ความโดดเด่นของไอโฟน 8 ที่คุณจะต้องรู้

iPhone 8

               สิ้นสุดการรอคอยกับการเปิดตัว “iPhone 8” ที่มาพร้อมกับการดีไซน์ที่ดูไม่ค่อยจะแตกต่างจาก iPhone 7 กันสักเท่าไหร่นัก แต่ความเก๋าความใหม่ของเจ้าไอโฟนรุ่นก็ต้อมีดีและมีลูกเล่นเด็ดๆที่มากกว่าไอโฟนรุ่นก่อนหน้านี้อย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งจุดเด่นของ iPhone 8 ที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คงเป็นเรื่องของวัสดุ ซึ่งวัสดุด้านหลังนั้นถูกเปลี่ยนจากวัสดุอะลูมิเนียมเป็นกระจกอันหรูหราแทนนั่นเองค่ะ ที่ต้องเปลี่ยนวัสดุต่างไปจากเดิมก็เพื่อที่ให้รองรับระบบชาร์จแบบไร้สาย

               iPhone 8 นั้นยังคงมีขนาดจอเท่าเดิม แต่ภายใต้จอที่มีขนาดเดิมนั้นกลับมาพร้อมนวัตกรรมภายในจอที่ได้เป็นจอแบบ Retina HD ที่มีเทคโนโลยี True Tone พร้อมกับการปรับหน้าจอไอโฟนให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมรอบๆ และสีของจอนั้นมีตัวรองรับ Wide Color Gamut ที่ทำให้สีของหน้าจอนั้นแสดงออกมาเป็นสีที่สมจริง และทำให้สีที่ปราฏออกมานั้นมีความสดมากยิ่งขึ้น และในเรื่องของลำโพงนั้นได้ถูกพัฒนาให้เป็นเสียงแบบสเตอริโอที่มีความดังขึ้นถึง 25 เปอร์เซ็นต์กันเลยทีเดียวค่ะ แถมมีเบสที่ลึกขึ้นอีกด้วย

               ชิพของไอโฟน 8 นั้นจะเป็นชิพ Apple A11 Bionic โดยจะเป็นซีพียูแบบหกคอร์เลยนะคะ โดยที่ Performance Core สองตัวที่ต้องบอกเลยว่ามีความเร็วขึ้นแน่นอน ถ้าเทียบความแรงเป็นเปอร์เซ็นต์นั้นก็คงบอกได้เลยว่าเร็วกว่าเดิม 25 เปอร์เซ็นต์ และ Efficiency Core สี่ตัว และแน่นอนค่ะว่าเพิ่มความเร็วให้กับเจ้าไอโฟนเครื่องนี้ที่มากกว่าเดิมถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเยอะมากๆเลยนะคะกับการพัฒนาในเรื่องของชิพ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชิพ Apple A11 Bionic นี้ถึงมีประสิทธิภาพรวมถึงมีการประหยัดพลังงานที่ดีอีกด้วยนะคะ และในเรื่องของจีพียูที่เป็นแบบสามคอร์ที่ช่วยให้ประสิทธิภาพของกราฟฟิกให้มีความเร็วขึ้นอีก 30 เปอร์เซ็นต์ บอกเลยว่าชิพเหล่านี้จะช่วยให้เครื่องประมวลให้ระบบ Machine Learning และ AR หรือ  ( Augmented reality) รวมถึงเกมที่เป็นแบบสามมิติที่จะมีความสามารถในการทำงานได้ดีกว่าเดิม

               เรื่องที่เราจะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบในการถ่ายรูปคงจะตั้งใจเฝ้ารอเจ้าไอโฟน 8 กันอย่างตื่นเต้น เพราะรอลุ้นว่ากล้องนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงแปลงมากน้อยแค่ไหน และแน่นอนค่ะว่าไอโฟน 8 มาพร้อมกล้อง 12 ล้านพิกเซล และที่สำคัญ!!!ไอโฟน 8 นั้นมาพร้อมกับระบบเซนเซอร์ที่มีความเร็วกว่าและใหญ่กว่า ซึ่งมีการพัฒนา Image Signal Processor ที่พัฒนาโดย Apple นั่นเองค่ะ ซึ่งความสามารถที่โดดเด่นอีกขั้นก็คือมีการประมวลพิกเซลขั้นสูง และมีออโต้โฟกัสที่มีความเร็วแม้ในตอนที่มีแสงน้อยก็ตาม ในส่วนในเรื่องของภาพถ่าย HDR นั้นดียิ่งขึ้น มี True Tone Flash ที่ใช้แอลอีดีสี่ตัวกันเลยทีเดียว มาพร้อมระบบ Slow Sync เพื่อที่จะให้แสงทั้งหลังฉากและหน้าฉากนั้นดีมากขึ้น ภาพที่จะออกมานั้นจะมีความเป็นชีวิตชีวา เรียกได้ว่าสีที่ออกมานั้นมีความสมจริง รวมถึงมีรายละเอียดที่มากขึ้นอีกด้วย

               และฟีเจอร์ที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ คงจะเป็นฟีเจอร์ Portrait Lighting ที่ใช้กล้องคู่ในการที่จะระบุฉากเพื่อที่จะสร้าง Depth Map และเพื่อที่จะแยก Subject ให้ออกจากพื้นหลัง และใช้ Machine Learning เพื่อที่จะสร้าง Facial Landmark และจัดแสงแค่เฉพาะหน้าคนเท่านั้นนะคะ ซึ้งทั้งหมดที่อธิบายมาจะเกิดขึ้นในแบบเรียลไทม์ และกล้องของไอโฟนเครื่องนี้มีการรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K อีกด้วย ซึ่งกล้องใหม่ของไอโฟนรุ่นนี้ยังสามารถที่จะใช้งานกับ AR หรือ  ( Augmented reality) ได้ดีกว่าเดิมมากขึ้น

               ที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ในเรื่องของการถูกเปลี่ยนจากวัสดุอะลูมิเนียมเป็นกระจกนั้นก็เพื่อที่จะรองรับระบบชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายนั่นเอง ซึ่งจะใช้มาตรฐานของ Qi นั่นหมายความว่าไอโฟนนั้นสามารถใช้งานกับที่ชาร์จที่มีการรับรองของ Qi ที่มีขายตามทั่วไปได้ทันที

               มาถึงตอนนี้หลายคนคงสนใจและเห็นจุดเด่นของไอโฟน 8 กันแล้ว ขอบอกเลยว่าใครที่ชอบความลื่นไหลนั้นจะต้องชอบไอโฟน 8 และอยากได้ไอโฟนเครื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะไฮไลท์ที่ออกมานั้นมีลูกเล่นเยอะกว่าไอโฟนรุ่นก่อนหน้านี้ แม้ว่ารูปร่างลักษณะของเครื่องไอโฟนอาจจะไม่มีความแตกต่างกันมากนะ แต่ประสิทธิภาพของการทำงานรวมถึงการประมวลผลนั้นดีขึ้นกว่าแน่นอนค่ะ

กล้องติดรถยนต์ที่ควรค่าแก่การมีใช้

กล้องติดรถยนต์

“ กล้องติดรถยนต์ ” คือกล้องขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกับรถยนต์ และจะทำงานด้วยการบันทึกภาพวิดีโออัตโนมัติทันทีที่เครื่องยนต์ถูกสตาร์ท โดยในตัวเครื่องจะมาพร้อมกับหน่วยความจำแบบบิวท์อินและทำการอัดวิดีโอแบบวนทับไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น สามารถมั่นใจได้ทันทีว่าภาพวิดีโอในช่วงเวลานั้นจะถูกบันทึกไว้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการติดกล้องรถยนต์จะไม่ช่วยให้เบี้ยประกันภัยรถยนต์ ถูกลง แต่ภาพวิดีโอที่บันทึกได้จากกล้อง ติดรถยนต์นั้นจะเป็นประโยชน์มากในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เกิดอุบัติเหตุและต้องมีการเรียกร้องค่าเสียหายนั่นเอง ในประเทศสิงคโปร์นั้น บริษัทผู้ให้บริการรถแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุด ทุ่มงบติดกล้อง ติดรถยนต์แก่แท็กซี่ของบริษัททุกคันเป็นจำนวน 16,600 คัน เพื่อต้องการมีหลักฐานหากเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้น ส่วนในบางประเทศ บริษัทประกันภัยรถยนต์เริ่มมีการลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์แก่ผู้ใช้รถยนต์ลง หากมีการติดตั้งกล้อง ติดรถยนต์ ตัวอย่าง เช่น AXA ในสหราชอาณาจักร ลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ลงร้อยละ 10 หากผู้ใช้ติดตั้งกล้อง ติดรถยนต์ในรถของพวกเขา และทำการซื้อประกันภัยรถยนต์กับ AXA โดยตรง ทั้งนี้ กล้อง ติดรถยนต์รุ่นทั่วๆ ไปนั้นสนนราคาอยู่ที่ราว 200-230 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,800 – 7,820 บาท โดยผู้ขับขี่สามารถกดบันทึกได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ วิดีโอในช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุนั้น กล้องจะทำการเก็บบันทึกภาพในช่วงเวลานั้นโดยอัตโนมัติอีกด้วย

ประโยชน์จากกล้องติดรถยนต์สามารถแบ่งออกเป็นข้อๆ ได้ ดังนี้

1.พยานปากสำคัญเมื่อเกิดอุบัติเหตุ: เมื่อทันทีที่รถเก๋งคันข้าง ๆ เบียดมาชนประตูฝั่งซ้ายของรถเข้าอย่างจัง ไม่จำเป็นที่จะต้องรีบลงไปโต้เถียง หรือระเบิดอารมณ์รุนแรงใส่คนขับรถคู่กรณี เพื่อบอกว่าไม่ได้เป็นคนทำ สิ่งเดียวที่ต้องทำคือ ตั้งสติ ทำใจให้นิ่งและเย็นลง โทร.หาประกันรถ แล้วปล่อยให้เจ้าหน้าที่ประกันภัยดูแลรถและคู่กรณี ให้แยกจากกันด้วยดี เพราะมีกล้อง ติดรถยนต์เป็นพยานในที่เกิดเหตุแล้ว แถมยังไม่ต้องหมดแรงไปกับการโต้เถียง หรือเสี่ยงต่อการทะเลาะวิวาทที่อาจบานปลายไปสู่การต่อสู้และใช้อาวุธ

2.รถมีริ้วรอยเป็นของที่ระทึกจากลานจอดรถ : หลังผ่อนคลายจากการช้อปปิ้ง หรือเพลิดเพลินกับมื้ออาหารในร้านหรู อาจจะต้องอารมณ์เสีย เมื่อพบว่ารถมีรอยริ้วหรือรอยบุบจากรถที่จอดคันข้างๆ โดยที่ก็ไม่รู้ว่าเป็นรถคันไหนและรถใคร แม้จะจอดรถในลานจอดของห้างสรรพสินค้าก็ใช่ว่าห้างฯ จะติดกล้องวงจรปิดตรงนั้นพอดี สิ่งที่เหลือเป็นหลักฐานให้ปวดใจ คือรอยสีที่แตกต่างจากสีรถ  แต่ปัญหานี้มีทางออกที่ช่วยให้หายคาใจ เพราะ กล้องติดรถยนต์ บางรุ่นสามารถบันทึกข้อมูลหลังดับเครื่องได้นานหลายชั่วโมง ช่วยให้ค้นหาคู่กรณีได้ไม่ยาก หรือเป็นหลักฐานในการชี้แจงกับประกันรถยนต์ได้อีกด้วย

3.ปกป้องจากแก๊งค์มิจฉาชีพบนท้องถนน: ภาพจากกล้องติดรถยนต์ คันหนึ่ง บันทึกเหตุการณ์ขณะที่ชายวัยรุ่นวิ่งตัดหน้ารถและกระโดดขึ้นมาบนกระโปรงรถกลางวันแสกๆ หากไม่มีกล้อง ติดรถยนต์เป็นพยานอาจทำให้คนขับต้องรับโทษหรือเสียค่าปรับฐานขับรถโดยประมาท ไหนจะข่าวแก๊งค์มิจฉาชีพขี่มอเตอร์ไซค์มาเบียดรถแล้วแกล้งล้มเสียดื้อๆ ก่อนลงมือชิงทรัพย์และอาจทำร้ายร่างกายได้

4.วิเคราะห์ แสดงทักษะ หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับรถ: ข้อดีที่หลายคนคาดไม่ถึงของกล้องติดรถยนต์ คือสามารถสำรวจทักษะการขับรถของตัวเองหรือคนในครอบครัวที่ขับรถคันเดียวกันได้ด้วย จึงช่วยปรับเปลี่ยนและแก้ไขข้อบกพร่อง วิเคราะห์พฤติกรรมการขับรถ การตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ และบางเหตุการณ์ยังแสดงทักษะการขับรถ หรือการตัดสินใจที่เฉียบคมของคนขับ พร้อมช่วยให้รับมือกับสถานการณ์ต่างๆ บนท้องถนนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

จากดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่า ประโยชน์ของกล้องติดบนรถยนต์มีมากมาย แต่โดยสรุปรวมๆ แล้ว คือ ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากการขับรถอย่างปลอดภัย นอกจากที่อาศัยกล้องติดบนรถยนต์บันทึกภาพแล้ว สิ่งที่จะเป็นประโยชน์จริงๆ ได้ก็ต่อเมื่อเวลาขับรถแล้วต้องมีความระมัดระวังในการขับรถ ระมัดระวังโดยการรักษากฎจราจรทั้งหมด นอกจากจะทำให้ปลอดภัยแล้ว ยังเป็นข้อมูลสำคัญอีกเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะจะรู้อยู่แล้วว่ากำลังถูกตรวจสอบอยู่ตลอดเวลาโดยกล้อง

ทำไม huawei ถึงครองใจคนใช้ Smartphone

huawei

               ในบรรดาแบรนด์ของ Smartphone ที่มีออกมามายมายในปัจจุบัน ได้สร้างทางเลือกที่มากมายให้กับเราเป็นอย่างยิ่ง เพราะด้วยความต้องการการใช้ Smartphone ของเราที่เพิ่มมากขึ้นเหล่าบันดาผู้ผลิตเหล่านั้นยิ่งต้องสร้างนวัตกรรมและสิ่งแปลกใหม่ออกมาและ “huawei” คือชื่อแรก ๆ ที่โดดเด้งขึ้นมาสำหรับผู้ที่คิดจะซื้อ Smartphone ในตอนนี้ เพราะอะไรที่ทำแบรนด์ผู้ผลิตสินค้า IT จากประเทศจียรายนี้กลายมาเป็นผู้นำวงการ Smartphone เราจะมาดูกัน

          1. ความคุ้มค่าของสเปค

          ในปัจจุบันต้องยอมรับว่าราคาของอุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ นั้นค่อนข้างสูง ดังนั้นเวลาจะเลือกสินค้าประเภทนี้ ผู้ซื้อมักจะเลือกที่มีสเปคสูงในราคาที่เอื้อมถึงที่สุด โดยได้มีแผนการตลาดที่ออกสินค้ามาหลายไลน์ตั้งแต่สำหรับผู้เริ่มต้นไปจนถึงระดับเรือธง ซึ่งราคานั้นก็พยายามให้คุ้มค่ากับสเปคมากที่สุด ซึ่งในตัวระดับเรือธงถึงแม้ว่าจะมีราคาแพง แต่ก็มีหลายโมเดลซอยออกไปเพื่อให้เป็นตัวเลือกของผู้ซื้อ และมีสเปคที่ค่อนข้างจัดเต็มจนติดอันดับ Smartphone ที่เร็วแรงในโพลอยู่เรื่อย ๆ เลยทีเดียว

          โดยจากแผนการตลาดนี้ทำให้แบรนด์นี้ชนะใจผู้ซื้อโดยเป็นไปในแนวปากต่อปากว่าดีและคุ้มค่า จนเกิดเป็นกระแส Viral ขึ้นมาในวงของผู้ใช้ และได้รับการยอมรับในที่สุด

          2. กล้อง

          จุดเปลี่ยนใหญ่ที่ทำให้ผู้คนส่วนมากรู้จัก Smart Phone จาก “huawei” นั่นก็คือคุณภาพของกล้องนั่นเอง โดยได้พัฒนากล้องร่วมกับแบรนด์ Leica ซึ่งแบรนด์ Leica นั้นเป็นที่รู้จักกันในหมู่คนเล่นกล้องระดับ Hi-End ซึ่งเมื่อเกืดการร่วมมือในการทำ Smart Phone กับ แบรนด์นี้ในซีรีย์ P ก็เกิดความสนใจของคนในกลุ่มนั้นทันที และเมื่อนำมาถูกใช้งานซึ่งได้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจและนำมารีวิวผ่านสื่อต่าง ๆ ผู้ใช้ทั่วไป ๆ ไปจึงทดลองใช้บ้างจนแพร่กระจายความนิยมไปทั่ว

          ความนิยมของนวัตกรรมกล้องของแบรนด์นี้ไม่ใช่แค่กระแสเพราะว่าเมื่อผู้ใช้งานทั่วไปได้นำมาใช้ก็พบว่ามีความแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ในตลาด ให้เอกลักษณ์ของภาพอย่างชัดเจน สามารถถ่ายในที่ ๆ มีแสงน้อยแต่ได้ภาพที่มีความสวยงามคมชัด มีโหมดต่าง ๆ เพื่อการถ่ายรูปที่หลากหลาย เหมือนเป็นการนำความสามารถของกล้อง Hi-End มาไว้ในรูปแบบที่ใช้งานได้ง่าย โดย รุ่น P20 Series นั้นด้วยยอดขายกว่า 16 ล้านเครื่องในปี 2018 เลยทีเดียว

               3. ดีไซน์ที่สวยงาม

          การออกแบบของแบรนด์นี้ทำออกมาได้โดดเด่นมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองพอสมควร แม้จะได้รับเทรนด์มาจากแบรนด์รุ่นพี่ที่เปิดตัวไปก่อนหน้าในช่วงเวลลาใกล้ ๆ กัน แต่ว่าก็ใส่ความเรียบหรูที่ดูไม่เป็นของโหลเข้าไปด้วย ทำให้เป็นเหมือน Gadget สวย ๆ ที่คอยบอกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี

               4. ภาพลักษณ์ที่ดูดี

          เมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน ภาพลักษณ์ของแบรนด์จีนของคนทั่วไปหรือแม้แต่คนไทยนั้นคือของที่พังง่าย ไม่มีคุณภาพ ยิ่งไปกว่านั้นยังติดกับการที่ทำของเลียนแบบอีกด้วย แต่ว่าแบรนด์นี้คือจุดเปลี่ยนของใครหลาย ๆ คนที่มีต่อสินค้าของจีนโดยเฉพาะสินค้า IT ให้ทัดเทียมกับสินค้าของญี่ปุ่นหรือฝั่งอเมริกามากขึ้น ด้วยองค์ประกอบโดยรวมที่ได้กล่าวมา เอาเป็นว่าเดี๋ยวนี้ถ้าใครเดินถือ Smartphone ตัวเรือธงของแบรนด์นี้ที่ซื้อใหม่ไปให้เพื่อน ๆ ดู น้อยคนนักที่จะไม่ยอมรับ แต่กลับกันจะรับไปชื่นชม ดีไซน์ ตรวจฟังก์ชั่นต่าง ๆ ดูความไหลลื่นในการใช้งาน และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการทดสอบกล้อง

          ผู้เขียนเคยอ่านสัมภาษณ์ของนักข่าวสาย IT คนหนึ่งที่ไปทำข่าวการเปิดตัว Smartphone รุ่นใหม่ของแบรนด์ดังกล่าวที่ประเทศเยอรมนี และมีเจ้าหน้าที่สนามบินประจำเยอรมนีสอบถามนักข่าวคนนั้นว่ามาทำอะไร เมื่อนักข่าวบอกว่ามางานเปิดตัว huawei เจ้าหน้าที่คนนั้นก็ยิ้มพร้อมกับนำมือถือแบรนด์เดียวกันนั้นของตัวเองขึ้นมาและชื่นชมว่าเป็นสินค้าที่ดี นั่นก็คงเป็นหนึ่งในเครื่องยืนยันว่าแบรนด์มือถือจากจีนดังกล่าวนั้นเป็นที่รู้จักและยอมรับของคนที่ฝั่งยุโรบเลยทีเดียว

               และนี่คือเรื่องราวของ Smartphone จาก huawei ที่ครองใจคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี กลยุทธ์และการชักจูงใจลูกค้าบางทีก็ไม่ต้องใช้ความซับซ้อนแค่ใช้คุณภาพและความพยายามเข้าสู้ก็เกิดผลได้เหมือนกัน

การปรับตัวที่ยิ่งใหญ่กับปุ่มโฮมที่หายไป

iphone x ราคา

               ถ้าทุกๆคนยังจำงานที่ Apple นั้นได้ทำการเปิดตัวไอโฟน 8 เมื่อช่วงเดือนกันยายน ปี 2017 ได้นั้นก็จะต้องจำบรรยากาศที่ทาง Apple ได้ทำการเซอร์ไพรส์กับเหล่าผู้ชมทั่วโลกด้วยการเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ที่เป็นสินค้าพิเศษกว่าไอโฟน8 ซึ่งไม่ว่าใครที่ได้เห็นไอโฟนรุ่นนี้แค่เพียงแวบเดียวก็จะต้องสังเกตเห็นถึงการดีไซน์ไอโฟนรุ่นนี้ที่มีความแปลกตาแบบเห็นได้ชัด หลายๆคนนั้นจะต้องร้องว้าว พูดง่ายๆง่ายว่าวันนั้นได้เรียกเสียงฮือฮากับการเปิดตัวไอโฟนที่เป็นรุ่นพิเศษรุ่นนี้เป็นอย่างมากๆเลยนะคะ เพราะไอโฟนรุ่นนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ มันไม่มีปุ่มโฮมอีกต่อไปแล้วค่ะ!! ซึ่งเปิดตัวมาด้วยชื่อ “ไอโฟนสิบ” หรือ “iPhone X” นั่นเอง ซึ่งรวมถึงทั้ง “iphone x ราคา”ที่ค่อนข้างสูงใช้ได้เลยทีเดียว นอกจากในเรื่องของ iphone x ราคาที่ได้ถูกนำเสนอมานั้นมีราคาแพงกว่าไอโฟนก่อนหน้าที่ผ่านมาทั้งแล้วนั้น ทาง Apple ยังมีการนำเสนอความล้ำสมัยที่ถูกคิดค้นให้อยู่ในเครื่องไอโฟนสิบตัวนี้อีกด้วยค่ะ

               การเริ่มขายไอโฟนสิบในกลุ่มประเทศแรกนั้นได้รับการตอบรับอย่างถล่มทลาย ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยไม่ใช่กลุ่มประเทศแรกที่ได้เริ่มเปิดขายค่ะ ซึ่งไอโฟนสิบนั้นถือว่าเป็นรุ่นครบรอบ 1 ทศวรรษที่เคียงข้างมาพร้อมไอโฟน 8 และไอโฟน 8 Plus กันเลยทีเดียวนะคะ แต่หลายคนต้องมีความฉงนใจอย่างแน่นอนว่าในเมื่อมีไอโฟน 8 แล้ว แล้วทำไมถึงไม่มีไอโฟน 9 ได้ล่ะ ทำไมถึงข้ามไปไอโฟนสิบเลย เมื่อเราเกิดความสงสัยกับการคิดชื่อรุ่นของทาง Apple ว่าทำไมถึงก้าวข้ามกระโดดไปหนึ่งรุ่น ซึ่งคำตอบที่แท้จริงก็เป็นเพราะว่าทั้งหมดที่ต้องมาเป็นไอโฟนสิบได้นั้น มันคือการคิดกลยุทธ์ในด้านของการตลาดที่มีความเฉียบแหลมของทาง Apple ที่ได้นำเสนอไอโฟนสิบตั้งแต่งานเปิดตัวเพื่อให้ทุกคนสนใจและรับรู้ว่าไอโฟนรุ่นนี้มีความพิเศษแค่ไหน

               ความพิเศษที่เห็นได้อย่างชัดเจนและแจ่มแจ้งก็คือการดีไซน์ไอโฟน Xที่มีความแปลกตาและไม่สามารถมองผ่านได้เลยจริงค่ะๆ เพราะว่า iphone x มาพร้อมกับการออกแบบในรูปแบบของการดีไซน์ใหม่ทั้งหมด และด้วยที่หน้าตาแตกต่างจากเดิมไม่เหมือนกับไอโฟนรุ่นก่อนๆที่ผ่านมาเลยนั่นเองซึ่ง iphone x นั้นมาพร้อมจอที่เรียกว่าแทบไม่เห็นขอบ หรือไร้ขอบนั่นเองค่ะ และที่สำคัญไม่มีปุ่มโฮมแล้วจ้า ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่พอสมควรกับสาวกที่เคยใช้ไอโฟนมาก่อน ไม่ว่าจะใช้รุ่นไหนๆ ไอโฟนทุกรุ่นก็ต้องมีปุ่มโฮมที่กลมๆที่เคยมีมา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วการมีปุ่มโฮมอยู่ในไอโฟน แต่พอรุ่นใหม่ที่ iphone x เปิดตัวออกมาทั้งที ยังไม่ทันได้เรียนรู้ก็แอบช็อกกันทั้งนั้น เพราะไม่มีปุ่มโฮมแล้วจริงๆค่ะ ซึ่งการที่ Apple นั้นตัดปุ่มโฮมออกไปก็เพื่อที่จะใช้การควบคุมผ่านการปัดจากล่างขึ้นบนแทนนั่นเอง แถม iphone x รุ่นนี้ยังมีความกันน้ำกันฝุ่นที่ตรงตามมาตรฐานของ IP67 กันด้วยล่ะค่ะ

               นอกจากปุ่มโฮมที่หายไปแล้ว หน้าจอของไอโฟนรุ่นนี้ก็เป็นหน้าจอแบบใหม่ที่มาพร้อมขนาด 5.8 นิ้วแบบ Super Retina HD และชนิดของหน้าจอไอโฟนสิบรุ่นนี้จะเป็น OLED และรองรับ True Tone Display ที่เหมือนกับ iPad Pro นั่นเอง รวมถึงมีการรองรับ HDR10 และมาพร้อมรายละเอียดใหม่ 1125 x 2346 พิกเซลกันอีกด้วยค่ะ

               สิ่งที่เอาใจคนที่ชอบความไวของไอโฟนเครื่องนี้ก็คงเป็นชิพตัวใหม่ A11 Bionic แบบ Hexa-core 64-Bit ที่มาพร้อมความแรง ความแรงในทีนี้ก็คือแรงกว่าเดิมอีก 30 เปอร์เซ็นต์นั่นเองถ้าเทียบกับรุ่นก่อนๆที่ผ่านมา และสิ่งใหม่อีกสิ่งที่คนชอบถ่ายรูปจะพลาดไม่ได้ก็คือกล้องหลังใหม่ที่มีความกันสั่นถึง 2 ตัว รวมถึงยังมีโหมดการถ่ายแบบ Portrait Lighting ที่ช่วยให้การถ่ายรูปบุคคลนั้นมีความสมจริงมากขึ้น รวมถึงกล้องหน้าที่มาใหม่เช่นกัน ซึ่งกล้องหน้ามาพร้อมเซ็นเซอร์ใหม่ที่เรียกว่า TrueDepth ที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการจับใบหน้าที่ทำให้ถ่ายภาพหน้าชัด-หลังเบลอได้เหมือนกับกล้องหลังเลยค่ะ

               ถึงแม่ว่าการเปิดตัว iphone x ราคานั้นจะสูงกว่ารุ่นก่อนๆก็จริง แต่ความอัจฉริยะในเรื่องของความสามารถในเรื่องของเทคโนโลยีนั้นไม่มีคำว่าแพ้ใครได้จริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่ไอโฟนรุ่นนี้จะประสบความสำเร็จและมีการจับจองและซื้อกันอย่างถล่มทลายแบบไม่มีข้อกังขาเลยจริงๆ

ปี 2019 แล้ว แต่ความแจ๋วของ iphone 7 ก็ยังมีอยู่

iphone 7

               กระแสคนรัก Apple นั้นไม่เคยตกลงเลยนะคะ นี่เราก็อยู่ในปี 2019 ที่ยุคของเทคโนโลยีที่ยังคงมีความก้าวหน้าและพัฒนากันอยู่ต่อเนื่อง แต่ไม่ได้ทำให้ความนิยมของ “Apple” นั้นลดลงเลยสักนิดเดียว ขนาดตอนนี้ Apple นั้นได้มีไอโฟนรุ่นใหม่ๆออกมาล่าสุดขนาดไหน รวมถึงความแรงของราคาที่ยิ่งออกรุ่นใหม่ ก็ยิ่งราคาแรง แต่ iphone 7 ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2016 นั้นก็ยังมีคนใช้กันอยู่กันจนถึงทุกวันนี้ รวมถึง iphone 7 ก็ยังขายได้อยู่อย่างต่อเนื่องเลย อาจจะเป็นเพราะว่าไอโฟน 7 นั้นมีราคาที่ไม่ได้แรงและแพงเท่าพวกไอโฟนรุ่นในปัจจุบันนี้ จึงไม่แปลกใจเลยล่ะค่ะว่าคนเราในสมัยนี้ยังให้ความสนใจที่อยากจะได้ไอโฟน 7 กันอยู่ ถึงแม้ว่าจะออกมาหลายปีแล้วก็ตาม

               อย่าพึ่งดูถูกไอโฟนรุ่นนี้กันนะคะ เพราะความแจ๋วของของไอโฟน 7 ก็ยังมีอยู่ ถึงไอโฟน 7 จะออกมาให้หลายๆคนได้ซื้อมาเป็นเจ้าของตั้งนานหลายปีแล้วนั้น แต่ความเก๋า ความเก๋ไก๋ของเจ้าไอโฟนเครื่องนี้มันก็ยังมีอยู่อย่างแน่นอน หลายๆคนถามอยู่เสมอว่าไอโฟน 7 นั้นมันยังจะน่าซื้อใช้กันอีกหรอ มันไม่รุ่นเก่าแล้วหรอ เอาเป็นว่ามีคำถามเกิดขึ้นมากมายกับหลากหลายความสงสัยกันกับเจ้าไอโฟนรุ่นนี้ วันนี้เราจึงจะมาแนะนำข้อดีว่าทำไมไอโฟน 7 นั้นก็ยังคงน่าซื้อใช้กันอยู่

      ความแจ๋วของ ไอโฟน 7 นั้นมีอะไรบ้าง

• ประหยัดเงิน เซฟค่าใช้จ่าย

   หลายคนคงไม่ทราบราคา ไอโฟน 7 ในปัจจุบันใช่ไหมล่ะคะว่ามีราคาเท่าไหร่ ตอนนี้ราคาไอโฟน 7 32GB ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 17,500 บาทเท่านั้นเองนะคะทุกคน!!! อยากจะบอกว่าเมื่อปี 2016 นั้นไม่ใช่ราคานี้นะคะ เพราะในปีที่ Apple เปิดตัว ไอโฟน 7 นั้น ในส่วนของราคาจะเริ่มต้นที่ 26,500 บาท!!! แล้วดูตอนนี้สิคะ ราคาต่างกันเกือบหมื่นกันเลยทีเดียว ราคาถูกลงมามากขนาดนี้ เป็นใครก็คงอยากได้เจ้าไอโฟนเครื่องนี้ไปเป็นเจ้าของกันแน่นอน แถมเป็นมือ 1 อีกด้วย ไม่แปลกใจสำหรับคนที่จะเซฟงบประมาณ การเลือกซื้อไอโฟน 7 น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีแน่นอนค่ะ

• ถูกออกแบบมาเพื่อความอึด

   ต้องบอกก่อนว่าไอโฟน 7 นั้นในเรื่องของวัสดุรอบตัวของเจ้าเครื่องนี้นั้นเป็นโลหะ เนื่องจากไอโฟนรุ่นใหม่ๆที่ผลิตตั้งแต่ iphone 8 เป็นต้นไปนั้น ในเรื่องของการดีไซน์ในส่วนของหลังเครื่อง Apple จะใช้วัสดุที่เป็นกระจก เพื่อที่จะรับรองในเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่ที่เป็นแบบไร้สาย แต่ข้อเสียนั้นที่หลายคนคงเจอเหตุการณ์นี้ก็คงจะเป็นตอนที่คุณเผลอทำไอโฟนล่วงหลุดมือมาล่ะก็จะต้องร้อนๆหนาวๆกันแน่นอนเนื่องจากอาจจะแตกได้เพราะวัสดุนั้นไม่ใช่โลหะ แถมค่าซ่อมก็แพงเอาเรื่องเหมือนกัน แต่ถึงแม้ว่าไอโฟน 7 นั้นจะชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายไม่ได้ แต่ข้อดีก็คือมีความอึดและทน หรือแม้ถ้าคุณเผลอทำหล่นก็อาจจะแค่มีความถลอกบ้าง แต่ด้านหลังของเครื่องนั้นไม่แตกแน่นอนค่ะ

• ชิพ A10 Fusion ยังคงความแจ๋วอยู่

   ในปี 2019 นี้ Apple ได้พัฒนาตัวชิพที่ล่าสุดตอนนี้เป็นรุ่น A12 กันแล้ว แต่ด้วยไอโฟน 7 นั้นยังคงใช้ชิพ A10 อยู่ ซึ่งก็ไม่ได้เกิดปัญหาอะไร ถึงจะออกมานานแล้ว แต่การใช้งานก็ยังมีประสิทธิภาพ ถึงแม้ว่าตัวเครื่องและการใช้งานของเครื่องอาจจะไม่ลื่นเท่า ชิพ A12 แต่มันก็ยังคงสามารถเล่นเกมส์หรือท่องเว็บไซต์ได้อย่างทั่วไปแบบไม่มีสะดุด

• ยังอัพเดท iOs เวอร์ชั่นใหม่ๆได้อย่างปกติ

   เห็นมาหลายรุ่นแล้วที่ไอโฟนรุ่นเก่าๆนั้นไม่สามารถอัพเดท iOs เวอร์ชั่นใหม่ๆ ได้ แต่ในส่วนของไอโฟน 7 นั้นยังสามารถอัพเดทได้อย่างปกติ ใครที่ตอนนี้มีไอโฟนรุ่นนี้อยู่ในกำมือและต้องมานั่งคอยลุ้นว่าไอโฟนของตัวเองนั่นจะได้มีโอกาสอัพเดท iOs เวอร์ชั่นใหม่เหมือนไอโฟนรุ่นใหม่ๆหรือไม่นั้น ขอบอกไว้ตรงนี้ว่าคุณรอดแล้วค่ะ Apple เขาให้ไอโฟน 7นั้นไปต่อค่ะ และคงยังอัพเดทได้อย่างต่อเนื่อง อย่าได้กังวลไป

วันเวลาไม่เคยทำลายคุณภาพของไอโฟน 7 เลยนะคะ ใครที่กำลังอยากจะมาเริ่มใช้ไอโฟนหรือว่าอยากซื้อใช้แต่ว่าต้องจำกัดในเรื่องของงบประมาณ แถมยังมีความอยากได้โทรศัพท์มือถือที่มีคุณภาพดี และราคาจับต้องได้ หลายคนคงไม่รอช้ากันที่จะไปซื้อไอโฟนรุ่นนี้มาเป็นเจ้าของกันอย่างแน่นอน

กล้องติดรถยนต์ จำเป็นแค่ไหน

กล้องติดรถยนต์

               ทุกวันนี้เกิดปัญหาบนท้องถนนมากมายที่ก็ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าในทุกวันนั้นจะเกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์อะไรบ้าง การที่เรามี “กล้องติดรถยนต์”ไว้ในรถยนต์นั้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน เนื่องจากในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นรถสาธารณะ อย่างเช่น รถ Taxi หรือ รถตู้โดยสารก็ตามต่างก็มีกล้องติดรถยนต์กันทั้งนั้น ถ้ามองดูดีๆการมีกล้องติดรถยนต์นั้นก็เหมือนอุปกรณ์ที่สำคัญของระบบการรักษาความปลอดภัยในเรื่องของการชับขี่บนท้องถนน ซึ่งการทำงานของของกล้องติดรถยนต์มีไว้เพื่อใช้บันทึกเหตุการณ์ตรงหน้า ไม่ว่าเราจะขับรถไปไหนก็ตามบนท้องถนน กล้องติดรถยนต์ก็จะบันทึกไว้ตลอด รวมถึงบันทึกเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันหรืออุบัติเหตุที่ไม่เคยมีใครคาดคิดอีกด้วย

               จริงๆแล้วกล้องติดรถยนต์ก็คือหลักฐานดีๆเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนรอบข้างก็ตาม เพราะกล้องติดรถยนต์นั้นทำการบันทึกภาพตลอดเวลา ไม่ว่าใครก็ตามที่คิดว่าตัวเองขับรถยนต์เก่งแค่ไหน มีฝีมือหรือชำนาญแค่ไหน แต่มันก็มีโอกาสที่เราจะสามารถขับรถยนต์ไปชนคนอื่นได้ตลอดเวลา หรือไม่รถยนต์คันอื่นก็สามารถมาชนรถยนต์ของเราได้ตลอดเวลาเช่นกัน หากจะยกตัวอย่างเหตุการณ์สั้นๆ ถ้าเกิดว่าเรานั้นได้จอดรถไว้เฉยๆเพื่อไปซื้อของ แต่พอเดินกลับมาอีกทีดันเห็นรถของเรานั้นที่มีรอยชน ซึ่งภาษาชาวบ้านเรียกว่าชนแล้วหนีนั่นเอง ซึ่งในกรณีนี้เองที่เราก็ต้องจะเรียกประกันใช่ไหมล่ะคะ แต่คู่กรณีเราดันหนีไปแล้วเนี่ยล่ะสิที่คือปัญหาใหญ่เลย แล้วถ้าหากเกิดว่าในกรณีที่เราไม่ได้ซื้อประกันชั้น 1 ไว้ เรามีประชั้น 2+ หรือประกันชั้น 3+ เท่านั้น มีปัญหาตามมาอย่างแน่นอนค่ะ

               การที่จะเคลมประกันได้นั้น สิ่งแรกที่เราจะต้องมีคือหลักฐานนั่นเอง ซึ่งเราจะต้องพยายามหาหลักฐานจากคู่กรณี หรือว่าอาจจะต้องหาหลักฐานจากยานพาหนะที่มีรถขับมาชน และถ้าคุณมีกล้องติดรถยนต์ล่ะก็จะยิ่งทำให้การเคลมประกันนั้นง่ายขึ้น และการที่มีกล้องติดรถยนต์ติดไว้ในรถ ความสามารถอีกอย่างของกล้องติดรถยนต์นั้นคือการบันทึกภาพทันทีเมื่อเกิดแรงชนหรือเกิดแรงกระแทกจากการชน เพียงแค่มีกล้องติดรถยนต์ คุณก็มีหลักฐานเด็ดที่สามารถทำเรื่องการแจ้งเคลมกับประกันได้แล้ว

               หรือถ้าสมมุติว่าในกรณีเกิดเหตุรถชนบนท้องถนน ซึ่งผู้กรณีทั้งสองเกิดการเถียงกันว่าใครผิดใครถูก คนนี้ชนคนนี้ไม่ได้ชน บางกรณีที่เถียงกันไม่จบไม่สิ้นสักที ซึ่งถ้าหากรถทั้งสองฝ่ายนั้นมีกล้องติดรถยนต์ แค่นี้ก็สามารถช่วยให้เราทั้งสองฝ่ายต่างมีหลักฐานที่เพียงพอ แถมยังไม่ต้องเถียงกันให้เสียเวลา เพราะมัวแต่โทษกันไปโทษกันมาก็เสียเวลาเปล่า เพราะกล้องติดรถยนต์ได้บันทึกภาพที่เกิดอุบัติเหตุไว้หมดแล้วและเทปบันทึกภาพที่เกิดขึ้นก็จะช่วยพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน

               ประโยชน์ของกล้องติดรถยนต์ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ นอกจากที่จะสามารถบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดอุบัติเหตุไว้เป็นหลักฐานได้แล้วนั้น กล้องติดรถยนต์ยังมีประโยชน์ในเรื่องของการขับรถในเชิงพาณิชย์ เนื่องจากทุกคนก็ทราบแล้วใช่ไหมล่ะคะว่ากล้องติดรถยนต์นั้นบันทึกภาพตลอดการเดินทาง ไม่ว่ารถจะขับไปเส้นทางไหน ออกซอยอะไร เข้าซอยอะไร ไปที่ไหนมาบ้าง บางรุ่นของกล้องติดรถยนต์ในสมัยนี้มาพร้อมกับระบบ GPS เลยนะคะ ซึ่งระบบ GPS นั้นจะช่วยตรวจสอบในเรื่องของประวัติเส้นทางของการเดินทางได้อย่างง่ายๆ สามารถตรวจสอบประวัติการเดินทางไม่ว่าจะเป็นรถของคุณเองหรือสำหรับการขับรถในเชิงพาณิชย์ อย่างเช่น ขับรถส่งของ หรือ รับส่งคน ก็สามารถเช็คประวัติการเดินทางได้เช่นกันค่ะ

               เห็นคุณค่าของกล้องติดรถยนต์แล้วอยากจะรีบไปซื้อติดกันเดี๊ยวนี้เลยใช่ไหมคะทุกคน ทีนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมคะว่ากล้องติดรถยนต์มีความสำคัญแค่ไหน เหมือนกล้องติดรถยนต์จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เรามีความระมัดระวังในการขับขี่กันมากขึ้น นับได้ว่ากล้องติดรถยนต์นั้นมีความคุ้มค่าต่อการติดรถไว้อย่างแน่นอน รถยนตร์ของใครที่ยังไม่มีกล้องติดรถยนต์นั้นควรจะไปหาซื้อได้แล้วนะคะ เพื่อความปลอดภัยของรถยนต์และตัวของคุณเอง

พัดลมอุตสาหกรรม ใช้งานง่าย กินไฟน้อย

พัดลมอุตสาหกรรม

ยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม โกดังสินค้า ร้านค้า หรือแม้แต่บ้านเรือนหลายๆ หลังต่างนิยมเลือกใช้ พัดลมอุตสาหกรรม เยอะมาก ส่วนหนึ่งมาจากพัดลมประเภทนี้มีความทนทาน แข็งแรง

สามารถใช้งานได้ในระยะเวลานาน คุ้มค่ามากกว่าการเลือกใช้งานพัดลมทั่วไปเยอะ แต่สำหรับคนที่กำลังคิดจะเลือกใช้งานพัดลมประเภทนี้ต้องลองมาทำความรู้จักให้ชัดเจนก่อนว่ามันคืออะไร เพื่อจะได้ตัดสินใจได้ถูกต้องว่าตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งานของเราหรือไม่

พัดลม อุตสาหกรรม คือ พัดลมประเภทหนึ่งที่มีกำลังความแรงมากกว่าพัดลมทั่วไป มีความแข็งแรง ทนทาน ฐานของพัดลมส่วนใหญ่ต้องทำจากเหล็กหรือวัสดุที่ต้องแข็งแกร่งเนื่อง จากตัวใบพัด มอเตอร์ จะมีขนาดใหญ่ให้กำลังแรงกว่าพัดลมปกติดังนั้นฐานที่ตั้งจึงต้องมีความ มั่นคง แข็งแรง พอสมควร

ซึ่งการเลือกใช้งานพัดลม อุตสาหกรรมต้องเริ่มต้นจากการมองสถานที่ว่ าสถานที่ที่จะนำไปใช้งานเป็นอย่างไร หลักๆ จะแบ่งสถานที่ในการใช้งานออกเป็น 2 ประเภท

– สถานที่อันตราย สถานที่อันตรายคือสถานที่ที่มีโอกาสติดไฟได้ง่าย มีโอกาสระเบิด เช่น โรงงานน้ำมัน, โรงงานปิโตรเคมี, ปั๊มน้ำมัน หรือโรงงานอุตสาหกรรมบางประเภทที่มีวัสดุติดไฟง่าย เช่น โรงงานพลาสติก, โรงไม้ เป็นต้น

การเลือกใช้พัดลม อุตสาหกรรมกับสถานที่ประเภทนี้ต้องออกแบบ ให้ทำจากโครงสร้างกันประกายไฟ ตัวพัดลมต้องสามารถควบคุมการเกิดประกายไฟได้ จะมีมอเตอร์กันระเบิดแต่ไม่ได้หมายถึงมอเตอร์จะไม่ระเบิดเพียงแค่มันทำจากวัสดุที่แข็งแรงเหนียวแน่น หากเกิดการระเบิดจริงจะไม่แตกกระจายออก

– สถานที่ไม่อันตราย สถานที่เหล่านี้คือสถานที่แตกต่างจากแบบแรก มีการระบุไว้ชัดเจนว่าไม่ใช้พื้นที่อันตราย โครงสร้างพัดลมจะถูกออกแบบโดยไม่ต้องกันประกายไฟ

ดังนั้น เมื่อมีการซื้อพัดลม อุตสาหกรรมมาใช้งานกันแล้วสิ่งต่อไปที่ทุกคนต้อง คำนึงถึงอย่างมากคือเรื่องของ การติดตั้งพัดลม อุตสาหกรรม เนื่องจากว่าการติดตั้งพัดลมประเภทนี้ไม่เหมือนกับพัดลมที่เราใช้งานทั่วไปหรือพัดลมเพดาน พัดลมติดผนัง ด้วยน้ำหนักที่มากกว่า มีความแข็งแรงกว่า ทำให้การติดตั้งยากกว่าบวกกับบริเวณที่ติดตั้งจำเป็นต้องเกิดประโยชน์สูงสุดด้วย

ฉะนั้น ใครที่กำลังมีแนวคิดเรื่องการติดตั้งพัดลม อุตสาหกรรมควรต้องรู้วิธีการติดอย่างถูกต้องไม่ว่าจะเป็นในอาคาร โรงเรือน และโกดัง จริงแล้วพัดลม อุตสาหกรรมมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ กรณีที่เป็นพัดลมตั้งพื้นทั่วไปแค่เลือกพื้นที่ให้เหมาะสมก็เพียงพอต่อการติดตั้งแล้ว

แต่กรณีที่ต้องติดตามบนผนังหรือพื้นที่ที่ต้องมีการยึดติดจำเป็นต้องเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายตามมาภายหลัง โดยวิธีทั่วไปของการติดตั้งพัดลม อุตสาหกรรมสามารถทำได้ดังนี้

1. เลือกพื้นที่ที่มองแล้วว่าเหมาสมในการการติดตั้งพัดลม อุตสาหกรรมมากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่การติดตั้งพัดลม อุตสาหกรรมในโรงเรือน อาคาร และโกดัง มีจุดประสงค์เพื่อต้องการระบายความร้อนออกให้ดีที่สุด

ดังนั้นจุดที่ ติดตั้งควรเป็นจุดที่เมื่อพัดลมพัดไปแล้วจะช่วยระบายความร้อนได้ดี ไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ กั้นอยู่ ไม่อยู่ในพื้นที่อับหรือมุมร้อนของสถานที่จนเกินไป

2. กรณีต้องติดตั้งบนผนังหรือพื้นที่ลอยให้ยึดพัดลมด้วยฉากเหล็กทำมุมทำตำแหน่งที่ต้องการติดตั้งให้ดี เมื่อได้ทุกอย่างตามต้องการแล้วให้จัดการล็อกพัดลม อุตสาหกรรมเข้ากับบริเวณดังกล่าวตามด้วยการเดินสายไฟ

3. สำหรับคนที่ต้องการติดตั้งเพื่อให้อยู่ในที่ที่เหมาะสมเลยอาจใช้การเจาะผนังตามขนาดของพัดลมแล้วทำการเข้ากรอบด้วยเหล็กฉากเป็นการป้องกันการร้าวของตัวปูนแล้วเสริมความแข็งแรงให้กับพื้นที่โดยรอบอีกชั้นด้วยการฉาบปูนเดินสายไฟให้เหมาะสมกับตำแหน่ง

4. อย่าลืมคำนวณขนาดของพื้นที่เพื่อเลือกพัดลมอุตสาหกรรมให้เหมาะสมด้วย ถ้าโรงเรือน โกดัง หรืออาคารมีขนาดใหญ่ก็ดูว่าจะใช้ตัวใหญ่น้อยตัวหรือตัวขนาดย่อมหลายๆ ตัวเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน แต่ถ้าเป็นพื้นที่ขนาดเล็กอาจเลือกใช้พัดลมอุตสาหกรรมขนาดเล็กก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อ

นี่คือวิธีการคร่าวๆ สำหรับการติดตั้ง พัดลมอุตสาหกรรม อย่าลืมว่าเรื่องความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญดังนั้นถ้าไม่แน่ใจให้ใช้บริการ คนที่มีความรู้ความสามารถในการติดตั้งจะทำให้งานออกมาเรียบร้อยเหมาะสม ที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดอันตรายขณะใช้งานหรือเมื่อเวลาผ่านไปอีกด้วย

เปิดตัวแรงๆไปกับ P20 Pro

P20 Pro ราคา

               ถ้าพูดถึงโทรศัพท์ที่กำลังมาแรงแบบแซงแหกโค้งใน พ.ศ. 2562 นี้ก็คงเป็น HUAWEI P20 Pro ราคาที่ทุกคนจะต้องอยากจะจับจองเป็นเจ้าของอย่างที่สุด เพราะจุดเด่นของที่ Huawei ได้นำเสนอ P20 Pro ราคาที่ทุกคนจับต้องได้ เนื่องจาก P20 Pro มาพร้อมคุณสมบัติเด่น พูดง่ายๆว่าเป็นครั้งแรกของโลกเลยก็ว่าได้ที่มีกล้อง 3 ตัวจาก Leica บนโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนของเราที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนแน่ๆ และ HUAWEI P20 Proก็ได้นำเสมอเป็นแบรนด์แรกบนเครื่องเดียว ซึ่ง “P20 Pro ราคา” ที่ออกมาพร้อมคุณสมบัติที่มีความทันสมัยแบบมหาศาล ใครๆก็คงคิดว่า ถ้ากล้องโทรศัพท์เป็นของ Leica ก็คงต้องราคาสูงแน่ๆ ซึ่ง P20 Pro ราคาไม่ได้แพงอย่างที่คุณคิดแน่นอนค่ะ ขอบอกเลยว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาอย่างดี และยิ่งใครชอบถ่ายรูปอยู่ด้วยแล้ว รับรองว่าภาพถ่ายของคุณนั้นจะมีภาพความละเอียดที่คมชัด และสวยงาม ไม่ว่าคุณจะใช้งานในตอนกลางวันหรือในตอนกลางคืนก็ตาม

               ถ้าจะย้อนเวลากลับไปจากอดีตจนถึงปัจจุบันนั้น HUAWEI P Series นั้นได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่บุกเบิกในเรื่องของเทคโนโลยีที่มีความล้ำสมัยในเรื่องของการถ่ายภาพผ่านสมาร์ทโฟนนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันนี้ HUAWEI P20 Pro ได้โชว์ศักยภาพในการบุกเบิกของกล้องโทรศัพท์อีกครั้ง นั่นก็คือได้การที่ได้แบรนด์ดังในเรื่องของกล้องอย่างแบรนด์ Leica ที่มาพร้อมกับระบบที่มีความทันสมัย และรองรับในเรื่องของภาพถ่ายอย่างแท้จริง

               สังเกตกันไหมคะว่า HUAWEI P20 Pro ถูกดีไซน์ออกมาที่มีความงามกับการเล่นของแสงและเงา ถ้ามองดูดีๆจากการดีไซน์ของโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้นั้นจะมีความงดงามของแสงที่มีการตกกระทบลงวัตถุ พร้อมกับการโชว์ที่มีความไล่เฉดสีในรูปแบบที่ไล่ระดับอย่างสวยงาม และสะดุดตา ซึ่งผลลัพธ์ที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คงจะเป็นเรื่องของสีสันที่มีความโดดเด่นกว่าโทรศัพท์มือถือแบรนด์อื่นๆอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสวยงามและอยากสัมผัส

               นอกจากสีที่สวยงามอย่างไม่เหมือนใครแล้ว HUAWEI P20 Pro ยังมาพร้อม FullView Display 2.0 ที่ทำให้ใครๆต่างก็ต้องอยากที่จะชมภาพและวีดีโอที่มีความสมจริงแบบเต็มตา และหน้าจอแสดงผลของ HUAWEI P20 Pro นั้นเป็น OLED ขนาด 6.1 นิ้ว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจอที่มีความคมชัดแถมยังไร้ขอบ สามารถปลดล็อคได้อย่างสะดวกผ่านกรอบเซนเซอร์ลายนิ้วมือเล็กๆที่อยู่ตรงด้านล่างของเครื่องนั่นเอง และถือว่ามันเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากกว่าเดิมยิ่งขึ้นเนื่องจากระบบการนำทางเนวิเกเตอร์อัจฉริยะที่มามอบพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับการโชว์ข้อมูลบนหน้าจออย่าเต็มรูปแบบ รวมถึงกล้องของ HUAWEI P20 Pro ที่มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นแบบที่คุณจะต้องอึ้ง  HUAWEI P20 Pro มาพร้อมกล้อง 40 MP RGB ที่มีความเหนือระดับสุดๆ สามารถจับภาพ จับความงามและความคมชัดได้ทุกเสี้ยววินาทีจริงๆ รวมถึงไม่ต้องกลัวว่าสีจะเพี้ยนเหมือนโทรศัพท์แบรนด์อื่นๆ เพราะ HUAWEI P20 Pro มีความแม่นยำของสี รวมถึงการโฟกัสที่มีความรวดเร็วทันใจคนที่ชอบถ่ายรูปอย่างแน่นอน รับรองว่าประทับใจ ไม่ทำให้ผิดหวัง  แถมในเรื่องของการซูมนั้น สามารถซูมได้ถึง 5 เท่า และการซูมนั้นเป็นการซูมแบบไฮบริด เนื่องด้วยในระบบเลนส์ซูมของแบรนด์ Leica ที่มาพร้อมกับ HUAWEI P20 Pro ซึ่งมีความสามารถในเรื่องของศักยภาพที่ซูมภาพแบบไฮบริดได้ถึง 5 เท่าแบบที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน โดยที่ขณะซูม 5 เท่านั้น ผลลัพธ์ภาพที่ออกมานั้นยังคงความคมชัด เนียน เค้าโครงและรายละเอียดของภาพยังอยู่ครบ

               ความสมบูรณ์แบบของการถ่ายรูปนั้น เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้ก็คือระหว่างถ่ายรูปนั้นถ้ากล้องเกิดสั่นไหวขึ้นมา ภาพที่ออกมานั้นมันต้องออกมาไม่ดีอย่างแน่นอน ซึ่งเทคโนโลยีของ HUAWEI P20 Pro ได้ลดการสั่นไหวของภาพด้วยกล้อง AI ซึ่งการที่มีระบบลดการสั่นไหวก็เพื่อที่จะให้เวลาเราใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพในเวลากลางคืนนั้นจะได้ภาพออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งช่วยให้ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้อย่างไม่มีอุปสรรค และนอกจากนี้ในเรื่องโหมดการถ่ายภาพกลางคืนนั้นยังสามารถปรับความสมดุลของฉากที่มีคอนทราสต์ที่สูง ซึ่งแบบนี้เองจึงช่วยให้คุณถ่ายภาพได้อย่างชัดเจนไม่ว่าคุณจะไปถ่ายรูปที่ไหนก็ตาม

               นับว่าเป็นกระแสที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจกับการเปิดตัว HUAWEI P20 Pro ได้อย่างกว้างขวาง และ HUAWEI นั้นไม่ทำให้ใครผิดหวังเลยนะคะกับคุณสมบัติเด่นอย่างเรื่องกล้องที่มีแบรนด์ Leica มาร่วมด้วย ยิ่งถ้าใครเป็นแฟนคลับของกล้อง Leica เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การที่คุณจะมีโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องของ  Leica ก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยเลยล่ะค่ะ

เครื่องเสียงมีผลต่อการฟังเพลงหรือเปล่านะ

เครื่องเสียง

               คงมีใครหลายคนที่ชื่นชอบการ “ฟังเพลง” ผ่าน “เครื่องเสียง” สุด Cool กันอยู่แล้วใช่ไหมคะ จริงๆแล้วการฟังเพลงก็ถือว่าเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ช่วยในเรื่องของการผ่อนคลายและให้ความบันเทิงใจกับมนุษย์ทุกคนอยู่แล้ว แล้วถ้ายิ่งฟังเพลงผ่านเครื่องเสียงดีๆสักเครื่องนั้นก็คงจะช่วยให้เรามีความรู้สึกคล้อยตามเสียงที่ออกมาจากเครื่องเสียงมากขึ้น ยิ่งถ้าเราเป็นคนมีอารมณ์ร่วมกับการฟังอยู่ด้วยแล้วจะต้องมีความสุขแน่นอน เห็นไหมคะ ความสุขที่หาจากสิ่งใกล้ตัว หายังไงก็ต้องมีแน่นอน อย่างเช่นการฟังเพลงผ่านเครื่องเสียงคู่ใจ

               บางคนอาจจะฟังเพลงผ่านหูฟังธรรมดา หรืออาจจะเป็นหูฟังไร้สายอย่างหูฟัง Bluetooth หรือไม่ก็ฟังเพลงผ่านลำโพงหรือลำโพงไร้สายทั่วๆไป แต่ถ้าหากใครหลงใหลในเรื่องการฟังเพลงแบบจริงจัง อุปกรณ์ฟังเพลงที่กล่าวไปในก่อนหน้านี้ก็อาจจะคงยังไม่จุใจมากพอสักเท่าไหร่ เพราะที่จะทำให้ความสุขเพิ่มทวีคูณอีกก็คงต้องการฟังเพลงผ่านเครื่องเสียงคงจะให้อรรถรสมากขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากจะได้อรรถรสมากขึ้นในการฟังแล้วนั้น มันยังเป็นกิจกรรมที่ทำให้คุณเกิดความสุขใจ และช่วยสร้างความบันเทิงใจกับคนฟังเพลงผ่านเครื่องเสียงอย่างแน่นอน แถมยังช่วยลดอาการที่เกิดจากความเครียดจากเรื่องงาน หรือแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัวได้เป็นอย่างดี

               ความน่าสนใจของการเล่นเครื่องเสียงนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปลักษณ์หรือราคาของเครื่องเสียง แต่มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของคนที่เล่นเครื่องเสียงนั้นที่จะมีการเรียนรู้แบบค่อยๆไต่ระดับไปแบบเรื่อยๆ ค่อยๆเรียนรู้ไปอย่างทีล่ะขั้นตอน ซึ่งการเรียนรู้ที่ว่านี้ก็คงเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคนิคของการปรับแต่งชุดเครื่องเสียงรวมถึงคุณภาพเสียงด้วย เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากจะเริ่มต้นในการมีชุดเครื่องเสียง บางทีก็อาจจะเริ่มกันแบบเล็กๆก่อน นั่นคือถ้าเราจะเข้ามาเรียนรู้ในเรื่องนี้จริงๆ อาจจะต้องเริ่มจากเล่นชุดเครื่องเสียงที่ไม่ได้มีราคาแพงเกินไป เพื่อที่เราจะได้มีการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในเรื่องของความสนุกไปแบบเรื่อยๆ ซึ่งเมื่อไหร่ที่มีการเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องเสียงหรือเรียกง่ายๆว่ามีการอัพเกรดเครื่องเสียงให้มีความเป็นประสิทธภาพเมื่อไหร่นั้น ประสบการณ์ของเราก็ชัดขึ้นและเราก็ก็รู้ว่าเพลงแบบนี้หรือดนตรีแบบนี้ควรจะใช้กับเครื่องเสียงยังไง เพราะแบบนี้แหละที่ทำให้การเล่นเครื่องเสียงนั้นมีความพัฒนาอย่างตลอด ไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด และเราก็จะพัฒนาการเล่นเครื่องเสียงไปในแบบที่พอเหมาะและรู้ทิศทางมากขึ้นอย่างแน่นอน

               ด้วยความที่นวัตกรรมของเทคโนโลยีนั้นมันพัฒนาแทบบตลอด บวกกับความล้ำสมัยของเทคโนโลยีที่สูงแบบสูงขึ้นเรื่อยๆซึ่งมันส่งผลให้การผลิตของชุดเครื่องเสียงนั้นมีมาตรฐานที่สูงขึ้นในแบบมากๆ เพราแบบนี้เองมันเลยส่งผลให้งบประมาณในการที่คนเราจะเล่นเครื่องเสียงทั้งทีนั้นถูกจำกัดในเรื่องของงบประมาณ ซึ่งวิธีที่ประหยัดงบประมาณก็อาจจะต้องซื้ออุปกรณเครื่องเสียงต่างๆและมาประกอบให้เป็นชุดเครื่องเสียงในแบบที่เราต้องการ เพื่อที่จะได้เริ่มต้นในการมีประสบการณ์ฟังเพลงผ่านเครื่องเสียงรวมถึงประสบการณ์ในการเล่นเครื่องเสียงอีกด้วย อีกทั้งบางทีเราอาจจะใช้เป็นชุดเครื่องเสียงเพื่อการฟังเพลงอย่างเดียวในแบบที่ตัวคุณเองชอบก็คงสะใจและเพิ่มอรรถรสได้มากกว่าการฟังเพลงแบบทั่วไป

               การที่จะรู้ว่าอุปกรณ์อันไหนดีหรืออันไหนไม่มีคุณภาพเสียงนั้นดีหรือไม่นั้นมันอยู่ตัวเราเองล้วนๆ ทุกคนมีหูเหมือนกันก็จริง แต่การฟังนั้นยังไงก็มีความแตกต่าง มันขึ้นอยู่กับความชอบและรสนิยมของแต่ล่ะคน ซึ่งพอฟังๆที่เรานำเสนอไปก็คงมีความอยากที่จะมีเครื่องเสียงเป็นของตัวเองสักเครื่องแล้วใช่ไหมล่ะคะ เครื่องเสียงสามารถซื้อได้ตามร้านขายเครื่องเสียงทั่วไป แต่เครื่องเสียงดีๆก็อาจจะมีราคาสูงหน่อย มันอยู่ที่ว่างบประมาณของคุณนั้นมีประมาณไหน ถ้ารู้งบแล้วเราก็พอจะเลือกได้ว่าเราควรจะเป็นเจ้าของเครื่องเสียงแบบไหน ทางที่ดีต้องใจเย็นๆ ค่อยๆเลือกไป เอาที่ถูกใจคุณที่สุดน่าจะดีกว่า

สิ่งที่ออฟฟิศยุคใหม่ขาดไม่ได้

โปรเจคเตอร์

          ออฟฟิศในปัจจุบันนั้นเงื่อนไขสำคัญที่สุดนั้นคือการรีดประสิทธิภาพของพนักงานเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดออกมา ซึ่งสิ่งแวดล้อมโดยรวมในออฟฟิศนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น “โปรเจคเตอร์” คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่เครื่องปรับอากาศ

          ดังนั้นในปัจจุบันที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทกับทุกอย่าง อุปกรณ์และเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่อยู่ในออฟฟฟิศก็เหมือนได้อัพเกรดประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้นซึ่งผู้ที่เป็นพนักงานก็ต้องปรับตัวในการใช้งานด้วย จะมีอะไรบ้างเราจะมาแนะนำกัน

          1. “โปรเจคเตอร์”

          ทุกออฟฟิศต้องมีการประชุมเพื่อเสนอหรือสรุปงานอยู่แล้ว และสิ่งสำคัญในการประชุมในปัจจุบันก็ต้องเป็นโปรเจคเตอร์ ซึ่งด้วยความที่มีสเปคหลากหลายการเลือกซื้อก็ต้องดูให้ดีอย่างเช่น

          – ความสว่าง

          ในห้องประชุมแต่ละที่นั้นแสงภายในห้องจะมีความสว่างไม่เหมือนกัน ถ้าภายในห้องมีความมืดมากไปจอก็ควรที่จะสว่างเพื่อที่จะสู้กับสภาวะในห้องได้ด้วย ซึ่งค่าความสว่างนั้นจะใช้หน่วยที่เรียกว่า Lumens ซึ่งการใช้งานในออฟฟิศนั้นควรเลือก 2000 Lumens ซึ่งจะทำให้สามารถใช้งานในที่กว้าง ๆ ได้

          – ความละเอียด

          ในการจะพรีเซนต์งานก็จะต้องมีไฟล์มัลติมีเดียต่าง ๆ ทั้งภาพและวีดีโอซึ่งความละเอียดนั้นจำเป็นอย่างมาก เพราะว่าถ้าความละเอียดต่ำไปอาจจะทำให้ดูภาพเหล่านั้นไม่ละเอียดไม่เคลียร์ หรือว่าถ้าต้องประชุมกับลูกค้าด้วยแล้วอาจจะทำให้ขาดความน่าเชื่อถือได้ ดังนั้นควรเลือกหาความละเอียด 1024×768 เป็นอย่างต่ำหรือ 1280×1024 เป็นอย่างสูง

          – สายสัญญาณ

          ถ้าในอดีตก็คงไม่มีใครคำนึงถึงเรื่องนี้นักเพราะว่าขอแค่ให้มีภาพขึ้นเป็นปกติก็พอ แต่ว่าตอนนี้มีอุปกรณ์ที่มากมายหลากหลายให้ได้เชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็น DVI-I, DVI-D หรือ HDMI ซึ่งอย่างหลังนี้ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะเป็นมาตรฐานและสามารถถ่ายทอดภาพออกมาเป็นแบบ HD ได้

          2. เครื่องถ่ายเอกสาร

          อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยในออฟฟิศนั่นก็คือเครื่องถ่ายเอกสาร โดยแต่ก่อนอุปกรณ์ชนิดนี้ที่อยู่ในออฟฟิศนั่นก็ต้องมีขนาดใหญ่ และการใช้งานก็ทำได้แต่ถ่ายเอกสารเพียงอย่างเดียว แต่ตอนนี้เครื่องถ่ายเอกสารนั้นมีมัลติฟังก์ชั่นที่เป็นปรินท์เตอร์ สแกนเนอร์ ได้ด้วย

          โดยเครื่องถ่ายเอกสารแบบมัลติฟังก์ชั่นนั้นช่วยสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ทำงานเป็นอย่างมาก เพราะว่าทุกอย่างจะจบในเครื่องเดียวกันเลย ซึ่งอาจจะมีราคาแพงกว่าแบบปกติแต่ว่าก็คุ้มค่ากับงานในออฟฟิศเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะประหยัดพื้นที่ในการใช้งานแล้วยังไม่ต้องไปซื้ออุปกรณ์เหล่านี้มาเพิ่มให้เปลืองงบประมาณ

          โดยการดูเครื่องที่มีลักษณะนี้ต้องใส่ใจในเรื่องการรับประกันด้วย เพราะมีหลายครั้งที่ประสบปัญหาในเรื่องความทนทานเพราะว่ามีการประกอบกันของหลายอุปกรณ์ ทางที่ดีควรเลือกแบรนด์ที่คุ้นหูคุ้นตาและได้รับการยอมรับ

          3. แฟกซ์

          หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าแฟกซ์นั้นยังเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในออฟฟิศอยู่ในการส่งเอกสารต่าง ๆ และแน่นอนว่าแฟกซ์นั้นก็จะมาพร้อมโทรศัพท์ด้วย โดยการเลือกเครื่องแฟกซ์ในปัจจุบันนั้นควรดูไปที่ฟังก์ชั่นหลักในการส่งแฟกซ์ เพราะว่าฟังก์ชั่นเสริมเช่นการถ่ายเอกสารหรือสแกนเนอร์นั้นเราไปใช้กับเครื่องที่ทำหน้าที่จริง ๆ เลยดีกว่า

               โดยเครื่องแฟกซ์ในปัจจุบันนั้นต้องสามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายได้เพื่อที่จะสามารถใช้งานกันได้กับทุกเครื่องในออฟฟิศนั่นเอง และที่ลืมไม่ได้เลยก็คือเรื่องของการรับประกันที่ต้องครอบคลุมระยะเวลาที่พอสมควร

          4. “คอมพิวเตอร์”

          ขาดไม่ได้เลยทีเดียวสำหรับคนทำงานออฟฟิศ เพราะการทำงานทุกอย่างในปัจจุบันนั้นมีอุปกรณ์หลักก็คือคอมพิวเตอร์นั่นเอง ซึ่งการเลือกคอมพิวเตอร์สำหรับออฟฟิศนั้นไม่มีหลักแน่นอนว่าต้องซื้อแบบไหน เพราะการทำงานของแต่ละตำแหน่งหรือแต่ละออฟฟิศนั้นไม่เหมือนกัน

          ดังนั้นออฟฟิศควรมีผู้ที่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์เป็นตำแหน่งที่ปรึกษาในการจัดสเปคของคอมพิวเตอร์ รวมถึงกำหนดว่าควรจะซื้อเป็นแบบตั้งโต๊ะหรือเป็นในลักษณะโน๊ตบุ้คนั้นจะเหมาะสมกว่ากัน แต่เบสิคของตอนนี้ CPU ไม่ควรต่ำกว่า Intel i3 และ Ram ไม่ควรต่ำกว่า 4GB เพื่อการใช้งานพื้นฐานที่ลื่นไหล

          และนี่คือเรื่องราวของสิ่งที่ออฟฟิศยุคใหม่ขาดไม่ได้ จะเห็นว่าทุกอาชีพต้องปรับตัวตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผ่านไปทุกวันนะครับ