Power Buy 10.10 เตรียมซื้อกล้อง Mirrorless ที่คุณห้ามพลาด

Power Buy 10.10

            เป็นที่รู้กันว่าการถ่ายรูปนั้นคือกิจกรรมในการเก็บภาพความประทับใจที่นิยมกันมาก ๆ ซึ่งกล้อง Mirrorless ก็คืออุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมในวงกว้างอย่างรวดเร็วเพราะว่ามีความสะดวกสบายในการใช้งาน ให้คุณภาพของภาพที่ดีเทียบเคียงกล้องรุ่นใหญ่ ๆ บางตัวได้ทีเดียว รวมถึงมีการดีไซน์ที่สวยงามเป็นแฟชั่นและเครื่องประดับให้ผู้ใช้งานได้อีกด้วย ดังนั้นเมื่อใกล้ถึงช่วงเวลาแห่งการช้อปอย่าง Power Buy 10.10 แล้ว หลายคนก็คงต้องเล็งที่จับจองกล้อง Mirrorless รุ่นต่าง ๆ อยู่แน่ ๆ เพราะว่าอาจจะมีโปรโมชั่นและการลดราคาสุดพิเศษรออยู่ ดังนั้นครั้งนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกซื้อกล้อง Mirrorless ที่เหมาะสมกับทุกท่านกันว่าควรจะเป็นแบบไหน พร้อมแล้วไปดูกันเลยครับ

                1. ค้นหาความต้องการของตัวเอง

                ในการที่จะเป็นเจ้าของกล้องนั้นต้องรู้ว่าตัวเองเป็นคนสไตล์แบบไหน และจะนำกล้องนั้นมาใช้ถ่ายหรือทำงานด้านไหนเป็นพิเศษ โดยบางคนต้องการนำมาถ่ายภาพนิ่งตอนไปท่องเที่ยวกับเพื่อน ๆ เน้นสบาย ๆ ไม่ซีเรียส บางคนต้องการที่จะนำมาฝึกถ่ายเพื่อพัฒนาต่อยอด หรือบางคนเป็นระดับมืออาชีพแล้ว ซึ่งกล้องในท้องตลาดนั้นก็มีแบบที่ออกมารองรับการใช้งานที่แตกต่างกันเยอะแยะเต็มไปหมด โดยเราสามารถดูได้จากสเปคและราคาว่ากล้องในแต่ละแบบนั้นเหมาะกับผู้ใช้งานที่มีความต้องการแบบไหน ดังนั้นตัวเองจะเป็นผู้ตอบคำถามและเลือกให้เหมาะสมได้อย่างดีที่สุด

                2. เลือกกล้องที่สวยถูกใจไม่ใช่เรื่องผิด

                ด้วยความที่กล้อง Mirrorless นั้นมีการออกแบบและดีไซน์ที่สวยงามหลายต่อหลายรุ่นจนหลายคนอยากเป็นเจ้าของ แต่ว่าในการจะเลือกซื้อนั้นอาจจะลังเลว่าสเปคของเครื่องนู้นดีกว่า ให้ภาพที่สวยมากกว่า ซึ่งทำให้ต้องหันเหไปซื้อรุ่นนั้นทั้งที่ชอบในดีไซน์อีกรุ่นมากกว่า ซึ่งอยากจะบอกว่าถ้าคุณเป็นคนที่ถ่ายรูปในระดับสมัครเล่นหรือเป็นงานอดิเรกก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซีเรียสถึงความคมชัดของภาพและสเปคที่อาจไม่ได้ใช้งานมากจนเกินไป ยิ่งเมื่อนำภาพที่ได้ของกล้อง 2 รุ่นที่มีดีไซน์สวยและสเปคดีมาเทียบมาแล้วหาความแตกต่างแทบไม่ได้ด้วยตาเปล่า คุณก็เลือกรุ่นที่คุณพอใจในดีไซน์จะดีกว่าถ้าจะทำให้ใช้งานอย่างมีความสุข

                3. ฟังก์ชั่นในการใช้งาน

                กล้อง Mirrorless ในปัจจุบันนั้นได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดโดยมีฟังก์ชั่นเพิ่มขึ้นมาให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานมากมาย อย่างเช่นการถ่าย Video ในระดับ 4K ซึ่งสามารถนำไปถ่ายงานระดับมืออาชีพได้หรือว่าการกันน้ำกันฝุ่นสำหรับคนที่ค่อนข้างใช้งานอย่างสมบุกสมบัน และที่ขาดไม่ได้เลยในยุคนี้นั่นก็คือการเชื่อมต่อเข้ากับ Smartphone เพื่อใช้งาน Application ของตัวกล้อง ทั้งการใช้ Smartphone เป็นรีโมทในการถ่ายภาพ หรือการส่งไฟล์รูปภาพจากตัวกล้องเข้าไปใน Smartphone เพื่อทำการแต่งรูปรวมถึงการโพส Social Media ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่กล้อง Mirrorless ในปัจจุบันนี้จำเป็นต้องมีเลยทีเดียว

                นี่คือข้อแนะนำในการเลือกซื้อกล้อง Mirrorless ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณ และในช่วง Power Buy 10.10 นั้นจะมีสินค้ามากมายที่มีโปรโมชั่นและลดราคา โปรดเล็งกันไว้ให้ดี ๆ เพราะว่าอาจจะมีกล้อง Mirrorless ที่คุณหมายตามาในราคาสุดเซอร์ไพรส์ก็ได้

ทีวี ในสมัยนี้ต้องดูและเน้นที่อะไรเป็นสำคัญเพื่อความบันเทิงไร้ขีดจำกัด

ทีวี

                เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องมีมาตั้งแต่สมัยอดีตเลยสำหรับ TV หรือ ทีวี เพราะเป็นสื่อที่ให้ทั้งความบันเทิง สาระ ความรู้ และข่าวสารต่าง ๆ มาเป็นระยะเวลานาน จนมาถึงปัจจุบันนี้ที่มีสื่อและอุปกรณ์ใหม่ ๆ มากมายให้ได้เลือกใช้งานกัน TV ก็เป็นตัวเลือกที่คนหลายคนขาดไม่ได้ที่จะนำมาไว้อยู่ที่บ้าน และ TV ก็ยังพัฒนาความสามารถด้านต่าง ๆ ให้มีมากขึ้นเพื่อตามยุคตามสมัยด้วย ดังนั้นถ้าใครกำลังเล็ง TV ไว้ติดบ้านในยุคนี้ เราอยากจะมาแนะนำถึงสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้กัน

                1. ระบบภาพ 4K

                เป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ในปัจจุบันนี้ไม่ว่าใครก็ตามที่อยากได้ความคมชัดและสีสันที่สดสวยจาก TV ก็ต้องเลือกที่มีความละเอียดภาพระดับ 4K เป็นหลักกัน แม้ว่าประมาณ 3-4 ปีก่อนถ้าพูดถึง 4K ขึ้นมาก็คงจะเห็นว่าเป็นเรื่องไกลตัว เกินไป แค่ Full HD ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ในปัจจุบันนั้นมาตรฐานของความคมชัดด้านภาพนั้นก็ได้พัฒนามากขึ้นอย่างน่าสนใจ คอนเทนท์ในระดับ 4K ก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในตอนนี้ TV ที่รองรับมาตรฐาน 4K ก็มีมากมายในท้องตลาดที่สำคัญสามารถเลือกซื้อได้ในราคาที่ไม่แพง และยังมีสื่อต่าง ๆ ที่ทำภาพออกมาในระดับ 4K ให้ได้ดูกันไปอีกยาว ๆ ไม่ว่าจะเป็น Video Streaming เจ้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Line TV, VIU หรือ YouTube เป็นต้น และในตอนนี้ Video Game ก็มีการพัฒนาให้อยู่ในความละเอียดระดับ 4K ด้วย ดังนั้นการซื้อ TV ที่สามารถถ่ายทอดภาพได้ถึงระดับ 4K จึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่าในยุคนี้มาก ๆ

                2. ระบบเสียงที่ดี

                ในข้อนี้ถ้าพูดถึงคำว่าระบบเสียงที่ดีเราจะไม่เจาะจงไปถึงเรื่องของสเปคลำโพงหรือว่าแรงขับต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน แต่เป็นสิ่งที่ผู้เป็นเจ้าของ TV นั้นต้องดูว่าความต้องการในการรับฟังนั้นประมาณไหน ถ้าใครเน้นความกระหึ่มก็อาจที่จะต้องซื้อแบบที่มี Dolby Atmos ติดตั้งมาให้ ซึ่งแน่นอนว่าก็จะมีราคาที่ค่อนข้างแพง แต่ว่าถ้าไม่ได้เน้นมากขนาดนั้นก็ขอแค่เพียงให้ได้ยินเสียงที่ออกมาจากตัวที่วีชัด ไม่เบาหรือว่าอุดอู้จนเกินไปก็เพียงพอ ซึ่งถ้าหากว่าอยากเพิ่มเติมความกระหึ่มในภายหลังก็อาจจะซื้อ Sound Bar หรือว่า Subwoofer เพื่อมาเชื่อมต่อในภายหลังก็ได้ เป็นผลดีให้ผู้ใช้งานมีตัวเลือกในการเลือกซื้อระบบเสียงที่เหมาะสมกับตัวเองได้มากยิ่งขึ้น

                3. มี Port และการเชื่อมต่อที่หลากหลายเพียงพอ

                แน่นอนว่าในปัจจุบันนั้น TV ได้มีความสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ทั้งกับเครื่องเล่น Media เครื่องเล่น Game Console ลำโพง และที่ขาดไม่ได้ก็คือการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ดังนั้นการมีพอร์ตและการเชื่อมต่อที่ครบครันทั้งแบบมีสายและไร้สายนั้นจึงจำเป็นสุด ๆ ดังนั้นก่อนที่จะเลือก TV ควรดูว่ามีอุปกรณ์อะไรที่เราใช้บ้างและ TV ที่เราจะซื้อมี Port และการเชื่อมต่อที่เพียงพอหรือไม่

                และนี่คือวิธีการเลือก TV หรือ ทีวี ที่ในปัจจุบันนี้ต้องมี ซึ่งอยากจะบอกว่าควรดูให้ครบก่อนเลือกซื้อเพื่อความบันเทิงที่ไร้ขีดจำกัดของผู้ใช้นะครับ

โทรศัพท์ซัมซุง Galaxy Z Fold2 5G อนาคตที่คุณไม่ต้องรอ

โทรศัพท์ซัมซุง

ตลาด Smartphone ในปัจจุบันมีแบรนด์ชั้นนำมากมายได้ผลิตและพัฒนาสินค้าเพื่อให้ผู้ใช้งานได้เลือกใช้ตามความต้องการ แน่นอนว่า 1 ในตัวเลือกแรก ๆ ของผู้กำลังมองหา Smartphone ในนาทีนี้ก็ต้องเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ SAMSUNG เนื่องจากเป็นผู้นำที่ไม่เคยหยุดในการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันน่าสนใจ โดยในปี 2020 นี้เอง SAMSUNG ก็ได้ตอกย้ำสถานะอีกครั้งด้วยการเปิดตัว SAMSUNG Galaxy Z Fold 2 5G โทรศัพท์ซัมซุง ที่สานต่อความล้ำหน้าของ Smartphone จอพับได้ในซีรีย์ Fold ซึ่งเคยสร้างความสนใจในวงกว้างมาแล้ว ส่วนจะมีอะไรให้คุณร้องว้าว! บ้างตามไปพิสูจน์กัน

                1. รูปแบบการใช้งานอิสระกว่าเคย

                คุณเคยรู้สึกไหมว่า Smartphone ของคุณมีขนาดจอที่เล็กเกินไปเกินกว่าการจะใช้ทำงานหรือการเข้าถึง Content เกี่ยวกับ Multimedia ให้เต็มตาเต็มอารมณ์ แต่ถ้าต้องพก Tablet ออกไปนอกสถานที่ก็ไม่สะดวกสบายเท่าไหร่ ปัญหาทั้งหมดนี้จะหมดไปเมื่อคุณได้ทำความรู้จักกับ SAMSUNG Galaxy Z Fold 2 5G เพราะมาพร้อม 2 จอ Dynamic AMOLED 2X

 โดยจอหลักด้านในเมื่อกางออกมาจะมีขนาดอยู่ที่ 7.6 นิ้ว ความละเอียด 2208 x 1768 พิกเซล หรือขนาด Tablet ย่อม ๆ นี่เอง ทั้งนี้ยังสามารถแยกการใช้งานด้วยการกางองศาได้ตามต้องการไม่มีการล็อคเอาไว้ ส่วนหน้าจอด้านนอกมีขนาดเล็กกว่าที่ 6.2 นิ้ว ความละเอียด 2260 x 816 พิกเซล ที่สำคัญตัวเครื่องเมื่อพับติดกันยังหนาเพียง 6.0 มม. บางลงกว่ารุ่นก่อน คุณจึงพกพาความสมบูรณ์แบบของไลฟ์สไตล์ในแบบที่ง่ายขึ้น   

                2. เชื่อมต่อข้อมูลเต็ม Speed ด้วยเครือข่าย 5G และอื่น ๆ

                ระบบการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายของ Smartphone เรียกได้ว่ามีบทบาทสำคัญกับคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก เพราะยิ่งเร็วและเสถียรมากเท่าไหร่เรื่องงานจนถึงชีวิตส่วนตัวก็ยิ่งได้เปรียบ SAMSUNG Galaxy Z Fold 2 5G จึงหยิบจับระบบเครือข่าย 5G ที่ตามหลักการสามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วกว่า 4G ประมาณ 20 เท่ามาไว้ในเครื่อง ซึ่งจะช่วยทำให้คุณรับชมวิดีโอ 8K แบบออนไลน์ได้แบบสบาย ๆ เลยทีเดียว

                นอกจากนี้ SAMSUNG Galaxy Z Fold 2 5G ยังรองรับการเชื่อมต่อยอดนิยมทั่ว ๆ ไปอย่าง 3G, 4G, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6 รวมไปถึง Bluetooth 5.0 รับรองว่าไม่มีตกหล่นทุกข้อมูลสำคัญ

                3. กล้องและสเปคจัดเต็มครอบคลุมทุกการใช้งาน

                สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยสำหรับ Smartphone ยุคนี้นั่นก็คือเรื่องกล้อง ซึ่ง SAMSUNG Galaxy Z Fold 2 5G นั้นได้จัดมาให้ถึง 5 ตัวด้วยกัน เริ่มจากกล้องหลัง 3 ตัวแบ่งเป็น กล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล f/1.8, กล้อง Telephoto 12 ล้านพิกเซล f/2.4, 2x Optical Zoom, กล้อง Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล f/2.2 ส่วนกล้องหน้า 2 ตัวแบ่งเป็น กล้องหลัก 10 ล้านพิกเซล f/2.2, กล้องด้านหน้าฝาพับ 10 ล้านพิกเซล f/2.2

                คุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมาจะไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเลยถ้าหากว่าไม่มีสเปคที่เร็วแรงคอยหนุนอยู่ SAMSUNG Galaxy Z Fold 2 5G จึงเสริมทัพด้วย CPU Snapdragon 865+ (7nm+), GPU Adreno 650, RAM 12 GB, ROM มีให้เลือก 256 GB / 512 GB ทุกงานและกิจกรรมก็กลายเป็นเรื่องง่าย

                และนี่คือสิ่งที่คุณจะได้รับจาก SAMSUNG Galaxy Z Fold2 5G พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของด้วยกัน 2 สี ทั้ง Mystic Bronze และ Mystic Black สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าชั้นนำที่ขาย โทรศัพท์ซัมซุง

10.10 Power Buy การตลาดที่จำเป็น

10.10 Power Buy ใกล้เข้ามา ทางเพาเวอร์บายก็ต้องเตรียวตัว เข้าสู่เทศกาลเลขเบิ้ลอีกครั้ง ดังนั้นแล้ว 10.10 Power Buy จำเป็นต้องอาสับทักษะของการตลาด ซึ่งได้ริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อกระบวนการทำ Digital Marketing นั้นเริ่มมีผลอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะผู้คนเข้าไปอยู่ในออนไลน์กัน แถมยังสามารถวัดค่าต่าง ๆ ออกมาเป็นตัวเลขที่แน่ชัดมากกว่าในรูปแบบเดิมที่เป็นตัวแทนทางสถิติที่เกิดขึ้นมา ด้วยตัวเลขต่าง ๆ

10.10 Power Buy

ในปัจจุบันที่เก็บออกมาได้นี้ทำให้นักการตลาดสามารถเข้าใจ Consumer Journey และพฤติกรรมของผู้บริโภคมากขึ้นไปอีก จนพัฒนาระบบต่าง ๆ ที่จะมาช่วยในการที่จะหาลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ดูแลลูกค้าเพิ่มขึ้น จนถึงสร้างการขายกับลูกค้าขึ้นมา แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปคือการที่นักการตลาดต้องเข้าใจว่า ความคาดหวังของผู้บริโภคนั้นคืออะไร และประสบการณ์ที่ผู้บริโภคที่จะได้รับกลับไปคืออะไร เพื่อสร้างและรักษากลุ่มลูกค้าตัวเองให้ไว้ได้นั้นเอง มาดูกลยุทธ์กันหน่อยดีกว่า

ช่องทางการขายหรือจำหน่ายสินค้า (Channels) มีบทบาทต่อการเลือกซื้อสินค้าเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น Facebook Page ที่มีฟังก์ชันรายการสินค้าให้ลูกค้าเลือกได้, Line ช่องทางในการติดต่อ รวมถึงสามารถส่งลิงก์ให้ลูกค้าได้, E-Marketplace รูปแบบต่างๆ ที่สามารถลงขายสินค้าได้ เช่น Lazada, Shopee เป็นต้น, หรือเว็บไซต์ที่มีการสร้างเป็น E-Commerce ของธุรกิจ ถือเป็นตัวแปรสำคัญในการเลือกซื้อของลูกค้า เนื่องจากการที่มีตัวเลือกของสินค้าหลากหลาย ลูกค้าสามารถเลือกซื้อผ่านช่องทางใดก็ได้ที่สะดวก ดังนั้นการเลือกช่องทางการขายนั้นสำคัญ เพราะจะได้รู้กลุ่มเป้าหมายหลักของธุรกิจ แต่ก็สามารถทำควบคู่กันไปได้ในทุกช่องทางได้อีกด้วย

การสื่อสารกับลูกค้าหรือผู้ติดตามบนช่องทางออนไลน์ของคุณ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ดี เพราะนอกจากจะช่วยด้านสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ยังมีความสำคัญในการบริการที่ดีได้ด้วย การสื่อสารกับลูกค้านั้นอาจจะเป็นการทำคอนเทนต์ในลักษณะคำถาม เชิญชวนให้คนมาคอมเม้นท์หรือแสดงความคิดเห็น รวมถึงการตอบคำถามผ่าน Chat message กับลูกค้าโดยตรง ความเร็ว การให้ข้อมูลกับลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ ก็ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดอีกวิธีหนึ่ง

Omni Channel Marketing อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นกลยุทธ์ที่นำการตลาดทางออนไลน์ (Online) เชื่อมโยงกับช่องทางออฟไลน์ (Offline) พูดอย่างง่ายๆคือ เมื่อเรามีทั้งหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ในการขายสินค้า จึงสามารถเพิ่มบทบาทของทั้งสองช่องทางเข้าด้วยกันได้ เช่น ร้านอาหาร มีโปรโมชั่นบนช่องทางออนไลน์ให้ลูกค้าสามารถสแกน QR Code หรือนำโค้ดไปแสดงหน้าร้านเพื่อรับส่วนลดได้ เป็นต้น ซึ่งการทำ Omni channels เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในต่างประเทศ สามารถเพิ่มโอกาสในการเติบโตและเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างมาก

การซื้อโฆษณบน Search Engine อย่าง Google และ Social Media รูปแบบต่างๆช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายได้เป็นอย่างมาก ทั้งยังช่วยเพิ่ม Traffic รวมถึงเพิ่ม Brand Awareness การรับรู้ถือเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างธุรกิจในระยะยาวได้อีกด้วย

กลยุทธ์การกำหนดราคา (Price Strategic) เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงในกรณีที่มีสินค้าหรือบริการเฉพาะธุรกิจของคุณ การกำหนดราคาต้องพิจาณาในเรื่องความเหมาะสมของราคาว่าคุ้มค่าต่อประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับจากสินค้าหรือบริการของคุณหรือไม่ และสินค้านั้นเป็นที่ต้องการของตลาดมากแค่ไหน เพราะหากเป็นสินค้าทั่วไปก็ต้องตั้งราคาต่ำกว่าตลาด หรือการมีโปรโมชั่นส่วนลดมาดึงดูดลูกค้าให้ได้มากที่สุด และกรณีที่ตั้งราคาสูงกว่าตลาด ต้องมีคุณภาพที่สูงกว่าคู่แข่งอย่างไรนั่นเป็นอีกหนึ่งสิ่งในการกำหนด คอนเทนต์ (Content) ที่ดีสอดคล้องกับสินค้าและบริการ แน่นอนว่าการเลือกซื้อสินค้าของผู้ใช้งานบนออนไลน์ในปัจจุบันนั้นอาศัยการดึงดูดด้วยรีวิว (review) ซึ่งการเขียนรีวิวสินค้านั้นมีความหลากหลาย แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือความสอดคล้องเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ

iphonex ดีไหม ลองดูกันสักตั้ง!

iphonex ดีไหม เรามาหาคำตอบกันเลย ในมุมนึงก็ต้องยอมรับว่า iPhone X กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้ง่าย และช่วยให้ให้ชีวิตสะดวกขึ้น เริ่มกันตั้งแต่การย้ายข้อมูลมาเพื่อใช้งาน iOS เรียกได้ว่าใน iOS 11 ให้ความประทับใจตรงนี้พอสมควร เมื่อลองทำการย้ายข้อมูลจากแอนดรอยด์เครื่องเก่าที่ใช้งานมา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ (หรือถ้าทัยสมัยหน่อยจะซิงค์ผ่านคลาวด์ของกูเกิลก็ได้) ข้อความ SMS ที่เก็บไว้หลายพันข้อความ ตามมาหมด

iphonex ดีไหม

รวมถึงรูปต่างๆตามมาอยู่ในเครื่องใหม่ให้เรียกดูได้หมดแบบไม่ต้องกังวลว่าจะหาย จะมีก็แต่ในส่วนของแอปพลิเคชันที่ต้องทำการดาวน์โหลดมาติดตั้งเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันก็ไม่ยุ่งยากแล้ว เข้า App Store ไปเลือกดาวน์โหลด กดปุ่มพาวเวอร์ 2 ทีใช้ Face ID สแกนใบหน้าเสร็จก็โหลดได้ทันที

เมื่อสอบถามเพิ่มเติมไปถึงกรณีที่เป็นผู้ใช้งาน iOS 11 เดิมอยู่แล้ว หรือมีการใช้งาน iPad อยู่ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะจากระบบไร้สายใหม่ของ Apple ที่ทำมาใช้กับ Apple AirPods และ Apple Watch ในการเชื่อมต่อ ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาถึงการลงทะเบียนใช้งานเครื่องใหม่ (ใช้ได้ทั้ง iPhone และ iPad)

กล่าวคือถ้ามีการเปิดใช้งานเครื่องใหม่ใกล้ๆกับเครื่องเดิม บนหน้าจอเครื่องรุ่นเก่าที่ใช้จะมีข้อความเด้งขึ้นมาว่า ตรวจพบเครื่องใหม่ต้องการที่จะย้ายข้อมูลไปเพื่อใช้งานบนเครื่องใหม่หรือไม่ ถ้าต้องการก็จะเข้าสู่หน้าการเปิดกล้องเพื่อสแกนโค้ดเฉพาะที่ปรากฏขึ้นบนเครื่องใหม่ หลังจากนั้นก็ทำตามขั้นตอนย้ายข้อมูลได้เลย

ที่น่าสนใจคือ การเชื่อมต่อสายกับคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เรื่องจำเป็นอีกต่อไป เพราะทุกอย่างสามารถสั่งงานได้แบบไร้สาย ในจุดนี้หลังจากใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ถือว่านับครั้งได้เลยที่หยิบสาย Lightning ออกมาใช้งานเลย เพราะถ้าต้องการส่งรูป ส่งข้อมูลปัจจุบันจะเลือกอัปโหลดขึ้น Google Drive / iCloud Drive / Air Drop เข้าคอมก็ทำได้

ถ้าจะกล่าวว่า iphonex ดีไหม เรารวบรวมข้อควรรู้มาให้แล้ว

ตัวเครื่องและการออกแบบ – ออกแบบใหม่หมด หน้าจอชิดขอบ ไร้ปุ่มโฮม ตัวกรอบผลิตจากสแตนเลสสตีลขัดมันอย่างดีแข็งแรงสวยงาม ส่วนด้านหน้าและหลัง ผลิตจากกระจก ION-X แบบเดียวกับที่ใช้บน Apple Watch

หน้าจอ Super Retina HD, HDR และ TrueTone Display –  หน้าจอใช้เทคโนโลยี OLED ขนาด 5.8 นิ้ว ความคมชัดสูง, ขอบเขตสี P3, พร้อมการแสดงผลแบบ High Dynamic Range (HDR) และมีเทคโนโลยี TrueTone Display เหมือนที่มีใน iPad Pro ที่สามารถปรับสภาพสีและแสงของจอให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่ผู้ใช้ใช้งานอยู่ ภาพที่ได้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

กล้องหลัง – ใช้กล้องหลังคู่ความละเอียด 12MP(Wide f/1.8, Tele f/2.4 กว้างกว่า iPhone 8 Plus ที่ Tele f/2.8) 12MP เซ็นเซอร์ใหม่หมดและมีกันภาพสั่น OIS จำนวน 2 ตัว ถ่ายภาพเก็บแสงได้มากขึ้น กันสั่นได้ดีขึ้นทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหว มาพร้อมแฟลชแบบ Slow Sync ทำให้ได้ภาพที่ถ่ายด้วยแฟลชดูสวยงาม

กล้องหน้า TrueDepth และ Face ID – ชื่อเรียกใหม่เพราะชุดนี้ไม่ได้มีแค่กล้อง ยังมาพร้อมระบบสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนความเป็นเจ้าของเรียกว่า Face ID ที่มาแทนที่ Touch ID , ส่วนความละเอียดในการถ่ายภาพอยู่ที่ 7MP/ f2.2 (เท่ากับ iPhone 8, 8 Plus) แต่ที่เด่นกว่าคือ มาพร้อม Portrait Mode สำหรับกล้องหน้าด้วยและรองรับ Animoji ในการสร้างภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ จากใบหน้าของเราให้กลายเป็นการ์ตูน อีกทั้งมีแฟลชจากหน้าจอ Super Retina HD ด้วย

Portrait Lighting -ใช้ AI และ Machine Learning มาช่วยปรับโหมดให้ถ่ายภาพ Portrait ใน iPhone X  จัดแสงของภาพได้สวยงามขึ้น ใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

การถ่ายวิดีโอ – กล้องหลังภาพถ่ายวิดีโอที่คมชัดขึ้น, เก็บ Frame Rate ได้มากขึ้นละเอียดสูงสุดถึง 4K 60fps พร้อมถ่ายวิดีโอ Slo-Mo ความละเอียด 1080P 240FPS(Slo-mo ได้ดีขึ้น) มาพร้อมระบบกันสั่น (OIS) แบบคู่ทั้งเลนส์มุมกว้างและเลนส์เทเลโฟโต้, ส่วนกล้องหน้าถ่ายวิดีโอความละเอียด FHD 1080P ได้

ชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) – การเปลี่ยนมาเป็นวัสดุกระจก iPhone X เพื่อรองรับการชาร์จไร้สายผ่านแท่นชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi รองรับกำลังไฟสูงสุดที่ 7.5W หลังจากอัปเดต iOS 11.2

ชิป A11 BIONIC ทรงพลัง – มีประสิทธิภาพที่ดีกว่า A10X มากขึ้นไปอีก โดยชิป A11 BIONIC ผลิตด้วยเทคโนโลยีขนาด 10nm ประมวลผลแบบ 64-bit มีประสิทธิภาพแรงมากกว่า A10 25% ประหยัดพลังงานกว่า และมีแกนประมวลผล CPU ทั้ง 6-Cores ด้านแบตเตอรี – 2,716 mAh ใช้งานได้นานกว่า iPhone 7 ถึง 2 ชม.

Iphonex ยังดีอยู่จริงไหม

Apple เปิดตัว iphonex หน้าจอไร้ขอบที่สาวกต่างรอกันมาอย่างยาวนาน ผู้เขียนบอกตรงๆ ว่าเมื่อไปลองเล่น Galaxy S8 ก็พบว่า หน้าจอไร้ขอบ (ขอบบาง) นี่มันแจ่มจริงๆ มุมมองมันกว้างขึ้นเยอะจนอยากจะได้มา แต่ติดที่เดิมว่าใช้ iPhone 6s เลยรอดู iPhone จาก Apple ก่อนดีกว่า ตอนนี้หลายๆ คนอาจจะเริ่มลังเลแล้วว่า iPhone X ยังน่าซื้อรึเปล่านะ

iphonex

ดีไซน์ iPhone X ถือว่าเป็น iPhone ที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่ Apple เคยออกแบบและทำมา หน้าจอไร้ขอบขนาด 5.8 นิ้ว (แต่มีติ่งด้านบน) ง่ายต่อการใช้งาน และพอดีกับการใช้งานด้วยมือเดียวแต่ได้หน้าจอที่ขนาดใหญ่กว่ารุ่น Plus ขอบด้านข้างของเครื่องเป็นสแตนเลสสตีลด้านหลังเป็นกระจก จากเดิมที่เป็นโลหะทั้งหมด การออกแบบในครั้งนี้ดูดีเลยทีเดียว

ฮาร์ดแวร์ iPhone X (รวมถึง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus) มาพร้อมชิปประมวลผล Apple A11 Bionic จัดเป็นชิปเซ็ตที่แรงที่สุดในหมู่บรรดาสมาร์ทโฟนทุกค่ายในตอนนี้ ในส่วนของกล้องนั้นก็มาพร้อม Portrait Mode แบบใหม่ กันสั่นแบบฮาร์ดแวร์ทั้งสองตัว (OIS) และโมดูลลสำหรับถ่าย Telephoto นั้นก็มีรูรับแสงที่กว้าง f/2.4 กว้างกว่า iPhone 8 Plus ที่มีรูรับแสง f/2.8

แต่จุดที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนคือ Face ID หรือระบบความปลอดภัยแบบใหม่ของ Apple ถึงแม้ว่าดูแล้วอาจจะไม่ว้าวอะไรเพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีแบรนด์อื่นทำออกมาแล้ว แต่ Apple ยืนยันว่า Face ID ของ iPhone X นั้นแตกต่างออกไป มีความปลอดภัยสูงกว่ามาก ไม่สามารถหลอกได้ด้วยรูปถ่ายเหมือนบางค่าย และเซ็นเซอร์ 3D นี้ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้าง Animoji น่ารักๆ ได้อีกด้วย

Apple ได้พัฒนาหน้าจอขึ้นนไปอีกระดับกับ Super Retina Display ซึ่งใช้หน้าจอ OLED ความละเอียด 2436 x 1125 พิกเซล ความหนาแน่น 459 ต่อนิ้ว ซึ่งเป็น iPhone ที่มีความละเอียดหน้าจอมากที่สุดเท่าที่ Apple เคยทำมา

สำหรับผู้ใช้งาน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ที่เพิ่งซื้อเครื่องใหม่มา ยังไม่ต้องรีบเปลี่ยนก็ได้ เนื่องด้วยการดีไซน์แบบเดิมและความแรงของชิปประมวลผลก็ยังใช้งานได้อย่างเหลือๆ อาจจะรอสัก 1 ปี เผื่อว่า Apple จะสามารถจัดการกับรอยบากด้านบนหน้าจอได้ดีกว่านี้

สำหรับผู้ใช้งาน iPhone ที่ไม่ได้จำเป็นต้องจ่ายเงินถึง 40,000 บาทเพื่อซื้อ iPhone X คือใช้งานเพียงทั่วไปเท่านั้น อาจจะหยุดที่รุ่นเดิมก่อนก็ได้ เพราะอย่างไรเทคโนโลยีเมื่อเวลาผ่านไปราคาก็ต้องมีลงบ้าง ตอนนี้ก็ยังไม่จำเป็นต้องควักเงินมหาศาลที่สามารถซื้อ MacBook Air ไปใช้กับ iPhone

และรุ่นล่าสุดเทียบกันกับ iPhone XR มาพร้อมหน้าจอแบบ Liquid Retina (LCD) ขนาด 6.1 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่า iPhone X จอชนิ OLED ขนาดหน้าจออยู่ที่ 5.8 นิ้ว เมื่อเปรียบเทียบการใช้งานแล้วพบว่า iPhone XR นั้นในแง่การแสดงผลจะเห็นจะเห็นรายละเอียดได้มาก iPhone X นั่นเอง (แต่ในเรื่องความละเอียดหน้าจอพร้อมกันค่า contrast ต่างๆ ทาง iPhone X ซึ่งเป็นจอ OLED นั้นจะดีกว่า

สเปกของ iPhone XR ที่เหนือกว่า iPhone X ก็เป็นเรื่องความใหม่อย่างชิป A12 Bionic, รองรับ 2 ซิม, กล้องใหม่กว่า ดีกว่า มี Smart HDR ให้ด้วยและแบตอึดกว่า และส่วนที่เท่าเทียมกันคือแรมเท่ากับ 3GB, ลำโพงคู่, ระบบกันน้ำ IP67 ส่วนสิ่งที่ iPhone XR ด้อยกว่า iPhone X ก็เป็นเรื่องของหน้าจอ ซึ่ง OLED ของ iPhone X นั้นความละเอียดและการแสดงสีสันที่มากกว่าแล้วก็บอดี้ที่ผลิตจากสแตนเลสและกล้องหลังที่มี 2 เลนส์ทำให้ซูมถ่ายระยะไกลได้และไม่มี 3D Touch

iPhone ราคา ที่แตกต่างกับการครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์

iPhone ราคา

                iPhone ถือว่าเป็น Smartphone ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ในโลกเลยก็ว่าได้ เพราะว่ามีประสิทธิภาพที่สูงทั้งในด้านระบบปฏิบัติการและเรื่องของสเปคซึ่งสามารถทำออกมาได้คล้องจองไหลลื่น ซึ่ง iPhone ราคา ก็แตกต่างกันไปแล้วแต่รุ่น ทั้งที่ออกมาเรียงลำดับก่อนหลังหรือว่าออกมาพร้อมกันนั่นเอง แต่สิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ก็คือเรื่องราคาที่ถึงแม้จะแตกต่างกันแต่ว่าก็ถูกใจผู้ใช้ครอบคลุมหลายกลุ่มอย่างที่ตกรุ่นยากมาก ดังนั้นเราจะมาบอกกันว่าไลฟ์สไตล์ไหนเหมาะกับ iPhone รุ่นไหนกันบ้าง

                1. นักเรียนนักศึกษา

                วัยของนักเรียนนักศึกษานั้นอาจจะเป็นช่วงที่ยังไม่สามารถซื้อ Smartphone ที่มีราคาสูงมากนักได้ แต่ว่าช่วงวัยนี้นั้นมีไลฟ์สไตล์ที่ค่อนข้างเต็มที่กับการใช้งานด้านต่าง ๆ ทั้งเรื่องเรียน เรื่องความบันเทิง และดีไซน์ก็ต้องไม่เชย ดังนั้น iPhone ที่เหมาะสมจึงต้องมีประสิทธิภาพที่ดีเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานในราคาที่ไม่แรงจนเกินไปด้วย iPhone XR จึงเป็นรุ่นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่งเพราะรวบรวมคุณสมบัติเหล่านี้เอาไว้ทั้งหมด เริ่มด้วยหน้าจอที่ใช้แสดงผลขนาด 6.1 นิ้วในความละเอียด 828 x 1792 พิกเซล และใช้หน้าจอแบบ IPS LCD ต่อด้วย CPU ประมวลผล Apple A12 Bionic ซึ่งเร็วแรงไม่แพ้ใคร RAM 3GB ROM ก็มีให้เลือกทั้ง 64 / 128 / 256GB กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล และมี Smart HDR, Quad LED Flash, Auto Focus กล้องหน้ามาพร้อมความละเอียด 7 ล้านพิกเซล มี Face ID สีของตัวเครื่องก็มีให้เลือกมากมายตามความชอบไม่ว่าจะเป็น ดำ, แดง หรือ Product Red, เหลือง, น้ำเงิน, Coral เป็นต้น ด้วยตัวสเปค แม้ว่าจะไม่ได้โดดเด่นด้านไหนเป็นพิเศษ แต่ก็รับรองว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการทั่ว ๆ ไปของวัยรุ่นวัยเรียนในสมัยนี้ที่ต้องทำกิจกรรมมากมายได้อย่างอยู่หมัดเลยทีเดียวในราคาเริ่มต้น 20,000 กว่า ๆ  

                2. คนชอบถ่ายรูป

                Smartphone กับการถ่ายรูปนั้นแทบจะกลายเป็นเรื่องเดียวกันแล้ว เพราะด้วยเทคโนโลยีด้านถ่ายภาพที่รุดหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้งทำให้สามารถย่อขนาดชิปต่าง ๆ ของกล้องแบบมืออาชีพให้มาอยู่ใน Smartphone เครื่องเล็ก ๆ ได้อย่างไม่ยากเย็น และ iPhone ก็ถือว่าเป็นแบรนด์ Smartphone ที่ได้รวบรวมคุณสมบัติของการถ่ายรูปมาไว้ได้อย่างดี เป็นที่นิยมของผู้คนที่ชื่นชอบการถ่ายรูปบน Smartphone โดยรุ่นในปัจจุบันที่เหมาะสมกับการถ่ายรูปมาก ๆ นั่นก็คือ iPhone 11 Pro นั่นเอง เพราะว่ามีกล้องหลังที่จัดเต็มมาถึง 3 ตัวด้วยกันนั่นคือ เลนส์อัลตร้าไวด์ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด ƒ/2.4 และมุมมองภาพ 120°เลนส์ไวด์ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด ƒ/1.8 ใส่ระบบป้องกันภาพสั่นไหวในรูปแบบแบบออปติคอลมาให้ด้วย เลนส์เทเลโฟโต้ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด ƒ/1.8 ซูมได้ 2 เท่า ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล บวกกับกล้องหน้า TrueDepth ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลขนาดที่ค่อนข้างเล็กอยู่ที่ 144 x 71.4 x 8.1 มม. ทำให้พกพาสะดวก ไปใช้งานที่ไหนก็ได้นั่นเอง จึงเหมาะกับนักถ่ายรูปทั้งมือสมัครเล่นไปจนถึงมืออาชีพเป็นอย่างมาก ราคาเริ่มต้นที่ 35,900 บาท

                นี่คือ iPhone ราคา ที่มีแตกต่างกับการครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังจะเลือกซื้อ iPhone ให้เหมาะสมกับตัวเองนะครับ

คนวัยเก๋า โน๊ตบุ๊คเราไม่เก่าตาม!

สังคมผู้สูงอายุกำลังใกล้เข้ามา รับมือโดย ให้ผู้สูงอายุเลือกใช้เทคโนโลยีได้อย่างง่ายกว่าที่คิด! วิธีการสอนให้คนแก่ ลุง ป้า น้า อา ทวด หรือมือใหม่ที่ไม่เป็นคอมพิวเตอร์ ไม่รู้เรื่องมือถือสมาร์ทโฟน ให้สามารถใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ได้ เพราะปัจจุบัน มือถือสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โน๊ตบุ๊ค เข้ามามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก จำเป็นต้องใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โน๊ตบุ๊ค
Colleagues giving a fist bump

อุปกรณ์ไอทีบางอย่าง อย่างมือถือสมาร์ทโฟน Android ซึ่งลูกหลานหลายคนก็ซื้อให้คนสูงวัย พ่อแม่ ปู่ ย่า ตายาย อุปกรณ์เหล่านี้ช่วยแก้เหงาได้ ค้นหาวิดีโอ อ่านข่าว ดูทีวี ดูดวง ฯลฯ ช่วยให้คนแก่ไม่เหงาได้ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะมานั่งคอย รอคอยแต่ความรักจากลูกหลาย

อุปกรณ์ช่วยในการเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่

ให้ใช้แท็บเล็ต หรือ โน๊ตบุ๊ค ขนาดหน้าจอสัก 7 นิ้วเป็นอย่างน้อย ซึ่งปัจจุบันก็มีแท็บเล็ตราคาไม่แพง ให้เลือกซื้อหลายยี่ห้อ เช่น ASUS fonepad Lenovo Hp Dell เน้จอกว้าง สีชัด! เป็นต้น หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องหากล้องดิจิตอลเอาไว้สักเครื่อง การศึกษาต้องมีการลงทุน การให้การศึกษาสำหรับพ่อแม่ หรือคนสูงวัยรอบตัวเราก็เช่นกัน

ตัวอย่างแท็บเล็ตขนาด 7 นิ้ว หากเลือก iPad ได้จะยิ่งดี เพราะปัญหาน้อยมาก เลือกรุ่นที่กล้องชัดพอสมควร 5 ล้านเมกะพิกเซลขึ้นไป และสมาร์ทโฟนควรจะเป็นระบบ Android หรือ iPhone ก็ตามงบ แต่เลือกรุ่นที่หน้าจอใหญ่หน่อย

วิธีการสอนคนสูงวัย หรือมือใหม่ให้ใช้อุปกรณ์ไอที เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้ว ก็จะสามารถเริ่มการสอนง่ายๆ โดยครั้งแรกนั้นอาจจะยุ่งยากไปบ้างก็ใจเย็นๆ เพราะคนแก่ คนสูงวัย ที่ไม่ได้ใช้สมองมานาน สมองจะทื่อ จำไม่ได้ ฉะนั้น ขณะสอนให้ใช้กล้องดิจิตอล หรือมือถือของตนเองถ่ายวิดีโอไว้ อาจะต้องอัดใหม่หลายรอบ จนกว่าจะจับทางได้ พร้อมรวบรวมวิดีโอตั้งชื่อให้สื่อความหมาย แล้วส่งเข้าเครื่องของผู้เรียน หากใช้มือถือ Android จะสะดวกมาก เพราะสามารถส่งผ่าน Bluetooth ได้ทันที

ปัจจุบันเป็นยุคอินเตอร์เน็ต ข้อมูล ความบันเทิง สาระดีๆ ฯลฯ เราสามารถค้นหาได้จากเว็บไซต์ต่างๆ และอุปกรณ์ไอที อย่างมือถือหรือแท็บเล็ต ก็เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราเสพข้อมูลเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น บรรดาผู้เฒ่า ผู้สูงวัยรอบตัวเราก็เหมือนกัน อย่าเอาแต่คิดว่า แก่แล้ว ไม่ต้องเรียนอะไรแล้ว บางคนอายุ 50 กว่าๆ ก็ไม่เอาแล้ว ซึ่งการคิดแบบนี้ ไม่ถูกต้อง เพราะหาก 80 แล้วยังไม่ตาย จะทำอย่างไร คนแก่บางคนก็อยู่คนเดียว ซึ่งหลายคนก็ยังต้องทำมาหากิน ดังนั้น จำเป็นต้องเรียนรู้ด้านไอที มันจำเป็นจริงๆ ครับ

คบคนแก่เป็นส่วนมาก บางคนที่ยังใช้สมองคิด อ่าน ทำนู่นนี่ตลอดเวลา สมองจะยังดีมาก ไม่เชื่อลองไปบวกเลขแข่งกับแม่ค้าในตลาด คนส่วนใหญ่จะคิดไม่ทัน เพราะไม่ได้ใช้สมองคิดเลขมากนัก ก็หนึ่งในนั้น แม้ช่วงแรกๆ อาจจะยากไปหน่อย เพราะสมองถูกละเลยให้อยู่เฉยๆ มานาน เลยทื่อ คิดไม่ค่อยออก

หลังๆ มา บางคนก็ดีขึ้นมาก สอนครั้งสองครั้งก็ทำเองได้ สามารถใช้แท็บเล็ต ใช้คอมพิมพ์ข้อความพื้นฐานที่ต้องการได้ ซึ่งก็ใช้วิธีง่ายๆ ด้วยการถ่ายเป็นวิดีโอไว้ เมื่อเจ้าตัวลืมก็เปิดดูวิดีโอ ไม่ต้องเสียเวลาสอนซ้ำซาก ขอแค่ให้จำได้อย่างเดียวก็พอ ก็คือการเปิดโฟลเดอร์วิดีโอ สำหรับมือถือ Android ก็สามารถสร้างชอร์ทคัทไว้บนหน้าจอได้เลย

เครื่องฟอกอากาศแบบพกพา พกไปไหนก็ไป!

มลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงใหญ่ ๆ เกิดขึ้นจากใคร ใคร และใคร เอาเป็นว่าไม่ว่าจะใครก็แล้วแต่ เจ้าฝุ่นน้อยจิ๋ว PM2.5 ปกคุลมทั่วท้องฟ้าตั้งแต่เช้ายันค่ำให้เราสูดดมเต็มปอด ซึ่งหากไม่ได้มีการป้องกันโดยการใส่หน้ากาก N95 แล้วละก็ เราก็จะสูดเข้าสูดดมมันเข้าไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ และอาจลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกายของเราได้ ยังมีอาวุธชนิดหนึ่งที่สามารถปราบเจ้าฝุ่น PM 2.5 ได้ โดยการทำให้อากาศให้บริสุทธิ์นั่นคือ “ เครื่องฟอกอากาศแบบพกพา ”

เครื่องฟอกอากาศแบบพกพา

การมีเครื่องฟอกอากาศติดไว้ที่บ้าน จะสามารถปรับสภาพอากาศภายในบ้านให้สะอาดบริสุทธิ์ ไร้สิ่งสกปรก ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่น แบคทีเรีย กลิ่น และอื่น ๆ อีกมากมาย เอาเป็นว่าทำให้คุณอยู่ในบ้านปลอดภัยมากกว่าต้องออกไปอยู่ข้างนอกเต็มไปด้วยฝุ่น PM2.5  หากคุณอยากให้คุณและคนรอบข้างภายในบ้านสูดอากาศบริสุทธิ์ เรามีเครื่องฟอกอากาศหลายรุ่นมารีวิวให้คุณได้พิจารณาเลือกซื้อในยามที่ฝุ่น PM2.5 มาครองเมือง ระบบการทำงานของเครื่องฟอกอากาศทำงานดังนี้

ข้อควรพิจารณาเมื่อเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ หรือ เครื่องฟอกอากาศแบบพกพา

  1. แผ่นกรองอากาศ เป็นสิ่งสำคัญดักจับฝุ่น แบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส และกลิ่น ทำมาจากเส้นใยที่มีประสิทธิภาพสูง และเปลี่ยนแผ่นกรองเมื่อเครื่องแจ้งเตือน ใช้ไปนาน ๆ แผ่นกรองอุดตันจากสิ้งที่ดูดเข้ามา สามารถเปลี่ยนแผ่นกรอง ได้หรือไม่ ? ตามที่รู้กันดีว่า วิธีการดูแลรักษาเครื่องฟอกอากาศให้ใช้งานได้อย่างยาวนาน คือ ต้องทำความสะอาดและเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศอยู่เสมอ แต่ถ้าคุณไม่อยากเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศให้ยุ่งยาก ขอแนะนำให้ใช้เครื่องฟอกอากาศแบบพกพาที่มีฟังก์ชันทำความสะอาดแผ่นกรองโดยอัตโนมัติ จะได้ไม่ต้องคอยเปลี่ยนแผ่นกรองกันอยู่บ่อย ๆ แถมยังมีบางรุ่นที่สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศให้สิ้นเปลืองอีกด้วย
  • เลือกแบบมีสายคล้องคอ ลำดับแรกดูที่ความต้องการใช้งานของคุณก่อน หากคุณอยากได้เครื่องฟอกอากาศแบบพกพา ที่สามารถนำไปตั้งไว้ที่ออฟฟิศ โต๊ะตามร้านกาแฟ หรือพกติดตัวตลอดเวลา แนะนำให้ซื้อรุ่นแบบพกพาที่มีสายคล้องคอ
  • ขนาดและน้ำหนัก ต้องเหมาะแก่การพกพา ต้องบอกว่า ขนาดและน้ำหนักของเครื่องฟอกอากาศแบบพกพา ส่งผลโดยตรงต่อความสะดวกสบายในการใช้งาน หากเครื่องมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาง่าย จะทำให้คุณรู้สึกสบายและไม่หงุดหงิดเวลาต้องพกเจ้าเครื่องนี้ติดตัวไปทุกที่ โดยเฉพาะประเภทที่มีสายคล้องคอ ไม่ควรมีน้ำหนักมากเกินไป
  • ควรเลือกเครื่องที่ชาร์จไฟ โดยใช้สาย USB ก่อนกดสั่งซื้อเครื่องฟอกอากาศแบบพกพา คุณควรตรวจสอบให้ดีว่า เครื่องที่คุณสนใจมีวิธีการชาร์จไฟ ด้วยสาย USB หรือไม่ ? เพราะถ้าแบตเตอรี่ของเครื่องหมดกะทันหันระหว่างการเดินทาง คุณจะสามารถหาทางชาร์จไฟได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลว่า ต้องไปต่อปลั๊กไฟชาร์จที่ไหน
  • เลือกรุ่นที่เสียงเบา หรือมีโหมดเงียบ หากคุณต้องการใช้งานเครื่องฟอกอากาศแบบพกพาที่ออฟฟิศ ควรเลือกเครื่องที่มีระดับเสียงความดังต่ำกว่า 20 เดซิเบล เพราะเป็นระดับเสียงที่จะไม่รบกวนผู้อื่น โดยบางยี่ห้ออาจจะระบุว่า “ไร้เสียงรบกวนขณะใช้งาน” หรือมีฟังก์ชัน “โหมดเงียบ” แต่หากไม่มีระบุไว้ แนะนำให้สอบถามหรือลองหารีวิวสินค้าอ่าน เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เครื่องฟอกอากาศแบบพกพาจะไม่ส่งเสียงดังก่อความรำคาญ

ชีวิตไม่ดี แต่อากาศต้องดีด้วยเครื่องฟอก

เครื่องฟอกอากาศ จำเป็นไหม ?? สภาพอากาศในบ้านเราในปัจจุบันไม่น่าไว้วางใจ เพราะมีมลภาวะมากมายในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นมลพิษ เช่น ควันจากยาสูบ การเผาไม้ การปรุงอาหาร ก๊าซจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ควันจากการก่อสร้าง ไรฝุ่น เชื้อราและสัตว์เลี้ยงก็มีส่วนทำให้สภาพแวดล้อมไม่ดีต่อสุขภาพซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของมนุษย์ อนุภาคขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 ไมโครเมตรหรือเล็กกว่า ประมาณ 2.5 หรือที่เราเรียกว่า PM 2.5 นั่นเอง มันรวมถึงฝุ่นและควันเป็นสิ่งที่น่ากังวลเป็นพิเศษเพราะสามารถเข้าไปในปอดได้ลึก

เครื่องฟอกอากาศ

ดังนั้น การหายใจเอาอนุภาคเหล่านี้เข้าไปเป็นเวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวันก็สามารถที่จะทำให้ปอดแย่ลงและทำให้เกิดโรคหอบหืด อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงกับโรคหัวใจในคนที่เป็นโรคหัวใจได้ด้วยและนั่นจะทำให้โรคหัวใจแย่ลง การสัมผัสกับระดับอนุภาคของฝุ่นในระยะยาวจะเชื่อมโยงกับโรคหลอดลมอักเสบและทำให้การทำงานของปอดลดลงด้วย

วิธีการเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ

1. ต้องเลือกขนาดที่เหมาะสมกับขนาดของห้อง เครื่องฟอกอากาศแต่ละเครื่องมีสเปคการทำงานทีแตกต่างกัน อย่างเช่นความสามารถในการดูดอากาศเข้ามาเพื่อทำการฟอกอากาศ การเปลี่ยนโมเลกุลไอออน ซึ่งถ้าเครื่องที่สเปคต่ำแต่ใช้กับห้องขนาดใหญ่ ย่อมทำให้ประสิทธิภาพการทำงานไม่ทั่วถึง หรือกว่าอากาศจะสะอาดก็ต้องใช้เวลานานมาก ฉะนั้นเครื่องฟอกอากาศแต่ละเครื่องจึงเหมาะกับขนาดห้องที่แตกต่างกัน จึงควรดูด้วยว่าเครื่องฟอกอากาศที่เราจะซื้อนั้น จะนำไปใช้กับห้องที่มีขนาดเท่าใด มีกำลังการทำงานที่เหมาะสมหรือไม่

2. ความสามารถในการกรองอากาศ“ฝุ่น”เป็นมลพิษที่น่ากลัวประเภทหนึ่ง โดยเฉพาะ “ฝุ่น PM 2.5”ซึ่งก็คือฝุ่นที่มีขนาดเล็กมาก เล็กกว่าเส้นผม เล็กจนสามารถจมูกเข้าไปในร่างกายของเราได้เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ และยิ่งถ้าสะสมในร่างกายมากเท่าไหร่ ยิ่งจะเป็นอันตรายในระยะยาว นอกจากฝุ่น PM 2.5 แล้ว ยังมีฝุ่นประเภทอื่นอีกมากมายทั้งที่เล็กกว่า และใหญ่กว่า ฉะนั้นก่อนเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ จึงควรพิจารณาถึงความสามารถในการกรองฝุ่นกลิ่น แก๊สพิษ รวมถึงความยากง่ายในการเปลี่ยนแผ่นกรอง และหาแผ่นกรองใหม่ด้วย

3. เสียง สำหรับบางคนอาจไม่ซีเรียสเรื่องความดังของเสียง แต่สำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจจะให้ความสำคัญเรื่องของเสียงเป็นพิเศษ เนื่องจากกลัวว่าจะรบกวนเวลาพักผ่อน อย่างไรก็ตามเครื่องกรองอากาศทำงานด้วยกำลังลม โดยเครื่องจะดูดเอาลมเข้าไปในเครื่องจากทางหนึ่ง ผ่านแผ่นกรอง และพัดออกจากอีกทางหนึ่ง ฉะนั้นแต่ละเครื่องย่อมต้องมีเสียงเป็นธรรมดา แต่จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่จะสามาระพัฒนาให้เสียงเบาลงได้

อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าหากอากาศร้อนสามารถเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศได้ แต่หากอากาศมีฝุ่น วิธีที่ดีที่สุดในการปรับปรุงอากาศภายในอาคารคือการกำจัดแหล่งกำเนิดมลพิษและระบายอากาศด้วยอากาศภายนอกที่สะอาด เครื่องฟอกอากาศ สามารถช่วยได้เมื่อวิธีการกำจัดธรรมชาติเหล่านั้นไม่เพียงพอหรือไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องฟอกอากาศได้รับการออกแบบมาเพื่อกรองอากาศและมันจะช่วยลดมลพิษในร่มได้ ปัจจุบันเครื่องฟอกอากาศมีหลากหลายประเภทมาก อีกทั้งยังมีเครื่องฟอกและกรองอากาศในรถยนต์เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันอีกด้วย