แท็บเล็ต huawei อย่ารอช้านะเว้ย รุ่นใหม่มาแล้ว

แท็บเล็ต huawei

ถ้าพูดถึง Huawei หลายคนจะต้องนึกถึงสมาร์ทโฟนของแบรนด์นี้อย่างแน่นอน เพราะว่าได้มีหลายรุ่นเลยที่เดียวที่มีจุดเด่นมากมาย อย่างเช่น Huawei ตระกูล P Series ที่ล่าสุดเป็นรุ่น P40 ไปแล้ว รวมถึงตระกูล Mate ที่ล่าสุดก็เป็นรุ่น Mate 30 เป็นต้น แต่นอกจากสินค้าสมาร์ทโฟนจาก Huawei แล้ว แท็บเล็ต huawei ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งก็ทำอกมาหลายรุ่นแล้วเช่นเดียวกัน โดยล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นานนั่นก็คือ Huawei MediaPad M6 ซึ่งวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับรุ่นนี้กันว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

อันดับแรกเรามาดูที่การออกแบบดีไซน์กันดีกว่าซึ่งมีลักษณะการดีไซน์ที่เรียบหรูดูดีเลยทีเดียว ด้วยวัสดุที่เป็นอลูมิเนียมชิ้นเดียวแบบ unibody ประกอบดีไม่ต่างจาก แท็บเล็ต เรือธงเจ้าอื่นๆ เลย มาพร้อมกับหน้าจอ IPS LCD ขนาด 10.8 นิ้ว มีความคมชัดระดับ 2K ซึ่งพร้อมให้คุณได้ใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับชมภาพยนตร์ หรือเล่นเกมด้วยเทคโนโลยี HUAWEI ClariVu™ สุดอัจฉริยะที่จะช่วยเติมเต็มอรรถรสของทุกภาพให้สมจริงและคมชัดยิ่งขึ้น โดยให้มุมมองการใช้งานกว้าง รวมถึงการใช้งานในที่แสงมาก หรือกลางแจ้งก็ยังใช้งานได้ดีอีกด้วย

จุดเด่นของรุ่นนี้อีกหนึ่งสิ่งก็คือระบบเสียงของลำโพงรุ่นนี้ที่มาพร้อมกันทั้ง4 ตัว ที่ปรับแต่งโดย Harman Kardon เป็นระบบเสียงแบบ Quad Channel และ Quad Speaker ที่ช่วยเพิ่มพลังเสียงมีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีความสมดุล และยังกระจายเสียงได้รอบทิศทางได้เป็นอย่างดี ทำให้คุณได้ดื่มดำไปกับทุกความบันเทิงได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกม ก็ได้เสียงที่สมจริง มีมิติไม่ต่างจากคู่แข่งรายอื่นเลย นอกเหนือจากนี้ยังสามารถใส่ซิมโทรเข้า-ออกได้อีกด้วย

ส่วนเรื่องเครื่องในของ แท็บเล็ต huawei รุ่นนี้มาพร้อมกับ CPU อันทรงพลัง KIRIN 980 ชิปเซ็ตระบบ Dual-NPU ซึ่งเป็นรุ่นแรกของ Huawei ที่พัฒนาเทคโนโลยีได้ถึงระดับ 7 นาโนเมตร และได้นำมาอยู่ใน MediaPad M6 รุ่นนี้ ทำให้เครื่องทำงานได้ดี อีกทั้งยังมาพร้อมกับแรม 4GB หน่วยความจำภายใน 128GB ที่ให้คุณสามารถทำงานได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วไป การเปิดใช้งานแอปต่างๆ การเปิดหลายแอปให้ทำงานพร้อมกันก็สามารถทำได้ หรือจะสลับแอปไปมาก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด รวมถึงการเล่นเกมก็สบายใจหายห่วงได้เลย เพราะ Kirin 980 รองรับการเล่นเกมกราฟิกหนักๆ ได้ดีเลย อีกทั้งให้คุณใช้งานได้อย่างยาวนาน เพราะมีความจุแบตเตอรี่มากถึง 7500mAh เลยทีเดียว

หลังจากได้พูดถึงเรื่องความบันเทิงของ Huawei MediaPad M6 กันไปแล้ว เจ้ารุ่นนี้ยังสามารถใช้สำหรับทำงานได้ด้วย โดยมีโหมด Desktop ที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับคนทำงาน เพียงแค่เชื่อมต่อกับเคสคีย์บอร์ดที่รองรับการพิมพ์ภาษาไทย หรือปากกา M-Pen ก็ได้ โดยโหมด Desktop นี้จะเปลี่ยน UI ให้คล้ายโน้ตบุ๊คเลย ซึ่งหากคุณคุ้นเคยกับการใช้ คอมพิวเตอร์ อยู่แล้ว การใช้โหมดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย เหมาะกับการทำงานด้านเอกสาร พิมพ์งาน หรือทำสไลด์พรีเซ็นต์งาน

ก็จะเห็นได้ว่า Huawei MediaPad M6 สามารถทำงานได้อย่างครบครัน ความสามารถรอบตัวเลยทีเดียว ไม่ว่าจะสามารถโทรเข้า-ออกได้ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ดู Youtube ก็ยังสามารถใช้ทำงานได้อีกด้วย ครบเครื่องขนาดนี้ ไม่มีก็ไม่ได้แล้วละ

แท็บเล็ตน่าใช้ต้องมีปัจจัยอะไรบ้างนะ

แท็บเล็ต

การที่คุณจะมี แท็บเล็ต ดีๆ สักเครื่องหนึ่ง ก็ต้องดูองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นสเปค ราคา การใช้งานที่เหมาะสม เป็นต้น เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจในการเลือกซื้อนั่นเอง และแน่นอนว่าเรื่องของความสามารถนั้นก็ต้องครบครันด้วย โดยวัตถุประสงค์หลักที่มีเจ้าเครื่องนี้ขึ้นมาโลก ก็เพื่อใช้ให้สามารถใช้งานได้เหมือนโน๊ตบุ๊ค ทำให้สามารถใช้งานได้สะดวกสบายมากกว่า อีกทั้งบางรุ่นยังสามารถใช้โทรคุยเหมือนโทรศัพท์มือถืออีกด้วย เรียกว่าเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ระหว่างกลางของโน๊ตบุ๊ค และโทรศัพท์มือถือ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า แท็บเล็ต น่าใช้นั้นจะต้องมีปัจจัยอะไรบ้าง ไปติดตามกันได้เลย

ขนาดของหน้าจอแสดงผล

เป็นปัจจัยที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างนั่นคือเรื่องของขนาดหน้าจอ ซึ่งหากมีหน้าจอขนาดใหญ่ แน่นอนว่าจะสะดวกต่อการใช้งานอย่างแน่นอน อย่างเช่น ขนาดหน้าจอ 9-12 นิ้ว เหมาะแก่เน้นด้านการใช้งานเอกสารเป็นหลัก ซึ่งบางรุ่นสามารถใช้งานแทนโน้ตบุ๊คก็ยังได้ แต่ข้อเสียอาจจะทำให้พกพาไม่สะดวก ทำให้มีพื้นที่การใช้งานมากขึ้น ถ้าหากต้องการความสะดวกสบายควรเลือกขนาดหน้าจออยู่ที่ประมาณ 7-8 นิ้ว ก็เป็นขนาดที่กำลังพอดี

ขนาดความจุในตัวเครื่อง

ขนาดความจุก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญต่อการใช้งาน ซึ่งก็มีทั้งรุ่นที่สามารถเพิ่ม หน่วยความจำ ภายนอกเสริมแบบ microSD Card ได้ และรุ่นที่ไม่สามารถเพิ่มความจุได้ ดังนั้นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับการใช้งาน เพราะถ้าหากเลือกรุ่นที่ความจุน้อยเกินไปก็ใช้งานได้ไม่เต็มที่ หรือถ้าหากเลือกรุ่นที่มีความจุมากเกินไปก็ทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุ ดังนั้นควรเลือกความจุที่เหมาะสมมากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ชอบดูหนัง ฟังเพลง หรือเน้นงานเอกสาร ก็ควรเลือก Tablet ที่มีหน่วยความจุมากหน่อย แต่ถ้าใช้งานเพียงแค่ เล่นเกม เปิดเว็บ เล่น Facebook ก็ให้เลือกตัวเครื่องที่มีหน่วยความจำขนาดปานกลางก็เพียงพอ เป็นต้น

ระบบปฏิบัติการ และหน่วยประมวลผล

ในส่วนของเรื่องระบบปฏิบัติการต่างก็มีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันออกไปถ้าหากเลือก iPad แน่นอนว่าเป็นระบบปฏิบัติการ iOS ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่มีแอปพลิเคชันรองรับจำนวนมาก แต่ถ้าเป็น Android Tablet ก็จะมีหลากหลายยี่ห้อ และราคาให้เลือกมากมาย ส่วน Windows Tablet ก็จะมีจุดเด่นที่มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า universal apps โดยสามารถใช้งานได้ทั้งบน PC, Tablet และสมาร์ทโฟน ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานว่าสะดวกกับการใช้งานแบบใดมากกว่ากัน และในส่วนของหน่วยประมวลผล หรือ CPU แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากได้เครื่องที่ประมวลผลช้ามาใช้งานอย่างแน่นอน ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่คุณเลือกใช้ด้วยเช่นเดียวกัน

ขนาดแบตเตอรี่

สุดท้ายที่หลายคนอาจมองว่าไม่สำคัญ แต่จริงๆ แล้วมองข้ามไม่ได้เลยกับขนาดแบตเตอรี่นั่นเอง โดยขนาดของแบตเตอรี่นั้นจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดตัวเครื่องเป็นหลัก หากตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ แบตเตอรี่ก็จะมีความจุมากตามไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น แท็บเล็ต ที่มีขนาดหน้าจออยู่ที่ระหว่าง 7-8 นิ้ว จะมีขนาดแบตเตอรี่ไม่เกิน 4000 mAh และหากมีขนาดหน้าจอใหญ่มากกว่านั้น ขนาดแบตเตอรี่ก็จะมีความจุมากตามขึ้นไปด้วยนั่นเอง ซึ่งอาจจะอยู่ที่ 6000 mAh ขึ้นไปตามลำดับ และจะใช้งานได้ทั้งวันหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานด้วย

มือถือ 5g มีเกมดีๆ มาแนะนำด้วย

มือถือ 5g

อย่างที่ทราบกันดีว่าโลกเราได้มีเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงอินเตอร์เน็ตไร้สายที่ให้คุณเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วทันใจ อย่างที่เคยได้ยินกันมาในเรื่องของ 4G หรือ 5G ที่ประเทศเรากำลังจะได้ใช้กันในอนาคตอันใกล้นี่เอง แต่วันนี้เราก็เริ่มมี มือถือ 5g ออกมารองรับรอกันไว้ก่อนแล้ว ซึ่งก็มีหลากหลายรุ่นเลยทีเดียว และวันนี้เราจะมาแนะนำทั้ง มือถือ 5g และเกมดีๆ มาให้ได้เล่นกัน

HUAWEI Mate30 Pro 5G

สมาร์ทโฟนที่ชูเรื่องของกล้องหลังเป็นหลัก เพราะเขาได้ร่วมพัฒนากับ Leica พร้อมกับดีไซน์ใหม่ และแน่นอนว่ารุ่นนี้รองรับเครือข่าย 5G ที่เปิดใช้งานในไทยได้นั่นเอง อย่างที่บอกไปคือเรื่องของกล้องที่มีกล้องถ่ายรูปหลังถึง 4 เลนส์ (SuperSensing Cine Camera) โดยแบ่งเป็นเลนส์ SuperSensing Camera ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6 รองรับ OIS, เลนส์ Cine Camera (Ultra-Wide) ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 รองรับ OIS และกล้องความลึก 3D ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 เรียกว่าเอาใจคนชอบถ่ายรูปมากๆ

อีกทั้งชิปประมวลผลที่คุณไม่ต้องห่วงเลย เพราะมาพร้อมกับ HUAWEI Kirin 990 5G และ RAM 8GB บวกหน้าจอ Horizontal Display ชนิด Flex OLED ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ และแบตเตอรี่ความจุ 4500mAh แล้วคุณลองนึกดูสิว่าเกมจะเร็ว ลื่น คมชัด และเล่นได้ยาวนานแค่ไหน สายถ่ายรูป สายเล่นเกมบอกเลยว่าไม่ควรพลาด

Samsung Galaxy S20 และ S20+

จากค่าย HUAWEI มาที่ค่าย Samsung กันบ้าง สมาร์ทโฟนเรือธงที่มีสเปคแทบไม่แตกต่างกัน ถ้าใครชอบจอใหญ่ก็เลือกรุ่น S20+ ได้เลย ที่มาในขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด Quad HD+ ส่วน S20 มาในขนาด 6.2 นิ้ว และทั้งคู่สามารถถ่ายวิดีโอ 8K ได้อีกด้วย ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และกล้องหลังแบ่งเป็นเลนส์หลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 รองรับระบบกันสั่นไหว OIS, เลนส์ Ultra Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และเลนส์ Telephoto ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 รองรับระบบกันสั่นไหว OIS ส่วนเลนส์ ToF (DepthVision) จะมีเฉพาะรุ่น S20+ เท่านั้น

ส่วนเรื่องของความเร็วแรงทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Exynos 990 Octa Core และ RAM 8 GB รันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.1 ทำให้คุณสามารถเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล แต่ขนาดของทั้ง 2 รุ่นจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดยรุ่น Samsung Galaxy S20 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh ส่วน Samsung Galaxy S20+ มีแบตเตอรี่ 4500mAh ก็ยังถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์อยู่สำหรับการเล่นเกม

คราวนี้เกมที่จะแนะนำในวันนี้สำหรับ มือถือ 5g นั่นก็คือ Apex Legends Mobile ซึ่งถ้าหากใครเคยเล่นเกมนี้บน PC มาแล้วละก็ ตอนนี้เขาลงมาอยู่ที่ Android แล้ว โดยเกมนี้จะเป็นเกมยิงแนว Battle Royale จาก Respawn Entertainment ที่เคยสร้างกระแสความนิยมมาแล้ว ซึ่งเป็นเกมที่ให้ภาพสวยงาม และเล่นมันส์ไม่ต่างกับเล่นบน PC แน่นอน

มือถือ 2020 มีรุ่นไหนบ้างที่น่าสนใจ

มือถือ 2020

มือถือ หรือสมาร์ทโฟน นับว่าเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้เลยในยุคนี้ เพราะไม่ว่าเราจะทำอะไร เราก็มักจะใช้มือถือหรือสมาร์ทโฟนเสียซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังพลง เล่นเกม หรือค้นหาข้อมูลต่างๆ ก็สามารถใช้เพียงแค่ Smartphone เพียงแค่เครื่องเดียว และก็ได้เข้าสู่ปี 2020 มาได้สักพักใหญ่แล้ว วันนี้เราก็เลยจะมาแนะนำ มือถือ 2020 กัน ว่ามีรุ่นไหนที่น่าสนใจบ้าง เราลองไปดูกันเลย

Samsung Galaxy Z Flip

เริ่มที่ตัวแรกกันเลยที่เพิ่งเปิดตัวไม่ได้ไม่นานเท่าไหร่ คือ Samsung Galaxy Z Flip มือถือฝาพับฉบับสมาร์ทโฟนที่จอกระจกสามารถพับได้กลายเป็นตลับแป้งไปเลย มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.1 และหน่วยประมวลผล Snapdragon 855 Octa Core ความเร็ว 2.84 GHz หน้าจอแสดงผลหลักเป็นหน้าจอ Infinity Flex Display ชนิด Dynamic AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2636 × 1080 พิกเซล) และยังมีหน้าจอแสดงผลด้านนอกชนิด Super AMOLED ขนาด 1.1 นิ้ว ความละเอียด 300 x 112 พิกเซล สามารถถ่ายภาพได้ และสามารถสัมผัสเพื่อดูการแจ้งเตือนต่างๆ ได้อีกด้วย รายละเอียดดูต่อได้ ที่นี่

OPPO A31

OPPO A31 สมาร์ทโฟนดีไซน์พรีเมี่ยมในราคาประหยัด มาพร้อมจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ โดดเด่นด้วย ROM 128GB และ RAM 4GB อีกทั้งสนุกไปกับการถ่ายภาพด้วย AI 3 กล้องหลังประกอบด้วยกล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล f/1.8, กล้อง Mono 2 ล้านพิกเซล f/2.4 และกล้อง Depth 2 ล้านพิกเซล f/2.4 ส่วนกล้องหน้ามีขนาด 8 ล้านพิกเซล f/2.0 ใครชอบถ่ายรูปก็รู้อยู่ว่า Oppo เขาสายนี้อยู่แล้ว มาพร้อมกับซีพียู Helio P35 และรันบนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie กับ ColorOS 6.1 ทำให้คุณสามารถดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้อย่างครบครัน เพราะมาเต็มกับแบตเตอรี่ 4230 mAh

realme C3

เป็นอีกหนึ่ง สมาร์ทโฟน ที่เปิดตัวมาพร้อมกับราคาสุดแสนจะประหยัดเงินในกระเป๋า แต่พกเอาสเปคแรงมาเต็มเลยทีเดียว ด้วยหน้าจอแสดงผล Mini-drop Display ชนิด LCD กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ ครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 3 และขุมพลัง Helio G70 ที่เน้นเล่นเกมเป็นหลัก สามารถเล่นได้ยาวนาน เพราะมีแบตเตอรี่ความจุมาให้ถึง 5000 mAh นอกจากนี้ยังมีกล้อง 3 เลนส์ ที่สามารถถ่ายได้ทั้งแบบโบเก้ และ Macro โดยเลนส์หลักมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร และกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 พร้อมรองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม และรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi b/g/n, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต Micro USB 2.0

HUAWEI Y7p

สมาร์ทโฟนสุดคุ้ม HUAWEI Y7p มีดีไซน์สวยงาม สเปคดี ราคาไม่แรง มาพร้อมหน้าจอใหญ่แบบ Punch Display ชนิด TFT LCD (IPS) ความละเอียด HD+ ขนาด 6.39 นิ้ว มาพร้อมหน่วยประมวลผล HUAWEI Kirin 710F Octa Core ความเร็ว 2.2GHz RAM 4GB ROM 64 GB อีกทั้งรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 512GB อีกด้วย และถ้าใครชื่นชอบการถ่ายรูป รุ่นนี้ก็ตอบโจทย์ เพราะว่ามาพร้อมกับกล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์แบ่งเป็นเลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, เลนส์ Ultra Wide-Angle มุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 และกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

และนี่เป็นเพียงตัวอย่าง มือถือ 2020 ที่น่าสนใจ ซึ่งก็ต้องรอดูกันยาวๆ ว่าจะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจบ้าง และจะมีสเปค หรือฟังค์ชั่นอื่นๆ อะไรบ้าง ก็ต้องรอติดตามกันต่อไป

ไอแพด 2020 ราคา จะสักเท่าไหร่เชียว

ไอแพด 2020 ราคา

หลังจากที่ได้ทราบกันไปแล้วว่า ไอแพด 2020 หรือ iPad Pro มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง หรือมีการเพิ่มเติมส่วนใด ใน บทความก่อนหน้านี้ มาแล้ว คราวนี้มาดู ไอแพด 2020 ราคา คร่าวๆ กันบ้างดีกว่าว่ามีราคาเท่าใดบ้าง และอย่างที่ทราบกัน คือ iPad Pro 2020 นี้มาพร้อมกันทั้งหมด 2 รุ่น คือ iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว และ iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว แต่ละรุ่นก็จะมี Wi-Fi และ Wi-Fi + Cellular อีกทั้งยังมีขนาดความจุทั้งหมด 4 ความจุ คือ 128GB, 256GB, 512GB และ 1TB แน่นอนว่าต้องมีราคาแตกต่างกันอย่างแน่นอน ไปดูกันดีกว่าว่าแต่ละรุ่น แต่ละขนาด มีราคาเท่าไหร่กันบ้าง ไปดูกันเลย

iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว แบบ Wi-Fi

  • ความจุ 128GB Wi-Fi ราคา 27,900 บาท
  • ความจุ 256GB Wi-Fi ราคา 31,400 บาท
  • ความจุ 512GB Wi-Fi ราคา 38,400 บาท
  • ความจุ 1TB Wi-Fi ราคา 45,400 บาท

iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว แบบ Wi-Fi + Cellular

  • ความจุ 128GB Wi-Fi + Cellular ราคา 32,900 บาท
  • ความจุ 256GB Wi-Fi + Cellular ราคา 36,400 บาท
  • ความจุ 512GB Wi-Fi + Cellular ราคา 43,400 บาท
  • ความจุ 1TB Wi-Fi + Cellular ราคา 50,400 บาท

iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว แบบ Wi-Fi

  • ความจุ 128GB Wi-Fi ราคา 34,900 บาท
  • ความจุ 256GB Wi-Fi ราคา 38,400 บาท
  • ความจุ 512GB Wi-Fi ราคา 45,400 บาท
  • ความจุ 1TB Wi-Fi ราคา 52,400  บาท

iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว แบบ Wi-Fi + Cellular

  • ความจุ 128GB Wi-Fi + Cellular ราคา 39,900 บาท
  • ความจุ 256GB Wi-Fi + Cellular ราคา 43,400  บาท
  • ความจุ 512GB Wi-Fi + Cellular ราคา 50,400 บาท
  • ความจุ 1TB Wi-Fi + Cellular ราคา 57,400 บาท

จะเห็นได้ว่า ไอแพด 2020 ราคา ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แต่ถ้าเทียบกับความจุ และประสิทธิภาพในการทำงานแล้วละก็ ถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว สำหรับใครที่มีงบประมาณ หรือใครที่ยังไม่เคยใช้ iPad เลย ก็ไม่น่าจะตัดสินใจยาก สามารถเลือกซื้อรุ่นใหม่ไปเลยจะดีกว่า แต่ถ้าหากใครมีงบประมาณไม่เพียงพอ แต่ก็อยากจะใช้ iPad ไว้ใช้งานสักเครื่อง ก็อาจจะลองมาดูรุ่นอื่นๆ ดูอย่างรุ่น iPad Pro 11 นิ้ว รุ่นที่ 2 หรือที่เรียกกันว่า iPad Pro 11 นิ้ว 2018 ก็ได้ หรือจะเป็น iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่นที่ 3 หรือที่เรียกกันว่า iPad Pro 12.9 นิ้ว 2018 นั่นเอง ซึ่งราคา และสเปคอาจจะต่างกันไม่มาก แต่ก็สามารถทำงานได้เทียบเท่ากัน

หรือถ้าหากยังคิดว่าราคายังสูงไปอีก และไม่ได้ใช้งานกราฟิกหนักๆ มาก ก็ขยับลงมาอีกในรุ่น iPad Air รุ่นที่ 3 หรือจะเป็นรุ่น iPad Generation 7 ก็ได้ โดยแบ่งตามรุ่น และขนาดความจุดังต่อไปนี้

iPad Air รุ่นที่ 3 แบบ Wi-Fi

  • ความจุ 64GB Wi-Fi ราคา 17,900 บาท
  • ความจุ 256GB Wi-Fi ราคา 22,900 บาท

iPad Air รุ่นที่ 3 แบบ Wi-Fi + Cellular

  • ความจุ 64GB Wi-Fi + Cellular ราคา 22,400 บาท
  • ความจุ 256GB Wi-Fi + Cellular ราคา 27,400 บาท

iPad Generation 7 แบบ Wi-Fi

  • ความจุ 32GB Wi-Fi ราคา 10,900 บาท
  • ความจุ 128GB Wi-Fi ราคา 13,900 บาท

iPad Generation 7 แบบ Wi-Fi + Cellular

  • ความจุ 32GB Wi-Fi + Cellular ราคา 15,400 บาท
  • ความจุ 128GB Wi-Fi + Cellular ราคา 18,400 บาท

สุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับคุณว่าถ้าหากต้องเสียเงินซื้อ iPad สักเครื่องหนึ่ง คุณจะเอาไปใช้งานในด้านใด เหมาะสม หรือคุ้มค่ากับราคาที่จะเสียไปหรือไม่ หากเป็นเด็กๆ นักเรียน หรือนักศึกษา ก็อาจจะเลือกเป็นรุ่นที่ราคาเหมาะสม ใช้งานไม่ได้หนักมาก ขยับมาเล่น iPad Air รุ่นที่ 3 หรือ iPad Generation 7 ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

ไอแพด 2020 มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างนะ?

ไอแพด 2020

มาแล้วกับ ไอแพด 2020 ที่ต้องขอบอกเลยว่าหน้าตาทำออกมาได้อย่างสวยงามมากๆ เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีการปรับปรุงหลายอย่างอยู่พอสมควร แต่เรื่องของความสามารถนั้นก็พกมาอย่างล้นหลามจนแทบไม่ต้องใช่คอมพิวเตอร์ หรือแล็ปท็อปอีกต่อไป เพียงแค่มีเจ้า iPad เครื่องนี้เพียงเครื่องเดียว เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าเจ้าไอแพดรุ่นใหม่ที่เพิ่งออกมาวางจำหน่ายนี้มีอะไรที่เปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง และมากน้อยเพียงใด ไปติดตามกันได้เลย

หน้าจอ LIQUID RETINA มาพร้อมกัน 2 ขนาด
เริ่มกันที่หน้าจอกันก่อนเลยดีกว่า โดยปีนี้ไอแพดมาพร้อมกัน 2 ขนาด คือ ขนาดหน้าจอ 11 นิ้ว และ ขนาด 12.9 นิ้ว ทั้งคู่เป็นรุ่น iPad Pro โดยวัสดุของหน้าจอเป็น Liquid Retina มาพร้อมเทคโนโลยี ProMotion 120 HZ ที่จะมอบความสมูทและลื่นไหลแต่ตอบสนองว่องไวทันใจในการใช้งาน มีแสดงผลแบบ True Tone ความสว่างในระดับสูง แต่ก็ยังมีการเคลือบผิวป้องกันแสงสะท้อน พร้อมรองรับขอบเขตสีแบบกว้าง P3 ช่วยให้แสดงผลสีและรายละเอียดที่สมจริง มีความแม่นยำสูง

เร็วแรงแซงหน้าแล็ปท็อป PC ไปแล้ว กับชิปประมวลผล A12Z BIONIC
ด้านชิปประมวลผลกันก่อนเลย โดยไอแพดรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับชิปประมวลผล A12Z BIONIC พร้อมกราฟิก 8-CORE และเมื่อทำงานร่วมกับ CPU แบบ 8-core และ Neural Engine ซึ่งแน่นอนว่าทำให้มีความแรงเร็วมากกว่าคอมพิวเตอร์ หรือแล็ปท็อปบางตัวเลยก็ว่าได้ และยังประหยัดพลังงานอีกด้วย อีกทั้งให้คุณทำงานตัดต่อวิดีโอ 4K หรือออกแบบโมเดล 3D ได้อย่างไม่มีปัญหาอีกด้วย ส่วนการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ LTE ระดับ Gigabit ก็ทำได้เร็วขึ้น พร้อมรองรับย่านความถี่ LTE มากกว่าแท็บเล็ตอื่นๆ และให้คุณสามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 10 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว

ครั้งแรกของ iPad ที่มีกล้องคู่ พร้อมเลนส์ถ่ายมุมกว้าง
นับว่าเป็นครั้งเลยก็ว่าได้สำหรับ ไอแพด 2020 หรือ iPad Pro 2020 ที่มีกล้องหลังคู่ โดยกล้องตัวแรกเป็นกล้องไวด์ที่มีความละเอียด 12MP สำหรับถ่ายภาพและวิดีโอระดับ 4K ส่วนกล้องตัวที่สองเป็นกล้องอัลตร้าไวด์ที่มีความละเอียด 10MP เพื่อให้คุณได้มุมมองภาพที่กว้างขึ้นทั้งภายนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว

LiDAR Scanner
โดยกล้องมาที่ได้กล่าวไปในหัวข้อข้างต้นนั้น จะมาพร้อมกับ LiDAR (Light Detection and Ranging) โดย LiDAR Scanner สามารถวัดระยะการเดินทางของแสงไปยังวัตถุรอบๆ ที่อยู่ไกลสูงสุดถึง 5 เมตรเลยทีเดียว สามารถวัดได้ทั้งในและนอกอาคาร รวมถึงการทำงานได้ละเอียดถึงระดับโฟตอน มีความรวดเร็วในระดับนาโนวินาที แน่นอนว่าต้องทำงานร่วมกับชิพ A12Z Bionic เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และเฟรมเวิร์กใน iPadOS เพื่อวัดความลึก ทำให้การวัดวัตถุและสร้าง AR ได้อย่างสมจริงและรวดเร็วขึ้นนั่นเอง

อุปกรณ์เสริม Magic Keyboard
Magic Keyboard อุปกรณ์เสริมดีไซน์สวยที่จะยกตัวเครื่องไอแพดของคุณให้ลอยขึ้นมา โดยเป็นการยึดติดแบบแม่เหล็ก ให้คุณใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังสามารถปรับมุมมองได้สูงสุดถึง 130 องศาได้อีกด้วย พร้อมกับคีย์บอร์ดขนาดมาตรฐาน พร้อมปุ่มแบบแบ็คไลท์ มีพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จ และที่สำคัญยังมาพร้อมกับแทร็คแพดที่จะให้คุณรู้สึกว่าใช้งานคอมพิวเตอร์อยู่เลย ถือว่าเป็นการยกระดับในการใช้งาน iPad Pro มากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาเลย

แอร์มิซูบิชิ แตกต่างเหมือนกัน

แอร์มิซูบิชิ

ข้อแตกต่างที่ 1 ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ทั้ง แอร์มิซูบิชิ  Electric Mr. Slim และ แอร์มิซูบิชิ   Heavy Duty ต่างก็ถูกผลิตขึ้นจากคนละบริษัท แม้ว่าจะใช้ชื่อแบรนด์ MITSUBISHIเหมือนกันแต่ก็ได้แยกกิจการผลิตเครื่องปรับอากาศหรือแอร์ ออกเป็นสองเจ้า

MITSUBISHI ELECTRIC Mr.Slim อยู่ภายใต้การผลิตและจัดจำหน่ายของบริษัท มิตซูบิชิอีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา ก่อตั้งโดย นายห้างสิทธิผลโพธิวรคุณ เปิดบริษัทเล็กๆจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเพียงไม่กี่ชนิดหลังจากได้รับความเชื่อถือตลอดมาส่งผลให้กิจการเจริญขึ้นเรื่อยมา

จนมาถึงปี พ.ศ. 2514 บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอร์เปอร์เรชั่น ประเทศญี่ปุ่นได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมทุนกับบริษัท สหกันยง จำกัดเพื่อความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น บริษัท กันยงวัฒนา จำกัดจึงถือกำเนิดขึ้นนับตั้งแต่นั้นมา “กันยงวัฒนา” ก่อตั้งขึ้นโดยการร่วมทุนระหว่าง บริษัท สหกันยง จำกัด กับ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริคคอร์เปอเรชั่น ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2514

ต่างจากที่ MITSUBISHI Heavy Duty นั้นอยู่ภายใต้การผลิตและจัดจำหน่ายของ บริษัทในเครือกลุ่มมหาจักรผู้ผลิตคือ บริษัท มิตซูบิชิเฮฟวี่ อินดัสตรี่ส์-มหาจักร แอร์ คอนดิชั่นเนอร์ส จำกัดและจัดจำหน่ายโดยบริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์จำกัด ในอดีตแอร์แบรนด์นี้จะใช้ชื่อว่า MITSUBISHI Heavy Industries ซึ่งได้เปลี่ยนมาเป็น MITSUBISHI Heavy Duty จนถึงปัจจุบัน

มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรี่ส์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2531 บนเนื้อที่ 50 ไร่ภายในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง โดย เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท มิตซูบิชิเฮฟวี่ อินดัสตรี่ส์ จำกัด แห่งประเทศญี่ปุ่น ผู้นำด้านวิศวกรรมระดับโลกและกลุ่มบริษัทมหาจักร กลุ่มบริษัทชั้นนำ ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจที่หลากหลายของประเทศไทย

ข้อแตกต่างที่ 2 ต่างกันที่ หัวใจสำคัญของเครื่องปรับอากาศ นั่นคือคอมเพรสเซอร์

ในแอร์ของ MITSUBISHI ELECTRIC Mr.Slim ใช้คอมเพรสเซอร์ยี่ห้อ SCI (เอส-ซี-ไอ) ที่ผลิตโดยบริษัท สยามคอมเพรสเซอร์ อินดัสตรี่ส์ จำกัด Siamcompressor IndustryCo., Ltd. ซึ่ง SCI ในประเทศไทยเป็นบริษัทที่ผลิตคอมเพรสเซอร์ในเครื่อของ บริษัท มิตซูบิชิอิเลคทริค คอร์ปอเรชั่น(ประเทศญี่ปุ่น) ผลิตคอมเพรสเซอร์ส่งให้กับ แอร์แบรนด์ MITSUBISHI ELECTRIC และยังผลิตคอมเพรสเซอร์ออกมาจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ

ซึ่งถ้าพูดเฉพาะในบ้านเรา คอมเพรสเซอร์ของ SCI นั้นค่อนข้างเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงแอร์บ้าน เพราะนอกจะเป็นคอมเพรสเซอร์ที่มีใช้ในแอร์ของมิตซูแล้ว ยังมีการนำไปใช้ในแอร์ยี่ห้ออื่นๆอีกหลายยี่ห้อ โดยเฉพาะแอร์ประกอบหรือแอร์โรงงานราคาถูก ส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกคอมเพรสเซอร์ของ SCI มาประกอบเข้ากับชุดโครงแอร์

สำหรับแอร์ยี่ห้อ MITSUBISHI Heavy Duty ใช้คอมเพรสเซอร์ยี่ห้อ THACOM (ทาคอม) ผลิตโดย บริษัท อุตสาหกรรมคอมเพรสเซอร์ไทย จำกัด Thai Compressor Manufacturing Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นในปี 2531โดยเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง กลุ่มบริษัทกุลธร บริษัท มิตซูบิชิเฮฟวี่ อินดัสทรี้ส์ จำกัด Mitsubishi Heavy Industries (MHI) และบริษัท อาอิชิ อิเล็คทริค จำกัด ประเทศญี่ปุ่น โดยผลิตภายใต้เทคโนโลยีของ MHI ประเทศญี่ปุ่น โดยใช้ชื่อยี่ห้อว่า THACOM ซึ่งถือเป็นยี่ห้อของไทย

นอกเหนือจากการผลิตคอมเพรสเซอร์ส่งให้กับ สายการผลิตเครื่องปรับอากาศของมิตซูบิชิแล้ว ทางผู้ผลิตคอมเพรสเซอร์ THACOM ก็ยังผลิตคอมเพรสเซอร์ส่งให้กับแอร์บางยี่ห้อรวมทั้งยังส่งออกคอมเพรสเซอร์กลับไปจำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่น และในอีกหลายประเทศทั่วโลก

ข้อแตกต่างที่ 3 ต่างกันที่ชิ้นส่วนอื่นๆ อย่างเช่นวัสดุจำพวกพลาสติก

วัสดุจำพวกพลาสติกที่นำมาเป็นชิ้นส่วนในส่วนฝาครอบตัวคอยล์เย็น เปรียบเทียบจากการใช้งานในสภาวะที่เทียบเท่ากัน อายุการใช้งานที่เทียบเท่ากัน เมื่อสังเกตุและเปรียบเทียบสภาพแล้ว ดูเหมือนว่าฝาครอบคอยล์เย็นของ MITSUBISHI Heavy Duty เปลี่ยนจากสีขาวกลายเป็นสีออกเหลืองรวมทั้งเริ่มกรอบและมีความเปราะได้รวดเร็วกว่าฝาครอบคอยล์เย็นของ MITSUBISHI ELECTRIC Mr.Slim เพราะพลาสติกที่ทาง MITSUBISHI ELECTRIC Mr.Slim นำมาใช้ จากการที่ได้สังเกตเปรียบเทียบมาหลายๆเครื่อง ดูเหมือนจะมีคุณภาพมากกว่า และรวมไปถึง การเกิดเสียงจากพลาสติก ในกรณีที่อากาศเย็นๆเนื่องจากพลาสติกหดตัว จะเกิดขึ้นน้อยกว่า

คอมพิวเตอร์ คือเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงาน

คอมพิวเตอร์ คือ

คอมพิวเตอร์ คือ เทคโนโลยที่ใช้ประกอบอาชีพ การศึกษา และ คอมพิวเตอร์ คือ สิ่งที่ยังเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของคนเราเกือบจะทุกด้าน ซึ่งความสำคัญและจำเป็นขึ้นอยู่กับการใช้ว่าต้องการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ช่วยเหลือในด้านใด ดังนั้นการใช้คอมพิวเตอร์ให้เกิดประโยชน์จึงนอกจากจะต้องเรียนรู้ฝึกฝนการใช้คอมพิวเตอร์แล้ว ยังต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับระบบและความหมายของคำว่า “คอมพิวเอร์” อย่างถูกต้อง

1. ระดับผู้ใช้ทั่วไปและผู้ใช้มือใหม่ ผู้ใช้ทั่วไปเป็นผู้ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์สำหรับงานด้านเอกสาร รายงาน งานในสำนักงานต่างๆ และเล่นอินเตอร์เน็ตผ่านโปรแกรมสำเร็จรูป เช่น Microsoft Office เพื่อจัดทำเอกสารรายงานเพื่อนำเสนอ หรืออาจจะใช้โปรแกรม Photoshop แต่งภาพเล็กๆ น้อยๆ เป็นต้น ส่วนผู้ใช้มือใหม่เป็นผู้ที่ยังไม่เคยสัมผัสคอมพิวเตอร์มาก่อน แนะนำให้ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แบบมียี่ห้อจะดีกว่า เพราะจะได้ไม่ต้องกังวลเวลาที่เ ครื่องมีปัญหา ผู้ใช้ระดับนี้มักจะยังใช้งานแบบลองผิดลองถูกอยู่บ้าง อาจทำให้เครื่องเกิดปัญหา ได้บ่อยครั้ง จึงไม่จำเป็นต้องเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีราคาแพง

2. ระดับผู้ใช้งานด้านกราฟฟิก (Graphic User) งานด้านกราฟฟิก ตัวอย่างเช่น งานด้านการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อ โฆษณาจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และโปรแกรมต่างๆ ที่มีคุณลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์สูงพอสมควร บางครั้งอาจะต้องใช้โปรแกรมพร้อมกันหลายๆ ตัว เช่น โปรแกรม Photoshop , IIIustrator , CorelDraw , InDesign เป็นต้น ซึ่งราคาเครื่องคอมพิวเตอร์จัดอยู่ในระดับปานกลางถึงสูง ผู้ใช้ระดับนี้จึงควรจะประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้เอง เพราะจะทำให้ได้รับความรู้มากขึ้น สามารถกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องได้ตามลักษณะเฉพาะของงานด้านกราฟฟิก และทำให้ใช้งานโปรแกรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ระดับผู้ใช้งานด้านกราฟฟิกขั้นสูง (Advanced Graphic User)ซึ่งต้องแสดงผลในรูปแบบสามมิติ หรือ 3 DAnimationผู้ใช้ระดับนี้จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงมากในการคำนวณระดับสูง เช่น การสร้างภาพในรูปแบบสามมิติ โดยใช้โปรแกรม Auto CAD ,3D Studio Max และ Maya เป็นต้น จึงควรเลือกประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ใช้เองเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อให้สามารถกำหนดคุณลักษณะเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ได้

4. ระดับผู้เล่นเกม (Game User)ในปัจจุบันมีผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกมซึ่งดูเหมือนจะเป็น เรื่องฟุ่มเฟือย ที่จะต้องใช้เงินจำนวนมากซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถรองรับเกมที่มีกราฟฟิก ภาพเคลื่อนไหว และภาพสามมิติ แต่ในปัจจุบันราคาของอุปกรณ์ต่างๆไม่สูงมากเกินไป ดังนั้นการประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้เองจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ แต่สำหรับเด็กและเยาวชนซึ่งอยู่ ในวัยเรียนและยังไม่มีรายได้เป็นของตนเอง ไม่ควรเล่นเกมมากจนกลายเป็นคนติดเกมเพราะนอกจากจะทำให้เสียการเรียน แล้วยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองอีกด้วย

อย่ารไรก็ตาม ข้อสำคัญสำหรับการซื้อคอมพิวเตอร์สกัเครื่องหนึ่ว ควรจะต้องสำรวจราคา บริการหลังการขาย เช็คก่อนออกจากร้าน

เมื่อผู้ใช้กำหนดคุณลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ตรงตามความต้องการแล้ว ผู้ใช้สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับราคาของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้จากร้านขายเครื่องคอมพิวเตอร์หรือศูนย์คอมพิวเตอร์ต่างๆ แล้วนำราคาแต่ละแหล่งมาเปรียบเทียบ เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมและ คุ้มค่ามากที่สุด รวมทั้งตรงกับคุณลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการด้วย

การสำรวจบริการหลังการขาย โดยดูระยะเวลารับประกันของอุปกรณ์ต่างๆ และการให้บริการหลังการขาย เช่น หากเครื่องคอมพิวเตอร์มีปัญหา ผู้ใช้สามารถติดต่อศูนย์บริการนี้ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยต้องมีผู้ให้คำแนะนำและสามารถติดต่อได้ตลอดเวลา เพื่อแก้ปัญหาการใช้งานเบื้องต้นได้ รวมทั้งสามารถบริการไปซ่อมที่บ้าน (On-site Maintenance) ของลูกค้าได้อีกด้วย การตรวจสภาพอุปกรณ์ก่อนออกจากร้าน เมื่อได้เครื่องคอมพิวเตอร์ตามที่ต้องการตามความเหมาะสมกับประสิทธิภาพและการใช้งานเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะออกจากร้านก็ต้องตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชิ้นว่าอยู่ในสภาพดี ไม่มีรอบขีดข่วนหรือมีตำหนิ มีใบเสร็จรับเงินและใบรับประกันอย่างครบถ้วน หากมีปัญหาอะไรสามารถกลับมาที่ศูนย์บริการหรือศูนย์ซ่อมอุปกรณ์ต่างๆ ได้

Ipad gen 7 มือสอง ต้องระวัง รัฐบาลอาจจ้องคุณอยู่

Ipad gen 7 มือสอง

เดี๋ยวการซื้อของมือสองกลายเป็นปกติไปแล้ว รวมถึงสินค้าเทคโนโลยีด้วย อย่าง Ipad gen 7 มือสอง ควรค่าแก่การมีไว้เนื่องจากสินค้าอย่าง Ipad gen 7 มือสอง นั้น จะมีราคาที่ถูกลง แต่ไม่ได้ทำให้คุณภาพลดลง ยิ่งถ้าได้ใช้ในการเรียน การศึกษา การทำงานด้วยแล้ว เพิ่มความสะดวกสบายได้อย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ที่บอกให้ระวัง เนื่องขจากการซื้อต่อมาจากใคร เราต้องมีความระมัดระวังในการซื้อด้วย แน่นอนว่าต้องมีตัวตนของคนขาย แต่เรื่องข้อมูลในตัวเครื่องก็เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจเช่นกัน

เนื่องจากปัจจุบันนั้น มีแอปพลิเคชันต่างๆ รองรับในเรื่องการเรียน การศึกษา การทำงาน มากมาย เช่น แอปพื้นฐานอย่างแอปจดโน้ตต่างๆ เช่น GoodNotes หรือ Notability ที่ทำให้เนื้อหาบนหน้ากระดานดำดูน่าสนใจขึ้นมาทันทีด้วยการจดหรือตกแต่งโน้ตของอาจารย์ด้วยตัวเราเองได้ หรือสร้างเพลนเนอร์วางแผนการเรียนด้วยตัวเองก็สามารถทำได้อีกเช่นกัน

ที่โดดเด่นอีกอย่างคือทางด้านศิลปะ ที่สามารถใช้ Apple Pencil วาดไปบน iPad เสมือนกับวาดลงบนกระดาษจริงพร้อมออปชั่นมากมายที่จะทำให้เราเลือกวาดได้หลากหลายรูปแบบ ทางด้านสายวิชาการไม่ว่าจะเป็นทางด้านภาษา สังคม วิทยาศาสตร์ก็มีแอปให้เราเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วย

แต่!! อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่าต้องระวัง เพราะว่าท่ามกลางกระแส พรบ.ไซเบอร์ ฉบับใหม่ หลายคนอาจจะสงสัยว่าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (เช่น ทรู, 3BB, AIS) หรือรัฐบาล จะสามารถเห็นแอบดูได้หรือไม่ว่าเราค้นหาอะไรในกูเกิล

คำตอบคือ “ไม่” เพราะกูเกิล และเว็บไซต์อีกหลายๆ เว็บมีการเข้ารหัสข้อมูลปลายทางทั้งฝั่งผู่ส่งและผู้รับ สังเกตจากคำว่า https ที่แอดเดรสของเว็บได้เลย แต่สิ่งที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสามารถทราบได้ก็คือทราบว่าเราเข้าเว็บอะไร กล่าวคือรู้ว่าเข้ากูเกิล แต่ไม่รู้ว่าค้นหาอะไรนั่นเอง (แม้จะมีการส่งพารามิเตอร์1คำค้นหาไปใน URL ด้านบนอย่างที่เห็นกันก็ตาม)

เช่น รู้ว่าเข้าเว็บไซต์ google.com แต่จะไม่รู้ว่าเข้าชมหน้าไหนของเว็บนี้ 1พารามิเตอร์ URL คือ ข้อมูลหลังจากเครื่องหมายปรัศนีย์ (?) เช่น สำหรับ URL https://google.com?q=สวัสดี ก็จะมีพารามิเตอร์ได้แก่ q ที่มีค่าเป็น สวัสดี

นอกจากนี้ เว็บใดก็ตามที่ใช้ HTTPS (อย่างเช่นเว็บไซต์ Thai App Update เป็นต้น) เนื้อหาในเว็บก็จะถูกเข้ารหัสไว้ก่อนส่งผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่สามารถรู้ได้ว่ามีข้อมูลอะไรที่ถูกเรียกดูหรือส่งผ่านไปมา นั่นจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมจึงมีการผลักดันให้เว็บไซต์เปลี่ยนไปใช้ HTTPS ที่ปลอดภัยกว่า HTTP ธรรมดา

แต่แม้ว่าจะมีเพียงผู้ส่งและผู้รับเท่านั้นที่รู้ว่าข้อมูลที่ถูกส่งหากันคืออะไร ก็ขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่ายนั้นด้วยว่าจะเก็บข้อมูลนั้นเป็นความลับหรือไม่ เช่น เข้าเว็บไซต์ example.com แม้จะมีแค่เราและเว็บดังกล่าวที่รู้ว่ามีข้อมูลใดถูกส่งหากันบ้าง แต่ example.com ก็อาจมีบันทึกประวัติข้อมูลที่ส่งหากันไว้ และมอบให้แก่รัฐบาลตามคำสั่งศาล

ทั้งนี้ ก็ต้องระวังการเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัยด้วย เช่น สัญญาน Wi-Fi ที่ไม่รู้จัก หากต้องการปกปิดการใช้อินเทอร์เน็ตของเราอย่างเต็มที่ ทางเลือกที่แนะนำก็คือการใช้ VPN หรือท่อพิเศษสำหรับเข้าไปใช้เครือข่ายของผู้ให้บริการรายอื่น ก็จะทำให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไม่สามารถทราบได้ว่าการเข้าเว็บไซต์นั้นมาจากใครครับ เพราะไปรวมกันที่เครือข่ายของผู้ให้บริการ VPN นั่นเอง

ฟัง Podcast ง่ายๆ กับหูฟังไร้สาย jbl

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า Podcast กันมาบ้าง แต่ก็ยังงงๆ สงสัยกันอยู่ว่าไอเจ้า Podcast ที่ว่านี้มันคืออะไร แล้วทำไมถึงได้รับความนิยมกันอย่างมากในปัจจุบัน ถ้าจะให้อธิบายอย่างคร่าวๆ ก็คงจะเป็น รายการที่เผยแพร่ออกมาในรูปแบบของเสียงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งก็จะมีผู้เล่าเรื่อง หรือพูดคุยในราวเรื่องต่างๆ เหมือนกับว่าคุณกำลังฟังรายการในวิทยุยังไงยังงั้นเลย และถ้าหากได้รับฟังร่วมกับ หูฟังไร้สาย jbl ด้วยแล้ว คงจะทำให้เพิ่มอรรธรสในการรับฟังมากยิ่งขึ้นแน่นอน งั้นวันนี้เราไปทำความรู้จักกับ Podcast กันให้มากขึ้นกันก่อนดีกว่า ว่ามันคืออะไรกันแน่

Podcast คือ การฟังรายการที่ฟังผ่านอินเตอร์เน็ตที่มีผู้เล่าเรื่องราวต่างๆ ตามแต่ว่าเนื้อหา Podcast นั้นต้องการจะสื่อถึงเรื่องอะไร ก็จะเจาะจงเฉพาะเรื่องนั้นเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังมีหลากหลายแนวให้คุณได้เลือกฟังอีกด้วย โดยลักษณะพิเศษของ Podcast นั้นก็คือจะมีการแบ่งเรื่องราวออกเป็นตอนๆ หรือแบ่งหัวเรื่องออกมาอย่างชัดเจน โดยมีเนื้อเรื่องไม่ยาวมากนัก และที่สำคัญคือ ไฟล์ไม่ใหญ่มาก ทำให้คุณสามารถโหลดมาเก็บไว้ฟังทีหลังแบบออฟไลน์ก็ยังได้

Podcast ในสหรัฐอเมริกายังคงเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก แต่ก็เป็นที่จับตามองอย่างยิ่ง อีกทั้งมีรายการ Podcast มากมายไม่ว่าจะเป็น รายการที่เกี่ยวกับการศึกษา เช่นสอนภาษาต่างๆ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ หรือรายการที่ให้ข้อคิดและแรงบันดาลใจ กูรูทางด้านการเงิน กูรูพวก ไลฟ์โค้ช (Life Coach) หรือโค้ชชีวิตต่างๆ เป็นต้น นั่นแสดงให้เห็นว่านอกจากจะให้ความเพลิดเพลินแล้ว ยังประโยชน์ และความรู้อีกด้วย ซึ่งแต่ก่อนหลายคนก็คงเข้าใจว่า Podcast มีแค่เฉพาะบน Apple แต่จริงๆ แล้วก็มีอยู่ใน แอพ Google Podcasts บน Android เหมือนกัน

ส่วน Podcast ในประเทศไทยก็เริ่มเป็นที่นิยม เป็นที่สนใจและมีการติดตามฟังกันมากขึ้นบ้างแล้ว เพราะตอนนี้ได้มี Podcast ที่มีเนื้อหาเป็นภาษาไทยที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งค่อนข้างมีหลากหลายรายการกันเลยทีเดียว โดยก่อนหน้านี้อาจจะมีรายการที่เป็นภาษาอังกฤษเสียเป็นส่วนใหญ่ พอมีทางเลือกให้กับคนฟังมากขึ้น อีกทั้งเรื่องของคุณภาพของเนื้อหาก็ทำได้อย่างน่าสนใจ คนไทยก็เลยเริ่มสนใจมาฟัง Podcast กันมากขึ้นนั่นเอง

คราวนี้เราจะมาแนะนำ Podcast ที่น่าสนใจ ที่คนไทยส่วนใหญ่ชอบฟัง มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

Get Talks

Get Talks เป็นชาแนลรวมทุกอารมณ์ มีทั้งพูดคุยเรื่องผี เรื่องตลก สาระน่ารู้ ที่มีตอนให้เลือกเยอะแยะมากมาย อย่างเช่นรายการ “ยูธูป” รายการผีที่มาพร้อมกับความยาวในการฟังแบบบ้าพลัง โดยบางตอนสามารถฟังระหว่างขับรถเดินทางไกลๆ ได้เลย หรือจะเป็นรายการ “สัพเพHEYไรว้าาา” เป็นรายการที่พูดคุยในประเด็นจิกกัดสังคม แบบฮาน้ำตาเล็ดกันเลยทีเดียว

โลกไปไกลแล้ว

เป็นช่องที่เงียบหายไปพักหนึ่ง แต่ก็กลับมาพร้อมกับ รายการ “ออฟฟิศ 0.4” ที่เหมาะกับเหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย เพราะรายการนี้จะทำให้คุณเห็นมุมมองต่าง ๆ ต่ออาชีพและไลฟ์สไตล์คนออฟฟิศมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นรายการที่รวบรวมเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อเหล่ามนุษย์เงินเดือนไว้เลยก็ว่าได้ ว่าแล้วก็หยิบ หูฟังไร้สาย jbl มาฟังดีกว่า

ฌอน บูรณะหิรัญ

เป็นอีกช่องที่น่าสนใจ จากนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ ฌอน บูรณะหิรัญ ที่มีการนำเสนอข้อคิดชีวิตที่ดี สอนให้คิดบวก เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในทุกๆ วัน คนที่เจออะไรร้ายๆ มา ลองมาฟังช่องนี้ดู แล้วคุณจะมองโลกที่เปลี่ยนไป เหมือนเป็นโลกใหม่เลยทีเดียว