เผยฟีเจอร์ iOS 13 เจ๋งๆ ที่มองข้ามไป

iphone xs

สำหรับ iOS 13 สำหรับ iphone ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น iphone xs Iphone xs max หรือรุ่นเก่ากว่านี้ก็ได้เช่นกันโดยเป็นระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ซึ่งได้มีการแนะนำคุณสมบัติของ iOS 13 หลายอย่างด้วยกัน ทั้ง Dark Mode, Sign In with Apple วิธีการใหม่ในการลงชื่อเข้าใช้งาน, Apple Maps ออกแบบใหม่ ละเอียดขึ้นกว่าเดิม, แอปฯ Photos ใหม่ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยอันที่จริงแล้ว iOS 13 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจมากมายที่ Apple ไม่ได้กล่าวไว้ในงานเปิดตัว ที่อยากจะแนะนำเนื่องจากพอเปิดตัว iphone xs หรือ Iphone xs max แล้วก็อยากให้อัพเดทกันอย่างทั่วถึง

เลือกเครือข่าย Wi-Fi ที่ต้องการเชื่อมต่อหรือเลือกสลับอุปกรณ์ Bluetooth ได้แล้วจาก Control Center ปกติแล้วในส่วนของ Control Center ผู้ใช้สามารถเลือกเพื่อเปิดหรือปิด Wi-Fi ได้เท่านั้น แต่บน iOS 13 การกดค้างที่ไอคอน Wi-Fi ผู้ใช้สามารถเลือกเครือข่ายที่ต้องการเชื่อมต่อได้แล้ว โดยไม่ต้องเข้าไปเลือกในหน้า Settings อีกต่อไป

เช่นเดียวกับการเชื่อมต่อ Bluetooth การแตะค้างที่ไอคอน สามารถเลือกสลับอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อ Bluetooth ได้เช่นกัน ซึ่งรายชื่อที่ปรากฏนั้น เป็นรายชื่ออุปกรณ์ที่เคยเชื่อมต่อ Bluetooth กับ iPhone ที่ใช้อยู่มาก่อนแล้ว

Location Services เพิ่มตัวเลือกใหม่ ปกติแล้ว ฟีเจอร์ Location Services จะสามารถเลือกได้ 2 อย่าง นั่นก็คือ Never กับ While Using the App แต่บน iOS 13 ได้เพิ่มตัวเลือก Ask Next Time เข้ามา โดยจะขึ้นหน้าต่างสอบถามผู้ใช้ทุกครั้งเมื่อใช้แอปฯ นั้น ๆ ว่า อนุญาตให้เปิดใช้งาน Location Services หรือไม่

บล็อกอีเมลจากผู้ส่งที่ไม่ต้องการได้แล้ว นอกจาก iOS 13 จะสามารถบล็อกหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลที่ไม่ต้องการติดต่อได้แล้ว ยังสามารถบล็อกอีเมลที่ไม่ต้องการได้ด้วยเช่นกัน โดยจะไม่ได้รับอีเมลใด ๆ จากผู้ส่งรายนั้นอีกหลังจากบล็อกแล้ว

เพิ่มฟังก์ชันปิดเสียงแจ้งเตือนเมื่อมีอีเมลเข้า เมื่อปัดข้อความขึ้นในแอปฯ Mail จะพบกันตัวเลือกใหม่ นั่นก็คือ Mute สำหรับปิดเสียงแจ้งเตือนเมื่อมีอีเมลใหม่เข้ามา

Reading Goals ฟีเจอร์ใหม่บนแอปฯ Books บนแอปฯ Books ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่มีชื่อว่า Reading Goals สำหรับติดตามระยะเวลาในการอ่านหนังสือในแต่ละวันตามที่ผู้ใช้ได้ตั้งเป้าเอาไว้

ปิดเสียงเรียกเข้าจากเบอร์แปลก ๆ นอกเหนือจากฟีเจอร์บล็อกเบอร์โทรศัพท์แล้ว บน iOS 13 ยังสามารถตั้งค่าเพื่อปิดเสียงเรียกเข้าจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยได้ ซึ่งเป็นวิธีการคัดกรองเบอร์ขายประกัน ขายบัตรเครดิตได้ในระดับหนึ่งLow Data Mode โหมดประหยัดเน็ต ในหน้าการตั้งค่า Cellular ได้เพิ่มโหมด Low Data Mode ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการใช้ Data Internet ให้น้อยลง เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มี Data Internet จำกัด หรือไม่ได้ใช้แพ็กเกจเน็ตแบบ Unlimited

แอปฯ Messages ปรับปรุงใหม่ ด้านแอปฯ Messages นั้น ได้ปรับปรุงอินเทอร์เฟสด้านการค้นหาใหม่ โดยเมื่อลากลงเพื่อทำการค้นหา จะพบกับอินเทอร์เฟสแบบใหม่ที่มีทั้งรายชื่อผู้ติดต่อที่แนะนำ รวมถึงลิงค์ต่าง ๆ

เครื่องมือใหม่ในแอปฯ Notes สำหรับแอปฯ Notes ได้มีการเพิ่มเครื่องมือใหม่สำหรับจัดการโฟลเดอร์ต่าง ๆ โดยเมื่อแตะที่ … จะมีออปชันให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น Add People, Move This Folder, Rename และ View Attachments

สนับสนุนจอยคอนโทรลเลอร์ของ PlayStation 4 และ Xbox One S คงจะเป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ต่างเฝ้ารอมาอย่างยาวนาน เพราะบน iOS 13 สนับสนุนการเชื่อมต่อกับจอยคอนโทรลเลอร์ของ PlayStation 4 และ Xbox One S แล้ว ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้จอยเล่นเกมบน iPhone ได้ เช่นเดียวกับ iPadOS ที่รองรับฟีเจอร์ดังกล่าวเช่นกัน Animoji ใหม่ 3 แบบ บน iOS 13 มาพร้อมกับ Animoji ใหม่ทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน ได้แก่ หนู, ปลาหมึก และวัว นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Animoji Stickers ที่สามารถสร้างสติกเกอร์คาแรกเตอร์ของตัวเอง แล้วนำไปใช้กับแอปฯ ต่าง ๆ ได้อีกด้วย

วิวัฒนาการการสื่อสาร

iphone 7 plus ราคา

เมื่อหากลองมองย้อนไปในอดีต เราจะติดต่อสื่อสารกับใครสักคนหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เนื่องจากการสื่อสารนั่นได้มีวิวัฒนาการมาหลากหลายยุคมาก ซึ่งไม่ใช่แค่มี iphone 7 plus ราคา เจ๋งๆ อย่างแน่นอน แต่การสื่อสารในยุคแรกของมนุษย์จะใช้เทคโนโลยยีที่ประดิษฐ์ขึ้นจากธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น การตีกลอง ตีเกราะ เคาะไม้ การเป่าเขาสัตว์ หรือการส่งสัญญาณควัน เป็นต้น และต่อมามนุษย์เริ่มรู้จักการเขียนหนังสือ จึงได้มีการคิดวิธีการสื่อสารแบบใหม่ โดยใช้การฝากข้อความไปกับนกพิราบ หรือการใช้ม้าที่เรียกกันว่าม้าเร็วนั่นเอง

ต่อมาคือยุครหัสมอร์ส คือการสื่อสารที่มีเรื่องของระยะทางเป็นข้อจำกัดของการสื่อสาร ดังได้มีการคิดค้นเทคนิคสาหรับสื่อความหมายแทนในรูปแบบของรหัส โดยการแทนตัวอักษรด้วยสัญลักษณ์ หรือสัญญาณ เพื่อให้สามารถจัดเก็บและส่งผ่านไปได้ระยะที่ไกลขึ้น จนกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ 19 การสื่อสารด้วยสื่อทางไฟฟ้าจึงเกิดขึ้น มีการคิดค้นรหัสมอร์สขึ้น โดยเป็นวิธีการส่งข้อความในรูปของสัญญาณสั้นกับยาวเพื่อใช้ในการสื่อสารระยะไกล เริ่มจากการสื่อสารระบบโทรเลข เนื่องจากไม่สามารถส่งเป็นตัวอักษรได้ จึงใช้รหัสมอร์สแทนตัวอักษรโดยแทนด้วยสัญลักษณ์ขีด และจุด

และก็เข้าสู่ยุคเครื่องโทรพิมพ์ เนื่องจากการสื่อสารด้วยโทรเลขนั้นค่อนข้างยุ่งยาก และต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ และชำนาญเป็นอย่างมาก เพราะทั้งผู้ส่งและผู้รับต้องจดจำรหัสให้ได้ทุกตัว เพื่อง่ายต่อการสื่อสาร จึงได้มีการประดิษฐ์เครื่องโทรพิมพ์ขึ้นมา เพียงแค่พิมพ์ตัวอักษรที่ต้องการส่งลงไปในเครื่องโทรพิมพ์ ตัวเครื่องก็จะเจาะรูบนแถบกระดาษให้เป็นรหัสมอส หลังจากนั้นพนักงานก็จะนำกระดาษนี้ป้อนเข้าเครื่องส่งสัญญาณกระแสไฟฟ้าไปในสายโทรเลข เมื่อถึงปลายทางสัญญาณกระแสไฟฟ้าจะแปลงเป็นตัวอักษรออกมาเอง

ยุคต่อมาคือยุคที่เราสามารถสื่อสารโดยใช้เสียงของเราเอง นั่นคือยุคเครื่องโทรศัพท์ ซึ่งเป็นการแปลงสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าเพื่อให้ปลายสายได้ยิน โดยเรียกว่าโทรศัพท์แบบใช้สาย หรือโทรศัพท์บ้านนั่นเอง แต่ในปัจจุบันได้มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือที่เรียกกันว่ามือถือนั่นเอง อย่าง iphone 7 plus ราคา ช่วงนี้น่าคบหาอย่างมาก เป็นต้น ซึ่งสมัยก่อนจะเป็นเพียงมือถือ 1G เท่านั้น แต่ปัจจุบันกำลังจะเข้าสู่ 5G กันแล้ว

และก็มาถึงยุคของอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นโครงการของ ARPAnet (Advanced Research Projects Agency Network) โดยเป็นหน่วยงานที่สังกัด กระทรวงกลาโหม ของสหรัฐ (U.S.Department of Defense – DoD) ก่อตั้งเมื่อประมาณ ปีค.ศ.1960 (พ.ศ.2503) และได้ถูกพัฒนาเรื่อยมา และในปีค.ศ.1969 (พ.ศ.2512) ได้ทดลองการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์คนละชนิด จาก 4 แห่ง เข้าหากันเป็นครั้งแรก คือ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัย แคลิฟอร์เนีย และมหาวิทยาลัยยูทาห์ และประสบความสาเร็จอย่างมาก

ในปีค.ศ.1975 (พ.ศ.2518) จึงได้เปลี่ยนจากเครือข่ายทดลอง เป็นเครือข่ายที่ใช้งานจริง และ ค.ศ.1983 (พ.ศ.2526) DARPA ตัดสินใจนำ TCP/IP (Transmission Control Protocal/Internet Protocal) มาใช้กับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในระบบ ทำให้เป็นมาตรฐานของวิธีการติดต่อในระบบเครือข่าย Internet จนกระทั่งปัจจุบัน และนอกจากจะใช้งานอินเตอร์เน็ตร่วมกับคอมพิวเตอร์แล้ว ยังสามารถใช้งานร่วมกับมือถือ หรือสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

โลกแห่งการสื่อสารในอนาคตนั้น ยังคงเกิดนวัตกรรมทางเทคโนโลยีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้อย่างไม่รู้จบ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าวิวัฒนาการในการสื่อสารในอนาคตจะมีอะไรรอเราอยู่

Google กูรู…กูรู้

ราคาโทรศัพท์

ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่มักจะหาข้อมูลต่างๆ ผ่านมือถือกันเสียเป็นส่วนใหญ่ สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตไว้ใช้หาข้อมูลต่างๆ ได้ไม่ว่าจะแหล่งท่องเที่ยว ความรู้ต่างๆ หรืออาหารการกิน โดยแน่นอนว่าเว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่ทุกคนเข้าไปเพื่อค้นหาข้อมูลเป็นอันดับแรก ก็คือ Google นั่นเอง และหนึ่งในคำที่ค้นหาก็ต้องมีคำว่า ราคาโทรศัพท์ อย่างแน่นอน โดยเว็บไซต์ที่เข้ามาเปลี่ยนการค้นหา การเข้าถึงข้อมูลแบบตลอดกาล ซึ่งไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่รวมไปถึงทั่วโลกนั่นเอง โดยผลิตภัณฑ์ของ Google นั้นมีหลากหลาย ได้แก่ Search, YouTube, Android, Gmail, Google Maps และ Google Chrome โดยทั้ง 6 ผลิตภัณฑ์ มีผู้ใช้มากกว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลก จึงนับได้ว่า Google เป็นบริษัทที่มีคนใช้ผลิตภัณฑ์มากที่สุดในโลก

จุดเริ่มต้นของการที่เป็น Google นั้น เริ่มจากโปรเจกต์สมัยเรียนปริญญาเอกของ แลร์รี เพจ โดยมีโปรเจกต์ที่มีชื่อว่า BackRub และมีเทคโนโลยีเบื้องหลังที่เรียกว่า PageRank (ตั้งตามชื่อ แลร์รี เพจ) และเมื่อพัฒนา BackRub ได้ไม่นานเซอร์เก บริน ก็เข้ามาร่วมโปรเจกต์นี้กับ แลร์รี เพจ โดยในปี 1998 บริษัท Google ก่อตั้งขึ้นผ่านการระดมทุนจากเพื่อนและครอบครัวของ แลร์รี เพจ และ พาร์ตเนอร์ของเขา เซอร์เก บริน นั่นเอง และบริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว อีกทั้งพนักงานก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทจึงจำเป็นต้องมีพนักงานระดับผู้จัดการมากขึ้น

ในปี 2000 Google พนักงานไม่ถึง 100 คน แลร์รี เพจ สามารถที่จะทำงานกับวิศวกรทุกคน โดยไม่ต้องผ่านผู้ดูแลโปรเจกต์ และ 1 ปีต่อมา มีผู้ใช้บริการ Google มากกว่า 1 ล้านคน แต่มีพนักงานกว่า 400 คน จึงทำให้ต้องจ้างผู้จัดการดูแลโปรเจกต์ 6 คนขึ้นมา แต่ แลร์รี เพจ มองว่าการมีผู้ดูแลโปรเจกต์เป็นปัญหา เพราะ Google รับเฉพาะวิศวกรที่เก่งที่สุดอยู่แล้ว บุคลาการเหล่านี้ไม่ต้องการผู้จัดการ และผู้จัดการส่วนใหญ่ก็ไม่มีความรู้ด้านวิศวกรรม เขาจึงตัดสินใจไล่ผู้ดูแลโปรเจกต์ออกทั้งหมดในช่วงกลางปี 2001 ทำให้นักลงทุนรายใหญ่ของ Google ไม่พอใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น จึงกดดันให้บริษัทรับ CEO คนใหม่ เนื่องจากทุกคนลงความเห็นว่า แลร์รี เพจ ยังไม่พร้อมที่จะเป็น CEO โดยคนที่เข้ามาแทน แลร์รี เพจ นั้นนั่นก็คือ เอริก ชมิดต์ ซึ่งมีประสบการณ์เป็น CEO ของบริษัทเทคโนโลยีมาก่อน อีกทั้งยังเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ด้วย แลร์รี เพจ จึงยอมยกตำแหน่ง CEO ให้กับ เอริก ชมิดต์ ไป

เอริค ชมิทต์ ทำหน้าที่ CEO ได้อย่างดี พา Google เข้าตลาด และทำให้บริษัทเติบโตอยู่ตลอดเวลา จนเข้าสู่ปี 2010 เอริค ชมิทต์ ทำให้ Google กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ โดยมีกำไร 272,000 ล้านบาท มีมูลค่าตลาด 5.76 ล้านล้านบาท และมีพนักงานถึง 24,000 คน แต่ แลร์รี เพจ กลัวว่าความยิ่งใหญ่นี้จะทำให้พนักงานของเขารู้สึกเปลี่ยนไป และวิศวกรจำนวนมากเลือกที่จะลาออกจาก Google และหันไปทำงานกับ Facebook แทน เขาจึงลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงจนเอริค ชมิดต์ ยอมถอยออกจากตำแหน่ง CEO

แลร์รี เพจ กลับเข้ามาดำรงในตำแหน่งแทน แลร์รี เพจ ได้เปลี่ยนผังองค์กรใหม่ครั้งใหญ่ เพื่อทำให้ Google กลับมาเป็นบริษัทที่ดึงดูดคนเก่งอีกครั้งหนึ่ง และในปัจจุบัน แลร์รี เพจ ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Alphabet บริษัทแม่ของ Google และยกตำแหน่ง CEO ของ Google ให้ ซุนดาร์ พิชัย ผู้บริหารชาวอินเดียเป็นผู้ดูแล ซึ่ง ซุนดาร์ พิชัย ถือเป็นคนสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการสำคัญๆ หลายอย่างของ Google จนประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Google Drive, Google Maps, Google Search, Android

และนอกจากคำว่า ราคาโทรศัพท์ แล้วนั้น เรายังสามารถค้นหาคำต่างๆ ได้ที่นี้ เนื่องจาก Google เป็นเว็บไซต์ Search Engine ที่ดีที่สุดในตอนนี้

ไอโฟน7 ยังน่าซื้ออยู่หรือไม่? ในปี 2020

ราคาไอโฟน7

เข้าสู่ปี 2020 กันได้สักพักแล้ว แต่ก็ยังมีหลายคนยังคงสงสัยกันอยู่ว่า iPhone 7 ยังน่าซื้ออยู่หรือไม่ และ ราคาไอโฟน7 ในปี 2020 นี้อยู่ที่เท่าไหร่แล้ว เพราะเป็นเรื่องปกติที่เราลงทุนซื้อมือถือสักเครื่องหนึ่ง เราก็ต้องการให้มือถืออยญู่กับเราไปนานๆ เพราะอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าบ้านนี้ราคาเค้าแรงจริงๆ แต่จุดเด่นของบ้าน Apple ที่ต้องยอบรับเลยว่ามีระยะในการอัพเดตที่ค่อนข้างยาวนาน งั้นมาดูกันว่ามีเหตุผลอะไรบ้างที่ iPhone 7 ยังน่าซื้ออยู่ ถึงแม้ iPhone 11 จะวางจำหน่ายไปแล้วก็ตาม อีกทั้งยังมีการลือกันอย่างหนาหูกันอีกด้วยว่า iPhone 12 ก็ใกล้จะมาแล้วเช่นเดียวกัน

มากันที่เรื่องของสเปกกันก่อนเลย ซึ่งถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะไปไกลถึง Apple A12 Bionic แล้ว แต่สำหรับชิป Apple A10 ก็ยังถือว่ายังแรงเอาเรื่องอยู่ สามารถใช้งานทั่วไป และยังสามารถเล่นเกมได้อย่างสบายไม่แพ้กับ iPhone รุ่นใหม่เลย แต่อาจจะไม่ลื่นเหมือน A12 Bionic ถ้าเกมหรือแอปฯ นั้นทำงานร่วมกับระบบ AR, VR

ส่วนด้านตัวเครื่องก็แข็งแรงทนทาน เนื่องจากวัสดุรอบตัวเป็นโลหะ ที่ถึงแม้จะชาร์จแบบไร้สายไม่ได้อย่าง iPhone 8 เพราะว่าดีไซน์ข้างหลังของ iPhone 8 ใช้วัสดุเป็นกระจก เพื่อรองรับการชาร์จแบบไร้สายนั่นเอง แต่ ถึงแม้ iPhone 7 จะชาร์จแบบไร้สายไม่ได้ แต่ข้อดีคือทนทานหากเผลอทำหล่น ก็อาจจะแค่บุบบ้างตามขอบ แต่ด้านหลังไม่แตกอย่างแน่นอน และที่สำคัญ iPhone 7 เป็นรุ่นแรกที่กันน้ำได้ ตามมาตรฐาน IP67

และในปีนี้คาดว่า Apple จะอัพเดต iOS ไปที่ iOS 14 ซึ่งแน่นอนว่า iPhone 7 ยังคงได้รับการอัพเดตต่อไปเช่นเดียวกัน เนื่องจากทุกครั้งที่ Apple ทำการเปิดตัว iOS รุ่นใหม่ เหล่าสาวกมักจะลุ้นว่าเครื่องที่ใช้อยู่จะได้อัพเดตต่อไปหรือไหม และรุ่นที่สามารถหยุดอยู่ที่ iOS 13 ก็คือ iPhone 6 นั่นเอง ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงสำหรับ iPhone 7 ได้ไปต่ออย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องจัดการพื้นที่ภายในเครื่องให้เพียงพอในการอัพเดต และควรตรวจสอบสภาพตัวเครื่องก่อนด้วยว่าแบตเตอรี่ยังไม่เสื่อมสภาพ และชิ้นส่วนอื่นๆ ยังใช้งานได้ จากนั้นค่อยอัพเดท iOS เวอร์ชั่นใหม่เด้อ

ต่อมาเป็นเรื่องสำคัญเลย นั่นก็คือเรื่องของราคา เพราะเป็นปัจจัยแรกที่คนจะเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่อง ซึ่งปัจจุบัน ราคาไอโฟน7 ก็ไม่ได้สูงมากเหมือนตอนที่เปิดตัวมาแรกๆ และไม่ตอนนี้ไม่ว่าจะมือ 1 มือ 2 หรือเครื่อง Refurbished ก็มีราคาที่น่าเป็นเจ้าของอย่างมาก ตอนนี้ไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้าน Apple แล้ว แต่คุณสามารถหาซื้อได้ตามค่ายมือถือ หรือตามร้านตู้ต่างๆ หรือจะเป็นร้านค้าออนไลน์ก็ได้เช่นเดียวกัน

สุดท้าย สำหรับผู้ที่ต้องการที่จะใช้ iPhone แต่ไม่สู้เรื่องของราคาสักเท่าไหร่นัก iPhone 7 ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีอีกตัวหนึ่งเลย อีกทั้งยังสามารถอัพเดตไปได้อีกอย่างต่ำ 2 ปีแน่นอน หรือถ้าคนที่ชื่นชอบการถ่ายรูป แนะนำให้เพิ่มเงินอีกสักหน่อยแล้วไปจัด iPhone 7 Plus เลย เพราะคุณจะได้กล้องที่ดีกว่า หน้าจอที่คมชัดกว่า และหน้าจอที่ใหญ่กว่าอีกด้วย

ลุกขึ้นมาอีกครั้งกับ “ซัมซุง”

ซัมซุง

ในช่วงไตรมาสแรกนั้น ซัมซุง ได้คว้า ‘เป๊ก ผลิตโชค’ ประกบ ‘LAZYLOXY’ ปล่อยภาพยนตร์โฆษณาตัวใหม่ เปิดตัว Galaxy A50 ที่สุดแห่งสมาร์ทโฟนที่จะเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์ที่แตกต่าง ให้สนุกสนาน เรียลไทม์ และให้คุณเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นกว่าที่เคย ภายใต้แนวคิด ซัมซุง กาแลคซี่ เอ สมาร์ทโฟนของคนชอบไลฟ์” โดยถ่ายทอดผ่านพรีเซนเตอร์ที่ทรงอิทธิพลในโลกโซเชียล  ‘เป๊ก ผลิตโชค’ ที่สุดศิลปินชายแห่งยุคขวัญใจเหล่า ‘นุช’ ประกบคู่กับ ‘ท็อป LAZYLOXY’ แรปเปอร์หนุ่มเลือดใหม่มากความสามารถ

นับเป็นครั้งแรกของการจับคู่กันของทั้งสองศิลปินสุดฮอต ตัวแทนของเหล่าเจน Z ผู้ชอบคิดค้นและลงมือทำสิ่งใหม่ ๆ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังสร้างสรรค์ กล้าแสดงความเป็นตัวของตัวเอง และที่พร้อมจะออกไปไลฟ์ ออกไปมูฟ อย่างไร้ขีดจำกัด! แค่วันแรกที่ปล่อยโฆษณาก็ทำเอาเหล่าแฟนคลับฮือฮา จนกระแส #GalaxyA50TH ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ ซึ่งนอกจากโฆษณาแล้ว ทั้งสองศิลปินก็ยังได้ออกซิงเกิลเพลงเต็ม Life is live ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้สุด ๆ

SAMSUNG GALAXY A50 สมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาให้คนรุ่นใหม่

สนุกสนานกับการถ่ายภาพและวิดีโอมากยิ่งขึ้น ด้วย 3 กล้องหลัง 1 กล้องหน้า ที่มีความละเอียดถึง 25 ล้านพิกเซล เก็บภาพสวยคมชัดทั้งกลางแจ้งและในที่ๆแสงน้อย พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยเลนส์ Ultra Wide ถ่ายภาพมุมกว้าง ได้มากถึง 123 องศา เสมือนกล้องมืออาชีพ ให้พร้อมออกไปเก็บภาพความประทับใจ เปิดมุมมองใหม่ให้กว้างมากยิ่งขึ้น บนหน้าจอ Full HD+ ความละเอียดสูง Super AMOLED ดีไซน์ใหม่แบบ Infinity-U ขนาด 6.4 นิ้ว และเต็มที่กับทุกกิจกรรมตลอดทั้งวัน ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 4,000 มิลลิแอมป์ ที่รองรับการชาร์จเร็ว ให้ผู้ใช้งานเชื่อมต่อได้ตลอดเวลา สมกับที่เป็นสมาร์ทโฟนเพื่อการใช้ชีวิตของคนเจเนอเรชั่น Z  อย่างแท้จริง

แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของ Samsung” ในเมืองไทยนั้นอาจจะไม่ค่อยเฟืองฟูนัก ด้วยการตีตื้นของเหล่าแบรนด์จีน ที่นับวันยิ่งหายใจรดต้นคอขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งดูตัวเลขที่ DIC รายงาน ตลาดสมาร์ทโฟนโลก” ไตรมาส 1/2019 พบว่า Samsung” ยังคงรักษาความเป็นแชมป์ของพวกเขาไว้ได้ โดยมียอดส่งมอบทั้งสิ้น 71.9 ล้านเครื่อง ลดลง 8.1% จากที่เคยทำได้ 78.2 ในไตรมาสก่อน โดยครองส่วนแบ่งตลาด 23.1%

หากไม่อาจหายใจได้ทั่วท้องเพราะเบอร์ 2 อย่าง Huawei” โตกระฉูดกว่า 50.3% หรือคิดเป็นจำนวน 59.1 ล้านเครื่อง ครองส่วนเป็นตลาด 19% ไม่ไกลจาก Samsung มากนัก

ยิ่งในเวลานี้ Galaxy Fold” สมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้กำลังเจอโรคเลื่อน ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้กับสาวกที่เสียเงินก่อนไปแล้วจะได้รับสินค้าเมื่อไหร่ ? ก็ต้องนับว่าสถานการณ์ในวันนี้ หนักหนา” สำหรับ Samsung อยู่เหมือนกัน

ที่ผ่านมา Samsung ก็ได้พยายามแก้เกมคู่แข่ง โดยเฉพาะในกลุ่มเซ็นเมนต์กลาง ผ่านการออกหลายๆ โมเดล ซอยเซ็กเมนต์จับกลุ่มลูกค้า พร้อมกับจ้าง พรีเซ็นเตอร์” เพื่อเรียกยอดขายจากกลุ่มแฟนคลับ

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น Galaxy A 50” ก็เลือก เป๊ก ผลิตโชค” มาคู่กับ ท็อป LazyLoxy” และศิลปินที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุดคือ BLACKPINK” ซึ่ง Samsung  ตัดสินใจให้เป็นพรีเซนเตอร์ของรุ่น Galaxy A 80” ไม่ใช่แค่ในเมืองไทย แต่เป็นในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

และดูเหมือนว่าการตัดสินใจทุ่มเงินในครั้งนั้นจะสร้างผลงานได้เป็นที่พึงพอใจแก่ Samsung อยู่ไม่น้อย เห็นได้จากกระแสแฟนคลับหลายคนที่ตัดสินใจซื้อตาม จม Samsung ตัดสินใจทุ่มจ้าง BLACKPINK อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นทั้ง 4 สาว มาเพียง 1 เท่านั้น

และ 1 สาวที่ว่าคือ ลิซ่า–ลลิษา” สาวไทยหนึ่งเดียวในวง ที่ถูกดึงตัวมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับ Samsung Galaxy S10” โดยเป็นการรับตำแหน่งสำหรับ เมืองไทย” โดยเฉพาะ ไม่เหมือนกับกรณีของ A 80 ที่เป็นระดับภูมิภาค ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการปล่อยภาพที่ ลิซ่า” คู่กับเครื่อง S10 มาสร้างกระแสใน Twitter ก่อนแล้ว

นี่ถือเป็นการรับตำแหน่งพรีเซนเตอร์อย่างเป็นการในเมืองไทยครั้งที่ 2 ของ ลิซ่า” หลังจากก่อนหน้านี้ได้ถูก AIS ทุ่มเงินในระดับที่สมน้ำสมเนื้อ และใช้ความพยายามในการเจรจามานานมากกว่าจะประสบความสำเร็จ

แน่นอนว่าการเป็นพรีเซนเตอร์ครั้งนี้ของ ลิซ่า” คงถูก Samsung ตั้งความหวังอยู่ไม่น้อย ที่จะเข้ามาช่วยให้สามารถกระโดดหนี จากการการตีตื้นของเหล่าแบรนด์จีน และกู้สถานการณ์ที่ล่อแหลมอยู่ในขณะนี้

โทรศัพท์มือถือรุ่นฮิตที่อยู่ในใจคนไทย

โทรศัพท์

            โทรศัพท์ มือถือหรือที่เราเรียกกันแบบติดปากว่ามือถือนั้นเป็นไอเทมสำคัญที่อยู่คู่กับเรามานานหลาย 10 ปีแล้ว โดยแรกเริ่มเดิมทีอาจจะเป็นของใช้ประจำตัวของนักธุรกิจหรือบุคคลที่ต้องติดต่องานอยู่เป็นประจำซึ่งฟังก์ชั่นและจุดมุ่งหมายการใช้งานในสมัยอดีตนั้นก็ตอบวัตถุประสงค์ดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมานั่นก็คือโทรออกและรับสายนั่นเอง แต่ว่าเมื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ก้าวหน้าขึ้นมือถือที่เราใช้กันก็ได้พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสมาร์ทโฟนซึ่งมีประสิทธิภาพและการทำงานหลากหลายตอบโจทย์การใช้งานได้มากขึ้นกว่าแต่เดิม

                โดยช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานั้นมือถือก็ได้เริ่มกระจายไปยังกลุ่มคนที่ไม่ใช่นักธุรกิจและวัยทำงาน แต่ได้เป็นของใช้ส่วนตัวของคนทุกเพศทุกวัยเลยก็ว่าได้ แต่ละแบรนด์แต่ละรุ่นก็จะมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนกันและได้รับความนิยมกันในประเทศไทยบ้านเรามากมาย ดังนั้นเราจะพาทุกท่านย้อนไปดูมือถือยอดฮิตที่อยู่ในความทรงจำของทุกคนกันว่ามีรุ่นไหนอะไรบ้างและคุณเคยเป็นเจ้าของหรือเปล่า

                1. Motorola DynaTAC 8000X

                มาเริ่มกันที่ยุคบุกเบิกของมือถือในประเทศไทยโดยช่วงนั้นมือถือจะมีขนาดที่ใหญ่มากเพราะเทคโนยีสมัยนั้นยังดำเนินไปด้วยระบบอนาล็อคอยู่ยังไม่สามารถย่อบางอย่างมาอยู่ในการทำงานแบบดิจิตอลที่ใช้พื้นที่เล็กกว่าได้  โดย Motorola DynaTAC 8000X ออกมาในปี ค.ศ. 1983 หรือปี พ.ศ. 2526 ของไทยเราถือว่าเป็นมือถือที่ทำงานได้ค่อนข้างสมบูรณ์แบบตอบความต้องการในสมัยนั้นได้ครบ เพราะถึงแม้ว่าจะมีขนาดใหญ่แต่ก็สามารถพกพาไปที่ไหนก็ได้และมีสัญญาณที่ชัดเจนแต่ว่าต้องไปใช้ในเมืองใหญ่เพราะในตอนนั้นสัญญาณของมือถือยังไม่ครอบคลุมนั่นเอง โดยตัวเครื่องราคาขายคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 130,000 บาท และค่าสัญญาณในยุคนั้นก็คือว่าแพงมาก

                2. Motorola MicroTAC 9800X

                ยังอยู่ที่ค่าย Motorola ที่เรียกว่าเป็นเจ้าพ่อของวงการมือถือในสมัยนั้นอยู่โดยรุ่น MicroTAC 9800X ที่เปิดตัวในปี 1989 นั้นถือได้ว่าเป็นตัวต่อยอดมาจาก DynaTAC 8000X เพราะว่ามีขนาดที่เล็กกว่าพกพาได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น และเป็นต้นแบบของมือถือที่สามารถชาร์จไฟบนรถยนต์ได้ จนมีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยทำให้ใช้มือถือได้อย่างสะดวกสบายเกิดขึ้นในปัจจุบันมากมาย

                3. Nokia 1011

                เป็นยุคแรก ๆ ของมือถือที่เปลี่ยนจากระบบอนาล็อคสู่ระบบดิจิตอล โดย Nokia 1011 ที่วางขายในปี 1992 เป็นมือถือในระบบ GSM ที่ขายดีไปทั่วโลก โดยมีขนาดเล็กจนสามารถใส่กระเป๋ากางเกงไอย่างสบาย ๆ แต่ว่าก็อัดแน่นไปด้วยประสิทธิภาพที่รับส่งสัญญาณได้เป็นอย่างดี โดยจุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือมีฟังก์ชั่นที่สามารถรับส่งข้อความในแบบ SMS ได้นั่นเอง

                4. Motorola StarTAC

                เมื่อมือถือได้เริ่มเป็นที่นิยมของผู้ใช้งานหลาย ๆ กลุ่มมากขึ้น ดีไซน์และฟังก์ชั่นต่าง ๆ จึงได้พัฒนาตามไปอย่างรวดเร็วและดีไซน์ที่เป็นที่นิยมมาก ๆ ของประวัติศาสตร์มือถือโลกก็เกิดขึ้นเมื่อปี 1996 Motorola ได้เปิดตัวมือถือในรุ่น StarTAC มือถือฝาพับที่มีจอแสดงผลซึ่งดูแล้วสวยงามและยังสามารถปรับเปลี่ยนสีไฟบนหน้าจอได้ เรียกได้ว่าถูกใจวัยรุ่นในสมัยนั้นเป็นอย่างมาก โดย Motorola StarTAC เป็นมือถือที่สามารถนำวงการเทคโนโลยีและแฟชั่นให้เข้ามาอยู่ด้วยกันได้เป็นรุ่นแรก ๆ ซึ่งในประเทศไทยก็ฮิตกันถล่มทลายเลยทีเดียว

                5. Nokia 8110

                ใครเป็นแฟนภาพยนตร์หรือเคยดูเรื่อง The Matrix ภาคแรกนั้นคงจะคุ้นตากับมือถือที่เป็นทรงโค้งมนและสามารถดึงแผ่นครอบมาเพื่อที่จะใช้งานกดปุ่มที่ไปปรากฏในภาพยนตร์ได้ โดย Nokia 8110 คือชื่ออย่างเป็นทางการของรุ่นนี้แต่ในประเทศไทยจะเรียกกันว่า “รุ่นกล้วย” เพราะว่ามีรูปทรงที่คล้ายคลึงกับกล้วยนั่นเอง โดยช่วงที่ออกวางขายอยู่ในปี 1996 และยิ่งเป็นที่รู้จักและขายดีมากขึ้นไปอีกในปี 1999 ที่ภาพยนตร์ The Matrix เข้าฉาย

                นี่เป็นเพียงบางส่วนของมือถือหรือที่เรียกเป็นทางการว่า โทรศัพท์ มือถือที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย เชื่อว่าหลาย ๆ คนยังคงมีหลายรุ่นเก็บไว้เพื่อลำลึกถึงความหลังในช่วงรอยต่อของเทคโนโลยีต่าง ๆ

