Ipad gen 7 มือสอง ต้องระวัง รัฐบาลอาจจ้องคุณอยู่

Ipad gen 7 มือสอง

เดี๋ยวการซื้อของมือสองกลายเป็นปกติไปแล้ว รวมถึงสินค้าเทคโนโลยีด้วย อย่าง Ipad gen 7 มือสอง ควรค่าแก่การมีไว้เนื่องจากสินค้าอย่าง Ipad gen 7 มือสอง นั้น จะมีราคาที่ถูกลง แต่ไม่ได้ทำให้คุณภาพลดลง ยิ่งถ้าได้ใช้ในการเรียน การศึกษา การทำงานด้วยแล้ว เพิ่มความสะดวกสบายได้อย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ที่บอกให้ระวัง เนื่องขจากการซื้อต่อมาจากใคร เราต้องมีความระมัดระวังในการซื้อด้วย แน่นอนว่าต้องมีตัวตนของคนขาย แต่เรื่องข้อมูลในตัวเครื่องก็เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจเช่นกัน

เนื่องจากปัจจุบันนั้น มีแอปพลิเคชันต่างๆ รองรับในเรื่องการเรียน การศึกษา การทำงาน มากมาย เช่น แอปพื้นฐานอย่างแอปจดโน้ตต่างๆ เช่น GoodNotes หรือ Notability ที่ทำให้เนื้อหาบนหน้ากระดานดำดูน่าสนใจขึ้นมาทันทีด้วยการจดหรือตกแต่งโน้ตของอาจารย์ด้วยตัวเราเองได้ หรือสร้างเพลนเนอร์วางแผนการเรียนด้วยตัวเองก็สามารถทำได้อีกเช่นกัน

ที่โดดเด่นอีกอย่างคือทางด้านศิลปะ ที่สามารถใช้ Apple Pencil วาดไปบน iPad เสมือนกับวาดลงบนกระดาษจริงพร้อมออปชั่นมากมายที่จะทำให้เราเลือกวาดได้หลากหลายรูปแบบ ทางด้านสายวิชาการไม่ว่าจะเป็นทางด้านภาษา สังคม วิทยาศาสตร์ก็มีแอปให้เราเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วย

แต่!! อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่าต้องระวัง เพราะว่าท่ามกลางกระแส พรบ.ไซเบอร์ ฉบับใหม่ หลายคนอาจจะสงสัยว่าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (เช่น ทรู, 3BB, AIS) หรือรัฐบาล จะสามารถเห็นแอบดูได้หรือไม่ว่าเราค้นหาอะไรในกูเกิล

คำตอบคือ “ไม่” เพราะกูเกิล และเว็บไซต์อีกหลายๆ เว็บมีการเข้ารหัสข้อมูลปลายทางทั้งฝั่งผู่ส่งและผู้รับ สังเกตจากคำว่า https ที่แอดเดรสของเว็บได้เลย แต่สิ่งที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสามารถทราบได้ก็คือทราบว่าเราเข้าเว็บอะไร กล่าวคือรู้ว่าเข้ากูเกิล แต่ไม่รู้ว่าค้นหาอะไรนั่นเอง (แม้จะมีการส่งพารามิเตอร์1คำค้นหาไปใน URL ด้านบนอย่างที่เห็นกันก็ตาม)

เช่น รู้ว่าเข้าเว็บไซต์ google.com แต่จะไม่รู้ว่าเข้าชมหน้าไหนของเว็บนี้ 1พารามิเตอร์ URL คือ ข้อมูลหลังจากเครื่องหมายปรัศนีย์ (?) เช่น สำหรับ URL https://google.com?q=สวัสดี ก็จะมีพารามิเตอร์ได้แก่ q ที่มีค่าเป็น สวัสดี

นอกจากนี้ เว็บใดก็ตามที่ใช้ HTTPS (อย่างเช่นเว็บไซต์ Thai App Update เป็นต้น) เนื้อหาในเว็บก็จะถูกเข้ารหัสไว้ก่อนส่งผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่สามารถรู้ได้ว่ามีข้อมูลอะไรที่ถูกเรียกดูหรือส่งผ่านไปมา นั่นจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมจึงมีการผลักดันให้เว็บไซต์เปลี่ยนไปใช้ HTTPS ที่ปลอดภัยกว่า HTTP ธรรมดา

แต่แม้ว่าจะมีเพียงผู้ส่งและผู้รับเท่านั้นที่รู้ว่าข้อมูลที่ถูกส่งหากันคืออะไร ก็ขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่ายนั้นด้วยว่าจะเก็บข้อมูลนั้นเป็นความลับหรือไม่ เช่น เข้าเว็บไซต์ example.com แม้จะมีแค่เราและเว็บดังกล่าวที่รู้ว่ามีข้อมูลใดถูกส่งหากันบ้าง แต่ example.com ก็อาจมีบันทึกประวัติข้อมูลที่ส่งหากันไว้ และมอบให้แก่รัฐบาลตามคำสั่งศาล

ทั้งนี้ ก็ต้องระวังการเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัยด้วย เช่น สัญญาน Wi-Fi ที่ไม่รู้จัก หากต้องการปกปิดการใช้อินเทอร์เน็ตของเราอย่างเต็มที่ ทางเลือกที่แนะนำก็คือการใช้ VPN หรือท่อพิเศษสำหรับเข้าไปใช้เครือข่ายของผู้ให้บริการรายอื่น ก็จะทำให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไม่สามารถทราบได้ว่าการเข้าเว็บไซต์นั้นมาจากใครครับ เพราะไปรวมกันที่เครือข่ายของผู้ให้บริการ VPN นั่นเอง

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *