ปี 2019 แล้ว แต่ความแจ๋วของ iphone 7 ก็ยังมีอยู่

iphone 7

               กระแสคนรัก Apple นั้นไม่เคยตกลงเลยนะคะ นี่เราก็อยู่ในปี 2019 ที่ยุคของเทคโนโลยีที่ยังคงมีความก้าวหน้าและพัฒนากันอยู่ต่อเนื่อง แต่ไม่ได้ทำให้ความนิยมของ “Apple” นั้นลดลงเลยสักนิดเดียว ขนาดตอนนี้ Apple นั้นได้มีไอโฟนรุ่นใหม่ๆออกมาล่าสุดขนาดไหน รวมถึงความแรงของราคาที่ยิ่งออกรุ่นใหม่ ก็ยิ่งราคาแรง แต่ iphone 7 ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2016 นั้นก็ยังมีคนใช้กันอยู่กันจนถึงทุกวันนี้ รวมถึง iphone 7 ก็ยังขายได้อยู่อย่างต่อเนื่องเลย อาจจะเป็นเพราะว่าไอโฟน 7 นั้นมีราคาที่ไม่ได้แรงและแพงเท่าพวกไอโฟนรุ่นในปัจจุบันนี้ จึงไม่แปลกใจเลยล่ะค่ะว่าคนเราในสมัยนี้ยังให้ความสนใจที่อยากจะได้ไอโฟน 7 กันอยู่ ถึงแม้ว่าจะออกมาหลายปีแล้วก็ตาม

               อย่าพึ่งดูถูกไอโฟนรุ่นนี้กันนะคะ เพราะความแจ๋วของของไอโฟน 7 ก็ยังมีอยู่ ถึงไอโฟน 7 จะออกมาให้หลายๆคนได้ซื้อมาเป็นเจ้าของตั้งนานหลายปีแล้วนั้น แต่ความเก๋า ความเก๋ไก๋ของเจ้าไอโฟนเครื่องนี้มันก็ยังมีอยู่อย่างแน่นอน หลายๆคนถามอยู่เสมอว่าไอโฟน 7 นั้นมันยังจะน่าซื้อใช้กันอีกหรอ มันไม่รุ่นเก่าแล้วหรอ เอาเป็นว่ามีคำถามเกิดขึ้นมากมายกับหลากหลายความสงสัยกันกับเจ้าไอโฟนรุ่นนี้ วันนี้เราจึงจะมาแนะนำข้อดีว่าทำไมไอโฟน 7 นั้นก็ยังคงน่าซื้อใช้กันอยู่

      ความแจ๋วของ ไอโฟน 7 นั้นมีอะไรบ้าง

• ประหยัดเงิน เซฟค่าใช้จ่าย

   หลายคนคงไม่ทราบราคา ไอโฟน 7 ในปัจจุบันใช่ไหมล่ะคะว่ามีราคาเท่าไหร่ ตอนนี้ราคาไอโฟน 7 32GB ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 17,500 บาทเท่านั้นเองนะคะทุกคน!!! อยากจะบอกว่าเมื่อปี 2016 นั้นไม่ใช่ราคานี้นะคะ เพราะในปีที่ Apple เปิดตัว ไอโฟน 7 นั้น ในส่วนของราคาจะเริ่มต้นที่ 26,500 บาท!!! แล้วดูตอนนี้สิคะ ราคาต่างกันเกือบหมื่นกันเลยทีเดียว ราคาถูกลงมามากขนาดนี้ เป็นใครก็คงอยากได้เจ้าไอโฟนเครื่องนี้ไปเป็นเจ้าของกันแน่นอน แถมเป็นมือ 1 อีกด้วย ไม่แปลกใจสำหรับคนที่จะเซฟงบประมาณ การเลือกซื้อไอโฟน 7 น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีแน่นอนค่ะ

• ถูกออกแบบมาเพื่อความอึด

   ต้องบอกก่อนว่าไอโฟน 7 นั้นในเรื่องของวัสดุรอบตัวของเจ้าเครื่องนี้นั้นเป็นโลหะ เนื่องจากไอโฟนรุ่นใหม่ๆที่ผลิตตั้งแต่ iphone 8 เป็นต้นไปนั้น ในเรื่องของการดีไซน์ในส่วนของหลังเครื่อง Apple จะใช้วัสดุที่เป็นกระจก เพื่อที่จะรับรองในเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่ที่เป็นแบบไร้สาย แต่ข้อเสียนั้นที่หลายคนคงเจอเหตุการณ์นี้ก็คงจะเป็นตอนที่คุณเผลอทำไอโฟนล่วงหลุดมือมาล่ะก็จะต้องร้อนๆหนาวๆกันแน่นอนเนื่องจากอาจจะแตกได้เพราะวัสดุนั้นไม่ใช่โลหะ แถมค่าซ่อมก็แพงเอาเรื่องเหมือนกัน แต่ถึงแม้ว่าไอโฟน 7 นั้นจะชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายไม่ได้ แต่ข้อดีก็คือมีความอึดและทน หรือแม้ถ้าคุณเผลอทำหล่นก็อาจจะแค่มีความถลอกบ้าง แต่ด้านหลังของเครื่องนั้นไม่แตกแน่นอนค่ะ

• ชิพ A10 Fusion ยังคงความแจ๋วอยู่

   ในปี 2019 นี้ Apple ได้พัฒนาตัวชิพที่ล่าสุดตอนนี้เป็นรุ่น A12 กันแล้ว แต่ด้วยไอโฟน 7 นั้นยังคงใช้ชิพ A10 อยู่ ซึ่งก็ไม่ได้เกิดปัญหาอะไร ถึงจะออกมานานแล้ว แต่การใช้งานก็ยังมีประสิทธิภาพ ถึงแม้ว่าตัวเครื่องและการใช้งานของเครื่องอาจจะไม่ลื่นเท่า ชิพ A12 แต่มันก็ยังคงสามารถเล่นเกมส์หรือท่องเว็บไซต์ได้อย่างทั่วไปแบบไม่มีสะดุด

• ยังอัพเดท iOs เวอร์ชั่นใหม่ๆได้อย่างปกติ

   เห็นมาหลายรุ่นแล้วที่ไอโฟนรุ่นเก่าๆนั้นไม่สามารถอัพเดท iOs เวอร์ชั่นใหม่ๆ ได้ แต่ในส่วนของไอโฟน 7 นั้นยังสามารถอัพเดทได้อย่างปกติ ใครที่ตอนนี้มีไอโฟนรุ่นนี้อยู่ในกำมือและต้องมานั่งคอยลุ้นว่าไอโฟนของตัวเองนั่นจะได้มีโอกาสอัพเดท iOs เวอร์ชั่นใหม่เหมือนไอโฟนรุ่นใหม่ๆหรือไม่นั้น ขอบอกไว้ตรงนี้ว่าคุณรอดแล้วค่ะ Apple เขาให้ไอโฟน 7นั้นไปต่อค่ะ และคงยังอัพเดทได้อย่างต่อเนื่อง อย่าได้กังวลไป

วันเวลาไม่เคยทำลายคุณภาพของไอโฟน 7 เลยนะคะ ใครที่กำลังอยากจะมาเริ่มใช้ไอโฟนหรือว่าอยากซื้อใช้แต่ว่าต้องจำกัดในเรื่องของงบประมาณ แถมยังมีความอยากได้โทรศัพท์มือถือที่มีคุณภาพดี และราคาจับต้องได้ หลายคนคงไม่รอช้ากันที่จะไปซื้อไอโฟนรุ่นนี้มาเป็นเจ้าของกันอย่างแน่นอน

กล้องติดรถยนต์ จำเป็นแค่ไหน

กล้องติดรถยนต์

               ทุกวันนี้เกิดปัญหาบนท้องถนนมากมายที่ก็ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าในทุกวันนั้นจะเกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์อะไรบ้าง การที่เรามี “กล้องติดรถยนต์”ไว้ในรถยนต์นั้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน เนื่องจากในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นรถสาธารณะ อย่างเช่น รถ Taxi หรือ รถตู้โดยสารก็ตามต่างก็มีกล้องติดรถยนต์กันทั้งนั้น ถ้ามองดูดีๆการมีกล้องติดรถยนต์นั้นก็เหมือนอุปกรณ์ที่สำคัญของระบบการรักษาความปลอดภัยในเรื่องของการชับขี่บนท้องถนน ซึ่งการทำงานของของกล้องติดรถยนต์มีไว้เพื่อใช้บันทึกเหตุการณ์ตรงหน้า ไม่ว่าเราจะขับรถไปไหนก็ตามบนท้องถนน กล้องติดรถยนต์ก็จะบันทึกไว้ตลอด รวมถึงบันทึกเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันหรืออุบัติเหตุที่ไม่เคยมีใครคาดคิดอีกด้วย

               จริงๆแล้วกล้องติดรถยนต์ก็คือหลักฐานดีๆเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนรอบข้างก็ตาม เพราะกล้องติดรถยนต์นั้นทำการบันทึกภาพตลอดเวลา ไม่ว่าใครก็ตามที่คิดว่าตัวเองขับรถยนต์เก่งแค่ไหน มีฝีมือหรือชำนาญแค่ไหน แต่มันก็มีโอกาสที่เราจะสามารถขับรถยนต์ไปชนคนอื่นได้ตลอดเวลา หรือไม่รถยนต์คันอื่นก็สามารถมาชนรถยนต์ของเราได้ตลอดเวลาเช่นกัน หากจะยกตัวอย่างเหตุการณ์สั้นๆ ถ้าเกิดว่าเรานั้นได้จอดรถไว้เฉยๆเพื่อไปซื้อของ แต่พอเดินกลับมาอีกทีดันเห็นรถของเรานั้นที่มีรอยชน ซึ่งภาษาชาวบ้านเรียกว่าชนแล้วหนีนั่นเอง ซึ่งในกรณีนี้เองที่เราก็ต้องจะเรียกประกันใช่ไหมล่ะคะ แต่คู่กรณีเราดันหนีไปแล้วเนี่ยล่ะสิที่คือปัญหาใหญ่เลย แล้วถ้าหากเกิดว่าในกรณีที่เราไม่ได้ซื้อประกันชั้น 1 ไว้ เรามีประชั้น 2+ หรือประกันชั้น 3+ เท่านั้น มีปัญหาตามมาอย่างแน่นอนค่ะ

               การที่จะเคลมประกันได้นั้น สิ่งแรกที่เราจะต้องมีคือหลักฐานนั่นเอง ซึ่งเราจะต้องพยายามหาหลักฐานจากคู่กรณี หรือว่าอาจจะต้องหาหลักฐานจากยานพาหนะที่มีรถขับมาชน และถ้าคุณมีกล้องติดรถยนต์ล่ะก็จะยิ่งทำให้การเคลมประกันนั้นง่ายขึ้น และการที่มีกล้องติดรถยนต์ติดไว้ในรถ ความสามารถอีกอย่างของกล้องติดรถยนต์นั้นคือการบันทึกภาพทันทีเมื่อเกิดแรงชนหรือเกิดแรงกระแทกจากการชน เพียงแค่มีกล้องติดรถยนต์ คุณก็มีหลักฐานเด็ดที่สามารถทำเรื่องการแจ้งเคลมกับประกันได้แล้ว

               หรือถ้าสมมุติว่าในกรณีเกิดเหตุรถชนบนท้องถนน ซึ่งผู้กรณีทั้งสองเกิดการเถียงกันว่าใครผิดใครถูก คนนี้ชนคนนี้ไม่ได้ชน บางกรณีที่เถียงกันไม่จบไม่สิ้นสักที ซึ่งถ้าหากรถทั้งสองฝ่ายนั้นมีกล้องติดรถยนต์ แค่นี้ก็สามารถช่วยให้เราทั้งสองฝ่ายต่างมีหลักฐานที่เพียงพอ แถมยังไม่ต้องเถียงกันให้เสียเวลา เพราะมัวแต่โทษกันไปโทษกันมาก็เสียเวลาเปล่า เพราะกล้องติดรถยนต์ได้บันทึกภาพที่เกิดอุบัติเหตุไว้หมดแล้วและเทปบันทึกภาพที่เกิดขึ้นก็จะช่วยพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน

               ประโยชน์ของกล้องติดรถยนต์ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ นอกจากที่จะสามารถบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดอุบัติเหตุไว้เป็นหลักฐานได้แล้วนั้น กล้องติดรถยนต์ยังมีประโยชน์ในเรื่องของการขับรถในเชิงพาณิชย์ เนื่องจากทุกคนก็ทราบแล้วใช่ไหมล่ะคะว่ากล้องติดรถยนต์นั้นบันทึกภาพตลอดการเดินทาง ไม่ว่ารถจะขับไปเส้นทางไหน ออกซอยอะไร เข้าซอยอะไร ไปที่ไหนมาบ้าง บางรุ่นของกล้องติดรถยนต์ในสมัยนี้มาพร้อมกับระบบ GPS เลยนะคะ ซึ่งระบบ GPS นั้นจะช่วยตรวจสอบในเรื่องของประวัติเส้นทางของการเดินทางได้อย่างง่ายๆ สามารถตรวจสอบประวัติการเดินทางไม่ว่าจะเป็นรถของคุณเองหรือสำหรับการขับรถในเชิงพาณิชย์ อย่างเช่น ขับรถส่งของ หรือ รับส่งคน ก็สามารถเช็คประวัติการเดินทางได้เช่นกันค่ะ

               เห็นคุณค่าของกล้องติดรถยนต์แล้วอยากจะรีบไปซื้อติดกันเดี๊ยวนี้เลยใช่ไหมคะทุกคน ทีนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมคะว่ากล้องติดรถยนต์มีความสำคัญแค่ไหน เหมือนกล้องติดรถยนต์จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เรามีความระมัดระวังในการขับขี่กันมากขึ้น นับได้ว่ากล้องติดรถยนต์นั้นมีความคุ้มค่าต่อการติดรถไว้อย่างแน่นอน รถยนตร์ของใครที่ยังไม่มีกล้องติดรถยนต์นั้นควรจะไปหาซื้อได้แล้วนะคะ เพื่อความปลอดภัยของรถยนต์และตัวของคุณเอง

พัดลมอุตสาหกรรม ใช้งานง่าย กินไฟน้อย

พัดลมอุตสาหกรรม

ยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม โกดังสินค้า ร้านค้า หรือแม้แต่บ้านเรือนหลายๆ หลังต่างนิยมเลือกใช้ พัดลมอุตสาหกรรม เยอะมาก ส่วนหนึ่งมาจากพัดลมประเภทนี้มีความทนทาน แข็งแรง

สามารถใช้งานได้ในระยะเวลานาน คุ้มค่ามากกว่าการเลือกใช้งานพัดลมทั่วไปเยอะ แต่สำหรับคนที่กำลังคิดจะเลือกใช้งานพัดลมประเภทนี้ต้องลองมาทำความรู้จักให้ชัดเจนก่อนว่ามันคืออะไร เพื่อจะได้ตัดสินใจได้ถูกต้องว่าตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งานของเราหรือไม่

พัดลม อุตสาหกรรม คือ พัดลมประเภทหนึ่งที่มีกำลังความแรงมากกว่าพัดลมทั่วไป มีความแข็งแรง ทนทาน ฐานของพัดลมส่วนใหญ่ต้องทำจากเหล็กหรือวัสดุที่ต้องแข็งแกร่งเนื่อง จากตัวใบพัด มอเตอร์ จะมีขนาดใหญ่ให้กำลังแรงกว่าพัดลมปกติดังนั้นฐานที่ตั้งจึงต้องมีความ มั่นคง แข็งแรง พอสมควร

ซึ่งการเลือกใช้งานพัดลม อุตสาหกรรมต้องเริ่มต้นจากการมองสถานที่ว่ าสถานที่ที่จะนำไปใช้งานเป็นอย่างไร หลักๆ จะแบ่งสถานที่ในการใช้งานออกเป็น 2 ประเภท

– สถานที่อันตราย สถานที่อันตรายคือสถานที่ที่มีโอกาสติดไฟได้ง่าย มีโอกาสระเบิด เช่น โรงงานน้ำมัน, โรงงานปิโตรเคมี, ปั๊มน้ำมัน หรือโรงงานอุตสาหกรรมบางประเภทที่มีวัสดุติดไฟง่าย เช่น โรงงานพลาสติก, โรงไม้ เป็นต้น

การเลือกใช้พัดลม อุตสาหกรรมกับสถานที่ประเภทนี้ต้องออกแบบ ให้ทำจากโครงสร้างกันประกายไฟ ตัวพัดลมต้องสามารถควบคุมการเกิดประกายไฟได้ จะมีมอเตอร์กันระเบิดแต่ไม่ได้หมายถึงมอเตอร์จะไม่ระเบิดเพียงแค่มันทำจากวัสดุที่แข็งแรงเหนียวแน่น หากเกิดการระเบิดจริงจะไม่แตกกระจายออก

– สถานที่ไม่อันตราย สถานที่เหล่านี้คือสถานที่แตกต่างจากแบบแรก มีการระบุไว้ชัดเจนว่าไม่ใช้พื้นที่อันตราย โครงสร้างพัดลมจะถูกออกแบบโดยไม่ต้องกันประกายไฟ

ดังนั้น เมื่อมีการซื้อพัดลม อุตสาหกรรมมาใช้งานกันแล้วสิ่งต่อไปที่ทุกคนต้อง คำนึงถึงอย่างมากคือเรื่องของ การติดตั้งพัดลม อุตสาหกรรม เนื่องจากว่าการติดตั้งพัดลมประเภทนี้ไม่เหมือนกับพัดลมที่เราใช้งานทั่วไปหรือพัดลมเพดาน พัดลมติดผนัง ด้วยน้ำหนักที่มากกว่า มีความแข็งแรงกว่า ทำให้การติดตั้งยากกว่าบวกกับบริเวณที่ติดตั้งจำเป็นต้องเกิดประโยชน์สูงสุดด้วย

ฉะนั้น ใครที่กำลังมีแนวคิดเรื่องการติดตั้งพัดลม อุตสาหกรรมควรต้องรู้วิธีการติดอย่างถูกต้องไม่ว่าจะเป็นในอาคาร โรงเรือน และโกดัง จริงแล้วพัดลม อุตสาหกรรมมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ กรณีที่เป็นพัดลมตั้งพื้นทั่วไปแค่เลือกพื้นที่ให้เหมาะสมก็เพียงพอต่อการติดตั้งแล้ว

แต่กรณีที่ต้องติดตามบนผนังหรือพื้นที่ที่ต้องมีการยึดติดจำเป็นต้องเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายตามมาภายหลัง โดยวิธีทั่วไปของการติดตั้งพัดลม อุตสาหกรรมสามารถทำได้ดังนี้

1. เลือกพื้นที่ที่มองแล้วว่าเหมาสมในการการติดตั้งพัดลม อุตสาหกรรมมากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่การติดตั้งพัดลม อุตสาหกรรมในโรงเรือน อาคาร และโกดัง มีจุดประสงค์เพื่อต้องการระบายความร้อนออกให้ดีที่สุด

ดังนั้นจุดที่ ติดตั้งควรเป็นจุดที่เมื่อพัดลมพัดไปแล้วจะช่วยระบายความร้อนได้ดี ไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ กั้นอยู่ ไม่อยู่ในพื้นที่อับหรือมุมร้อนของสถานที่จนเกินไป

2. กรณีต้องติดตั้งบนผนังหรือพื้นที่ลอยให้ยึดพัดลมด้วยฉากเหล็กทำมุมทำตำแหน่งที่ต้องการติดตั้งให้ดี เมื่อได้ทุกอย่างตามต้องการแล้วให้จัดการล็อกพัดลม อุตสาหกรรมเข้ากับบริเวณดังกล่าวตามด้วยการเดินสายไฟ

3. สำหรับคนที่ต้องการติดตั้งเพื่อให้อยู่ในที่ที่เหมาะสมเลยอาจใช้การเจาะผนังตามขนาดของพัดลมแล้วทำการเข้ากรอบด้วยเหล็กฉากเป็นการป้องกันการร้าวของตัวปูนแล้วเสริมความแข็งแรงให้กับพื้นที่โดยรอบอีกชั้นด้วยการฉาบปูนเดินสายไฟให้เหมาะสมกับตำแหน่ง

4. อย่าลืมคำนวณขนาดของพื้นที่เพื่อเลือกพัดลมอุตสาหกรรมให้เหมาะสมด้วย ถ้าโรงเรือน โกดัง หรืออาคารมีขนาดใหญ่ก็ดูว่าจะใช้ตัวใหญ่น้อยตัวหรือตัวขนาดย่อมหลายๆ ตัวเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน แต่ถ้าเป็นพื้นที่ขนาดเล็กอาจเลือกใช้พัดลมอุตสาหกรรมขนาดเล็กก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อ

นี่คือวิธีการคร่าวๆ สำหรับการติดตั้ง พัดลมอุตสาหกรรม อย่าลืมว่าเรื่องความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญดังนั้นถ้าไม่แน่ใจให้ใช้บริการ คนที่มีความรู้ความสามารถในการติดตั้งจะทำให้งานออกมาเรียบร้อยเหมาะสม ที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดอันตรายขณะใช้งานหรือเมื่อเวลาผ่านไปอีกด้วย

เปิดตัวแรงๆไปกับ P20 Pro

P20 Pro ราคา

               ถ้าพูดถึงโทรศัพท์ที่กำลังมาแรงแบบแซงแหกโค้งใน พ.ศ. 2562 นี้ก็คงเป็น HUAWEI P20 Pro ราคาที่ทุกคนจะต้องอยากจะจับจองเป็นเจ้าของอย่างที่สุด เพราะจุดเด่นของที่ Huawei ได้นำเสนอ P20 Pro ราคาที่ทุกคนจับต้องได้ เนื่องจาก P20 Pro มาพร้อมคุณสมบัติเด่น พูดง่ายๆว่าเป็นครั้งแรกของโลกเลยก็ว่าได้ที่มีกล้อง 3 ตัวจาก Leica บนโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนของเราที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนแน่ๆ และ HUAWEI P20 Proก็ได้นำเสมอเป็นแบรนด์แรกบนเครื่องเดียว ซึ่ง “P20 Pro ราคา” ที่ออกมาพร้อมคุณสมบัติที่มีความทันสมัยแบบมหาศาล ใครๆก็คงคิดว่า ถ้ากล้องโทรศัพท์เป็นของ Leica ก็คงต้องราคาสูงแน่ๆ ซึ่ง P20 Pro ราคาไม่ได้แพงอย่างที่คุณคิดแน่นอนค่ะ ขอบอกเลยว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาอย่างดี และยิ่งใครชอบถ่ายรูปอยู่ด้วยแล้ว รับรองว่าภาพถ่ายของคุณนั้นจะมีภาพความละเอียดที่คมชัด และสวยงาม ไม่ว่าคุณจะใช้งานในตอนกลางวันหรือในตอนกลางคืนก็ตาม

               ถ้าจะย้อนเวลากลับไปจากอดีตจนถึงปัจจุบันนั้น HUAWEI P Series นั้นได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่บุกเบิกในเรื่องของเทคโนโลยีที่มีความล้ำสมัยในเรื่องของการถ่ายภาพผ่านสมาร์ทโฟนนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันนี้ HUAWEI P20 Pro ได้โชว์ศักยภาพในการบุกเบิกของกล้องโทรศัพท์อีกครั้ง นั่นก็คือได้การที่ได้แบรนด์ดังในเรื่องของกล้องอย่างแบรนด์ Leica ที่มาพร้อมกับระบบที่มีความทันสมัย และรองรับในเรื่องของภาพถ่ายอย่างแท้จริง

               สังเกตกันไหมคะว่า HUAWEI P20 Pro ถูกดีไซน์ออกมาที่มีความงามกับการเล่นของแสงและเงา ถ้ามองดูดีๆจากการดีไซน์ของโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้นั้นจะมีความงดงามของแสงที่มีการตกกระทบลงวัตถุ พร้อมกับการโชว์ที่มีความไล่เฉดสีในรูปแบบที่ไล่ระดับอย่างสวยงาม และสะดุดตา ซึ่งผลลัพธ์ที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คงจะเป็นเรื่องของสีสันที่มีความโดดเด่นกว่าโทรศัพท์มือถือแบรนด์อื่นๆอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสวยงามและอยากสัมผัส

               นอกจากสีที่สวยงามอย่างไม่เหมือนใครแล้ว HUAWEI P20 Pro ยังมาพร้อม FullView Display 2.0 ที่ทำให้ใครๆต่างก็ต้องอยากที่จะชมภาพและวีดีโอที่มีความสมจริงแบบเต็มตา และหน้าจอแสดงผลของ HUAWEI P20 Pro นั้นเป็น OLED ขนาด 6.1 นิ้ว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจอที่มีความคมชัดแถมยังไร้ขอบ สามารถปลดล็อคได้อย่างสะดวกผ่านกรอบเซนเซอร์ลายนิ้วมือเล็กๆที่อยู่ตรงด้านล่างของเครื่องนั่นเอง และถือว่ามันเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากกว่าเดิมยิ่งขึ้นเนื่องจากระบบการนำทางเนวิเกเตอร์อัจฉริยะที่มามอบพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับการโชว์ข้อมูลบนหน้าจออย่าเต็มรูปแบบ รวมถึงกล้องของ HUAWEI P20 Pro ที่มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นแบบที่คุณจะต้องอึ้ง  HUAWEI P20 Pro มาพร้อมกล้อง 40 MP RGB ที่มีความเหนือระดับสุดๆ สามารถจับภาพ จับความงามและความคมชัดได้ทุกเสี้ยววินาทีจริงๆ รวมถึงไม่ต้องกลัวว่าสีจะเพี้ยนเหมือนโทรศัพท์แบรนด์อื่นๆ เพราะ HUAWEI P20 Pro มีความแม่นยำของสี รวมถึงการโฟกัสที่มีความรวดเร็วทันใจคนที่ชอบถ่ายรูปอย่างแน่นอน รับรองว่าประทับใจ ไม่ทำให้ผิดหวัง  แถมในเรื่องของการซูมนั้น สามารถซูมได้ถึง 5 เท่า และการซูมนั้นเป็นการซูมแบบไฮบริด เนื่องด้วยในระบบเลนส์ซูมของแบรนด์ Leica ที่มาพร้อมกับ HUAWEI P20 Pro ซึ่งมีความสามารถในเรื่องของศักยภาพที่ซูมภาพแบบไฮบริดได้ถึง 5 เท่าแบบที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน โดยที่ขณะซูม 5 เท่านั้น ผลลัพธ์ภาพที่ออกมานั้นยังคงความคมชัด เนียน เค้าโครงและรายละเอียดของภาพยังอยู่ครบ

               ความสมบูรณ์แบบของการถ่ายรูปนั้น เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้ก็คือระหว่างถ่ายรูปนั้นถ้ากล้องเกิดสั่นไหวขึ้นมา ภาพที่ออกมานั้นมันต้องออกมาไม่ดีอย่างแน่นอน ซึ่งเทคโนโลยีของ HUAWEI P20 Pro ได้ลดการสั่นไหวของภาพด้วยกล้อง AI ซึ่งการที่มีระบบลดการสั่นไหวก็เพื่อที่จะให้เวลาเราใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพในเวลากลางคืนนั้นจะได้ภาพออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งช่วยให้ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้อย่างไม่มีอุปสรรค และนอกจากนี้ในเรื่องโหมดการถ่ายภาพกลางคืนนั้นยังสามารถปรับความสมดุลของฉากที่มีคอนทราสต์ที่สูง ซึ่งแบบนี้เองจึงช่วยให้คุณถ่ายภาพได้อย่างชัดเจนไม่ว่าคุณจะไปถ่ายรูปที่ไหนก็ตาม

               นับว่าเป็นกระแสที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจกับการเปิดตัว HUAWEI P20 Pro ได้อย่างกว้างขวาง และ HUAWEI นั้นไม่ทำให้ใครผิดหวังเลยนะคะกับคุณสมบัติเด่นอย่างเรื่องกล้องที่มีแบรนด์ Leica มาร่วมด้วย ยิ่งถ้าใครเป็นแฟนคลับของกล้อง Leica เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การที่คุณจะมีโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องของ  Leica ก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยเลยล่ะค่ะ

เครื่องเสียงมีผลต่อการฟังเพลงหรือเปล่านะ

เครื่องเสียง

               คงมีใครหลายคนที่ชื่นชอบการ “ฟังเพลง” ผ่าน “เครื่องเสียง” สุด Cool กันอยู่แล้วใช่ไหมคะ จริงๆแล้วการฟังเพลงก็ถือว่าเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ช่วยในเรื่องของการผ่อนคลายและให้ความบันเทิงใจกับมนุษย์ทุกคนอยู่แล้ว แล้วถ้ายิ่งฟังเพลงผ่านเครื่องเสียงดีๆสักเครื่องนั้นก็คงจะช่วยให้เรามีความรู้สึกคล้อยตามเสียงที่ออกมาจากเครื่องเสียงมากขึ้น ยิ่งถ้าเราเป็นคนมีอารมณ์ร่วมกับการฟังอยู่ด้วยแล้วจะต้องมีความสุขแน่นอน เห็นไหมคะ ความสุขที่หาจากสิ่งใกล้ตัว หายังไงก็ต้องมีแน่นอน อย่างเช่นการฟังเพลงผ่านเครื่องเสียงคู่ใจ

               บางคนอาจจะฟังเพลงผ่านหูฟังธรรมดา หรืออาจจะเป็นหูฟังไร้สายอย่างหูฟัง Bluetooth หรือไม่ก็ฟังเพลงผ่านลำโพงหรือลำโพงไร้สายทั่วๆไป แต่ถ้าหากใครหลงใหลในเรื่องการฟังเพลงแบบจริงจัง อุปกรณ์ฟังเพลงที่กล่าวไปในก่อนหน้านี้ก็อาจจะคงยังไม่จุใจมากพอสักเท่าไหร่ เพราะที่จะทำให้ความสุขเพิ่มทวีคูณอีกก็คงต้องการฟังเพลงผ่านเครื่องเสียงคงจะให้อรรถรสมากขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากจะได้อรรถรสมากขึ้นในการฟังแล้วนั้น มันยังเป็นกิจกรรมที่ทำให้คุณเกิดความสุขใจ และช่วยสร้างความบันเทิงใจกับคนฟังเพลงผ่านเครื่องเสียงอย่างแน่นอน แถมยังช่วยลดอาการที่เกิดจากความเครียดจากเรื่องงาน หรือแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัวได้เป็นอย่างดี

               ความน่าสนใจของการเล่นเครื่องเสียงนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปลักษณ์หรือราคาของเครื่องเสียง แต่มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของคนที่เล่นเครื่องเสียงนั้นที่จะมีการเรียนรู้แบบค่อยๆไต่ระดับไปแบบเรื่อยๆ ค่อยๆเรียนรู้ไปอย่างทีล่ะขั้นตอน ซึ่งการเรียนรู้ที่ว่านี้ก็คงเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคนิคของการปรับแต่งชุดเครื่องเสียงรวมถึงคุณภาพเสียงด้วย เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากจะเริ่มต้นในการมีชุดเครื่องเสียง บางทีก็อาจจะเริ่มกันแบบเล็กๆก่อน นั่นคือถ้าเราจะเข้ามาเรียนรู้ในเรื่องนี้จริงๆ อาจจะต้องเริ่มจากเล่นชุดเครื่องเสียงที่ไม่ได้มีราคาแพงเกินไป เพื่อที่เราจะได้มีการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในเรื่องของความสนุกไปแบบเรื่อยๆ ซึ่งเมื่อไหร่ที่มีการเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องเสียงหรือเรียกง่ายๆว่ามีการอัพเกรดเครื่องเสียงให้มีความเป็นประสิทธภาพเมื่อไหร่นั้น ประสบการณ์ของเราก็ชัดขึ้นและเราก็ก็รู้ว่าเพลงแบบนี้หรือดนตรีแบบนี้ควรจะใช้กับเครื่องเสียงยังไง เพราะแบบนี้แหละที่ทำให้การเล่นเครื่องเสียงนั้นมีความพัฒนาอย่างตลอด ไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด และเราก็จะพัฒนาการเล่นเครื่องเสียงไปในแบบที่พอเหมาะและรู้ทิศทางมากขึ้นอย่างแน่นอน

               ด้วยความที่นวัตกรรมของเทคโนโลยีนั้นมันพัฒนาแทบบตลอด บวกกับความล้ำสมัยของเทคโนโลยีที่สูงแบบสูงขึ้นเรื่อยๆซึ่งมันส่งผลให้การผลิตของชุดเครื่องเสียงนั้นมีมาตรฐานที่สูงขึ้นในแบบมากๆ เพราแบบนี้เองมันเลยส่งผลให้งบประมาณในการที่คนเราจะเล่นเครื่องเสียงทั้งทีนั้นถูกจำกัดในเรื่องของงบประมาณ ซึ่งวิธีที่ประหยัดงบประมาณก็อาจจะต้องซื้ออุปกรณเครื่องเสียงต่างๆและมาประกอบให้เป็นชุดเครื่องเสียงในแบบที่เราต้องการ เพื่อที่จะได้เริ่มต้นในการมีประสบการณ์ฟังเพลงผ่านเครื่องเสียงรวมถึงประสบการณ์ในการเล่นเครื่องเสียงอีกด้วย อีกทั้งบางทีเราอาจจะใช้เป็นชุดเครื่องเสียงเพื่อการฟังเพลงอย่างเดียวในแบบที่ตัวคุณเองชอบก็คงสะใจและเพิ่มอรรถรสได้มากกว่าการฟังเพลงแบบทั่วไป

               การที่จะรู้ว่าอุปกรณ์อันไหนดีหรืออันไหนไม่มีคุณภาพเสียงนั้นดีหรือไม่นั้นมันอยู่ตัวเราเองล้วนๆ ทุกคนมีหูเหมือนกันก็จริง แต่การฟังนั้นยังไงก็มีความแตกต่าง มันขึ้นอยู่กับความชอบและรสนิยมของแต่ล่ะคน ซึ่งพอฟังๆที่เรานำเสนอไปก็คงมีความอยากที่จะมีเครื่องเสียงเป็นของตัวเองสักเครื่องแล้วใช่ไหมล่ะคะ เครื่องเสียงสามารถซื้อได้ตามร้านขายเครื่องเสียงทั่วไป แต่เครื่องเสียงดีๆก็อาจจะมีราคาสูงหน่อย มันอยู่ที่ว่างบประมาณของคุณนั้นมีประมาณไหน ถ้ารู้งบแล้วเราก็พอจะเลือกได้ว่าเราควรจะเป็นเจ้าของเครื่องเสียงแบบไหน ทางที่ดีต้องใจเย็นๆ ค่อยๆเลือกไป เอาที่ถูกใจคุณที่สุดน่าจะดีกว่า

สิ่งที่ออฟฟิศยุคใหม่ขาดไม่ได้

โปรเจคเตอร์

          ออฟฟิศในปัจจุบันนั้นเงื่อนไขสำคัญที่สุดนั้นคือการรีดประสิทธิภาพของพนักงานเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดออกมา ซึ่งสิ่งแวดล้อมโดยรวมในออฟฟิศนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น “โปรเจคเตอร์” คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่เครื่องปรับอากาศ

          ดังนั้นในปัจจุบันที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทกับทุกอย่าง อุปกรณ์และเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่อยู่ในออฟฟฟิศก็เหมือนได้อัพเกรดประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้นซึ่งผู้ที่เป็นพนักงานก็ต้องปรับตัวในการใช้งานด้วย จะมีอะไรบ้างเราจะมาแนะนำกัน

          1. “โปรเจคเตอร์”

          ทุกออฟฟิศต้องมีการประชุมเพื่อเสนอหรือสรุปงานอยู่แล้ว และสิ่งสำคัญในการประชุมในปัจจุบันก็ต้องเป็นโปรเจคเตอร์ ซึ่งด้วยความที่มีสเปคหลากหลายการเลือกซื้อก็ต้องดูให้ดีอย่างเช่น

          – ความสว่าง

          ในห้องประชุมแต่ละที่นั้นแสงภายในห้องจะมีความสว่างไม่เหมือนกัน ถ้าภายในห้องมีความมืดมากไปจอก็ควรที่จะสว่างเพื่อที่จะสู้กับสภาวะในห้องได้ด้วย ซึ่งค่าความสว่างนั้นจะใช้หน่วยที่เรียกว่า Lumens ซึ่งการใช้งานในออฟฟิศนั้นควรเลือก 2000 Lumens ซึ่งจะทำให้สามารถใช้งานในที่กว้าง ๆ ได้

          – ความละเอียด

          ในการจะพรีเซนต์งานก็จะต้องมีไฟล์มัลติมีเดียต่าง ๆ ทั้งภาพและวีดีโอซึ่งความละเอียดนั้นจำเป็นอย่างมาก เพราะว่าถ้าความละเอียดต่ำไปอาจจะทำให้ดูภาพเหล่านั้นไม่ละเอียดไม่เคลียร์ หรือว่าถ้าต้องประชุมกับลูกค้าด้วยแล้วอาจจะทำให้ขาดความน่าเชื่อถือได้ ดังนั้นควรเลือกหาความละเอียด 1024×768 เป็นอย่างต่ำหรือ 1280×1024 เป็นอย่างสูง

          – สายสัญญาณ

          ถ้าในอดีตก็คงไม่มีใครคำนึงถึงเรื่องนี้นักเพราะว่าขอแค่ให้มีภาพขึ้นเป็นปกติก็พอ แต่ว่าตอนนี้มีอุปกรณ์ที่มากมายหลากหลายให้ได้เชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็น DVI-I, DVI-D หรือ HDMI ซึ่งอย่างหลังนี้ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะเป็นมาตรฐานและสามารถถ่ายทอดภาพออกมาเป็นแบบ HD ได้

          2. เครื่องถ่ายเอกสาร

          อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยในออฟฟิศนั่นก็คือเครื่องถ่ายเอกสาร โดยแต่ก่อนอุปกรณ์ชนิดนี้ที่อยู่ในออฟฟิศนั่นก็ต้องมีขนาดใหญ่ และการใช้งานก็ทำได้แต่ถ่ายเอกสารเพียงอย่างเดียว แต่ตอนนี้เครื่องถ่ายเอกสารนั้นมีมัลติฟังก์ชั่นที่เป็นปรินท์เตอร์ สแกนเนอร์ ได้ด้วย

          โดยเครื่องถ่ายเอกสารแบบมัลติฟังก์ชั่นนั้นช่วยสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ทำงานเป็นอย่างมาก เพราะว่าทุกอย่างจะจบในเครื่องเดียวกันเลย ซึ่งอาจจะมีราคาแพงกว่าแบบปกติแต่ว่าก็คุ้มค่ากับงานในออฟฟิศเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะประหยัดพื้นที่ในการใช้งานแล้วยังไม่ต้องไปซื้ออุปกรณ์เหล่านี้มาเพิ่มให้เปลืองงบประมาณ

          โดยการดูเครื่องที่มีลักษณะนี้ต้องใส่ใจในเรื่องการรับประกันด้วย เพราะมีหลายครั้งที่ประสบปัญหาในเรื่องความทนทานเพราะว่ามีการประกอบกันของหลายอุปกรณ์ ทางที่ดีควรเลือกแบรนด์ที่คุ้นหูคุ้นตาและได้รับการยอมรับ

          3. แฟกซ์

          หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าแฟกซ์นั้นยังเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในออฟฟิศอยู่ในการส่งเอกสารต่าง ๆ และแน่นอนว่าแฟกซ์นั้นก็จะมาพร้อมโทรศัพท์ด้วย โดยการเลือกเครื่องแฟกซ์ในปัจจุบันนั้นควรดูไปที่ฟังก์ชั่นหลักในการส่งแฟกซ์ เพราะว่าฟังก์ชั่นเสริมเช่นการถ่ายเอกสารหรือสแกนเนอร์นั้นเราไปใช้กับเครื่องที่ทำหน้าที่จริง ๆ เลยดีกว่า

               โดยเครื่องแฟกซ์ในปัจจุบันนั้นต้องสามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายได้เพื่อที่จะสามารถใช้งานกันได้กับทุกเครื่องในออฟฟิศนั่นเอง และที่ลืมไม่ได้เลยก็คือเรื่องของการรับประกันที่ต้องครอบคลุมระยะเวลาที่พอสมควร

          4. “คอมพิวเตอร์”

          ขาดไม่ได้เลยทีเดียวสำหรับคนทำงานออฟฟิศ เพราะการทำงานทุกอย่างในปัจจุบันนั้นมีอุปกรณ์หลักก็คือคอมพิวเตอร์นั่นเอง ซึ่งการเลือกคอมพิวเตอร์สำหรับออฟฟิศนั้นไม่มีหลักแน่นอนว่าต้องซื้อแบบไหน เพราะการทำงานของแต่ละตำแหน่งหรือแต่ละออฟฟิศนั้นไม่เหมือนกัน

          ดังนั้นออฟฟิศควรมีผู้ที่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์เป็นตำแหน่งที่ปรึกษาในการจัดสเปคของคอมพิวเตอร์ รวมถึงกำหนดว่าควรจะซื้อเป็นแบบตั้งโต๊ะหรือเป็นในลักษณะโน๊ตบุ้คนั้นจะเหมาะสมกว่ากัน แต่เบสิคของตอนนี้ CPU ไม่ควรต่ำกว่า Intel i3 และ Ram ไม่ควรต่ำกว่า 4GB เพื่อการใช้งานพื้นฐานที่ลื่นไหล

          และนี่คือเรื่องราวของสิ่งที่ออฟฟิศยุคใหม่ขาดไม่ได้ จะเห็นว่าทุกอาชีพต้องปรับตัวตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผ่านไปทุกวันนะครับ

เมื่อ Smart Home ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป

ราคากล้องวงจรปิด

               ถ้าเมื่อ 5 ปีก่อน เวลามีใครพูดถึง Smart Home ที่เราสามารถทำให้อุปกรณ์หลักภายในบ้านมีความอัจฉริยะขึ้นมาหลายคนก็คงมองว่าเป็นเรื่องของอนาคตที่ค่อนข้างไกลตัว แต่ว่าในปัจจุบัน Smart Home นั้นได้เข้ามาอยู่ในชีวิตเรามากขึ้น“ราคากล้องวงจรปิด”ที่เป็นแบบ Smart Home ราคาก็ถูกลง ดังนั้นถ้าใครอยากจะเข้าถึงคำว่า Smart Home ให้มากยิ่งขึ้น เราจะมาแนะนำกัน

          Smart Home ถ้าจะให้พูดกันง่าย ๆ นั่นคือการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมรวมกับอุปกรณ์ที่ใช้ภายในบ้านโดยมีการออกแบบให้ใช้งานง่าย สะดวกสบายและบูรณาการทั่วทั้งบ้าน อย่างเช่นการเปิดปิดไฟที่เมื่อก่อนต้องเอื้อมมือไปกดสวิทช์ แต่ถ้าเป็นระบบ Smart Home แค่การปรบมือมือก็สามารถให้เปิดหรือปิดได้ทันที อีกทั้งสามารถตั้งระบบเซ็นเซอร์หรือตั้งเวลาเปิดปิดไว้ เมื่อเข้าบ้านไฟก็จะเปิดเองอัตโนมัติทันที

          หรือการที่เชื่อมต่อระบบความปลอดภัยในบ้านไว้กับ Smartphone อย่างเช่นกล้องวงจรปิดเพื่อที่จะให้ดูภาพที่ถ่ายจากทุกที่ที่คุณพก Smartphone ไป “ราคากล้องวงจรปิด”ที่เป็นแบบ Smart Home ก็มีราคาถูกกว่าเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก รวมไปถึงความบันเทิงอย่างเช่น Smart TV ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อดูหนังหรือรายการได้จากทั่วทุกมุมโลก เป็นต้น

          ถ้าใครอยากจะรู้เรื่องของ Smart Home ให้มากขึ้นว่าสามารถไปอยู่กับอุปกรณ์ไหนและทำอะไรล้ำ ๆ ได้บ้างเราไปดูกัน

          1. เครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถรับคำสั่งด้วยการ Chat ได้

          ในปัจจุบันเราโดยเฉพาะคนไทยคงมีโปรแกรม Chat ที่ชื่อว่า Line กันเกือบทุกคนแน่ ๆ โดยนวัตกรรม Smart Home จากผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อดังอย่าง LG นั้นได้พัฒนา LG HomeChat  ขึ้นมาเพื่อให้เรา Chat กับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลงทะเบียนไว้กับบัญชีของ LG HomeChat สามารถรับคำสั่งในรูปแบบ Chat ได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยากจะให้ TV เปิด เพียงแค่พิมพ์ไปในช่อง Chat ว่า Open TV ซึ่งทาง Line ก็จะทวนคำสั่งอีกครั้งนึงเมื่อเรายืนยันก็จะเปิด TV ให้ทันที หรือว่าถามถึงสิ่งของในตู้เย็นว่ายังมีนมอยู่ไหมก็อาจจะ Chat ถามว่า Any beer in the fridge? ซึ่งก็จะได้รับคำตอบมาทันทีว่ายังคงเหลืออยู่อีกเท่าไหร่

          2. กล้องวงจรปิดที่ฉลาดและปลอดภัย

          ในปัจจุบันนั้นความปลอดภัยที่ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่ากล้องวงจรปิดถือว่าเป็นสิ่งที่ทุกบ้านนั้นสมควรมีติดไว้เป็นอย่างยิ่ง โดยตอนนี้ฟังก์ชั่นที่เป็นที่นิยมก็คือการที่มี Video Call ติดตั้งเข้ามาที่ตัวกล้องทำให้เมื่อมีการกดกริ่ง Smartphone ของคุณที่เชื่อมต่อเอาไว้กับกล้องวงจรปิดก็จะแจ้งเตือนทันทีและสามารถเปิดดูเป็นรูปภาพได้ว่าคนนั้นเป็นใคร โดยถ้าเป็นคนที่ไม่คุ้นหน้ามาก่อนก็จะพูดคุยผ่านสิ่งที่เรียกว่า Video Call ได้ทันทีว่าเป็นใครและมีธุระอะไร

               ราคากล้องวงจรปิดที่เป็นแบบ Smart Home ที่สามารถทำได้แบบนี้นั้นก็มีราคาถูกไปมาก และถ้าใครเป็นห่วงในเรื่องของความปลอดภัยอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ก็อาจจะติดเซ็นเซอร์ที่สามารถตรวจจับบุคคลที่บุกรุกเข้ามาในบ้านได้ และส่งแสงและเสียงให้ผู้บุกรุกนั้นตกใจและหนีออกไป

          3. เตียงนอนอัจฉริยะกัยการนอนหลับที่สมบูณณ์แบบ

          เตียงนอนถือว่าเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ที่อยู่ใกล้ตัวเราเป็นอย่างมาก ซึ่ง Sleep Number คือสิ่งที่เรียกว่าเป็นเตียงนอนอัจฉริยะ ที่สามารถตรวจวัดผู้นอนจากน้ำหนักตัวว่าผู้นอนมีคุณภาพการนอนหลับดีแค่ไหน ลิกตัวบ่อยแค่ไหน การหายใจติดขัดหรือราบลื่นมากน้อยแค่ไหน โดยจะประมวลผลออกมาเป็นสถิติให้เราเห็น และจะปรับองศาของเตียงและความนุ่มของเบาะนอนออกมาให้ตรงตามความเหมาะสมมากที่สุด

          4. เครื่องดูแลต้นไม้

          ต้นไม้กับบ้านนั้นถือว่าเป็นของคู่กันเลยทีเดียว เพราะว่าให้ความสดชื่นร่มเย็นได้เป็นอย่างดี แต่ด้วยบางคนไม่มีความรู้และไม่มีเวลามากพอในการดูแลต้นไม้ จึงเกิดเครื่อง Parrot Flower Power Wireless Smart Plant Sensor ขึ้นมา โดยการใช้งานเพียงแค่ปักลงไปในดินตรงกระถางเพื่อที่จะรายงานสภาพดินและสุขภาพของต้นไม้ที่เราปลูกว่าควรพรวนดินใส่ปุ๋ยและรดน้ำตอนไหน รวมถึงแนะนำการดูแลอื่น ๆ อีกมากมาย

          และนี่คือเรื่องราวของ Smart Home ที่พร้อมให้คุณได้มีไว้ในบ้านตอนนี้ เห็นไหมครับว่าเทคโนโลยีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย ราคากล้องวงจรปิดแบบ Smart Home ที่เป็นอุปกรณ์สำคัญในปัจจุบันราคาก็ไม่แพงแล้วนะครับ ลองไปดูที่ตัวแทนจำหน่ายกันได้

แยกแทบบไม่ออกระหว่าง Notebook กับ Laptop

Notebook

               เชื่อว่าหลายๆคนคงประสบพบเจอเกี่ยวกับปัญหาในเรื่องความแตกต่างระหว่าง Notebook กับ Laptop กันอย่างแน่นอน คล้ายๆเหมือนกับว่ากลายเป็นคำถามและปัญหาโลกแตกเลยก็ว่าได้ เพราะสับสนเหลือเกินกับสองสิ่งนี้ และยิ่งสำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีในเรื่องของคอมพิวเตอร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกกับไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องนี้สักเท่าไหร่ รู้แค่ว่าเปิด-ปิดคอมยังไง และรู้แค่โปรแกรมสำหรับทำงานเท่านั้น แค่นี้ก็ถือว่าเก่งแล้วนะคะ และถ้ายิ่งคนในประเภทนี้อยากมี “Notebook” หรือ “Laptop”  ไว้พกพาในการทำงานนอกสถานที่นั้น เวลาจะไปซื้อสิ่งของเหล่านี้ทีไรกับรู้สึกว่าเกิดคำถามและปัญหาในการเลือกซื้อทุกครั้ง บางคนถึงกับรู้สึกปวดหัวจัง เลือกไม่เป็น เพราะตั้งใจมาซื้อ Notebookดีๆสักเครื่องในการทำงาน แต่ดันไปถูกใจหน้าตาของ Laptop มากกว่าทั้งที่ตอนแรกตั้งใจจะมาซื้อ Notebook  เพราะ Notebook กับ Laptop  นั้นหน้าตาแทบจะไม่ต่างกันเลยจริงๆ

               เนื่องจากคนทั่วๆไปนั้นคิดว่า Notebook กับ Laptop  น่าจะเหมือนกัน และน่าจะใช้งานไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ บางคนคิดว่ามันคือสิ่งๆเดียวกันด้วยซ้ำไป แต่ในความจริงแล้ว Notebook กับ Laptop  นั้นมีความแตกต่างกันอยู่แล้วค่ะถึงแม้ว่า Notebook กับ Laptop  จะหน้าตาเหมือนกันแบบสุดๆก็ตาม เพราะแบบนี้เองเราถึงจะมาอธิบายคามชัดเจนของ Notebook กับ Laptop  ให้กระจ่างกัน เพื่อที่หลายๆคนจะได้ไม่เกิดความสับสนกับสิ่งๆนี้อีกต่อไป

               เรามาจำแนกความแตกต่างระหว่าง Notebook กับ Laptop  กันดีกว่า ถ้าจะให้ดีเราอาจจะต้องเท้าความกันนิดนึงนะคะ จริงๆแล้วการกำเนิด Notebook กับ Laptop  นั้นเกิดจากเมื่อก่อนคนเราใช้งานคอมพิวเตอร์กัน แต่คอมพิวเตอร์มีลักษณะใหญ่และไม่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้เลย เวลาจะทำงานหรือมีกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวของกับการใช้คอมพิวเตอร์นั้นจะต้องนั่งอยู่กับที่ เคลื่อที่ไปไหนไม่ได้ และเมื่อเวลาผ่านไปสิ่งที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์นั้นก็ยิ่งสำคัญกับชีวิตคนเราไปอย่างปริยาย

ไม่นานก็เกิดความคิดที่จะพัฒนาว่าจะทำอย่างไรที่จะพัฒนาให้คอมพิวเตอร์นั้นมีขนาดเล็กลงและสามารถที่จะพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกได้ทั้งในเรื่องของการทำงาน การไปประชุม การทำงานกลุ่ม การไปเรียนหนังสือ การนำเสนอโปรเจกต์ต่างๆ ซึ่งจากความคิดเหล่านี้นั้นจึงมีนวัตกรรมที่พัฒนาย่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ เทอะทะให้กลายเป็น Notebook กับ Laptop  รูปร่างกระทัดรัด พกไปไหนมาไหนได้สะดวกอย่างที่เห็นในปัจจุบันนั่นเองคะ

               เรามาทำความเข้าใจกับ “Laptop” กันก่อนดีกว่า ในส่วนของ Laptop จะถูกพัฒนาออกมาก่อน Notebook โดยที่ปัจจัยความสำคัญในการที่จะทำอย่างไรให้คนเราสามารถนำคอมพิวเตอร์นั้นติดตัวไปทำงานได้ ซึ่งการทำงานนั้นก็จะต้องสามารถวางไว้บนตักและทำงานได้อย่างไม่มีอุปสรรคในเรื่องของขนาด ดั้งนั้นโปรดจำไว้เลยนะคะ คอมพิวเตอร์พกพานั้นถูกพัฒนามาและใช้ชื่อว่า Laptop ซึ่งเราสามารถแปลความหมายว่า Lap นั่นหมายถึงตัก ส่วนคำว่า Top นั้นหมายถึงข้างบน พอเรารวมสองคำนี้มารวมกัน Laptop นี้นั้นก็จะแปลว่าสิ่ที่อยู่บนตักนั่นเอง เพราะฉะนั้นขนาดของหน้าจอ Laptop จะอยู่ที่ประมาณ 14 – 17 นิ้วนั่นเองค่ะ และจะมีช่อง DVD หรือ CD อยู่ในตัวด้วย

               ต่อมาเราจะมาทำความรู้จักสิ่งที่เรียกว่า Notebook กันดีกว่า ในเมื่อ Laptop นั้นได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น แต่ยังไงก็มีหลายๆคนให้ความเห็นว่า Laptop นั้นยังมีความใหญ่และเทอะทะอยู่เหมือนกัน รู้สึกว่าเริ่มไม่สะดวกในการพักไปไหนมาไหน แถมน้ำหนักของ Laptop ก็ค่อนข้างหนัก ดังนั้นเพราะเหตุผลนี้เองจึงเกิดการพัฒนาขนาดที่เล็กลงกว่าเดิม มีน้ำหนักเบากว่าเดิม และในขณะเดียวกันนั้นต้องมีประสิทธิภาพในเรื่องของการทำงานมากขึ้น สิ่งๆนั้นเรียกว่า Notebook นั่นเองค่ะ ซึ่งการตั้งชื่อ Notebook ในทีนี่นั้น ความหมายก็คือทำให้คอมพิวเตอร์พกพานั้นมีขนาดเท่าสมุดโน้ตนั่นเอง และสังเกตให้ดีนะคะ Notebook จะมีขนาดหน้าจอที่เล็กกว่า Laptop เนื่องจาก Notebook จะมีขนาดหน้าจอประมาณ 12- 14 นิ้วเพียงเท่านั้นเองค่ะ แถมไม่มีช่องใส่ CD หรือ DVD ด้วยนะคะ แต่จะมีช่อง Port USB มาแทน

หลายคนคงหายสงสัยระหว่างเครื่อง Notebook กับ Laptop แล้วนะคะว่ามันมีเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร หวังว่าข้อมูลที่เราได้บอกหลายๆคนไปจะช่วยทำให้การตัดสินใจซื้อ Notebook หรือซื้อ Laptop กันได้ง่ายมากขึ้นนะคะ

หัวเว่ย..ราคาแท็บเล็ตที่เป็นไปได้

ราคาแท็บเล็ต

Huawei (หัวเว่ย) เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ชั้นนำระดับโลก ด้วยแรงขับเคลื่อนจากความมุ่งมั่นที่มีต่อระบบการทำงานที่สมบูรณ์ พร้อมการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการทำงานร่วมกันแบบเปิด หัวเว่ยจึงได้สร้างสรรค์กลุ่มโซลูชั่น ICT ที่แข่งขันได้ในด้านเครือข่ายโทรคมนาคมและเครือข่ายองค์กร อุปกรณ์ ตลอดจนเทคโนโลยีและบริการคลาวด์ โซลูชั่น ICT ผลิตภัณฑ์ โดยบริการของหัวเว่ยถูกนำมาใช้มากกว่า 170 ประเทศและภูมิภาคต่างๆ โดยให้บริการผู้ใช้งานกว่าหนึ่งในสามของประชากรทั่วโลก ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 180,000 คน หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะเปิดทางสู่สังคมสารสนเทศในอนาคตและการสร้างโลกแห่งการเชื่อมต่อที่ดีกว่า การเติบโตของแบรนด์อย่าง Huawei ถือได้ว่าน่าจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ภาพลักษณ์ของหัวเว่ยยังเป็นแค่เพียงสมาร์ทโฟนจากจีน ในขณะที่ ราคาแท็บเล็ต ก็ได้รับความสนใจค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับแบรนด์สมาร์ทโฟนอื่นๆ ในท้องตลาดอย่างซัมซุงหรือแอปเปิ้ล

แต่ตอนนี้หัวเว่ยกลับก้าวผ่านจุดนั้นขึ้นมา จนเติบโตได้ติดอันดับต้นๆ หรืออยู่แถวหน้าของวงการสมาร์ทโฟน ทุกแบรนด์หรือผู้ผลิตทั้งวงการจะต้องหยุดมองเมื่อหัวเว่ยออกสินค้าใหม่ๆ Huawei ค่อยๆ ไล่ไต่กระแสอันเชี่ยวกรากของตลาดสมาร์ทโฟนดีขึ้นเป็นลำดับ รวมถึง ราคาแท็บเล็ต ที่อยู่ในช่วงที่จับต้องได้ แต่คุณภาพอัดแน่น

แม้หัวเว่ยจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมาร์ทโฟน ด้านเทคโนโลยีเครือข่ายอยู่แล้ว แต่การสร้างอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภคก็ต้องการความรู้ และความเชื่อมั่นด้านอื่นๆ เพื่อกระตุ้นผู้บริโภคด้วย ดังนั้นเพื่อให้เกิดการเจริญเติบโต หัวเว่ยจึงได้จับมือร่วมงานกับ Leica แบรนด์กล้องระดับตำนานของเยอรมัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นก้าวกระโดดอันสำคัญของหัวเว่ยเลยทีเดียว จากการร่วมมือในครั้งนี้ หัวเว่ยได้สร้างปรากฎการณ์เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่น Huawei P9 สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ Leica ร่วมออกแบบทั้งในส่วนของเลนส์และซอฟต์แวร์กล้องภายใน จนสร้างกระแสสมาร์ทโฟนที่ถ่ายรูปง่ายและสวยไปทั่วอินเทอร์เน็ต ความสำเร็จของ P9 นั้นสร้างผลดีไปในหลายมิติ ทั้งเสริมภาพลักษณ์ของหัวเว่ยว่าสามารถสร้างสมาร์ทโฟนที่ดีในราคาไม่แพง ผู้ใช้หลายคนที่อยู่นอกวงการถ่ายรูปก็ได้รู้จักความแน่นอนและทรงพลังของแบรนด์ Leica เสริมภาพความเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ของ Leica ให้สื่อสารกับผู้ใช้กลุ่มใหม่ได้ เรียกได้ว่าการเปิดตัว P9 คือการสร้างความรับรู้และการมีตัวตนของแบรนด์ได้อย่างน่าสนใจ

นอกจากการร่วมมืออันสำคัญนี้แล้วยังมีเหตุผลอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้หัวเว่ยก้าวเข้ามาเป็นอันดับต้นๆ ของวงการสมาร์ทโฟน อาทิ รูปแบบและดีไซน์สินค้าที่สวยงาม จะเห็นได้ว่าจุดอ่อนของหลายๆ แบรนด์คือการออกแบบตัวเครื่องที่ดูซ้ำซากจำเจหรือหลอกรูปแบบจากผู้ผลิตรายใหญ่ๆ มา แต่สมาร์ทโฟนของหัวเว่ยเราจะสังเกตได้ว่าจะมีดีไซน์ที่สะดุดตา เน้นการผสมผสานกัน มีพื้นผิวสัมผัสที่พิเศษ สีสันแปลกตา มีการผลิตที่ใส่ใจในรายละเอียด เมื่อลองได้สัมผัสถือจะรู้สึกว่าหนักแน่น ไม่ก็อบแก๊บ ขอบมุมเครื่องต่างๆ ถูกเจียเก็บให้จับถือได้สบาย อีกทั้งยังมีการทดสอบความทนทานให้เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ทั้งการทดสอบการตกกระแทก การบิดตัว ความทนทานต่อแสงแดด ความทนทานต่ออุณหภูมิ เป็นต้น

ราคาแท็บเล็ต1

เมื่อก้าวมาถึงจุดที่สามารถทำสมาร์ทโฟนที่เป็นไลฟ์สไตล์ได้เป็นที่รู้จักชัดเจนขึ้น มีตัวตนที่ชัดขึ้น เรื่องของราคาก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม Huawei ที่เป็นเจ้าของบริษัทผลิตและออกแบบชิปประมวลผลที่ใหญ่ที่สุดในจีนอย่าง HiSilicon ซึ่งมีผลิตภัณฑ์มากมายหลากหลาย โดยเฉพาะจุดเด่นอย่างชิป ตระกูล Kirin ที่ใช้สำหรับสมาร์ทโฟน ซึ่งการที่หัวเว่ยสามารถออกแบบชิปประมวลขึ้นใช้เอง ทำให้หัวเว่ยสามารถออกแบบการทำงานของชิปให้สอดคล้องกับซอฟต์แวร์ภายในเครื่องได้ ส่งผลให้สร้างสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพสูง ในราคาที่ไม่แพง ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่มีส่วนทำให้หัวเว่ยประสบความสำเร็จ ก็คือการที่ Huawei ได้ทุ่มงบประมาณในด้าน Research and Development ที่สูงมากๆ ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมและดีไซต์ใหม่ๆ เรื่อยมา ดังนั้นจากการลงทุนพัฒนาและวิจัยในเรื่องต่างๆ นี้เอง ทำให้แบรนด์หัวเว่ยสามารถเพิ่มมูลค่าและความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ได้ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมา Huawei จะเจออุปสรรคบ้าง แต่ด้วยการลงทุนด้านเทคโนโลยีและดีไซน์ ที่เป็นแก่นของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำให้หัวเว่ยสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขึ้นมาตอบสนองตลาดได้เรื่อยๆ จวบจนกระทั่งในปัจจุบัน Huawei สามารถก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 3 ของโลก จากการสำรวจของ IDC ได้อย่างไร้ข้อกังขา

QR Code มีไว้ทำอะไร

ไอโฟน7

               ไหนใครเคยเห็นสัญลักษณ์ที่เป็นเส้นสีดำที่มีลักษณะยึกยือๆอยู่ในกรอบสีเหลี่ยมสีขาวกันบ้างคะ มองเผินๆก็ดูที่จะคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเกมส์หาทางออกที่เราเคยเล่นกันตอนเด็กๆ และยิ่งโทรศัพท์มือถือของใครใช้ “ไอโฟน7” นั้นก็สามารถแสกนไอเจ้าสัญลักษณ์นี้ได้เพียงแค่ปลดล็อคหน้าจอไอโฟน7 และเข้าสู่แอพกล้องจากหน้าจอโฮม และถือไอโฟน7ของคุณเพื่อให้เจ้าสัญลักษณ์นี้ปรากฎขึ้นบนช่องบนภาพของแอพกล้อง  เพียงแค่นี้โทรศัพท์ของคุณก็จะจดจำสัญลักษณ์นี้และแสดงการแจ้งเตือนค่ะ ต่อมาเราก็แตะการแจ้งเตือนบนหน้าจอไอโฟน7เพื่อเปิดลิงค์ที่เชื่อมโยงกับสัญลักษณ์นี้ได้เลย

               เราก็มัวแต่จะเรียกแต่สัญลักษณ์ๆอยู่นั่นแหละ จริงๆแล้วมันมีชื่อเรียกนะคะ ที่เราเห็นสัญลักษณ์ที่คล้ายๆกับเกมส์หาทางออกนั้นมันมีชื่อว่า QR Code หรือ คิวอาร์ โค้ด และในปัจจุบันนั้นเราสามารถพบเจอหรือเห็นเจ้าสัญลักษณ์ QR Code หรือ คิวอาร์ โค้ด กันได้ทั่วไป ซึ่งเชื่อว่าทุกคนต้องเห็นกันบ่อยมากๆแน่ๆตามโฆษณาบนสินค้าหรือเห็นในสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเห็นตามป้ายโฆษณาทั่วไป หนังสือนิตยาสาร หนังสือพิมพ์ รวมถึงนามบัตร ซึ่งสัญลักษณ์คิวอาร์ โค้ดที่เราเห็นนั้นก็มีความหมายแฝงอยู่ ความหมายแฝงในที่นี้ก็คือรายละเอียดต่างๆของสินค้านั้นๆที่ต้องการแสดงเอาไว้ และบางครั้งทำคิวอาร์ โค้ดทิ้งไว้ตามสินค้าก็เพื่อให้คนที่ผ่านมาเห็นสัญลักษณ์ได้สามารถแสกนคิวอาร์ โค้ดเพื่อเข้าไปดูข้อมูลเว็บไซต์ของบริษัทได้ทันที

               ทุกคนรู้รึเปล่าคะว่าสัญลักษณ์ QR Code หรือ คิวอาร์ โค้ด นั้นย่อมาจาก Quick Response (ควิ๊ก เรสปอน) หน้าตาจะเป็นเหมือนบาโค้ด 2 มิติ และรู้รึเปล่าคะว่าสิ่งนี้มีต้นกำเนิดมาจากที่ไหนกัน บางคนอาจจะพอทราบอยู่แล้วว่าสัญลักษณ์คิวอาร์ โค้ดมีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นนนั่นเอง ซึ่งกำเนิดมากจากบริษัท Denso-wave (เดนโซ – เวฟ) ตั้นแต่ปี 1994 นั่นเองค่ะ ซึ่งคุณสมบัติของ คิวอาร์ โค้ด นั้นคือเป็นสัญลักษณ์ที่แทนข้อมูลต่างๆ และมีการตอบสนองอย่างรวดเร็ว เราจึงไม่แปลกใจว่าทำไมส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะนิยมมาใช้ คิวอาร์ โค้ด กับสินค้า รวมถึงโฆษณาของสื่อต่างๆเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือว่าจะเป็นยูอาร์แอล (URL) ที่เมื่อเรานำกล้องโทรศัพท์มือถือไปถ่าย คิวอาร์ โค้ด เพียงแค่นี้เราก็จะเข้าสู่เว็บไซต์ได้โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์อะไรยาวๆแล้วล่ะค่ะ

               แล้วเราอยากจะบอกถึงประโยชน์ของการมีสัญลักษณ์คิวอาร์ โค้ดที่มีอยู่ในปัจจุบันว่ามันอำนวยความสะดวกให้กับเราขนาดไหน จิงๆแล้ว คิวอาร์ โค้ด นั้นสามารถนำมาประยุกต์ได้อย่างหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น URL ของเว็บไซต์, เบอร์โทรศัพท์, ข้อความต่างๆ รวมถึงข้อมูลที่เป็นตัวอักษรได้อีกมากมาย คุณทราบรึเปล่าคะว่าในทุกวันนี้นั้นเจ้าคิวอาร์ โค้ด ถูกนำไปใช้ในหลายๆด้านมากๆ เนื่องจากความที่ คิวอาร์ โค้ด มีความรวดเร็วที่จะเข้าถึงข้อมูลนั้นๆ เพราะในปัจจุบันพวกเราทุกคนล้วนมีโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือกันทั้งนั้น และโทรศัพท์มือถือที่ผลิตออกมาในทุกวันนี้นั้นก็จะมีกล้องถ่ายรูปที่อยู่ในตัวของโทรศัพท์มือถือล้วนแทบทุกรุ่นกันแล้วค่ะ แทบไม่มีโทรศัพท์มือถือรุ่นไหนที่ไม่มีกล้องในตัวเอง ซึ่งหายากมาก และประโยชน์ที่เรานั้นเห็นชัดมากที่สุดของคิวอาร์ โค้ดนั้นคงเป็นการแสดง URL ของเว็บไซต์ เพราะจิงๆแล้ว URL ของเว็บไซต์นั้นจะจำยาก เพราะมันยาวและตัวสะกดเยอะเกินไป บางทีก็ซับซ้อน จึงทำให้จำยากกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของ คิวอาร์ โค้ด นั้นที่มีความล้ำสมัย แค่เราเพียงแสกน คิวอาร์ โค้ด ปุ๊บ มันก็จะขึ้น URL ของเว็บเพจนั้นๆแบบปุ๊บปั๊บแบบรวดเร็ว ว่องไว แถมไม่ต้องจำอะไรยากๆอีกด้วยค่ะ

               หลายครั้งก็จะมีคนสับสนกับสัญลักษณ์คิวอาร์ โค้ด กับ บาร์โค้ดกันแน่ๆเลย จริงๆแล้งบาร์โค้ดนั้นจะมีลักษณะเป็น 1 มิติ ซึ่งถ้าเป็นคิวอาร์ โค้ดจะเป็นแบบ 2 มิติ และบาร์โค้ดนั้นจะเป็นสัญลักษณ์แบบแท่ง ซึ่งจะมีความบางและความหนาต่างกันโดยมีเส้นแนวตั้งที่มีขนาดไม่เท่ากันวางอยู่บนพื้นที่สีขาว และแบบบาร์โค้ดนั้นจะบรรจุข้อมูลที่ต่างกันไม่เกิน 20 ตัวอักษรเองนะคะ ต่างจากความจุของข้อมูลคิวอาร์ โค้ดที่สามารถบรรจุได้เยอะ อย่างถ้าเป็นตัวเลขอย่างเดียวก็จะจุได้มากถึง 7,089 ตัว หรือจะตัวอักษรผสมเลขนั้นจะจุได้มากถึง 4,296 ตัวอักษรเลยทีเดียว ซึ่งเยอะมากๆและแตกต่างจากบาร์โค้ดเป็นอย่างมาก