วัดค่าฝุ่นเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณ

air monitor

ในปัจจุบันที่มีฝุ่นละออง Pm 2.5 เราก็จะใช้แอปพลิเคชันที่สามารถตรวจเช็คข้อมูลสภาพแวดล้อมในบริเวณนั้นๆ ได้ว่ามีค่า Pm 2.5 สูงมากน้อยเพียงใด ซึ่งตอนนี้ก็ได้มีหลากหลายแอปพลิเคชันมากๆ โดยถือว่าเป็น air monitor ประจำตัวของผู้คนในยุคนี้เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น Plume Air Report แอปพลิเคชันที่สามารถตรวจสอบ และรายงานระดับมลพิษทางอากาศจากทั่วโลกแบบเรียลไทม์ได้ อีกทั้งสามารถพยากรณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้าได้ใน 24 ชั่วโมง หรือแอปพลิเคชัน Air Matters ที่สามารถใช้งานตรวจสอบได้กว่า 50 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว ซึ่งสามารถตรวจสอบแบบเรียลไทม์ได้เช่นเดียวกัน และยังรวมไปถึงแอปพลิเคชัน AirVisual อีกด้วย

ซึ่งแอปพลิเคชัน AirVisual เป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านเรา ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบ iOS และ Android มีการแจ้งข้อมูลได้อย่างละเอียดครบถ้วน ใช้งานง่ายและสะดวก เพียงแค่เลือกประเทศ หรือใส่ข้อมูลที่อยู่ ณ ปัจจุบันของคุณ แอปพลิเคชันก็จะประเมินค่าฝุ่นละอองในพื้นที่ให้ในทันที โดยมีการแจ้งข้อมูลได้อย่างละเอียดครบถ้วน นอกจากนี้ยังสามารถบอกสภาพอากาศ ทิศทาง และความเร็วลมว่าเป็นแบบไหน หรืออย่างไร อีกทั้งยังมีการแนะนำแนวทางปฎิบัติอีกด้วย เช่น ไม่ควรเปิดหน้าต่าง หรือควรสวมหน้ากากอนามัย เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังจัดอันดับความรุนแรงของฝุ่นละอองในหลายพื้นที่ทั่วโลกให้คุณรู้แบบเรียลไทม์อีกด้วย เรียกได้ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนของมุมโลกนี้ ก็สามารถรู้ทันฝุ่นร้ายได้

นอกจากจะมีแอปพลิเคชัน AirVisual แล้ว จริงๆ แล้ว ยังมี AirVisual Pro หรือเครื่องวัดคุณภาพอากาศอัจฉริยะ ซึ่งให้คุณสามารถวัดคุณภาพอากาศภายในบ้านได้อย่างมีคุณภาพ และมีการเปรียบเทียบคุณภาพอากาศของภายในบ้านจากระบบเซ็นเซอร์ของเครื่อง AirVisual Pro กับ คุณภาพอากาศกลางแจ้งจากสถานีตรวจสภาพอากาศที่ใกล้ที่สุด เพื่อให้คุณเตรียมพร้อมได้ทุกที่ทุกเวลา เนื่องจากมีการคำแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพ และการแจ้งเตือนให้คุณได้ป้องกันจากมลพิษได้ทุกที่ ทุกเวลา และยังมีการแสดงกราฟแสดงข้อมูลเก่าบนจอ และในแอป แสดงข้อมูล รายชั่วโมง รายวัน และรายเดือน เพื่อให้คุณได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบและแนวโน้มของคุณภาพอากาศ อีกทั้งเรียนรู้และเข้าใจสภาพแวดล้อม และคุณภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในครอบครัวของคุณ

พร้อมให้คุณเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศได้จากทุกมุมโลก เพียงแค่คุณตั้ง AirVisual Pro ไว้กลางแจ้งและกำหนดค่าเป็นสถานีสาธารณะ (public station) ทุกคนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศจากเครื่องของคุณได้ โดยข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อทุกคน เนื่องจากพกพาง่าย สะดวกสบาย เนื่องจากมีขนาดที่เล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา อีกทั้งมีแบตเตอรี่ที่ทนทานช่วยให้คุณได้อัพเดทคุณภาพอากาศได้ทุกที่ทุกเวลา ให้คุณมั่นใจในสภาพอากาศในทุกวัน และทุกกิจกรรมของคุณ

เพราะคุณไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่าอากาศที่คุณหายใจไปในแต่ละวันนั้นส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ซึ่งหากคุณมีตัวช่วยอย่าง air monitor จาก AirVisual Pro หรือ แอปพลิเคชัน AirVisual อย่างน้อยก็จะช่วยให้คุณทราบถึงว่าวันนั้นๆ คุณต้องงดกิจกรรมกลางแจ้งหรือไม่ หรือต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่ เพื่อเป็นการป้องกันสุขภาพของคุณเนื่องจาก Pm 2.5 มีความเสี่ยงทำให้เกิดโรคปอด หรือโรคภูมิแพ้ได้

“ที่เธอเห็น…แค่ฝุ่นมันเข้าตา” ไม่แค่นะ!!

เครื่องเช็คอากาศ

“ที่เธอเห็นแค่ฝุ่นมันเข้าตา…ฉันไม่ได้ร้องไห้…” แต่อีกนิดจะร้องละนะ เพราะว่าฝุ่นในประเทศไทยเรานั้นยังไม่มีทีท่าว่าจะหายไปไหนเลย เช้ามาคิดว่าหมอก ที่ไหนได้ฝุ่นทั้งนั้น ที่ถึงแม้ว่าจะมีการใส่หน้ากากอนามัยแล้ว ก็ยังวางใจไม่ได้ ถึงขนาดซื้อ เครื่องเช็คอากาศ ไว้ในบ้านก็ยังไว้วางใจไม่ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งมลพิษที่ว่านี้เป็นอันตรายต่อคนที่เป็นภูมิแพ้อย่างแน่นอน ทำให้เกิดอาการแสบคอ หรือหายใจลำบาก และอาจทำให้เกิดมะเร็งได้อีกด้วย วันนี้จึงจะมาแนะนำแอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบสภาพมลพิษ ที่ช่วยแจ้งเตือนพื้นที่ค่าฝุ่นเกิน โดยจะมีแอปพลิเคชันอะไรบ้าง ไปดูกัน

AirVisual (ระบบ iOS และ Android)

เป็นแอปพลิเคชันที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบ iOS และ Android ให้คุณใช้งานง่ายและสะดวก เนื่องจากมีการแจ้งข้อมูลได้อย่างละเอียดครบถ้วน เพียงแค่เลือกประเทศ หรือใส่ข้อมูลที่อยู่ ณ ปัจจุบันของคุณ แอปพลิเคชันจะประเมินค่าฝุ่นละอองในพื้นที่ให้ในทันที นอกจากนี้ยังสามารถบอกสภาพอากาศ ทิศทาง และความเร็วลมว่าเป็นแบบไหน หรืออย่างไร และมีการแนะนำแนวทางปฎิบัติอีกด้วยว่าไม่ควรเปิดหน้าต่าง หรือควรสวมหน้ากากอนามัย อีกทั้งยังมีการจัดอันดับความรุนแรงของฝุ่นละอองในหลายพื้นที่ทั่วโลกให้คุณรู้แบบเรียลไทม์อีกด้วย เรียกได้ว่าคุณจะอยูที่ไหนของมุมโลกนี้ ก็สามารถรู้ทันฝุ่นร้ายได้

Plume Air Report

เป็นอีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบ iOS และ Android สามารถตรวจสอบ และรายงานระดับมลพิษทางอากาศจากทั่วโลกแบบเรียลไทม์ โดยการทำงานหลักของแอปพลิเคชันนี้คือ แสดงผลการคำนวณค่ามลพิษที่ปะปนอยู่ในอากาศของสถานที่ที่คุณอยากรู้ รวมไปถึงข้อมูลเรื่องของอุณหภูมิ แรงลม และ ความชื้นในแต่ละแห่ง จะอัพเดทตลอดทุกชั่วโมง พร้อมกับพยากรณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้าใน 24 ชั่วโมง ซึ่งหากคุณทราบล่วงหน้าแบบนี้แล้ว ก็จะช่วยให้คุณมีเวลาในการเตรียมตัว หรือป้องกันได้ทันเวลาอย่างแน่นอน และนอกจากนี้ยังมีการจัดเก็บสถิติย้อนหลังในช่วง 7 วัน ที่ผ่านมาอีกด้วย

Air Matters

แอปพลิเคชันที่สามารถค้นหาค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ได้แบบรวดเร็วทันใจ ต้องยกให้กับแอปพลิเคชัน Air Matters ที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบ iOS และ Android อีกเช่นเดียวกัน ซึ่งไม่ได้เพียงแค่บอกค่าฝุ่นละอองในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้งานตรวจสอบได้กว่า 50 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว ซึ่งหลักการทำงานของแอปพลิเคชันนี้คือ การดึงข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศจากสถานีตรวจสอบสภาพอากาศที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงมา ให้คุณทราบค่าฝุ่นละอองแบบเรียลไทม์ และที่สำคัญยังมีการระบบแจ้งเตือนแบบทันทีที่คุณเข้าสู่พื้นที่ที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็กจำนวนมาก ซึ่งมีความเสี่ยงสูง อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้

Air4Thai

ตามชื่อแอปพลิเคชันเลยก็คือ เป็นแอปพลิเคชันที่รายงานดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทยโดยเฉพาะ ซึ่งมีการรายงานผลเป็นรายชั่วโมง ซึ่งการรายงานจะถี่หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานีนั้นๆ ได้ทำการอัพเดทบ่อยเพียงใด อีกทั้งยังสามารถดูกราฟข้อมูลย้อนหลังเกี่ยวกับสภาพอากาศได้ถึง 7 วัน ซึ่งเป็นข้อมูลจากสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ แน่นอนว่ามีความน่าเชื่อถือโดยคุณเองอาจไม่จำเป็นต้องใช้ เครื่องเช็คอากาศ จากที่ใดเลย

มาตรฐานเท่านั้น ที่ Epson ตอบโจทย์

เครื่องปริ้น Epson

เครื่องพิมพ์เลเซอร์ หรือ เครื่องปริ้นเลเซอร์ เป็นที่ใช้กันแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากต้องการใช้พิมพ์งานเป็นจำนวนมากเพื่อรองรับธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทห้างร้านต่างๆ ซึ่งเราจะมาทำความเข้าใจถึงข้อดีของการใช้ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ ให้มากขึ้น และยี่ห้อดังๆ ก็อย่าง เครื่องปริ้น Epson Brother Hp Panasonic เป็นต้น

จุดเด่นและประโยชน์ของ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ ที่เห็นได้ชัดคือ หมึกเป็นอนุภาคพลาสติกและเหล็กที่สามารถละลายกับกระดาษด้วยลูกกลิ้งที่มีความร้อนพิเศษที่เราเรียกว่า “หน่วยของฟิวเซอร์” ซึ่งทำให้ตลับหมึก ไม่แห้งนั้นเอง และหากไม่ได้ใช้เป็นระยะเวลานานก็ไม่จำเลย ที่จะต้องเปลี่ยนตลับหมึกชุดใหม่และยังมีคุณภาพการพิมพ์ที่ดีกว่า

โดยเฉพาะตัวอักษรที่พิมพ์อย่างมืออาชีพ จะเห็นได้จากหน่วยงานหรือองค์กรใหญ่ต่างๆ ซึ่งล้วนผ่านการพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์เลเซอร์ทั้งสิ้น

ในเรื่องความสิ้นเปลืองนั้น เครื่องพิมพ์เลเซอร์ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถพิมพ์ได้หลายๆพันแผ่นในตลับหมึกเดียว ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าต่อหนึ่งหน้า

ส่วนราคา เครื่องพิมพ์เลเซอร์ เครื่องปริ้นที่สามารถพิมพ์สีได้โดดเด่นนั้น ปัจจุบันมีราคาที่เหมาะสม และมีขนาดใหญ่กว่า เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท แต่ให้ผลประโยชน์ที่คุ้มค่ามากกว่า และการซ่อมแซม ส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่อยู่ในชุดบำรุงรักษา ซึ่งเป็นมาตรฐานเท่านั้น

นอกจากนี้ วันนี้ทางเราจึงอยากขอแนะนำสักยี่ห้อนึง นั้นก็คือ เครื่องปริ้น Epson : เป็นเครื่องปริ้นคุณภาพดี ปัญหาจุกจิกกวนใจน้อย ทนทาน อายุการใช้งานมาก มีทั้งเครื่องปริ้นธรรมดา และเครื่องปริ้นติดแท็งก์แท้ ซึ่งจะเน้นไปทางด้าน เครื่องปริ้นติดแท็งก์แท้ ซะส่วนมาก

ลักษณะการใช้งาน : มีความสามารถในการปริ้นงานได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ปริ้นงานทั่วไป ภาพถ่าย เอกสาร ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีข้อดีที่ต่างกันออกไป ก่อนจะเลือกซื้อควรศึกษาว่า ฟังก์ชัน แต่ละเครื่องมีไรบ้าง จะได้เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ

รุ่นที่แนะนำเลยคือ Epson L310 เป็นเครื่องปริ้นที่มีความละเอียดภาพสูงมาก เหมาะสำหรับปริ้นรูปภาพสีสันสวยงาม แถมยังติดแท็งก์ ทำให้ต้นทุนต่อแผ่นถูกลงไปมาก เหมาะสำหรับ บุคคลทั่วไป ที่ชอบในการปริ้นภาพสวยๆ รับรองได้เลยว่าภาพที่ปริ้นออกมา มีคมชัดและสวยสุดๆ

แต่ทั้งนี้ เมื่อเราใช้งานแล้วก็ต้องมีวิธีดูแลรักษา เช่นว่า ต้องบอกลาหมึกคุณภาพต่ำ ไม่ว่าจะเป็นหมึกแท้หรือหมึกเทียบเท่า ก็สามารถปริ้นงานออกมาได้มีคุณภาพเหมือนกัน แต่สำหรับคนที่ต้องการประหยัดและเลือกใช้หมึกเทียบเท่า อย่าลืมเลือกใช้ตลับหมึกที่ได้คุณภาพ มีมาตรฐาน เพื่อป้องกันปัญหาตะกอนในน้ำหมึกซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องปริ้นของเราได้

หมั่น Update Driver และ Software เครื่องปริ้นสมัยใหม่มักมีการอัพเดทไดรเวอร์และซอฟท์แวร์อยู่เสมอเพื่อปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ มาให้เราลองใช้งานกันเรื่อย ๆ เพื่อให้การทำงานของเครื่องปริ้นมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นอย่าลืมอัพเดทไดรเวอร์และซอฟท์แวร์อยู่เป็นประจำด้วย

เปลี่ยนหมึกเมื่อมีแต้งเตือน หากเครื่องปริ้นแจ้งเตือนให้เราเปลี่ยนหมึกแต่เราไม่ยอมเปลี่ยน อาจทำให้หัวพิมพ์ร้อนและฝืนทำงานมากไปจนเครื่องพัง ดังนั้นหากมีแจ้งเตือนให้เราเปลี่ยนหมึกควรเปลี่ยนตามที่เครื่องแนะนำจะดีกว่า

หรือว่าเราจะถูก AI แย่งงาน!?

tv lg

                เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในปัจจุบันนั้นช่วยอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ให้เราเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นชีวิตการทำงานหรือว่าชีวิตส่วนตัว อย่างเช่นทุกวันนี้คุณแทบจะไม่ต้องออกจากบ้านคุณก็สามารถมีอาหารสดใหม่มาส่งถึงหน้าบ้านผ่านแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ หรือสามารถรับข่าวสารความเคลื่อนไหวจากทั่วมุมโลกได้บนเตียงนอนของคุณผ่านอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ที่มีอยู่มากมายอย่างเช่น tv lg หรือว่าเพื่อนคู่กายของคุณที่เรียกกันว่า AI ซึ่งคอยช่วยคุณหาข้อมูลต่าง ๆ อย่างกว้างขวางรอบโลกในเชิงลึกถึงข้อมูลที่คุณเองอาจจะไม่สามารถรู้ได้ด้วยตัวเองเลย ซึ่งหากมองในมุมของวิวัฒนาการนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่เทคโนโลยีสามารถช่วยเราได้แบบที่เมื่อ 20 หรือ 10 ปีก่อนเราอาจจะไม่เชื่อว่าจะมาถึงจุดนี้

                แต่ว่าในอีกมุมหนึ่งเทคโนโลยีที่ได้มาทำหน้าที่หลาย ๆ อย่างโดยที่ไม่จำเป็นที่ต้องผ่านการดำเนินงานของมนุษย์อย่างเช่น AI นั้น ก็ถือว่าเป็นดาบสองคมที่อาจจะปิดโอกาสทางด้านอาชีพซึ่งมนุษย์เคยทำอยู่มานานอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก นั่นก็เกิดข้อพิพาทของคนจำนวนมากว่า AI นั้นคือโอกาสที่ดีของมนุษย์ในการต่อยอดอาชีพและการทำงานให้ไปในทางที่ดีขึ้นหรือเป็นการตัดแข้งตัดขากันเอง

                โดยเราจะมาพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับ AI ที่อาจมีผลในเรื่องอาชีพกันว่ามีสายงานไหนบ้างที่จะได้รับผลกระทบบ้างและมากน้อยเพียงใด ซึ่งในขั้นตอนแรกนี้เราอยากให้ท่านได้ไปทำความรู้จักกับ AI กันอย่างจริงจังก่อน

                ปัญญาประดิษฐหรือที่เรียกกันติดปากว่า AI นั้น เป็นสิ่งประดิษฐที่มีส่วนสำคัญในรูปแบบ DATA สิ่งมีความฉลาดมากอาจจะมาในรูปแบบหุ่นยนต์ที่เลียนแบบหน้าตาและโครงสร้างของมนุษย์หรือว่าอาจจะอยู่ในรูปแบบโปรแกรมหรือสื่อที่สามารถตอบโต้ให้ข้อมูลกับมนุษย์ได้ในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติเหมือนกับมนุษย์คุยกันเองมากที่สุด โดยสิ่งสำคัญที่สุดและเป็นไม้เด็ดของเทคโนโลยีชนิดนี้คือไม่ใช่แค่ป้อนข้อมูลเดิม ๆ เข้าไปเพื่อให้ตอบคำถามหรือโต้ตอบกับมนุษย์เท่านั้นแต่ว่าสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้จากการเก็บข้อมูลด้วยตัวเองทั้งเรื่องการใช้ภาษาให้เหมือนและเป็นธรรมชาติราวกับเป็นคนให้ได้มากที่สุด ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับงานที่ต้องคิดคำนวณหรืองานบริการและงานด้านการให้ข้อมูลเป็นอย่างยิ่งดังนั้นจึงมีผู้ประกอบการนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่ากระทบกับหลายอาชีพโดยจะยกตัวอย่างดังต่อไปนี้

                1. อาชีพแรงงานในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์

                AI สามารถรวมกับระบบจักรกลอย่างเช่นแขนกลหุ่นยนต์เพื่อที่จะเชื่อมยึดต่ออุปกรณ์ชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้ตรงสเปคและถูกต้องได้ดังนั้นแรงงานที่อยู่ในสายการผลิตดังกล่าวนั้นจะได้รับผลกระทบเพราะว่า AI และ หุ่นยนต์นั้นสามารถทำงานโดยมีช่วงเวลาพักที่น้อยกว่าคนมากเลยทีเดียว

                2. อาชีพในธุรกิจการเงิน

                อย่างเช่นอาชีพในแวดวงธนาคารเพราะว่าปัจจุบันได้มีแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่สามารถทำงานได้แทนพนักงานอย่างเช่นการโอน การฝาก การถอน เงินในบัญชี รวมถึง AI ยังสามารถบริหารข้อมูลที่อยู่ใน Big Data เพื่อที่จะทำกลยุทธ์ออกมาเป็นรูปธรรมได้ ซึ่งก็ได้ข้อมูลที่ค่อนข้างเที่ยงตรงและสามารถพิสูจน์ถึงที่มาได้

                3. อาชีพ Call Center

                เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ซึ่งกำลังถูก AI เข้ามาทดแทนแบบช้า ๆ เพราะว่า AI มีคุณสมบัติพื้นฐานในการรวบรวมข้อมูลและตอบโต้กับตัวบุคคลอยู่แล้วดังนั้นเทคโนโลยีนี้จึงถูกนำมาใช้เพื่อตอบคำถามและรับแจ้งปัญหาของลูกค้าในด้านการบริการต่าง ๆ โดยบางที่ยังดันเป็นมาสคอตขององค์กรอีกด้วย

                4. อาชีพฝ่ายสนับสนุนด้าน IT

                อาชีพในส่วนนี้จะเป็นการแก้ปัญหาการใช้งานด้าน IT ให้ลูกค้าซึ่งโดยรวมจะเป็นการแก้ปัญหาในการใช้งานขั้นเริ่มต้น โดย AI นั้นสามารถทำหน้าที่ในส่วนนี้ได้โดยจะประมวลผลว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้นั้นคืออะไรและสรุปออกมาเป็นการแก้ปัญหานั่นเอง

                5. อาชีพพนักงานขาย

                แน่นอนว่าในปัจจุบันนั้น AI สามารถเรียนรู้ถึงไลฟ์สไตล์การซื้อสินค้าของเราจากแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ทำให้สามารถรู้ว่าเราเป็นคนที่ชอบสินค้าแนวไหน รุ่นอะไร เป็นพิเศษ อย่างเช่นคนที่ชอบสื่อเอ็นเตอร์เทนเมนต์ แอปพลิเคชั่นก็อาจจะขึ้นแนะนำ tv lg รุ่นใหม่พร้อมสเปคที่น่าสนใจมาให้ ทำให้พนักงานขายนั้นโดนแย่งหน้าที่ตรงส่วนนี้ไป

                แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่ใช่ทางตันของสายอาชีพเหล่านี้เพราะไม่ว่า AI จะพัฒนาไปไกลแค่ไหน แต่ยังไงมนุษย์ก็ยังคงเชื่อใจมนุษย์ด้วยกันอยู่ดี ดังนั้นพัฒนาศักยภาพในตัวเองเรื่อย ๆ ไม่อยู่กับที่และซื่อสัตย์กับอาชีพตนเอง รับรองว่าไม่ตกงานง่าย ๆ แน่นอน