ซัมซุงและเทคโนโลยีที่พัฒนาสู่ 5G

ซัมซุง ขึ้นชื่อเรื่องผลิตสินค้าเกี่ยวกับนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา จึงนึกแปลกใจเลยว่า ซัมซุง นั้นได้เริ่มประกอบสร้าง เจอเนเรชั่นใหม่ อย่าง 5G โดยเทคโนโลยี 5G ถือเป็นตัวแทนของการปฏิวัติด้านเทคโนโลยีของยุคนี้ และมันน่าจะส่งผลต่อชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน เป็นการเข้าสู่ยุคสมัยแห่งการเชื่อมต่อกันอย่างแท้จริง

ทั่วโลกกำลังคึกคักเตรียมรับการเข้ามาของยุค 5G อย่างเต็มรูปแบบ ภายใน 2-3 ปีข้างหน้าผู้คนทั่วโลกมากกว่า 5 พันล้านคนจะสามารถติดต่อสื่อสารแบบเสมือนจริงด้วยการมองเห็นแบบสามมิติ ด้วยความเร็วสูงแบบกิกะบิตต่อวินาที เทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สายในระบบ 5G จะเข้ามามีบทบาทในการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมสื่อ ธุรกิจการค้า การเงิน การธนาคารยานยนต์และการขนส่ง การแพทย์ การสาธารณสุข และแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวัน

ซัมซุง

ตัวอย่างเช่น ถ้าตู้ขายสินค้าแบบหยอดเหรียญสามารถพูดคุยกับเราได้ แนะนำสินค้าในตู้ที่เหมาะกับความต้องการไปจนถึงจดจำใบหน้า เรียกชื่อเราถูกและทายใจเราได้ว่าอยากซื้ออะไร จะสุดยอดแค่ไหน ถ้าตู้เย็นที่บ้านเราฉลาดมากพอที่จะบอกเราได้ว่าของอะไรในตู้เย็นใกล้หมด และได้แจ้งไปที่ร้านค้าให้มาส่งของแล้วโดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาไปตลาดหรือช็อปปิ้ง เพราะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่เหล่านี้จะมีความเป็นอัจฉริยะ มีระบบช่วยจดจำและมีข้อมูลพฤติกรรมของเราอยู่ในระบบเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับระบบอินเทอร์เน็ตและโทรคมนาคมทั่วทั้งโลกนั่นเอง

สรุปง่ายๆ นั้น 5G ตอบโจทย์โลกหมุนเปลี่ยนไป รวมถึงการมาของ Internet of Things อย่างเช่น Smart Home, Smart Infrastructure, Smart City, Smart Car เป็นต้น ตามคอนเซ็ปต์ “Anything that can be connected, will be connected.” หรืออะไรที่สามารถเชื่อมต่อได้ก็จะถูกเชื่อมต่อด้วยระบบอินเทอร์เน็ต แต่เพื่อให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด และอะไรที่ต้องการแสดงผลเรียลไทม์จึงจำเป็นต้องมีความรวดเร็วในการรับส่งข้อมูลเช่น การศึกษา, การขนส่ง, การแพทย์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของด้าน ความเร็วเพิ่มขึ้น เพื่อตรงกับคอนเซ็ปต์ในการใช้งาน แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีอัตราดาวน์โหลดและอัพโหลดแรงเท่าใด ทว่ามีแต่การคาดการณ์กันว่าเร็วแรงมากกว่ายุค 4G ถึง 10 – 100 เท่า ซึ่งจะทำให้เปลี่ยนวิถีชีวิตของเราได้หลายอย่างในอนาคต และช่วยผลักดันเศรษฐกิจ ทั้งส่งผลให้เกิดผลิตภัณฑ์หรือบริบทใหม่ของการบริการเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากต้องใช้คลื่นความถี่ที่สูงมากหรือคลื่นเทคโนโลยีความถี่ระดับมิลลิเมตร โดยถือว่าเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนา สามารถดำเนินการได้ด้วยข้อมูลจำนวนมาก และมีสัญญาณการถ่ายโอนข้อมูลที่มีค่า latency ต่ำ (ความล่าช้าน้อยที่สุด) และด้วยประโยชน์ดังกล่าว จึงต้องแลกมาด้วยปัญหาต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพราะว่าสัญญาณที่ส่งผ่านคลื่นความถี่สูงจะส่งผ่านในระยะสั้นเท่านั้น และก็ไม่สามารถเจาะอาคารได้ดี ทำให้ต้องอาศัยเสาสัญญาณกับเทคนิคอื่นๆ เข้าช่วย ดังนั้นจึงน่าสนใจว่าค่าใช้บริการจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ หลายคนอาจจะกลัวว่า เมื่อมีการเข้ามาของคลื่น จะเกิดอันตรายหรือไม่ ในแง่ของสุขภาพทางกายภาพและอวัยวะภายใน โดยคลื่น 5G ที่ทั่วโลกใช้อยู่คือ คลื่นกำลังต่ำ ไม่ได้มีผลต่อร่างกายของเราอย่างใด ไม่ว่าจะเป็นสมอง, ประสาท, รังสี เป็นต้น ซึ่งทุกวันนี้คือคลื่นกำลังต่ำ ทว่าในอนาคตต้องติดตามกันว่าถ้าเป็นคลื่นกำลังสูงที่ใครหลายคนคาดว่าจะใช้งานนั้นจะมีมาตรการอย่างไร ป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ณ ตอนนี้ยังไม่มีผลกระทบใดๆ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *