โน๊ตบุ๊คแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ

Notebook 1

          แม้ว่าโลกเราในรอบ 10 ปีมานี้คนส่วนมากจะมีสมาร์ทโฟนติดตัวเพื่อใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งเรื่องงานและความบันเทิง แต่ว่าคอมพิวเตอร์ โน๊-ต-บุ๊ค ยังคงเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนในหลาย ๆ อาชีพยังใช้เป็นอุปกรณ์สำคัญอยู่ รวมถึงก็ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่ใช้สำหรับความบันเทิงอยู่ เพราะว่าถ้าว่ากันจริง ๆ ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ชิ้นนี้ก็ยังมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าสมาร์ทโฟนและมีการทำงานเฉพาะทางที่โดดเด่นกว่า

          ซึ่งคอมพิวเตอร์ โน๊-ต-บุ๊ค ในแต่ละรุ่นนั้นก็ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปหรือตามแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล เช่น สำหรับการพิมพ์งาน พรีเซนต์งาน พิมพ์งาน สำหรับการดูภาพยนตร์ และเล่นเกม เป็นต้น เราจะมาดูกันว่า โน๊-ต-บุ๊ค รุ่นไหนจะเหมาะกับคุณ

          1. สำหรับพิมพ์งาน

          ถ้าใครเป็นนักเรียนศึกษาหรือทำงานเกี่ยวกับเอกสารการพิมพ์งาน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือหน้าจอต้องกว้างพอประมาณเพื่อมุมมองที่สะดวกสบายไม่ปวดตา ต่อมาก็คือแป้นพิมพ์ที่ต้องมีขนาดใหญ่กดสะดวก และที่สำคัญก็คือการดีไซน์ที่ดี รองรับสรีระของผู้พิมพ์ในระยะเวลานาน ๆ ส่วนเรื่องของประสิทธิภาพนั้นคงไม่ต้องเน้นให้แรงมากนักก็ได้ แต่ก็ไม่ควรช้าจนเกินไปจนเป็นอุปสรรคในการทำงาน    ซึ่งรุ่นที่จะมาแนะนำนั่นก็คือ Asus X407MA ที่มาในหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ซึ่งกำลังพอดีสำหรับการพิมพ์งาน CPU ใช้ Intel Pentium Silver N5000 Ram ใช้ 4GB DDR4 HDD มีขนาด 1TB ด้วยกัน แป้นพิมพ์กว้างสบายมือปุ่มเด้งกดแล้วได้ฟีลลิ่งที่ดี นอกจากนี้ดีไซน์ยังออกแบบมาได้เหมาะสมกับการใช้งานนาน ๆ อย่างยิ่ง Asus X407MA ราคาอยู่ที่ 11,990 บาท ซึ่งถือว่าถูกและคุ้มค่ามากเลยทีเดียว

          2. สำหรับนักธุรกิจ

          นักธุรกิจนั้นจำเป็นต้องมี โน๊-ต-บุ๊ค ติดตัวที่สวยงาม มีประสิทธิภาพ รวมถึงยังใช้พรีเซนต์งานในที่ต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วอีกด้วย ซึ่งรุ่นที่เหมาะสมนั้นควรเน้นไปที่ความบางเบา พกพาสะดวก ดีไซน์ที่ดีเพื่อเป็นภาพลักษณ์ ตลอดจนความแรงที่ต้องมีพอตัว โดยรุ่นที่จะแนะนำก็คือ Dell Latitude 7380 ที่จัดเต็มด้วย CPU แบบ Intel Core i5-7200U 2.5GHz ใช้ RAM 8GB SSD ขนาด 240GB หน้าจอกว้าง 13.3 นิ้ว มีระบบ Anti Glare เห็นชัดทุกมุมมอง ตัว Battery อยู่ได้ 8-10 ชั่วโมงเลยทีเดียว

          โดยวัสดุภาพนอกเป็นแบบ Magnesium Alloy เบา บางเฉียบ หิ้วไปได้ทุกที่ ๆ ต้องการ เหมาะสำหรับใช้ในการพรีเซนต์งานมากเพราะมีความรวดเร็ว รวมถึงพอร์ต USB ที่ให้มาทั้งแบบรุ่นเก่าและแบบรุ่นใหม่นั้นก็ทำให้เรื่องการพรีเซนต์งานในที่ต่าง ๆ เป็นไปอย่างสบาย ราคาอยู่ที่ 29723 บาท

          3. สำหรับเล่นอินเตอร์เน็ตและความบันเทิงต่าง ๆ

          สำหรับสายนี้ค่อนข้างที่จะต้องเน้นไปที่หน้าจอที่คมชัด และไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไปเพราะว่าเป็นการใช้งานแบบอเนกประสงค์ทั้ง เล่นอินเตอร์เน็ตและดูหนังฟังเพลง ส่วนเรื่องเสียงนั้นก็ต้องเน้นขึ้นมาอีกขั้น แต่เรื่องความแรงนั้นสามารถอยู่ในระดับกลาง ๆ ได้

          รุ่นที่จะมานำเสนอนั่นก็คือ ASUS VivoBook Max (X441SC) ขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว CPU ใช้ Intel Pentium N4200         Ram ใช้ 4GB DDR3 HDD ติดเครื่องมีขนาด 1 TB และที่น่าสนใจมาก ๆ นั่นคือใช้เทคโนโลยี SonicMaster เป็นการเพิ่มพลังเสียงให้กระหึ่ม ซึ่งแน่นอนว่าเอาอยู่ทั้ง ภาพยนตร์และเพลงแน่นอน

          4. สำหรับเล่นเกม

          มาที่ โน๊-ต-บุ๊ค สำหรับการเล่นเกมกันบ้าง ที่ต้องบอกว่าต้องเน้นทุกองค์ประกอบในเรื่องประสิทธิภาพเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง ไปจนถึงต้องมีดีไซน์ที่สวยเป็นเอกลักษณ์ด้วย

          โดยรุ่นที่อยากจะแนะนำก็คือ Lenovo Notebook Y720-80VR00K0TA (W) ที่มีขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้ว น้ำหนักเบา ดีไซน์สวย ดุดัน CPU ใช้ 7th Gen Intel Core processors การ์ดจอใช้ NVIDIA GTX 1060 Ram 16 GB DDR4 HDD 2 TB 5400 RPM + SSD 256 GB เรื่องความแรงนั้นคงไม่ต้องพูดถึงกันเพราะว่าสามารถเล่นเกมที่ออกมาในปัจจุบันได้ทุกเกมเลยทีเดียว ด้านภาพนั้นหายห่วงได้ เพราะว่าใช้ประสิทธิภาพของการ์ดจอที่ดี ด้านเสียงก็สามารถทำได้อย่างดีมีมิติมาก Lenovo Notebook Y720-80VR00K0TA (W) ราคาอยู่ที่ 49,750

          ที่นี่พอจะตัดสินใจได้แล้วหรือยังครับว่า โน๊-ต-บุ๊ค แบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ หวังว่าอาจจะมีถูกอกถูกใจรุ่นที่เรานำมาเสนอกันบ้าง ซึ่งยังมีอีกหลายรุ่นสำหรับหลายความต้องการให้ได้เลือกดูและพิจารณากันนะครับ

พรีเมี่ยมไปกับ Galaxy S10

                              เปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่แล้วนะคะสำหรับ “ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 10” ซึ่งบริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งการสร้างสรรค์โดยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมอย่างกาแลคซี่เอส 10 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมากเลยค่ะ และกาแลคซี่ เอส 10 นี้พร้อมจะมอบประสบการณ์ที่คุณจะต้องตะลึง เพราะนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของกล้องหลังและกล้องหน้าระดับ 4K หลายๆคนฟังแล้วคงรู้สึกตื่นเต้นไปกับเทคโนโลยีของซัมซุงกันเลยใช่ไหมคะ ที่ทั้งล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพในการทำงานอย่างทรงพลังมากๆเลยค่ะ

                              ล่าสุด ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 10 ได้เปิดตัวในประเทศไทยของเราด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่นรวดเดียวกันเลยค่ะ นั่นคือ กาแลคซี่ เอส 10e, เอส 10 และ เอส 10 พลัส ทั้งสามรุ่นนี้ออกมาพร้อมกับการออกแบบหน้าจอแสดงผลที่มีความทันสมัยอย่าง  Dynamic AMOLED ซึ่งทางแบรนด์ซัมซุงเน้นการพัฒนาและปฏิวัติในเรื่องของเทคโนโลยีเป็นหลัก ไม่แปลกใจเลยล่ะค่ะว่าทำไม ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 10 ถึงมีรูปแบบที่อยากสัมผัสและอยากเป็นเจ้าของเพียงแค่เห็นแค่เพียงไม่กิวินาที เพราะทั้งรูปร่างหน้าตารวมถึงคุณสมบัติที่ล่อตาล่อใจ รวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆของกาแลคซี่ เอส 10ที่รอให้คุณมาลองสัมผัสใช้งานกัน

                              เรามารู้จักหน้าจอแสดงผลของกาแลคซี่ เอส 10 กันดีกว่า ที่เรากล่าวไปข้างต้นแล้วนั่นคือจอแสดงผล Dynamic AMOLED ซึ่งทางแบรนด์ซัมซุงได้การันตรีมาเลยว่านี่คือจอแสดงผลที่ดีที่สุดของซัมซุงที่เคยมีมา เพราะจอแบบ Dynamic AMOLED นั้นเป็นจอไร้ขอบ มาพร้อมกับเซนเซอร์ที่สามารถแสกนลายนิ้วมือหน้าจอแบบอัลตราโซนิค ซึ่งนี่ถือว่าเป็นครั้งแรกของโลกเลยกว่าได้นะคะกับนวัตกรรมจอแสดงผลแบบ Dynamic AMOLED นี้ และ กาแลคซี่ เอส 10 ยังเปนสมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่ได้รับการรับรองการแสดงผลระดับ HDT10+ ซึ่งเราจะได้เห็นภาพที่สมจริง รวมถึงสีสันที่สดใจ แถมยังสามารถปรับสีของภาพได้แบบช็อตต่อช็อตกันเลยทีเดียว อะไรจะไฮเทคขนาดนี้คะ และเท่านั้นยังไม่พอ จอภาพจะแสดงเฉดสีที่กว้างขึ้นและสมจริงขึ้นอีกด้วย หากใครกังวลเวลาที่ต้องใช้โทรศัพท์มือถือกลางแจ้ง หรือมีแดดจ้ามากๆ เราอยากจะบอกทุกคนว่าอย่าได้กังวลไปค่ะ เพราะหน้าจอ Dynamic AMOLED ในกาแลคซี่เอส 10จะแสดงเฉดสีสมจริงแม้เราจะยืนท่ามกลางแดดจ้าก็ตาม และหน้าจอ Dynamic AMOLED ยังได้รับการรับรองจาก VDE รวมถึงยังมีค่า Contrast Ratio ในขั้นสูง ซึ่งจะสามารถแสดงภาพที่มีสีดำที่เข้มสนิทมากไปจนถึงสีขาวที่สว่างที่สุดได้อย่างแจ่มชัดทุกรายละเอียด

               เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าจุดเด่นของ ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 10 ที่น่าสนใจนั้นมีอะไรเด็ดๆบ้าง

มีระบบกันสั่นอัจฉริยะ และสามารถบันทึกวีดีโอ 4k ได้

  ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 10ได้นำการเสนอการถ่ายบันทึกวีดีโอแบบ Super Steady ที่สามารถป้องกันภาพที่สั่นไหวได้เลยนะคะ ไม่ว่าคุณจะทำกิจกรรมอะไร จะไปคอนเสิร์ตหรือจะวิ่งออกกำลังกาย คุณก็สามารถถ่ายวิดีโอที่มีคุณภาพระดับ 4K ได้อย่างไร้กังวล ซึ่งการเก็บบันทึกภาพของซัมซุง กาแลคซี่ เอส 10นั้นจะเก็บบันทึกภาพขอคุณได้อย่างมืออาชีพ

เลนส์ Ultra Wide

  เลนส์ Ultra Wide มาพร้อมกับ ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 10 ที่มีความสามารถในเก็บภาพได้ถึง 123 องศาเลยนะคะ พูดง่ายๆคือภาพที่ออกมานั้นจะเสมือนภาพที่มองเห็นด้วยตาเปล่าของเราได้เลย สมจริงมาก ไม่ว่าจะเป็นภาพพาโรนามา ภาพถ่าย Portrait รวมถึงภาพวิวทิวทัศน์ต่างๆ

PowerShare แบบไร้สาย

   อยากจะร้องว้าวจริงๆกับนวัตกรรม PowerShare ที่ออกมา หรือการแชร์แบตเตอรี่ให้ดีไวซ์อื่นๆแบบไร้สายให้กับโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ที่รองรับ Qi ได้อย่างง่ายดายเลยค่ะ ทั้งนี้จะช่วยลดความยุ่งยากในการที่เราจะพกที่ชาร์จหลายๆอันโดยไม่จำเป็น

นี่คือจุดเด่นแค่ไม่กี่ข้อของซัมซุง กาแลคซี่ เอส 10 ที่เรายกตัวอย่างมานะคะ ถ้าใครอยากรู้ว่านวัตกรรมของเจ้าซัมซุง กาแลคซี่ เอส 10 จะเจาะลึกอะไรบ้างนั้น คุณจะต้องไปลองสัมผัสและลองใช้งานด้วยตัวของคุณเองว่าวิวัฒนาการของแบรนด์ซัมซุงนั้นมีความอัจฉริยะขนาดไหน หลายๆคนคงกังวลกับโทรศัพท์มือถือของ Samsung ราคาแต่ละค่ายโทรศัพท์มือถือนั้นมีความแตกต่างมากแค่ไหน หลายคนกลัวว่า Samsung ราคาจะแรงมากไหม Samsung ราคาจะแพงขนาดไหน อยากจะบอกว่าอย่าพึ่งกังวลไปนะคะ เพราะ Samsung ราคาที่ออกมานั้นมีความหลายหลายแล้วแต่ค่าย แล้วแต่โปรโมชั่นที่มีให้เลือกกัน รวมถึงแล้วแต่คุณสมบัติของสเปคและความจุของโทรศัพท์มือถือด้วย อยากแนะนำให้ไปลองสัมผัสของจริงด้วยตัวของคุณเองก่อนตัดสินใจซื้อ แค่นี้การตัดสินใจของคุณในการเลือกซื้อจะมีความง่ายมากขึ้นแล้วล่ะค่ะ

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณจะเปลี่ยนทีวีเป็น 4K

4K

               หนึ่งปัจจัยที่จะเติมเต็มการรับชมทีวีนั่นก็คือความคมชัดนั่นเอง ซึ่งมาตรฐานความคมชัดของทีวีนั้นก็ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยจอแก้วที่ความคมชัดสูงสุดยังอยู่ที่ประมาณ 480P เท่านั้น จนในปัจจุบันก็ได้รับการพัฒนาต่อมาในระดับ 4K อย่าง lg 65sk8500 ราคาประมาณ 39,990 บาท ในตอนนี้เป็นต้น

          ซึ่งช่วงแรก ๆ ที่เรายังคงรับภาพสัญญาณทางจอทีวีผ่านทางเสาอากาศทีวีก็อาจจะยังไม่รู้สึกถึงความแตกต่างในเรื่องความคมชัดเท่าไหร่นัก แต่เมื่อโลกได้รู้จักกับมาตรฐานความคมชัดแบบ HD ที่มีความละเอียด 720p ต่อมาถึง Full HD ที่ความละเอียด 1080p และมาตรฐานล่าสุดที่ยอมรับกันในวงการทีวีนั่นก็คือ 4K ที่มีความชัดเหนือกว่า Full HD ถึง 4 เท่านั่นเอง อย่างเช่น lg 65sk8500 ราคาประมาณ 39,990 บาท

          คำถามที่เกิดขึ้นในใจของหลาย ๆ คนก็คือจำเป็นไหมที่จะอัพเกรดทีวีที่มีอยู่เดิมไม่ว่าจะเป็นจอแก้วที่มีความคมชัด 480P หรือจอ LCD, LED ที่มีความคมชัด 720P-1080P ให้เป็น 4K ดีไหม และมีข้อดีข้อเสียอย่างไร แล้วถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะเปลี่ยน ครั้งนี้เราจะมาคลี่คลายความสงงสัยนี้ของทุกคนกัน

          – ความคมชัดและความสวยงามของภาพที่มีมากกว่า

               แน่นอนว่าเวลาเราดูภาพยนตร์ การ์ตูน หรือ คอนเสิร์ต คงต้องการการประสบการณ์การรับชมที่ดี ภาพสีสันสวยงามถ่ายทอดอารมณ์หรือความรู้สึกที่ผู้สร้างต้องการได้มากที่สุด ดังนั้นความคมชัดระดับ 4K จึงตอบสนองข้อนี้ได้ดีเป็นอย่างยิ่ง

          – ผู้สร้างสื่อได้หันมาผลิตคอนเทนท์ในรูปแบบ 4K มากขึ้น

          เนื่องจากสื่อและคอนเทนท์ที่เรารับชมกันทุกวันนั้นไม่ได้ผ่านเสาสัญญาณทีวีเหมือนเก่าแล้ว แต่ว่ามาในรูปแบบ HD, Full HD ไปจนถึง 4K ผ่านอินเตอร์เน็ตหรือสื่อรูปแบบต่าง ๆ กันไป ดังนั้นการที่จะเปลี่ยนทีวีใหม่สักเครื่อง การที่จะครอบครองมาตรฐานสูงสุดอย่าง 4K นั้นก็เป็นเรื่องที่คุ้มค่าและต่อยอดสู่อนาคตได้

          – จอกว้างมากกว่า

          ด้วยความละเอียดของจอทีวีแบบ 4K มักจะเริ่มต้นที่ 60 นิ้ว ขึ้นไป เพื่อให้ได้ ทำให้มุมมองการรับชมนั้นใหญ่เต็มตา และแสดงความอลังการของภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นถ้าหากว่าต้องการประสบการณ์ใหม่ของการรับชมโทรทัศน์นั้น ทีวี 4K ก็เหมาะสมที่จะไปอยู่ที่บ้านท่าน

          – เครื่องเล่นเกมรุ่นใหม่รองรับมาตรฐาน 4k

               ในปัจจุบันนั้นการเล่นเกมถือว่าเป็นกิจกรรมที่ทุกคนชอบ เพราะว่ามีความสมจริงและมีความสวยงามของภาพที่มากกว่าสมัยก่อน อย่างเช่นตอนนี้คือเครื่อง PlayStation 4 Pro ที่สามารถรันภาพได้ในระดับ 4K HDR นั่นเอง ดังนั้นถ้าใครเป็นคอเกมและอยากจะเต็มที่กับประสิทธิภาพของ PlayStation 4 Pro แล้วล่ะก็ต้องถอยทีวี 4K อย่าง lg 65sk8500 ราคาประมาณ 39,990 บาท แล้วล่ะครับ

               – รวบรวมความบันเทิงทั้งหลายมาไว้หน้าจอเดียว

          ตอนนี้ไม่ว่าจะต้องการรับชมอะไรก็ตาม สามารถหาดูได้ผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้หมดแล้ว ซึ่งทีวี 4K สมัยนี้อย่าง lg 65sk8500 ราคาประมาณ 39,990 บาท ก็สามารถต่ออินเตอร์เน็ตละเข้าถึงคอนเทนท์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ช่องต่อสื่อต่าง ๆ ก็มีครบ เรียกได้ว่าซื้อไปเครื่องเดียวเหมือนได้ความสุขที่ตรงใจมาไว้ใกล้ ๆ ตัวอย่างไม่ตกหล่นเลยทีเดียว

          – ราคาที่ไม่แพง

          ก่อนหน้านี้ถ้าพูดถึงทีวี 4K ก็คงต้องยอมถอยไปตั้งหลักก่อน เพราะราคาที่มากมาย แต่ว่าตอนนี้ราคาของ TV 4k นั้นถูกลงมาอย่างมากมาย อย่างเช่น ทีวีจอ 65 นิ้ว อย่าง lg 65sk8500 ราคาประมาณ 39,990 บาท ซึ่งถือว่าพอรับได้สำหรับหลาย ๆ คนเลยทีเดียว หรือถ้าใครสนใจที่ฟังก์ชั่นน้อยลงมา ราคาก็จะลดหลั่นกันลงมาอีก

               ส่วนทีวีแบบ 4K ที่เราอยากมาแนะนำทุกคนก็ต้องเป็น lg 65sk8500 ราคาประมาณ 39,990 บาท ที่อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นมากมายทั้ง Nano Cell Display ที่ให้ภาพที่สมดุลเป็นธรรมชาติ รวมไปถึง Cinema HDR ที่ให้ภาพในรูปแบบ HDR ที่คมแบบสุด ๆ ที่ขาดไม่ได้ก็คือเทคโนโลยี ThinQ AI ที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียงอย่างอัจฉริยะนั่นเอง

          เรื่องเสียงก็หายห่วงเพราะพ่วงระบบ Dolby Atmos มาให้รับรองว่าไม่ว่าจะดูภาพยนตร์ คอนเสิร์ต หรือ กีฬา ก็เต็มที่แน่นอน

          และนี่ก็คือข้อที่คุณควรนำไปพิจารณากับคำถามที่ว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณจะเปลี่ยนทีวีเป็น 4K ซึ่งถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งที่ได้แนะนำไปนั้นใช่สำหรับคุณก็เดินหน้าหามาไว้เป็นเจ้าของได้เลยนะครับ แต่อย่าลืมว่าควรเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการของตัวเองก็พอนะครับ และ lg 65sk8500 ราคาก็ไม่แพงแล้ว ซึ่งคุ้มค่ามาก

นวัตกรรมซัมซุงที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด

                              พูดถึงแบรนด์ SAMSUNG แล้วนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะว่าไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์โทรศัพท์ชั้นนำของโลกในขณะนี้ ถ้าเราจะพูดถึงนวัตกรรมของซัมซุงแล้ว วิวัฒนาการของโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุงนั้นมีความขับเคลื่อนล้ำหน้าแบบก้าวกระโดดมากๆเลยค่ะ เพราะซัมซุงให้ความสำคัญกับการพัฒนาของเทคโนโลยีเรื่อยมา ตั้งแต่อดีตจนถึงมาถึงปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมาซัมซุงได้พังทลายกำแพงกฎเกณฑ์รวมไปถึงข้อจำกัดต่างๆ และสร้างรูปแบบให้สมาร์ทโฟนในปัจจุบันนั้นมีความทันสมัยและเป็นที่นิยมจนถึงทุกวันนี้

                              สังเกตไหมคะว่าทำไมแบรนด์ซัมซุงถึงครองใจผู้คนได้หลากหลายมากมายได้ขนาดนี้ จริงๆแล้วเป็นเพราะแบรนด์ซัมซุงเป็นแบรนด์ที่เปิดรับความคิดสร้าสรรค์รวมถึงไอเดียดีๆและสิ่งใหม่ๆตลอดเวลา ไม่ว่าจะแปลกใหม่หรือแหวกตลาดขนาดไหน ทุกขบวนการผลิตก่อนที่สมาร์ทโฟนเครื่องแรกจะออกมาให้พวกเราเห็นหรือได้สัมผัสกันนั้น ทางแบรนด์จะต้องให้ทีมวิศวกรในเมืองซูวอน ของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งไม่เคยปล่อยผ่านในเรื่องการผลิตไปได้ๆง่าย โดยจะตรวจสอบเข้มทุกกระบวนการและไม่เคยที่จะหยุดคิดค้นสิ่งใหม่ๆให้กับสมาร์ทโฟนเลยสักครั้ง เหตุผลที่แบรนด์ซัมซุงมีความทุ่มเททำทั้งหมดนั้นมันทำให้แบรนด์ซัมซุงได้กลายเป็นตัวนำทิศทางในเรื่องของเทคโนโลยีจนถึงปัจจุบันนี้

                              สมัยก่อนนั้นซัมซุงได้มองเห็นความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงจากโทรศัพท์มือถือธรรมดาที่ทำได้แค่โทรเข้าและโทรออกให้กลายเป็นโทรศัพท์มือถือสารพัดประโยชน์ที่มีความสามารถในการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งในปี พ.ศ. 2542 หรือถ้าพูดง่ายๆคือต้องย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่แล้วนั้นทางแบรนด์ซัมซุงได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่น B600 ที่มีความสามารถในการดูทีวีได้ มาพร้อมกับกล้องที่มีความละเอียดถึง 10 ล้านพิเซล นี่คือคำนิยามใหม่ของแบรนด์ซัมซุงที่สามารถมีภาพถ่ายที่คุณภาพสูงอยู่ในโทรศัพท์มือถือในเครื่องเดียว

                              เมื่อความตั้งใจที่มีมากของแบรนด์ซัมซุงนั้นสามารถขยายขีดจำกัดของตัวเองและนำพาให้การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆของแบรนด์ซัมซุงที่มีแต่ไอเดียเจ๋งๆล้ำสมัยอยู่เรื่อยมา คุณเคยได้ยินคำว่า “กาแลคซี่” ใช่ไหมล่ะคะ ที่กล่าวเอาไว้ว่าซัมซุงได้ก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดต่างๆได้อย่างไม่มีเงื่อนไข ซึ่งการเคลื่อนไหวเหล่านี้ทำให้ซุมซุงได้จุดกำเนิดของโทรศัพท์มือถือกาแลคซี่ ซึ่งถ้ามองย้อนกลับไป หลายๆปีที่ผ่านมานี้แบรนด์ซัมซุงได้ปล่อยกาแลคซี่ ตระกูลเอสรุ่นแรกเลยในปี พ.ศ. 2553 ซึ่งในตอนนั้นได้อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่มีความเยี่ยมยอดที่สุด ซึ่งส่งผลให้กาแลคซี่เอสกลายเป็นต้นแบบของสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์กับผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก ซึ่งจากกระแสและผลตอบรับที่มีอยู่มากมายท่วมท้นนั้น แบรนด์ซัมซุงจึงสานต่อความสำเร็จนี้โดยการออกกาแลคซี่ เอส 2 กับ กาแลคซี่ เอส 3 ทันที เพราะเหตุนี้เองซัมซุงถึงได้รับการขนานว่าเป็นแบรนด์ผู้บุกเบิกแห่งวงการอุตสาหกรรมของสมาร์ทโฟนอย่างแท้จริงกันเลยทีเดียวค่ะ และไม่นาน ในปี พ.ศ.2554 นั้นได้เกิดกาแลคซี่โน๊ตขึ้นมา แบรนด์ซัมซุงได้สร้างจุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ด้วยขนาดจอที่มีความใหญ่กว่าโทรศัพท์มือถือทั่วๆไป เพื่อตอบโจทย์ให้ผู้ใช้งานสามารถอ่านคอนเทนต์ผ่านจอที่ใหญ่ และยังสามารถใช้งานได้หลากหลายโปรแกรมในเวลาเดียวกัน และมีการเปิดตัวปากกา S Pen เป็นครั้งแรกของซัมซุง ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้นั้นทำให้การใช้งานของสมาร์ทโฟนมีหลากหลายรูปแบบมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด                             

                     ต้องยอมรับจริงๆนะคะว่าแบรนด์ซัมซุงนั้นมอบประสบการณ์ให้คนทั้งโลกได้สัมผัสสมาร์ทโฟนที่ทางแบรนด์ได้พัฒนามุ่งคิดในเรื่องของเทคโนโลยีแบบไม่หยุดยั้ง เพราะแบรนด์ซัมซุงได้นำกาแลคซี่ให้เป็นที่รู้จักต่อคนทั่วโลก แต่ในส่วนของราคาโทรศัพท์ซัมซุงนั้นมีความหลากหลายด้วยเช่นกัน ซึ่งคุณสมบัติแต่ละรุ่นที่ออกมาทำให้ราคาโทรศัพท์ซัมซุงนั้นมีความแตกต่างกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ด้วยความล้ำสมัยที่ทางแบรนด์ได้พัฒนาสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่นมีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป อันไหนคุณสมบัติที่เหมาะกับเรามากที่สุดเราก็เลือกซื้อรุ่นนั้นเลยค่ะ เพราะฉะนั้นราคาโทรศัพท์ซัมซุงนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่เราจะตัดสินใจในการซื้อโทรศัพท์ แต่เราควรจะพิจารณาตามความต้องการในการใช้งานของเราจะดีที่สุดค่ะ

ทีวีสำหรับคอบันเทิงต้องเป็นแบบไหน

tv for entertainment

ต้องบอกเลยว่าสื่อที่เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัยทุกอาชีพนั้นก็ต้องเป็นทีวีนั่นเอง ซึ่งตลอดช่วงเวลาที่เราได้สัมผัสกับสื่อชนิดนี้นั้น สิ่งที่คาดหวังส่วนมากก็คือความบันเทิงจากหลายคอนเทนท์ที่ถ่ายทอดออกมาทั้งภาพและเสียงอย่างเต็มที่ยิ่งตอนนี้ ราคาทีวี 55 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดนิยมราคาไม่แพงแล้วยิ่งเป็นที่หมายตา

          ซึ่งทีวีรุ่นต่าง ๆ นั้นก็ต้องบอกว่าถ้าจะให้ดูกันลึก ๆ แล้วก็ตอบสนองคอนเทนท์และเนื้อหารายการที่แตกต่างกัน เช่น ราคาทีวี 55 นิ้ว รุ่นหนึ่งอาจถูกมากแต่ก็ไม่เหมาะกับคอนเทนท์ทุกรูปแบบ ซึ่งเราจะมาดูกันว่าทีวีรุ่นไหน เหมาะกับคอนเทนท์และความบันเทิงแบบไหนกันบ้าง

          1. ทีวีสำหรับดูหนังและซีรีย์

          คงเป็นสิ่งที่คนซื้อทีวีส่วนมากต้องการเป็นอันดับแรกแน่ ๆ สำหรับการดูหนังและดูซีรีย์ ซึ่งปัจจุบันการเข้ามาของ Streaming Platform ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Amazon Prime หรือ Line TV ก็ได้เข้ามาปลุกความต้องการของผู้ซื้อมากยิ่งขึ้น โดยราคาทีวี 55 นิ้ว ที่เหมาะสมก็ไม่แพง โดยรุ่นที่น่าสนใจก็คือ Samsung UHD led smart tv  productnation ขนาด 55 นิ้ว โดยทีวีรุ่นนี้มาในรูปแบบ 4K LED UHD จอโค้งทำให้การดูหนังและซีรีย์นั้นเต็มตาเต็มอารมณ์ สีสันที่ออกมาเป็นธรรมชาติเพราะว่ามีฟังก์ชั่น PurColour Productnation

               ระบบเสียงที่ให้มาก็ทำได้ค่อนข้างดีแม้ยังไม่ได้ต่อซาวด์บาร์หรือลำโพงเสริมใด ๆ เลย เหมาะกับหนังหรือซีรีย์ที่ใช้พลังเสียงเป็นส่วนประกอบในการดำเนินเรื่อง

          นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชั่น Smart View Productnation ซึ่งผู้ใช้สามารถควบคุมทุกอย่างที่ต้องการได้ในอุปกรณ์พกพา ตัวเครื่องสามารถต่ออินเตอร์เน็ตได้โหลดแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Netflix หรือ Line TV ก็โหลดได้สบาย ๆ เลย

          ในเรื่องการออกแบบก็ทำได้ดีมีความกระทัดรัดสวยงาม เข้ากันได้กับทุกการตกแต่งห้องเลยทีเดียว โดยปกติราคาทีวี 55 นิ้ว นั้นจะค่อนข้างสูง เพราะถือว่าเป็นทีวีไซน์ใหญ่ แต่รุ่นนี้ราคาอยู่ที่ 13,890 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นราคาทีวี 55 นิ้ว ที่ถูกและคุ้มค่ามาก ๆ

          2. ทีวีสำหรับดูกีฬา

          กีฬาถือเป็นความบันเทิงยอดนิยมที่ใครหลาย ๆ คนโปรดปรานและยังมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันที่สำคัญ ๆ ไปทั่วโลก ดังนั้นทีวีที่เหมาะสมควรอยู่ในขนาด 55 นิ้วกำลังดี เพราะจะได้ดูรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน โดยเราอยากจะแนะนำ TCL UHD Android smart TV รุ่น LED55F3800 ซึ่งเป็นทีวี 55 นิ้วราคาไม่แพงเลย หนำซ้ำฟังก์ชั่นต่าง ๆ ยังครบครันถึงขนาดสามาถสู้กับทีวีแบรนด์ยักษ์ใหญ่อื่น ๆ ได้อย่างสบาย

          จุดเด่นของทีวีรุ่นนี้นอกจากความคมชัดที่มีเหลือเฟือแล้วระบบเสียงที่ดังกังวาลก็ถือว่าเป็นความต้องการของแฟนกีฬาทุกคน เพราะไม่ว่าจะเป็น กีฬาฟุตบอล กีฬามวย หรือประเภทอื่น ๆ ก็จะมีเสียงผู้บรรยายและเสียงบรรยากาศในสนามซึ่งถ้ามีเสียงดังชัดเจนเพื่อนฝูงที่มาดูด้วยกันก็จะได้ยินด้วย

          การออกแบบของทีวีเครื่องนี้อาจจะดูแล้วเรียบ ๆ แต่ว่าด้วยความบางและน้ำหนักเบาสามารถเคลื่อนย้ายไปตามที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย จัดปาร์ตี้พร้อมดูกีฬาได้ในทุก ๆ ที่ โดยราคาทีวี 55 นิ้วเครื่องนี้อยู่ที่ 8,490 บาทเท่านั้น

          3. ทีวีสำหรับเล่นเกม

          การเล่นเกมในรูปแบบคอนโซลนั้นยังไงก็ยังได้รับความนิยมอยู่เสมอ ยและส่วนประกอบที่สำคัญมาก ๆ ก็คือทีวีนั่นเองที่จะต้องเป็นตัวที่ถ่ายทอดพลังภาพและเสียงออกมาให้ได้มากที่สุด โดยทีวีที่ออกมาในปัจจุบันนั้นก็มีหลากหลายรุ่นที่เหมาะสม แต่ที่เราจะนำมาให้ดูกันนั้นก็คือ LG UHD 4K SMART TV 43″ 43UJ652T ทีวีขนาด 43 นิ้วที่มีความละเอียดถึง 4K โดยที่เลือกหน้าจอขนาด 43 นิ้วมาให้พิจารณาก็เพราะว่าการเล่นเกมนั้นไม่ควรใช้หน้าจอที่กว้างเกินไป เพราะอาจจะทำให้การกวาดสายตามีมากเกินไป เกิดอาการล้าได้

          โดยทีวีรุ่นนี้หน้าจอเป็น IPS ที่ไม่ว่าจะไปนั่งตรงมุมไหนแล้วมองมาหน้าจอก็ยังคงสดพร้อมระบบ HDR ที่เป็นมาตรฐานใหม่ของวงการภาพจากเครื่องเกมคอนโซลในปัจจุบัน ระบบเสียงที่ให้มาก็กระหึ่มเหมาะกับเกมที่อลังการทางด้านเสียงเป็นอย่างมาก

          ทางด้านการออกแบบก็คงเอกลักษณ์ของ LG ไว้อย่างเต็มที่ ทันสมัยเหมาะกับเหล่าเกมเมอร์ LG UHD 4K SMART TV 43″ 43UJ652T ราคาอยู่ที่ 10,694 บาท           และนี่คือทีวีสำหรับคอบันเทิงในรูปแบบต่าง ๆ เห็นไหมครับว่าการเลือกทีวีนั้นไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แต่ต้องดูรายละเอียดให้ดีในระดับนึงเลยทีเดียว

ประเภทของ “โดรน” ที่คุณจะต้องรู้

                              ถ้าใครชื่นชอบอุปกรณ์ไอทีอยู่แล้ว หลายๆคนจะต้องรู้จัก “โดรน” (Drone) อย่างแน่นอน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “อากาศยานไร้คนขับ” ซึ่งเอกลักษณ์ของอากาศยานไร้คนขับหรือเรียกสั้นๆว่าโดรนนั้นได้สร้างขึ้นมาจากวัตถุที่มีขนาดเบาเพื่อที่จะเน้นความคล่องตัว ลักษณะที่เห็นกันได้ชัดๆว่าโดรนทำงานคล้ายๆกับเฮลิคอปเตอร์เลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะว่าโดรนเป็นอุปกรณ์ที่บินในระดับสูงได้แต่แค่จะมีขนาดเล็กกว่าเฮลิคอปเตอร์มาก ซึ่งจริงๆแล้วโดรนนั้นจะมีกล้องที่ติดอยู่เพื่อที่ใช้สำหรับถ่ายรูปหรือบันทึกภาพได้

                              ในเรื่องประเภทของโดรนนั้นก็มีชนิดและขนาดของโดรนที่แตกต่างกันไป โดรนราคาที่ไม่แพงจนถึงโดรนราคาที่ค่อนข้างสูง จริงๆมันขึ้นก็อยู่กับลักษณะงานและชนิดของโดรนที่คุณเลือกใช้งานมากกว่า โดรนราคาที่ไม่แพงก็มีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกว่าโดรนราคาสูงอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา งั้นเรามาดูประเภทของโดรนกันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรบ้าง

ประเภทของโดรน

โดรนถ่ายภาพนิ่งและเคลื่อนไหว

   ผู้กำกับหลายคนรวมถึงช่างภาพที่มีความต้องการที่อยากจะนำเสนอภาพถ่ายหรือภาพยนตร์ที่มีมุมมองที่แปลกใหม่และน่าสนใจกว่าเดิม ซึ่งการใช้โดรนเป็นตัวช่วยก็ถือว่าเป็นอีกวิธีที่เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งโดรนสามารถถ่ายภาพจากมุมสูงได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นภาพวิวหรือสิ่งธรรมชาติที่เราอยากจะสามารถมองเห็นภาพวิวทิวทัศน์แบบสุดลูกหูลูกตา หรือจะเป็นภาพท้องถนนในเมืองที่กำลังรถติดอย่างหนาแน่น โดรนก็สามารถบันทึกภาพเหล่านั้นได้แบบสบายมาก ซึ่งการเก็บภาพมุมสูงจะช่วยให้ผู้คนได้มองเห็นภาพที่แปลกตาออกไปจากเดิม นองจากอาชีพผู้กำกับหรืออาชีพช่างภาพแล้ว โดรนยังเป็นที่ต้องการของเหล่า Vlogger หรือ บล็อกเกอร์ อีกด้วยค่ะ

โดรนของเล่น

   แต่เดิมโดรนถูกคิดค้นและสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ในเรื่องของทางการทหาร แต่ในปัจจุบันโดรนนั้นเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในหลากหลายอาชีพต่างๆ จนในตอนนี้โดรนก็ถูกสร้างมาในส่วนของการใช้เพื่อเป็นของเล่น ไม่ว่าจะใช้เล่นเพื่อกิจกรรมในการแข่งความเร็ว หรือจะใช้โดรนเล่นในลักษณะบินหลบหลีกสิ่งขีดขวางต่างๆ และนี่คือความสนุกสนานที่หลายคนใช้โดรนมาเป็นของเล่นในการทำกิจกรรมกันค่ะ

โดรนขนส่งสินค้า

   ในสมัยนี้เรามีการพัฒนาในเรื่องของการส่งสินค้าหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการเอาโดรนมาใช้ในการส่งสินค้าด้วย ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ถูกคิดค้นมาเพื่อใช้ส่งสินค้าโดยเฉพาะ มีความไฮเทคมากค่ะ ซึ่งโดรนถูกคิดค้นออกแบบมาใหม่ให้มีลักษณะการทำงานที่เบา และมีเสียงเบามากเช่นกัน หรือเรียกว่าแทบไม่มีเสียงเลยก็ว่าได้ เพราะการออกแบบลักษณะนี้ก็เพื่อไม่อยากให้เป็นที่สังเกตของคนที่อยู่ในบริเวณรอบข้าง และที่โดดเด่นคือสามารถใช้ถ่ายในโหมดกลางคืนได้ด้วยค่ะ ซึ่งการใช้โดรนส่งสินค้านั้นก็มีบางประเทศที่ได้เริ่มทดลองใช้งานกันบ้างแล้ว แต่จะเป็นโดรนบางรุ่นเท่านั้นนะคะที่ถูกออกแบบมาเพื่อส่งของโดยเฉพาะ ไม่ใช่ว่าโดรนทุกรุ่นจะสามารถส่งสินค้าได้

โดรนสำรวจพื้นที่

   เราสามารถใช้โดรนในการบินสำรวจพื้นที่ได้ เพราะการที่เราจะเข้าไปสำรวจพื้นที่ต่างๆนั้น บางพื้นที่เราอาจจะเข้าไม่ถึง หรือมีความลำบากในการเดินทาง เราสามารถใช้โดรนบินไปบันทึกภาพเพื่อตรวจสอบพื้นที่หรือภูมิภาคนั้นได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลถึงความอันตราย ไม่ต้องใช้คนมากมาย และโดรนที่จะเอามาใช้ตรวจพื้นที่ได้นั้นจะต้องเป็นโดรนที่ได้รับอนญาตจากทางการแล้วเท่านั้น เราจะใช้โดยพลการหรือทำตามอำเภอใจไม่ได้เด็ดขาด เพราะถ้าทำโดยพลการอาจจะถือว่าเราละเมิดสิทธิของผู้อื่นได้นะคะ

                              เป็นไงบ้างละคะสำหรับโดรน ซึ่งเทคโนโลยีสมัยนี้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องแบบไม่มีที่สิ้นสุด โดนแต่ละประเภทก็ถูกออกแบบให้มีความหลากหลาย และความหลากหลายก็มีการใช้งานที่มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีนวัตกกรมทันสมัยและสามารถนำมาใช้ประยุกต์ให้ใช้กับหลากหลายอาชีพได้ แม้แต่กิจกรรมงานอดิกเรกนั้นโดรนก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ ใครอยากเป็นเจ้าของโดรนนั้นก็ลองไปจับไปทดลองกันได้เลยนะคะ เชื่อว่าต้องมีโดรนที่เหมาะกับการใช้งานของคุณแน่นอนค่ะ

How to การเลือกปลั๊กไฟให้ถูกวิธี

                              เท่าที่จำความได้ ตั้งแต่เกิดมานั้นเราก็เห็นสิ่งที่เรียกว่า “ปลั๊กไฟ” กันแล้วนะคะ แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆแล้วนอกจากปลั๊กไฟของเรานั้น ยังมีทั้งปลั๊กพ่วง ปลั๊กราง และปลั๊กสามตรา ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆที่ทุกบ้านจะต้องมีไว้ใช้กัน แต่คนทั่วไปก็ไม่ค่อยได้สังเกตกันว่าจริงๆแล้วการเลือกซื้อปลั๊กไฟที่ถูกต้องถูกวิธีนั้นต้องเริ่มจากอะไร ดูตรงไหน สังเกตยังไงเป็นอันดับแรก แต่จริงๆแล้วไม่ว่าอะไรก็ตามแต่ เวลาเราจะเลือกซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า เราก็จะต้องศึกษาหาข้อมูลในการซื้อก่อนทุกครั้ง เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะมองข้ามปลั๊กไฟกัน อาจจะเป็นเพราะว่าปลั๊กไฟเป็นสิ่งที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป แต่ใครจะรู้ว่าปลั๊กไฟนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ทุกบ้านจะต้องมี และต้องเลือกใช้งานให้เหมาะสม แต่ก็ไม่ค่อยมีคนสนใจสักเท่าไหร่ว่ามาตรฐานของปลั๊กไฟนั้นต้องเลือกซื้อกันอย่างไร สิ่งที่สำคัญเน้นๆเลยก็คือเรื่องคุณภาพ และที่มากกว่านั้นคือการคำนึงถึงความปลอดภัย แต่หลายคนส่วนมากมองข้ามไป ขอแค่ว่าเสียบปลั๊กแล้วไฟติดคงเป็นที่เพียงพอแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่เราประมาทกันเกินไป เพราะฉะนั้นเรามาดูวิธีในการเลือกซื้อปลั๊กไฟกันดีกว่าค่ะ

               ข้อสังเกตในการเลือกซื้อปลั๊กไฟที่มีคุณภาพ

ต้องมีม่านนิรภัย

   สิ่งที่เราต้องดูเป็นอย่างแรกในการเลือกซื้อปลั๊กไฟนั้นจะต้องมีม่านนิรภัย เพราะเรื่องความปลอดภัยต้องมาก่อน เผื่อหลายๆบ้านจะมีเด็กวัยที่กำลังวิ่งเล่นซน อยากรู้อยากลอง อาจจะเผลอเอานิ้วไปแหย่ อาจจะทำให้เกิดไฟดูดได้ เพราะฉะนั้นการที่เราจะเลือกซื้อปลั๊กไฟที่มีม่านนิรภัยก็จะช่วยให้ปลอดภัยต่อเด็กๆมากขึ้นค่ะ

ทำจากทองเหลืองแท้

   อยากให้ทุกคนได้ทราบกันตรงนี้เลยนะคะว่าปลั๊กไฟที่ไม่มีคุณภาพนั้นส่วนมากจะเอาเหล็กชุบสีมาใช้แทนทองเหลืองกันค่ะ นั่นจะเป็นอันตรายมากๆ เพราะถ้าเรานำวัตถุที่นำไฟฟ้าแบบไม่มีประสิทภาพมาใช้งาน มันจะทำให้เกิดความร้อนที่สะสม และอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ง่ายๆเลยค่ะ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อปลั๊กไฟ เราต้องสังเกตดีๆว่าทำจากทองเหลืองแท้หรือไม่ เพระทองเหลือจะมีคุณสมบัตินำไฟฟ้าได้ดีเลยทีเดียว ไม่ขึ้นสนิมง่ายๆ แถมยังมีความทนทาน และลดความเสี่ยงที่จะเกิดไฟฟ้าลัดวงจร

ตัดไฟอัตโนมัติ

   จะต้องมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ นี่คือสิ่งที่เราเน้นเลยนะคะว่าต้องมี เพราะในปลั๊กไฟนั้นบางทีเราอาจจะมีการพ่วงไฟเยอะค่ะ แล้วปลั๊กไฟก็เป็นแหล่งที่จ่ายไฟฟ้าชั้นดี ที่สำคัญจะต้องรองรับกำลังไฟได้สูงด้วย ด้วยเหตุนี้เราไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยซ้ำว่าเมื่อเราเสียบปลั๊กไฟเต็มทุกรูนั้น จะทำให้มีการจ่ายไฟฟ้าเกินกำลังกว่าที่จะส่งให้ได้หรือไม่ หรืออาจจะมีการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจากแหล่งไฟฟ้าอีกที เพราะสาเหตุต่างๆที่กล่าวมานั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในตอนไหน เราจึงจำเป็นที่จะมีระบบตัดไฟอัตโนมัติเพื่อป้องกันเหตุอันตรายค่ะ

สามารถกันกระแทกได้

   ในตำแหน่งการจัดวางปลั๊กไฟในแต่ละจุดของบ้านนั้น นอกจากที่เราจะวางไว้ตรงที่พื้นราบแล้ว บางครั้งเราก็ต้องจำเป็นที่จะต้องแขวนปลั๊กไฟไว้ชั้นวางของที่สูงกว่าพื้นราบ หรืออาจจะแขวนไว้ตามผนัง ซึ่งมันเป็นไปได้แน่นอนว่าปลั๊กไฟอาจจะร่วงตกกระแทกพื้นได้ และเราไม่สามารถที่จะรู้เลยว่าเมื่อปลั๊กร่วงลงมากระแทกแล้วมันยังสามารถใช้งานแบบเดิมได้อยู่หรือไม่ เราไม่สามารถรู้ได้ว่าชิ้นส่วนภายในนั้นมีอะไรหลุดออกมาโดยที่เราไม่รู้รึปล่า เพราะฉะนั้นเราจึงควรที่จะเลือกปลั๊กไฟที่มีการผ่านทดสอบแรงปะทะมาจากการตกกระแทก เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง

พลาสติกไม่ลามไฟ

   ปลั๊กไฟที่ดีต้องเป็นปลั๊กที่ไม่ลุกลามติดไฟง่าย หากว่าเกิดเหตุกาณ์ที่มีไฟฟ้าลัดวงจร หรือเกิดเหตุสุดวิสัยที่ไม่มีใครคาดการณ์ไว้ ไม่ว่าจะเป็นไฟช็อตหรือมีไฟลุกลามขึ้นมา อย่างแรกคือตัวเนื้อพลาสติกของตัวปลั๊กไฟนั้นไม่ควรที่จะลุกลามไฟ เพราถ้าเกิดลุกลามขึ้นมานั้น มันจะทำให้เกิดอัคคีภัยขึ้นภายในบ้านได้ เพราะฉะนั้นควรเลือกดูให้ดีๆนะคะ

               ขึ้นชื่อว่า “อุบัติเหตุ” นั้น ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้เลยค่ะว่ามันจะเกิดขึ้นตอนไหน และเมื่อไหร่ เรามีหน้าที่เพียงป้องกันไม่ให้เหตุการณ์พวกนี้มันสามารถเกิดขึ้นได้ง่าย อย่างเช่นการเลือกซื้อปลั๊กไฟที่เหมาะสมนี่แหละค่ะ

การเลือกซื้อสมาร์ทโฟนมือสอง

Smartphone 1

               เชื่อว่าหลายคนคงต้องมีสมาร์ทโฟนติดตัวกันเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะว่าสิ่งที่เรียกว่า Application ในสมาร์ทโฟนนั้นได้รองรับความต้องการในชีวิตของเราได้อย่างเต็มที่ แต่อย่างที่รู้กันว่าราคาของสมาร์ทโฟนในปัจจุบันนั้นถ้าจะให้ดีรวดเร็วทันใจนั้นก็จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงและมีรุ่นใหม่ ๆ ออกมาเรื่อย ๆ จนตามซื้อกันไม่ทัน

          โดยสมาร์ทโฟนมือสองถือว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจทั้ง iPhone หรือ Android ซึ่งในตลาดก็มีสินค้ามือสองที่นับไม่ถ้วนทั้งร้านตู้หรือที่มีขายแบบออนไลน์ในกลุ่มต่าง ๆ ทางเวบไซต์หรือ Facebook นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น iPhone 7 เครื่องเปล่า ที่ไม่ติดสัญญาใด ๆ จากเจ้าของเก่า หรือ Android ตัวแรงหลาย ๆ รุ่น

          และอย่างที่รู้กันว่าการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนมือสองมือ 2 นั้นต้องใช้คำว่าตาดีได้ตาร้ายเสียกันเลยทีเดียว เพราะว่ามีทั้งของดีจริงที่เจ้าของเก่านำมาขายด้วยความจริงใจ บอกข้อมูลหรือตำหนิต่าง ๆ อย่างครบถ้วน กับอีกอย่างนั่นก็คือการย้อมแมวขาย เอาเครื่องที่พังหรือมีปัญหามาขายใหม่โดยปิดบังข้อมูลแก่ลูกค้าก็มีอยู่เยอะเลยทีเดียว ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าการที่จะเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนมือสองสักเครื่องนั้นต้องดูที่อะไรบ้าง

          1. ราคา

          เป็นสิ่งที่สำคัญมากจริง ๆ โดยการที่เราจะซื้อสมาร์ทโฟนมือสองนั้นเราก็หวังที่จะได้ในราคาที่ถูกกว่ามือหนึ่งอยู่แล้ว แต่ถ้าไปเจอราคาที่ไม่ต่างกันมากจะไปซื้อมือสองทำไมจริงไหมครับ ดังนั้นเลือกที่มีราคาที่คุ้มค่าพอสมควร แต่อย่าลืมนะครับว่าต่ำและห่างกับราคามือหนึ่งเกินไปก็ไม่ดี เพราะว่าอาจจะเป็นการดึงดูดหลอกขายคนซื้อก็ได้ ดังนั้นพิจารณากันดี ๆ นะครับ

          2. ตรวจสอบสภาพเครื่องภายนอก

          เป็นสิ่งที่ดูได้ง่ายที่สุด เพราะว่าสภาพเครื่องโดยรอบนั้นถ้าเกิดว่ามีรอยขีดข่วนหรือแตกหักหน้าจอร้าวก็คงต้องดูว่ามีผลต่อความสวยงามและวงจรภายในเครื่องมากน้อยแค่ไหน รวมถึงต้องลองเขย่าเครื่องเบา ๆ เพื่อฟังเสียงว่าอุปกรณ์หลวมหรือไม่ ทางที่ดีถ้าสำรวจแล้วสภาพเละมากก็ไปดูเครื่องอื่นเลยดีกว่าเพื่อความแน่นอนและสบายใจ

          3. ตรวจระบบภายในเครื่อง

          เมื่อเปิดเครื่องแล้วต้องไม่รอนานจนเกินไป เพราะถ้าเกิดเปิดเครื่องมาแล้วรอนานมากแสดงว่าระบบข้างในน่าจะรวนแล้ว จากนั้นตรวจการทัชสกรีนว่าไปตามนิ้วเร็วช้ามากน้อยเพียงใด เปิดดู Application ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเครืองนั้นว่าสามารถเข้าได้ตามปกติหรือไม่ ถ้าเป็น iPhone 7 เครื่องเปล่าศูนย์ไทย เวลาใส่ซิมผู้ให้บริการในประเทศไทยจะต้องขึ้นขีดสัญญาณ ถ้าเกิดไม่ขึ้นก็ไม่ควรพิจารณา ต่อมาก็คือ IMEI เครื่องที่ต้องขึ้นอย่างชัดเจนเพื่อนำไปตรวจสอบประกันได้

               4. ดูฟังก์ชั่นเสริมต่าง ๆ ของเครื่อง

          แน่นอนว่าสมาร์ทโฟนแต่ละเครื่องก็จะมีส่วนประกอบเสริมที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นกล้องที่ต้องตรวจสอบให้ดีว่าสามารถถ่ายภาพและถ่ายวีดีโอได้อย่างชัดเจนไหมหรือไม่ว่าจะเป็น iPhone 7 เครื่องเปล่า หรือ เครื่องที่ติดประกันก็อย่าลืมดูว่าระบบสแกนนิ้วนั้นยังทำงานได้อย่างราบลื่นอยู่หรือเปล่า

          5. ตรวจสอบแบตเตอรี่
          iPhone 7 เครื่องเปล่านั้นสามารถตรวจสอบดูได้ที่ Settings > Battery > Bettery Health เพื่อเข้าไปสำรวจว่า % ของแบตเตอรี่นั้นมากน้อยเพียงใด ซึ่งถ้าอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 80% แล้วนั้นถือว่าแบตเตอรี่เริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่หรือที่เรียกกันว่าเสื่อมนั่นเอง

          6. ตรวจสอบกล่องและอุปกรณ์เสริม

          แน่นอนว่าถ้าเกิดได้ของไปแล้วแต่ว่าไม่มีสายชาร์จหรือว่าหูฟังคงหงุดหงิดน่าดู ดังนั้นควรเช็คดูให้เรียบร้อยเลยโดย Apple รุ่นใหม่ ๆ อย่างเช่น iPhone 7 เครื่องเปล่า หรือว่า เครื่องติดสัญญามาก่อนทุกรุ่นหูฟังจะเป็นแบบไลท์นิ่งพอร์ตไม่ใช่แบบ 3.5 มม. อย่างรุ่นเก่า ๆ นั่นเอง

               และนี่คือส่วนหนึ่งของเรื่องราวการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนมือสองที่เรานำมาให้ทุกท่านได้ติดตามกัน จะเห็นได้ว่ามีสิ่งที่ต้องพิจารณากันอยู่พอสมควรที่เดียว ดังนั้นไม่ควรดูแต่สินค้าที่มีราคาถูก แต่ควรใช้ความละเอียดในการตรวจสอบเพื่อความคุ้มค่าให้มากที่สุดนั่นเองทั้ง iPhone หรือ Android

นวัตกรรมที่ล้ำสมัยของ iPad Pro

                              กลับมาอีกครั้งสำหรับ iPad Pro 2019 ราคาที่คุณต้องร้องว้าวววววแน่นอน เพราะนวัตกรรมใหม่ๆที่ Apple ได้คิดค้นพัฒนานั้นมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบใหม่ทั้งหมดที่มีความอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าแบบสุดๆ รวมถึงมีการดีไซน์ Edge-to-Edge ที่ขยายพื้นที่ไปให้ชิดขอบจอให้ได้มากที่สุด แต่ก็ไม่ถึงกับว่าต้องมีขอบจอบางกริบเหมือน iPhone

             เพื่อที่จะให้สาวก Apple ได้ใช้งานอย่าถนัดมือ ในส่วนของจอภาพ Liquid Retina จะทำให้มีสีสันสดใส มีความสวยงามสมจริงและทำให้เราสามารถรู้สึกได้ถึงการตอบสนองอย่างดีเยี่ยม ด้วยนวัตกรรมการออกแบบใหม่นั้นทำให้ iPad Pro 2019 ราคาตอนนี้เริ่มต้น 28,900 บาท สำหรับจอภาพขนาด 11 นิ้ว และราคาที่สูงขึ้นอีกนิด คือ iPad Pro 2019 ราคา 35,900 บาท จะเป็นราคาของจอภาพขนาด 12.9 นิ้ว

                              เมื่อ Face ID ได้มาปรากฎอยู่บน iPad เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการออกแบบนี้ถูกออกแบบมาจากทางวิศวกรรมที่สามารถทำให้การใช้งานนั้นมีความราบรื่น ไม่ว่าคุณจะถือ iPad หรือจะนอนเล่นในแนวไหนก็สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหลไร้กังวล การที่ Face ID นั้นถูกพัฒนาให้มาอยู่ใน iPad ก็จะช่วยในเรื่องการยืนยันตัวตนของคุณด้วยใบหน้า ซึ่งจะเป็นที่มั่นใจได้เลยว่านี่คือการรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดเลยในบรรดาแท็บเล็ตเลยก็ว่าได้

                              เหล่าสาวก Apple คงจะไม่พลาดที่จะพิจารณา iPad Pro 2019 ราคาที่คุ้มค่า แต่เราจะมาเจาะลึกกันดีกว่าค่ะ ว่าเราสามารถที่จะทำอะไรได้บ้างผ่านเครื่อง iPad ที่สุดล้ำทันสมัยในปี 2019 นี้

                              ปฏิเสธไม่ได้เลยล่ะค่ะว่าเจ้า iPad เครื่องนี้นั้นสามารถทำได้เกือบซะทุกอย่าง ด้วยวิธีที่ง่ายและไม่ซับซ้อน เชื่อว่าคนที่พึ่งจะมาเป็นสาวก Apple เนี่ยคงจะกังวลกับความไฮเทคและความล้ำสมัยที่เกิดขึ้นใน iPad เครื่องนี้ว่าจะเล่นยากรึเปล่า ขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะคะ ถึงจะถูกพัฒนาด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยที่คุณจะต้องร้องว้าว แต่ในส่วนระบบที่ออกแบบมานั้นไม่ยากเลยค่ะ เราชื่อว่าคุณน่าจะเรียนรู้ได้ง่ายๆ อย่าได้กังวัลไปเลยนะคะ

                              กลับมาครั้งนี้ iPad ได้ทำ Key Note ให้มีความโปรมากยิ่งขึ้น ขอบอกเลยนะคะว่าความเป็นไปได้นั้นไม่มีสิ้นสุดจริงๆ สำหรับวิธีใหม่ที่ออกมานั้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีใหม่ในเรื่องของการนำเสนอที่มีความสร้างสรรค์ และวิธีใหม่ในส่วนของการจัดรายการพ็อดคาสท์ด้วยตัวของคุณเอง รวมถึงการจดโน๊ตที่มีความสามารถในการเปลี่ยนลายมือของคุณให้เป็นตัวพิมพ์ แถมยังสามารถเติมภาพวาดหรือจะถ่ายรูป และบันทึกเสียงได้ในหน้าเดียวกัน

                        อยากจะจดโน๊ตทั้งที่ สิ่งขาดไม่ได้ก็คือ Apple Pencil ซึ่งทาง Apple ก็มีการออกแบบ             Apple Pencil ทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมานั้น Apple Pencil ได้มีการสร้างมาตรฐานให้กับวิธีการจดโน๊ต และวิธีการวาด รวมถึงการทำเครื่องหมายในส่วนของข้างบนเอกสารว่าควรที่ให้ความรู้สึกแบบไหนกัน ซึ่งการใช้งานนั้นออกมาในรูปแบบที่มีความใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อนเลย มีความแม่นยำและมหัศจรรย์ซึ่งตอบโจทย์สาวก Apple แน่นอนค่ะ ในครั้งนี้ Apple Pencil ได้ยกระดับประสบการณ์ให้มีความก้าวหน้าทันสมัยมากกว่าเดิม ซึ่งในตอนนี้คุณสามารถชาร์จและจับคู่แบบไร้สาย แถมยังสามารถเปลี่ยนจากดินสอให้กลายเป็นยางลบได้ง่ายโดยการแตะสองครั้งเท่านั้น ฟังดูแล้วเจ้า Apple Pencil อำนวยความสะดวกสุดๆไปเลยใช่ไหมล่ะคะ

                              Apple Pencil ใหม่นั้นตัวด้ามของดินสอจะมีพื้นผิวด้าน มีสันขอบที่แบนราบ ไม่ได้มีความกลมแบบรุ่นก่อน ถูกออกแบบให้มีลักษณะที่จับแล้วสบายมือและมีความเป็นธรรมชาติให้มากขึ้นกว่าเดิม และจะมีการยึดติดกับด้านข้างของ iPad Pro ด้วยแม่เหล็ก จะให้คุณรู้สึกดีเยี่ยม และไม่ต้องยุ่งยากอเมื่อเรายึดติดกันเรียบร้อยแล้ว ทีนี้อุปกรณ์ก็เริ่มจับคู่กันและชาร์จโดยอัตโนมัติเพื่อที่จะให้คุณพร้อมใช้งานได้ และอีกวิธีใหม่ของ Apple Pencil นั่นก้คือวิธีง่ายๆ เพียงแค่คุณแตะสองครั้ง แค่นี้ก็สามารถเปลี่ยนเครื่องมือได้โดยไม่มีอะไรมากวนใจหรือขัดจังหวะคุณในการทำงานเลยแม้แต่น้อย

                              เชื่อกันแล้วใช่ไหมคะว่าการดีไซน์ใหม่ของ iPad Pro 2019 นั้นมีการเปลี่ยนแปลงกว่ารุ่นก่อน รวมถึงลูกเล่นต่างๆที่มีความหลากกลายอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในตอนนี้ iPad Pro 2019 ออกมาพร้อมจำหน่ายให้คุณได้มาเป็นเจ้าของได้อย่างง่ายๆ ต้องเชื่อจริงๆแล้วล่ะค่ะว่า iPad Pro 2019 ที่ออกมานั้นมีความตอบโจทย์ให้กับคนยุคใหม่ได้มากจริงๆค่ะ

หูฟังออกกําลังกายที่ดีต้องมีอะไร

               การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมยอดฮิตของหลาย ๆ คน เพราะนอกจากจะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้วยังทำให้การใช้เวลาว่างเป็นไปอย่างคุ้มค่าอีกด้วย โดยวิธีการนั้นก็มีหลากหลายเช่น การวิ่ง การเข้าฟิตเนส การเล่นโยคะและอื่น ๆ อีกมากมาย

           ซึ่งการออกกำลังกายให้มีความสุขนั้นก็ต้องมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาช่วย หนึ่งในนั้นก็คือเสียงเพลงนั่นเองที่ช่วยให้ความเพลิดเพลินในขณะออกกำลังกายซึ่งถ้าอยู่ในบริเวณที่ร่มนั้นก็สามารถจะเปิดจากวิทยุได้ แต่ถ้าเกิดไปออกกำลังกายกลางแจ้งก็คงจะต้องใช้หูฟังเป็นตัวถ่ายทอดเสียงเพลงแน่ ๆ ซึ่งหลายท่านก็คงมีหูฟังออกกำลังกายในครอบครองอยู่แล้วแต่อาจจะมีคำถามว่าแล้วแบบไหนล่ะถึงจะเรียกได้ว่าเป็นหูฟังสำหรับออกกำลังกายที่ดี ในครั้งนี้เราจะมาบอกทุกคนให้ได้ทราบกัน

          1. ขนาดเล็กน้ำหนักเบา

          การออกกำลังกายนั้นจำเป็นต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกายที่รวดเร็ว ดังนั้นสิ่งติดตัวทุกชิ้นที่อยู่บนร่างกายควรเบาและมีขนาดพอดิบพอดีหูฟังก็เช่นกัน ดังนั้นควรมองหาหูฟังที่มีขนาดเล็ก สวมใส่สบาย เพื่อความคล่องตัว เพราะถ้าใส่ที่มีขนาดใหญ่เทอะทะหรือมีขนาดใหญ่อาจจะเป็นการรบกวนการออกกำลังกายก็เป็นได้

          2. แบตเตอรี่ที่ยาวนาน

               ในการออกกำลังกายนอกบ้านนั้นย่อมคาดการณ์ถึงเรื่องเวลาแบบแน่นอนไม่ได้ ดังนั้นการที่หูฟังของเราสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ดังนั้นควรเลือกดูหูฟังที่มีความจุของแบตเตอรี่ที่ยาวนาน อย่างน้อยไม่ควรต่ำกว่า 5 ชั่วโมง เพราะว่าอาจจะมีบางทีที่ผู้ใช้ลืมชาร์ตไฟเมื่อกลับถึงบ้านหรือว่าใช้งานเสร็จ ก็ยังจะมีแบตเตอรี่นานพอสำหรับกิจกรรมอีกวัน

          3. กันน้ำกันเหงื่อ

          แน่นอนว่าการออกกำลังกายนั้นสิ่งที่หนีไม่พ้นก็คือเหงื่อที่ไหลออกมาตามร่างกาย หรือละอองน้ำต่าง ๆ ที่กระเด็นหรือซัดเข้ามา ดังนั้นถ้าหากว่าหูฟังออกกำลังกายของเราไม่กันน้ำแล้วล่ะก็โอกาสที่จะเกิดความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นได้ง่ายมาก ทางที่ดีควรซื้อหูฟังที่สามารถกันน้ำกันเหงื่อได้อย่างน้อยก็ต้องเริ่มต้นที่ IP54

          4. ระบบฟังเสียงรอบข้าง

          การออกไปวิ่งหรือออกกำลังกายข้างนอกนั้นควรระวังในเรื่องของอุบัติเหตุเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของที่ร่วงหล่นใส่ หรือว่ารถยนต์ที่วิ่งบนท้องถนน ดังนั้นการที่หูฟังสามารถฟังเสียงรอบข้างได้นั้นถือว่าเป็นฟังก์ชั่นที่จำเป็นเป็นอย่างมากในปัจุบันแบรนด์ผู้ผลิตต่า ๆ ก็ได้ทำให้หูฟังสามารถเปิดปิดเสียงจากภายนอกได้ ซึ่งก็ต้องมีงบประมาณที่สูงขึ้นแน่นอน แต่เชื่อเถอะว่ามีไว้ไม่เสียหาย

          5. วัสดุที่ทนทาน

          เราไม่มีทางรู้ว่าโลกภายนอกนั้นจะเกิดเหตุการณ์อะไรที่ม่าดคิดบ้าง หรือเพราะความไม่ตั้งใจของผู้ใช้อาจจะทำให้หูฟังของเราล่วงหล่นหรือกระแทกกับสิ่งรอบตัวทำให้เสียหายหรือเป็นรอยก็ได้ หูฟังจึงควบประกอบขึ้นมาด้วยวัสดุที่แข็งแรงทนทาน ซึ่งวิธีดูขั้นพื้นฐานก็แค่ได้ลองหยิบจับด้วยสัมผัสมือก็น่าจะพอรู้ได้ทันทีถึงความหนาบางของพลาสติก

          6. พลังเสียง

          การออกกำลังกายนั้นต้องใช้อารมณ์ร่วมอย่างสูง ดังนั้นถ้าเสียงเพลงในหูของคุณอุดอู้ บางเบา หรือเสียดแหลมมากเกินไป คงจะทำให้เสียอารมณ์เป็นแน่ ดังนั้นคุณภาพเสียงจึงเป็นเรื่องสำคัญ ก่อนที่จะซื้อก็ควรทดลองฟังแนวเสียงที่ตัวเองชอบจากหลาย ๆ รุ่น หลาย ๆ แบรนด์จะดีที่สุด

          7. วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

          เราอาจคุ้นเคยกันว่าฟังก์ชั่นวัดอัตราการเต้นของหัวใจนั้นมีในสมาร์ทวอทช์แต่ว่าตอนนี้หูฟังออกกำลังกายหลาย ๆ รุ่นล้ำหน้าถึงขนาดวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้แล้วและยังมีมาตรฐานที่สูงอีกด้วย ซึ่งผลทั้งหมดจะไปปรากฏอยู่บนสมาร์ทโฟนของคุณ

          และนี่คือสิ่งที่หูฟังออกกำลังกายจำเป็นต้องมีในสมัยนี้ คาดว่าจะถูกใจคนชอบมีกิจกรรมเพื่อสุขภาพกันเลยทีเดียว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการออกกำลังกายอย่างไม่หักโหมและมีผู้ที่ชำนาญให้การปรึกษาอยู่เสมอ ควบคู่ไปกับการทานอาหารที่มีประโยชน์นะครับ