เทคโนโลยีในภาพยนตร์ที่มีในชีวิตจริง

"iphone 6s plus"

               โลกภาพยนตร์นั้นมีจินตนาการที่หลากหลายซึ่งผู้สร้างหยิบจับมาแต่งเติมให้เรื่องมีความสนุกสนานมากขึ้น ยิ่งในภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ด้วยแล้วก็มีอุปกรณ์และเทคโนโลยีหลากหลายที่ทำให้เนื้อเรื่องและการนำเสนอสนุกขึ้น ซึ่งต่อมาดันกลับมีในชีวิตจริง อย่างเช่นเมื่อก่อนในหนังไซไฟเราอาจจะเห็นเครื่องมือจอใหญ่ที่ใช้ติดต่อสื้อสารแบบเห็นหน้ากันได้ ซึ่งตอนนี้ก็ “iphone 6s plus” ที่เราใช้ ๆ กันนั่นเอง เรามาดูกันดีกว่าว่าเทคโนโลยีในภาพยนตร์ที่มีในชีวิตจริงมีอะไรอีกบ้าง

          1. Smartphone

               อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่านี่คือสิ่งที่เราเจอในหนังไซไฟในสมัยก่อนหลาย ๆ เรื่องเลยทีเดียว ซึ่งลักษณะที่ออกมาก็คล้ายกับหน้าจอขนาดฝ่ามือหรือใหญ่กว่าเล็กน้อย สามารถใช้ติดต่อสื่อสารเหมือนโทรศัพท์ได้แต่ว่าสามารถมองเห็นหน้ากันได้ ยิ่งไปกว่านั้นสามารถหาข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างง่ายได้ผ่านหน้าจอเล็ก ๆ ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าในปัจจุบันนั้นเราได้พบกับสมาร์ทโฟนซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์แบบนั้นเลย

          ด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่น 5S อย่างเห็นได้ชัดทำให้การทำงานสะดวกขึ้น และความเร็วของ Ram บวกกับ CPU ทำให้การใช้งานไหลลื่นมากเลยทีเดียว และสามารถทำงานผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายได้อย่างเต็มที่ ซึ่งใกล้เคียงกับภาพยนตร์ที่เราเคยดูเลยใช่ไหมล่ะ

          2. อุปกรณ์ VR

               เวลาที่ตัวละครในภาพยนตร์จะเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่งเหมือนกับในเรื่อง The Matrix นั้นร่างกายจะไม่ได้เข้าไปด้วย แต่ว่าความรู้สึกนึกคิดจะเข้าไปในโลกสมมุตินั้น ซึ่งอุปกรณ์ที่จะพาไปสู่โลกเหล่านั้นได้ก็มีหลากหลาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือสิ่งที่เรียกว่า VR หรือ Virtual Reality นั่นเอง ซึ่งในภาพยนตร์นั้นก็ใช้ในหลาย ๆ โอกาส ตามที่บทจะพาไป แต่ที่แน่ ๆ นี่เป็นตัวแทนของความล้ำสมัยของโลกอนาคตเลยก็ว่าได้

          ปัจจุบันอุปกรณ์ที่เรียกว่า VR ได้พัฒนาออกมาเพื่อใช้งานได้จริงแล้วในหลากหลายวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะในด้านความบันเทิงนั้น VR ได้เข้ามาเติมเต็มความสนุกสนานของผู้ใช้ให้ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูภาพยนตร์หรือเล่นเกมนั่นเอง ซึ่งการนำมาเล่นเกมนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากด้วยการดึงจินตนาการของผู้เล่นให้ออกมาในรูปแบบของจริงให้มากที่สุด ในตอนนี้ก็มีแบรนด์ผลิตอุปกรณ์เกมออกมามากมายไม่ว่าจะเป็น Sony ที่มี PlayStation VR หรือ HTC ที่มี HTC Vive ออกมาให้ได้ใช้งานกัน ซึ่งเหล่าบรรดานักเล่นเกมทั้งหลายต่างก็ชื่นชอบ และให้ผลตอบรับเป็นอย่างดี เพราะว่าได้ประสบการณ์ความตื่นเต้นแปลกใหม่ในการเล่นเกม นอกจากนี้ยังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่นหลายๆ ที่เช่นสวนสนุกระดับโลกก็มีการใช้ VR เสริมกับอุปกรณ์ที่ต่อเข้ากับร่างกายเพื่อความสมจริงภายในเกม

          อุปกรณ์ VR ยังสามารถใช้ส่วนที่เป็นจอของสมาร์ทโฟนเพื่อให้ความบันเทิงในรูปแบบต่าง ๆ ได้อีก อย่างจอของเครื่อง iphone 6s plus ราคาตอนนี้ไม่แพงก็สามารถประกอบเข้าไปตรงส่วนนี้ได้ สามารถเล่นเกมหรือดูคอนเทนท์ต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายเลยทีเดียว

          3. เครื่องแปลภาษา

          ใครที่เป็นแฟนการ์ตูนหรือภาพยนตร์เกี่ยวกับความล้ำหน้าต่าง ๆ อาจจะเห็นเครื่องมือที่ใช้แปลภาษาซึ่งในการ์ตูนอย่างเรื่องโดราเอม่อนก็จะเป็นสิ่งที่เรียกว่าวุ้นแปลภาษานั่นเอง โดยในปัจจุบันเครื่องมือชนิดนี้ได้เปลี่ยนลักษณะมาเป็นทั้งแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนหรือเป็นลักษณะคล้าย Gadget แค่เพียงพิมพ์หรือพูดภาษาของเราเข้าไปในเครื่องและเลือกภาษาที่จะแปลออกมาซึ่งสามารถทำให้การท่องเที่ยวในต่างประเทศหรือการสื่อสารกับชาวต่างชาตินั้นเป็นไปได้อย่างราบลื่นยิ่งขึ้น

          ซึ่งการพัฒนาของแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนหรือ Gadget เหล่านี้นั้นสามารถมีฐานข้อมูลได้หลากหลายภาษาทั่วทุกมุมโลกที่ไม่ใช่ภาษาหลักหรือสากล ซึ่งเป็นผลดีกับการท่องเที่ยวของโลกมากยิ่งไปกว่านั้นอาจจะต่อยอดไปถึงการสื่อสารและความเข้าใจอันดีของแต่และเชื้อชาติและภาษาได้อีกทางนึงเลย

                    นี่คือเรื่องราวของเทคโนโลยีในภาพยนตร์ที่มีขึ้นในชีวิตจริง จะเห็นได้ว่าจินตนาการของมนุษย์นั้นสามารถต่อยอดไปได้ไกลในหลาย ๆ เรื่องจนเกิดเป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์มากมายจริง ๆ น่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้ที่ชื่นชอบในโลกของภาพยนตร์หรือผู้ที่ชื่นชอบในโลกของเทคโนโลยีนะครับ

อัพเดทฟีเจอร์ครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งกับ Samsung Galaxy Note 9

Samsung Galaxy

เป็นอย่างที่เรารู้กันว่า Samsung Galaxy Note 9 กำลังจะเปิดตัวในวันที่ 9 สิงหาคม 2561 ซึ่งจากคลิปวีดีโอที่เพิ่งเปิดตัวไปนั้น สังเกตได้ว่าจะเห็นแค่เพียงปากกา S Pen เท่านั้น อาจจะเป็นไปได้ว่า Galaxy Note 9 มีการอัพเดตเกี่ยวกับปากกา S Pen เป็นหลัก ทั้งนี้ ก่อนที่ Samsung จะเดินทางมาถึง Galaxy Note 9 อย่างในปัจจุบัน ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวกับการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดมาอย่างหนักหน่วง ไม่ว่าจะเป็นด้านคู่แข่งหรือรูปแบบสินค้า

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า Galaxy Note เป็นสมาร์ทโฟนที่มีจุดเด่นชัดเจน และเป็นที่นิยมในอันดับต้นๆ ไม่แพ้ตระกูล Galaxy S ด้วยความนิยมนี้เองทำให้ Galaxy Note พัฒนารุ่นใหม่ๆ ออกมาได้อย่างต่อเนื่องทุกปี

