถิติย้อนหลังในช่วง 7 วัน ที่ผ่านมาอีกด้วย

Air Matters

แอปพลิเคชันที่สามารถค้นหาค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ได้แบบรวดเร็วทันใจ ต้องยกให้กับแอปพลิเคชัน Air Matters ที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบ iOS และ Android อีกเช่นเดียวกัน ซึ่งไม่ได้เพียงแค่บอกค่าฝุ่นละอองในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้งานตรวจสอบได้กว่า 50 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว ซึ่งหลักการทำงานของแอปพลิเคชันนี้คือ การดึงข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศจากสถานีตรวจสอบสภาพอากาศที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงมา ให้คุณทราบค่าฝุ่นละอองแบบเรียลไทม์ และที่สำคัญยังมีการระบบแจ้งเตือนแบบทันทีที่คุณเข้าสู่พื้นที่ที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็กจำนวนมาก ซึ่งมีความเสี่ยงสูง อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้

Air4Thai

ตามชื่อแอปพลิเคชันเลยก็คือ เป็นแอปพลิเคชันที่รายงานดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทยโดยเฉพาะ ซึ่งมีการรายงานผลเป็นรายชั่วโมง ซึ่งการรายงานจะถี่หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานีนั้นๆ ได้ทำการอัพเดทบ่อยเพียงใด อีกทั้งยังสามารถดูกราฟข้อมูลย้อนหลังเกี่ยวกับสภาพอากาศได้ถึง 7 วัน ซึ่งเป็นข้อมูลจากสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ แน่นอนว่ามีความน่าเชื่อถือโดยคุณเองอาจไม่จำเป็นต้องใช้ เครื่องเช็คอากาศ จากที่ใดเลย

มาตรฐานเท่านั้น ที่ Epson ตอบโจทย์

เครื่องปริ้น Epson

เครื่องพิมพ์เลเซอร์ หรือ เครื่องปริ้นเลเซอร์ เป็นที่ใช้กันแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากต้องการใช้พิมพ์งานเป็นจำนวนมากเพื่อรองรับธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทห้างร้านต่างๆ ซึ่งเราจะมาทำความเข้าใจถึงข้อดีของการใช้ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ ให้มากขึ้น และยี่ห้อดังๆ ก็อย่าง เครื่องปริ้น Epson Brother Hp Panasonic เป็นต้น

จุดเด่นและประโยชน์ของ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ ที่เห็นได้ชัดคือ หมึกเป็นอนุภาคพลาสติกและเหล็กที่สามารถละลายกับกระดาษด้วยลูกกลิ้งที่มีความร้อนพิเศษที่เราเรียกว่า “หน่วยของฟิวเซอร์” ซึ่งทำให้ตลับหมึก ไม่แห้งนั้นเอง และหากไม่ได้ใช้เป็นระยะเวลานานก็ไม่จำเลย ที่จะต้องเปลี่ยนตลับหมึกชุดใหม่และยังมีคุณภาพการพิมพ์ที่ดีกว่า

โดยเฉพาะตัวอักษรที่พิมพ์อย่างมืออาชีพ จะเห็นได้จากหน่วยงานหรือองค์กรใหญ่ต่างๆ ซึ่งล้วนผ่านการพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์เลเซอร์ทั้งสิ้น

ในเรื่องความสิ้นเปลืองนั้น เครื่องพิมพ์เลเซอร์ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถพิมพ์ได้หลายๆพันแผ่นในตลับหมึกเดียว ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าต่อหนึ่งหน้า

ส่วนราคา เครื่องพิมพ์เลเซอร์ เครื่องปริ้นที่สามารถพิมพ์สีได้โดดเด่นนั้น ปัจจุบันมีราคาที่เหมาะสม และมีขนาดใหญ่กว่า เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท แต่ให้ผลประโยชน์ที่คุ้มค่ามากกว่า และการซ่อมแซม ส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่อยู่ในชุดบำรุงรักษา ซึ่งเป็นมาตรฐานเท่านั้น

นอกจากนี้ วันนี้ทางเราจึงอยากขอแนะนำสักยี่ห้อนึง นั้นก็คือ เครื่องปริ้น Epson : เป็นเครื่องปริ้นคุณภาพดี ปัญหาจุกจิกกวนใจน้อย ทนทาน อายุการใช้งานมาก มีทั้งเครื่องปริ้นธรรมดา และเครื่องปริ้นติดแท็งก์แท้ ซึ่งจะเน้นไปทางด้าน เครื่องปริ้นติดแท็งก์แท้ ซะส่วนมาก

ลักษณะการใช้งาน : มีความสามารถในการปริ้นงานได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ปริ้นงานทั่วไป ภาพถ่าย เอกสาร ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีข้อดีที่ต่างกันออกไป ก่อนจะเลือกซื้อควรศึกษาว่า ฟังก์ชัน แต่ละเครื่องมีไรบ้าง จะได้เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ

รุ่นที่แนะนำเลยคือ Epson L310 เป็นเครื่องปริ้นที่มีความละเอียดภาพสูงมาก เหมาะสำหรับปริ้นรูปภาพสีสันสวยงาม แถมยังติดแท็งก์ ทำให้ต้นทุนต่อแผ่นถูกลงไปมาก เหมาะสำหรับ บุคคลทั่วไป ที่ชอบในการปริ้นภาพสวยๆ รับรองได้เลยว่าภาพที่ปริ้นออกมา มีคมชัดและสวยสุดๆ

แต่ทั้งนี้ เมื่อเราใช้งานแล้วก็ต้องมีวิธีดูแลรักษา เช่นว่า ต้องบอกลาหมึกคุณภาพต่ำ ไม่ว่าจะเป็นหมึกแท้หรือหมึกเทียบเท่า ก็สามารถปริ้นงานออกมาได้มีคุณภาพเหมือนกัน แต่สำหรับคนที่ต้องการประหยัดและเลือกใช้หมึกเทียบเท่า อย่าลืมเลือกใช้ตลับหมึกที่ได้คุณภาพ มีมาตรฐาน เพื่อป้องกันปัญหาตะกอนในน้ำหมึกซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องปริ้นของเราได้

หมั่น Update Driver และ Software เครื่องปริ้นสมัยใหม่มักมีการอัพเดทไดรเวอร์และซอฟท์แวร์อยู่เสมอเพื่อปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ มาให้เราลองใช้งานกันเรื่อย ๆ เพื่อให้การทำงานของเครื่องปริ้นมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นอย่าลืมอัพเดทไดรเวอร์และซอฟท์แวร์อยู่เป็นประจำด้วย

