งานจะเดินเมื่อเครื่องใช้ในออฟฟิศดี

"Epson"

               มนุษย์ออฟฟิศทั้งหลายคงรู้กันดีว่าการทำงานที่ราบลื่นนั้นต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศในการทำงานที่ดี เพื่อนร่วมงานที่คอยซัพพอร์ตแต่อย่างหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ก็คืออุปกรณ์ในการทำงานนั่นเอง เพราะว่าถ้าอุปกรณ์ไม่มีประสิทธิภาพการทำงานก็จะไม่ได้อย่างที่ต้องการหรือมาตรฐานไม่ได้อย่างที่หวัง ซึ่งอุปกรณ์เครื่องใช้ในออฟฟิศอย่างเช่น “Epson” จึงต้องพัฒนาในด้านต่าง ๆ เพื่อการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ

          เรามาดูกันดีกว่าว่าเครื่องใช้หรืออุปกรณ์ในออฟฟิศต่าง ๆ นั้น มีอะไรบ้างและควรต้องเลือกดูอย่างไรเพื่อให้การทำงานได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

               1. โต๊ะและเก้าอี้ทำงาน

          ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ในการทำงานในออฟฟิศเลยทีเดียว เพราะว่าเกือบทั้งวันที่เราทำงานก็ต้องนั่งอยู่บนโต๊ะแบบนั้น ซึ่งโต๊ะและเก้าอี้ที่ผิดสรีระศาสตร์จะทำให้ร่างกายผู้ใช้ปวดเมื่อยได้ ดังนั้นควรเลือกเก้าอี้ที่สามารถปรับระดับและอิริยาบทได้เพื่อจะได้ผ่อนคลายและเปลี่ยนท่านั่งเมื่อนั่งนานเกินไป โต๊ะก็ไม่ควรที่จะสูงเกินไปเพราะไม่อย่างนั้นก็ต้องยกแขนขึ้นไปสูงขึ้นทำให้ปวดเมื่อยได้ง่าย

          ในส่วนของเบาะเอนหลังของเก้าอี้ก็ควรจะเป็นวัสดุที่นุ่มสบายไม่แข็งแต่ก็ไม่สมควรนุ่มจนเกินไปเพราะจะทำให้หลังได้รับบาดเจ็บได้

          2. คอมพิวเตอร์

          เป็นอุปกรณ์หลักที่ทุกออฟฟิศต้องมี เพราะว่าเป็นเครื่องทุ่นแรงและเป็นแหล่งเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ โดยมีทั้งแบบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือ Desktop  และแบบโน๊ตบุ้ก โดยคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานที่ออฟฟิศนั้นต้องทำงานได้อย่างค่อนข้างรวดเร็วตามตำแหน่งและหน้าที่ของเจ้าของเครื่อง และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ควรทำได้อย่างไม่มีปัญหา อย่างเช่นการต่อเข้ากับเครื่องปริ้นทุกแบรนด์อย่างเช่น Canon หรือ “Epson” เป็นต้น

          โดยคอมพิวเตอร์ที่ดีนั้นไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป แต่ควรมีฝ่ายที่ดูแลเกี่ยวกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่คอยจัดหาเครื่องให้เหมาะกับตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ฝ่ายบัญชีควรได้รับคอมพิวเตอร์ที่มีคีย์บอร์ดที่ตัวเลขครบถ้วนกดง่าย หรือฝ่ายกราฟิกที่ต้องมีสเปคในการแรนเดอร์ที่รวดเร็ว

          นอกจากนั้นการจ้องจอมากเกินไปจะทำให้สายตาเกิดปัญหาความเมื่อยล้าได้ คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานในออฟฟิศได้เป็นอย่างดีควรสามารถปรับแสงเพื่อถนอมสายตาได้นั่นเอง

          3. เครื่องปริ้น

          แน่นอนว่าเรื่องของเอกสารนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานทุกที่ และเครื่องปริ้นนั้นก็เป็นอุปกรณ์ที่จะผลิตเอกสารออกมาเพื่อใช้งานในเรื่องต่าง ๆ ได้ง่ายที่สุด โดยประเภทของเครื่องปริ้นนั้นมี 2 ชนิดใหญ่ ๆ ด้วยกัน นั่นก็คือเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทที่มีลักษณะเล็กใช้งานทั่ว ๆ ไปได้อย่างหลากหลายทั้งปริ้นเอกสารหรือปริ้นรูปภาพต่าง ๆ โดยวัตถุดิบที่ให้สีนั้นจะเป็นน้ำหมึก โดยเครื่องปริ้นแบบนี้นั้นมีหลายแบรนด์หลายยี่ห้อทำกันออกมาทั้ง Canon หรือ Epson โดยมีราคาไม่สูงมากและมีให้เลือกหลากหลายรุ่น

          อีกประเภทก็คือเครื่องพิมพ์แบบปริ้นเลเซอร์ ซึ่งเหมาะกับการปริ้นในปริมาณมาก ๆ เหมาะสำหรับออฟฟิศที่มีขนาดใหญ่แต่ว่าในปัจจุบันตามบ้านหรือออฟฟิศเล็ก ๆ ก็นิยมใช้เหมือนกัน ซึ่งถือว่าคุ้มค่าถ้าหากจะใช้ในระยะยาว ด้วยความรวดเร็วในการปริ้นงาน โดยตลับหมึกของเครื่องปริ้นเลเซอร์นั้นจะแพงกว่าแบบอิงค์เจ็ท

          4. เครื่องปรับอากาศ

          ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับออฟฟิศเพราะด้วยการอยู่รวมกันมาก ๆ ของพนักงานจำเป็นจะต้องได้รับอากาศที่สดชื่นคลายร้อน โดยเครื่องปรับอากาศที่ดีสำหรับออฟฟิศนั้นใช้ได้ทั้งปรับอากาศแบบผนังที่เป็นที่นิยมและหาได้ง่าย มีราคาถูกและดูแลรักษาง่าย โดยมี BTU สูงสุดที่ 24000 BTU หรือถ้าเป็นออฟฟิศที่ใหญ่ขึ้นมาก็สามารถติดปรับอากาศแบบแขวนได้ เพราะว่าสามารถส่งลมออกไปได้ยาวและไกล ซึ่งขั้นต่ำนั้นต้องมีขนาด 24,000 BTU

               หรือว่าออฟฟิศไหนต้องการจะซ่อนปรับอากาศแบบเนียน ๆ ก็ใช้เป็นแบบแอร์ 4 ทิศทาง ซึ่งจะทำให้ได้รับอากาศเย็นแบบ 360 องศาเลยทีเดียว แต่ว่าต้องอาศัยช่างผู้ชำนาญมาติดตั้ง โดยแอร์ทั้งหมดที่แจกแจงมานั้นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างดี เพื่อไม่ให้เกิดอาการอุดตันของฝุ่นจนเกิดปัญหาสุขภาพของคนนออฟฟิศ ทางที่ดีควรเลือกรุ่นที่สามารถฝอกอากาศได้ยิ่งดี

          ชีวิตในออฟฟิศนั้นต้องควบคู่ไปกับอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ รอบตัวที่มีคุณภาพ เพื่อารทำงานที่ลุล่วงเป็นอย่างดีนะครับ ทางที่ดีก็เลือกเครื่องใช้แบรนดืที่ไว้ใจได้

แบตเตอรี่สุดอึดต้องยกให้ zenfone 3 max

zenfone 3 max

               ใครที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถือ Smartphone ที่มีพละกำลังในเรื่องของความอึดและบึกบึนกับในเรื่องแบตเตอรี่นั้นก็คงต้องยกให้กับมือถือของแบรนด์ ASUS อย่างรุ่น “zenfone 3 max” นั่นเองค่ะ เพราะแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือ zenfone 3 max นั้นจะตอบโจทย์สำหรับคนที่มี Lifestyle ที่มีการใช้โทรศัพท์มือถือทำงานทั้งวัน หรือเป็นคนใช้โทรศัพท์แทบจะตลอดเวลานั่นเองค่ะ

               หลายๆคนคงอยากจะรู้ในเรื่องของคุณสมบัติของโทรศัพท์มือถือ Smartphone แบรนด์ Asus รุ่น เซนโฟน 3 max กันแล้วใช่มั้ยล่ะคะว่านอกจากความโดดเด่นในเรื่องของแบตเตอรี่แล้วนั้น Asus รุ่น เซนโฟน 3 max มีคุณสมบัติอะไรที่เจาะลึกเกี่ยวกับแบตเตอรี่ที่มีความน่าสนใจอีกบ้าง ไปดูพร้อมๆกันดีกว่าค่ะ

    จุดเด่นของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 max ที่คุณจะต้องรู้

• ความอึดของแบตเตอรี่ที่มีความเหนือชั้น

   ปกติแล้วโทรศัพท์มือถือ Smartphone รุ่นทั่วๆไปนั้นก็จะมีแบตเตอรี่ที่ความจุไม่จุใจ เวลาเล่น Internet หรือเล่นเกมอะไรไปนิดหน่อยก็ต้องหาที่ชาร์จแบตเตอรี่กันแล้ว เพราะแบตเตอรี่หมดไวเกินไปจริงๆ แต่สำหรับ Asus รุ่น เซนโฟน 3 max นั้นวางใจได้เลยค่ะ เพราะ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีขนาดตื่นตาตื่นใจถึง 4100mAh กันเลยทีเดียว ไม่ว่าคุณจะเล่น Facebook เล่นเกม ท่องโลก Social กันทั้งวันทั้งคืนแค่ไหนก็ต้องบอกเลยว่าแบตเตอรี่ของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxนั้นก็จะอยู่เป็นเพื่อนคุณทั้งวันได้แบบสบายๆเลยล่ะค่ะ

• มีความสามารถในการทำงานได้ทั้งวัน

   Asus รุ่น เซนโฟน 3 max นั้นเป็นโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนขนาด 5.2 นิ้วที่ทำให้เราไม่มีความกังวลในเรื่องของแบตเตอรี่เลยสักนิดเดียวนะคะ เพราะพลังงานที่ล้นหลามของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxมีพร้อมสแตนบายตลอดทั้งวัน และสิ่งที่พิเศษที่คุณจะต้องร้องว้าวแน่นอน เพราะว่า Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxสามารถอยู่ได้นานถึงสามสิบวันในโหมดสแตนด์บายนั่นเองค่ะ ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่า Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxสามารถอยู่ได้เป็นเดือนๆโดยไม่ต้องง้อสายชาร์จแบตเตอรี่เลย และใครที่ชอบคุยชอบติดต่อโดยไม่ต้องการให้แบตเตอรี่หมดกลางทาง การันตีเลยว่า Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxนั่นคือคำตอบของคุณ

• สามารถทำหน้าที่เป็นแบตเตอรี่สำรองได้

   ด้วยขนาดแบตเตอรี่ของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxที่มีขนาด 4100 mAh นั้นเรียกได้ว่ามีขนาดใหญ่และมีพลังมากพอที่จะสามารถเนรมิตให้ Smartphone รุ่นนี้สามารถประยุกต์เป็นแบตเตอรี่สำรองได้นั่นเองค่ะ ซึ่งการเป็นแบตเตอรี่สำรองของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxนั้นสามารถเป็นแบตเตอรี่สำรองของอุปกรณ์อื่นได้อีกด้วยนะคะ ดังนั้นบอกเลยว่าไม่ต้องกังวลว่าอุปกรณ์เทคโนโลยีอื่นๆนั้นจะเกิดแบตเตอรี่หมดหรือดับไปเพราะเรามี Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxและสามารถเชื่อมต่อชาร์จได้โดยตรงเลยค่ะ

• มีความสามารถในการจัดการพลังงานที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

   คงเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ทุกคนจะประสบปัญหาในการที่วันๆนึงจะต้องหาที่ชาร์จแบตเตอรี่เพื่อเติมแบตระหว่างวันกันเพราะโดยปกติแล้วแบตเตอรี่ของ Smartphone นั้นไม่ได้เพียงพอต่อการเล่นของคนเราเลยค่ะ ถ้าจะเล่นโทรศัพท์มือถือทั้งวัน ยังไงก็ต้องชาร์จแบตเตอรี่อย่างแน่นอน และนี่คือนวัตกรรมในเรื่องของเทคโนโลยีที่ Asus รุ่น เซนโฟน 3 max ที่มีความสามารถที่จะขยายอายุของแบตเตอรี่ให้มีพลังงานที่ยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าพลังงานทุกหยดของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 max ที่มีขนาด 4100 mAh นั้นได้ถูกออกมาใช้อย่างหมดจดและคุ้มค่า ยิ่งโหมด Super Saving ใน Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxนั้นได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ประโยชน์ทุกๆมิลลิแอมป์กันเลยทีเดียวค่ะ และเมื่อไหร่ที่แบตเตอรี่ของคุณนั้นเหลือประมาณแค่สิบเปอร์เซ็นต์ก็ตาม เพราะแค่สิบเปอร์เซ็นต์นี้ก็สามารถอยู่ได้ถึงสามสิบชั่วโมงแล้วล่ะค่ะ ไม่คิดว่าจะมีแบตเตอรี่ที่ทรงพลังงานขนาดนี้

• มีความสวยงามระดับพรีเมี่ยม

   ด้วยความใส่ใจในเรื่องของการลงรายละเอียดในการดีไซน์Asus รุ่น เซนโฟน 3 max นั้นมีการผสมผสานศิลปะแห่งการออกแบบให้เข้ากับความสวยงามแห่งวิศวกรรมชั้นยอดนั่นเอง Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxมาพร้อมหน้าจอแบบ 2.5D ที่เมื่อคุณเอานิ้วสัมผัสนั้นจะรู้สึกถึงความลื่นไหลแล้วความเนียนนุ่มของ Asus รุ่น เซนโฟน 3 maxอย่างเห็นได้ชัด รูปทรงมีมีความพอดีถือถนัดมืออย่างมั่นใจ

ความสามารถรอบด้านที่มีอยู่ใน surface pro

surface pro

            เมื่อไม่นานมานี้ทาง Microsoft ได้เปิดตัว“surface pro” รุ่นใหม่ล่าสุดที่พร้อมให้เหล่าสาวก Microsoft ได้ชมกัน ซึ่งเซอร์เฟสโปรรุ่นนี้มีความโดดเด่นโดยเฉพาะในเรื่องของการออกฟีเจอร์ใหม่ๆมาให้คุณได้สัมผัสอย่างแน่นอน จุดเด่นที่เห็นได้ชัดจากเซอร์เฟสโปรรุ่นนี้ที่มีขนาดน้ำหนักเบาหวิวเป็นพิเศษนั่นเอง ถึงขนาดน้ำหนักจะเบา แต่ความสามารถของเซอร์เฟสโปรนั้นมีไม่เบาเลยนะคะ

            Surface Pro นั้นมีลูกเล่นที่เราสามารถเปลี่ยนสลับโหมดได้ถึงสามโหมดด้วยกัน ซึ่งโหมดแรกนั้นก็คือโหมดแล็ปท็อปนั่นเองค่ะ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนเซอร์เฟสโปรเป็นโหมดแล็ปท็อปได้โดยกางขาตั้งเซอร์เฟสโปรในตัว และถ้าเราจะเปลี่ยนโหมดจากแล็ปท็อปให้เป็นโหมด Studio นั้นก็ต้องลดระดับขาตั้งค่ะ ซึ่งเซอร์เฟสโปรบางรุ่นที่เป็นรุ่นใหม่นั้นจะมีบานพับที่ลึกยิ่งขึ้นเพื่อที่จะสามารถอำนวยความสะดวกในเรื่องของการวาดเขียนให้มีความถนัดขึ้น และโหมดที่สุดท้ายที่สามารถเปลี่ยนได้ก็คือโหมดแท็บเล็ตนั่นเองค่ะ ซึ่งถ้าเราจะอยากเปลี่ยนเซอร์เฟสโปรให้เป็นโหมดแท็บเล็ตนั้นเราสามารถทำได้โดยการปิดขาตั้งและถอดหรือว่าพับไปด้านหลังเพื่อที่จะใช้งานแบบแท็บเล็ตแบบเดี่ยวๆสแตนด์อะโลนนั่นเองค่ะทุกคน ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าเซอร์เฟสโปรแค่เพียงเครื่องเดียวนั้นจะมีความสามารถในการใช้งานได้ถึงสามโหมดเลย

               เซอร์เฟสโปรตัวนี้มีน้ำหนักเบาหวิวเป็นพิเศษ แต่ไม่ว่าความเบาจะมีแค่ไหน แต่ความสามารถและความมีประสิทธิภาพนั้นก็ไม่เบาอย่างแน่นอนค่ะ มีการพัฒนาให้ดีกว่าเดิมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาในเรื่องของแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน อึดกว่าเดิม รวมถึงมีการพัฒนาในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ที่ให้ความรู้สึกที่เบานุ่มและสะดวกในการถือไปไหนมาไหนได้อย่างคล่องแคล่วนั่นเองค่ะ

               เชื่อว่าหลายๆคนนั้นต้องมีอยากได้แล็ปท็อปดีๆสักหนึ่งเครื่อง และก็อยากได้แท็บเล็ตดีๆอีกสักเครื่อง ทาง Microsoft นั้นก็เลยได้แก้ปัญหารวมถึงมีการพัฒนาให้เซอร์เฟสโปรสามารถตอบโจทย์ผู้ใข้งานสำหรับคนที่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ หรือมีความอยากได้ทั้งสองอย่างนั่นเองค่ะ เรียกได้ว่าเซอร์เฟสโปรนั้นเป็นที่สุดของที่สุดในเรื่องของความคล่องตัวจริงๆ ยิ่งถ้าใครมีความชอบที่จะสร้างสรรค์ หรือมีความ Creative มากๆ รวมถึงสร้างสรรค์ในเรื่องเรียนและในเรื่องของการทำงานนั้นคงจะสนุกกับเซอร์เฟสโปรตัวนี้ได้อย่างสุดๆเลยทีเดียว

               เรียกได้ว่าเซอร์เฟสโปรนั้นเป็นแล็ปท็อปที่ทรงประสิทธิภาพที่การันตีในเรื่องของการทำงานอย่างราบรื่นและรวดเร็ว ซึ่งเซอร์เฟสโปรนั้นมอบความเร็วและสมรรถนะสูงยิ่งขึ้นด้วยโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ ที่บอกได้เลยว่ามีประสิทธิภาพอย่างไร้ที่ติแน่นอน และจุดเด่นที่จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ นั่นคือหน้าจอของเซอร์เฟสโปรนั่นเองค่ะ ซึ่งหน้าจอของเซอร์เฟสโปรนั้นจะทำให้เราทุกคนมีความรู้สึกที่อยากจะสร้างสรรค์และจุดประกายไอเดียของตัวเราเองออกมา ต้องบอกเลยว่าเซอร์เฟสโปรมีสีสันที่สดใสและมีความคมชัดเป็นพิเสษ และจอแสดงผลของเซอร์เฟสโปรเป็นแบบ PixelSense™ มีหน้าจออันน่าทึ่งและตอบสนองต่อ Surface Pen และการสัมผัสอีกขั้น

               ใครที่ไม่ชอบเสียงรบกวนนั้นต้องยกให้เซอร์เฟสโปรเลยค่ะ ไร้เสียงรบกวนแน่นอน ยิ่งเป็นเซอร์เฟสโปรรุ่น M3 แลเซอร์เฟสโปร รุ่น i5 นั้นจะมีระบบระบายความร้อนที่เป็นแบบใหม่ไม่เหมือนที่ผ่านมา เพราะระบบระบายความร้อนรุ่นใหม่ของเซอร์เฟสโปรจะเป็นแบบไร้พัดลมนั่นเองค่ะ รวมทั้งจะเป็นระบบระบายความร้อนแบบไฮบริดในรุ่น i7 เพื่อให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีสมาธิแน่วแน่รวมถึงเวลาจะสตรีมรายการที่ตัวเองโปรดปรานได้อย่างสบายๆไร้เสียงรบกวน เหมาะกับคนที่ต้องการสมาธิในการทำกิจกรรมที่ตัวเองสนใจอย่างเป็นที่สุดคะ

               บอกเลยว่าใครที่ได้เซอร์เฟสโปรไปครอบครองนั้นจะต้องคุ้มกับลูกเล่นใหม่ๆที่สามารถเลือกใช้งานตามใจที่ต้องการได้อย่างง่ายๆเลย เชื่อว่าไม่ว่าใครก็ต่างที่จะอยากสัมผัสกับประสิทธิภาพและความชาญฉลาดของเซอร์เฟสโปรอย่างแน่นอน อย่ารอช้านะคะ รีบไปเป็นเจ้าของเซอร์เฟสโปรกันเลยค่ะ

ทำงานราบรื่นไปกับ lenovo ideapad

lenovo ideapad

               ใครที่เป็นหนุ่มสาวออฟฟิศที่มี Minimal Style ที่มีความชอบความเรียบง่ายแต่แอบมีความหรูหราและสวยงามอยู่ในตัวนั้นก็คงมีความต้องการที่อยากมีไอเทมคู่ใจอย่าง Notebook ที่มีรูปทรงที่มีความมินิมอลเช่นกันกับโน๊ตบุ๊กรุ่นนี้ที่มีความตอบโจทย์อย่าง “lenovo ideapad” ต้องบอกเลยว่าไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์หรือฟีเจอร์เด่นๆที่อยู่ใน lenovo ideapad นั้นจะต้องเป็นที่ต้องการกับหนุ่มสาวที่ชอบความเรียบง่ายแต่หรูหราอย่างแน่นอนค่ะ

               พูดถึงโน๊ตบุ๊กที่มีความโดดเด่นในเรื่องความเรียบง่ายและแฝงไปด้วยพลังนั้นต้องยกให้ Notebook ของเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นบอกเลยว่าถ้าใครได้สัมผัสกับโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดจะต้องสัมผัสถึงการทำงานที่ราบรื่นตลอดทั้งวัน เคยได้ยินไหมล่ะคะที่ใครต่อใครต่างชอบพูดกันว่า ในบางครั้งนั้นสิ่งที่ดีที่สุดอาจจะหลบซ่อนอยู่ในสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด ซึ่งโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นก็เหมาะกับสโลแกนนี้อย่างที่สุดเลยล่ะค่ะ

               สำหรับความโดดเด่นของโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นก็คงเป็นเรื่องของการประมวลผลและGraphicชั้นยอดนั่นเอง แถมการใช้งานง่ายและไม่ซับซ้อนอีกด้วยค่ะ อย่างแรกที่เลอโนโวให้ความสำคัญกับโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นก็คือเรื่องการดีไซน์ เพราะเลอโนโวไม่ได้มองแค่ว่าโน้ตบุ๊กเป็นแค่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เพียงแต่ให้อำนวยความสะดวกเท่านั้น แต่เลอโนโวให้ความสำคัญและให้ความใส่ใจในเรื่องของการออกแบบอย่างโดยเฉพาะ ที่สังเกตอย่างเห็นได้ชัดจากเครื่องโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นได้ถูกทำจากวัสดุที่ทนทานต่อการฉีกขาด ส่วนในเรื่องของแป้นคีย์บอร์ดนั้นทำมาจากแป้นยางรองเครื่องที่ช่วยยกเครื่องให้สูงขึ้น สาเหตุที่ต้องยกขึ้นก็เพื่อที่จะให้สามารถระบายอากาศได้ดี และที่สำคัญยังช่วยให้โน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดมีอายุการใช้งานที่นานขึ้นอีกด้วยค่ะ

               เวลาที่คนเราจะเลือกซื้อโน๊ตบุ๊กสักเครื่อง เราก็อยากเลือกซื้อเครื่องดีๆและเครื่องนั้นสามารถใช้งานได้นาน และเราต้องบอกเลยว่าโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นมีการรองรับการใช้งานทั้งในปัจจุบัน ณ ตอนนี้ รวมถึงอนาคตด้วยนะคะ ทางเลอโนโวจึงเลือกฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นเลือกใช้ชิป Intel® Core™ processing และตัวเลือกชิปกราฟิกแยกทั้งจาก AMD และ NVIDIA® ค่ะ และใครที่มีความชอบที่จะทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมกัน เช่น ฟังเพลงไปด้วยเล่น Internet ไปด้วย รวมถึงนั่งทำงานไปด้วยอีก เชื่อว่าโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นต้องเหมาะกับคนที่ใช้งานในรูปแบบมัลติทาสก์แน่นอน และถ้าใครกลัวว่าเครื่องจะค้างเวลาทำอะไรหลายๆอย่าง บอกเลยว่าโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดจะไม่ทำให้คุณณผิดหวัง คุณสามารถทำงานหลายๆอย่างพร้อมกันได้อย่างไหลลื่นและไม่มีสะดุดค่ะ

               มาในส่วนของในเรื่องแบตเตอรี่กันบ้างนะคะ โน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นมีฟีเจอร์ที่มีแบตเตอรี่ที่มีความอึด และเมื่อระหว่างเรานั่งทำงานผ่านโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดแล้วเกิดว่าแบตเตอรี่นั้นมีท่าทีจะใกล้หมด และ ณ เวลานั้นไม่มีเวลาให้ชาร์จไม่มากนัก แต่สำหรับโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดนั้นจะมาพร้อมคุณสมบัติที่พิเศษ เพราะว่าสามารถใช้งานต่อได้นานสุดถึงหกชั่วโมงเลยค่ะ และการชาร์ตจแบตเตอรี่นั้นมีฟีเจอร์ในการชาร์จแบบ Rapid Charge ที่เวลาชาร์จแบตเตอรี่เพียงแค่สิบห้านาทีเท่านั้น ซึ่งเพียงแค่ชาร์จไปเพียงสิบห้านาทีนั้นก็จะสามารถทำงานผ่านโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดได้อีกสองชั่วโมง

               ใครที่ชอบดูภาพยนตร์ผ่านโน๊ตบุ๊กอยู่แล้วจะต้องถูกใจเลอโนโว ไอเดียแพดอย่างแน่นอน เพราะว่าโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดมาพร้อมกับ Options ของพื้นที่เก็บข้อมูลที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น HDD ที่มีความสูงสุดถึง 2 TB ใครที่ชอบโหลดภาพยนตร์เก็บไว้ดูเยอะๆรับรองว่าคุณสามารถเก็บวีดีโอได้เป็นพันๆวีดีโอเลยค่ะ รวมถึงเก็บรูปถ่ายและไฟล์งานต่างๆได้อย่างสบายๆเลย

ใครที่กำลังอยากหาโน๊ตบุ๊ก ที่มี Minimal Style นั้นก็คงไม่พลาดที่จะเลือกซื้อโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดอย่างแน่นอน มีความใช้งานง่าย น้ำหนักเบา ไม่ว่าคุณจะพกโน๊ตบุ๊กเลอโนโว ไอเดียแพดไปทำงานที่ Office หรือไปประชุมกับลูกค้าที่เป็นนอกสถานที่นั้นก็สะดวกสบายไม่เทอะทะ แถมดูดีเรียบง่ายเหมาะกับหนุ่มสาวสมัยนี้อย่างแน่นอนค่ะ

ครบครันไปกับโน้ตบุ๊ก lenovo legion y520

lenovo legion y520

               สำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่กำลังมาแรงอยู่ตอนนี้ต้องยกให้ “lenovo legion y520” เลยละค่ะ เพราะเลอโนโว legion y520 ที่ได้เปิดตัวไปพร้อมคุณสมบัติเจ๋งที่ๆเชื่อว่าใครที่เป็นสาวก Lenovo อยู่แล้วจะต้องสนใจกับความอัดแน่นของความพรีเมียมที่ยากเกินกว่าจะปฏิเสธว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กของเลอโนโว legion รุ่น y520 นั้นถูกทำขึ้นมาเพื่อเอาใจคนที่ชื่นชอบในการเล่นเกมผ่านโน้ตบุ๊กแบบโดยเฉพาะนั่นเองค่ะ

               สิ่งแรกที่ทำให้หลายคนต้องถูกอกถูกใจกันอย่างแน่นอนคงเป็นความบางเบาของเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก Lenovo รุ่น y520 นั่นเอง เพราะที่ผ่านมาเคยสังเกตไหมล่ะคะว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ้กของหลายๆแบรนด์นั้นมีความหนักหน่วงและเวลาที่จะพกโน๊ตบุ้กไปไหนมาไหนลำบาก แต่รุ่นนี้ที่ Lenovo ได้ทำการเอาใจสำหรับคนที่ไม่ชอบอะไรหนักๆ และไม่ชอบความยากต่อการพกพานั่นเอง

หลายๆคนคงอยากจะทราบว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ Lenovo รุ่น y520 นั้นมีความครบครันอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะมาบอกจุดเด่นของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่กำลังมาแรงแบบสุดๆในตอนนี้ให้ทุกคนได้ทราบโดยพร้อมกันค่ะ

• ที่สุดของประสิทธิภาพสำหรับคนที่รักในการเล่นเกม

   ด้วยนวัตกรรมในเรื่องของชิปประมวลผลที่เป็นรุ่นล่าสุดอย่าง 7th Gen Intel Core i7 ในรุ่น Y520 นี้ ต้องบอกเลยว่ามีการพัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยีในด้านประสิทธิภาพของการประมวลผลของเว็บไซต์ที่สูงขึ้นถึงสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ รวมถึงมีประสิทธิภาพในเรื่องของการสร้างสรรค์ที่สูงขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ถึงสิบสองเปอร์เซ็นต์ เพราะว่า Lenovo ได้มีการพัฒนาแบบขีดสุดจึงทำให้เราสามารถเล่นเกมได้อย่างสนุกสนาน ยิ่งโดยเฉพาะกับเกมที่มีไฟล์ใหญ่ๆหนักๆนั้นก็ไม่ใช่ปัญหา และในส่วนของการเล่นเกมออนไลน์นั้นก็ยิ่งสะดวกสบายไปกันใหญ่ เล่นได้ดีแบบไม่มีสะดุดต้องไว้ใจเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ Lenovo รุ่น y520 เท่านั้น

• พลัง Graphic ที่มีระดับ

   ต้องขอบอกเลยว่าในส่วนของกราฟิกเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ Lenovo รุ่น y520 นั้นมาพร้อมตัวเลือกชิปกราฟิกแยกทั้ง NVIDIA® GeForce® GTX 1050/1050Ti หรือ AMD Radeon™ RX 560 ที่จะมาทำให้เกมมิ่งโน้ตบุ๊กของเราทำงานได้ดีแบบไม่มีสะดุด การันตีถึงการทำงานที่มีความไหลลื่น และโดยเฉพาะที่ใครมีความชอบที่จะเล่นเกมในส่วนของประเภท FPS นั้นจะต้องได้สัมผัสกับความเหนือชั้นจากโน๊ตบุ้กนี้ได้อย่างสบายๆเลยละค่ะ

• ไว้ใจกับการเก็บข้อมูลผ่านเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก Y520

   ใครที่ชอบโน้ตบุ๊กที่มีการทำงานแบบรวดเร็วนั้นต้องยกให้รุ่นนี้เลยค่ะ เพราะเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ Lenovo รุ่น y520 นั้นมีตัวเลือกของสื่อที่เป็นการบันทึกข้อมูลแบบ SSD PCle ที่บอกเลยว่ามีความจุสูงสุดถึง 512GB ซึ่งมีความเร็วสูงมาก ทั้งสำหรับในการบูตเครื่องหรือจะเป็นการ Download เกมต่างๆ รวมถึง HDD ความจุสูงสุดถึง 2 TB ที่ไม่ว่าเราจะชอบเกมไหน เราก็สามารถเก็บทุกๆเกมไว้ในเครื่องเดียวได้เลย และส่วนโน๊ตบุ๊กในรุ่นอื่นๆของ Lenovo นั้นมีการเลือกใช้ระบบไฮบริดที่เป็นการรวมข้อดีในเรื่องของด้านความเร็วและความจุไว้ด้วยกันอีกด้วย ถือว่าสุดยอดไปเลยค่ะทุกคน

• พลังเสียงอันทรงพลัง

   เสียงในตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ Lenovo รุ่น y520 นั้นไม่ว่าเสียงจะผ่านหูฟังหรือลำโพงนั้นก็พร้อมที่จะมองความบันเทิงให้กับผู้ใช้ทุกคนอย่างแน่นอน เพราะมีระบบเสียง Dolby Audio Premium ที่มีการปรับจูนให้มีความสามารถในการส่งมอบพลังเสียงไม่ว่าคุณจะดูหนังฟังเพลงรวมถึงเล่นเกมก็ตาม

• โดดเด่นด้วยสีแดงสด

   ครั้งแรกที่เห็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ Lenovo รุ่น y520 นั้นก็ต้องสะดุดถึงความโดดเด่นในเรื่องของสีสันนั่นเอง เพราะเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ Lenovo รุ่น y520 นั้นเป็นรุ่นที่มาพร้อมไฟ Backlit สีแดงที่คีย์บอร์ด ที่มีสีแดงสดก็เพื่อที่จะทำให้สะดวกเวลาเราอยู่ในโหมดเล่นเกมในยามค่ำคืนได้แบบชิวๆ ซึ่งประกอบกับระยะการกดปุ่มเพียง 1.7 มิลลิเมตร การันตีในเรื่องความแม่นยำในการใช้งานอย่างแน่นอน แถมตัวเครื่องของเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ของ Lenovo รุ่น y520 นั้นมีขนาดบางเบาหวิว มีน้ำหนักเพียง 2.5 กิโลกรัมเท่านั้นค่ะ วัสดุมีความแข็งแรงและทนทาน พกพาได้สะดวก ไม่ว่าคุณจะพก Notebook ไปเล่นเกมที่ไหนก็คล่องตัวอย่างแน่นอน

MSI ที่สุดของเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก

msi notebook

               ณ เวลานี้ไม่มีใครไม่รู้จัก “msi notebook” ที่กำลังมาแรงและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างเป็นที่สุด และยิ่งสำหรับใครที่มีความชอบในการเล่นเกมเป็นอย่างมากอยู่แล้ว เราต้องขอคอนเฟิร์มเลยว่า msi notebook จะไม่ทำให้คนที่มีใจรักในการเล่นเกมต้องผิดหวังแน่นอนค่ะ

               แต่ถ้าหากใครยังไม่รู้จักเกมมิ่งโน้ตบุ๊กของแบรนด์ MSI นั้น เราก็จะพาแบรนด์ระดับโลกอย่าง MSI ที่หนึ่งของความสุดยอดในเรื่อเกมมิ่งโน้ตบุ๊กมาให้ทุกคนรู้จักกันดีกว่าค่ะ อย่างแรกเลยนะคะ หลายคนคงสงสัยว่า MSI นี้มันคืออะไร MSI นั้นย่อมาจาก Micro – Star International หรือเรียกสั้นๆว่า MSI นั่นเองค่ะ และที่สำคัญนั้น Micro – Star International คือแบรนด์ที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับการเล่นเกมที่เป็นอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งตอนนี้ทางแบรนด์ Micro – Star International นั้นได้กลายเป็นผู้ผลิต Gaming โน้ตบุ๊กมากที่สุดเป็นอันดับที่หนึ่งของโลกเช่นกันค่ะ และเราก็คิดว่าต่อจากนี้แบรนด์ Micro – Star International นั้นจะคงเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่าเดิมอีกแน่นอน

               ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแบรนด์ Micro – Star International ถึงได้รับการตอบรับจากคนทั่วโลกได้ดีขนาดนี้ อาจจะคงเป็นเพราะว่า Micro – Star International นั้นมีความเชี่ยวชาญและมีการใส่ใจรายละเอียดในการออกแบบรวมไปถึงลุงทุนลงแรงไปกับการพัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลานั่นเองค่ะ แต่หลายๆคนคงไม่ทราบว่าก่อนที่ Micro – Star International จะออกมาผลิตโน้ตบุ๊กเกมมิ่งอย่างเต็มตัวนั้น แต่ก่อน Micro – Star International มีการเริ่มต้นจากการพัฒนาและออกแบบในส่วนของ Product ที่มีไว้สำหรับการเล่นเกมเท่านั้น แถมทำมาเป็นระยะเวลานาน นานชนิดที่เรียกได้ว่าทำให้การพัฒนาที่ออกมานั้นได้มีความล้ำหน้าทันสมัยและสามารถแซงคู่แข่งในแบรนด์อื่นๆได้อย่างขาดลอยนั่นเอง

               Micro – Star International ได้ทำการยกระดับของเกมมิ่งโน้ตบุ้กแบบทั่วไปนั้นให้มีระดับมากขึ้นนและมีพลังในชนิดที่ว่าไม่เคยมีแบรนด์ไหนได้ทำมาก่อน ซึ่ง Micro – Star International ทำการพลิกโฉมให้เหล่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ที่ใช้งาน CPU INTEL 8TH GEN ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในเรื่องของการทำงานด้วยระบบที่มีความสามารถระบายความร้อนเอกสิทธิ์ที่เรียกว่าพิเศษที่มีแต่แบรนด์ Micro – Star International นี้เท่านั้นนะคะที่ทำให้เราได้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะต้องบอกเลยว่าในเรื่องของเทคโนโลยี Cooler Boost นั้นมีความสำคัญมาก เรียกว่าการมีระบบที่มีการระบายความร้อนได้นั้นเป็นที่ต้องการของผู้ใช้งานเกมมิ่งโน๊ตบุ๊กนั่นเองค่ะ นี่คือสิ่งที่ Micro – Star International ได้ทำออกมา ซึ่งนวัตกรรมนี้จะช่วยให้ระบายความร้อนถึงยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์กันเลยทีเดียว

               สิ่งที่มีในเกมมิ่งโน๊ตบุ้ก Micro – Star International นั่นก็คือตัวเสริมประสิทธิภาพในเรื่องของความสะดวก ซึ่งภายใต้การวิจัย Micro – Star International ได้มีการพัฒนาร่วมกับ BlueStacks ที่ได้ก่อให้เกิด MSI App Player นั่นคือ โปรแกรมจำลองการใช้งานสำหรับเกมแพลตฟอร์มบน Smartphone นั่นเองค่ะ ซึ่ง MSI App Player นั้นจะทำหน้าที่เป็นสิ่งที่เชื่อมให้เราสามารถที่จะนำ Applications ของ Smartphone มารันบนพีซีที่ใช้ Windows ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ต้องบอกเลยว่า MSI App Player นั้นช่วยให้การเล่นเกมบนเกมมิ่งโน้ตบุ๊กได้อย่างสนุกสนานและไร้ขีดจำกัดอย่างแน่นอนค่ะ และที่สำคัญ MSI App Player มาพร้อมฟังก์ชั่นที่สามารถปรับการตั้งค่าและสีสันของไฟคีย์บอร์ดบนเกมมิ่งโน้ตบุ๊กให้เหมาะสมกับเกมที่เราเล่นอีกด้วยค่ะ

               และที่เจ๋งกว่านั้นคือเกมมิ่งโน้ตบุ๊กนั้นรองรับการใช้งานแบบ Multi – Task ได้สูงสุดถึงสามหน้าจอกันเลยทีเดียว เพราะ Micro – Star International นั้นได้เพิ่มการมองเห็นด้วยการเชื่อมต่อด้วย Matrix Display นั่นเองค่ะที่สามารถรองรับการแสดงผลภายนอกได้ถึงสองหน้าจอ และแค่นั้นยังไม่พอ ยังมาพร้อมด้วย HDMI และ Mini Displayport ที่สามารถเชื่อมต่อกับ HDTV กับแล็ปท๊อปได้อีกด้วย

               และสำหรับใครที่กำลังเล็งหาโน้ตบุ๊คที่มีคุณสมบัติที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมอย่างโดยเฉพาะนั้นก็คงที่จะไม่พลาดที่จะเลือกเกมมิ่งโน้ตบุ้กของ Micro – Star International  อย่างแน่นอน การันตีถ้าใครมีใจที่รักและชื่นชอบในการเล่นเกมอย่างเป็นชีวิตจิตใจคงไม่พลาดที่จะเลือกชมและเลือกซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ้กที่เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของโลกอย่าง Micro – Star International แน่นอนค่ะ

เน้นการสื่อสารในรูปแบบของ samsung note 8

samsung note 8

            ในปัจจุบันปฎิเสธไม่ได้เลยนะคะว่าการสื่อสารนั้นเป็นเรื่องสำคัญ และที่ยิ่งพิเศษไปกว่านั้นก็คือการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือที่เป็นสามาร์ทโฟนตระกูล Galaxy Note Series นั้นเอง นั่นคือ“samsung note 8”  ที่มีการพูดถึงกันตั้งแต่ก่อนเปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการซะอีกนะคะ เรียกได้ว่ากระแส samsung note 8 ที่ออกมานั้นมาแรงแซงโค้งแบรนด์คู่แข่งชนิดที่เรียกได้ว่าทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่นกันเลยทีเดียวค่ะ

               ความน่าสนใจของซัมซุง Galaxy โน้ต 8 ที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดคงเป็นปากกา S Pen ที่เป็นปากกาสุดอัจฉริยะ เรียกได้ว่านี่คืออีกรูปแบบใหม่แห่งการสื่อสารเลยก็ว่าได้ค่ะ ซึ่งปากกา S Pen ที่มาพร้อมซัมซุง Galaxy โน้ต 8นั้นมีเพื่อสร้างความแตกต่างในแบบ Lifestyle ที่มีความเป็นตัวของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นการนำปากกา S Pen มาโน้ตงาน วาดรูปหรือวาด Emoji ใน Style แบบส่วนตั๊วส่วนตัวเพื่อที่จะแสดงความรู้นั้นๆ อีกทั้งยังสามารถสร้าง GIF หรืออีกเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าภาพเคลื่อนไหว เราก็สามารถทำได้เช่นกันนคะ หรือในความ Basic ของ ปากกาS Pen นั่นก็คือการสื่อสารผ่านการเขียนข้อความสุดพิเศษลงบนภาพต่างๆ ซึ่งการเขียนข้อความด้วยลายมือตัวเองนั้นสามารถทำได้ในแบบง่ายๆ ไม่ว่าจะเขียนบรรยายความรู้สึก สารภาพรัก คำอวยพร หรือจะเขียนแซวเพื่อนก็ยังทำได้

สิ่งที่ทำให้ความน่าสนใจของซัมซุง Galaxy โน้ต 8ที่ทำให้มีความเก๋ไก๋ไฉไลและโดดเด่ดอย่างมากก็คงเป็นการแสดงความรู้สึกที่ทางซัมซุง Galaxy โน้ต 8นั้นได้ตั้งใจเน้นฟีเจอร์นี้เพื่อให้ทุกคนได้สามารถแสดงความรู้สึกลงไปยังปากกา S pen นอกจากจะสร้างปากกามาเพื่อแทนความรู้สึกแล้วซัมซุง Galaxy โน้ต 8 ยังสามารถสร้างสรรค์ผลงานอย่างการทำ Artwork แบบจริงจังผ่านปากกา S Pen ที่การันตีฟีเจอร์นี้เลยว่านอกจาก S Pen ที่สามารถเป็นปากกาที่มีสีสันต่างๆให้คุณได้เลือกใช้กันแล้ว S pen ยังสามารถที่จะเป็นเครื่องมือในแบบที่เราต้องการได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบพู่กัน ซึ่งในรูปแบบพูกันนี้มีให้เลือกแบบจุใจกันอย่างแน่นอน บอกเลยว่าฟีเจอร์นี้จะช่วยทำให้คุณได้มีจินตนาการและมีความอยากที่จะสร้างสรรค์งานได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

หลายๆคนถามว่าปากกา S pen นั้นสามารถระบายสีได้หรือไม่ ต้องขอบอกเลยว่า S Pen สามารถทำได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ หรือการสร้างสรรค์ผลงานใดๆก็ตามก็ย่อมทำได้ค่ะ ยิ่ง Application ที่เป็นแอพ PENUP นั้นจะเป็นช่องทางที่เรียกได้ว่าง่ายแสนง่ายสำหรับคนที่มีหัวใจรักงานศิลปะและอยากจะแสดงออกในแบบอย่างที่สร้างสรรค์ ซึ่งเราสามารถโชว์ผลงานชิ้นโบว์แดงของเราให้แก่ผู้ใช้ Application ที่ชื่อ PENUP ได้นั่นเองค่ะ ขอบอกเลยนะคะว่าคนที่ใช้ Application นี้มีผู้ใช้ถึง 3 ล้านคนกันเลยทีเดียว และสามารถเรียกดูแกลลอรี่ศิลปะผ่าน S Pen เพื่อที่จะหาหรือรับแรงบันดาลใจได้อย่างง่ายๆ หรือจะเลือกฟีเจอร์ระบายสีในส่วนของคอลเลกชันเทมเพลตสมุดระบายสีที่ถูกออกแบบมาแบบพิเศษได้ย่างสุดๆสำหรับคนที่มีปากกา S Pen

สิ่งที่พิเศษของปากกา S pen นั้นมีมากมาย แต่ความสามารถที่ใครๆต่างก็รู้ใช่ไหมล่ะคะว่า S Pen สามารถจดโน้ตได้ แต่สิ่งที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือฟีเจอร์ในเรื่องของการจดบันทึกโดยที่ไม่ต้องปลดล็อคหน้าจอนั่นเอง สังเกตไหมคะว่าถ้าเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นทั่วๆไป เวลาเราจะโน้ตงานแต่ล่ะที เราก็ต้องปลดล็อคหน้าจอให้เรียบร้อยก่อนถึงจะสามารถจดบันทึกได้ แต่สำหรับซัมซุง Galaxy โน้ต 8นั้นถูกออกแบบมาเพื่อบันทึกทุกๆไอเดีย ณ ขณะที่คุณคิดอะไรได้ก็สามารถจดได้เดี๋ยวนั้นเลยโดยไม่ต้องเสียเวลาปลดล็อคหน้าจอ และหลังจากที่คุณนั้นได้โน้ตบันทึกข้อความเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในส่วนข้อความเหล่านั้นจะถูกแสดงไว้ในบน Always on Display เพื่อที่เราจะสามารถเห็นโน้ตนี้ได้ตลอดเลา และอีกทั้งยังสามารถบันทึกลงใน Samsung Notes ได้อีกด้วยค่ะ

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมซัมซุง Galaxy โน้ต 8ที่มาพร้อมปากกา S Pen นั้นถึงได้รับการตอบรับอย่างมากมาย ส่วนใครที่อยากจับจองเป็นเจ้าของนั้นอย่ารอช้านะคะ ซัมซุง Galaxy โน้ต 8รอที่จะอยากให้คุณเป็นเจ้าของอยู่ค่ะ

มหัศจรรย์ไปพร้อมกับ samsung a9

samsung a9

               ขึ้นชื่อในเรื่องของโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายรูปสวยนั้นก็คงจะไม่คิดถึง “samsung a9” ก็คงจะไม่ได้นะคะ หลังจากที่ทางซัมซุงได้ปล่อยโฆษณาของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มา หลายๆคนก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่เป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าโทรศัพท์มือถือที่เห็นอยู่ในโฆษณาจะเป็นมือถือที่มีกล้องหลังถึง 4 ตัวด้วยกัน และที่โทรศัพท์มือถือรุ่นนั้นก็คือ samsung a9 นั่นเองค่ะ

               เรียกเสียงฮือฮาอย่างสุดๆกับการเปิดตัวซัมซุง Galaxy เอ9ไปเมื่อปี 2018 พร้อมกับจุดเด่นที่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธกับความสามารถของซัมซุง Galaxy เอ9 นี้ได้เลย ไม่ว่าจะโดดเด่นในเรื่องของกล้องที่มาพร้อมเลนส์อัจฉริยะถึงสี่ตัวด้วยกัน ใครที่มีความชื่นชอบในการถ่ายรูปเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว น่าจะต้องชอบซัมซุง Galaxy เอ9อย่างแน่นอนค่ะ และอีกสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาก็คงเป็นรูปลักษณ์ที่มีหลากหลายสีสันที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องหลงงรักอย่างแน่นอน นอกจากจากนี้ยังมีสิ่งที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับซัมซุง Galaxy เอ9 อีกมากมาย วันนี้เราจะคัดคุณสมบัติเด่นๆของโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ให้ทุกคนได้รู้กันค่ะ

               จุดเด่นที่แสนมหัศจรรย์ของงซัมซุง Galaxy เอ9

• รูปแบบพรีเมี่ยมสวยงามเมื่อแรกเห็น

ซัมซุง Galaxy เอ9นั้นได้ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี มีการดีไซน์ให้มีความพรีเมี่ยมที่ออกแบบตามสรีระ ต้องบอกเลยว่านี่คือสไตล์อันงดงามที่ทำให้คนที่ถือซัมซุง Galaxy เอ9นั้นประทับใจไม่รู้ลืม แล้วเมื่อคุณได้สัมผัสกับซัมซุง Galaxy เอ9นั้นก็จะรู้สึกถึงความกระชับมือ ไม่ใหญ่เทอะทะอย่างแน่นอน ซัมซุง Galaxy เอ9มาพร้อมกับพื้นผิวที่มีความเงางาม แถมมีสีหลากหลายเฉดสีให้ได้เลือกกันด้วยค่ะ รับรองว่าสีแต่ล่ะสีมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร

• หน้าจอใหญ่มองแล้วสบายตา

ใครที่ชอบโทรศัพท์มือถือที่มีจอขนาดใหญ่และสบายตา การันตีเลยว่าแน่นอน ซัมซุง Galaxy เอ9ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ ด้วยสุดยอดหน้าจอ Infinity Display sAMOLED Full HD+ ที่มีขนาดถึง 6.3 นิ้วที่บอกเลยว่าพื้นที่ของซัมซุง Galaxy เอ9นั้นเหลือเฟือ ไม่ว่าคุณจะดูเอกสาร ส่งไฟล์งาน check E-mail ต่างๆ หรือจะเล่น Social Media ได้แบบง่ายดายโดยไม่ต้องเลื่อนหน้าจอให้เสียเวลาเลยล่ะค่ะ

• ครั้งแรกของโลกที่มีกล้อง 4 ตัว

               เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีแบรนด์ไหนทำมาก่อนอย่างแน่นอน ด้วยซัมซุง Galaxy เอ9ที่มาพร้อมกล้อง 4 ตัวด้วยกัน ซึ่งคุณสมบัติของกล้อง 4 ตัวที่มีนั้นก็มีการทำงานที่แตกต่างกันไปค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเลนส์กล้องออปติคัลซูมสองเท่า และมุมกล้อง Ultra Wide ที่มีความกว้างถึง 120องศา รวมไปถึงระดับของประสิทธิภาพขั้นสูงของซัมซุง Galaxy เอ9ที่ช่วยให้เราสามารถโฟกัสได้ทุกๆรายละเอียดได้ทั้งในออฟฟิศและนอกออฟฟิสค่ะ และอีกเลนส์จะเป็นเลนส์กล้องหลักที่มีความละเอียดสูงถึง 24MP ที่มีความสามารถเก็บภาพที่มีรายละเอียดได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปถ่ายรูปในที่ๆมีแสงน้อยแค่ไหนซัมซุง Galaxy เอ9ก็เอาอยู่ค่ะ

• คอยดูข้อมูลต่างๆเหมือนได้เลขาส่วนตัว

               ด้วยนวัตกรรมของเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยนั้นซัมซุง Galaxy เอ9จะมีหน้าที่คอยอัพเดทในส่วนของข้อมูลที่สำคัญต่างๆและยังแสดงผลให้เราได้เห็นผ่านทาง Always on Display นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนในวันสำคัญต่างๆ หรือจะเป็นการแจ้งเตือนในส่วนที่เราจะต้องไปประชุมกับลูกค้า รวมไปถึงสภาพอากาศก็สามารถแจ้งเตือนได้เลยว่าวันนี้อากาศเป็นอย่างไร บอกเลยว่าถ้ามีซัมซุง Galaxy เอ9ก็เหมือนมีเลขาอยู่ข้างกายเลยล่ะ

• ทำงานได้ด้วยเร็วแบบทรงพลัง

               ทางซัมซุงได้นำเสนอในเรื่องของการตอบสนองของซัมซุง Galaxy เอ9ที่มีความทรงพลังอย่างไร้ที่ติ ด้วยประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผล Octa Core ที่ได้ทำงานร่วมกับ RAM ซึ่งมีขนาด 6GB และ 8GB ที่ไม่ว่าคุณจะทำงานในรูปแบบไหน จะทำโปรเจกต์ไหนก็ตาม หรือจะทำหลายๆอย่างพร้อมกันก็สามารถทำได้อย่างลื่นไหล ไม่มีค้างอย่างแน่นอน ด้วยพื้นที่จัดเก็บภายในขนาด 128GB และพื้นที่จัดเก็บภายนอกที่สามารถเพิ่มได้ถึง 512GB กันเลยทีเดียวค่ะ

อัพเกรดครั้งยิ่งใหญ่จาก P9 สู่ huawei p10

huawei p10

                ขนาดตัวเครื่องของ Huawei P10 และ Huawei P9 นั้นถือว่าใกล้เคียงกัน  แต่ถ้าลงรายละเอียดจริงๆ Huawei P10 นั้นจะมีขนาดความกว้างน้อยกว่านิดหน่อย อาจจะเป็นเพราะหน้าจอขนาด 5.1 นิ้ว แต่มีความหนามากขึ้น เพราะแบตเตอรี่ที่มีความจุเพิ่มเป็น 3200 mAh

รายละเอียดงานดีไซน์ด้านนอกของตัวเครื่องนั้น P10 มีความโค้งมนมากกว่าตอน P9 แต่ตำแหน่งของปุ่มและพอร์ทต่างๆ นั้นยังเรียงอยู่ที่เดิม ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่มทั้งหมดอยู่ ซึ่งใช้ลวดลายบนปุ่มเป็นตัวแบ่งแยกปุ่ม Power และปุ่มปรับเสียง ส่วนด้านล่างจากซ้ายไปขวาก็เป็นหูฟัง 3.5 > ไมโครโฟน > ช่อง USB Type C และลำโพง

ส่วนหน้าจอ 5.1 นิ้วความละเอียด Full HD ของ P10 นี่พอเราลอกฟิล์มที่แปะออกมาแล้วเหมือนกระจกหน้าจอ Gorilla Glass 5 ไม่ได้เคลือบสารกันรอยนิ้วมือหรืออะไรมาเลย แตะนิดเดียวเปื้อนไปหมด แนะนำให้หาฟิล์มกันรอยมาแปะด้วย

เฟรมตัวเครื่องนั้นขึ้นรูปด้วยโลหะขัดจนได้ผิวที่เรียบเนียนประกบกับกระจก Gorilla Glass 5 ด้านหน้า ซึ่งผิวโลหะของแต่ละสีก็จะมี finishing หรือการเก็บงานที่แตกต่างกันไป ทั้งการขัดผิวลงสีด้านสไตล์ Sandblast, เคลือบเงาทั้งชิ้น, หรือเสริมลวดลาย Diamond cut ที่ฝาหลัง ซึ่งใครอยากได้สัมผัสแบบเนื้อโลหะเต็มๆ ตอนถือใช้งานแนะนำให้เลือกสีที่เป็น Sandblast   ส่วนสีที่เราได้มาทดสอบนั้นก็คือสีน้ำเงิน Dazzling ฺBlue ที่มีการทำลาย Diamond cut บวกกับการเคลือบเงาที่ขอบด้านข้าง

บริเวณลำโพงสนทนาด้านหน้าของ P10 นั้นมาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลซึ่งรอบนี้ได้ทาง LEICA มารับรองมาตรฐานเลนส์กล้องหน้าให้ด้วย ถัดไปข้างๆ กันคือช่องเซนเซอร์ต่างๆ เช่นวัดแสงและวัดระยะ (Proximity)

ส่วนบริเวณกล้องหลัง P10 นั้นยังคงใช้ดีไซน์จากตอน P9 คือเป็นกระจกทั้งแผ่น ตัวเลนส์กล้องเรียบไปกับฝาหลังไม่นูน เซนเซอร์คู่นั้นเป็นแบบเดียวกับ Mate 9 ด้วยการใช้เซนเซอร์ขาวดำ 20 ล้านพิกเซลมาทำงานร่วมกับเซนเซอร์สี 12 ล้านพิกเซล เลนส์ผ่านการรับรองจาก LEICA SUMMARIT-H มีค่า f/2.2 และทางยาวโฟกัส 27 มม.

EMUI 5.1 และการใช้งาน Android ของ Huawei นั้นมาพร้อม EMUI ที่ตอนนี้พัฒนามาจนถึงเวอร์ชั่น 5.1 แล้ว ซึ่งตั้งแต่เวอร์ชั่น 5 เป้นต้นมาก็มีการยกเครื่องครั้งใหญ่ปรับลดความซับซ้อนและเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายและดูสะอาดสะอ้านตามากขึ้น

นอกจากนั้นยังมีการปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานและเสริมระบบ AI เข้ามาเพื่อศึกษารูปแบบการใช้งานของเราและปรับจูนโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้มือถือของ Huawei ยังสามารถทำงานได้เร็วแม้จะผ่านไปนานหลายเดือน

รูปแบบหน้า Home นั้นสามารถเลือกปรับใช้งานได้ 2 แบบ คือรูปแบบปกติของ EMUI ที่เป็นหน้า Home และรายการแอพทั้งหมดที่ติดตั้ง หรือจะเลือกเปลี่ยนไปใช้รูปแบบปกติของ Android ที่มี App drawer ก็ได้ นอกจากนั้นยังสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้ด้วย Theme ที่มีมาให้โหลดอีกมากมาย สามารถเลือกเซ็ทไอคอนจากอีกธีมมาใช้สลับไปมากับวอลเปเปอร์ได้

ส่วนขนาดของตัวหนังสือจะเล็กหรือใหญ่ก็สามารถเข้าไปปรับตั้งค่าได้ นอกจากนั้นยังมี Eye comfort mode หรือโหมดตัดแสงสีฟ้าเพื่อช่วยให้สามารถใช้งานเป็น E-book สำหรับอ่านนานๆ ได้สบายตามากขึ้น โดยหน้าจะเป็นสีเหลืองนวลๆ โดยเราสามารถปรับระดับความเข้มได้

แถบแจ้งเตือนด้านบนนั้นเมื่อลากลงมาก็จะพบกับ toggle switch ต่างๆ อัดกันอยู่เพียบ ซึ่งถ้าเยอะไปเราก็สามารถย้ายออกไปเก็บหรือว่าจัดเรียงตำแหน่งใหม่ได้ ส่วนการแจ้งเตือนต่างๆ นั้นจะอยู่ด้านล่างของส่วนนี้อีกที

ฟีเจอร์แจ่มๆ ของ Huawei P1o Smart Assistance ถูกใส่เข้ามาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานซึ่งช่วยได้เยอะจริง เพิ่มความสะดวกสบายได้ดีมากๆ

Motion control ใช้เซนเซอร์ตรวจจับการเคลือนไหวของเครือง ไม่ว่าจะเป็นการพลิกเครื่องให้คว่ำลงเพื่อหยุดเสียงเรียกเข้า ยกขึ้นมาที่หูเพื่อรับสายโดยไม่ต้องสไลด์หน้าจอ

Knuckle gestures ส่วนนี้แหละเป็นฟีเจอร์ที่ติดมากๆ คือการใช้ข้อนิ้วในการสั่งงาน ไม่ว่าจะเป็นการจับภาพหน้าจอหลากหลายรูปแบบด้วยการใช้ข้อนิ้วเคาะหรืออัดวิดีโอหน้าจอ ซึ่งรูปแบบการสังงานก็มีทั้งการเคาะเพื่อจับภาพหน้าจอ / ลากข้อนิ้วเพื่อจับภาพหน้าจอแบบตัดปะ / เคาะพร้อมกัน 2 นิ้วเพื่อบันทึกวิดีโอหน้าจอ

App Twin เป็นฟีเจอร์ที่ใช้สำหรับโคลนแอพหรือสร้างแอพเพิ่มขึ้นมาอีกอันหนึ่งเพื่อใช้งานพร้อมกันในเครื่องเดียว ซึ่งเหมือนจะดี แต่ยังไม่ค่อยดี เพราะจนถึงตอนนี้มันยังสามารถจะโคลนแอพได้แค่ 2 แอพเท่านั้นคือ Whatsapp และ Facebook

PricvateSpace ฟีเจอร์สร้างโปรไฟล์ส่วนตัวที่ทำให้คุณสามารถใช้งานมือถือเครื่องเดียวให้เหมือนเป็นมือถือ 2 เครื่องได้ มีการทำงานแยกจากโปรไฟล์หลักโดยสิ้นเชิง โดยเราสามารถทำการ sign in และลงแอพได้เองทั้งหมดเหมือนเป็นมือถือใหม่อีกเครื่องนึงเลย วิธีการสลับโปรไฟล์ก็ง่ายมาก แค่ใช่นิ้วปลดล็อคที่แตกต่างกัน หรือใช้คนละรหัสผ่านก็สลับเข้าโปรไฟล์ทั่วไปกับโปรไฟล์ส่วนตัวได้ทันที โดยสามารถเปิดใช้งานได้ใน Advanced settings > Users

เรื่องเด่นๆของ Galaxy s7 edge

s7 edge

               เปิดตัวไปกับ Samsung Galaxy “s7 edge” ที่บอกเลยว่าแค่เพียงเห็นโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ก็รู้สึกหลงรักและอยากเป็นเจ้าของ Samsung Galaxy s7 edge แบบทันทีทันใด หลังจากที่เปิดตัวไปนั้นต้องขอบอกเลยว่าซัมซุงกาแลคซี่เอส7เอจนั้นเนื้อหอมแบบสุดๆ ไม่ว่าใครต่างก็อยากจะสัมผัสและมาดูลูกเล่นใหม่ๆที่ทางซัมซุงได้คิดค้นออกมาเอาใจเหล่าสาวกซัมซุงกันอย่างโดยเฉพาะเลยค่ะ

               ซึ่งต้องบอกเลยว่าทาง Samsung นั้นเขาได้มีการพัฒนาไปอีกขั้นในเรื่องของเทคโนโลยี ที่ไม่ว่าออกโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่มากี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็จะมีแต่ความไฮเทคของนวัตกรรมเทคโนโลยีอยู่เสมอๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นก้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ารวมถึงแฟนๆอยู่เสมอนั่นเอง ซึ่งต้องบอกเลยนะคะว่าการพัฒนาเทคโนโลยีของซัมซุงกาแลคซี่เอส7เอจนี้มีความโดดเด่นและไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน

               เรื่องเด่นๆของ Galaxy เอส 7 edge ที่คุณห้ามพลาด

• การดีไซน์ที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร

   ตอนเปิดตัวซัมซุงกาแลคซี่เอส7เอจในครั้งแรก ไม่ว่าใครก็ต่างจะต้องเห็นความสวยงามของซัมซุงกาแลคซี่เอส7เอจนี้อย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งการดีไซน์ของซัมซุงกาแลคซี่เอส7เอจนั้นมีความหรูหราและเรียบเนียนอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงมีความแข็งแกร่งแบบที่เรียกได้ว่าไม่เคยเห็นมาก่อน ทาง Samsung มีความทุ่มเทและพยายามอย่างเต็มสุดความสามารถเพื่อที่จะดีไซน์ให้ซัมซุงกาแลคซี่เอส7เอจนั้นมีความโค้งได้รูป โดยใช้กระบวนการที่เรียกได้ว่าเฉพาะมาก โดยเรียกว่า 3D เทอร์โมฟอร์มมิ่งนั่นเองค่ะ เพื่อที่จะทำให้กระจก 3Dนั้นมีความโค้งได้รูปนั่นเอง ซึ่งการโค้งได้รูปจะมีการบรรจบเข้ากับโลหะอัลลอยที่มีการผสมผสานอย่าประณีต เพราะการดีไซน์ที่ออกมาเป็นแบบนี้จึงทำให้ตัวเครื่องของซัมซุงกาแลคซี่เอส7เอจนั้นสวยงามแบบไร้รอยต่อ รวมถึงมีความแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย

• เอาใจสาวกเกมเมอร์  

   สำหรับคนที่ชื่นชอบกับการเล่นเกมส์ผ่านโทรศัพท์มือถือคงจะถูกอกถูกใจมาก เพราะทางซัมซุงทำกแลคซี่เอส7รุ่นนี้มาเอาใจสาวกเกมเมอร์โดยเฉพาะ เรียกได้ว่าซัมซุงกาแลคซี่เอส7นั้นมีลูกเล่นที่เหมาะกับการเล่นเกม และมีลูกเล่นที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก และความสามารถของซัมซุงกาแลคซี่เอส7ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือสามารถบันทึกภาพและบันทึกวัดีโอขณะที่เรากำลังเล่นเกมส์กันอย่างสนุกสนานได้นั่นเองค่ะ

• ทั้งแรงและไวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

   ซัมซุงกาแลคซี่เอส7ในรุ่นนี้การันตีในเรื่องของการประมวลผลที่ต้องบอกเลยว่ามีประสิทธิภาพอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เพราะซัมซุงกาแลคซี่เอส7มีความแรงและสามารถทำงานอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าคุณจะเปิดเพลงฟังไปด้วยพร้อมเล่น Facebook ไปด้วยก็ทำได้อย่างชิวๆ เครื่องไม่สะดุดอย่างแน่นอนค่ะ และสำหรับหน่วยความจำนั้นซัมซุงกาแลคซี่เอส7มีความจำเครื่องมาให้แบบจุใจ รวมไปถึง microSD Card อีกด้วย และในส่วนของแบตเตอรี่นั้นก็จะมีควาจุที่มากขึ้น แบตเตอรี่มีความใหญ่ขึ้นถึง 3600mAhเลยทีเดียวค่ะ

• มั่นใจปลอดภัยอย่างแน่นอน

   ถ้าพูดถึงมาตรการความปลอดภัยของ Samsung นั้น ต้องบอกเลยว่าทางซัมซุงนั้นมีระบบปลอดภัยข้นสูงที่มีความสามารถในกรที่จะช่วยปกป้องและไม่ให้ใครสามารถเข้าถึงข้อมูลโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตนั่นเองค่ะ และยังมีการช่วยต่อต้านมัลแวร์ต่างๆด้วยการที่แอพจะมีการอัพเดทความสามารถอย่างสม่ำเสมอ คุณสามารถวางใจและไว้ใจได้เลยว่าเราสามารถเก็บข้อมูลสำคัญๆไว้ในซัมซุงกาแลคซี่เอส7ได้อย่างหายห่วง ไม่ว่าไฟล์สำคัญอย่ารูปภาพ หรือข้อมูลในสมุดบันทึกที่อยู่ในซัมซุงกาแลคซี่เอส7นั้นก็ตาม การันตีได้เลยว่าจะไม่มีใครสามารถนำข้อมูลไปได้อย่างแน่นอน

• รองรับการอ่านบัตรเครดิต

   เรียกได้ว่านี่คือจุดเด่นที่น่าสนใจมากค่ะ เพราะซัมซุงกาแลคซี่เอส7นั้นมีบริการ Samsung Pay ที่เป็นบริการสำหรับการชำระเงินโดยไม่ต้องถือบัตรหรือพกบัตรให้เสียเวลากัน วิธีใช้นี่ก็ง่ายแสนง่ายมากเลยนะคะ เพียงแค่เรานำไปวางใกล้ๆกับเครื่องอ่านบัตร แค่นั้นเครื่องอ่านบัตรก็จะสามารถอ่านบัตรได้ทันที บอกเลยว่าฟีเจอร์นี้จะต้องถูกใจสำหรับคนรุ่นใหม่อย่างแน่นอน