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 Galaxy Note เป็นสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวออกมาแบบไม่เหมือนใครในยุคนั้น โดยเป็นมือถือ Android จอใหญ่รุ่นแรกที่ไม่ใด้โฆษณาตัวเองในฐานะแท็บเล็ต  และมาพร้อมกับปากกาสไตลัส ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่ในยุคนั้น เนื่องจาก iPhone ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนด้วยหน้าจอทัชสกรีน ที่รองรับการควบคุมด้วยปลายนิ้วมืออย่างแม่นยำ และเป็นธรรมชาติ ปากกาสไตลัสจึงกลายเป็นส่วนเกินของสมาร์ทโฟน ไม่เป็นที่นิยมในขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม ปากกาสไตลัสของ Galaxy Note รุ่นแรกก็ไม่ใช่ปากกาธรรมดาๆ เพราะใช้เทคโนโลยีของ Wacom ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องแท็บเล็ตวาดรูป มีความแม่นยำสูง  และยังตรวจจับปลายปากกาได้ขณะจ่ออยู่เหนือหน้าจอในระยะใกล้ โดยไม่จำเป็นต้องแตะลงบนจอ ทำให้ Galaxy Note รุ่นแรกสุดสร้างความโดดเด่นในตลาดให้ตัวเองได้ ปากกา S Pen รุ่นแรกรองรับแรงกดได้ 256 ระดับ ซึ่งทำให้ S Pen ทำได้มากกว่าแค่กดไอคอนบนหน้าจอเฉยๆ นั่นคือ การเขียนด้วยลายมือแบบสมจริง ที่ผู้ใช้สามารถควบคุมน้ำหนักลายเส้นหนัก-เบาได้ตามแรงกด

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา Samsung พบว่าเป็นการเดินทางที่ถูกต้อง จึงได้ทำการอัพเกรดปากกา S Pen อย่างต่อเนื่องใน Samsung Galaxy Note รุ่นต่อๆ มา รวมถึงในปี 2014 Samsung ได้เปิดตัว Galaxy Note Edge ที่มาพร้อมกับดีไซน์จอขอบโค้งซึ่งเป็นอะไรที่ใหม่มากๆ ในยุคนั้น นับเป็นจุดเริ่มต้นของฟีเจอร์จอขอบโค้ง (Edge) อันเป็นเอกลักษณ์ของสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy S  และ Galaxy Note ในปัจจุบัน

ปัจจุบันถึงเวลาการกลับมาอีกครั้งของสมาร์ทโฟนตระกูล Note ความเป็นไปได้ที่จะทำให้ Galaxy Note 9 เป็นที่สนใจ นอกจากการอัพเดตปากกาอย่าง S Pen แล้ว ยังมีเรื่องของระบบต่างๆ ภายในเครื่อง เช่น การสแกนอัจฉริยะ (Intelligent Scan) คือ หนทางใหม่ในการปลดล็อคหน้าจอของค่าย Samsung จากรุ่น Galaxy S9/S9+ เพื่อรวมการสแกนใบหน้า และม่านตาเข้าด้วยกันเพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิม ซึ่งปัญหาหลักของเทคโนโลยีนี้คงเป็นการป้องกันที่ยังไม่เพียงพอสำหรับแอพพลิเคชั่นด้านธุรกรรมการเงินที่มีการจำแนกเพียงมิติเดียว แต่ทั้งหมดนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงใน Galaxy Note 9 ด้วยการใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 845 ที่อาจพร้อมสำหรับฟีเจอร์แยกแยะตำแหน่งในใบหน้าสูงสุด 50,000 จุด (iPhone X ได้สูงสุด 30,000 จุด) รวมไปถึงเทคโนโลยีสแกนม่านตาที่ต้องปรับปรุงให้มีมิติมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีระบบอัจฉริยะอย่าง “Bixby” ผู้ช่วยอัจฉริยะที่มีอยู่ในรุ่นท็อปอย่าง Galaxy S8/S8+  และ Note 8 ได้กลายเป็นตัวช่วยให้มีความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานมากขึ้น ทั้งยังมีปุ่มเพื่อเรียกใช้งาน Bixby โดยเฉพาะอีกด้วย แต่หากใครที่ไม่ได้ใช้ ปุ่มด้านข้างตัวเครื่องปุ่มนี้ก็จะกลายเป็นปุ่มที่ไร้ประโยชน์ทันที ดังนั้น หากบริษัทได้เปลี่ยนแผนเพิ่มตัวเลือกการใช้งานในปุ่มดังกล่าวเข้าไปใน Galaxy Note 9 นั่นจะกลายเป็นฟีเจอร์ที่แปลกใหม่ และน่าสนใจกว่าเดิม


นอกจากนี้ ความน่าสนใจอีกอย่างคือสำนักงานตรวจสอบคุณภาพอุปกรณ์ไอทีของประเทศบราซิล National Telecommunications Agency in Brazil ยืนยันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Galaxy Note 9 จะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุขนาดใหญ่ มีความจุถึง 4,000 mAh

ทั้งนี้ นี่เป็นแค่เพียงรายละเอียดแบบคร่าวๆ เท่านั้น ยังมีฟีเจอร์ และระบบที่น่าสนใจอีกมากมายจาก Galaxy Note 9 ที่พร้อมให้ทุกท่านลอง ต้องไปลองเองเท่านั้นถึงจะรู้ว่ารุ่นนี้เหาะสมกับเราแล้วหรือไม่ ด้วยฟีเจอร์ ระบบปฎิบัติการต่างๆ และ note 9 ราคา ก็อยู่ใชนช่วงที่เหมาะสม ทางเราคิดว่าสามารถดึงความสนใจจากทุกคนได้ไม่ยากเลยทีเดียว ต้องลอง!!

ความคุ้มครองที่คุ้มค่า Apple care

iphone x

Apple Care Protection Plan คือแผนบริการและความช่วยเหลือแบบครบวงจรที่ได้รับการสนับสนุนจาก Apple และเป็นการขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมจากบริการที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ Apple ซึ่งเหมาะสมมากกับคนที่เลือกซื้อสินค้าจาก Apple ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ ไอ โฟน 5 ไล่จนกระทั่ง iphone x ราคาสูงๆ เลยทีเดียว ที่กล่าวไปว่าเหมาะสมเนื่องจากว่า ราคา ไอ โฟน 5s , ราคาไอโฟน7พลัส , ราคา iphone 8 , iphone 8 plus , iphone x รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ มีราคาที่ค่อนข้างสูง ทำให้มีมีประกันที่สามารถคุ้มครองได้ครอบคลุมก็ต้องย่อมรู้สึกปลอดภัย และมั่นใจมากกว่า

ซึ่ง Apple Care Protection Plan สำหรับ Mac หรือ จอภาพ Apple จะขยายระยะเวลาคุ้มครองเพิ่มจากเดิมเป็น 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ ซื้อ Mac หรือจอภาพ Apple และ Apple Care Protection Plan สำหรับ iPad หรือ iPod จะขยายระยะเวลาคุ้มครองเพิ่มจากเดิมเป็น 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อ iPad หรือ iPod

กล่าวคือ บริการ Apple Care คือ ประกันเพิ่มเติมสำหรับอุปกรณ์นั้นๆ โดยปกติแล้วประกันของ Apple จะมีให้ 1 ปีสำหรับทุกอุปกรณ์ครอบคลุมตั้งแต่ที่ซื้อเครื่องมาโดยระบบจะยึดจากการ Activate เปิดใช้งานเครื่องเป็นหลัก

โดย Apple Care จะเสนอให้ลูกค้า Apple สามารถขยายเวลาการรับประกันสินค้าให้นานขึ้นได้ตามความต้องการ โดยระยะเวลาที่เพิ่มมานั้นจะแตกต่างกันดังนี้

iPhone, iPad, iPod touch, Apple TV เมื่อซื้อ Apple Care จะได้ประกันมาอีก 1 ปี ดังนั้นรวมของเดิมจะมีประกันทั้งสิ้น 2 ปี

อุปกรณ์ตระกูล Mac ทุกรุ่นเมื่อซื้อ Apple Care จะได้ประกันมาอีก 2 ปี ดังนั้นรวมของเดิมจะมีประกันทั้งสิ้น 3 ปี

โดยประกันที่เพิ่มมานี้จะคุ้มครองในส่วนของฮาร์ดแวร์ที่อาจจะเกิดปัญหาในอนาคตทำให้ผู้ใช้งานอุ่นใจว่าหากอุปกรณ์มีปัญหาแล้วจะยังได้รับการดูแลจาก Apple เป็นอย่างดี

ในส่วนของการซื้อแผน Apple Care เพิ่มเติมสำหรับอุปกรณ์ของ  คือโดยปกติแล้วอุปกรณ์ Apple ส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับการรับประกันแบบจำกัด

และบริการช่วยเหลือแบบไม่คิดค่าใช้จ่ายสูงสุด 90 วัน หากอุปกรณ์ของ เข้าเกณฑ์  จะสามารถซื้อ Apple Care+ หรือ Apple Care Protection Plan สำหรับความคุ้มครองเพิ่มเติมได้

วิธีซื้อแผน Apple Care ออนไลน์มีสองวิธี ดังนี้

ป้อนหมายเลขประจำเครื่องของอุปกรณ์ของ เพื่อค้นหาว่า สามารถซื้อ AppleCare แผนใดได้

ลงชื่อเข้าใช้บริการช่วยเหลือของฉันเพื่อดูอุปกรณ์ Apple ทั้งหมดของ ที่เข้าเกณฑ์สำหรับแผน Apple Care  จะเห็นตัวเลือกสำหรับซื้อแผน Apple Care ที่แสดงอยู่ด้านล่างอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์ หากอุปกรณ์ของ เข้าเกณฑ์สำหรับแผน Apple Care แต่ไม่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ตัวเลือกอื่นๆ มีดังนี้

ติดต่อฝ่ายบริการช่วยเหลือของ Appleไปที่ Apple Store หรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต

จากดังกล่าวข้างต้น นอกจาก Apple Care แล้ว ยังมี Apple Care+ สำหรับ Apple Care หรือ Apple Care Protection Plan เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า เป็นบริการขยายความคุ้มครองให้กับผลิตภัณฑ์ Apple ของ ให้ยาวนานขึ้นกว่าเดิมจากระยะประกันปกติ 1 ปี

ซึ่งจะคุ้มครองเฉพาะอุปกรณ์ iPad เป็นเวลา 2 ปี, Mac เป็นเวลา 3 ปี, iPod touch เป็นเวลา 2 ปี, จอภาพ Apple เป็นเวลา 3 ปี และ Apple TV เป็นเวลา 2 ปี นับจากวันที่ซื้อ โดยจะคุ้มครองในเรื่องของฮาร์ดแวร์ เช่น ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วน สามารถส่งเคลมได้ที่ศูนย์บริการ iCare สาขาใกล้บ้าน  

รวมถึงบริการช่วยเหลือด้านซอฟต์แวร์ผ่านโทรศัพท์ ซึ่งผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในความคุ้มครองสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญของ Apple ได้ตลอด สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลและซื้อประกันเพิ่มเติมได้ผ่านทางเว็บไซต์ Apple Care ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ซื้ออุปกรณ์

ในขณะที่ Apple Care+ นั้น ก็เป็นอีกหนึ่งบริการขยายความคุ้มครองให้กับผลิตภัณฑ์ Apple เช่นเดียวกัน แต่ให้ระยะเวลายาวนานขึ้นกว่าเดิมจากระยะประกันปกติ 1 ปี ที่คุ้มครองเฉพาะอุปกรณ์ iPhone เป็นเวลา 2 ปี, iPad เป็นเวลา 2 ปี, Mac เป็นเวลา 3 ปี, iPod touch เป็นเวลา 2 ปี, Apple Watch เป็นเวลา 2 ปี, Apple Watch Edition และ Apple Watch Hermès เป็นเวลา 3 ปี นับจากวันที่ซื้อ

โดยจะคุ้มครองทั้งทางด้านเทคนิคและด้านฮาร์ดแวร์ รวมถึงบริการช่วยเหลือด้านซอฟต์แวร์ผ่านโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญของ Apple ได้ตลอดเช่นเดียวกัน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ในส่วนของการรับประกัน Apple Care+ นี้ ไม่เปิดจำหน่ายให้กับผู้ใช้งานในประเทศไทย

แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในต่างประเทศและใช้เครื่องต่างประเทศที่รองรับการคุ้มครอง สามารถดูข้อมูลและซื้อประกันเพิ่มเติมได้ผ่านทางเว็บไซต์ Apple Care+ ภายในระยะเวลา 60 วันและ 30 วัน (สำหรับประเทศญี่ปุ่น) นับจากวันที่ซื้ออุปกรณ์

สรุปสิ่งที่แตกต่างระหว่าง Apple Care กับ Apple Care+ ก็คือเรื่องของอุปกรณ์ที่คุ้มครองไม่เหมือนกัน โดย Apple Care ที่มีขายในประเทศไทย คุ้มครองผลิตภัณฑ์ของ Apple น้อยกว่า Apple Care+ ที่ขายในต่างประเทศ 2 อุปกรณ์ คือ Apple Watch และ iPhone แต่ Apple Care สามารถซื้อประกันเพิ่มเติมนับจากวันที่ซื้ออุปกรณ์ไปแล้วได้ภายใน 1 ปี ส่วน Apple Care+ จำกัดระยะเวลาเพียง 30-60 วันเท่านั้น ส่วนด้านการดูแล รวมถึงระยะเวลาการรับประกันเหมือนกัน

ทะลุ 10 ล้านเครื่องกับ huawei p20

huawei p20

            เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเลยนะคะสำหรับการเปิดตัว“huawei p20” ซึ่งต้องยอมรับจริงๆว่าการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือของหัวเว่ยในครั้งนี้นั้นค่อนข้างที่จะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จแบบสุดๆกันไปเลยค่ะทุกคน สำหรับใครหลายคนก็คงจะทราบดีว่าหัวเว่ยคือบริษัทที่สุดยอดในเรื่องของการคิดค้นผลิตโทรศัพท์มือถือที่มีนวัตกรรมที่ล้ำและทันสมัยอยู่เรื่อยมา เรียกได้ว่านี่แหละคือสมาร์ทโฟนที่สุดยอดจากประเทศจีนนั่นเอง

               เมื่อเกิดการเปิดตัว huawei p20 ขึ้นอย่างเป็นทางการที่เรียกว่าสุดยอดแล้ว แต่สิ่งที่สุดยอดกว่านั้นคือ สมาร์ทโฟนหัวเว่ย รุ่นพี 20 นั้นได้ทำยอดขายทะลุเป้ามาก ซึ่งการขายสมาร์ทโฟนหัวเว่ย รุ่นพี 20เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพียงแค่ห้าเดือนหลังจากเปิดตัวนั้นก็ทำยอดขายได้ทะลุสิบล้านเครื่องกันเลยทีเดียว สิบล้านเครื่องนี่ถือว่าเยอะมากๆเลยนะคะ เรียกได้ว่าสมาร์ทโฟนหัวเว่ย รุ่นพี 20นั้นเป็นโทรศัพท์มือถือระดับแฟล็กชิปที่ช่วยให้เหล่าคนที่มีความชื่นชอบการถ่ายภาพนั่นเองค่ะ และภาพที่ออกมานั้นเรียกได้ว่าคุณภาพมากถึงมากที่สุด เราเลยไม่แปลกใจเลยว่าทำไมยอดขายของสมาร์ทโฟนหัวเว่ย รุ่นพี 20ถึงได้เยอะขนาดนี้

               เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่ระดับเอเชียที่ให้ความสนใจกับบริษัทหัวเว่ยนะคะ แต่รวมไปถึงในโซนยุโรปตะวันตกที่ให้ความสนใจสมาร์ทโฟนหัวเว่ย รุ่นพี 20เช่นกันค่ะ หลายๆคนคงอยากรู้แล้วใช่ไหมคะว่าทำไมสมาร์ทโฟนหัวเว่ย รุ่นพี 20ถึงได้รับกระแสตอบรับรวมถึงยอดการขายที่มากมายขนาดนี้ วันนี้เราจะมาบอกสิ่งที่โดดเด่นและน่าสนใจของสมาร์ทโฟนหัวเว่ย รุ่นพี 20กันค่ะ

               จุดเด่นที่ทำให้คนทั่วโลกสนใจสมาร์ทโฟนหัวเว่ย รุ่นพี 20

   • กล้องหลัง 3 ตัวโดย Leica

   แค่พอได้ยินคำว่ากล้อง Leica ก็ร้องดีใจกันเสียงหลงกันแล้วนะคะ ขึ้นชื่อว่ากล้อง Leica ยังไงก็ต้องนึกถึงคุณภาพที่มีความเจ๋งไม่เหมือนแบรนด์ไหน ด้วยความที่ Leica มีชื่อเสียงมากในเรื่องกล้อง แถมมีราคาแพง แต่ที่อึ้งกว่าก็คือมีกล้อง Leica อยู่ในสมาร์ทโฟนหัวเว่ย รุ่นพี 20เนี่ยแหละค่ะที่สร้างความตื่นเต้นให้กับคนทั่วโลก ซึ่งสมาร์ทโฟนหัวเว่ย รุ่นพี 20นั้นมีกล้อง Leica สามตัวที่อยู่ในส่วนของกล้องหลังนั่นเอง รับรองได้ว่าเป็นความพิเศษของสมาร์ทโฟนหัวเว่ย รุ่นพี 20จริงๆ โดยกล้อง Leica ประกอบไปด้วยเลนส์ Telephoto ซึ่งมีความรายละเอียดถึงแปดล้านพิกเซล ซึ่งสามารถใช้ถ่ายระยะไกลได้อย่างสบายๆ ซึ่งอยู่คู่เลนส์ RGB ที่มีความละเอียดสี่สิบล้านพิกเซล และในส่วนของเลนส์อีกตัวนั้นจะเป็นเลนส์ Mono นั่นเองค่ะ ซึ่งเอาไว้ใช้ถ่ายรูปขาวดำที่มีความระเอียดถึงยี่สิบล้านพิเซล เรียกได้ว่าถ้าเอาจำนวนพิกเซลมาบวกๆรวมๆกันนั้น สมาร์ทโฟนหัวเว่ย รุ่นพี 20 จะมีกล้องที่รายละเอียดรวมกันถึง 68 ล้านพิกเซลเลยค่ะ

      • กล้องหน้า 3D Portrait Lighting

   นอกจากกล้องหลังของสมาร์ทโฟนหัวเว่ย รุ่นพี 20 ที่ได้สร้างความฮือฮากันไปแล้ว เรามาดูคุณสมบัติของกล้องหน้าสมาร์ทโฟนหัวเว่ย รุ่นพี 20กันดีกว่า ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ความละเอียดของกล้องหน้านั้นมีถึงยี่สิบสี่ล้านพิกเซล ซึ่งแน่นอนว่าใครที่รักการถ่ายรูปแบบเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอนั้นก็ต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน และด้วยความเป็นหัวเว่ยนั่นเองที่ความธรรมดาไม่ได้มีอยู่แค่นั้น เพราะสมาร์ทโฟนหัวเว่ย รุ่นพี 20มีโหมด 3Dด้วยนะคะ ซึ่งโหมดนี้เรียกว่าโหมด 3D Portrait Lighting ที่มีความสามารถพิเศษในเรื่องของการถ่ายรูปบุคคลโดยการจัดแสงให้ตกลงในมุมใดก็ได้นั่นเองค่ะ

   • Huawei AI Image Stabilization

   หัวเว่ย รุ่นพี 20นั้นมาพร้อมกับระบบกันสั่นที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งเรียกว่า Huawei AI Image Stabilization หรือเรียกสั้นๆว่า Huawei AIS นั่นเองค่ะ ต้องบอกเลยว่าหัวเว่ย รุ่นพี 20ทานร่วมกับ AI ที่มีความชาญฉลาดนั่นเอง ไม่ว่าคุณอยากจะถ่ายรูปหรืออยากจะถ่ายวีดีโอก็สามารถทำได้ทุกสถาณการณ์นั่นเอง ยกตัวอย่างง่ายๆนะคะ ถ้าคุณอยากจะถ่ายรูปสวยๆในเวลากลางคืนนั้นก็สามารถถ่ายได้โดยไม่ต้องแบกขาตั้งกล้องไปด้วยซ้ำ เพราะว่ารูปออกมาจะไม่มีการสั่นไหวอย่างแน่นอน เชื่อมือหัวเว่ยได้เลยค่ะ

มาทำความรู้จักกับ sony xperia

sony xperia

               ในปัจจุบันนั้นโทรศัพท์มือถือระบบ Android นั้นมีหลากหลายแบบ หลากหลายยี่ห้อด้วยกัน แต่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่กำลังมาแรงอยู่ตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นแบรนด์โซนี่นั่นเอง หลายๆคนคงทราบว่าโซนี่นั้นมีโทรศัพท์มือถือระบบ Android อย่าง “sony xperia” นั่นเองค่ะ เรียกได้ว่าเหล่าแฟนๆของ sony xperia ก็คงยังมีกันเนียวแน่นและต่อเนื่องเหมือนเดิม แต่บางคนอาจจะยังไม่คุ้นหรือบางทีอาจจะไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ของดีๆแบบนี้เราจะต้องมาทำความรู้จักกันให้ดีมากขึ้นกว่าเดิมดีกว่า

               จริงๆแล้วสินค้าต่างๆในเครือของโซนี่เอ็กซ์พีเรียนั้นมีหลากหลายอย่าง ต้องขอบอกเลยว่าแต่ละอย่างนั้นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนค่ะ และถ้าจะพูดถึงในวงการ Smartphone แล้วนั้น เราจะเห็นเลยว่าโซนี่นั้นก็คือแบรนด์ระดับต้นๆเลยก็ว่าได้ที่คอยสร้างสินค้าสุดไฮเทค รวมถึงมีนวัตกรรมที่ล้ำสมัยที่คอยนำเสนออยู่ตลอดและไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดพัฒนาได้เลยค่ะ ซึ่งเรามองว่าของต่างๆที่โซนี่คิดออกมานั้นมองเผินๆก็คงสงสัยว่าทำได้ยังไง ของที่ไม่คิดว่าจะทำออกมาได้ แต่พอสิ่งที่ออกมาจริงๆกลับต้องทึ่งกับความเป็นโซนี่ที่เขามีความคิดสร้างสรรค์แต่สิ่งดีๆให้กับลูกค้ามาเสมอ

               มาเข้าเรื่องแบบจริงๆจังๆกับเรื่องโซนี่เอ็กซ์พีเรียกันดีกว่าค่ะ โซนี่เอ็กซ์พีเรียนั้นเรียกได้ว่าเป็นค่ายอันดับต้นๆที่เป็นผู้นำในเรื่องเทคโนโลยีเลยก็ว่าได้ และที่สำคัญค่ายโซนี่เอ็กซ์พีเรียนั้นก็มีมายาวนานแล้ว ถ้าจะให้ยกตัวอย่างกันแบบง่ายๆ ในสมัยปัจจุบันนี้ในปี 2019 การที่เราจะหาโทรศัพท์มือถือที่มีความสามารถในเรื่องการกันน้ำกันฝุ่นได้ก็คงเป็นเรื่องที่ง่ายดาย เนื่องจากแบรนด์ต่างๆที่ไม่ใช่โซนี่ก็ได้ทำโทรศัพท์มือถือที่มีคุณสมบัติแบบนี้กันทั้ง กลับกลายเป็นว่าโทรศัพท์มือถือที่มีความสามารถในการกันน้ำกันฝุ่นนั้นหาง่ายมาก แต่ถ้าเรามองลองย้อนไปดู TimeLine กันอย่างจริงๆจังๆนั้น แบรนด์ที่คิดค้นผลิตโทรศัพท์มือถือที่มีความสามารถเหล่านี้ ไม่ว่าจะสามารถกันน้ำได้ กันฝุ่นได้ก็คือแบรนด์โซนี่เอ็กซ์พีเรียนั่นเอง ซึ่งโซนี่เอ็กซ์พีเรียได้ทำ Xperia Z  ขึ้นมาในปี2013 ซึ่งนั่นก็หมายความโซนี่เอ็กซ์พีเรียได้คิดมาตั้งแต่ 6 ปีที่แล้วนั่นเองค่ะ

               ต้องบอกเลยว่าในตอนปี 2013 นั้น โทรศัพท์มือถือรุ่น Xperia Z เป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่ได้รับมาตรฐานในเรื่องของกันน้ำ ซึ่งมีคุณสมบัติที่สามารถอยู่ในน้ำจืดที่มีความลึกถึงเมตรได้เป็นเวลา 30นาทีเลยนะคะ ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่เยอะแบบมากๆ รวมถึงกันฝุ่น IP55 และ IP77 อีกด้วยและนอกจากจะเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีคุณสมบัติพิเศษแล้ว แต่ในเรื่องฟีเจอร์ต่างๆก็คือเป็นโทรศัพท์มือถือที่เป็นระบบ Android นั่นเองค่ะ ซึ่งความสามารถของเจ้าโทรศัพท์มือถือโซนี่เอ็กซ์พีเรียนั้นสามารถใช้งานได้หลายหลายฟังก์ชั่นที่ครบครันอย่างกับว่ามีคอมพิวเตอร์อยู่ข้างตัวเลยกว่าได้ ไม่คิดว่าแค่โทรศัพท์แค่เครื่องเดียวนั้นจะมีความสามารถได้ขนาดนี้

               ความสามารถพิเศษแบบกันน้ำกันฝุ่นโซนี่นั้นทำมาแล้วแบบไร้ที่ติ ที่นี้มาถึงในเรื่องของความสามารถของจอแสดงผลที่สามารถแสดงสูงสุดได้ถึง 4K กันเลยทีเดียว ซึ่งจะเป็นรุ่นไหนไม่ได้ นั่นคือรุ่น Xperia Z5 Premium นั่นเอง ซึ่งในปีที่ทางโซนี่ได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือที่มีความสามารถในเรื่องจอแสดงผลแบบสี่เคก็มีค่ายอื่นที่ทำออกมาเช่นกันนะคะที่มีคุณสมบัติแบบสี่เค แต่จุดเด่นของ Xperia Z5 Premiumที่มีความโดดเดนอย่างเห็นได้ชัดก็คงมีความสามารถที่จะดูวีดีโอที่เป็นแบบสี่เคผ่านหน้าจอมือถือได้เลยโดยที่ไม่ต้องเอาโทรศัพท์มือถือไปเชื่อมต่อและเล่นผ่าน TV ที่รองรับ นั่นก็เป็นเรื่องที่โซนี่นั้นได้ตีโจทย์ขาดลอยอย่างเห็นได้ชัดนั่นเอง

               เป็นอย่างไรบ้างล่ะคะสำหรับความยิ่งใหญ่ของโซนี่เอ็กซ์พีเรียที่เรานำมาให้ทุกคนทำความรู้จักกันว่าความล้ำในเรื่องของนวัตกรรมเทคโนโลยีนั้นมีความน่าสนใจและก้าวหน้าไม่แพ้แบรนด์อื่นๆเลยย ใครที่สนใจอยากไปลองสินค้าของโซนี่เอ็กซ์พีเรียก็ไม่ต้องรีรอนะคะ ขึ้นชื่อว่าเป็นโซนี่แล้ว การันตีเลยว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

มีระดับไปกับ samsung a5

samsung a5

               ขึ้นชื่อว่า Samsung แล้ว ไม่เคยทำให้ทุกคนผิดหวังอย่างแน่นอน ซึ่งทางซัมซุงก็ต้องทำให้ใครหลายๆอาจจะต้องเสียงเงินกันอีกแล้วนะคะ เพราะตอนนี้ทางซัมซุงเปิดตัวโทรศัพท์มือถือตัวใหม่ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนตระกูล A-Series ค่ะ ซึ่งตัวที่อัพเกรดใหมล่าสุดก็คือตัว “samsung a5” นั่นเองค่ะ ซึ่ง samsung a5 พร้อมที่จะวางจำหน่ายให้สาวก Samsung ได้เป็นเจ้าของกันแล้ว

               แต่ก่อนที่หลายๆคนจะไปเป็นเจ้าของ samsung a5 นั้น เราคิดว่าทุกคนก็คงอยากจะทราบในส่วนของฟีเจอร์ต่างๆกันแล้วใช่ไหมคะ วันนี้เราเลยจะมาบอกข้อมูลรวมถึงบอกคุณสมบัติเด่นๆที่มีอยู่ในโทรศัพท์มือถืออย่าง Samsung Galaxy รุ่น A5 ที่เป็นรุ่นล่าสุดกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

   คุณสมบัติที่เต็มไปด้วยความมีระดับไปกับ Samsung Galaxy รุ่น A5

• Samsung Galaxy รุ่น A5 กับความเรียบง่าย

   ใครที่ชอบความเรียบง่ายและหรูหราคงจะถูกใจกับ Samsung Galaxy รุ่น A5 นี้กันอย่างแน่นอน อย่างแรกที่โดดเด่นและเห็นได้ชัดคงจะเป็นเรื่องของการออกแบบดีไซน์ในความเรียบง่ายอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งความเรียบง่ายนี้เต็มไปด้วยความหรูหราและทันสมัย ถือว่าเป็นรุ่นที่มีรูปแบบที่เรียบง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้ค่ะ ซึ่ง Samsung Galaxy รุ่น A5 นั้นมาพร้อมกับกระจก 3D ที่อยู่ด้านหลัง ขอบอกว่าทนทานสุดๆค่ะ และหนาจอแสดงผลที่มีขนาด 5.2 นิ้ว ซึ่งพอมารวมเข้าด้วยกันแล้วนั้นมีความดูดีดูแพงเป็นอย่างมาก อาจจะเป็นการดีไซน์ที่ไร้รอยต่อนั่นเองที่สร้างความกลมกลืนให้กับโทรศัพท์เครื่องนี้นั่นเองค่ะ

• ถือง่าย พกพาง่าย

   ใครที่กังวลว่าจะต้องถือโทรศัพท์มือถือที่มีรูปร่างเทอะทะ และกลัวว่าการถือโทรศัพท์มือถือไปไหนมาไหนจะสร้างปัญหาในการพกพาถ้าหากโทรศัพท์มือถือนั้นมีขนาดที่อาจจะใหญ่ไปนั้น บอกเลยว่า Samsung Galaxy รุ่น A5 ต้องตอบโจทย์นี้อย่างแน่นอน เพราะว่าการออกแบบของโทรศัพท์มือถือ Smartphone รุ่นนี้นั้นถูกดีไซน์ให้ออกมาสำหรับการพกพาโดยเฉพาะนั่นเอง รวมถึงกล้องของ Samsung Galaxy รุ่น A5 นั้นยังอยู่ในระดับเดียวกับเคสด้านหลังเช่นกันค่ะ เวลาถือ Samsung Galaxy รุ่น A5 ก็จะให้ความรู้สึกเรียบเนียนและไม่มีส่วนที่ยื่นออก บอกเลยว่าการออกแบบในรูปแบบนี้นั้นจะทำให้ลื่นไหลและน่ามองในทุกส่วนจริงๆ

• สีสันของ Samsung Galaxy รุ่น A5

   สำหรับสีของโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรุ่น Samsung Galaxy รุ่น A5 นั้นจะมีสีสันที่ดูมีความเป็นธรรมชาติอย่างมาก ต้องบอกเลยว่าถ้าคุณหยิบ Samsung Galaxy รุ่น A5 มาแนบกับหูนั้นจะยิ่งเป็นผู้นำแฟชั่นได้เลยแบบไม่มีข้อแม้นะคะ สีของ Samsung Galaxy รุ่น A5 มีความน่าสนใจตรงที่ดึงดูดความรู้สึกและและมีความกลมกลืนอย่างสุดๆค่ะ

• เก็บได้ทุกรายละเอียด

  คิดว่าใครหลายคนกำลังอยากรู้ในส่วนของกล้องSamsung Galaxy รุ่น A5 ใช่ไหมล่ะค่ะ ต้องบอกเลยว่ากล้องของโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนของ Samsung Galaxy รุ่น A5 นั้นมีความลึกและมีรายละเอียดถึง 16 MP เลยค่ะ มั่นใจได้เลยนะคะว่ารูปที่ออกมานั้นจะเต็มไปดูความมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง และสำหรับตัวโฟกัสของ Samsung Galaxy รุ่น A5 นั้นจะมีความเร็ว เวลาคุณถ่ายรูปและต้องการที่จะโฟกัสนั้นก็ทำได้อย่างลื่นไหล ไม่เจอปัญหาในเรื่องโฟกัสช้าอย่างแน่นอน รวดเร็วและแม่นยำต้อง Samsung Galaxy รุ่น A5 เลยค่ะ ไม่ว่าคุณจะเจอช่วงเวลาประทับใจอะไร หรือคุณอยากจะเก็บโมเม้นนี้เอาไว้ก็ทำได้อย่างไม่มีทางพลาด

• รายละเอียกของกล้องหน้า Samsung Galaxy รุ่น A5

   มาดูคุณสมบัติในส่วนของกล้องหน้ากันบ้างดีกว่านะคะ กล้องหน้าของโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนSamsung Galaxy รุ่น A5 นั้นจะมีรายละเอียดถึง 16 MP และสิ่งที่เห็นได้ชัดก็คงเป็นเรื่องของความสว่าง ซึ่งความสว่างของ Samsung Galaxy รุ่น A5 นั้นมีเพิ่มถึงสองเท่าด้วยกัน เวลาคุณจะกดถ่ายรูปนั้น จะสังเกตได้อย่างชัดเจนเลยนะคะว่ารูปภาพจะมีความคมชัดและสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และเมื่อคุณต้องการที่จะไปถ่ายรูปในที่ๆแสงอาจจะไม่สว่าง หรือเรียกง่ายๆว่าไปถ่ายรูปในที่แสงน้อยก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องกลัวว่าภาพที่ออกมานั้นจะมีความมืดค่ะ และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คงเป็นในส่วนของชัตเตอร์ ซึ่งชัตเตอร์ของSamsung Galaxy รุ่น A5 นั้นที่เป็นแบบลอยตัว สามารถปรับแต่งได้เป็นพิเศษ เพราะตัวนี้นี่แหละค่ะที่ทำให้ภาพที่ออกมานั้นมีความคมมากขึ้น

               Samsung Galaxy รุ่น A5 นั้นเต็มไปด้วยคุณบัติพิเศษที่เราเชื่อว่าหลายคนอยากที่จะเป็นเจ้าของกันทั้งนั้น ใครที่ชอบความเรียบง่ายและหรูหราก็คงจะต้องอยากเป็นเจ้าของ Samsung Galaxy รุ่น A5 อย่างแน่นอน

ความหัศจรรย์ huawei p10 plus

huawei p10 plus

               ใครเป็นสาวกที่กำลังรอการเปิดตัวของ “huawei p10 plus”นั้นคงจะไม่ต้องรอเก้อกันอีกต่อไปแล้วนะคะ เพราะตอนนี้หัวเว่ยไม่ปล่อยแฟนๆต้องรอคอยกันอีกแล้ว ต้องขอการันตีของการมีทีเด็ดของหัวเว่ยในครั้งนี้นั้นคือการเปิดตัวหัวเว่ยรุ่น p10 plus นั่นเองค่ะ และสิ่งที่โดดเด่นของเจ้า Smartphone ก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องของกล้องนั่นเองค่ะ เพราะว่ากล้องที่อยู่บนโทรศัพท์มือถือ huawei p10 plus นั้นคือกล้องของ Leica

สำหรับใครที่ชื่นชอบการถ่ายรูปเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั้นคงจะรู้จักแบรนด์ที่มีความโด่งดังในเรื่องของกล้องถ่ายรูปอย่างแบรนด์ Leica นั่นเองค่ะ ไม่มีใครบนโลกนี้ไม่รู้จักกล้องยี่ห้อ Leica อย่างแน่นอน ซึ่งกล้อง Leica นั้นมีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยนะคะ ใครที่เป็นสาวก Leica ก็คงอยากจะได้หัวเว่ย รุ่น p10 plus มาถือในมือกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ แต่ถ้าใครยังมีความไม่แน่ใจหรือว่ามีความลังเลอยู่นั้นก็อย่าพึ่งตัดสินใจไปค่ะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับความมหัศจรรย์ของ huawei p10 plus กันค่ะ รับรองว่าจะต้องไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

        ความหัศจรรย์ p10 plus ที่คุณจะต้องรู้และห้ามพลาดเด็ดขาด

• ที่สุดของกล้อง Leica

   เปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่กับ หัวเว่ย รุ่น p10 plus โดยเฉพาะตัวกล้องของหัวเว่ยที่ได้แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Leica มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโทรศัพท์หัวเว่ย รุ่น p10 plus นั่นเองค่ะ ต้องบอกเลยว่าคุณสมบัติของกล้องคู่จาก Leica นั้นเป็นกล้องคู่ที่มีความละเอียดถึง 12MP + 20MP ส่วนในเรื่องของรูรับแสงในตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้จะอยู่ที่ F2.2 มีระบบกันสั่น OIS อีกด้วย และนี่ก็ถือเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้กับกล้องหน้าของ Leica ที่มีความสามารถพิเศษในการบันทึกแสงที่มากขึ้นถึงสองเท่าด้วยกันนั่นเอง และกล้องหน้าที่เป็นกล้องคู่นั้นมีความละเอียก 8 MP รวมถึงค่ารูรับแสงนั้น F1.9 ค่ะ

• เอาใจคนรักเซลฟี่

   เวลาที่เราถ่ายรูปภาพผ่านหัวเว่ย รุ่น p10 plus โดยกล้อง Leica นั้น ต้องบอกเลยว่ารูปเซลฟี่ที่ออกมาจากกล้องหัวเว่ย รุ่น p10 plus นั้นจะมีความดูดีแบบไร้ที่ติด ไม่ว่าคุณจะอยากถ่ายเซลฟี่ในตอนกลางวัน หรือว่าคุณจะอยากเซลฟี่ในตอนกลางคืนก็ตามแต่ภาพที่ออกมาจะชัดเจน เพราะกล้องหน้าของหัวเว่ย รุ่น p10 plus นั้นสามารถบันทึกแสงได้ถึงสองเท่า ต้องขอการันตีในเรื่องของคุณภาพของรูปถ่ายว่าจะต้องไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน รวมถึงกล้องหน้าของหัวเว่ย รุ่น p10 plusนี้สามารถรองรับการถ่ายภาพที่เปนรูปแบบของการเซลฟี่ที่เป็นแบบกลุ่มได้ โดยที่การเซลฟี่นั้นจะปรับเปลี่ยนเป็นภาพถ่ายที่เป็นมุมกว้างแบบอัตโนมัติเวลาคนเข้ามาถ่ายเพิ่มขึ้นนั่นเองค่ะ แถมเซนเซอร์ของหัวเว่ย รุ่น p10 plusมีขนาดที่ใหญ่และสามารถบันทึกแสงได้มากขึ้นถึงสองร้อยเปอร์เซ็นต์อีกด้วยค่ะ

• วัสดุพรีเมี่ยม

   ด้วยความประณีตของหัวเว่ยที่มีการดีไซต์ในรุ่น p10 plusได้อย่างยอดเยี่ยมและไม่มีที่ติ บอกเลยว่าหัวเว่ยได้สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการดีไซต์ที่มีการใช้วัสดุ Hyper Diamon-Cut บนสมาร์ทโฟนนั่นเองค่ะ ซึ่งนวัตกรรมนี้จะเพิ่มสีสันและความแข็งแกร่งมากขึ้น มีการเคลือบผิวอีกด้วยค่ะ มีให้เลือกทั้งแบบมันวาวและแบบพ่นทราย (Sandblast) ซึ่งเป็นผู้กำหนดเทรนด์สีระดับโลก และที่สำคัญนั้นยังเป็นผู้กำหนดเทรนด์สีสำหรับสมาร์ทโฟนเพื่อเพิ่มสีสันให้แก่ผู้ใช้ทั้งหลายนั่นเองค่ะ

• ลื่นไหลไม่มีอะไรมาขัดจังหวะ

   สำหรับความลื่นไหลของหัวเว่ย รุ่น p10 plus นั้นบอกเลยว่ามาพร้อมหน่วยความจำแรม (Ram) ที่ขนาดใหญ่จุใจถึง 6GB ไม่ว่าคุณจะใช้งานApplicationsที่หลากหลายและเยอะแค่ไหนก็สามารถทำได้ ไม่มีการที่จะเกิดเครื่องค้างหรือว่ามีอาการหน่วงอย่างแน่นอน อยากจะดูหนังพร้อมๆไปกับการแชทกับเพื่อนก็ยังทำได้เลยค่ะ และสิ่งที่สำคัญของหัวเว่ย รุ่น p10 plus นั้นก็คือหน่วยความจำขอรุ่นนี้นั่นเอง ซึ่งความจุของหัวเว่ย รุ่น p10 plus มีความจุสูงสุดถึง 128GB บอกเลยว่าเยอะแบบมากๆ เรียกได้ว่าใครที่ชอบเก็บรูปเยอะๆนั้นจะต้องถูกใจความความจุที่หัวเว่ยมอบให้อย่างแน่นอน รวมถึงใครที่ชอบโหลดภาพยนตร์รวมถึงโหลดเพลงเก็บไว้ในเครื่องก็คงต้องถูกใจกับความจุที่มีมากขนาดนี้เช่นกัน

โปรมือถือ เคส ฟิล์มกันรอย ..ของแถมดีๆ ที่ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น

โปรมือถือ เคส ฟิล์มกันรอย

โปรมือถือ เคส ฟิล์มกันรอย เป็นของแถมที่หลายๆ คนชอบที่จะได้รับสมนาคุณเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ โปรมือถือ ปัจจุบันสมาร์ทโฟนนั้น เปรียบได้ว่าเป็นอุปกรณ์คู่หูคู่ใจสำหรับทุกคนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ไอโฟน ซัมซุง หัวเว่น ออปโป้ ฯลฯ ฉะนั้น การใช้งานต้องมีการดูแลเป็นอย่างดี เพื่อให้สมาร์ทโฟน อยู่กับเราไปได้นาน และมีคุณภาพอยู่เสมอ จึงต้องอาศัยอุปกรณ์เสริมมือถืออื่น ๆ เพื่อลดความเสียที่อาจจะเกิดขึ้นกับสมาร์ทโฟนของเราให้น้อยที่สุด โดยทางเพาเวอร์บายขอแนะนำอุปกรณ์เสริมแจ่มๆ เพื่อให้เกิดคุณภาพ และป้องกันในเวลาใช้งานเพิ่มมากขึ้น

อันดับแรกนั้น คือฟิล์มกันรอยแบบกันกระแทก (Anti-Shock Screen Protector) เนื่องจากปัญหาหนักอกหนักใจที่บรรดาผู้ใช้สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ต้องเจอกันอยู่เป็นประจำก็คือการทำเครื่องหล่น หรือเกิดกระแทกกับของบางอย่างแล้วหน้าจอแตก ซึ่งทำให้ลำบากต้องเสียเงินไปเปลี่ยนหน้าจอกันหลายพันบาท ดังนั้นบรรดาผู้ผลิตฟิล์มกันรอยชั้นนำจึงพร้อมใจกันพัฒนาฟิล์มกันรอยแบบกันกระแทก (Anti-Shock) ออกมาโดยเฉพาะ

ซึ่งจุดเด่นของฟิล์มกันกระแทกแบบนี้ แน่นอนว่าตัวฟิล์มจะมีความทนทานต่อแรงตกกระแทกของวัตถุที่กระทบกับหน้าจอ รวมไปถึงการป้องกันรอยขีดข่วนที่อาจเกิดขึ้นจากการพกพาของผู้ใช้ อีกทั้งแผ่นฟิล์มยังมีความแข็งแรงทนทานกว่าฟิล์มแบบทั่วๆ ไปหลายเท่าเลยทีเดียว  และเท่าที่มีการทดสอบกันมาก็พบว่า แผ่นฟิล์มชนิดนี้สามารถป้องกันหน้าจอแตกได้จริง

 เนื่องจากตัวของแผ่นฟิล์มเองจะประกอบไปด้วยชั้นย่อยหลายชั้นที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ตั้งแต่ชั้นฟิล์มกันรอยนิ้วมือ, ชั้นฟิล์มกันรอยขีดข่วน  และชั้นฟิล์มกันแรงกระแทก ซึ่งชั้นฟิล์มกันกระแทกนี้เองจะผลิตจากกระจกที่สามารถช่วยดูดซับแรง หรือกระจายแรงกระแทกแทนหน้าจอจริงๆ ได้

ซึ่งในปัจจุบันนี้แบรนด์ผู้ผลิตฟิล์มกันรอยชั้นนำหลาย ๆ แบรนด์ต่างก็มีฟิล์มกันกระแทกชนิดนี้ติดตั้งให้ผู้ใช้อย่างหลากหลาย  และมีการพัฒนาให้ตัวฟิล์มเหมาะสมกับการใช้งานโดยทั่วไปแบบครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ความบางของฟิล์มในระดับ 0.xx มิลลิเมตร, การป้องกันรอยนิ้วมือ หรือการป้องกันการเกาะตัวของหยดน้ำ เป็นต้น

และด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้ก็ส่งผลให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักเลือกติดตั้งฟิล์มกันรอยแบบกันกระแทก (Anti-Shock) ที่มีคุณสมบัติครอบคลุมไว้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับสมาร์ทโฟนเครื่องสำคัญของเราได้ทุกเมื่อนั่นเอง ซึ่งทางเพาเวอร์บายก็มีฟิลม์กันกระแทกหรือฟิล์มรุ่นอื่น ๆ ให้เลือกซื้อจับจ่ายใช้สอย ในราคาที่แสนพิเศษมาก ๆ อีกด้วย

ทั้งนี้ นอกจากอุปกรณ์เสริมมือถือแล้ว เรายังต้องดูแลรักษาสมาร์ทโฟนของเราช่วยอีกทางนึงด้วย เช่น ควรทำความสะอาดด้วยผ้านุ่มไม่มีขน ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าชามัวร์ น้ำยาทำความสะอาด หากเลอะสารเคมีที่ฤทธิ์กัดกร่อนพื้นผิว ให้ใช้ผ้าซับออกทันที แล้วเช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาดอีกครั้ง หากใส่เคสควรถอดออกทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง กรณีเครื่องเปล่าไม่ได้ใส่เคส สามารถเช็ดคราบต่างๆ ได้ทันที ไม่ควรปล่อยไว้นานจนแห้ง

เพราะอาจทำให้คราบฝังแน่น เช็ดออกยาก หรืออาจกัดกร่อนผิวหรือสีเครื่องได้ (ไม่ใส่เคสเช็ดได้ทันที) ในขณะที่ถ้าใส่เคสถนอมตัวเครื่อง อาจมีผงหรือเม็ดฝุ่นเล็กๆ ติดอยู่ข้างใน ซึ่งเกิดการเสียสีตัวเครื่องทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้ จึงควรถอดเคสออกมาเช็ดทำความสะอาดทั้งตัวเครื่อง และเคส อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง (ใส่เคสถอดเช็ดเดือนละครั้ง)

อีกข้อสำคัญคือ ควรรักษาระดับแบตเตอรี่ให้มีประจุไฟ 40 – 80% ตลอดเวลา ตามปกติแล้วการชาร์จแบตเตอรี่อาจจะสัปดาห์ละครั้ง วันเว้นวัน หรืออาจจะทุกวัน ขึ้นอยู่กับความจุ และการใช้งานของแต่ละเครื่องแต่ละคน ข้อสำคัญคือ ควรใช้งานแบตเตอรี่ให้มีประจุไฟคงเหลืออยู่ที่ 40 – 80% จะช่วยให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

เลือก Power Supply ยังไงให้โดนใจคนใช้คอม

"Power"

         ในการใช้คอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพนั้นอุปกรณ์ต่าง ๆ มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้เมาส์หรือคีย์บอร์ดที่คุณภาพดี หรือใครที่ทำงานในสายงานที่แตกต่างกันก็คงต้องมีอุปกรณ์ที่มีลักษณะเฉพาะทางตรงตามวัตถุประสงค์ และ “Power” Supply หรือ เครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์นั้นก็จำเป็นอย่างยิ่งในการทำงานคอมพิวเตอร์เพราะว่าเป็นส่วนสำคัญในการทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้เลยทีเดียว

          ดังนั้นสำหรับคนที่จะเลือกซื้อคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะแบบประกอบเองซึ่งกำลังมองหาจะมีวิธีเลือกยังไงให้ตรงใจและเหมาะสมมากที่สุด วันนี้เราจะมาแนะนำกันในหลาย ๆ แง่มุมกัน

          Power Supply หรือ เครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์ มีหน้าที่ในการแปลงกระแสไฟฟ้าจากกระแสสลับมาเป็นแบบกรแสตรงเข้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านเมนบอร์ด ทำให้ส่วนต่าง ๆ และอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็น จอ, CPU, Harddisk ทำงานได้ ดังนั้นสิ่งนี้เปรียบได้กับเส้นเลือดใหญ่ของวงจรเลยทีเดียว

               ประเภทของเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์มีดังนี้

          แบบ AT นิยมใช้กันมาตั้งแต่อดีต โดยการทำงานจะต่อตรงจากแหล่งจ่ายไฟผ่านการทำงานโดยการ เปิด-ปิด ซึ่งบางครั้งเกิดปัญหากับอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเช่น Harddisk หรือ CPU ซึ่งจำเป็นต้องมีไฟหล่อเลี้ยงเอาไว้ก่อนที่จะปิดการทำงาน ซึ่งถ้าพลาดไปกดปิดก็จะเกิดผลไม่ดี

          แบบ ATX เป็นแบบที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน โดยการนำแบบ AT มา พัฒนาต่อ โดยนำส่วน เปิด-ปิด มาอยู่กับส่วนของเมนบอร์ด ทำให้มีกระแสไฟหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ต่าง ๆ เอาไว้ก่อนที่จะปิดเครื่อง ทำให้ลดความเสียหายของอุปกรณ์ต่าง ๆ ในเครื่อง

          วิธีการเลือกซื้อมีดังนี้

          1. ต้องมีกำลังไฟเพียงพอต่อการใช้งาน

          เป็นข้อหลักที่ควรจะนึกถึงและสำคัญมาก ๆ ในการเลือกซื้อเพราะว่าเป็นการบอกว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้สามารถจ่ายไฟให้คอมพิวเตอร์ได้มากเท่าไหร่ โดยหน่วยที่เลือกนั้นมีจำนวนเป็น watt ซึ่งแล้วแต่ว่าส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์นั้นใช้กำลังไฟมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเช็คดูได้จาก TDP (Thermal design power) เช็คได้จากเมนู Setting ของคอมพิวเตอร์ ซึ่งปกติจะอยู่ที่ประมาณ 65 watt ซึ่งควรซื้อเผื่อไว้ 30% เป็นอย่างต่ำ

               2. ดูพื้นที่ในคอมพิวเตอร์

          ตัวเคสของคอมพิวเตอร์มีไว้สำหรับใส่อุปกรณ์ต่าง ๆ และใส่เครื่องจ่ายไฟสำหรับคอมพิวเตอร์ด้วย ถ้าจะให้ดีจำเป็นต้องหาเคสที่มีพื้นที่กว้างเพื่อที่จะมีที่ระบายอากาศหรือว่ามีที่ไม่พอก็สมควรที่จะเจาะรูและติดกับตัวเคสเลย ซึ่งแบบนี้อาจจะต้องให้ช่างผู้ชำนาญมาทำการติดตั้ง แต่ถ้าตัวเคสมีขนาดใหญ่มากพอที่จะใส่เครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์ที่เลือกซื้อมาก็ใส่ไปได้เลย

          3. ความสามารถในการระบายความร้อน

          เนื่องจากเป็นส่วนที่ต้องเจอกับความร้อนอย่างต่อเนื่องอุปกรณ์ชิ้นนี้จึงจำเป็นต้องมีพัดลมระบายอากาศติดตั้งไว้ซึ่งจะทำการระบายลมร้อนจากการทำงานออกไปและนำความเย็นใส่เข้ามาในตัวเครื่อง ในสมัยก่อนจำนวนของพัดลมจะมีมากถึง 3 ตัวในรุ่นที่แพง ๆ แต่ว่าในปัจจุบันนั้นได้พัฒนาให้มีเพียงแค่ใบเดียวแต่ว่ามีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งช่วยในเรื่องเสียงของการทำงานได้เป็นอย่างดี

          4. ความปลอดภัย

          จริง ๆ แล้วเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์ก็คือหม้อแปลงชนิดหนึ่งนั่นเอง ซึ่งต้องมีมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งการรับรองมาตรฐานที่ชื่อว่า 80 PLUS สำคัญสำหรับอุปกรณ์ชิ้นนี้ เพราะผ่านการทดสอบแล้วว่าไฟที่ถูกนำเข้ามาจะเปลี่ยนเป็นความร้อนในระดับแค่ 20% ซึ่งจะช่วยเซฟเรื่องความร้อนไปได้มากและช่วยประหยัดไฟอีกด้วย

          5. เลือกเผื่ออนาคต

          แน่นอนว่าคอมพิวเตอร์นั้นต้องได้รับการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาในเรื่องสเปคดังนั้นการเลือกซื้อเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์ก็ต้องดูว่าสามารถรองรับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ถึงรุ่นไหน และจ่ายไฟได้สูงสุดอยู่ที่กี่ watt เพราะว่าถ้าเกิดอัพสเปคคอมครั้งต่อไปแล้วเกิดเปิดไม่ติดหรือจ่ายไฟไม่พอทำให้อุปกรณ์อื่น ๆ เสียหายคงไม่สนุกเลย

          การดูแลเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์

          หลัก ๆเลยก็คือเรื่องฝุ่นที่ต้องทำความสะอาดอยู่บ่อย ๆ เพื่อไม่ให้เกาะจนทำให้พัดลมระบายอากาศทำได้ไม่เต็มที่ ควรใช้แปลงปัดออกบ่อย ๆ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

          และนี่คือเรื่องราวของเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์ จะเห็นได้ว่าการเลือกซื้อนั้นไม่ยากและไม่ง่ายแต่ต้องศึกษาให้ดีก่อนซื้อนะครับ

ความสมบูรณ์แบบของกล้อง nova 3

nova 3

            เปิดตัวไปแล้วสำหรับโทรศัพท์มือถือที่กำลังมาแรงในปี 2019 อย่างสมาร์ทโฟนที่มีความครบเครื่องอย่างแบรนด์HUAWEI ที่มีการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นnova 3 นั่นเองค่ะ ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้ต้องขอบอกเลยว่าได้รับการตอบอย่างเป็นอย่างดี รวมถึงเป็นกระแสที่แรงเพราะไม่มีแบรนด์ไหนเคยทำมาก่อนนั่นเองค่ะ ซึ่งสิ่งที่พิเศษของสมาร์ทโฟนอย่าง HUAWEI “nova 3” มาพร้อมกับกล้องที่มีถึง 4 ตัวนั่นเองค่ะทุกคน!!!คุณอ่านไม่ผิดหรอกนะคะ นี่คือโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องสี่ตัวที่อยู่ในเครื่องเดียวกัน ไม่อยากจะเชื่อก็คงต้องเชื่อว่านวัตกรรมของเทคโนโลยีในปัจจุบันจะทำให้ความก้าวหน้าของวงการโทรศัพท์มือถือนั้นมีการพัฒนาที่ล้ำสมัยแบบอย่างเช่นวั้นนี้นั่นเอง

               สิ่งที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดคงไม่พ้นของ HUAWEI รุ่น โนวา 3 ก็คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของกล้องนั่นเองนะคะ เพราะหัวเหว่ยนั้นเขามีความโดดเด่นในเรื่องของกล้องมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ก็มีหลายคนที่อาจจะคงไม่คาดคิดว่าการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่างโนวา 3 ในครั้งนี้จะสร้างปรากฏการณ์ให้กับแฟนๆหัวเหว่ยมากกว่าที่ผ่านมานั่นเองค่ะ หรือเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกของวงการโทรศัพท์มือถือเลยก็ว่าได้ที่มีอะไรใหม่ๆแบบนี้เกิดขึ้น เพราะ HUAWEI รุ่น nova 3 นั้นเป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องถึงสี่ตัวนั่นเองค่ะ รวมไปถึงกล้องสี่ตัวที่ให้มานั้นจะมี AI ที่คอยช่วยปรับภาพให้ดูออกมาสวยงามมากกว่าที่เคยอีกนะคะ

               ปฎิเสธไม่ได้จริงๆนะคะว่า HUAWEI ยังคงสร้างปรากฏการณ์ในเรื่องของพัฒนา Smartphone แบบต่อเนื่อง และคงจะมีการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆแบบไม่รู้จบ โดยเฉพาะการเปิดตัว HUAWEI รุ่น โนวา 3 ที่มีคุณภาพสูงแต่ราคาไม่แรงแบบที่ใครๆคิด ถ้าใครอยากรู้และมีความสงสัยถึงข้อดีของ HUAWEI รุ่น โนวา 3 นั้น งั้นเราจะมาบอกกันว่ามีอะไรเจ๋งๆที่คุณต้องร้องว้าวกับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้บ้าง

       ความโดดเด่นของสมาร์ทโฟน HUAWEI รุ่น โนวา 3

• กล้องสี่ตัวในเครื่องเดียว

   อย่างที่ได้กล่าวในตอนแรกไปว่า HUAWEI รุ่น โนวา 3 นั้นมาพร้อมกับกล้อง 4 ตัว บอกเลยค่ะว่ากล้องสี่ตัวนี้มีความครบเครื่องอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในส่วนของกล้องคู่หน้าจะมีความละเอียด 24 + 2 MP ในส่วนของกล้องคู่หลังจะมีความละเอียด 24 + 16 MP กันเลยทีเดียว เห็นความละเอียดของกล้อง HUAWEI รุ่น โนวา 3 แล้วนั้นคงต้องไม่อยากจะคิดว่าถ้าเราจะเอา HUAWEI รุ่น โนวา 3 ไปถ่ายรูปทั้งที รูปที่ออกมาคงจะมีความสวยงามน่าดู ไม่อยากจะคิดว่าภาพถ่ายที่ออกมานั้นจะมีความสมบูรณ์แบบแค่ไหนกัน

• ถูกใจคนรักเซลฟี่

   สาวๆคนไหนที่มีความหลงใหลและชื่นชอบที่จะถ่ายรูปแบบเซลฟี่ก็คงจะต้องถูกใจ HUAWEI รุ่น โนวา 3 อย่างแน่นอน เพราะว่าทาง HUAWEI ได้มีการยกระดับความสามารถในเรื่องของกล้อง โดยเฉพาะกล้องที่เอาไว้เพื่อถ่ายเซลฟี่ที่มีความละเอียดสูงถึง 24 + 2 MP เลยนะคะ ซึ่งกล้องเซลฟี่ตัวนี้มาพร้อมกับ AI ที่มีความสามารถที่จะช่วยดึงเฉดสีรวมถึงมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของแสงตามการเรียนรู้ของชิปเซ็ตนั่นเอง และเมื่อสามารถเปลี่ยนเม็ดขอสีภาพตามสภาพแวดล้อมของฉากหลังได้ถึงแปดฉากเลย ซึ่งเวลาที่คุณจะกดถ่ายรูปเซลฟี่นั้น การันตีความมั่นใจได้เลยค่ะว่ารูปภาพที่คุณเซลฟี่ไปจะต้องสวยตั้งแต่แชะแรกที่คุณได้กดถ่าย ขอบอกเลยว่าไม่ธรรมดาจริงๆ

AI Master

   ด้วยความเทพของกล้องหลัง HUAWEI รุ่น โนวา 3 ที่มีถึง 24 + 16 MP นั้นจะมาพร้อมกับความมหัศจรรย์ของการทำงานของ AI ที่สามารถดลบันดาลที่จะสร้างภาพที่สภาพแวดล้อมที่มีความแตกต่างได้ถึง 22 รูปแบบเลยนะคะ ซึ่งรูปแบบที่เปลี่ยนไปก็ขึ้นอยู่กับฉากหลังของตอนที่ถ่ายภาพนั้นด้วย ซึ่งบอกเลยว่าพลังของอาณุภาพในส่วนของภาพถ่ายนั้นจะออกมาในรูปแบบที่มีความสมจริงอย่างเห็นได้ชัด สวยแบบที่เรียกได้ว่าเราไม่ต้องไปปรับตกแต่งเพิ่มใดๆทั้งสิ้นนั่นเองค่ะ รับรองว่าใครที่ชอบถ่ายรูปจะต้องถูกใจกับโทรศัพท์มือถือ HUAWEI รุ่น โนวา 3 อย่างแน่นอน