เปลี่ยนหมึกเมื่อมีแต้งเตือน หากเครื่องปริ้นแจ้งเตือนให้เราเปลี่ยนหมึกแต่เราไม่ยอมเปลี่ยน อาจทำให้หัวพิมพ์ร้อนและฝืนทำงานมากไปจนเครื่องพัง ดังนั้นหากมีแจ้งเตือนให้เราเปลี่ยนหมึกควรเปลี่ยนตามที่เครื่องแนะนำจะดีกว่า

หรือว่าเราจะถูก AI แย่งงาน!?

tv lg

                เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในปัจจุบันนั้นช่วยอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ให้เราเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นชีวิตการทำงานหรือว่าชีวิตส่วนตัว อย่างเช่นทุกวันนี้คุณแทบจะไม่ต้องออกจากบ้านคุณก็สามารถมีอาหารสดใหม่มาส่งถึงหน้าบ้านผ่านแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ หรือสามารถรับข่าวสารความเคลื่อนไหวจากทั่วมุมโลกได้บนเตียงนอนของคุณผ่านอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ที่มีอยู่มากมายอย่างเช่น tv lg หรือว่าเพื่อนคู่กายของคุณที่เรียกกันว่า AI ซึ่งคอยช่วยคุณหาข้อมูลต่าง ๆ อย่างกว้างขวางรอบโลกในเชิงลึกถึงข้อมูลที่คุณเองอาจจะไม่สามารถรู้ได้ด้วยตัวเองเลย ซึ่งหากมองในมุมของวิวัฒนาการนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่เทคโนโลยีสามารถช่วยเราได้แบบที่เมื่อ 20 หรือ 10 ปีก่อนเราอาจจะไม่เชื่อว่าจะมาถึงจุดนี้

                แต่ว่าในอีกมุมหนึ่งเทคโนโลยีที่ได้มาทำหน้าที่หลาย ๆ อย่างโดยที่ไม่จำเป็นที่ต้องผ่านการดำเนินงานของมนุษย์อย่างเช่น AI นั้น ก็ถือว่าเป็นดาบสองคมที่อาจจะปิดโอกาสทางด้านอาชีพซึ่งมนุษย์เคยทำอยู่มานานอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก นั่นก็เกิดข้อพิพาทของคนจำนวนมากว่า AI นั้นคือโอกาสที่ดีของมนุษย์ในการต่อยอดอาชีพและการทำงานให้ไปในทางที่ดีขึ้นหรือเป็นการตัดแข้งตัดขากันเอง

                โดยเราจะมาพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับ AI ที่อาจมีผลในเรื่องอาชีพกันว่ามีสายงานไหนบ้างที่จะได้รับผลกระทบบ้างและมากน้อยเพียงใด ซึ่งในขั้นตอนแรกนี้เราอยากให้ท่านได้ไปทำความรู้จักกับ AI กันอย่างจริงจังก่อน

                ปัญญาประดิษฐหรือที่เรียกกันติดปากว่า AI นั้น เป็นสิ่งประดิษฐที่มีส่วนสำคัญในรูปแบบ DATA สิ่งมีความฉลาดมากอาจจะมาในรูปแบบหุ่นยนต์ที่เลียนแบบหน้าตาและโครงสร้างของมนุษย์หรือว่าอาจจะอยู่ในรูปแบบโปรแกรมหรือสื่อที่สามารถตอบโต้ให้ข้อมูลกับมนุษย์ได้ในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติเหมือนกับมนุษย์คุยกันเองมากที่สุด โดยสิ่งสำคัญที่สุดและเป็นไม้เด็ดของเทคโนโลยีชนิดนี้คือไม่ใช่แค่ป้อนข้อมูลเดิม ๆ เข้าไปเพื่อให้ตอบคำถามหรือโต้ตอบกับมนุษย์เท่านั้นแต่ว่าสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้จากการเก็บข้อมูลด้วยตัวเองทั้งเรื่องการใช้ภาษาให้เหมือนและเป็นธรรมชาติราวกับเป็นคนให้ได้มากที่สุด ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับงานที่ต้องคิดคำนวณหรืองานบริการและงานด้านการให้ข้อมูลเป็นอย่างยิ่งดังนั้นจึงมีผู้ประกอบการนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่ากระทบกับหลายอาชีพโดยจะยกตัวอย่างดังต่อไปนี้

                1. อาชีพแรงงานในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์

                AI สามารถรวมกับระบบจักรกลอย่างเช่นแขนกลหุ่นยนต์เพื่อที่จะเชื่อมยึดต่ออุปกรณ์ชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้ตรงสเปคและถูกต้องได้ดังนั้นแรงงานที่อยู่ในสายการผลิตดังกล่าวนั้นจะได้รับผลกระทบเพราะว่า AI และ หุ่นยนต์นั้นสามารถทำงานโดยมีช่วงเวลาพักที่น้อยกว่าคนมากเลยทีเดียว

                2. อาชีพในธุรกิจการเงิน

                อย่างเช่นอาชีพในแวดวงธนาคารเพราะว่าปัจจุบันได้มีแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่สามารถทำงานได้แทนพนักงานอย่างเช่นการโอน การฝาก การถอน เงินในบัญชี รวมถึง AI ยังสามารถบริหารข้อมูลที่อยู่ใน Big Data เพื่อที่จะทำกลยุทธ์ออกมาเป็นรูปธรรมได้ ซึ่งก็ได้ข้อมูลที่ค่อนข้างเที่ยงตรงและสามารถพิสูจน์ถึงที่มาได้

                3. อาชีพ Call Center

                เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ซึ่งกำลังถูก AI เข้ามาทดแทนแบบช้า ๆ เพราะว่า AI มีคุณสมบัติพื้นฐานในการรวบรวมข้อมูลและตอบโต้กับตัวบุคคลอยู่แล้วดังนั้นเทคโนโลยีนี้จึงถูกนำมาใช้เพื่อตอบคำถามและรับแจ้งปัญหาของลูกค้าในด้านการบริการต่าง ๆ โดยบางที่ยังดันเป็นมาสคอตขององค์กรอีกด้วย

                4. อาชีพฝ่ายสนับสนุนด้าน IT

                อาชีพในส่วนนี้จะเป็นการแก้ปัญหาการใช้งานด้าน IT ให้ลูกค้าซึ่งโดยรวมจะเป็นการแก้ปัญหาในการใช้งานขั้นเริ่มต้น โดย AI นั้นสามารถทำหน้าที่ในส่วนนี้ได้โดยจะประมวลผลว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้นั้นคืออะไรและสรุปออกมาเป็นการแก้ปัญหานั่นเอง

                5. อาชีพพนักงานขาย

                แน่นอนว่าในปัจจุบันนั้น AI สามารถเรียนรู้ถึงไลฟ์สไตล์การซื้อสินค้าของเราจากแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ทำให้สามารถรู้ว่าเราเป็นคนที่ชอบสินค้าแนวไหน รุ่นอะไร เป็นพิเศษ อย่างเช่นคนที่ชอบสื่อเอ็นเตอร์เทนเมนต์ แอปพลิเคชั่นก็อาจจะขึ้นแนะนำ tv lg รุ่นใหม่พร้อมสเปคที่น่าสนใจมาให้ ทำให้พนักงานขายนั้นโดนแย่งหน้าที่ตรงส่วนนี้ไป

                แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่ใช่ทางตันของสายอาชีพเหล่านี้เพราะไม่ว่า AI จะพัฒนาไปไกลแค่ไหน แต่ยังไงมนุษย์ก็ยังคงเชื่อใจมนุษย์ด้วยกันอยู่ดี ดังนั้นพัฒนาศักยภาพในตัวเองเรื่อย ๆ ไม่อยู่กับที่และซื่อสัตย์กับอาชีพตนเอง รับรองว่าไม่ตกงานง่าย ๆ แน่นอน

ตื่นตัวก่อนใคร เลือกหูฟังให้ตรงใจที่สุด!

หูฟัง bluetooth jbl

สมาร์ทโฟนหลายตัวในปัจจุบัน โดยเฉพาะรุ่นที่โฆษณาเรื่องคุณภาพเสียงนั้นจะมีชิป DAC แยกที่ให้เสียงดีกว่าวงจร DAC ทั่วไป (ตัวแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นอนาล็อกสำหรับส่งต่อไปที่หูฟัง) ซึ่งเจ้าชิปตัวนี้จะทำงานเมื่อเสียบสายหูฟังเข้ากับเครื่องเท่านั้น ถ้าฟังเพลงไร้สายผ่าน Bluetooth เสียงจะถูกส่งแบบดิจิตอลไปแปลงเป็นอนาล็อกที่ตัวหูฟังหรือลำโพง ซึ่งก็ถือว่าเสียของสำหรับคนที่ใช้สมาร์ทโฟนเสียงดีๆ นะครับ (แต่ถ้าใครเชื่อมั่นว่าหูฟังหรือลำโพงของเรามีความสามารถแปลงสัญญาณที่ดี ก็ไม่มีปัญหาอะไร) อย่าง “หูฟัง bluetooth jbl

นอกจากนี้ Smart Phone ส่วนใหญ่ในปัจจุบันก็จะมีซอฟต์แวร์พิเศษเพื่อช่วยประมวลผลเสียงให้ออกมาดีขึ้น อย่าง “หูฟัง bluetooth jbl”  หรือ Sony จะมี DSEE HX และ ClearAudio+ หรือ Oppo มี Real Sound HD หรือ Huawei มี Histen หรือ Asus มี DTS Headphone ซึ่งปกติซอฟต์แวร์ปรับแต่งเสียงเหล่านี้จะไม่ทำงานเมื่อฟังเพลงไร้สายครับ ถ้าใครลองแล้วชอบระบบปรับแต่งเสียงของมือถือตัวเอง ก็ต้องฟังผ่านสาย

เรื่องของ Latency ความหน่วงเสียงก็เป็นอีกเรื่องใหญ่

เรื่อง Latency หรือความหน่วงเสียงก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนที่ใช้หูฟังเพื่อการดูหนังหรือเล่นเกมนะครับ แน่นอนว่าการฟังเสียงผ่านระบบ Bluetooth นั้นจะมีความหน่วงเสียงมากกว่าการต่อสายอยู่แล้ว เพราะกว่าเสียงจะออกมาได้ต้องผ่านกระบวนการดังนี้

เกิดสัญญาณเสียง -> ใช้เวลาแปลงเป็นรหัสเสียงเช่น SBC -> ส่งไร้สาย -> ฝั่งรับก็ต้องใช้เวลาถอดรหัสเสียง -> ได้เสียงออกมาฟัง

ในขณะที่การฟังเสียงผ่านสายมี Latency ไม่ถึง 10 ms (1 millisecond = 1/1000 วินาที) แต่การฟังเพลงผ่าน Bluetooth ด้วย SBC Codec อาจจะมีความหน่วงเสียงถึง 200 ms คือถ้ายิงปืนในเกม เสียงปืนในหูฟังจะหน่วงจากเหตุการณ์ในเกมไป 0.2 วินาที ทำให้เกิดความรำคาญในการใช้งานได้เพราะเสียงมันไม่ตรงภาพไง

แล้วเรามีทางแก้ให้การส่งเสียงผ่าน Bluetooth ทำได้รวดเร็วขึ้นไหม มีครับ ก็ต้องใช้ codec ตัวพิเศษอย่าง aptX LL (Low Latency) ที่ออกแบบให้ทำงานเร็วมาก ก็จะเหลือความหน่วงเสียงประมาณ 30 ms เท่านั้นเอง แต่ก็ต้องอยู่ในเงื่อนไขเดิมคืออุปกรณ์ทั้งตัวส่งและตัวรับต้องรองรับ aptX LL ด้วย

เช่น การเลือกหูฟังที่ใช้งานได้เหมาะสมกับกิจกรรม จึงนับได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องคำนึงถึงด้วยเช่นกัน ซึ่งหูฟังออกกำลังกาย ก็จะมีความเเตกต่างจาก หูฟังโดยทั่วไป ดังนี้ หูฟังออกกำลังกายนั่นสามารถทนต่อเหงื่อหรือความชื้นได้มากกว่าหูฟังโดยทั่วไป บางรุ่นสามารถใส่ว่ายน้ำได้เลยด้วย

หูฟังออกกำลังกายนั้นได้ออกเเบบลักษณะรูปทรงของตัวบอดี้มาให้สวมใส่ได้เเน่นกระชับมากกว่าหูฟังโดยทั่วไป โดยออกเเบบตัวจุกยางให้เป็นลักษณะเกี่ยวหูหรือออกเเบบตัวก้านให้คล้องเกี่ยวกับใบหู หูฟังออกกำลังกายออกเเบบมาให้มีน้ำหนักเบา ทำให้การใช้งานมีคล่องตัวในทุกการเคลื่อนไหว

แต่ทั้งนี้ การฟัง หูฟัง jbl หรือยี่ห้อใดๆ ก็ตามแต่ ยังมีข้อเสียอย่าง หลายๆครั้งที่เราเปิดบลูทูธแล้วแต่กลับหาอุปกรณ์ที่เราต้องการเชื่อมไม่เจออาจจะเป็นเพราะส่วนนี้ ปกติแล้วเมื่อเราเปิดบลูทูธแต่ไม่ได้เปิด Visibility (หรือ Discoverable) สมาร์ทโฟนของเราจะมองเห็นแต่อุปกรณ์บลูทูธที่เคยเชื่อมต่อแล้วเท่านั้น ดังนั้นอุปกรณ์บลูทูธที่จะเชื่อมใหม่ครั้งแรกจึงไม่ขึ้นในโทรศัพท์มือถือของเรา ทำให้เราเข้าใจผิดว่าหาไม่เจอ หรืออุปกรณ์มีปัญหาได้ ซึ่งก็ทำให้น่าเบื่อเช่นกัน

เทคโนโลยีของหูฟังในวันนี้ที่คุณต้องรู้

airpods

            ในวันนี้หูฟังเปรียบเสมือนอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายเลยทีเดียวเพราะว่ามีบางคนเวลารู้ตัวเองว่าลืมเอาหูฟังติดตัวมาก็จะเกิดอาการเครียดกินไม่ได้นอนไม่หลับขึ้นมาทันที เพราะว่าสื่อต่าง ๆ ได้ถูกออกแบบมาให้สื่อสารในรูปแบบส่วนบุคคลมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ก็มาอยู่ในอุปกรณ์พกพาส่วนบุคคลอย่างเช่นสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตซึ่งหูฟังก็คืออุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลย เป็นโอกาสที่ผู้ผลิตหลายแบรนด์หลายเจ้านั้นได้พัฒนาหูฟังรุ่นต่าง ๆ มาให้พวกเราได้ใช้กันซึ่งมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป โดยที่ฮิตติดเทรนด์อยู่ตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้น airpods หูฟัง True Wireless จาก Apple นั่นเอง แต่ก็ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน

                ในเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีนั้นหูฟังในปัจจุบันก็ได้โฟกัสเป็นอย่างมากเพราะว่าได้เห็นถึงความสำคัญของการใช้งานที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน ซึ่งเทคโนโลยีที่แตกต่างกันย่อมเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ที่แตกต่างกันด้วย เช่นวัยรุ่น นักกีฬา หรือ นักธุรกิจ อาจอยากได้หูฟังที่ฟังก์ชั่นปลีกย่อยค่อนข้างไม่เหมือนกันวัสดุไม่เหมือนกันนั่นเอง

                ดังนั้นเราจะมาบอกถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่บรรดาหูฟังในปัจจุบันนั้นนิยมใช้กันว่ามีอะไรบ้างและเทคโนโลยีเหล่านั้นสามารถตอบความต้องการของผู้ใช้อย่างคุณได้มากน้อยขนาดไหนครับ

                1. Wireless

                เทคโนโลยี Wireless หรือการทำให้อุปกรณ์สามารถใช้งานได้โดยที่ไม่ต้องมีสายเชื่อมต่อนั้นถือว่ามีส่วนสำคัญกับวงการหูฟังโลกเป็นอย่างมาก เนื่องจากทำให้การสวมใส่และพกพาหูฟังนั้นเป็นไปได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้นโดยที่ในระยะเวลาหลายปีนั้นก็ได้มีการพัฒนาให้ยังคงคุณภาพของเสียงไว้อย่างครบถ้วนเหมือนกับแบบมีสาย ทั้งนี้หูฟังแบบ Wireless นั้นก็ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

                – หูฟัง Wireless

                ถูกแบ่งออกเป็น 3 แบบย่อยไปอีกนั้นก็คือ แบบมีสายคล้องคอ แบบ On-Ear และแบบ Over-Ear โดยแบบคล้องคอการสวมใส่จะเป็นเป็นได้ทั้งแบบ In-Ear และ Ear-Bud แต่ว่าจะไม่มีสายเชื่อมระหว่างตัวเครื่องมายังหูฟังเพราะว่าใช้ระบบ Bluetooth ในการเชื่อมต่อ ทั้งนี้จะมีสายคอยเชื่อมระหว่างหูฟังทั้งสองข้างอยู่ ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับผู้เริ่มต้นมากเพราะสะดวกสบายในการพกติดตัว สายที่ยึดติดกันนั้นเป็นสายคล้องคอหรือบางรุ่นก็จะมีสายสำหรับคล้องคอมาให้ต่างหากด้วย ส่วน On-Ear และแบบ Over-Ear ก็จะเหมือนกับแบบปกติแต่จะไม่มีสายเชื่อมกับตัวเครื่องนั่นเอง

                – หูฟัง True Wireless

                เป็นหูฟังที่มักจะมาในรูปแบบ In-Ear แต่ก็จะมีบางรุ่นที่ออกมาเป็นแบบ Ear-Bud อย่างเช่น airpods จาก Apple โดยที่หูฟังทั้งซ้ายและขวานั้นไม่มีสายที่เชื่อมต่อกันเลย ทำให้มีความคล่องตัวในการใช้งานมากขึ้นไปอีก แต่ว่าต้องแลกกับการเสี่ยงต่อการสูญหายด้วย

                2. ระบบตัดเสียงรบกวน

                หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Noise Cancelling ซึ่งสามารถที่จะทำให้เสียงที่อยู่ภายนอกรอบตัวเรานั้นไม่เข้ามารบกวนเสียงเพลงหรือสิ่งที่เรากำลังรับฟังอยู่ โดยหลัก ๆ จะมีการทำงาน 2 ระบบนั่นก็คือ

                – Passive Noise Isolation จะช่วยตัดเสียงรบกวนโดยที่ไม่ได้ใช้พลังงานไฟฟ้าแต่ว่าจะตัดเสียงผ่านวัสดุหรือตัวกลางอย่างเช่น ฟองน้ำ ยาง หรือ ซิลิโคน เป็นต้น ซึ่งก็สามารถกันเสียงรบกวนได้ในระดับหนึ่ง

                – Active Noise Cancelling เป็นการตัดเสียงรบกวนโดยใช้ไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งสามารถตัดเสียงรบกวนได้มากขึ้นโดยหลักการทำงานคือจะรับเสียงจากภายนอกและทำการวิเคราะห์ว่าเสียงใดคือเสียงที่เป็นการรบกวน โดยเมื่อจับได้แล้วก็จะยิ่งคลื่นจากไมโครโฟนออกไปเพื่อทำการสกัดกั้นนั่นเอง

                3. มาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น

                ถือว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของหูฟังในยุคปัจจุบันเลยก็ว่าได้โดยมาตรฐานการกันน้ำและฝุ่นนั้นควรเริ่มที่ IP54 ที่สามารถป้องกันละอองน้ำได้บ้างและป้องกันฝุ่นได้นิดหน่อย ไปจนถึงระดับล่าสุดอย่าง IP69K ที่ป้องกันน้ำจากแรงดันสูงและร้อนถึง 80 °C ได้และสามารถป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์แบบ

                และนี่คือเรื่องราวของเทคโนโลยีที่อยู่ในหูฟังในยุคปัจจุบันนั่นเอง หวังว่าจะถูกใจทุกท่านที่สนใจนะครับ

การกลับมาของ “หุ่นสังหาร” ที่ทำให้คนทั่วโลกหวาดหวา

โดรนราคาถูก

โดรนเคยเป็น “หุ่นสังหาร” ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นหุ่นยนต์ชนิดหนึ่งที่ใช้ในทางทหาร มีหน้าที่คอยสอดส่องพื้นที่ของศัตรู โดยมีการติดกล้องที่มีความละเอียดสูงในสมัยนั้น และอาจมีการติดอาวุธไปด้วยเพื่อพร้อมที่จะระเบิดในทันที โดยไม่ต้องมีทหาร หรือมนุษย์เข้าไปเสี่ยงชีวิตในแดนข้าศึก แต่ใช้วิธีการบังคับจากระยะไกลแทน ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาก และในปัจจุบันก็ได้เปลี่ยนจากหุ่นสังหารมาใช้นำมาใช้ในวงการบันเทิง อีกทั้งยังมี โดรนราคาถูก เพื่อให้บุคคลทั่วไปใด้ใช้ในการถ่ายภาพในมุมมองที่แปลกใหม่ จนใครต่างคิดว่าคงสลัดคราบนักฆ่าออกไปได้แล้ว

จนกระทั่งได้มีข่าวการลอบสังหารนายทหารระดับสูงของอิหร่าน “พลตรี คัสเซม โซไลมานี” ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม โดยการใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนบุกเข้าโจมตีบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก ซึ่งมีนาย “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา เป็นคนสั่งการ โดยใช้โดรนสังหารที่มีชื่อว่า “เอ็มคิว-9 รีปเปอร์” (MQ-9 Reaper) ซึ่งหลายคนคงอยากจะรู้จักเจ้าโดรนสังหารตัวนี้อย่างแน่นอน โดยมีฉายาว่าเป็นโดรนที่น่าเกรงขามที่สุดในโลกอีกด้วย

ทางกองทัพอากาศสหรัฐ ได้ระบุไว้ว่า “เอ็มคิว-9 รีปเปอร์” (MQ-9 Reaper) เป็นอากาศยานควบคุมระยะไกลแบบติดอาวุธครบ เหมาะกับภารกิจหลากหลาย บินในความสูงระดับปานกลาง ความสูงขณะปฏิบัติการอยู่ที่ราว 7,500 เมตร แต่จริง ๆ สามารถบินได้สูงถึง 15,000 เมตร และมีอายุการใช้งานยาวนาน สามารถบินได้ไกลราว 1,931 กิโลเมตร และทำความเร็วสูงสุดถึง 480 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่นักบินเพียงแค่นั่งบังคับจากฐานทัพที่อยู่ไกลออกไปหลายพันกิโลเมตร โดยหน้าที่หลักของรีปเปอร์คือ สังหารเป้าหมายแบบสายฟ้าแลบ ส่วนหน้าที่รองคือ เก็บข้อมูลข่าวกรอง อีกทั้งยังมีความสามารถในการโจมตี และสอดส่องเป้าหมายระดับสูง หาตัวจับยาก และมีเวลาจำกัด

ถึงแม้ว่าเจ้า “เอ็มคิว-9 รีปเปอร์” (MQ-9 Reaper) จะมีขนาดใหญ่อยู่พอสมควร แต่การทำงานนั้นเงียบมาก เป็นการเคลื่อนที่ชนิดที่เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเสียง กว่าเป้าหมายจะรู้ตัวก็อาจจะสายไปเสียแล้ว เนื่องจากโดรนชนิดนี้ใช้เครื่องยนต์แบบใบพัดตัวเดียว ทำให้ยากต่อการมองเห็นและฟังเสียงเมื่ออยู่ในสมรภูมิ แม้บินอยู่เหนือเป้าหมาย 250-300 เมตร ก็ยังแทบจะไม่ได้ยินเสียงเลย จึงทำให้เป็นโดรนที่เหมาะกับภารกิจลอบโจมตีอย่างมาก และการลอบสังหารในครั้งนี้ก็อาจส่งภาพจากมุมสูงไปให้ทางสหรัฐเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ และโจมตีในทันที โดรนราคาถูก

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า โดรนที่ใช้ในการถ่ายภาพเป็นโดรน ราคาถูก แต่ถ้าเทียบกับเจ้าโดรน “เอ็มคิว-9 รีปเปอร์” (MQ-9 Reaper) คงจะไม่ใช่ เพราะปัจจุบันมีราคาลำละประมาณ 16 ล้านดอลลาร์ หรือราว 482 ล้านบาท แต่ถ้าเทียบกับความสามารถของมันแล้วก็ถือว่าคุ้มค่าเกินราคา อีกทั้งความสามารถด้านข่าวกรองและการโจมตีทางอากาศ อีกทั้งติดตั้งระเบิดและขีปนาวุธหลายประเภท ได้แก่ ขีปนาวุธเฮลล์ไฟร์ AGM-114, ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ GBU-12 Paveway III และระเบิดเพื่อใช้โจมตีร่วม (JDAM) GB-38

แต่ไม่ว่าเจ้าโดรนสังหารจะมีความคุ้มค่าราคาสักเพียงใด ก็คงไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้อย่างแน่นอน เพราะการสูญเสียอดีตผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ผู้ทรงอิทธิพลของอิหร่าน “นายพลกาเซ็ม โซไลมานี” ทำให้ชาวโลกทุกคนหวาดผวาว่าจะเป็นชนวนทำให้เกิด WW3 หรือไม่ นั่นเป็นเรื่องที่เราต้องเฝ้าติดตามสถาณการณ์กันอีกต่อไป

ความทรงจำของคุณกับ PlayStation รุ่นต่าง ๆ

PS4 ราคา

            PlayStation ถือว่าเป็นเครื่องเล่นเกมที่ประสบความสำเร็จในด้านความนิยมและเป็นจุดเริ่มต้นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์เกมเลยก็ว่าได้ โดยหลังจากที่ Sony ปล่อย PlayStation รุ่นแรกหรือที่เราเรียกกันว่า PS1 วางจำหน่ายในปี 1994 ก็ได้สร้างความประทับใจให้ Gamer ทั่วโลก จนมาถึงปัจจุบันนี้ PlayStation ก็ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนเป็นรุ่น PS4 ราคา ถูกลงอย่างต่อเนื่องซึ่งก็ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง

                ตลอดเวลา 25 ปีที่ตำนานของ PlayStation ได้เกิดขึ้นก็ได้สร้างความสนุกสนานให้กับ Gamer และเด็ก ๆ ทั่วทุกมุมโลกรวมถึงในประเทศไทยก็เช่นเดียวกันที่หลายคนอาจจะมีความประทับใจและเรื่องราวสนุกสนานต่าง ๆ กับเครื่องเล่นเกมของ Sony ในรุ่นตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการเล่น การแก้ไขเครื่องเฉพาะหน้าเมื่อมีปัญหา หรือว่าเกมในตำนานต่าง ๆ ที่เมื่อเราพูดถึงก็ทำให้เรานึกถึงสิ่งแวดล้อมในช่วงเวลานั้นได้

                เรามาย้อนความทรงจำเกี่ยวกับ PlayStation กันดีกว่าว่าในแต่ละรุ่นนั้นมีอะไรที่ประทับใจและถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่พูดถึงจะต้องอมยิ้มบ้าง

                1. PlayStation

                นี่ถือว่าเป็นเจเนอเรชั่นแรกเลยสำหรับเครื่องเล่นเกมยอดนิยมจาก Sony ในตระกูลนี้ โดยการเข้ามาในประเทศไทยนั้นอยู่ในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2538 ซึ่งในช่วงนั้นเครื่องเกมที่ครองตลาดอยู่ก็ต้องเป็น Super Famicom หรือ SFC นั่นเอง โดยในยุคนั้นสื่อที่ใช้บรรจุ Software เกมของเครื่อง Console อย่าง Super Famicom ก็จะเป็นในรูปแบบตลับ หรือมีการดัดแปลงให้อยู่ในรูปแบบ Floppy disk ซึ่งผิดลิขสิทธิ์ แต่ว่าการเข้ามาของ PlayStation ซึ่งมีกราฟิกสวยงามในรูปแบบ 3D นั้นใช้สื่อที่บรรจุเกมในแบบแผ่น CD ซึ่งสร้างความแปลกใหม่ตื่นตาตื่นใจให้เด็ก ๆ ในสมัยนั้น

                เมื่อระยะเวลาผ่านไป เครื่อง PlayStation ก็ได้รับความนิยมมากเรื่อย ๆ จากกราฟิกที่สวยงามและเกมดี ๆ ที่ออกกันมาอย่างมากมาย แต่ภาพจำหนึ่งของเครื่อง PlayStation ที่เรามักจะเห็นได้ตามร้านเกมหรือที่บ้านเราหรือบ้านเพื่อนที่มีเครื่องอยู่ก็คือการคว่ำเครื่องหงายท้องเมื่อเวลาโหลดเกมแล้วขึ้นหน้า Sony ขาว นั่นเอง ซึ่งเปอร์เซ็นต์ในการเข้าเกมสำเร็จหลังจากทำวิธีดังกล่าวนั้นก็มีสูงสะด้วย

                2. PlayStation 2

                หลังจากประสบความสำเร็จกับ PlayStation รุ่นแรกอย่างมหาศาล Sony จึงไม่รอช้าเข็น PlayStation 2 เครื่องเล่นเกม Console รุ่นต่อไปออกมาในปี 2000 หรือ พ.ศ. 2543 ในประเทศไทย และก็ได้รับความนิยมไม่พ้นรุ่นแรกเลยทีเดียว จนต้องมีการออกมาอีก 1 โมเดลนั่นก็คือ PlayStation 2 Slim ที่มีความบางเบากว่ารุ่นแรก

                ในยุคของ PlayStation 2 นั้นมีเกมที่ดัง ๆ อยู่ในความทรงจำของผู้เล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Resident Evil 4 เกมสู้ซอมบี้ในภาคที่ 4 ที่ต่อจากภาค 1-3 ในยุค PlayStation 1 ซึ่งถือว่าเป็นภาคที่โด่งดังและเป็นภาพจำให้กับเครื่องเกมดังกล่าว ไปจนถึง Winning Eleven เกมฟุตบอลชื่อดังที่มีมาตั้งแต่ยุค PlayStation 1 เช่นกัน แต่ว่า Winning Eleven  5 ในเครื่องรุ่นดังกล่าวได้ยกระดับกราฟิกและเกมเพลย์ไปอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งสร้างความคึกคักให้คอเกมสายฟุตบอลเป็นอย่างมากจนเป็นที่มาของวลีว่า “วินนิ่งไหมล่ะ” นั่นเอง

                3. PlayStation 3

                มาในยุคที่ 3 ของ เครื่องเล่นเกมนี้ซึ่งในบ้านเราก็ยังคงได้รับการต้อนรับที่ดีอยู่ โดย PlayStation 3 นั้นวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2006 หรือ พ.ศ. 2549 ในบ้านเรา โดยทั้งช่วงของการขายมีออกมาทั้งสิ้น 3 โมเดลด้วยกันนั่นคือ  รุ่นแรก รุ่น Slim และ รุ่น Super Slim

                โดยเรื่องราวที่ขึ้นชื่อของ PlayStation 3 นอกจากเกม Exclusive ของ Sony ที่มีอย่างมากมายและทำได้ดีแล้วก็ยังเป็นรุ่นที่ Hardware มีปัญหามากด้วยอย่างเช่นปัญหาไฟเหลืองหรือ Yellow Light Of Dead ที่เมื่อขึ้นแล้ว PlayStation 3 จะไม่สามารถใช้งานได้ในบางล็อตการผลิต ซึ่งปัจจุบัน Sony ก็ไม่ได้ออกมาแถลงถึงสาเหตุอย่างเป็นทางการ

                4. PlayStation 4

                มาถึงยุคปัจจุบันกับ PlayStation 4 หรือ PS4 ราคา ที่ไม่แพงแล้วซึ่ง Gamer ซึ่งติดตามมาตั้งแต่รุ่นแรกคงมีเป็นเจ้าของแน่ ๆ และยังคงมีเกมสนุก ๆ ให้เล่นอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากวางขายในปี 2013 หรือ พ.ศ. 2556 ในบ้านเรา ก็ทำให้การเล่นเกมแบบอนไลน์เพร่หลายมากขึ้นเนื่องจากเครื่องมีคุณสมบัติและสเปคที่นิ่งกว่ารุ่นก่อน ตอนนี้ก็มีตามออกมาอีก 2 โมเดลคือ PlayStation 4 Slim ที่บางกว่าเก่าและ PlayStation 4 Pro ที่มีสเปคแรงขึ้น

                และนี่คือการทวนความทรงจำและเรื่องราวหน้ารู้ของ PlayStation รุ่นต่าง ๆ นะครับ

รู้ไว้ใช่ว่าไม่จำเป็น เก็บความจำได้มากมาย

flash drive

การเก็บข้อมูลต่างๆ ในยุคนี้ต้องบอกว่าสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากกว่าก่อน และสื่อ flash drive  และ microSD card ก็เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพราะมีขนาดเล็กเหมาะสมกับอุปกรณ์ต่างๆ และยังสามารถเก็บข้อมูลได้เยอะอีกด้วย

                ซึ่งแบรนด์ต่างๆ ทั้ง Sandisk, Samsung, Apacer ก็ได้พัฒนา flash drive และ microSD card ของตนเองให้รองรับความต้องการของผู้ใช้งานอยู่เสมอ และถ้าใครกำลังเล็ง microSD card เพื่อนำมาใช้งานอยู่แล้วล่ะก็ครั้งนี้เรามีข้อมูลมาให้พิจารณากัน

                ก่อนอื่นเรามาดูข้อมูลพื้นฐานของ microSD card กัน ประเภทของการ์ด SD/MicroSD แบบปกติโดยจะรองรับความจุไม่เกิน 2GB , SDHC จะรองรับความจุตั้งแต่ 2GB – 32GB ซึ่งสมาร์ทโฟนหรือกล้องราคาประหยัดมักจะรองรับประเภทนี้  , SDXC จะรองรับความจุตั้งแต่ 32GB – 2TB แต่ตอนนี้ที่หาได้ทั่วไปจะอยู่สูงสุดที่ 256GB ถ้าเป็นพวกสมาร์ทโฟนราคากลาง ๆ ไปจนถึงรุ่นเรือธงหรือกล้องแพง ๆ ที่สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ได้ จะรองรับการ์ดประเภทนี้

                ความเร็วของการ์ด ในข้อนี้ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละคนและแต่ละอุปกรณ์ซึ่งวิธีการดูความเร็วของการ์ดจะดูได้จากสามจุดหลัก ๆ คือ การ์ดเป็น Class ไหน โดยสามารถดูได้จากตัวเลขที่อยู่ในวงกลมที่เป็นรูปตัว C เป็นตัวเลขที่บอกความเร็วในการเขียนข้อมูลลงในการ์ด มีหน่วยเป็น MB/s เช่นถ้าเป็น Class 4 หมายความว่ามีความเร็วในการเขียนจะอยู่ที่ 4MB/s เป็นต้น ซึ่งจะไม่เกิน Class 10

                ตัวเลขที่อยู่ในตัวอักษร U นั้นคือ Ultra High Speed (UHS) ซึ่งเป็นการบ่งบอกมาตราฐานความเร็วของ microSD Card ที่มากกว่า Class 10 ปกติตัวอย่างเช่นตัวเลข 1 ที่อยู่ในตัวอักษร U นั้นก็๋จะหมายความว่า microSD Card รุ่นนั้น ๆ มีความเร็วในการเขียนข้อมูลสูงสุดอยู่ที่ 10 MB/s หรือตัวเลข 3 ที่อยู่ในตัวอักษร U นั้นจะหมายความว่า microSD Card รุ่นนั้นๆ มีความเร็วในการเขียนข้อมูลสูงสุดอยู่ที่ 30 MB/s เป็นต้น

            สำหรับสัญลักษณ์ตัว V ที่จะระบุเอาไว้บน microSD Card นั้นจะเป็นสัญลักษณ์ที่บอกเกี่ยวกับ “Video Speed” ยกตัวอย่างเช่นหากบน microSD Card นั้นมีสัญลักษณ์ V90 อยู่ล่ะก็นั่นหมายความว่า microSD Card นั้น ๆ จะมาพร้อมกับความเร็วในการเขียนข้อมูลที่ 90 MB/s โดยเหมาะกับการใช้งานบันทึกไฟล์วีดีโอความละเอียด 8K ที่ 60 fps หรือ 120 fps เป็นต้น

            ก่อนซื้อ microSD Card ควรพิจารณาถึงข้อต่างๆ ดังต่อไปนี้

                อย่าลืมดูความเร็วในการเขียนและอ่านข้อมูล นอกจาก Speed Class แล้วอีกอย่างหนึ่งที่คุณต้องตรวจสอบก็คือความเร็วในการเขียนและอ่านข้อมูลที่กำหนดโดยผู้ผลิตเอง ซึ่งมักจะเขียนว่า ○○MB/S ถ้าอยากได้ microSD Card ที่อ่าน เขียนข้อมูลได้รวดเร็วก็ต้องเลือกที่มีตัวเลขเยอะไว้ก่อน

ความทนทาน microSD Card หากต้องใช้เก็บข้อมูลที่สำคัญ ๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเลือกก็คือความทนทาน เช่น กันน้ำ กันกระแทก เป็นต้น

ตรวจสอบที่อุปกรณ์ที่จะนำมาใช้งาน microSD Card มี 3 ประเภทคือ SD, SDHC, SDXC แต่ถ้าอุปกรณ์ชิ้นนั้นรองรับได้แค่ SD ธรรมดา การ์ดเหล่านั้นก็จะใช้งานไม่ได้ ดังนั้นจำเป็นต้องตรวจสอบอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้งานให้ดีก่อน มาถึงตรงนี้เราจะมาแนะนำ microSD Card แบรนด์ยอดนิยมอย่าง Sandisk กัน

                Sandisk Extreme Pro  UHS-I U3,V30 มาในประสิทธิภาพสูง 3 ขนาดได้แก่ 32GB 64GB และ 128GB  มีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลมาตรฐาน UHS-I  ระดับ U3 หรือ Video speed class ที่ V30 ความเร็วอ่านที่ 100MB/S และเขียนที่ความเร็ว 90MB/S ตอบสนองการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับทั้งสมาร์ทโฟนและกล้องดิจิตอล                 มีการป้องกันถึง 7 ระดับคือ 1. กันน้ำและน้ำทะเลที่ 1 เมตรได้ 72 ชั่วโมง 2. กันแรงสั่นสะเทือนที่แรง 500Gs 3. ทนอุณหภูมิ -25 ํC ถึง 85 ํC จำนวน 28 ชั่วโมง 4. ทนต่อรังสีเอ็กซ์ของเครื่องเอ็กเรย์ในสนามบิน 5. ทนการเหนี่ยวนำแม่เหล็กที่ 5000 Gauss,  6.ทนแรงกระแทกจากความสูง 5 เมตร 7. สามารถใช้ซอฟต์แวร์กู้คืนไฟล์ถ้าทำสูญหายได้อีกด้วย ราคาเริ่มต้นที่ ราคา 1,040 บาท และนี่คือเรื่องราวน่ารู้ของ microSD card หวังว่าจะเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจและกำลังจะเลือกซื้อ

เมื่อเครื่องพิมพ์เข้าสู่วงการอาหาร

printer

เทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก รวมไปถึง “printer ” “เครื่องปริ้นท์” หรือ “เครื่องพิมพ์” โดยในปัจจุบันสามารถพิมพ์ได้ ส่งแฟกซ์ได้ ถ่ายเอกสารได้ หรือสแกนได้ในตัว ซึ่งปัจจุบันก็มีหลากหลายรุ่น หลายแบรนด์ อีกทั้งหลายประเภทด้วย ซึ่งเครื่องพิมพ์แต่ละประเภท ก็จะมีเหมาะกับงานพิมพ์ที่แตกต่างกันออกไป วันนี้เราจะมาแนะนำเครื่องพิมพ์ หรือเครื่องปริ้นท์แต่ละประเภท เพื่อที่จะได้เลือกใช้งานได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสม

  • เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์

เป็นเครื่องพิมพ์แบบหัวเข็ม ซึ่งสมัยก่อนเป็นที่นิยมอย่างมาก และไม่ได้ใช้ตลับหมึกเหมือนเช่นอย่างในปัจจุบัน แต่จะใช้เป็นผ้าหมึกแทน โดยความคมชัดของข้อมูลที่พิมพ์ จะขึ้นอยู่กับจำนวนของหัวเข็ม หากหัวเข็มมากก็ยิ่งพิมพ์งานได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น ซึ่งหมึกพิมพ์ส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบ 24 และ 32 หัวเข็ม สามารถรองรองรับงานพิมพ์ความละเอียดสูงสุดที่ 360X360 จุดต่อตารางนิ้ว สามารถพิมพ์กระดาษต่อเนื่องได้ และอายุการใช้งานค่อนข้างนาน

  • เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์

เครื่องพิมพ์ชนิดนี้จะใช้ปากกาในการเขียนข้อมูลต่างๆ ลงบนกระดาษที่ทำมาเฉพาะงาน ซึ่งเหมาะสำหรับงานเกี่ยวกับการเขียนแบบทางวิศวกรรม และงานตกแต่งภายใน ใช้สำหรับวิศวกรรมและสถาปนิก หรืองานพิมพ์ขนาดใหญ่มีหน้ากว้าง เหมาะสำหรับทำงานด้านป้ายหรือโฆษณา

  • เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ท

เป็นเครื่องปริ้นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีราคาที่ไม่สูงมากนัก อีกทั้งคุณภาพงานพิมพ์ก็ได้มาตรฐาน ซึ่งลักษณะการพิมพ์ของเครื่องปริ้นประเภทนี้ คือการพ่นหมึกเป็นหยดๆ ลงบนกระดาษ สามารถใช้งานได้หลากหลายทั้ง งานเอกสาร งานภาพถ่าย งานโปสการ์ด ส่วนตลับหมึกเมื่อใช้งานหมดแล้ว ก็ยังสามารถนำกลับมาเติมและใช้งานใหม่ได้ แต่เครื่องปริ้นประเภทนี้มักรองรับขนาดกระดาษที่ไม่เกิน A3 และใช้เวลาการปริ้นในปริมาณมากๆ พอสมควร

  •  เครื่องปริ้นเลเซอร์

ใช้เทคโนโลยีเดียวกับเครื่องถ่ายเอกสารคือ การยิงเลเซอร์ไปบนกระดาษในการสร้างตัวอักษรและรูป ซึ่งงานที่ออกมาจะมีคุณภาพที่สูงมากกว่าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท เหมาะสำหรับการพิมพ์ที่ต้องการคุณภาพที่สูงมากขึ้น ทั้งนี้ยังสามารถพิมพ์งานที่มีปริมาณมากๆ ได้รวดเร็วทันใจ ทั้งนี้ต้องใช้เวลาในการวอร์มอัพเครื่อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีราคาและต้นทุนในการบำรุงรักษาสูงกว่าเครื่องปริ้นประเภทอีกด้วย

  • เครื่องพิมพ์หมึกเจล

เป็นเทคโนโลยี “printer ” ที่ให้คุณภาพงานพิมพ์ที่ดีกว่าปริ้นเตอร์แบบอื่นๆ มาก เพราะหมึกพิมพ์ที่เป็นเจลมีคุณสมบัติกันน้ำ ให้ภาพที่คมชัด สีไม่เพี้ยน ไม่เลอะง่าย อีกทั้งยังเป็นหมึกแบบ eco คือมีมลภาวะต่ำกว่าหมึกชนิดอื่นๆ  ปลอดภัยต่อสุขภาพและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

  • เครื่องพิมพ์แบบสามมิติ

และมาถึงนวัตกรรมใหม่ที่จริงๆ แล้วมีมานานแล้ว แต่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันได้มีการคิดค้นการทำผลไม้แนวคิดใหม่ผ่านเครื่องพิมพ์สามมิติ ซึ่งทางเลือกใหม่เพื่อแก้ปัญหาอาหารขาดแคลนในอนาคต ซึ่งเป็นแนวความคิดของ Bezalel Meydan Levy โดยผลไม้รุ่นใหม่หรือ Neo_fruit นี้จะมีส่วนผสมของวิตามินและแร่ธาตุเพื่อสุขภาพ โดยในการเริ่มโครงการทดลอง Levy ได้ร่วมงานกับนักโภชนาการหลายคนเพื่อพัฒนาวิตามินและแร่ธาตุสำหรับผลไม้แต่ละชนิด เพื่อตอบสนองความต้องการด้านโภชนาการที่หลากหลายของร่างกายมนุษย์อย่างเต็มที่ ซึ่งปัจจุบัน Neo_fruit ประกอบด้วยผลไม้ห้าชนิดที่แตกต่างกัน ผลไม้แต่ละชนิดมีรสชาติที่แตกต่างกัน