หัวเหว่ยมุ่งมั่นในการสร้าง ตอน 2

Huawei (หัวเหว่ย) Mobile Services (HMS) Ecosystem: สร้างสถิติด้วยการเป็นอีโคซิสเต็มแอปพลิเคชันที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของโลก HMS (Huawei Mobile Services) และ AppGallery เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้ ด้วยแรงผลักดันจากผลงานของกว่า 1.8 ล้านนักพัฒนาทั่วโลก ปัจจุบัน HUAWEI AppGallery มีแอปพลิเคชันทั้งหมดรวมแล้วกว่า 96,000 แอปฯ ที่อยู่บนแพลตฟอร์ม HMS Core และมีผู้ใช้งานประจำกว่า 490 ล้านรายทั่วโลก นอกจากนั้นยังมีการดาวน์โหลด และใช้งานกว่า 2.61 แสนล้านครั้ง ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนสิงหาคม 2020

Huawei (หัวเหว่ย)

ภายในหนึ่งปี ส่วนหลักของแพลตฟอร์ม HMS Core 5.0 ที่นักพัฒนาสามารถเข้าถึงได้ มีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 14 ชุด เป็น 56 ชุด และจำนวนของ APIs ได้ก้าวกระโดดจาก 885 ชุด เป็นจำนวนถึง 12,981 ชุด ครอบคลุม 7 ด้านหลัก ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างนวัตกรรม และทำให้กระบวนการพัฒนาง่ายมากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น ชุดซีจี (CG Kit) ในบริการด้านกราฟิกที่ช่วยพัฒนางานกราฟิก คุณภาพของภาพ และประสบการณ์การรับชมภาพไปพร้อมกับการยกระดับประสิทธิภาพการแสดงผลในการเล่นเกม ชุดโลเคชั่น (Location Kit) ในประเภท App Services สามารถระบุตำแหน่งในระดับเซนติเมตรถึงมิลลิเมตรได้ถูกต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ใช้งาน

Huawei (หัวเหว่ย) ยังคงมุ่งมั่นที่จะเปิดให้เข้าถึงซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์หลักบนแพลตฟอร์มอย่างเต็มที่ ปัจจุบันมีส่วนซอฟต์แวร์หลักที่เปิดให้ใช้งานแล้ว ได้แก่ เบราเซอร์ การค้นหา แผนที่ การชำระเงิน และการโฆษณา เพื่อเร่งการเติบโตของนวัตกรรมในการพัฒนาแอปฯ นอกจากนั้นหัวเว่ยยังเปิดให้นักพัฒนาได้เข้าถึงส่วนฮาร์ดแวร์ ทั้งกล้องมาตรฐานระดับโลก แผนที่ AR เครื่องมือสื่อสารและรับ-ส่งสัญญาณ รวมไปถึงระบบความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว จากการเปิดให้เข้าถึงส่วนหลักของแพลตฟอร์มเหล่านี้ หัวเว่ยมีความตั้งใจจะสนับสนุนให้นักพัฒนาคิดค้นแอปพลิเคชันยุคใหม่ที่จะสร้างความแตกต่างและได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภค

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้มีการขยายการสนับสนุนออกไปในวงกว้าง เพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถมองเห็นโอกาสทางธุรกิจทั้งในตลาดจีนและตลาดอื่นๆ ทั่วโลก โดยมีบริการให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ระบบการจัดการแบบท้องถิ่น (Localization) และแบบบูรณาการ (Integration) รวมถึงการให้บริการด้านการตลาดและแคมเปญ

นับจากนี้หัวเว่ยยังคงขยายการให้บริการสำหรับนักพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยหัวเว่ยกำลังสร้างห้องปฏิบัติการระดับโลกเพื่อสร้างความร่วมมือด้านอีโคซิสเต็มจำนวน 3 แห่ง ในประเทศรัสเซีย โปแลนด์ และเยอรมนี เพื่อเปิดให้นักพัฒนาจากทั่วโลกใช้งาน ทดสอบ และให้บริการในด้านการรับรองระบบอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งศูนย์บริการนักพัฒนาระดับโลกอีก 5 แห่งในประเทศโรมาเนีย มาเลเซีย อียิปต์ เม็กซิโก และรัสเซีย โดยให้บริการระบบในท้องถิ่น และแพลตฟอร์มที่จัดตั้งภายในประเทศเพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถเติบโตและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

HUAWEI HiLink: บุกเบิกการเชื่อมต่อ การจัดการ และการแลกเปลี่ยนระหว่างอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) หมายถึง ระบบที่ทำลายกำแพงระหว่างอุปกรณ์ IoT โดยทำหน้าที่เป็นภาษากลาง สร้างแพลตฟอร์มหนึ่งเดียวที่อุปกรณ์ต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างง่ายดาย และมีปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างไร้รอยต่อ

ในปี 2020 นี้ HUAWEI HiLink จะได้รับการพัฒนาใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ การเชื่อมต่อ การปฏิสัมพันธ์ การปฏิบัติการ การบริการโซลูชั่น และการยืนยันตัวตน เป้าหมายคือการให้อุปกรณ์ IoT กว่าพันล้านชิ้นเชื่อมต่อกันได้ง่ายมากขึ้น สามารถจัดการและควบคุมได้สะดวกมากขึ้น และทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อเพื่อสร้างอีโคซิสเต็มของฮาร์ดแวร์สำหรับทุกสถานการณ์ จนถึงวันนี้ ผู้ใช้งานประจำ 50 ล้านรายได้ช่วยสร้างการใช้งานระหว่างอุปกรณ์กว่า 1 พันล้านครั้ง โดยมียอดดาวน์โหลดแอปฯ Smart Life รวมกว่า 400 ล้านครั้ง

รถยนต์เองก็เป็นหนึ่งในสาขาหลักของอุตสาหกรรม IoT แพลตฟอร์ม HiCar จะยังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไปในอนาคต ทุกวันนี้ HiCar ร่วมมือกับรถกว่า 150 รุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าของรถได้สนุกกับประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบอัจฉริยะในอนาคตอันใกล้

หัวเว่ยมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตของอีโคซิสเต็มฮาร์ดแวร์ IoT โดยทุ่มเทกำลังให้การพัฒนา IoT ให้เป็นไปได้ง่ายขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการสร้างอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่สามารถใช้แพลตฟอร์ม HiLink ได้ ทำให้หัวเว่ยสามารถสนับสนุนคู่ค้าทางธุรกิจให้เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม IoT ได้

HUAWEI Research: นวัตกรรม “แพลตฟอร์มการค้นคว้า” เพื่อโลกอนาคต การวิจัยของหัวเว่ยมุ่งเน้นไปที่การวิจัยตั้งแต่ต้นจนจบ โดยมีแพลตฟอร์มหลักสองส่วน ประกอบไปด้วย HUAWEI Research Kit และ HUAWEI Research Cloud สองสิ่งนี้ช่วยอำนวยความสะดวกในกระบวนการวิจัยเชิงนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ และเร่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี พร้อมบ่มเพาะนวัตกรรมการพัฒนาแอพ รวมถึงบรรลุการเปลี่ยนแปลงทางผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ด้วยเหตุนี้การทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น สถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สถาบันนวัตกรรม องค์กรอุตสาหกรรม สถาบันทางการแพทย์ และพันธมิตรในอุตสาหกรรมอื่นๆ ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะเป็นกำลังสำคัญให้อุตสาหกรรมจากทุกภาคส่วนประสบความสำเร็จ

ในด้านสุขภาพ (Active Health Field) หัวเว่ยช่วยในการวิจัยสุขภาพหัวใจ โดยมีการตรวจสอบว่าข้อมูลการวิจัยด้านสุขภาพที่รวบรวมมานั้นถูกต้องและมีความหลากหลาย ส่วนด้านความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง (Travel Safety Field) โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์สวมใส่ต่างๆ จะทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาดกับตัวรถยนต์ เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีการขับขี่ที่ปลอดภัยใหม่ๆ เช่น ระบบหลีกเลี่ยงการชนและการดูแลความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ ขณะที่เวลาอยู่บ้าน (Home Life Field) หัวเว่ยจะใช้ความสามารถในการตรวจจับแบบไร้สายที่เชื่อมต่อกับหลายอุปกรณ์ โดยมีฟีเจอร์ที่คอยอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้แก่ การตรวจจับการล้ม ตรวจสอบความผิดปกติในการหายใจ และยังสามารถระบุตำแหน่งเชิงพื้นที่ได้อีกด้วย

หัวเว่ยยังคงขับเคลื่อนระบบอีโคซิสเต็มทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ก้าวไปข้างหน้า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปิดกว้างทางเทคโนโลยี และขยายประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น เพิ่มขีดความสามารถให้กับนักพัฒนาและพันธมิตรทั่วโลกเพื่อสร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ร่วมกัน

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *