ปรับปรุงใหม่กับระบบที่จับต้องได้ iPhone 6s

iPhone 6s

ยุทธศาสตร์ของแอปเปิ้ลที่เรารู้มาตลอดคือวางตัวเองเป็นสินค้าหรูหรา มีระบบที่แข็งแกร่งทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ มีการออกแบบอย่างละเมียดละไม ใส่ใจในรายละเอียด ทำให้สามารถวางผลิตภัณฑ์ไว้ในระดับราคาที่สูงกว่าคู่แข่งได้ตลอด แต่หลังๆ ความแตกต่างของ iPhone กับ Android Phone อื่นๆ เริ่มลดลงเรื่อยๆ ถึงปัจจุบัน Android ก็ยังไม่นิ่งในระดับที่วางใจว่าเครื่องจะไม่อืด ไม่ค้างในยามคับขันได้แบบ ไอโฟนแต่ช่องว่างเหล่านี้ก็ถูกถมไปเรื่อยๆ เมื่อกูเกิ้ลขยันพัฒนา Android รุ่นใหม่ที่เก็บรายละเอียดไปได้เยอะแล้ว ซึ่งในปีหน้าที่สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปน่าจะมาพร้อม Android 6 marshmallow เหตุผลที่จะซื้อ iPhone ก็ยิ่งลดลง แต่อย่างว่าของดีก็คือของดีอยู่วันยังค่ำ หลังจากบริษัทได้ทำการเปิดตัว iphone 6s ที่มีฟีเจอร์ต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย มาดูกันดีกว่าว่ามีฟังก์ชันอะไรบ้างที่น่าจับตามองใน ไอโฟน6s

iphone 6s มีชิปประมวลผล A9 และ M9 : ชิปประมวลผล A9 เป็นชิปรุ่นที่ 3 ที่รองรับ 64 bit และทางบริษัทโชว์ความสามารถของชิป A9 นี้ว่า สามารถประมวลผลได้รวดเร็วกว่ารุ่นก่อน 70 เปอร์เซ็นและปรับปรุงคุณภาพการประมวลผลด้านกราฟฟิกขึ้นถึง 90 เปอร์เซ็น เมื่อเปรียบเทียบกับชิป A8 ใน iPhone 6 ส่วนชิป M9 เป็นชิปที่คอยประมวลผลให้กับเซ็นเซอร์ด้านเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวต่างๆ เช่น Accelerometer, Compass, Gyroscope และ Barometer ซึ่งจะช่วยทำให้ประหยัดพลังงานนี้มากขึ้น เมื่อมีการเรียกใช้เซ็นเซอร์พวกนี้ นอกจากนี้ยังช่วยในการใช้ฟีเจอร์ “สวัสดี, Siri” ให้สามารถเรียก Siri ได้ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องเสียบชาร์จอีกต่อไป

เปลี่ยนวัสดุตัวเครื่องใหม่ และมาพร้อมสีสันสดใสอย่างสีชมพู : นี่อาจจะเป็นฟีเจอร์ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงซักเท่าไหร่กับ ไอโฟน6s แต่บริษัทได้ทำการเปลี่ยนวัสดุตัวเครื่องใหม่ โดยเปลี่ยนมาใช้อะลูมิเนียมเกรด 7000 ที่มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น และกระจกเปลี่ยนมาใช้กระจก Ion-X แบบเดียวกันกับ Apple Watch Sport และจุดเด่นของ iPhone 6s อีกอย่างหนึ่งก็คือบริษัทเพิ่มสี Rose Gold ขึ้นมาอีกหนึ่งสี

3D Touch และ Taptic Engine : สำหรับฟังก์ชั่น 3D Touch เป็นฟีเจอร์เด็ดที่สุดของ iPhone 6s เลยก็ว่าได้ 3D Touch เป็นเทคโนโลยีใหม่ทำให้หน้าจอสามารถแยกแยะแรงกดได้ ซึ่งจะช่วยให้การใช้งานนั้นง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพียงแค่กดแรง ๆ ที่ไอคอน 1 ครั้ง Shortcut ต่างๆ จะโผลขึ้นมา ทำให้ลดจำนวนครั้งที่กด เพื่อจะเข้าเมนูที่ต้องการได้ส่วน Taptic Engine เป็นตัวที่จะคอยสั่นเตือนเบา ๆ เวลาเรากดลงไปบนหน้าจอแรง ๆ

กล้องด้านหลัง iSight Camera : จุดเด่นอีกอย่าง คือกล้องหลังถูกปรับปรุงใหม่ครั้งใหญ่อีกครั้ง โดยคราวนี้บริษัทเพิ่มความละเอียดให้เป็น 12 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ยังเปลี่ยนเซ็นเซอร์รับภาพใหม่ ให้สามารถถ่ายภาพได้มีความคมชัด สีสมจริงมากขึ้น และยังลด Noise ที่เกิดขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายวีดิโอบนความละเอียด 4K เพื่อตอบรับมาตรฐานจอ Retina Display ความละเอียดสูง รุ่นใหม่ ๆ อย่าง iMac และ iPad Pro ในส่วนของกล้องหน้า FaceTime Camera จะมาพร้อม Retina Flash คราวนี้บริษัทจัดเต็มจริงๆ เพราะกล้องหน้าของ iPhone6s เพิ่มความละเอียดเป็น 5 ล้านพิกเซล เพื่อตอบรับกระแสเซลฟี่ อีกทั้งยังมาพร้อมกับ Retina Flash คือการที่ใช้แสดงสว่างจากหน้าจอไอโฟน มาใช้แทนแฟลช เพื่อให้เวลาเซลฟี่หน้าก็จะสว่างสดใสมากยิ่งขึ้น

Live Photo เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่มีเฉพาะ iPhone6s เท่านั้น โดยหลักการทำงานของ Live Photo ก็คือไอโฟนจะถ่ายภาพแบบต่อเนื่องก่อนและหลังกดชัตเตอร์ ไม่ใช่การถ่ายวีดิโอ และนำภาพทั้งหมดที่ได้มาเรียงต่อกันเป็นภาพเคลื่อนไหวความยาว 1.5 วินาที คล้าย ๆ กับภาพ GIF แต่อยู่ในรูปแบบของ Motion JPEG ซึ่งไอโฟนจะทำการอัดเสียงแยกต่างหากและจะนำไปรวมกับไฟล์ภาพที่ได้ภายหลัง แต่คนส่วนมากก็กังวลว่าจะใช้พื้นที่ในการจัดเก็บมากกว่าปกติหรือไม่ ? คำตอบก็คือ Live Photo จะเซฟรูปพื้นฐานและจะเก็บข้อมูลของเฟรมอื่น ๆ เพียงแค่ส่วนที่มีการเคลื่อนไหวเท่านั้น ก็สามารถลดขนาดของภาพ Live Photo ไปได้บ้าง อย่างไรก็ตาม TechCrunch ได้ออกมารายงานว่ารูป Live Photo จะยังคงมีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของภาพปกติอยู่ดี และสุดท้ายกับฟีเจอร์อย่าง Touch ID รุ่นใหม่ : Touch ID ใน iPhone6s ถูกปรับปรุงใหม่ให้สามารถตรวจจับลายนิ้วมือได้แม่นยำและรวดเร็วกว่ารุ่นก่อน ทำให้สามารถใช้งาน Apple Pay หรือปลดล็อกไอโฟนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *