ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้กังวล ไร้อุบัติภัย

กล้องติดรถยนต์

ทุกวันนี้เราต้องยอมรับว่า สภาพการจราจรและถนนหนทางบ้านเรา ไม่ได้มีความปลอดภัยเท่าไหร่นัก อาจจะด้วยผู้คน นิสัยการขับรถ และอื่นๆ ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาเล่านี้ในเบื้องต้น อุปกรณ์เสริมอย่าง กล้องติดรถยนต์ ก็ดูเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ทั้งนี้ลักษณะของรถที่ใช้บนท้องถนน ก็ควรอยู่ในสภาพที่ดีด้วย ไม่ใช่เพียงแค่มี กล้องติดรถยนต์ อย่างเดียวก็จะลดอุบัติเหตุได้ แต่ต้องมาพร้อมกับการตรวจเช็คสภาพรถ ลมยาง และน้ำมันอยู่เสมอ ต้องติดแผ่นป้ายทะเบียน เลี่ยงการขับขี่ด้วยรถที่สร้างฝุ่นละอองหรือควัน เพราะจะสร้างทัศนวิสัยที่ไม่ดีให้แก่ผู้ร่วมทางจนอาจเกิดอุบัติเหตุได้

ทีนี้เรามาทวนกฎจราจรกันเล็กน้อยดีกว่า

แน่นอนแหละ อย่างแรกจะเป็นอะไรไม่ได้เลย นอกเสียจาก สัญญาณและเครื่องหมายจราจร ไฟจราจร 3 สีต้องจำให้แม่น สีเขียวคือไปได้ สีเหลืองให้เตรียมหยุด ไม่ใช่เตรียมเร่ง หรือเตรียมแข่ง และสีแดงคือให้หยุดหลังเส้นให้หยุดรถ เพราะถ้าฝ่าไฟแดงก็เตรียมรับรูปเจ้าของและรถสวย ๆ ที่บ้านได้เลย หากเจอไฟสีแดงกระพริบที่ทางแยก ให้ชะลอรถหยุดแล้วมองทางให้มั่นใจว่า ปลอดภัยแล้วจึงค่อยขับต่อไป

การใช้ไฟหรือเสียงสัญญาณ หากแสงสว่างไม่พอ มองเห็นได้ไม่ชัดเจนในระยะ 150 เมตร ก็ควรเปิดไฟหน้ารถ และเมื่อบีบแตรก็ควรมีเสียงดังไกลไม่น้อยกว่า 60 เมตร เพื่อส่งเสียงไปยังสิ่งกีดขวางข้างหน้าได้ทันท่วงที

การขับแซง ให้สัญญาณรถคันหน้าเสมอก่อนจะขับแซงขึ้นไปโดยการแซงขวาเท่านั้น รักษาระยะห่างพอสมควร เมื่อแซงผ่านแล้วก็ต้องเข้าเลนซ้าย ห้ามแซงคันที่กำลังเปิดไฟเลี้ยวขวา ห้ามแซงขณะรถขึ้นสะพานหรืออยู่ทางโค้ง มีทัศนวิสัยที่ไม่ดีก็ไม่ควรแซง

การขับรถออกจากที่จอด ถ้ามีรถขวางควรให้สัญญาณมือหรือไฟสัญญาณ เมื่อจะเลี้ยวรถต้องชะลอและเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวไม่ต่ำกว่า 30 เมตร ให้กลับรถในทางที่ปลอดภัย ไม่กลับรถบนสะพานหรืออย่างน้อย 100 เมตรจากทางราบเชิงสะพาน รวมไปถึง การหยุดรถและจอดรถ ให้หยุดหรือจอดรถในทางที่ปลอดภัยไม่กีดขวางผู้อื่น จอดรถชิดซ้ายกับขอบทางในระยะห่างไม่เกิน 25 เซนติเมตร ห้ามจอดรถบนทางเท้า บนสะพาน ในอุโมงค์ ทางแยก หรือตรงที่มีป้ายห้ามจอด

ข้อควรปฏิบัติเมื่อคิดที่จะขับรถ ทำตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด พกใบขับขี่ คาดเข็มขัดนิรภัยเสมอ ขับขี่ด้วยความปลอดภัย ไม่ขับเร็วกว่ากฎหมายกำหนด ขับขี่แบบใจเขาใจเรา เดินทางสายกลาง ไม่ใช้อารมณ์ส่วนตัวบนท้องถนน และไม่ประมาท

ก่อนขับต้องปรับตัวให้พร้อม นอกจากสภาพรถที่ต้องพร้อมแล้ว ผู้ขับขี่ก็ควรพักผ่อนให้เพียงพอ การหลับในเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของอุบัติเหตุ เมื่อรู้สึกว่าง่วง ก็ควรจอดรถพักผ่อน ไม่ขับขี่รถยนต์ขณะมึนเมา หรือมีการดื่มสุราบนรถ

ฝนตกถนนลื่นปราบเซียน ระวังเรื่องการลื่นไถล ควรขับด้วยความเร็วต่ำแต่ใช้เกียร์สูงเพื่อป้องกันการลื่นเสียการทรงตัว ไม่เหยียบเบรกแบบฉุกละหุก

เกิดอุบัติเหตุแล้วไม่หนี เพราะการสันนิษฐานแรก คือ ผู้ที่ขับขี่ที่เกิดอุบัติเหตุแล้วขับหนี ผู้นั้นจะเป็นผู้กระทำผิด สิ่งที่ต้องทำ คือ หยุดรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ประกัน และหาเครื่องหมายสัญญาณแจ้งว่าเป็นพื้นที่อุบัติเหตุ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อนจากรถที่ตามมา

อย่าลืมทำประกันไว้ เพราะเดี๋ยวนี้ประกันหลายตัว ครอบคลุมการดูแลในเรื่องค่ารักษา ผู้เกิดอุบัติเหตุไม่ต้องออกค่ารักษาก่อน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิดก็มีประกันรับผิดชอบค่าเสียหาย เช่น ผู้ทำประกันฯ ชั้น 1 ก็อาจได้รับการดูแลทั้งฝ่ายถูกและฝ่ายผิด รวมทั้งประกันบางตัว มีการดูแลรับผิดชอบไปถึงเรื่องรถยนต์สูญหาย ถูกขโมย และเกิดเหตุไฟไหม้ นอกจากนี้ยังมีบริการให้รถสำรองขับในขณะที่ซ่อมคันเก่าอยู่ และประกันสมัยนี้ก็ขยันขันแข็งทำงานกัน 24 ชั่วโมง และมาถึงที่เกิดเหตุเร็วเสียด้วย

การมีรถขับแม้จะช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น แต่การขับขี่อย่างไม่ประมาทนับเป็นกุญแจที่สำคัญที่สุด เพราะสาเหตุหลักๆ ของอุบัติเหตุบนท้องถนนนั้นเกิดมาจาก “ผู้คน” อย่างเราๆ นี่แหละ เมื่อไม่ประมาทแล้ว ก็เหลือเพียงปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ก็ควรวางแผนในเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุให้ดี อุปกรณ์เสริมใดๆ ที่สามารถติดตั้งได้ เพื่อป้องกันก็ควรลงทุนสักหน่อย อย่าง กล้องติดรถยนต์ เครื่องฟอกอากาศภายในรถ อุปกรณ์แจ้งเตือนต่างๆ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *