ความเป็น A10 ที่คุณจะต้องรู้

a10

               เมื่อไม่นานมานี้ทาง Samsung ได้เปิดตัว Samsung Galaxy “a10” พร้อมกับราคาที่ไม่แรงอย่างที่ใครๆคิด นับว่า Samsung Galaxy a10 นั้นมีความน่าสนใจมากเลยทีเดียว เพราะมีการอัพเดทนวัตกรรมพร้อมกับลูกเล่นใหม่ๆ แต่ที่เด่นและมีความสะดุดตามาก แต่ที่โดดเด่นที่สุดก็คงจะเป็นหน้าจอของซัมซุงกาแลคซี่รุ่นเอสิบเครื่องนี้ที่มีจอกว้างใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เพราะหน้าจอของ Samsung Galaxy รุ่นเอ10 นี้เป็น LCD Infinity-V ที่มีกว้างถึง 6.2 นิ้ว แถมราคาไม่แรงอย่างที่ใครๆคิดเลยนะคะ

               นอกจากความโดดเด่นในเรื่องของหน้าจอของโทรศัพท์มือถือของ Samsung Galaxy รุ่นเอ10 แล้ว แต่ความเจ๋งความเก๋าของ Samsung Galaxy รุ่นเอ10ยังไม่หยุดลงเพียงเท่านี้นะคะ วันนี้เราจะมาบอกถึงความโดดเด่นของ Samsung Galaxy รุ่นเอ10 ให้ทุกคนได้รู้กันว่าความสามารถของ Smartphone รุ่นนี้นั้นมีความสามารถมากแค่ไหน

         คุณสมบัติของ Samsung Galaxy a10 ที่คุณจะต้องรู้  

• หน้าจอใหญ่ เห็นภาพได้ชัดเจน

   อย่างที่บอกไปในตอนแรกนะคะว่าสิ่งที่สะดุดตาสำหรับSamsung Galaxy รุ่นเอ10นี้ก็คงหนีไม่พ้นสำหรับความโดดเด่นของหน้าจอ ที่หน้าจอ Samsung Galaxy รุ่นเอ10 นั้นเป็นหน้าจอแบบ  V – cut Screen และ HD+ ซึ่งหน้าจอดังกล่าวนั้นจะวัดตามเส้นทแยงมุมจนสุดมุมโค้ง ในส่วนของพื้นที่หน้าจอที่ปรากฏจริงนั้นมีขนาดลดลงเพราะว่ามุมโค้งมันมีลักษณะมนนั่นเองค่ะ แต่ต้องขอบอกเลยว่าถ้าใครชอบดูหนังผ่านโทรศัพท์มือถือนั้นจะต้อง Enjoy กับทุกความบันเทิงอย่างแน่นอนค่ะ ไม่ว่าคุณจะดูภาพยนตร์, ซีรีย์ต่างประเทศ, ซิทคอมสุดชื่นชอบก็ตาม เป็นต้น เพราะด้วยหน้าจอที่มีการแสดงผล Infinity-V ของ Samsung Galaxy รุ่นเอ10 จะทำให้คุณสัมผัสความอะไรใหม่ๆอย่างแน่นอนค่ะ

• ดีไซน์สดใส เรียบง่าย น่าสัมผัส

   สำหรับการดีไซน์ของโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy รุ่นเอ10 นั้นมีความบางเฉียบ เพราะด้วยขนาดของเครื่องนั้น มีความบางแค่ 7.9 มิลลิเมตร สำหรับใครที่ไม่ชอบขนาดโทรศัพท์มือถือที่มีขนาดหนา บอกเลยว่า Samsung Galaxy รุ่นเอ10 ต้องตอบโจทย์คนที่ชื่นชอบโทรศัพท์มือถือที่มีความบางและสามารถจับได้ถนัดมืออย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งวัสดุของ Samsung Galaxy รุ่นเอ10 นี้มีความเงางามและโดดเด่นเกินใคร โดยมีสีให้เลือกถึงสามสีกันเลยทีเดียว และสีของ Samsung Galaxy รุ่นเอ10นั้นจะมีสีดำ สีน้ำเงิน และสีแดงนั่นเองค่ะ

  • ไม่พลาดที่จะบันทึกในช่วงเวลาที่สำคัญ

   จะไม่พูดถึงกล้องSamsung Galaxy รุ่นเอ10 ก็คงไม่ได้ สำหรับใครที่ชื่นชอบถ่ายรูปผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คุณจะต้องปลื้ม Samsung Galaxy รุ่นเอ10อย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งกล้องหลังของ Samsung Galaxy รุ่นเอ10 นั้นมีความละเอียดขนาด 13 MP กันเลยทีเดียว ส่วนความละเอียดของกล้องหน้าก็เทพไม่แพ้กันค่ะ ซึ่งความละเอียดของกล้องหน้ามีถึง 5 MP เลยนะคะ ต้องขอบอกเลยว่าประสิทธิภาพของภาพถ่ายที่ออกมานั้นจะต้องมีความโดดเด่นและเป็นที่ประทับใจอย่างแน่นอน คล้ายๆกับว่าคุณมี Photo Book คู่ใจอยู่ข้างกายเลยทีเดียวค่ะ

• ตกแต่งภาพแบบที่ชอบได้อย่างหลากหลาย

   นอกจากที่ใครหลายๆคนจะชื่นชอบการถ่ายรูปแล้ว ในส่วนต่อจากการถ่ายรูปก็คงเป็นเรื่องของการแต่งรูปนั่นเองค่ะ ยิ่งเฉพาะสาวๆนั้นก็คงโปรดปรานในเรื่องการถ่ายรูปใช่ไหมล่ะคะ บอกเลยว่าถ้าคุณถ่ายรูปผ่าน Samsung Galaxy รุ่นเอ10 นั้น รูปของคุณจะไม่ธรรมดาอีกต่อไป เพราะซัมซุงรุ่นนี้มีความสามารถที่จะตกแต่งในทุกความทรงจำของรูปถ่ายของคุณเอง ไม่ว่าจะเป็น AR, สติ๊กเกอร์, สแตมป์ รวมไปถึงฟิลเตอร์ต่างๆที่สามารถใช้จินตนาการของตัวเราเองในการสร้างสรรค์ในการแต่งภาพได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดนั่นเองค่ะ

• เต็มไปด้วยความจุใจของแบตเตอรี่

   แบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy รุ่นเอ10 นั้นมีขนาด 3,400 mAh นั่นเองค่ะ บอกเลยว่าใครที่ชอบเล่น Internet แบบทั้งวันนั้นก็สามารถเล่นได้อย่างจุใจและเพียงพอสำหรับการใช้งานโดยไม่ต้องไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดไวเลยนะคะ นอกจากจะสามารถเล่น Internet ได้แบบตลอดทั้งวันแล้ว คุณยังสามารถทำได้มากกว่านั้น ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง หรือจะโทรศัพท์คุยกับเพื่อนแบบทั้งวันก็ยังทำได้ค่ะ

การกลับมาของ Nokia ที่หลายคนคิดถึง

nokia 6

               ใครยังพอจำโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกในชีวิตของตัวเองกันได้บ้างคะ??? ก่อนที่แบรนด์โทรศัพท์มือถืออย่างแบรนด์ไอโฟนหรือว่า Samsung จะรุ่งเรืองและเป็นที่นิยมในเหมือนทุกวันนี้นั้นต้องขอบอกเลยว่าสมัยก่อนนี้ที่ไม่ว่าเราจะหันไปทางไหน ใครๆก็ต่างใช้โทรศัพท์มือถืออย่าง “โนเกีย” กันแทบทั้งนั้น และไม่นานมานี้ทางโนเกียก็ได้เปิดตัว “nokia 6” ให้ใครหลายๆคนที่มีความคิดถึง และยังมีความอยากที่จะกลับไปใช้โทรศัพท์โนเกียกันอีกครั้งเหมือนในวันวาน ต้องบอกเลยว่าการกลับมาของ nokia 6 ในครั้งนี้นั้นต้องมีลูกเล่นใหม่ที่มีความน่าสนใจไม่ต่างกับสมัยก่อนอย่างแน่นอนค่ะ

               ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้กระแสตอบรับของโทรศัพท์มือถืออย่างแบรนด์โนเกียนั้นอาจจะไม่ได้รับกระแสนิยมเทียบเท่าแบบในสมัยก่อน เพราะเนื่องจากในปัจจุบันนั้นการซื้อโทรศัพท์มือถือเป็นเรื่องที่ง่ายแสนง่าย แถมราคาไม่แพงหู่ฉี่แบบในในยุคสมัยก่อนนู้นแล้วนะคะ แถมมีหลายแบรนด์และหลายแบบให้ได้เลือกซื้อกันตามความชอบส่วนตัวได้เลย แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสามสิบถึงสี่สิบปีที่แล้วในยุคที่เทคโนโลยียังไม่ได้มีการพัฒนาหรือเปิดกว้างเทียบเท่าในยุคปัจจุบัน การมีโทรศัพท์มือถือสักเครื่องนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากเลยนะคะ เพราะราคานั้นแพงมากจริงๆ และคนส่วนใหญ่ที่มีโทรศัพท์มือถือก็มักจะเป็นคนวัยทำงานกันทั้งนั้น ต่างจากสมัยนี้ที่เด็กอายุแค่ไม่เท่าไหร่ อาจจะเด็กขนาดที่ว่าอายุไม่ถึงสิบขวบด้วยซ้ำ แต่ก็มีโทรศัพท์มือถือใช้กันแล้วนะคะ ต้องยอมรับเลยว่าโลกมันเปลี่ยนแปลงไปแล้วจริงๆ

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาแบรนด์โทรศัพท์คลื่นลูกใหม่ทั้งหลายนั้นมีการเกิดขึ้นกันอย่างมากมาย หรือบางทีอาจจะเป็นแบรนด์ที่มีมานานแล้วแต่พึ่งจะได้รับความนิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Huawei, Apple, Oppo, Vivo หรือ Xiaomi เป็นต้น นี่ก็คงจะเป็นเรื่องปกติที่แบรนด์โนเกียจะโดนคลื่นลูกใหม่จากหลากหลายแบรนด์มาแทนคลื่นลูกเก่าจนบางครั้งเด็กรุ่นใหม่ในสมัยนี้อาจจะแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ของโทรศัพท์มือถืออย่างยี่ห้อโนเกียนั้นมันมีพลังงานมหาศาลในยุคสมัยก่อนแค่ไหน

สำหรับการกลับมาของ โนเกีย 6 นั้นมีลูกเล่นอะไรที่โดดเด่นบ้าง ไปดูพร้อมๆกันเลยดีกว่า

The new Nokia 6

   เดอะนิวโนเกีย 6 นั้นบอกเลยว่ามาพร้อมกับแพลตฟอร์ม Qualcomm® Snapdragon™ 630 กันเลยทีเดียว แถมความจำภายในของโนเกีย 6 รุ่นนี้มีขนาดถึง 3GB กันเลยนะคะ บอกเลยว่าถ้า RAM จะเยอะขนาดนี้นั้น ความกังวลสำหรับหลายๆคนที่กลัวว่าเครื่องจะช้าหรือไม่ บอกเลยว่าไม่มีปัญหาแบบนั้นอย่างแน่นอน และเมื่อเวลาที่เราจะใช้งานในส่วนของ Applications ต่างๆนั้นก็จะใช้เวลาน้อยลงในการโหลด Application นั่นเองค่ะ

Android 9 Pie

   Android 9 Pie นั้นจะช่วยทำให้ประสิทธิภาพในการรทำงานของระบบ AI หรือเรียกกว่าระบบสมองกลอัจฉริยะนั่นเองค่ะ ซึ่งบอกเลยว่า Android 9 Pie นั้นจะช่วยปรับให้เข้ากับตัวผู้ใช้งานรวมถึงวิธีการใช้งานของโทรศัพท์มือถือในเครื่องนี้ แถม Android 9 Pie นั้นยังมอบอินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่ผ่านการปรับปรุงด้วยความปลอดภัยที่มีมากขึ้น มีการค้นหาได้อย่างง่ายดายเพราะมีเทคโนโลยีที่ใช้ท่าทางแทนการกดปุ่ม เพื่อที่ว่าจะได้สลับกับการใช้งานระหว่าง Applications ได้อย่างรวดเร็วนั่นเองค่ะ

Adaptive Battery

   Adaptive Battery จะมีความสามารถที่จะจดจำ Applications อันโปรดที่เราใช้บ่อยๆ และสามารถจัดลำดับความสำคัญให้มากกว่า Applications ที่ไม่ค่อยได้ใช้อีกด้วยค่ะ ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยให้ประหยัดพลังงาน และทำให้ยืดอายุในเรื่องของการใช้งานในส่วนของแบตเตอรี่อีกด้วย

• เลนส์ออปติก ZEISS

   ถือว่าอันนี้เป็นคุณสมบัติที่พิเศษเลยก็ว่าได้นะคะ เพราะถ้าใครอยากที่จะถ่ายรูปผ่านเลนส์ออปติก ZEISS ก็จะต้องเป็นโทรศัพท์มือถือค่ายโนเกียเท่านั้น และคุณสมบัติของเลนส์ออปติก ZEISS มีความละเอียด 16 MP ในกล้องหลัง ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียดถึง 8 MPเลยนะคะ และแฟลชแบบดูอัลโทนกับเดอะนิวโนเกีย 6 นี้จะทำให้ภาพที่ออกมานั้นมีความสวยงาม และยังสามารถบันทึกวีดีโอ 4K รวมถึงภาพนิ่งที่มีคุณภาพที่สูงอีกด้วย ไม่ว่าคุณจะซูมรูปขนาดไหนก็ไม่ต้องกังวลว่าภาพจะแตกเหมือนกล้องโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่นๆอย่างแน่นอน

Dell บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการ IT โลก

"Dell"

               ในวงการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีของโลกนั้นถ้าพูดถึงชื่อของ “Dell ” ขึ้นมาเชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักแน่ ๆ เพราะเป็นผู้นำที่มีเทคโนโลยีและศักยภาพที่ทันสมัยมาอย่างยาวนาน และในประเทศไทยแบรนด์นี้ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างดี เรามาดูกันดีกว่าว่าประวัติและความสำเร็จจากจุดเริ่มต้นมาจนถึงตอนนี้ของเจ้าพ่อวงการ IT แบรนด์นี้นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร

          “Dell” เริ่มต้นความสำเร็จในปี 1984 จากฝีมือของนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ชื่อ ไมเคิลเดลล์ ที่ตอนนั้นเขาศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยเทกซัสออสติน โดยเขาใช้เวลาศึกษาค้นคว้าผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์จากส่วนประกอบสต็อคโดยได้สำเร็จเสร็จสิ้นมาเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลฝีมือของเขาเอง โดยเขาได้รับจ้างผลิตให้กับผู้ที่ต้องการแบบรายคนหรือ PC’s Limited เพื่อที่จะให้ผู้ใช้ได้คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมตรงใจมากที่สุด

          กิจการของเขาเป็นไปได้ดีอย่างดี ทำให้ไมเคิลเดลล์ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อที่จะทำธุรกิจในด้านคอมพิวเตอร์อย่างเต็มรูปแบบ และเป็นโชคดีอย่างที่สุดเพราะ พ่อ แม่ ของเขาก็สนับสนุนโดยในช่วงแรกเขาสามารถหาเงินทุนมาได้มากถึงมาถึง 1,000,000 ดอลลาห์สหรัฐเลยทีเดียว ตั้งเป็นบริษัทที่มีแนวทางหลักที่จะลดขั้นตอนการขายให้น้อยที่สุดเพื่อนำสินค้าไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง

          โดยในช่วงแรกที่ก่อตั้งบริษัทต้องพบเจอกับภาวะเสี่ยงมากมาย เขาใช้วิธีที่จะจ้างพนักงานที่ไฟแรงพร้อมที่จะทุ่มเทและเติบโตไปกับบริษัท ที่สำคัญต้องเป็นคนที่สามารถทำงานได้อย่างหลากหลายซึ่งคนเหล่านี้ก็จะแนะนำและพาคนเก่ง ๆ ให้เข้ามาร่วมงานกับทางบริษัทได้อีก ด้วยหลักการนี้ทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว

          ไมเคิลเดลล์เริ่มขยับขยายพื้นที่บริษัทให้มีขนาดกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายต่อหลายครั้งจนในที่สุดบริษัทก็ได้ไปอยู่ในพื้นที่ ๆ มีขนาด 30,000 ตารางฟุต เลยทีเดียว ในปี 1988 หลังจากที่จ้างนักบริหารมากความสามารถอย่าง ลี วอล์กเกอร์ มาทำหน้าที่เป็นประธานบริษัทซึ่งช่วยหาเงินทุนเป็นจำนวนมากมาให้ บริษัทก็สามารถเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้

          แม้ว่าบริษัทจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แต่หลักการในตอนแรกที่ตั้งใจจะมอบสิ่งที่ลูกค้าต้องการให้มากที่สุดยังคงอยู่ ดังนั้นไมเคิลเดลล์จึงยังหาเวลามารับโทรศัพท์ของลูกค้าด้วยตัวเองอยู่เสมอ เพื่อรับทราบถึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการ เขายังตรวจสอบทุกขั้นตอนการผลิตสินค้าด้วยตัวเอง

          จุดเด่นของบริษัทอีกหนึ่งอย่างก็คือพวกเขาไม่ต้องเสี่ยงกับภาวะระบายของไม่ทันเลย เพราะว่าบริษัทจะผลิตตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งดังนั้นปัญหาของค้างสต็อคจึงเป็นปัญหาใหญ่ของหลาย ๆ คนแต่ว่าไม่ต้องเป็นที่กังวลของบริษัทนี้เลย แต่สิ่งที่พวกเขากังวลและเร่งพัฒนามาตลอดคือคุณภาพที่ต้องเน้นในแต่ละเครื่องที่ส่งออกไป ดังนั้นจึงสร้างความไว้วางใจให้ลูกค้าเป็นอย่างมาก

          ในปี 1995 บริษัทได้เปิดตัว www.dell.com ที่รวบรวมแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ของบริษัทให้ลูกค้าที่สนใจได้เข้ามาหาข้อมูลและได้เริ่มขายคอมพิวเตอร์ที่เป็นแบบประกอบสำเร็จออกวางขายสู่ท้องตลอดแต่ก็ยังคงมีการทำความพิวเตอร์แบบประกอบโดยตรงให้ลูกค้าควบคู่ไปด้วย การใช้อินเตอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและการขายสินค้าทำให้ไม่ต้องจ้างพนักงานมากนัก

          แบรนด์ยอดนิยมนี้ถือว่ามาทำตลาดในประเทศไทยช้า แต่ด้วยชื่อเสียงที่สะสมมานานทำให้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสินค้า Notebook ที่ได้รับการกล่าวขานในเรื่องความทนทานและการรับประกันแบบ Onsite Service ที่จะมีช่างมาให้บริการถึงที่ โดย Notebook ของแบรนด์นี้ที่น่าสนใจและมีจัดจำหน่ายในประเทศไทยมีดังนี้

          – รุ่น Studio ถูกทำออกมาสำหรับผู้ใช้งานในระดับกลาง ทั้งยังมีฟังก์ชันสำหรับความบันเทิง ตัวเครื่องมีการออกแบบให้สวยงามสามารถนำไปใช้นอกบ้านได้อย่างเท่ ๆ ราคาอยู่ในระดับที่ค่อนข้างอยู่ในระดับกลางและระดับสูง

          – รุ่น XPS ถ้าใครกำลังมองหา Notebook ในระดับไฮเอนด์นั้นก็ต้องรุ่นนี้เลย เพราะว่ามีประสิทธิภาพสูง ดังนั้นจึงสามารถทำงานได้ทุกรูปแบบตั้งแต่งานเอกสารหรือว่าเล่นเกมก็สามารถทำได้ด้วย ถึงแม้ว่าจะมีราคาที่สูงแต่ก็คุ้มค่าเลยทีเดียว

          – รุ่น Alienware เป็นที่ชื่นชอบของนักเล่นเกมโดยเฉพาะเพราะว่ามีความเร็วของการ์ดจอและซีพียูที่สูง รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมของเกมได้ทุกรูปแบบเลยทีเดียว

          และนี่คือเรื่องราวของแบรนด์ IT ระดับโลกที่กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างในทุกวันนี้ก็ต้องผ่านเรื่องราวมาอย่างมากมาย หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้ทุกคนนะครับ

สุดยอดของความสมบูรณ์แบบไปกับ samsung galaxy s7

samsung galaxy s7

นี่ก็ปี 2019 แล้วนะคะ แต่โทรศัพท์มือถือ Android อย่างแบรนด์ “samsung galaxy s7” ก็ยังได้รับความนิยมอยู่นะคะ ซึ่ง samsung galaxy s7 นั้นถูกเปิดตัวไปตั้งแต่ต้นปี 2016 แล้ว หลายปีผ่านไปโทรศัพท์มือถือ Android รุ่นนี้ยังคงมีความสมบูรณ์แบบอยู่จนถึงในปัจจุบัน หลายคนคงต้องแปลกใจอย่างแน่นอนว่าทำไมโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ยังมีการนิยมและยังมีคนซื้อมือถือรุ่นนี้อย่างต่อเนื่อง

ที่กล่าวไปในตอนแรกว่าโทรศัพท์มือถืออย่างโทรศัพท์มือถือ samsung galaxy s7 นั้นยังคงความไฉไลแบบชนิดเรียกได้ว่าเหมือนพึ่งออกมาได้ไม่นาน สำหรับคนที่สนใจกับโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้นั้นคงจะอยากรู้ว่าคุณสมบัติที่พิเศษที่สามารถทำให้ samsung galaxy s7 อยู่มาถึงปี 2019 นั้นมันมีอะไรดี เราไปดูจุดเด่นพร้อมๆกันเลยค่ะ

   คุณสมบัติเด่นที่ยังอยู่ของ Samsung Galaxy S7

• ความคูลของการดีไซน์ที่มีอยู่

   พัฒนาไปอีกขั้นสำหรับโทรศัพท์มือถือระบบ Android อย่าง samsung galaxy s7 ที่ยังตอบโจทย์ความต้องการของใครหลายๆคน ต้องขอบอกเลยว่าเป็นเทคโนโลยีที่ออกมาในสมัยปี 2016 นั้นถือว่าโทรศัพท์รุ่นนี้มีฟังก์ชั่นในการใช้งานแบบที่ไม่เคยมีแบรนด์ไหนทำมาก่อนและยังมีความทันสมัยเป็นอย่างมาก ลองสังเกตการดีไซน์ของ samsung galaxy s7 นั้นมีความเพียวบาง ซึ่งมาพร้อมกับความสามารถในการใช้งานที่มีคุณสมบัติที่เหนือชั้น รวมถึงมีความแข็งแกร่ง หรูหราและเรียบหรูในเวลาเดียวกัน ซึ่งทางซัมซุงมีความทุ่มเทอย่างเต็มที่ๆจะดีไซน์รูปลักษณ์ให้มีความโค้งได้รูป โดยใช้กระบวนการที่เฉพาะ ซึ่งเรียกว่า 3D เทอร์โมฟอร์มมิ่งนั่นเองค่ะ ซึ่งการออกแบบในรูปแบบนี้ก็เพื่อทำให้กระจก 3D โค้งได้รูปนั่นเอง แล้วที่พิเศษไปกว่านั้น ความโค้งของโทรศัพท์มือถือระบบ Android อย่าง samsung galaxy s7 นั้นเป็นตัวเครื่องที่ไร้รอยต่อ ด้วยการดีไซน์ที่บรรจบเข้ากับโลหะอัลลอยผสมอย่างพิถีพิถัน

• กล้องไม่สั่นไหว

   คุณสมบัติของกล้องโทรศัพท์มือถือ samsung galaxy s7 หลายๆคนคงจะนึกถึงช่วงเวลาสำคัญในการเก็บความประทับใจผ่านกล้องกันใช่ไหมคะ ไม่ว่าคุณจะถ่ายรูปในสภาวะที่มีความแสงน้อย หรือว่าไปถ่ายรูปในสถานที่ๆมีแสงไม่เพียงพอ เช่นอาคารบ้านเรือนในตอนกลางคืน หรือถ่ายวิวธรรมชาติในช่วงที่พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว แต่บอกเลยว่านั่นไม่ใช่ปัญหาของ samsung galaxy s7 อย่างแน่นอน เพราะว่าทางซัมซุงนั้นได้ส่ง samsung galaxy s7 ที่มีประสิทธิภาพที่เหลือเชื่อของกล้อง เพราะว่ากล้องที่มากับ samsung galaxy s7 นั้นจะเป็นเลนส์ F1.7 ที่มีความสว่าง และคมชัดอย่าบอกใคร มั่นใจได้เลยว่ารูปที่ออกมานั้นจะสวยงามทุกรายละเอียดอย่างแน่นอน

Revolutionary Focus

   ทุกๆพิกเซลบน Dual Pixel Sensor นั้นมีความพิเศษมากกว่าที่หลายๆคนคิด เพราะนอกจากคุณสมบัติที่จะตรวจจับใบหน้าแล้วนั้น ยังสามารถจับโฟกัสอัตโนมัติได้อย่างรวดเร็วและมีความต่อเนื่องอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ ต่อให้วัตถุจะมีการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วแค่ไหนก็ตาม กล้อง samsung galaxy s7 นั้นจะแม่นยำในการจับภาพ ไม่มีการพลาดเด็ดขาด ซึ่งภาพที่ออกมาจากกล้องตัวนี้จะมีความชัด แม้ในสภาพแสงน้อยแค่ไหนก็ตาม

• เอาใจเหล่าเกมเมอร์ที่รักในการเล่นเกมส์บนโทรศัพท์มือถือ

   ใครที่ชื่นชอบการเล่นเกมส์เป็นชีวิตจิตใจนั้น บอกเลยว่าคุณจะไม่ผิดหวังกับ samsung galaxy s7 อย่างแน่นอนค่ะ เพราะ samsung galaxy s7 รองรับกราฟิกที่มีความละเอียดสูงสุดได้แบบง่ายๆ รวมถึงมีพลังงานแบตเตอรี่ที่อึดขึ้น ทนขึ้นอย่างมหาศาล รับประกันเลยว่าความเพลิดเพลินของการเล่นเกมของคุณจะต้องไม่มีสะดุดอย่างแน่นอนค่ะ และใครที่เจออุปสรรคในเรื่องของการเล่นเกมผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานๆ แล้วโทรศัพท์มือถือนั้นเกิดเครื่องร้อนขึ้นมานั้น บอกเลยว่า samsung galaxy s7สามารถเล่นเกมส์ตลอดได้โดยที่คุณไม่ต้องห่วงว่าอุณหภูมิของเครื่องจะร้อนตามไปด้วย และ samsung galaxy s7 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่รองรับ Vulkan API อีกด้วยนะคะ

Hardware

   ที่สุดของความเจ๋งของหน่วยประมวลผลที่มีประสิทธิภาพของsamsung galaxy s7 นั้นทำให้สมาร์ทโฟนของคุณทำงานได้อย่างรวดเร็วและลื่นไหล ไม่ว่าคุณจะจัดสรรข้อมูลต่างๆทั้งในหน่วยความจำบน Micro SD Card รวมไปถึงหน่วยความจำบนเครื่อง และในส่วนของแบตเตอรี่นั้นมีความความจุที่ใหญ่ขึ้น แถมสามารถใช้งานการชาร์จด่วนได้เช่นเดิม

iPhone se คุ้มกว่าที่เคยรู้

iphone se

iphone se หรือเรียกอีกอย่างว่า “iPhone Special Edition” สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับคำนิยามว่า “The Most Powerful Phone with a Four-inch Display” เรียกง่ายๆ ได้ว่านี่คือโทรศัพท์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในบรรดาหน้าจอ 4 นิ้ว ซึ่งเรื่องของดีไซน์ต้องบอกว่าถอดแบบของ iPhone 5s แต่ยกสเปกเครื่องมาจาก iPhone 6s ดังนั้นเรื่องความเร็วในการประมวลผลจึงเทียบเท่ากัน


อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า se มีรูปแบบ และลักษณะเหมือนกับ iPhone 5s แต่มีเอกลักษณ์บางอย่างที่ถ้าสังเกตดีๆ ก็จะรู้ว่าเป็นคนละรุ่นกัน ในส่วนที่ที่เป็นตัวเครื่องจะมีผิวสัมผัสแบบอะลูมิเนียมผิวด้าน เช่นเดียวกับตัวขอบเครื่อง ที่เมื่อสัมผัสจะรู้สึกถึงความเรียบเนียน ขณะที่มุมทั้ง 4 ถูกลบมุม เพื่อให้สอดรับการฝ่ามือ สามารถจับถือได้สะดวก และส่วนโลโก้แอปเปิ้ล จะเป็นสแตนเลสเฉดสีเดียวกับตัวเครื่อง ทำให้ช่วยเพิ่มความสวยงาม


ในส่วนของขนาดตัวเครื่อนั้นมีขนาดเครื่องอยู่ที่ 123.8 x 58.6 x 7.6 มิลลิเมตร นํ้าหนัก 113 กรัม มาพร้อมกับหน้าจอ Retina – IPS – ไวด์สกรีน แบ็คไลท์แบบ LED – มาตรฐาน sRGB เต็มช่วงสี – เคลือบสารกันรอยนิ้วมือ ขนาดกว้าง 4 นิ้ว ความละเอียด 1136 x 640 พิกเซล ที่ความหนาแน่นต่อพิกเซล 326 ppi ส่วนสำคัญที่นอกจากขนาดได้แก่ เรื่องของชิพประมวลผลซึ่ง iPhone SE มาพร้อมกับชิพเซ็ท Apple A9 โดยเป็นชิพเซ็ทตัวเดียวกันกับที่ใช้งานใน 6s ดังนั้นในเรื่องของประสิทธิภาพการทำงานนั้นจะต่างจาก iPhones 5s อย่างเห็นได้ชัด และด้วยความที่เป็นชิพ Apple A9 ที่ถือว่ายังไม่ใช่รุ่นเก่า


ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่ารุ่นนี้จะรองรับการอัพเดท iOS รุ่นใหม่ๆ ต่อไปได้อีกอย่างน้อย 1-2 ปี ฉะนั้นเมื่อพิจารณาโดยรวมแล้วถือว่าคุ้มค่าที่จะลองใช้พราะอย่างน้อยๆ ในอนาคตก็เปลี่ยนแค่ตัวเครื่อง เคสหรืออุปกรณ์เสริมที่มีอยู่ ก็สามารถใช้งานต่อได้เหมือนเดิมเรียกว่าไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย ส่วนอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั้นคือเรื่องของกล้องถ่ายภาพที่มีการอัพเกรดขึ้มมากกว่าที่เคยใช้ใน iphone 5s เรื่องของความละเอียดก็ได้มีการเพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านพิกเซลซึ่งเท่ากันกับกล้องของ iPhone 6s เลย ดังนั้นภาพถ่ายที่ถ่ายออกมาจะมีความละเอียดเท่ากันกับ iPhone 6s อีกด้วย นอกจากเรื่องของการถ่ายภาพแล้วเรื่องของการถ่ายวีดีโอ se นั้นก็ไม่เป็นรองใคร เพราะสามารถถ่ายวีดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K อีกด้วย นอกจากนี้ การถ่ายภาพแบบ Live Photo ก็สามารถทำได้บนรุ่นนี้ด้วยเช่นกัน ถ้าวัดจากเรื่องของประสิทธิภาพของกล้องถ่ายรูปที่สูงขึ้นก็จัดว่าคุ้มหากคิดที่จะเปลี่ยนมาใช้ ไอ โฟน s e


จากดังกล่าวข้างต้นเราจะเห็นได้ว่า ไอโฟนรุ่นนี้มีความน่าสนใจทั้งด้านรูปลักษณ์ และสเปคเครื่องที่อัดแน่น ที่สำคัญ se ราคานั้นควรค่าแก่การจับจ่ายใช้สอยเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับ i phone รุ่นอื่นๆ ทีนี้มาดูกันดีกว่าว่าใครบ้างล่ะ ที่เหมาะสมกับไอโฟน เอสอี


มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า “iPhone เป็นมือถือที่ดี แต่แพง” ซึ่งเป็นประโยคที่มักจะได้ยินกันมาเสมอตั้งแต่ iPhone รุ่นแรกจนถึงตอนนี้ คือถ้าอยากจะได้ไอโฟนรุ่นล่าสุด สเปคดีที่สุด ต้องจ่ายไม่น้อยกว่า 24,000 – 25,000 บาทขึ้นไปแน่นอน ดังนั้นแอปเปิลใช้วิธีลดราคาไอโฟนรุ่นเก่าให้มาขายในระดับ 16,000-19,000 บาท แต่นั่นก็คือไอโฟนรุ่นเมื่อหลายปีก่อนเนิ่นนานมาแล้ว ไม่ใช่สเปคใหม่ล่าสุด แถมยังต้องมาใช้ iOS เวอร์ชันล่าสุดอีกด้วย ทำให้เครื่องเลยช้ากันไปใหญ่ ฉะนั้นถ้า


ถามว่า ไอโฟนs e เหมาะกับใคร เมื่อดูจุดเด่น และจุดแข็วในหลายๆ ด้านแล้ว ก็ต้องบอกว่าเหมาะกับคนที่อยากจะใช้ iphone ที่ได้สเปคล่าสุด แต่ไม่อยากเสียเงินระดับ 25,000 บาทขึ้นไป กลุ่มเป้าหมายที่คาดาการณ์ว่าเป็นกลุ่มหลักๆ ก็คือกลุ่มนักเรียน, นักศึกษา, กลุ่มผู้ที่อยากลองใช้ไอโฟนเป็นเครื่องแรก และกลุ่มผู้ที่อยากเปลี่ยนค่ายมาลองไอโฟนดู น่าจะเป็นกลุ่มหลักที่สนใจ เพราะทุกวันนี้กลุ่มนักเรียนนักศึกษาก็ยังใช้ iPhone 4s, 5, 5s, 5c กันอยู่ ซึ่งถ้าคิดว่าถึงเวลาลองเปลี่ยนดูก็ไม่เลวเหมือนกัน ซึ่งกลุ่มผู้ใช้นี้ ปัจจัยเรื่องหน้าจอที่เล็กกว่า การไม่มี 3D Touch หรือใช้ดีไซน์เดิม ก็ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคมากเท่าไหร่ เมื่อเทียบราคากับความคุ้มค่าแล้ว รวมถึงได้ใช้ระบบที่ดีอย่าง iOS ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะทีเดียว


จึงถือได้ว่า ไอโฟนs eจะเป็นมือถืออีกหนึ่งรุ่นที่น่ากลัวเลยทีเดียว เพราะจะได้มือถือที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ iPhone 6s หรือาจจะเท่ากันเลยก็เป็นได้ แต่ในราคาที่จับต้องได้มากกว่า

เทคนิคสุดล้ำสมัยกับเทคนิคการถ่ายรูปผ่านกล้อง Sony

sony

            ในปัจจุบันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากล้อง Mirrorless นั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง โดยเฉพาะกล้อง Mirrorless ของ “Sony” นั่นเอง และกล้องโซนี่รุ่นสุดเจ๋งที่มีกระแสตอบรับที่แรงแซงโค้งแบบที่เรียกได้ว่าไม่ว่าใครต่อใครก็ต้องนึกถึงกล้องมิลเลอร์เลสรุ่นนี้อย่างแน่นอน และเราเชื่อว่าบางคนก็ต้องรู้จักรุ่นนี้กันเป็นอย่างดีมากๆนั่นเองค่ะ แล้วกล้องตัวนั้นก็คือกล้อง Sony รุ่น A5100 นั่นเองค่ะ เชื่อว่าหลายๆคนคงคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี บางคนก็อาจจะมีคำถามและมีความสงสัยแล้วสินะคะว่าทำไมกล้องโซนี่รุ่น A5100 นั้นมีดีอะไร ทำไมกล้องมิลเลอร์เลสรุ่นนี้ถึงได้รับความนิยมกันอย่างทั่วบ้านทั่วเมืองแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุดได้ง่ายๆแบบนี้

               เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้จักกล้องโซนี่รุ่น  A5100 กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่ว่าก็คงมีมือใหม่สำหรับใครหลายๆคนที่พึ่งจะซื้อกล้องมิลเลอร์เลสตัวนี้ไปแล้วอาจจะยังมีการใช้งานที่ไม่ค่อยคล่องหรือไม่ค่อยที่จะรู้ข้อมูลรวมถึงเทคนิคกล้องโซนี่รุ่น  A5100 สักเท่าไหร่นัก หรือว่าหลายๆคนที่กำลังอยากมีกล้องมิลเลอร์เลสที่มีคุณภาพดีๆสักตัวแล้วแต่ยังมีความลังเลที่จะซื้ออยู่ หรือไม่รู้ว่าซื่อรุ่นไหนดียี่ห้อไหนดี วันนี้เราเลยจะมาแอบบอกข้อมูลเจ๋งๆว่าทำไมคุณถึงจะต้องมีกล้องโซนี่รุ่น  A5100 ที่ได้รับความนิยมแบบนี้อยู่ในมือ รวมถึงบอกเทคนิคดีๆสำหรับมือใหม่ของใครหลายคนที่กำลังหัดถ่ายรูปผ่านกล่อง Mirrorless ด้วยนะคะ

เทคนิคสุดล้ำสมัยกับเทคนิคการถ่ายรูปผ่านกล้อง Sony A5100

• การใช้งานหลักๆของกล้องโซนี่ A5100

   ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกล้อง Mirrorless รุ่น A5100 กันก่อนนะคะว่าการใช้งานแบบหลักๆนั้นมันเน้นการถ่ายรูปเซลฟี่นั่นเองค่ะ ซึ่งกล้องโซนี่ รุ่น A5100 นั้นมีขนาดที่พกพกสะดวก มีขนาดเล็กและไม่เทอะทะ เซนเซอร์ของกล้องโซนี่ รุ่น A5100 นั้นมีขนาด APS-C เลยนะคะ ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆก็คือกล้องโซนี่ รุ่น A5100 นั้นมีขนาดเล็กกว่ากล้องที่เป็น Full Frame หรือกล้อง Film 35mm ประมาณ 1.5 เท่าอีกค่ะ การันตีในเรื่องของไฟล์ภาพที่ต้องออกมาดีอย่างแน่นอน

• หน้าชัดหลังเบลอแต่ชัดเจน

   การถ่ายรูปแบบหน้าชัดหลังเบลอนั้นคงเป็นสิ่งที่อินเทรนด์ไม่ตกยุคเลยนะคะ บอกเลยว่าการถ่ายรูปในแนวนี้คงเป็นการถ่ายรูปที่ไม่น่าจะตกเทรนด์ได้ง่ายๆ และอยากบอกว่ากล้องโซนี่ รุ่น A5100 ก็ทำได้เช่นกันค่ะ ซึ่งหลักการถ่ายรูปแบบหน้าชัดหลังเบลอนั้นควรจะใช้โหมด M ค่ะ หรือไม่ก็ A และควรจะปรับขนาดของรูรับแสงกว้างๆเข้าไว้นะคะ ซึ่งค่ารูรับแสงที่ต่ำที่สุดของกล้องโซนี่ รุ่น A5100 นั่นจะอยู่ที่ 3.5 นั่นเอง ( รูรับแสงคือค่า F) รูปจะเบลอไม่มาก แต่ถ้าเราอยากได้เบลอแบบละลายเราก็สามารถที่จะซื้อเลนส์เพิ่มได้ค่ะ ซึ่งเลนส์ที่ทำหน้าชัดหลังเบลอของกล้องกล้องโซนี่ รุ่น A5100 นั้นจะมีอยู่สองตัว นั่นคือโซนี่ 35mm f1.8 ค่ะ อีกอันจะเป็นโซนี่ 50m f1.8 นั่นเองค่ะ

• อยากถ่ายหลายๆแนวต้องทำอย่างไร

   บางคนชอบถ่ายรูปธรรมชาติ อย่างเช่นทะเล ดอกไม้ ภูเขา น้ำตก ท้องฟ้า แต่บางคนชอบถ่ายเซลฟี่ บางคนชอบถ่าย Portrait หรือบางคนอาจจะชอบถ่ายบรรยากาศแสงไฟตอนกลางคืน อาจจะถ่ายพลุหรือดอกไม้ไฟก็ได้ แต่จริงๆแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลค่ะ หลายคนชอบกันหลายสไตล์ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติ ถ้าจะถามว่ากล้องโซนี่ รุ่น A5100 นั้นทำได้รึเปล่านั้นก็ต้องบอกเลยว่าทำได้ค่ะ แต่ต้องเลือกเลนส์ให้ถูกกับหมวดหมู่ในแบบที่เราอยากถ่าย และเราควรที่จะดูการใช้งานของเลนส์กล้องให้ตรงกับงานของเราด้วย และควรเลือกโหมดกับตั่งค่าให้มีความเหมาะสมและสัมพันธ์กับรูปแบบภาพที่เราจะถ่ายนั่นเองค่ะ ถ้าเราเลือกโหมดหมู่ให้เหมาะสมกับรูปที่เราจะถ่าย บอกเลยว่ารูปที่ถ่ายออกมานั้นจะมีความสวยถูกใจอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเราอยากถ่ายแนวไหน เราก็ต้องควรศึกษาให้ดีๆค่ะ

สะดวกสบายไปกับ acer swift 5

acer swift 5

            สมัยนี้เราก็คงไม่มีใครอยากจะถือโน๊ตบุ๊คแบบหนักๆกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ เพราะไม่ว่าเวลาที่เราจะต้องทำงานนอกสถานที่และยังต้องถือโน๊ตบุ๊คไปทำงานตามนอกสถานที่ต่างๆนั้นอีก ไม่ว่าจะไปคุยงานตามบริษัทต่างๆหรือไปพบปะลูกค้า ถือโน๊ตบุ๊คไป Present งาน หรือเอางานมาทำกับทีมที่บริษัทก็ตาม ทุกอย่างมักจะเน้นการทำงานผ่านโน๊ตบุ๊คเป็นหลัก และถ้ามันจะดีมากถ้าโน๊ตบุ๊คที่ใช้ทำงานนั้นมีการอำนวยความสะดวกสบายในการพกพาและง่ายต่อการใช้งาน รวมถึงการเคลื่อนย้ายได้ง่ายและไม่ยุ่งยาก ซึ่ง acer ได้ส่ง acer swift 5ที่ตอบโจทย์Lifestyleในรูปแบบนี้ให้กับหนุ่มๆสาวๆวัยทำงานกันอย่างโดยเฉพาะ

               บอกเลยว่าในปี 2019 นั้นที่ acer ได้เปิดตัวโน๊ตบุ๊ค acer swift 5 มานั้นมันทำให้รู้ว่ากระแสตอบรับที่ตอบกลับมานั้นดีเกินคาด และเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมาก คุณสมบัติพิเศษที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดคงหนีไม่พ้นในเรื่องของน้ำหนักที่เบาหวิวของโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้นั่นเองค่ะ หลายๆคนคงทราบดีกันมาตลอดว่าทาง Acer นั้นมีการพัฒนาและนำเสนอโน๊ตบุ๊คที่ตอบโจทย์ของคนในปัจจุบันนี้กันมาโดยตลอดแบบไม่มีหยุดในเรื่องของความเจ๋งของโน๊ตบุ๊คที่มีคุณภาพล้ำสมัย แถมน้ำหนักของตัวเครื่องนั้นไม่ถึงหนึ่งกิโลกรัมอีกด้วยค่ะ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าวิวัฒนาการของ acer นั้นสุดยอดจริงๆค่ะ

               ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เราจะไม่พลาดที่จะมานำเสนอโน๊ตบุ๊คที่มีความพิเศษและโดดเด่นไม่เหมือนใคร และน้ำหนักที่เบาหวิวแบบที่ไม่เคยได้สัมผัสจากที่ไหนมาก่อน เราจะมัวรออะไรกันอยู่ล่ะคะ ไปดูข้อมูลเจ๋งๆของเจ้าโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ไปพร้อมๆกันดีกว่า

               คุณสมบัติพิเศษที่เหนือชั้นของ acer swift 5

• เบาหวิวไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน

            ทันทีที่ทาง Acer ได้เปิดตัวโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ขึ้นมาในปี 2019 นั้น บอกเลยว่าต้องตกตะลึงถึงน้ำหนักของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ เราเชื่อว่าคงไม่เคยมีใครคิดว่าจะมีโน๊ตบุ๊คที่เบาหวิวและเสป็กดีขนาดนี้อยู่บนโลก เนื่องด้วยน้ำหนักที่ไม่ถึงหนึ่งกิโลกรัมนั่นเองที่เป็นจุดเด่นของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ บอกเลยว่ามีความบางเฉียบและงดงาม เมื่อไหร่ที่คุณสมผัสกับโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ คุณจะรู้สึกถึงความคล่องตัวและความสบาย เนื่องจากตัวเครื่องนั้นทำด้วยโลหะผสมแมกนีเซียมลิเทียมและแมกนีเซียมอลูมิเนียมที่ก่อให้เกิดเป็นโน๊ตบุ๊คที่มีความแข็งแรงทนทานแต่น้ำหนักเบาอย่างไม่น่าเชื่อนั่นเองค่ะ ซึ่งการดีไซน์ของโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ที่มีความตั้งใจที่จะดีไซน์โลหะให้ออกมาเพียวบางและเรียบง่ายนั่นเอง

• ประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งของจอแสดงผล

               Acer ได้ทำโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้มาเพื่อเน้นความเบาสบายแบบโดยเฉพาะ เพราแบบนี้ Acer จึงได้ทำจอแสดงผลที่เพิ่มประสิทธิภาพแบบ IPS FHD ที่มีขนาด 15.6 นิ้วขึ้นมา ขอบอกเลยว่าจอนั้นเพียวบางน่าสัมผัสมากๆ เพราะขอบจอของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้นั้นมีความบางเพียง 5.87 มิลลิเมตร ด้วยความบางของจอนั้นเราจะเห็นว่ามีพื้นที่ของหน้าจอที่มากขึ้นในขณะที่ตัวเครื่องนั้นมีความเล็กลงนั่นเองค่ะ ด้วยจอที่บางเฉียบแบบนี้จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับสีสันบนจออย่างแน่นอน บอกเลยว่าสีของหน้าจอที่คุณเห็นนั้นจะมีความคมชัดที่เพิ่มขึ้นถึง 100 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงความสว่างนั้น 300 nits เลยนะคะ และเมนูนั้นมีความใช้งานง่ายแถมจอยังสัมผัสได้อีกด้วย

• พลังงานที่เต็มเปี่ยม

               สำหรับระบบประมวลผลของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จะมีรบบประมวลผล 8 Gen Intel Corei7 ระบบประมวลผล intel ที่ทำให้โน๊ตบุ๊คของเรานั้นแอปโหลดได้รวดเร็วขึ้น ไม่ว่าเราจะทำงานหลายๆอย่างแค่ไหนก็ไม่มีค้างอย่างแน่นอน ลื่นไหลและไม่เกิดความหน่วง และ PCle SSD นั้นจะได้เวลาที่มีตอบสนองรวดเร็วกว่า HDD ทั่วไปถึง 30 เท่าเลยนะคะ

• หายห่วงกับการเชื่อมต่อ

               ใครที่เคยมีปัญหาในเรื่องของการเชื่อมต่อนั้น ต้องขอบอกเลยว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้มีการรักษาสัญญานแบบไร้สายและมีความแรงที่สม่ำเสมอด้วย Gigabit Wi-Fi ที่มีความล้ำสมัยและก้าวหน้า การันตีในเรื่องของประสิทธิภาพความเร็วของระบบไร้สายแบบเดิมถึงห้าเท่า บอกเลยว่าเร็วมากๆเลยนะคะ อาจจะเป็นเพราะว่าเทคโนโลยีไร้สายรุ่นใหม่และการจัดวางของเสาอากาสนั้นมีความเป็นระบบนั่นเองค่ะ

Samsung j7 pro หน้าชัดหลังละลาย

samsung j7 pro

               สมัยนี้เทรนด์การถ่ายรูปในปัจจุบันนั้นมีเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ การถ่ายรูปแบบ Portrait หรือถ่ายรูปตาม Style ความชอบส่วนตัวที่ไม่เหมือนใคร แต่การถ่ายรูปที่ฮิตติดเทรนด์ในขณะนี้ที่เราจะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ นั่นคือเทรนด์การถ่ายรูปแบบหน้าชัดหลังละลายที่ไม่ว่าใครก็ต่างชื่นชอบกับการถ่ายรูปแนวนี้กันทั้งนั้นค่ะ ปกติการถ่ายรูปหน้าชัดหลังละลายก็คงมีแต่กล้องเท่านั้นที่ถ่ายรูปแบบนั้นได้ แต่เมื่อไม่นานมานี้เราได้ค้นพบโทรศัพท์มือถือ “samsung j7 pro” ที่มีคุณสมบัติการถ่ายรูปที่ฮิตติดเทรนด์ที่สามารถถ่ายรูปภาพหน้าชัดหลังละลายได้อยู่ในขณะนี้

               การเปิดตัวโทรศัพท์มือถืออย่าง samsung j7 pro ที่ออกมานั้นได้เปลี่ยนโฉมจากรูปแบบตระกูล J โดยสิ้นเชิงเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการดีไซน์ รวมถึงในเรื่องของวัตถุ ขอบอกเลยว่าใครที่ชื่นชอบการถ่ายรูปนั้นจะต้องถูกใจโทรศัพท์มือถือซัมซุงรุ่นนี้อย่างแน่นอน วันนี้เราเลยจะมานำเสนอว่าจุดเด่นที่คุณจะซื้อซัมซุงรุ่นนี้นั้นมีอะไรบ้าง

     จุดเด่นของ samsung j7 pro ที่คุณจะต้องรู้

• สะดุดตากับความสวยงาม

   เป็นการเปิดตัวที่ไม่ธรรมดาเลยนะคะสำหรับโทรศัพท์มือถือรุ่น SAMSUNG GalaxyJ7 นี้ที่ถูกออกแบบให้ดูหรูหราและสะดุดตาในทุกมุมมอง บอกเลยว่าใครที่ชอบความเรียบหรูนั้น SAMSUNG GalaxyJ7 ตอบโจทย์แน่นอนค่ะ สไตล์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนสไตล์ที่สร้างสรรค์ในทุกองศา รวมถึงกล้องของ SAMSUNG GalaxyJ7 นั้นมีความเรียงในระนาบเดียวกันซึ่งการเรียงกันอย่างเป็นระนาบนั้นจะช่วยให้ดูมีความกลมกลืนอย่างสวยงามนั่นเองค่ะ หน้าจอของ SAMSUNG GalaxyJ7 นั้นแสดงผลด้วย FHD Super AMOLED ที่มีขนาด 5.5 นิ้วเลยนะคะ ขอบอกเลยว่ามีประสิทธิภาพในทุกๆรายละเอียดอย่างแน่นอน

• เล่นได้หลายจอ ไหลลื่นไม่มีสะดุด

   นี่เป็นคุณสมบัติที่น่าจับตามองสำหรับคนที่ชอบทำอะไรหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน ซึ่ง SAMSUNG GalaxyJ7 นั้นสามารถทำหลายกิจกรรมบนหน้าจอเดียวกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการแชทกับเพื่อนพร้อมๆกับการดูหนังไปด้วย หรือไม่คุณอาจจะดูการแข่งขันกีฬาอย่างเช่นการดูกีฬาถ่ายทอดสดฟุตบอลทีมโปรดพร้อมกับการพิมเชียร์ในเว็บบอร์ด บอกเลยว่าอำนวยความสะดวกสบายแบบสุดๆไปเลยค่ะ เพราะว่า SAMSUNG GalaxyJ7 นั้นมี Multi – Window ที่มีความสามารถที่ทำกิจกรรมหลายๆอย่างพร้อมกันได้ และอำนวยความสะดวกสำหรับคนที่ชื่นชอบในการเปิดสองจอไปพร้อมกันนั่นเองค่ะ บอกเลยว่าเราไม่ต้องเสียเวลาในการเปิดจอแบบสลับไปสลับมาให้เสียอรรถรสในการทำกิจกรรมมือถือ ซึ่งนอกจากนี้เรายังสามารถที่จะสนุกได้มากขึ้นกับการที่มี Pop Up Wondow ที่เราสามารถเปิดหน้าจอพร้อมกันได้สูงสุดถึง 5 จอเลยนะคะทุกคน

• หน้าชัดหลังละลาย

   ปฏิเสธไม่ได้ว่าSAMSUNG GalaxyJ7 สามารถถ่ายรูปแบบหน้าชัดหลังละลายได้อย่างสวยงามโดยการใช้โหมดถ่ายรูปที่ชื่อว่าเซลฟี่โฟกัสนั่นเองค่ะ คุณสามารถถ่ายรูปแนวหน้าชัดหลังละลายได้ผ่านจากกล้องหน้านะคะ และไม่ว่าท้องฟ้าจะมืดขนาดไหนนั้นก็ไม่ต้องกังวลเพราะ SAMSUNG GalaxyJ7 นั้นมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถถ่ายรูปในที่ๆมีแสงน้อยๆได้อย่างสบายมาก เพราะมีฟีเจอร์เซลฟี่แฟลชที่เป็นฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของโทรศัพท์มือถือซัมซุงนั่นเองค่ะ ซึ่งฟีเจอร์นี้สามารถกระจายแสงจากหน้าจอพร้อม LED แฟลชได้เลยนะคะ บอกเลยว่าจะช่วยทำให้ภาพที่ได้ออกมานั้นมีความสว่างอย่างแน่นอน แถมเก็บทุกรายละเอียดคล้ายๆกับว่าเหมือนมีไฟสปอร์ตไลท์แบบส่วนตัวกันเลยทีเดียว และความสว่างของภาพที่เราได้นั้นจะสว่างทั้งด้านหน้าและบรรยากาศด้านหลังด้วยนะคะ บอกเลยว่ารูปภาพที่ออกมานั้นจะดูสวย โดดเด่น และสวยงามเหนือใคร SAMSUNG GalaxyJ7 มีกล้องหลังที่มีความละเอียดถึง 13 MP เลยค่ะ ส่วนรูรับแสงนั้นมีความกว่างสุด F 1.7นั่นเอง

• ความไวของเครื่องไม่มีสะดุด

   SAMSUNG GalaxyJ7 นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของความมีประสิทธิภาพในเรื่องของการทำงานอย่างรวดเร็วและลื่นไหล ด้วยความที่ SAMSUNG GalaxyJ7 ตัวนี้มี Ram ที่ให้มา 3 GB รวมถึงหน่วยความจำภายใน 32 GB ถ้าความจุนี้ยังไม่จุใจนั้น เราสามารถขยายหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 256 GB เลยนะคะ ใครที่ขอบเก็บไฟล์พวกภาพถ่ายรวมถึงวีดีโอนั้นจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

แนะนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่สำคัญ

acer

อุปกรณ์ภายในสำนักงานถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะอุปกรณ์สำนักงานทั้งหลายจะช่วยให้เราทำงานได้สะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนี้ อุปกรณ์เหล่านั้นยังแสดงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและส่งเสริมภาพลักษณ์ของบริษัทได้อีกด้วย  ซึ่งปัจจุบันก็มีด้วยกันหลากหลายยี่ห้อ เช่น acer , Brother, Samsung , Hp , Dell และอีกมากมาย

อุปกรณ์ภายในออฟฟิตที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยคือจำพวกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น จอคอมพิวเตอร์ Notebook เนื่องจากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชนิดนี้ได้มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ยุคที่จอคอมพิวเตอร์ยังไม่สามารถที่จะแสดงกราฟฟิกและสีสันได้เหมือนกับทุกวันนี้ ยังเป็นแค่เพียงตัวหนังสือสีขาว พื้นหลังสีดำเท่านั้น หลังจากที่มีการพัฒนาโปรแกรมที่ตอบสนองการใช้งานกราฟฟิกมากยิ่งขึ้นจอแสดงผลก็มีการพัฒนาให้สอดคล้องกับโปรแกรมและเทคโนโลยีในการแสดงผลเพื่อให้ภาพและกราฟฟิกที่ออกมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์มีความสมจริงมากที่สุด

อาทิ acer จอมอนิเตอร์ IPS PANEL รุ่น R251BID อีกหนึ่งคุณภาพเยี่ยมภายใต้แบรนด์ชั้นนำอย่าง ที่มาพร้อมการออกแบบในสไตล์โมเดิร์น โดย acer รุ่นนี้พร้อมให้คุณสัมผัสสุดยอดความบันเทิง เข้าถึงโปรแกรม วิดีโอ และเพลงอย่างฉับไว เพลิดเพลินกับโปรแกรมที่ยอดเยี่ยม เชื่อมต่อกับโซเชียล คมชัดด้วยการแสดงภาพแบบ Full HD

หรือแม้กระทั่งปรินท์เตอร์ สแกนเนอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร ก็จำเป็นที่ต้องอยู่ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำเป็น  เนื่องจากปรินท์เตอร์และสแกนเนอร์คืออุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ สมบูรณ์แบบมากขึ้น การเลือกซื้อควรต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษเพราะอุปกรณ์เหล่านี้มีราคาสูงพอสมควร

ควรคำนึงถึงรูปแบบการใช้งาน ถ้าใช้งานมากและเป็นประจำควรเลือกแบบที่เหมาะสมกับการใช้งานในออฟฟิศมากกว่าสำหรับการใช้งานส่วนบุคคล ซึ่งปัจจุบันบางยี่ห้อได้ผลิตเครื่องรุ่นที่รวมคุณสมบัติของเครื่องปรินท์เตอร์กับสแกนเนอร์ให้กลายเป็นเครื่องเดียวกัน ทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก

สำหรับเครื่องถ่ายเอกสาร หากธุรกิจยังขนาดไม่ใหญ่มากนัก ก็ยังไม่จำเป็นต้องลงทุน เพราะเครื่องถ่ายเอกสารมีราคาสูงมาก เราอาจใช้เครื่องสแกนและเครื่องปรินท์เตอร์ทดแทนไปก่อนได้ แต่หากธุรกิจมีขนาดใหญ่หรือมีความจำเป็นต้องใช้งานเป็นประจำและเป็นจำนวนมาก ก็อาจเช่าจากตัวแทนก็ได้ เพราะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้เยอะทีเดียว

โดยทางเพาเวอร์บายออนไลน์ ก็มีปรินท์เตอร์หลายรุ่นที่อยากจะแนะนำ ได้แก่ HP ปริ้นเตอร์ Multi Inkjet 3 in 1 DeskJet รุ่น ADV2135 เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นระบบอิงค์เจ็ทสีและขาวดำ ดีไซน์ทันสมัย ให้การใช้งานที่สะดวกรวดเร็วด้วยฟังก์ชั่นหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์ ถ่ายเอกสารและสแกน ก็สามารถทำได้ง่ายในเครื่องเดียว

ให้งานพิมพ์คมชัด มีประสิทธิภาพด้วยความเร็วในการพิมพ์ขาวดำและพิมพ์สีสูง พร้อมรองรับการใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็วด้วยฟังก์ชั่นหลากหลาย พร้อมประหยัดหมึกและพลังงาน ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด ประหยัดพื้นที่ในการวางแม้ในพื้นที่จำกัด เช่น ออฟฟิตขนาดเล็ก สามารถเชื่อมต่อการใช้งานได้ง่ายดายผ่านสาย USB กับ Computer

Brother ปริ้นเตอร์เลเซอร์ รุ่น HL-3170CDW เป็นปริ้นเตอร์เลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย เหมาะสำหรับใช้ในออฟฟิตหรือใช้ที่บ้าน มีคุณสมบัติในการพิมพ์ที่รวดเร็ว เชื่อถือได้และพิมพ์ได้สูงสุด 22 แผ่นต่อนาทีและการพิมพ์สองหน้าอัตโนมัติสำหรับการจัดทำเอกสารสองหน้าแบบมืออาชีพ

ผู้ใช้สามารถแชร์การใช้งานผ่านเครือข่าย Wireless 802.11b / g / n หรืออินเทอร์เฟซ Ethernet ที่ติดตั้งมาให้ภายในเครื่อง และพิมพ์แบบไร้สายจากโทรศัพท์มือถือผ่าน AirPrint ™, Google Cloud Print ™และ Brother ™ iPrint & Scan

นอกจากนี้ ยังมีการจัดการกระดาษแบบยืดหยุ่นและเลือกตลับหมึกสีคุณภาพสูงอีกด้วย CANON ปริ้นเตอร์ มัลติฟังก์ชั่น 3 IN 1 รุ่น E3170 สุดยอดเครื่องพิมพ์ที่ครบครันทุกฟังก์ชันการพิมพ์งาน ไม่ว่าจะพิมพ์ ถ่ายเอกสารหรือสแกน เครื่องพิมพ์ที่ได้มาตรฐานให้ได้งานที่น่าประทับใจ มีคุณภาพและความเร็วที่ดีเยี่ยม

สีสันคมชัดและมีความละเอียดสูง มีความเร็วพิมพ์ขาวดำ 7.7 IPM,ความเร็วพิมพ์สี 4 IPM, ความเร็วถ่ายขาวดำ IPM18 IPM ความเร็วในการถ่ายสี 18 IPM พร้อมใช้งานกับกระดาษไซส์ต่างๆ เหมาะกับออฟฟิตทุกขนาดหรือใช้งานที่บ้านก็ได้เช่นกัน

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่อมา คือเครื่องมือสื่อสารอย่างโทรศัพท์หรือว่าแฟกซ์ ที่มีจำเป็นมากสำหรับสำนักงานต่างๆ ซึ่งการเลือกซื้อโทรศัพท์ดูไม่น่ามีปัญหาสักเท่าไร แต่การเลือกเครื่องส่งแฟกซ์อาจจะยากกว่าเสียหน่อย ควรพิจารณาดูขอบเขตและความสามารถในการใช้งานว่าตอบสนองต่อความต้องการได้ มากขนาดไหน และราคาไม่แพงจนเกินไปนัก

สิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษคือการรับประกันและบริการหลังการขาย เพราะสินค้าพวกนี้มีอายุการใช้งาน และเมื่อถึงเวลาอาจต้องส่งไปซ่อม เราจึงควรใส่ใจการรับประกันและบริการหลังการขายมากเป็นพิเศษ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแอร์ที่หลายคนอาจมองข้าม

"ราคาแอร์บ้าน"

          เครื่องปรับอากาศในบ้านหรือว่าแอร์ที่เราเรียกกันติดปากนั้นถือว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ติดบ้านคนไทยรุ่นใหม่เลยก็ว่าได้เพราะว่าด้วยสภาพอากาศที่ร้อนมากมายขึ้นทุกวันแม้กระทั่งพัดลมก็เอาไม่อยู่ ประกอบกับ“ราคาแอร์บ้าน”ในปัจจุบันนั้นไม่แพงเหมือนกับอดีตแล้ว ดังนั้นจึงเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขายดีอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย

          แต่รู้หรือเปล่าว่าแอร์ที่เราติดตั้งอยู่ที่บ้านนั้นยังมีอีกหลายอย่างที่เราไม่รู้มาก่อนทั้งเรื่องที่มาที่ไปหรือเรื่องการดูแลรักษาอย่างละเอียด เราจะมานำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจของแอร์ให้ทุกท่านได้ทราบกัน

               ประวัติของแอร์หรือเครื่องปรับอากาศที่มีขึ้นในโลกนั้นเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1902 ที่เมือง Buffalo ใน New York ประเทศสหรัฐอเมริกา และการเกิดขึ้นครั้งแรกก็อาจจะแตกต่างจากที่หลายคนคิดแน่ ๆ เพราะว่าเริ่มต้นมาจากโรงพิมพ์หนึ่งที่มีปัญหาในด้านความชื้นในอากาศจนมีปัญหาทำให้พิมพ์ภาพสีต่าง ๆ ออกมาไม่ได้ตามต้องการ

          วิลลิส ฮาวีย์แลนด์ แคร์เรียร์ ซึ่งเป็นวิศวกรก็ถูกปรึกษาให้มาแก้ปัญหาดังกล่าว ขณะที่เขากำลังคิดแก้ปัญหาอยู่และมีโอกาสได้ไปยืนอยู่ที่สถานีรถไฟในช่วงที่หมอกลงจัดทำให้คิดว่าหมอกคือกระบวนการที่ไอน้ำจับตัวกันเมื่ออากาศเย็นลง ถ้าจะลดความชื้นในอากาศก็ต้องทำให้ความชื้นจับตัวกันและกลายเป็นน้ำ ดังนั้นจึงนำวิธีการดังกล่าวไปใช้แก้ปัญหาความชื้นในโรงพิมพ์ด้วยการสร้างเครื่องปรับอากาศ หรือ แอร์ ขึ้นมาใช้ในโรงงาน ซึ่งสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี จนได้รับการจดสิทธิบัตรในปี คศ.1906

          ต่อมาสิ่งประดิษฐชนิดนี้ได้รับการพัฒนาให้สามารถสร้างความเย็นให้กับที่อยู่อาศัยได้ภายใต้บริษัทที่เขาสร้างขึ้นเองอย่าง Carrier Engineering Corporation ซึ่งปัจจุบันก็หันมาผลิตเครื่องปรับอากาศยี่ห้อ Carrier (แคร์เรียร์) ที่ใช้กันในปัจจุบันตามบ้านเรือนทั่วโลกนั่นเอง ซึ่ง Carrier ถือว่าเป็นแอร์บ้านแบรนด์แรกของโลกเลยทีเดียว“ราคาแอร์บ้าน”ของแบรนด์นี้ก็มีหลากหลาย

          ประเภทของแอร์บ้านในปัจจุบันนั้นมีดังนี้

          1. แบบติดผนัง

          เป็นแบบที่นิยมใช้กันตามบ้านและที่พักอาศัยมากที่สุดหาซื้อได้ง่ายตามตัวแทนจำหน่ายทั่วไป มีดีไซน์ที่ทันสมัย สามารถไปอยู่ในห้องต่าง ๆ ได้อย่างแนบเนียน มีให้เลือกหลากหลายรุ่นและหลายสเปค ทำงานได้เงียบและติดตั้งง่าย แต่ว่าก็ไม่ค่อยเหมาะกับการทำงานหนักเท่าไหร่เพราะมีขนาดตัวเครื่องที่เล็กราคาแอร์บ้านแบบนี้ก็ไม่แพง

          2. แบบตั้งแขวน

          เหมาะกับพื้นที่ทั้งในบ้านและในห้องประชุมต่าง ๆ เพราะว่าสามารถเลือกได้ว่าจะนำไปวางในรูปแบบใด ทั้งแบบตั้งพื้นและแบบแขวนเพดาน สามารถใช้งานได้หลากหลายมุมของบ้านและสถานที่ โครงสร้างการระบายลมทำได้ดี แต่ว่าก็มีรุ่นให้เลือกไม่มากนัก

          3. แบบตู้ตั้งพื้น

          หลายคนคงจะคุ้นตากันในร้านอาหารหรือในร้านค้าที่มีขนาดใหญ่ หรือสถานที่ที่มีคนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา มีลักษณะเป็นตู้สูงหนา มีกำลังแรงลมสูง ข้อดีคือติดตั้งง่ายโดยตั้งไว้กับพื้นได้เลยไม่ต้องเชื่อมกับอะไร ทั้งยังทำความเย็นได้มากและรวดเร็วเพราะเส้นผ่าศูนย์กลางพัดลมที่ค่อนข้างใหญ่ แต่ว่าก็เสียพื้นที่ใช้สอยมากเลยทีเดียวด้วยขนาดนั่นเอง

          4. แบบติดบนเพดาน

          สำหรับพื้นที่หรืออาคารที่ไม่ต้องการให้มีแอร์มาตั้งก็ต้องเป็นแบบฝังเพดานเลย โดยตัวเครื่องจะฝังอยู่ใต้เพดานด้านบน แต่ว่าก็ติดตั้งยากและดูแลรักษาได้ค่อนข้างยาก

          5. แบบเคลื่อนที่ได้

          แอร์ประเภทนี้ได้รับความนิยมในช่วงหลังมาก เพราะว่าไม่ต้องทำการติดตั้ง สามารถเคลื่อนย้ายด้วยการเข็นไปได้ทุกที่อยากทำความเย็นตรงไหนก็เสียบปลั๊กได้เลยทันที มีข้อดีคือขนาดที่กะทัดรัด แต่ว่าก็ใช้ได้ในสถานที่ค่อนข้างจำกัดเพราะว่ามีตัวเครื่องที่เล็ก และไม่สามารถที่จะใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานได้ ราคาแอร์บ้านแบบเคลื่อนที่ก็ไม่แพงแล้วเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน

          และเมื่อใช้กันไปนาน ๆ ก็ควรทำความสะอาดหรือทำการล้างแอร์เป็นประจำอย่างน้อยเดือนละครั้ง เริ่มจากที่ตัดไฟเบรกเกอร์ ถอดฟิลเตอร์ออกด้วยน้ำและนำไปผึ่งไว้ ดูดฝุ่นที่แผงคอยล์แล้วฉักสเปย์โฟมที่ใช้ล้างแอร์ ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงและประกอบแอร์เข้าที่เดิม

          เมื่อยกเบรกเกอร์ขึ้นแล้วก็เปิดโหมดการทำงานแบบพัดลมไว้ประมาณ 45 นาทีเพื่อทำความสะอาดแผงคอยล์ไว้เป็นขั้นตอนสุดท้าย

          แอร์บ้านถือเป็นอุปกรณ์ใกล้ตัวที่มีหลายสิ่งที่คุณอาจยังไม่รู้อย่างประวัติ ประเภท และวิธีการดูแลรักษา เราก็นำมาให้ทุกท่านได้รู้กันแล้ว หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