วิวัฒนาการการฟังเพลงผ่านสื่อของคนไทย

"ราคาไอโฟน"

เสียงเพลงหรือดนตรีนั้นถือว่าเป็นสิ่งคู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ดังนั้นการฟังเพลงเพื่อเป็นการผ่อนคลายหรือสร้างบรรยากาศต่าง ๆ ก็ถูกทำมาตั้งแต่สมัยโบราณที่ต้องมีนักดนตรีมาบรรเลงเพลงให้ดูกันแบบสด ๆ จนถึงยุคสมัยที่มีสื่อเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลางถ่ายทอดเสียงเพลงตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของวิทยุที่ต้องเป็นคนร่ำรวยถึงจะซื้อได้เรื่อยมาถึงยุคที่“ราคาไอโฟน”อยู่ในระดับที่ใคร ๆ ก็เป็นเจ้าของได้อย่างในปัจจุบัน ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นเสียงเพลงก็คอยกล่อมผู้ฟังผ่านอุปกรณ์หลากหลายเรื่อยมา

เราจะพาท่านนั่งเรือทวนน้ำแห่งกาลเวลากลับไปดูว่าวิวัฒนาการการฟังเพลงผ่านสื่อและอุปกรณ์ของคนไทยนั้นมีอะไรบ้างและมีผลต่อวงการอุตสาหกรรมเพลงในภาพรวมมากน้อยแค่ไหน ไปดูกันเลยครับ

                1. วิทยุกระจายเสียง

                วิทยุถูกนำเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ร้อยกว่าปีก่อน โดยใช้ในงานด้านราชการ ประมาณปี พ.ศ.2482 ได้มีการให้เอกชนมามีส่วนร่วมในการซื้อโฆษณาและจัดรายการกันมากขึ้น โดยชาวบ้านทั่วไปก็สามารถซื้อหามาเป็นเจ้าของได้ด้วยราคาที่ถูกลงและมีแบรนด์วิทยุที่ทำจากโรงงานคนไทยอย่างธานินทร์ออกสู่ท้องตลาด โดยรูปแบบรายการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากก็คือการเปิดเพลงซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจของคนไทยนั่นเอง

                โดยในยุคนั้นการออกอากาศจะเป็นไปในรูปแบบ AM เพลงที่เปิดก็มีหลากหลายจากทั้งฝั่งตะวันตกและเพลงไทยที่ส่วนมากจะเป็นเพลงมาร์ชปลุกใจและเพลงลูกทุ่ง โดยจะมีโฆษกดำเนินรายการเป็นผู้เปิดเพลงตามคำขอทางจดหมายด้วย ก่อนที่จะมีการออกอากาศผ่านทางคลื่น FM และเปลี่ยนคำเรียกผู้ดำเนินรายการเป็น DJ

                2. เครื่องเล่นแผ่นเสียง

                ถ้าจะให้พูดถึงการฟังเพลงตามใจนึกโดยที่ไม่ต้องรอโฆษกหรือ DJ มาเปิดให้ ในยุคพอ ๆ กับที่วิทยุกระจายเสียงเริ่มแพร่หลายนั้นอุปกรณ์ก็คงหนีไม่พ้นเครื่องเล่นแผ่นเสียงนั่นเอง โดยเครื่องเล่นแผ่นเสียงนั้นเป็นที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในประเทศฝั่งตะวันตกอยู่แล้ว โดยเริ่มเข้ามาในประเทศไทยผ่านผู้ที่มีฐานะทางสังคม แต่ประมาณปี พ.ศ.2482 เป็นต้นมาเครื่องเล่นดังกล่าวก็ได้ถูกกระจายไปยังบ้านเรือนของคนที่มีใจรักในเสียงดนตรี โดยแผ่นเสียงหรือแผ่นไวนิลในช่วงแรกนั้นจะนำเข้ามาจากต่างประเทศ ก่อนที่ศิลปินไทยจะผลิตผลงานเพลงเป็นแผ่นเสียงออกมาเพื่อจำหน่ายและส่งให้สถานีวิทยุต่าง ๆ เพื่อนำไปประชาสัมพันธ์

                3. เครื่องเล่นเทปคาสเสตต์

                เมื่อเข้ามาในช่วง พ.ศ.  2520 ผู้ฟังเพลงไทยก็ได้เริ่มนิยมสื่อในรูปแบบเทปคาสเสตต์ โดยทั้งตัวเทปคาสเสตต์และเครื่องเล่นมีขนาดที่เล็กกว่าเครื่องเล่นแผ่นเสียงและแผ่นไวนิลมาก โดยยังให้คุณภาพเสียงที่ดีอยู่ โดยนี่เป็นยุคที่วงการเพลงไทยได้เฟื่องฟูถึงขีดสุดเลยทีเดียว เทปคาสเสตต์ของศิลปินที่มีชื่อเสียงสามารถทำยอดขายได้ทะลุล้านตลับเป็นจำนวนมาก เครื่องเล่นจากที่เสียบไฟอยู่กับที่ก็พัฒนามาเป็นเครื่องเล่นพกพาหรือที่เรียกกันติดปากว่าซาวด์เบาท์นั่นเอง ซึ่งยอดขายเฉพาะในประเทศไทยก็ถล่มทลายเรียกได้ว่าวงการเพลงและสินค้าเกี่ยวกับการฟังเพลงของประเทศไทยเฟื่องฟูมาก ๆ เลย

                4. เครื่องเล่น CD

                หลังจากที่เทปคาสเสตต์ได้รับความนิยมมายาวนานพอสมควรก็เป็นการเข้ามาของยุค Digital หรือ CD นั่นเอง โดยให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเทปคาสเสตต์ในด้านความใสและคมชัด ซึ่งตัวเครื่องเล่นพกพานั้นก็มีขนาดบางและน้ำหนักกว่าแบบคาสเสตต์เป็นอย่างมาก แต่ว่ายุคนี้ก็อยู่ได้ไม่นานเพราะว่าการเข้ามาของแผ่น MP3 ซึ่งจุเพลงได้หลายร้อยเพลงและส่วนมากเป็นของผิดลิขสิทธิ์

                5. Music Streaming

                ยุคการฟังเพลงผิดลิขสิทธิ์ผ่านแผ่น MP3 กินระยะเวลามานานพอสมควรจนถึงการดาวท์โหลด MP3 ฟรี ๆ ผ่านคอมพิวเตอร์ จนวงการเพลงเหวาหงอยไปหลายปี จนเกิดช่องทางใหม่ที่ให้คนฟังเพลงได้ฟังแบบฟรี ๆ หรือซื้อ VIP เพื่อให้ได้เสียงที่ดีขึ้นโดยที่ค่ายและศิลปินก็มีรายได้ด้วยนั่นคือการฟังเพลงผ่านอินเตอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทดีไวซ์อย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเป็นต้น ซึ่งถือเป็นช่องทางใหม่ที่สดใสทั้งคนฟังและศิลปิน ในปัจจุบัน“ราคาไอโฟน”หรือสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ ก็ไม่ได้สูงมากทำให้คนหันมาฟัง Music Streaming กันมากขึ้นเรื่อย ๆ

                และนี่คือเรื่องราวของวิวัฒนาการการฟังเพลงผ่านสื่อของคนไทย หวังว่าจะเป็นเรื่องราวดี ๆ สำหรับผู้หลงใหลในการฟังเพลงทุกท่านนะครับ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *