วิวัฒนาการเครื่องคิดเลขโลก

"เครื่องคิดเลข casio"

               การคำนวนตัวเลขกับมนุษย์โลกนั้นน่าจะเป็นของที่เคียงคู่กันมาในเรื่องการค้าขายและการเรียนรู้ในแง่มุมอื่น ๆ มาอย่างช้านาน และวิธีหรืออุปกรณ์ที่จะมาช่วยแบ่งเบาภาระในการบวกลบคูณหารนั้นก็มีมาตั้งแต่การใช้นิ้วมือนับกันในอดีตซึ่งน่าจะเป็นวิธีเริ่มแรกสุดมาจนถึงการมี“เครื่องคิดเลข casio” อย่างในปัจจุบัน

          โดยเราจะมาดูกันถึงวิวัฒนาการรวมถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ช่วยให้มนุษย์เราสามารถคิดคำนวนตัวเลขออกมาอย่างเที่ยงตรง และมีผลช่วยให้ความพัฒนาทางด้านต่าง ๆ ของมนุษย์ ซึ่งต้องบอกว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว

          เริ่มต้นจากที่มนุษย์ในสมัยโบราณได้ตระหนักถึงความสำคัญของการคำนวนที่ซับซ้อนและมากขึ้นซึ่งตอนนั้นก็คงยังไม่มี“เครื่องคิดเลข casio” แน่ ๆหลังจากใช้นิ้วมือในการนับก็หาอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะมาช่วยไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้ ก้อนหิน หรือเชือก เป็นต้น ต่อมาเมื่อมนุษย์รู้จักการขีดเขียนจดบันทึกจึงหันมาใช้การเขียนบนฝาฝนังและกระดาษ

               จนเมื่อประมาณ 2600 ปี ก่อนคริตศักราช ได้มีนักประดิษฐ์ชอบจีนได้ทำเครื่องมือออกมาชนิดหนึ่งชื่อว่า ลูกคิด (Soroban or Abarcus) ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อการนับและคำนวนอันแรกเลยก็ว่าได้ โดยลักษณะจะเป็นกระดานไม้ที่ใส่ลูกหินหรือลูกประคำเข้าไป ผู้ที่ใช้ส่วนมากเป็นพ่อค้า ชาวประมง ที่ต้องมีการนับสินค้าเป็นต้น ซึ่งลูกคิดก็ยังคงมีการใช้งานกันอยู่จนถึงปัจจุบัน

          ต่อมาในปี ค.ศ. 1600 จอห์น เนเปียร์ นักคณิตศาสตร์ชาวสก็อตแลนด์ ได้ประดิษฐเครื่องมือที่เอาไว้ใช้สำหรับคำนวนที่มีชื่อว่า Napier’s bones หรือ ตารางลอกการิทึม โดยการใช้หลักการคูณและการหารตามหลักคณิตศาสตร์จากชาวอาหรับ โดยลักษณะของอุปกรณ์ดังกล่าวจะเป็นท่อนไม้แกะสลักเป็นตัวเลข ต่อมาเพียงไม่กี่ปี วิลเลียม ออกเกด ชาวอังกฤษก็ได้ผลิตไม้บรรทัดที่มีชื่อว่า Slide Rule เพื่อช่วยในการคูณ

          เมื่ออารยธรรมและการศึกษาได้เข้ามามีบทบาทกับสังคม วิชาด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ได้มีการเรียนการสอนเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ในปี ค.ศ. 1623 จึงได้เกิดเครื่องคิดเลขเครื่องแรกของโลกขึ้นจาก เบล์ส ปาสคาล ผู้เป็นนักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร์ ชาวผรั่งเศส โดยเป็นเครื่องออกแนวจักรกลที่ใช้บวกและลในจำนวนเลขฐาน10 จากชิ้นส่วนของฟันเฟือง 8 ตัวที่ประจำหลักต่าง ๆ อยู่ โดยหลักการทำงานโดยรวมจะเหมือนกับหน้าปัทม์บอกระยะทางของรถยนต์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่มาก่อนเวลาอันยาวนานของเครื่องคิดเลข casio นั่นเอง

          ในปี ค.ศ. 1646 เครื่องคิดเลขก็ได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่งด้วยการคิดค้นของ กอทฟริด วิลเฮลม ลิปนิซ ชาวสหรัฐอเมริกา ซึ่งสามารถ คูณ หาร และหารากที่สองของตัวเลขได้ โดยเครื่องมือชนิดนี้เรียกว่า อาริทโมมิเตอร์ (Arithmometer Machine)

               และยุคของเคร่องคิดเลขในยุคสมัยใหม่ก็เริ่มขึ้นหลังจากผ่านมาหลายร้อยปี โดยในปี ค.ศ. 1885 วิลเลี่ยม สเวียด เบอร์ร็อคส์ ได้ประดิษฐ์ เครื่องคำนวนขึ้นมาในชื่อ Calculating Machine ซึ่งได้ถูกจดสิทธิบัตรขึ้นและได้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการคำนวนของระบบธนาคารในสมัยนั้น ซึ่งหลังจากที่ วิลเลี่ยม สเวียด เบอร์ร็อคส์ ได้เสียชีวิตไป ความอัจฉริยะก็ยังถูกส่งต่อมายังลูกและได้พัฒนาให้มีความซับซ้อนในการคิดคำนวนตัวเลขมากขึ้นด้วย แต่ก็ยังคงถูกใช้งานกันในองค์กรธุรกิจใหญ่ ๆ

          ในช่วงปี ค.ศ. 1970 เครื่องคิดเลขได้ถูกพัฒนาให้มีขนาดเล็กกว่าเดิมมากจนสามารถพกพาใส่กระเป๋าไปได้ โดยบริษัท Busicom ได้ทำการผลิตเครื่องคิดเลขในระบบดิจิตอลขึ้นมา มีหน้าจอเอาไว้แสดงผล และใช้แบตเตอรี่แบบถ่านแทนการเสียบปลั๊กไฟ การแข่งขันของบริษัทต่าง ๆ มีมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น Sanyo, Sharp, Cannon โดยการออกแบบให้เป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้นและเอาใจนักเรียนนักศึกษาหรือสาขาอาชีพอื่น ๆ ด้วยการใส่ฟังก์ชั่นต่าง ๆ เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ลงไป โดยราคาก็ถูกลงอย่างเรื่อย ๆ อย่างเช่นเครื่องคิดเลข casio ที่มีการทำงานที่หลากหลายและดีไซน์ที่สวยงามราคาก็มีหลากหลายตามรูปแบบการใช้งานก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

          ปัจจุบันเราสามารถใช้เครื่องคิดเลขได้บนหลากหลายอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นในคอมพิวเตอร์ หรือ สมาร์ทโฟน ซึ่งเรียกได้ว่าสะดวกสบายเป็นอย่างมาก

          และนี่คือเรื่องราวของวิวัฒนาการเครื่องคิดเลขโลกที่เรานำมาเสนอทุกท่าน เห็นไหมครับว่าสาระน่ารู้ก็สนุกได้เหมือนกัน

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *