จากซักมือเปลี่ยนมาเป็นซักเครื่อง

“บริการล้างเครื่องซักผ้า”

ในอดีตการซักผ้าไม่ได้สะดวกสบายเหมือนสมัยนี้ ที่จะโยนผ้าลงถัง ใส่ผงซักฟอกแล้วกดปุ่ม แล้วก็รอเอาออกมาตาก ซึ่งแน่นอนว่าต้องผ่านการซักผ้าด้วยมือมาก่อนอย่างแน่นอน แต่กว่าจะมาเปลี่ยนเป็นการซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าที่มาช่วยทุ่นแรงเหล่าแม่บ้านทั้งหลายนั้น มีทั้งฝาบน ฝาหน้า มีระบบซักและอบในตัว บางรุ่นมีระบบกำจัดแบคทีเรียในเครื่องได้ และยังมี “บริการล้างเครื่องซักผ้า” อีกด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้มนุษย์สมัยก่อนเขาทำความสะอาดเสื้อผ้าอย่างไรกัน ไปติดตามกันได้เลย

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในอดีต ผู้คนต่างซักผ้าด้วยมือโดยอาศัยจากแม่น้ำลำธาร ต่อมาก็อาศัยกระดานซักผ้าที่ช่วยทุ่นแรงในการซักผ้า เพียงแค่นำผ้าไปถูบนกระดานที่แซะร่องไว้ เพื่อช่วยขจัดคราบ ต่อมาก็ได้พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนมาเป็นการซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าไฟฟ้า ซึ่งรุ่นแรกที่ผลิตออกมาขายคือ เครื่องซักผ้ายี่ห้อ “Thor” ที่ผลิตขึ้นในปี 1908 แต่เครื่องซักผ้ารุ่น Thor ไม่ค่อยทนทานสักเท่าไหร่ เพราะมันร้อนจนเกินไป จนทำให้เกิดเครื่องไหม้ แต่สุดท้าย ก็มาจนถึงปัจจุบัน ที่มีเครื่องซักผ้าทั้งที่มีระบบซัก และอบในตัว อีกทั้งยังมีหลากหลายรุ่น หลากหลายแบรนด์ให้เราได้เลือกใช้งานอีกด้วย โดยได้มีการแบ่งประเภทของเครื่องซักผ้าที่มีในปัจจุบันคือเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า และเครื่องซักผ้าแบบฝาบน ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

เครื่องซักผ้าฝาหน้า จะมีลักษณะของฝาที่อยู่ทางด้านหน้า ลักษณะการหมุนของจานซักจะเป็นไปในแนวนอน คล้ายเครื่องโม่ปูน อาศัยหลักการทำงานมอเตอร์แนวดิ่ง ข้อดีของเครื่องซักผ้าฝาหน้าปุ่มโปรแกรมให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย ทำความสะอาดได้ปานกลาง แต่ก็มีข้อเสีย นั่นคือมีราคาค่อนข้างแพง และใช้เวลาในการซักนาน คือประมาณ 45 นาที ถึง 2 ชั่วโมง จึงทำให้ต้องใช้ไฟฟ้ามากเช่นเดียวกัน นอกจากนั้น ยังรองรับปริมาณผ้าที่ซักได้น้อยเมื่อเทียบกับชนิดอื่น คือเพียง 7-10 กิโลกรัมเท่านั้น

เครื่องซักผ้าฝาบน จะแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ

  • เครื่องซักผ้าถังเดียว เป็นเครื่องซักผ้าเป็นแบบอัตโนมัติ มีการต่อตัวเครื่องเข้ากับท่อน้ำ เมื่อตั้งระบบการซักเรียบร้อย เครื่องจะทำการจ่ายน้ำเข้าเครื่อง และตัดน้ำเองอัตโนมัติ เป็นการซักและปั่นหมาดในถังเดียว
  • เครื่องซักผ้า 2 ถัง เป็นเครื่องซักผ้าแบบกึ่งอัตโนมัติ โดยจะแยกส่วนระหว่างถังซักผ้า และถังปั่นแห้ง โดยผู้ใช้เอง จะเป็นคนที่กำหนดเองว่าต้องการน้ำประมาณเท่าใด และยังสามารถตั้งเวลาในการซักได้เองตามที่ต้องการ

โดยทั้งหมดทั้งมวลนั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการพัฒนาวิวัฒนาการในการซักผ้า นอกจากนี้ยังมีเครื่องซักผ้าที่มีเครื่องอบผ้าในตัว หรือเครื่องอบผ้าโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้ผ้าของคุณสะอาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีนวัตกรรมที่สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ อีกทั้งยังช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการตากผ้า เพราะใช้เวลาเพียงไม่นาน ผ้าของคุณก็แห้ง ซึ่งไม่ว่าจะสภาพอากาศเป็นแบบใด ผ้าของคุณก็แห้งทัน พร้อมให้คุณเก็บเข้าตู้ได้เลย

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *