หาก Apple มีดาวเทียมเป็นของตัวเอง จะเป็นอย่างไรบ้างนะ

ไอโฟน

กระแสมาแรงช่วงนี้ต้องยกให้กับข่าวลือของ Apple Inc. ที่กำลังสร้างทีมพัฒนาดาวเทียมเป็นของตัวเอง ส่งข้อมูลอินเตอร์เน็ตจากอวกาศเข้า ไอโฟน โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายบนภาคพื้น ซึ่งมีทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ การออกแบบดาวเทียมและเสาอากาศ ราวประมาณ 12 คน ซึ่งในจำนวนนั้นได้มีวิศวกรดาวเทียมรวมถึงผู้บริหารจากบริษัท Skybox Imaging ที่ Apple เข้าซื้อกิจการไปเมื่อปี 2014 เข้าร่วมทีมด้วย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีส่งข้อมูลผ่านดาวเทียมรูปแบบนี้โดยเฉพาะ

โดยทาง Apple วางแผนเรื่องเวลาเอาไว้สำหรับพัฒนาเทคโนโลยีนี้ โดยนำดาวเทียมขึ้นไปติดตั้งในวงโคจรให้สำเร็จภายใน 5 ปี เหมือนอย่าง “Kuiper” จาก Amazon ซึ่งเป็นโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ในการสร้างเครือข่ายดาวเทียม 3,236 ดวง เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วโลก โดย Amazon ประกาศออกมาแล้วว่าจะสร้างสำนักงานใหญ่ในการพัฒนาโปรเจกต์ดังกล่าว ณ Redmond, Washington หรือจะเป็น “SpaceX” ของ Elon Musk ที่ได้เปิดตัวดาวเทียมสองดวงแรกของเครือข่าย ‘Starlink’ ไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้

ซึ่งทั้ง “Kuiper” จาก Amazon และ “SpaceX” ของ Elon Musk มีแผนส่งดาวเทียมสื่อสารนับร้อยๆ ดวงขึ้นสู่วงโคจร เพื่อสนับสนุนการให้บริการด้านอินเตอร์เน็ต หรือจะเป็นโครงการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ส่งสัญญาณภาคพื้น ในการรับสัญญาณจากดาวเทียมแล้วส่งสัญญาณกระจายไปยังอุปกรณ์ของ Apple โดยตรงแบบที่ไม่ต้องใช้ผู้ให้บริการเครือโทรศัพท์มือถือในแบบเดิมอีกต่อไป

นั้นหมายความว่า หากคุณใช้ ไอโฟน หรือ ไอแพด คุณจะสามารถเชื่อมต่อโครงข่ายไร้สายของ Apple ได้ฟรีแบบไม่เสียเงิน เพื่อใช้ในการรับ-ส่งข้อมูล ท่องโลกอินเทอร์เน็ต โดยที่คุณไม่ต้องใช้ผู้ให้บริการโครงข่ายไร้สาย WiFi อีกต่อไป และจะทำผลิตภัณฑ์ของ Apple ในอนาคตมาพร้อมกับฟีเจอร์และสิทธิพิเศษเหนือผลิตภัณฑ์ของค่ายอื่นๆ ขึ้นมาในทันที อีกทั้งพัฒนาให้ระบบระบุพิกัดของอุปกรณ์มีความแม่นยำกว่าเดิม เพื่อช่วยในการยกระดับประสิทธิภาพของแอพพลิเคชั่นแผนที่นำทาง Maps และฟีเจอร์อื่นๆ ในอนาคตอีกด้วย

แต่กระแสข่าวนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดนัก เนื่องจากทาง Apple ก็ยังไม่ได้มีการออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม และยังเก็บเป็นความลับเอาไว้อยู่ อีกทั้งยังเป็นเพียงโปรเจกต์ที่อยู่ในระหว่างเริ่มต้นเท่านั้น และมีความเป็นไปได้ว่าระหว่างทางจะประสบปัญหาจนทาง Apple ตัดสินใจไม่พัฒนาต่อ เหมือนอย่างเช่น Project Titan ที่เป็นโครงการรถยนต์ไร้คนขับของ Apple ที่ตอนนี้ได้เลิกจ้างพนักงานออกไปเกือบหมด

และด้วยการสื่อสารผ่านดาวเทียมนั้นมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และช้าเมื่อเทียบกับการใช้งานบนโลก ไม่ว่าจะเป็นเสาสัญญาณโทรศัพท์ หรือ WiFi โดยที่ผ่านมานั้น มีหลายบริษัทที่ต้องการพยายามหาเงินด้วยการให้บริการโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม แต่จนแล้วจนรอดก็ต้องยอมแพ้ไปในที่สุด เพราะสู้ราคาไม่ไหว ผู้บริโภคที่ใช้งานจริงก็มีน้อยเกินกว่าจะรักษากำไรเอาไว้ได้

สุดท้ายก็คงต้องคอยติดตามกันต่อไปว่า Apple จะไปต่อหรือไม่กับโปรเจกต์นี้ ซึ่งหากว่าทาง Apple ทำได้ภายในระยะเวลา 5 ปี อย่างที่ได้แจ้งไว้ แน่นอนว่ากลุ่มที่มีผลกระทบมากที่สุดก็คงไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากเหล่าผู้ให้บริการเครือข่ายทั้งหลายนั้นเอง ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงอย่างแน่นอน

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *